ตลาดอินเดียใหญ่แต่แข่งขันสูง ผู้ประกอบการไทยควรเริ่มจากงานแฟร์ประเภทไหน
ตลาดอินเดียมีผู้ซื้อจำนวนมากก็จริง แต่มีผู้ขายทั้งท้องถิ่นและต่างประเทศแข่งขันกันในแทบทุกระดับราคา ผู้ประกอบการไทยที่เริ่มด้วยการจองบูธใหญ่ในงานชื่อดังจึงอาจพบว่า คนเดินผ่านเยอะ แต่ไม่มีผู้นำเข้าที่เหมาะ ไม่มีผู้ตัดสินใจ หรือมี Lead จำนวนมากที่ไม่สามารถพัฒนาเป็นยอดขายได้
สำหรับธุรกิจที่ยังไม่มี Distributor ไม่มีลูกค้าเดิม และยังไม่รู้ว่าราคาสินค้าจะผ่านตลาดหรือไม่ งานแรกไม่ควรถูกใช้เพื่อ “โชว์แบรนด์ให้ใหญ่ที่สุด” แต่ควรใช้เพื่อ ตรวจว่าผู้ซื้อเป็นใคร เขาสนใจอะไร ราคาไหนแข่งขันได้ และต้องปรับสินค้าอย่างไรก่อนลงทุนรอบใหญ่
ดังนั้น จุดเริ่มต้นที่เหมาะมักไม่ใช่งาน Mega Expo ที่กว้างที่สุด แต่เป็นงานที่ช่วยคัดผู้ซื้อและสร้างบทสนทนาเชิงธุรกิจได้มากที่สุด
💬 มีรายชื่องานในอินเดียหลายงาน แต่ยังไม่แน่ใจว่างานไหนเหมาะกับช่วงเริ่มตลาด?
ส่งชื่องาน เมือง สินค้า และเป้าหมายของทริปมาให้ทีมช่วยตรวจแผนเดินทาง หนังสือเชิญ และเอกสารเบื้องต้นก่อนตัดสินใจ
📋 สารบัญบทความ
- งานแรกควรตอบคำถามอะไรให้ธุรกิจ
- งานแฟร์ในอินเดียมีประเภทไหนบ้าง
- ประเภทงานที่เหมาะสำหรับเริ่มตลาด
- งาน B2B เฉพาะอุตสาหกรรมเหมาะกับใคร
- Buyer-Seller Meet เหมาะกับใคร
- Pavilion และคณะธุรกิจช่วยลดความเสี่ยงอย่างไร
- ธุรกิจบริการและเทคโนโลยีควรเลือกงานแบบไหน
- งานประเภทไหนยังไม่ควรเริ่มก่อน
- Decision Flow เลือกงานแรก
- Checklist ก่อนจองบูธ
- ตัวอย่างเลือกงานตามประเภทธุรกิจ
- วีซ่าและเอกสารเดินทาง
- แหล่งข้อมูลทางการ
- คำถามที่ถามบ่อย
1. งานแรกในอินเดียควรตอบคำถามอะไรให้ธุรกิจ?
หากธุรกิจยังไม่เคยขายในอินเดีย เป้าหมายของงานแรกควรเป็นการลดความไม่แน่นอน ไม่ใช่คาดหวังยอดสั่งซื้อจำนวนมากทันที เพราะผู้ซื้ออินเดียอาจต้องเปรียบเทียบราคา ตรวจมาตรฐาน ทดลองสินค้า ขอเงื่อนไขเครดิต หรือประเมินความสามารถในการส่งมอบก่อนตัดสินใจ
งานแรกควรช่วยให้คุณตอบคำถามต่อไปนี้ได้ชัดขึ้น
- ผู้ซื้อหลักคือ Importer, Distributor, Retailer, Factory, Corporate Buyer หรือ Government Buyer
- ผู้ซื้อคาดหวังระดับราคาและ Margin ประมาณไหน
- สินค้าต้องปรับขนาด บรรจุภัณฑ์ สูตร ภาษา หรือมาตรฐานเพิ่มเติมหรือไม่
- ผู้ซื้อสนใจซื้อขาด แต่งตั้งตัวแทน ทำ Private Label หรือทดลองตลาดก่อน
- คู่แข่งหลักเป็นแบรนด์อินเดีย จีน ยุโรป หรือประเทศในเอเชีย
- ควรเริ่มจากเมืองเดียว รัฐเดียว หรือหาพันธมิตรที่ครอบคลุมหลายพื้นที่
2. งานแฟร์ในอินเดียมีประเภทไหนบ้าง?
Vertical B2B Trade Fair
งานเฉพาะอุตสาหกรรม เช่น อาหาร โรงแรม ความงาม เภสัช เครื่องจักร บรรจุภัณฑ์ เทคโนโลยี หรืออิเล็กทรอนิกส์
Buyer-Seller Meet
งานเจรจาที่เน้นการประชุมแบบตัวต่อตัวกับผู้ซื้อ ผู้นำเข้า หรือผู้กระจายสินค้าที่คัดเลือกไว้
Government / Group Pavilion
พื้นที่รวมผู้ประกอบการภายใต้หน่วยงาน สมาคม ประเทศ หรือกลุ่มอุตสาหกรรม ช่วยแบ่งเบาภาระด้านบูธและการประสานงาน
Conference-led Expo
งานที่มี Conference, Seminar, Speaker และนิทรรศการ เหมาะกับบริการ เทคโนโลยี และโซลูชันที่ต้องสร้างความน่าเชื่อถือ
Consumer Fair
งานขายหรือทดลองสินค้ากับผู้บริโภค เหมาะกับการทดสอบรสชาติ ราคา แพ็กเกจจิ้ง และการรับรู้แบรนด์
Mega General Expo
งานขนาดใหญ่ที่รวมหลายอุตสาหกรรม มีผู้เข้าชมกว้าง แต่ผู้ประกอบการต้องมีแผนคัด Lead และนัดหมายล่วงหน้าที่แข็งแรง
3. เปรียบเทียบงานแฟร์ประเภทไหนเหมาะกับการเริ่มตลาดอินเดีย
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| ประเภทงาน | เหมาะกับธุรกิจช่วงไหน | ข้อได้เปรียบ | ความเสี่ยง | คำแนะนำสำหรับงานแรก |
|---|---|---|---|---|
| B2B เฉพาะอุตสาหกรรม | มีผลิตภัณฑ์พร้อมขาย แต่ยังต้องหาผู้นำเข้าและทดสอบตลาด | ผู้เข้าชมตรงกลุ่ม เปรียบเทียบคู่แข่งและราคาได้เร็ว | งานบางแห่งระบุว่า B2B แต่มีผู้เข้าชมทั่วไปจำนวนมาก | เหมาะมาก หาก Visitor Profile ชัด |
| Buyer-Seller Meet | ต้องการพบคู่ค้าแบบตัวต่อตัวและมีเวลาในตลาดจำกัด | มีโอกาสนัดหมายล่วงหน้าและคุยเชิงธุรกิจได้ลึก | คุณภาพขึ้นอยู่กับการคัด Buyer และความตรงของ Matching | เหมาะมาก สำหรับทดสอบตลาด |
| Pavilion หรือคณะธุรกิจ | SME ทีมเล็ก หรือยังไม่มีประสบการณ์จัดบูธในอินเดีย | ลดภาระด้านบูธ โลจิสติกส์ และการประสานงาน | พื้นที่และตำแหน่งอาจเลือกได้น้อย | เหมาะมาก หากสิทธิประโยชน์ชัดเจน |
| Conference-led Expo | ธุรกิจบริการ SaaS, AI, Fintech, HealthTech หรือวิศวกรรม | สร้างความน่าเชื่อถือและพบผู้บริหารหรือผู้เชี่ยวชาญ | ผู้ร่วม Conference อาจไม่ได้มีงบซื้อทุกคน | เหมาะ เมื่อมี Demo และ Use Case พร้อม |
| Consumer Fair | มีตัวแทนหรือช่องทางขายแล้ว และต้องการทดสอบผู้บริโภค | เห็นปฏิกิริยาต่อสินค้า ราคา และแพ็กเกจจิ้งโดยตรง | ได้รายชื่อลูกค้าทั่วไป แต่ไม่จำเป็นต้องได้ Distributor | ยังไม่ใช่ตัวเลือกแรก หากยังไม่มีช่องทางขาย |
| Mega General Expo | มีทีมขาย แบรนด์ งบ และเครือข่ายนัดหมายอยู่แล้ว | การมองเห็นสูงและพบผู้เข้าร่วมหลายกลุ่ม | ค่าใช้จ่ายสูง Lead กระจาย และแข่งขันด้านภาพลักษณ์หนัก | ควรเริ่มภายหลัง เมื่อรู้ตลาดแล้ว |
4. ทำไมงาน B2B เฉพาะอุตสาหกรรมจึงเหมาะกับงานแรก?
งานเฉพาะอุตสาหกรรมช่วยให้ผู้ประกอบการเห็นตลาดในพื้นที่เดียว ทั้งผู้ซื้อ คู่แข่ง ผู้ผลิตวัตถุดิบ ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การพูดคุยจึงไม่เริ่มจากการอธิบายว่าสินค้าคืออะไร แต่สามารถเข้าสู่เรื่องราคา มาตรฐาน เงื่อนไขตัวแทน และความต้องการทางเทคนิคได้เร็วกว่า
งาน B2B ที่ดีควรมีองค์ประกอบต่อไปนี้
- ระบุกลุ่ม Trade Visitor และตำแหน่งงานของผู้เข้าร่วม
- มีรายชื่อผู้แสดงสินค้าปีก่อนให้ตรวจสอบ
- มีสัดส่วน Importer, Distributor, Retail Buyer หรือ Corporate Buyer ที่ชัดเจน
- มีระบบ Business Matching หรือช่องทางเชิญลูกค้าเข้าบูธ
- มี Seminar หรือกิจกรรมที่สะท้อนปัญหาจริงของอุตสาหกรรม
- มีรายงานหลังงานที่อธิบายวิธีนับผู้เข้าชม ไม่ใช่เพียงยอดรวม
5. Buyer-Seller Meet เหมาะกับธุรกิจแบบไหน?
Buyer-Seller Meet หรือ Reverse Buyer-Seller Meet เน้นการจับคู่ผู้ขายกับผู้ซื้อที่ได้รับเชิญ รูปแบบนี้เหมาะกับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการใช้เวลาสั้น ๆ เพื่อพบคู่ค้าหลายราย โดยไม่ต้องลงทุนตกแต่งบูธขนาดใหญ่
หน่วยงานส่งเสริมการค้าในอินเดีย เช่น FIEO, APEDA และ EEPC India มีการจัดหรือสนับสนุน Trade Fair, B2B Meeting และ Buyer-Seller Meet ในหลายอุตสาหกรรม รูปแบบงานจึงเป็นช่องทางหนึ่งที่ผู้ประกอบการสามารถใช้ศึกษาวิธีคัดคู่ค้าและวางแผนการเจรจาได้
Buyer-Seller Meet เหมาะเมื่อ
- สินค้ามีราคา ข้อมูลจำเพาะ และเงื่อนไขการขายพร้อมแล้ว
- ต้องการหา Importer, Distributor, Sourcing Company หรือผู้ซื้อองค์กร
- ทีมสามารถนำเสนอธุรกิจภายในเวลาสั้นและถามคำถามคัด Buyer ได้
- มี Sample, Catalogue, MOQ, Lead Time และ Price Range พร้อม
- พร้อมติดตามผู้ซื้อทันทีหลังการประชุม
6. Pavilion หรือคณะธุรกิจช่วยลดความเสี่ยงอย่างไร?
สำหรับ SME หรือบริษัทที่ไปอินเดียครั้งแรก การเข้าร่วม Pavilion ของประเทศ หน่วยงาน สมาคม หรือกลุ่มอุตสาหกรรมอาจช่วยลดภาระด้านพื้นที่ ตกแต่งบูธ การประสานงานกับผู้จัดงาน และโลจิสติกส์หน้างาน
ข้อได้เปรียบอีกด้านคือ ผู้เข้าชมมักเข้าใจทันทีว่าพื้นที่นั้นรวมผู้ขายจากประเทศหรืออุตสาหกรรมใด ทำให้แบรนด์ขนาดเล็กได้รับ Traffic จากภาพรวมของ Pavilion มากกว่าการตั้งบูธเดี่ยวในตำแหน่งที่คนเดินน้อย
ก่อนสมัคร Pavilion ควรถามให้ครบ
- ค่าร่วมโครงการรวมพื้นที่ ป้าย เฟอร์นิเจอร์ ไฟฟ้า และบัตรทีมงานหรือไม่
- ผู้เข้าร่วมได้พื้นที่แสดงสินค้าขนาดเท่าไร
- หน่วยงานช่วยเชิญ Buyer หรือนัดหมายธุรกิจหรือไม่
- มีล่ามหรือผู้ประสานงานในพื้นที่หรือไม่
- สินค้า Sample ต้องส่งผ่านบริษัทใดและถึงงานก่อนวันไหน
- ผู้ประกอบการสามารถนำเสนอแบรนด์ของตัวเองได้มากน้อยเพียงใด
7. ธุรกิจบริการ เทคโนโลยี และ B2B Solution ควรเลือกงานแบบไหน?
ธุรกิจบริการและเทคโนโลยีไม่ได้ขายด้วยการวางสินค้าไว้บนชั้น การออกงานจึงควรมีพื้นที่สำหรับ Demo, Case Study, Seminar หรือการประชุมกับผู้มีอำนาจตัดสินใจ งานที่มี Conference ควบคู่กับ Expo อาจเหมาะกว่างานที่เน้นพื้นที่แสดงสินค้าขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว
งานที่เหมาะควรเปิดโอกาสให้ธุรกิจ
- สาธิตผลิตภัณฑ์หรือระบบกับผู้ใช้จริง
- นำเสนอ Use Case ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอินเดีย
- พบ CTO, CIO, Product Head, Factory Manager หรือ Innovation Team
- เจอ System Integrator และบริษัทที่ดูแลการติดตั้งในประเทศ
- เข้าร่วม Workshop, Roundtable หรือกิจกรรม Networking แบบจำกัดกลุ่ม
8. งานแฟร์ประเภทไหนยังไม่ควรเป็นงานแรก?
งาน Mega Expo ที่รวมหลายอุตสาหกรรม
งานขนาดใหญ่อาจสร้างการมองเห็น แต่การแข่งขันด้านตำแหน่งบูธ ขนาดพื้นที่ และกิจกรรมดึงคนสูง หากแบรนด์ยังไม่มีชื่อในตลาดและไม่มีนัดหมายล่วงหน้า บูธอาจถูกกลืนไปกับผู้แสดงสินค้าจำนวนมาก
งาน Consumer Fair เมื่อยังไม่มีช่องทางจำหน่าย
การได้รับคำชมจากผู้บริโภคไม่ได้หมายความว่าจะมี Importer รับสินค้า หากยังไม่มีระบบนำเข้า ราคา Distributor และแผนกระจายสินค้า การขายทดลองในงานอาจให้ข้อมูลไม่ครบสำหรับตัดสินใจตลาด
งานที่ไม่เปิดเผยข้อมูลผู้เข้าชม
หากผู้จัดงานใช้จำนวนผู้เข้าชมเป็นจุดขาย แต่ไม่เปิดเผยอุตสาหกรรม ตำแหน่ง หรือสัดส่วน Trade Visitor ควรระวัง เพราะจำนวนคนไม่ได้สะท้อนโอกาสทางธุรกิจโดยตรง
งานที่ฝ่ายขายเร่งให้จองโดยไม่มี Floor Plan ล่าสุด
ตำแหน่งบูธใกล้ทางเข้า เวที ห้องประชุม หรือแบรนด์หลักอาจส่งผลต่อ Traffic มาก การตัดสินใจจากส่วนลดโดยไม่เห็นตำแหน่งจริงจึงมีความเสี่ยง
⚡ เลือกงานได้แล้ว แต่อย่ารอถึงใกล้เดินทางค่อยตรวจเอกสาร
ทีม Co Journey Visa ช่วยดูหนังสือเชิญ บทบาทผู้เดินทาง วันงาน เส้นทางบิน และที่พักให้สัมพันธ์กันก่อนเริ่มดำเนินการ
9. Decision Flow เลือกงานแฟร์แรกในอินเดีย
10. Checklist ตรวจงานแฟร์ก่อนจองบูธ
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| สิ่งที่ต้องตรวจ | คำถามที่ควรถามผู้จัด | สัญญาณที่ดี | สัญญาณเสี่ยง |
|---|---|---|---|
| Visitor Profile | ผู้เข้าชมมาจากอุตสาหกรรมและตำแหน่งใด | มีข้อมูลแยกประเภท Buyer และตำแหน่งงาน | มีเพียงยอดผู้เข้าชมรวม |
| Exhibitor List | บริษัทและคู่แข่งรายใดเข้าร่วมปีก่อน | มีแบรนด์สำคัญและผู้เล่นใน Value Chain | รายชื่อไม่อัปเดตหรือไม่ตรงอุตสาหกรรม |
| Business Matching | เลือก Buyer เองได้หรือผู้จัดเป็นผู้จับคู่ | มีระบบ Profile และยืนยันเวลานัดหมาย | รับปากว่าจะมี Buyer แต่ไม่บอกกระบวนการ |
| Floor Plan | บูธอยู่ใกล้ทางเข้า เวที หรือโซนอุตสาหกรรมใด | มีแปลนล่าสุดและเห็นบูธรอบข้าง | ให้ชำระเงินก่อนเลือกตำแหน่ง |
| ค่าใช้จ่ายจริง | ราคาได้รวมไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ ป้าย และบัตรหรือยัง | ใบเสนอราคาแยกรายการชัดเจน | มีค่าใช้จ่ายหน้างานหลายรายการที่ไม่ระบุ |
| Sample และโลจิสติกส์ | ใครเป็นผู้รับสินค้าและต้องส่งถึงวันไหน | มีคู่มือ Exhibitor และผู้ให้บริการอย่างเป็นทางการ | ฝ่ายขายให้ขนสินค้าไปเองโดยไม่มีขั้นตอน |
| รายงานหลังงาน | มี Post-show Report ของรอบก่อนหรือไม่ | มีข้อมูล Buyer, ประเทศ, อุตสาหกรรม และผลกิจกรรม | มีเพียงรูปบรรยากาศและคำประชาสัมพันธ์ |
11. ตัวอย่างเลือกประเภทงานตามธุรกิจไทย
เคสที่ 1: แบรนด์อาหารไทยยังไม่มีผู้นำเข้า
จุดที่ต้องพิสูจน์: รสชาติ ราคา อายุสินค้า มาตรฐาน และความสนใจของ Distributor
งานที่ควรเริ่ม: งาน B2B ด้านอาหารหรือ Hospitality ที่มี Importer, Retail Buyer และ Foodservice Buyer หรือ Buyer-Seller Meet ด้านอาหาร
เคสที่ 2: เครื่องจักรไทยต้องการตัวแทนติดตั้ง
จุดที่ต้องพิสูจน์: ความต้องการทางเทคนิค ราคาอะไหล่ ความสามารถดูแลหลังการขาย และพื้นที่ตลาด
งานที่ควรเริ่ม: งานวิศวกรรมหรือ Manufacturing Expo เฉพาะทางที่มีโรงงาน System Integrator และ Distributor หรือ Reverse Buyer-Seller Meet ด้านวิศวกรรม
เคสที่ 3: บริษัท SaaS ต้องการลูกค้าองค์กร
จุดที่ต้องพิสูจน์: ปัญหาที่ระบบแก้ได้ วิธีเชื่อมต่อ ความปลอดภัย และความพร้อมของลูกค้าในการทดลองระบบ
งานที่ควรเริ่ม: Conference-led Expo, Roundtable หรือ B2B Technology Event ที่มี CTO, CIO, Product Team และ System Integrator
12. ไปออกงานแฟร์ที่อินเดียต้องเตรียมวีซ่าและเอกสารอะไร?
การเดินทางไปดูงาน ออกบูธ พบคู่ค้า หรือเข้าร่วม Conference อาจเกี่ยวข้องกับประเภทและเอกสารประกอบที่ต่างกัน ผู้เดินทางจึงควรตรวจวัตถุประสงค์ก่อนสมัคร วีซ่าอินเดีย ไม่ควรเลือกหมวดจากคำว่า Business หรือ Conference โดยไม่ตรวจบทบาทในงานและคำแนะนำล่าสุดของระบบทางการ
เอกสารเบื้องต้นที่ควรเตรียม
- หนังสือเดินทางตามเงื่อนไขที่ระบบทางการกำหนด
- หนังสือเชิญจากผู้จัดงาน บริษัทคู่ค้า หรือหน่วยงานในอินเดีย
- หลักฐานลงทะเบียน บัตรผู้แสดงสินค้า หรือสัญญาบูธ
- หนังสือรับรองจากบริษัทไทย ระบุตำแหน่งและวัตถุประสงค์
- ตารางงาน การประชุม และรายชื่อคู่ค้าที่นัดหมาย
- ข้อมูลที่พักและ ตั๋วเครื่องบิน ที่สัมพันธ์กับวันงาน
- รายละเอียดผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายและข้อมูลติดต่อในอินเดีย
- เอกสารบริษัทที่ต้อง แปลเอกสาร เป็นภาษาอังกฤษตามข้อกำหนด
หากหนังสือเชิญ วันงาน โรงแรม และเที่ยวบินอธิบายทริปคนละแบบ ควรแก้ก่อนเริ่ม ทำวีซ่า เพราะเอกสารครบไม่ได้หมายความว่าภาพรวมของวัตถุประสงค์จะชัดเสมอไป
13. แหล่งข้อมูลทางการสำหรับตรวจงานแฟร์และการเดินทาง
ปฏิทินงาน วันจัด สถานที่ รูปแบบ Buyer Matching เงื่อนไขผู้แสดงสินค้า และข้อกำหนดวีซ่าสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจหน้าเว็บไซต์ของผู้จัดงานและหน่วยงานทางการก่อนจ่ายค่าบูธหรือจองการเดินทาง
🔎 เว็บไซต์ทางการที่ควรใช้ตรวจข้อมูล
- India Trade Promotion Organisation – ปฏิทินงานและนิทรรศการ
- FIEO – Trade Fairs และ B2B Meetings
- APEDA – งานแสดงสินค้าและกิจกรรมด้านอาหารและเกษตร
- EEPC India – Trade Fair, Delegation และ Buyer-Seller Meet ด้านวิศวกรรม
- India Visa Online – ระบบวีซ่าทางการของรัฐบาลอินเดีย
- Trade Report กระทรวงพาณิชย์ไทย – ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ
ควรตรวจเว็บไซต์เฉพาะของงานเพิ่มเติม โดยเฉพาะ Visitor Profile, Exhibitor Manual, Floor Plan, Business Matching, หนังสือเชิญ และผู้ให้บริการขนส่งที่ได้รับอนุญาต
⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?
- ช่วยตรวจวัตถุประสงค์ของทริป — แยกว่าเดินทางไปดูงาน ออกบูธ พบคู่ค้า หรือเข้าร่วม Conference
- ช่วยตรวจหนังสือเชิญและเอกสารบริษัท — ดูชื่อผู้เดินทาง บทบาท วันจัดงาน และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้สัมพันธ์กัน
- ช่วยวางแผนเที่ยวบินและที่พัก — ตรวจเมือง สนามบิน และระยะเดินทางจากโรงแรมไปสถานที่จัดงาน
- ช่วยดูเอกสารเป็นรายเคส — พิจารณาตามประเภทธุรกิจ กิจกรรมในงาน และประวัติผู้เดินทางจริง
- ไม่โอเวอร์เคลมผลลัพธ์ — ทีมช่วยวางแผนและลดความเสี่ยงด้านเอกสาร แต่ผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
❓ คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับการเริ่มออกงานแฟร์ในอินเดีย
📌 สรุปผู้ประกอบการไทยควรเริ่มจากงานแฟร์แบบไหน
- เริ่มจากงานที่ช่วยพิสูจน์ Buyer ราคา คู่แข่ง และความต้องการของตลาด
- งาน B2B เฉพาะอุตสาหกรรมเหมาะกับการหาผู้นำเข้าและศึกษาตลาด
- Buyer-Seller Meet เหมาะกับการประชุมคู่ค้าหลายรายในเวลาจำกัด
- Pavilion หรือคณะธุรกิจเหมาะกับ SME ที่ยังไม่พร้อมจัดบูธเอง
- Conference-led Expo เหมาะกับบริการ เทคโนโลยี และสินค้าที่ต้องอธิบายเชิงลึก
- Consumer Fair ควรใช้เมื่อมีช่องทางขายหรือ Distributor รองรับแล้ว
- Mega Expo ควรลงทุนเมื่อรู้ตลาด มีนัดหมาย และมีทีมติดตาม Lead พร้อม
- ตรวจ Visitor Profile, Business Matching, Floor Plan และค่าใช้จ่ายรวมก่อนจอง
- ตรวจวีซ่า หนังสือเชิญ เที่ยวบิน และที่พักจากข้อมูลทางการล่าสุดก่อนเดินทาง
เลือกงานที่ใช่แล้ว ควรวางเอกสารเดินทางให้สอดคล้องตั้งแต่ต้น
ส่งชื่องาน เมือง วันจัดงาน บทบาทของผู้เดินทาง และแผนเที่ยวบินมาให้ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจภาพรวมเบื้องต้นได้ ทั้งหนังสือเชิญ เอกสารบริษัท ที่พัก และวัตถุประสงค์การเดินทาง โดยพิจารณาจากรายละเอียดจริงของแต่ละเคส
📱 ปรึกษาทาง LINE: @cojourneyvisa หรือโทร 080-841-2543 / 061-031-2188 | cojourneyvisa@gmail.com
