ไปงานแฟร์จีนในฐานะ Buyer ควรใช้วีซ่าธุรกิจ M หรือวีซ่าท่องเที่ยว L

ไปงานแฟร์จีนในฐานะ Buyer ควรใช้วีซ่าธุรกิจ M หรือวีซ่าท่องเที่ยว L

🇨🇳 China Trade Fair Buyer Guide
ไปงานแฟร์จีนในฐานะ Buyer ควรใช้วีซ่าธุรกิจ M หรือวีซ่าท่องเที่ยว L
คำตอบไม่ได้มีเพียง M หรือ L เพราะผู้ถือพาสปอร์ตไทยธรรมดาที่เข้าจีนแผ่นดินใหญ่ระยะสั้นเพื่อธุรกิจ อาจใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าได้
📅 ตรวจข้อมูลล่าสุด: 4 สิงหาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่านประมาณ 14 นาที

หลายบริษัทวางแผนส่งเจ้าของกิจการ ฝ่ายจัดซื้อ หรือ Product Manager ไปงานแฟร์ที่กวางโจว เซี่ยงไฮ้ เซินเจิ้น หรือเมืองอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อดูสินค้า ขอราคา พบโรงงาน และคัดเลือกซัพพลายเออร์ แต่เมื่อถึงขั้นตอนเดินทางกลับไม่แน่ใจว่าควรเลือกวีซ่าธุรกิจ M หรือใช้วีซ่าท่องเที่ยว L เพราะไม่ได้ไปขายสินค้าและยังไม่มีสัญญาซื้อขาย

จุดที่ต้องดูไม่ใช่ว่ามีการซื้อขายสำเร็จแล้วหรือไม่ แต่คือ วัตถุประสงค์หลักของการเดินทาง หากเดินทางในฐานะ Buyer เพื่อสำรวจสินค้า เจรจา ขอใบเสนอราคา พบผู้ผลิต หรือสร้างความสัมพันธ์ทางการค้า กิจกรรมหลักมีลักษณะทางธุรกิจและการค้า ไม่ใช่การท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทยธรรมดา ปัจจุบันมีความตกลงยกเว้นวีซ่าระหว่างไทยกับจีนที่ครอบคลุมการติดต่อทางธุรกิจระยะสั้นตามเงื่อนไข จึงควรตรวจสิทธิยกเว้นวีซ่าก่อนเริ่ม ยื่นวีซ่าจีน เพราะหลายเคสอาจไม่จำเป็นต้องขอทั้ง M และ L

คำตอบตรงประเด็น: หากถือพาสปอร์ตไทยธรรมดา ไปจีนแผ่นดินใหญ่เพื่อเข้าชมงานแฟร์ในฐานะ Buyer พบคู่ค้า หรือจัดซื้อสินค้า พำนักไม่เกิน 30 วัน และไม่ได้เข้าไปทำงาน ศึกษา ทำข่าว หรือทำกิจกรรมที่ต้องได้รับอนุมัติล่วงหน้า โดยทั่วไปสามารถใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าได้ จึงอาจไม่ต้องเลือกทั้ง M และ L แต่หากไม่เข้าเงื่อนไขยกเว้นวีซ่าและต้องขอวีซ่า จุดประสงค์ลักษณะนี้ควรเป็นวีซ่าธุรกิจ M ไม่ใช่วีซ่าท่องเที่ยว L

🔍 ไปงานแฟร์อย่างเดียว หรือมีนัดโรงงาน สาธิตสินค้า และงานติดตั้งด้วย?
ส่งสัญชาติ วันเดินทาง ชื่องาน และกิจกรรมรายวันให้ทีมช่วยแยก Visa-free, M Visa และกิจกรรมที่อาจต้องตรวจ Work Authorization เพิ่ม

📱 ตรวจประเภทการเดินทางก่อนจอง

Buyer คนไทยไปงานแฟร์จีน ต้องขอวีซ่าหรือไม่

ความตกลงยกเว้นวีซ่าระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีนมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2024 ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยธรรมดาสามารถเข้า ออก หรือผ่านแดนจีนได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า โดยพำนักแต่ละครั้งไม่เกิน 30 วัน และรวมกันไม่เกิน 90 วันในช่วง 180 วัน

ข้อยกเว้นนี้ไม่ครอบคลุมการพำนักถาวร การทำงาน การศึกษา กิจกรรมสื่อ หรือกิจกรรมอื่นที่ต้องได้รับอนุมัติจากหน่วยงานจีนล่วงหน้า แต่การติดต่อธุรกิจระยะสั้นอยู่ในขอบเขตที่ความตกลงมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวก

Visa-free

พาสปอร์ตไทยธรรมดา

ไปงานแฟร์ พบซัพพลายเออร์ เจรจา และพำนักไม่เกิน 30 วัน โดยไม่มีการทำงานหรือกิจกรรมที่ต้องอนุมัติล่วงหน้า

M Visa

ต้องขอวีซ่าและไปเพื่อธุรกิจ

เช่น อยู่เกินสิทธิยกเว้นวีซ่า ใช้หนังสือเดินทางที่ไม่เข้าเงื่อนไข หรือมีเหตุจำเป็นต้องขอวีซ่าล่วงหน้า โดยกิจกรรมหลักเป็นการค้า

ตรวจเพิ่ม

กิจกรรมเกินขอบเขต Buyer

เช่น ติดตั้ง สาธิตเพื่อขาย ให้บริการลูกค้า ทำงานในบูธ ผลิตสินค้า หรือรับค่าตอบแทนในจีน

⚠️ Visa-free ไม่ได้แปลว่าเข้าเมืองโดยไม่มีการตรวจ: เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจีนยังสามารถตรวจจุดประสงค์ เอกสารประกอบ ระยะพำนัก และเงื่อนไขการเข้าเมืองได้ ผู้เดินทางควรแจ้งวัตถุประสงค์ตามจริงและพกหลักฐานที่สัมพันธ์กับงานแฟร์

วีซ่าธุรกิจ M และวีซ่าท่องเที่ยว L ต่างกันอย่างไร

ประเด็น วีซ่า M วีซ่า L กรณี Buyer งานแฟร์
วัตถุประสงค์ กิจกรรมทางธุรกิจ การค้า และเชิงพาณิชย์ การท่องเที่ยว เข้าชมเพื่อจัดซื้อหรือพบคู่ค้าเข้าทาง M มากกว่า
กิจกรรมตัวอย่าง พบคู่ค้า ขอราคา เจรจา สำรวจสินค้า และติดต่อทางการค้า เที่ยวชมสถานที่ พักผ่อน และกิจกรรมท่องเที่ยว Buyer Registration และ Supplier Meeting เป็นหลักฐานธุรกิจ
เอกสารหลักเมื่อต้องยื่น หนังสือเชิญจากคู่ค้าหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจีน แผนท่องเที่ยว ตั๋วไป–กลับ ที่พัก หรือหนังสือเชิญตามเกณฑ์ ไม่ควรทำแผนเที่ยวแทนจุดประสงค์งานแฟร์
ความเสี่ยงเมื่อเลือกผิด ต้องอธิบายกิจกรรมและผู้เชิญให้ตรง เอกสารอาจไม่ตรงกับ Registration และการนัดธุรกิจ ข้อมูลขัดกันอาจกระทบความน่าเชื่อถือ
เลื่อนตารางซ้าย–ขวาได้บนโทรศัพท์มือถือ
💡 หลักเลือกง่าย ๆ: หากไม่มีงานแฟร์และการพบซัพพลายเออร์ คุณยังเดินทางไปจีนอยู่หรือไม่ หากคำตอบคือ “ไม่” แสดงว่างานแฟร์คือจุดประสงค์หลัก และไม่ควรเลือก L เพียงเพราะเตรียมเอกสารท่องเที่ยวง่ายกว่า

กิจกรรมแบบใดถือเป็น Buyer ทางธุรกิจ แม้ยังไม่ได้ซื้อสินค้า

Buyer ไม่จำเป็นต้องมี Purchase Order ก่อนเดินทาง กิจกรรมต่อไปนี้ยังมีวัตถุประสงค์ทางการค้า เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจจัดซื้อและสร้างความสัมพันธ์กับผู้ขาย

1
เดินชมงานเพื่อหา Supplier
สำรวจผู้ผลิต เปรียบเทียบสินค้า และคัดเลือกโรงงานที่เหมาะกับธุรกิจ
2
ขอใบเสนอราคาและเงื่อนไขการค้า
สอบถาม MOQ, ราคา การชำระเงิน ระยะผลิต การรับประกัน และ Incoterms
3
นัดพบ Exhibitor หรือคู่ค้า
พูดคุยเรื่องสินค้า การเป็นตัวแทนจำหน่าย Private Label หรือความร่วมมือทางธุรกิจ
4
ขอตัวอย่างและประเมินคุณภาพ
ตรวจตัวอย่าง วัสดุ มาตรฐาน และความสามารถของโรงงานก่อนสั่งซื้อ
5
เยี่ยมโรงงานหลังจบงานแฟร์
ดูสายการผลิต ระบบคุณภาพ และกำลังผลิตเพื่อประกอบการตัดสินใจทางการค้า

หากต้องออกหนังสือบริษัทหรือเอกสารอธิบายจุดประสงค์ ควรใช้ข้อมูลจาก Buyer Registration, Appointment Schedule และรายชื่อ Supplier จริง การใช้ หนังสือรับรองและจดหมายประกอบวีซ่า ควรช่วยอธิบายข้อเท็จจริง ไม่ใช่เปลี่ยนการเดินทางเพื่อธุรกิจให้ดูเหมือนการท่องเที่ยว

เงื่อนไขยกเว้นวีซ่าไทย–จีนที่ Buyer ต้องตรวจ

เงื่อนไข สิ่งที่ต้องตรวจ ตัวอย่างที่อาจไม่เข้าเงื่อนไข
ประเภทหนังสือเดินทาง ต้องเป็นหนังสือเดินทางไทยธรรมดาที่มีผลใช้ได้ Travel Document หรือหนังสือเดินทางสัญชาติอื่นต้องตรวจสิทธิของสัญชาตินั้น
ระยะพำนักต่อครั้ง ไม่เกิน 30 วัน วางแผนอยู่จีน 35 วันเพื่อดูหลายงานแฟร์และหลายโรงงาน
จำนวนวันสะสม ไม่เกิน 90 วันในช่วง 180 วัน เดินทางเข้าออกจีนบ่อยจนจำนวนวันสะสมใกล้เกณฑ์
วัตถุประสงค์ ธุรกิจหรือการเดินทางระยะสั้นที่อยู่ในขอบเขต เข้าทำงาน ศึกษา ทำข่าว หรือกิจกรรมที่ต้องอนุมัติล่วงหน้า
พื้นที่ปลายทาง บทความนี้กล่าวถึงจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกงและมาเก๊ามีกฎตรวจคนเข้าเมืองแยกต่างหาก
❌ อย่าใช้วิธีออกจากจีนแล้วกลับเข้าใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงวัตถุประสงค์จริง: แม้ความตกลงกำหนดจำนวนวันต่อครั้งและจำนวนวันสะสม แต่ผู้ใช้สิทธิไม่ควรทำกิจกรรมที่ไม่ตรงกับจุดประสงค์หรือใช้การเข้าออกถี่เพื่อพำนักหรือทำงานต่อเนื่องในจีน

เดินทางแบบ Visa-free ไปงานแฟร์ ควรพกเอกสารอะไร

การยกเว้นวีซ่าหมายถึงไม่ต้องยื่นคำร้องวีซ่าล่วงหน้าตามเงื่อนไข ไม่ได้หมายความว่าผู้เดินทางไม่ต้องมีหลักฐานอธิบายทริป สถานทูตจีนแนะนำให้ผู้ใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าพกเอกสารที่สอดคล้องกับจุดประสงค์ เช่น หนังสือเชิญ ตั๋วเดินทาง และหลักฐานที่พัก

เอกสาร ใช้ยืนยันอะไร ข้อควรตรวจ
Buyer Registration หรือ Badge Confirmation ยืนยันการลงทะเบียนเข้าร่วมงานในฐานะผู้ซื้อ ชื่อผู้เดินทาง วันงาน และสถานที่ต้องถูกต้อง
Invitation Letter หรือ Fair Confirmation ยืนยันผู้จัดงาน คู่ค้า หรือองค์กรที่เชิญ ไม่จำเป็นต้องสร้างหนังสือเชิญหากไม่มีผู้เชิญจริง
Supplier Meeting Schedule แสดงรายชื่อบริษัท เวลา และวัตถุประสงค์การนัดหมาย ข้อมูลควรตรงกับอีเมลหรือผู้ติดต่อจริง
Employment หรือ Company Letter ยืนยันตำแหน่ง เหตุผลเดินทาง และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย เจ้าของกิจการอาจใช้เอกสารธุรกิจที่เกี่ยวข้องแทนตามสถานการณ์
ตั๋วเดินทางออกจากจีน แสดงแผนออกจากประเทศภายในระยะที่อนุญาต วันต้องสัมพันธ์กับที่พักและ Agenda
หลักฐานที่พัก แสดงที่อยู่และเมืองที่พำนัก หากพักกับคู่ค้าควรมีข้อมูลที่ตรวจสอบได้

การเตรียม แผนเที่ยวบินไปจีน ควรเลือกวันที่สัมพันธ์กับงานแฟร์และเงื่อนไขเปลี่ยนแปลงที่เหมาะสม ไม่ควรจองตั๋วที่คืนไม่ได้เพียงเพราะเข้าใจว่าการยกเว้นวีซ่าเท่ากับได้รับอนุญาตเข้าเมืองล่วงหน้าแล้ว

📌 ชื่อวัตถุประสงค์ที่ควรใช้ตามจริง: หากถูกถามที่สายการบินหรือด่านตรวจคนเข้าเมือง ควรตอบว่าเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในฐานะ Buyer เพื่อสำรวจสินค้าและพบ Supplier ไม่ควรตอบว่ามาท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว หากในกระเป๋ามี Buyer Badge, Catalog และนัดหมายทางธุรกิจจำนวนมาก

หากต้องยื่นวีซ่าธุรกิจ M ต้องเตรียมอะไร

ตามคู่มือของสถานทูตจีนประจำประเทศไทย วีซ่า M ออกสำหรับธุรกิจและการค้าเชิงพาณิชย์ โดยเอกสารสำคัญคือหนังสือเชิญจากคู่ค้าหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศจีน พร้อมเอกสารทั่วไปและเอกสารเพิ่มเติมตามที่เจ้าหน้าที่ร้องขอ

1
แบบฟอร์มและหนังสือเดินทาง
กรอกข้อมูลตามระบบทางการและตรวจอายุหนังสือเดินทาง หน้าว่าง และประวัติวีซ่าจีนเดิม
2
Invitation Letter จากจีน
อาจออกโดยผู้จัดงาน คู่ค้า ผู้ผลิต หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีตัวตนและความสัมพันธ์กับทริปจริง
3
Buyer Registration และ Agenda
ช่วยแสดงว่างานแฟร์เป็นกิจกรรมหลักและมีแผนการพบ Supplier อย่างไร
4
หนังสือบริษัทไทย
อธิบายตำแหน่ง เหตุผลที่ได้รับมอบหมาย ระยะเดินทาง และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย เมื่อเกี่ยวข้องกับ Checklist หรือเคส
5
แผนเดินทางและที่พัก
วันเข้า–ออก เมือง งานแฟร์ และการเยี่ยมโรงงานต้องเรียงเป็น Timeline เดียวกัน
⚠️ เจ้าหน้าที่อาจขอเอกสารหรือสัมภาษณ์เพิ่มเติม: รายการเอกสารพื้นฐานไม่ได้รับประกันว่าคำร้องจะถูกอนุมัติ สถานทูตจีนเป็นผู้พิจารณาประเภทวีซ่า อายุวีซ่า จำนวนครั้งเข้าออก และระยะพำนักตามข้อมูลของผู้สมัคร

Invitation Letter สำหรับ Buyer ควรมีข้อมูลอะไร

หนังสือเชิญสำหรับ M Visa ควรทำหน้าที่อธิบายความสัมพันธ์และกิจกรรมทางการค้า ไม่ใช่เพียงเขียนว่า “เชิญมาเยี่ยมบริษัท” โดยไม่มีข้อมูลว่าผู้เดินทางจะทำอะไร

กลุ่มข้อมูล รายละเอียดที่ควรมี ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง
ข้อมูลผู้ได้รับเชิญ ชื่อ เพศ วันเกิด เลขหนังสือเดินทางหากใช้ในแบบฟอร์ม สะกดชื่อไม่ตรงพาสปอร์ต
เหตุผลเดินทาง ชื่องานแฟร์ การจัดซื้อ การพบ Supplier หรือเยี่ยมโรงงาน เขียน Tourism หรือ Visit Friend ทั้งที่เป็นทริปบริษัท
วันและสถานที่ วันเข้าจีน วันออก เมือง สถานที่จัดงาน และสถานที่นัดหมาย วันในจดหมายไม่ตรงกับ Registration และเที่ยวบิน
ความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ผู้จัดงาน คู่ค้าปัจจุบัน ผู้ผลิตที่กำลังเจรจา หรือผู้แนะนำ สร้างประวัติซื้อขายที่ยังไม่เคยเกิดขึ้น
ค่าใช้จ่าย ใครออกค่าตั๋ว ที่พัก อาหาร และค่าใช้จ่ายในจีน ขัดกับหนังสือบริษัทไทยหรือแบบฟอร์ม
ข้อมูลหน่วยงานผู้เชิญ ชื่อ ที่อยู่ โทรศัพท์ ตราประทับ และผู้ลงนามตามเกณฑ์ ใช้หนังสือจากนายหน้าที่ไม่เกี่ยวข้องกับทริป

หากหนังสือเชิญหรือเอกสารบริษัทต้องใช้ภาษาจีนหรือภาษาอังกฤษ ควรตรวจชื่อบริษัทและคำศัพท์ทางการค้าก่อน แปลเอกสารธุรกิจ เพราะการแปลตำแหน่งหรือกิจกรรมผิดอาจทำให้ Buyer ดูเหมือนผู้เข้าไปทำงานหรือให้บริการในจีน

ไปงานแฟร์พร้อมเที่ยวต่อ ควรระบุจุดประสงค์อย่างไร

ทริปหนึ่งสามารถมีทั้งงานแฟร์และท่องเที่ยวได้ แต่เอกสารควรสะท้อนสัดส่วนจริง หากเดินทาง 7 วัน โดยเข้าร่วมงานแฟร์ 4 วัน พบโรงงาน 1 วัน และเที่ยว 2 วัน วัตถุประสงค์หลักยังมีลักษณะทางธุรกิจ

1
ระบุ Primary Purpose
ใช้เหตุผลที่เป็นต้นทางของการเดินทาง เช่น เข้าร่วมงานแฟร์เพื่อจัดซื้อสินค้า
2
แสดง Business Schedule
ใส่วันงาน นัด Supplier และเยี่ยมโรงงานตามจริง
3
แสดงวันท่องเที่ยวเป็นกิจกรรมรอง
ระบุเมืองและที่พักโดยไม่ต้องทำให้ทริปทั้งหมดดูเป็น Business Meeting
4
ตรวจเอกสารไม่ให้แย้งกัน
Buyer Registration, Invitation, โรงแรม เที่ยวบิน และคำตอบเข้าเมืองควรเล่า Timeline เดียวกัน
❌ ไม่ควรทำแผนท่องเที่ยวปลอมเพื่อใช้ L Visa: หากวัตถุประสงค์จริงคือจัดซื้อและพบคู่ค้า การปิดบังกิจกรรมธุรกิจอาจทำให้ข้อมูลในใบสมัคร เอกสารงานแฟร์ และคำตอบตอนเข้าเมืองขัดกัน

เส้นแบ่งระหว่าง Buyer กับการทำงานในจีน

การเป็น Buyer โดยทั่วไปเน้นการชมสินค้า เจรจา และตัดสินใจซื้อ แต่บางบริษัทส่งพนักงานไปทำหลายหน้าที่ในทริปเดียว จึงควรตรวจว่ามีกิจกรรมที่เกินขอบเขตผู้ซื้อหรือไม่

กิจกรรม ลักษณะโดยทั่วไป สิ่งที่ควรทำ
เดินชมบูธและขอราคา กิจกรรม Buyer และการค้า พก Registration และข้อมูลบริษัท
เจรจาเงื่อนไขและเซ็นข้อตกลง กิจกรรมทางธุรกิจ ตรวจเอกสารและอำนาจลงนามของบริษัท
เยี่ยมโรงงานเพื่อประเมิน Supplier อาจเป็นกิจกรรมทางธุรกิจหากเป็นการตรวจและประชุม มี Appointment และวัตถุประสงค์ชัดเจน
ช่วยตั้งบูธหรือทำงานขาย อาจเข้าใกล้การปฏิบัติงาน ตรวจประเภทวีซ่าและการอนุมัติก่อนเดินทาง
ติดตั้ง ซ่อม หรือ Commission เครื่องจักร อาจเป็นงานด้านเทคนิค ไม่ใช่กิจกรรม Buyer ตรวจ Work Visa หรือใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง
สาธิตสินค้าให้ลูกค้าหรือรับค่าจ้างในจีน อาจเป็นการให้บริการหรือทำงาน ไม่ควรใช้สถานะ Buyer อธิบายกิจกรรมทั้งหมด

🧩 บริษัทเรียกผู้เดินทางว่า Buyer แต่ Agenda มีทั้งจัดบูธ สาธิต และเยี่ยมโรงงาน?
ให้ทีมช่วยทำ Activity Map แยกกิจกรรมทางการค้าออกจากกิจกรรมที่อาจต้องได้รับอนุญาตเพิ่มเติมก่อนเดินทาง

💬 ตรวจ Buyer Activity Map

ตัวอย่างสถานการณ์ไปงานแฟร์จีน 4 แบบ

สถานการณ์สมมติ A

เจ้าของธุรกิจไทยไป Canton Fair 6 วันเพื่อหาสินค้า

ข้อมูล: ถือพาสปอร์ตไทยธรรมดา มี Buyer Registration, โรงแรม และเที่ยวบินกลับ ไม่มีการทำงานในจีน

แนวทาง: ตรวจสิทธิยกเว้นวีซ่าเป็นลำดับแรก พกหลักฐานงานแฟร์และวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ ไม่จำเป็นต้องใช้ L เพียงเพราะยังไม่มีคู่ค้าออก Invitation Letter

สถานการณ์สมมติ B

ผู้จัดการจัดซื้อถือพาสปอร์ตต่างชาติและสัญชาตินั้นไม่ได้รับยกเว้นวีซ่า

ข้อมูล: เดินทางไปงานแฟร์ พบ Supplier และเยี่ยมโรงงาน 10 วัน

แนวทาง: หากต้องขอวีซ่า จุดประสงค์สอดคล้องกับ M Visa ควรใช้หนังสือเชิญและ Agenda ที่ตรงกับกิจกรรมจริง

สถานการณ์สมมติ C

ไปงานแฟร์ 3 วันและเที่ยวเซี่ยงไฮ้ต่อ 4 วัน

ข้อมูล: เหตุหลักของทริปคืองานแฟร์ มีวันท่องเที่ยวภายหลัง

แนวทาง: ระบุธุรกิจเป็น Primary Purpose พร้อมแสดงวันท่องเที่ยวเป็นกิจกรรมรอง ไม่ควรทำแผนเที่ยว 7 วันโดยตัดงานแฟร์ออก

สถานการณ์สมมติ D

บริษัทส่ง Buyer ไปพร้อมทีมช่างติดตั้งเครื่องจักร

ข้อมูล: Buyer มีหน้าที่เจรจาซื้อ ส่วนทีมช่างต้องติดตั้งและทดสอบเครื่องจริง

แนวทาง: ไม่ควรใช้สถานะเดียวกันทั้งคณะ ต้องประเมินกิจกรรมของแต่ละคนแยกกัน เพราะทีมช่างอาจต้องใช้วีซ่าหรือการอนุมัติคนละประเภทกับ Buyer

📌 ตัวอย่างทั้งหมดเป็นสถานการณ์สมมติ: ข้อสรุปจริงขึ้นอยู่กับสัญชาติ ประเภทหนังสือเดินทาง ระยะพำนัก จำนวนวันสะสม กิจกรรม และข้อมูลที่หน่วยงานจีนประกาศในวันที่เดินทาง

แหล่งข้อมูลทางการที่ใช้ตรวจและยืนยัน

ข้อมูลในบทความแยกเป็นสองส่วน คือสิทธิยกเว้นวีซ่าสำหรับผู้ถือพาสปอร์ตไทยธรรมดา และประเภทวีซ่า M/L สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องยื่นวีซ่า ไม่ควรนำข้อมูลส่วนหนึ่งไปใช้แทนอีกส่วนโดยไม่ตรวจเงื่อนไขของผู้เดินทาง

📌 Fact Freshness: ตรวจเว็บไซต์ทางการอีกครั้งเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 กฎยกเว้นวีซ่า ขั้นตอนยื่นคำร้อง การเก็บลายนิ้วมือ ค่าธรรมเนียม เอกสาร และเงื่อนไขเข้าเมืองอาจมีการปรับเปลี่ยน ควรตรวจเว็บไซต์สถานทูตจีนและศูนย์บริการยื่นขอวีซ่าจีนในกรุงเทพฯ อีกครั้งก่อนเดินทางหรือยื่นคำร้อง

หากบริษัทจัดซื้อ ประกันเดินทางต่างประเทศ ให้พนักงาน ควรตรวจวันคุ้มครอง เมืองปลายทาง กิจกรรมเยี่ยมโรงงาน และข้อยกเว้นเกี่ยวกับการทำงานหรือการใช้เครื่องจักร ไม่ควรเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว

⭐ Co Journey Visa ช่วยตรวจเคส Buyer ไปงานแฟร์จีนอย่างไร

  • ตรวจ Visa-free Eligibility — ดูสัญชาติ ประเภทพาสปอร์ต ระยะพำนัก และจำนวนวันสะสม
  • แยก M กับ L จากกิจกรรมจริง — ไม่เลือกประเภทจากความง่ายของเอกสาร
  • ทำ Buyer Activity Map — แยกเข้าชมงาน นัด Supplier เยี่ยมโรงงาน ตั้งบูธ สาธิต และงานเทคนิค
  • ตรวจ Invitation Letter — เช็กชื่อ วันที่ ความสัมพันธ์ ค่าใช้จ่าย และข้อมูลหน่วยงานผู้เชิญ
  • ตรวจเอกสารบริษัทและแผนเดินทาง — ให้ Buyer Registration, Agenda, เที่ยวบิน และที่พักเป็น Timeline เดียวกัน
  • ตรวจแหล่งทางการล่าสุด — อ้างอิงสถานทูตจีน กระทรวงการต่างประเทศ และศูนย์รับคำร้องที่เกี่ยวข้อง

Co Journey Visa ช่วยประเมินและจัดเอกสารตามข้อเท็จจริง แต่ไม่สามารถรับรองการอนุมัติวีซ่า การอนุญาตขึ้นเครื่อง หรือการอนุญาตเข้าเมือง ซึ่งเป็นอำนาจของสถานทูต สายการบิน และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจีน

❓ คำถามที่ Buyer มักถามเรื่องวีซ่าจีน

หากถือหนังสือเดินทางไทยธรรมดา เดินทางเข้าจีนแผ่นดินใหญ่เพื่อกิจกรรมทางธุรกิจที่ได้รับอนุญาต และพำนักไม่เกิน 30 วัน โดยทั่วไปสามารถใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าตามความตกลงไทย–จีนได้ จึงอาจไม่ต้องขอทั้งวีซ่า M และ L แต่ควรพกหลักฐานงานแฟร์ การเดินทาง ที่พัก และวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ เมื่อไม่เข้าเงื่อนไขยกเว้นวีซ่าและจำเป็นต้องขอวีซ่า การเข้าร่วมงานแฟร์ในฐานะ Buyer โดยมีเป้าหมายจัดซื้อ เจรจา หรือพบคู่ค้าเหมาะกับวีซ่า M มากกว่าวีซ่า L
โดยทั่วไปการเข้าชมงานในฐานะ Buyer เพื่อสำรวจสินค้า พบผู้ผลิต ขอราคา เปรียบเทียบซัพพลายเออร์ หรือเตรียมการจัดซื้อยังมีลักษณะเป็นกิจกรรมทางการค้า แม้ยังไม่ได้ลงนามสัญญาหรือสั่งซื้อ จึงไม่ควรระบุวัตถุประสงค์หลักเป็นการท่องเที่ยวหากเป้าหมายจริงคือธุรกิจ
วีซ่า L ออกสำหรับการท่องเที่ยว ส่วนวีซ่า M ออกสำหรับกิจกรรมทางธุรกิจและการค้า หากจุดประสงค์หลักคือเข้าร่วมงานแฟร์ในฐานะ Buyer พบคู่ค้า หรือเจรจาจัดซื้อ ไม่ควรเลือกวีซ่า L เพื่อทำให้เอกสารง่ายขึ้น ผู้สมัครควรใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าหรือประเภทวีซ่าที่ตรงกับกิจกรรมจริง
ควรพกหนังสือเดินทาง ตั๋วเดินทางออกจากจีน หลักฐานที่พัก หลักฐานลงทะเบียนงานแฟร์หรือ Buyer Badge หนังสือเชิญหากมี ตารางนัดหมายกับผู้ขาย และหนังสือจากบริษัทไทยที่อธิบายตำแหน่ง วัตถุประสงค์ และค่าใช้จ่าย เอกสารเหล่านี้ไม่ได้รับประกันการเข้าเมือง แต่ช่วยยืนยันว่ากิจกรรมตรงกับจุดประสงค์ที่แจ้ง
หากเดินทางภายใต้สิทธิยกเว้นวีซ่า หนังสือเชิญไม่ใช่เอกสารขอวีซ่า แต่ควรมีหลักฐานอื่นที่แสดงวัตถุประสงค์ เช่น ใบลงทะเบียน Buyer อีเมลยืนยันงาน รายชื่อผู้แสดงสินค้าและตารางนัดหมาย หากต้องยื่นวีซ่า M แนวทางของสถานทูตจีนระบุให้ใช้หนังสือเชิญจากคู่ค้าหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศจีนตามรายละเอียดที่กำหนด
ควรระบุจุดประสงค์หลักตามกิจกรรมที่เป็นเหตุให้เดินทาง หากงานแฟร์ การพบซัพพลายเออร์ และการจัดซื้อเป็นวัตถุประสงค์หลัก ให้ระบุเป็นธุรกิจและแสดงตารางกิจกรรมตามจริง ส่วนวันที่ท่องเที่ยวสามารถแสดงเป็นกิจกรรมรองได้ ไม่ควรปิดบังส่วนธุรกิจหรือทำเอกสารสองชุดที่ขัดกัน
การเข้าชมงาน เจรจา และจัดซื้อแตกต่างจากการทำงาน หากผู้เดินทางต้องติดตั้งอุปกรณ์ สาธิตสินค้า ให้บริการลูกค้า ปฏิบัติงานแทนผู้จัดแสดง หรือได้รับค่าตอบแทนจากงานในจีน ควรตรวจข้อกำหนดด้านวีซ่าทำงานหรือการอนุมัติอื่นก่อนเดินทาง ไม่ควรถือว่าทุกกิจกรรมในงานแฟร์อยู่ภายใต้สถานะ Buyer

📌 สรุปว่า Buyer ควรใช้ M, L หรือ Visa-free

  • พาสปอร์ตไทยธรรมดาไปจีนแผ่นดินใหญ่ระยะสั้นเพื่อธุรกิจ อาจใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าได้
  • ระยะพำนักต่อครั้งต้องไม่เกิน 30 วัน และรวมไม่เกิน 90 วันในช่วง 180 วัน
  • สิทธิยกเว้นไม่ครอบคลุมการทำงาน การศึกษา สื่อ หรือกิจกรรมที่ต้องอนุมัติล่วงหน้า
  • หากต้องขอวีซ่าและจุดประสงค์หลักคือจัดซื้อ พบ Supplier หรือเจรจาการค้า ควรใช้ M
  • วีซ่า L ใช้สำหรับท่องเที่ยว ไม่ควรใช้ปิดบังวัตถุประสงค์งานแฟร์
  • Buyer ที่ยังไม่สั่งซื้อก็ถือว่ามีกิจกรรมทางการค้าได้
  • เดินทางแบบ Visa-free ควรพก Registration, Invitation หากมี, เที่ยวบิน ที่พัก และหนังสือบริษัท
  • หากมีกิจกรรมตั้งบูธ ติดตั้ง สาธิต หรือให้บริการ ต้องตรวจขอบเขตการทำงานเพิ่มเติม
  • ฮ่องกงและมาเก๊ามีกฎตรวจคนเข้าเมืองแยกจากจีนแผ่นดินใหญ่
  • การอนุญาตเข้าเมืองขั้นสุดท้ายขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่จีนตามข้อมูลและเอกสารของผู้เดินทาง

อย่าเลือก L เพียงเพราะไม่มี Invitation Letter และอย่าขอ M หากจริง ๆ ใช้ Visa-free ได้

ส่งสัญชาติ ประเภทพาสปอร์ต ชื่องานแฟร์ วันเดินทาง และกิจกรรมรายวันให้ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจสิทธิยกเว้นวีซ่า แยกกิจกรรม Buyer กับการทำงาน และจัดเอกสารให้ตรงกับวัตถุประสงค์จริง

📱 ปรึกษาทาง LINE: @cojourneyvisa หรือโทร 080-841-2543 / 061-031-2188  |  cojourneyvisa@gmail.com