แปล NAATI คืออะไร ต่างจากแปลรับรองทั่วไปอย่างไร
หลายคนกำลังเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าออสเตรเลีย สมัครเรียนต่อ ยื่น Partner Visa ทำงาน หรือเตรียมเอกสาร PR แล้วเจอคำว่า “NAATI translation” หรือ “แปล NAATI” แต่ไม่แน่ใจว่าต่างจากแปลรับรองทั่วไปอย่างไร ต้องใช้ทุกเอกสารไหม และถ้าเคยแปลเอกสารเป็นภาษาอังกฤษไว้แล้ว สามารถใช้แทนได้หรือเปล่า
คำตอบแบบเร็วคือ แปล NAATI คือคำแปลที่จัดทำโดยนักแปลที่มี credential จาก NAATI ซึ่งเป็นหน่วยงานมาตรฐานด้านนักแปลและล่ามของออสเตรเลีย ส่วนแปลรับรองทั่วไปอาจเป็นคำแปลที่บริษัทแปลหรือผู้แปลรับรองความถูกต้องเอง แต่ไม่ได้จำเป็นต้องมีเลขหรือสถานะรับรองแบบ NAATI
ถ้าเอกสารของคุณต้องยื่นกับหน่วยงานออสเตรเลีย เช่น Department of Home Affairs, มหาวิทยาลัย, assessing authority หรืองาน PR ควรตรวจให้ชัดว่าเอกสารต้องใช้แปล NAATI หรือใช้คำแปลรับรองทั่วไปได้ เพราะการใช้รูปแบบผิดอาจทำให้ถูกขอเอกสารเพิ่ม เสียเวลาอัปโหลดใหม่ หรือกระทบ deadline สำคัญ
Quick Answer: แปล NAATI ต่างจากแปลรับรองทั่วไปอย่างไร?
- แปล NAATI คือคำแปลที่จัดทำโดยนักแปลที่มี credential จาก NAATI ซึ่งเป็นหน่วยงานมาตรฐานและรับรองนักแปล/ล่ามของออสเตรเลีย
- แปลรับรองทั่วไป คือคำแปลที่ผู้แปลหรือบริษัทแปลรับรองความถูกต้อง แต่ไม่ได้จำเป็นต้องมี NAATI practitioner number
- เอกสารที่ใช้กับออสเตรเลีย เช่น วีซ่า เรียนต่อ ทำงาน Partner Visa หรือ PR มักควรตรวจว่าต้องใช้รูปแบบ NAATI หรือไม่
- Department of Home Affairs แนะนำให้เอกสารที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษมีคำแปลภาษาอังกฤษ และกรณีแปลโดยนักแปลในออสเตรเลียให้ระบุ NAATI practitioner number
- จุดที่มักพลาดคือใช้คำแปลทั่วไปแทน NAATI โดยไม่ตรวจ requirement ทำให้ถูกขอเอกสารใหม่หรือเสียเวลายื่นเพิ่ม
- ก่อนแปลควรแจ้งประเทศปลายทาง หน่วยงานที่จะยื่น ประเภทวีซ่า และ deadline เพื่อเลือกประเภทคำแปลให้ถูกตั้งแต่แรก
แปล NAATI คืออะไร?
NAATI คือหน่วยงานมาตรฐานด้านนักแปลและล่ามของออสเตรเลีย
NAATI ย่อมาจาก National Accreditation Authority for Translators and Interpreters เป็นหน่วยงานด้านมาตรฐานและการรับรองนักแปล/ล่ามในออสเตรเลีย นักแปลที่มี credential จาก NAATI จะมีข้อมูลระบุตัวตน เช่น practitioner number หรือข้อมูลรับรองที่สามารถใช้ตรวจสอบสถานะได้ตามระบบของ NAATI
จากเคสที่พบบ่อย คนที่ยื่นเอกสารกับออสเตรเลียมักเข้าใจว่า “แปลเป็นอังกฤษแล้วก็พอ” แต่ในงานจริง หน่วยงานออสเตรเลียบางแห่งต้องการคำแปลที่มีข้อมูลผู้แปลชัดเจน โดยเฉพาะเอกสารที่เกี่ยวกับตัวตน ครอบครัว การศึกษา งาน หรือสถานะทางกฎหมาย
| หัวข้อ | ความหมาย | สิ่งที่ควรดู |
|---|---|---|
| NAATI | หน่วยงานมาตรฐานและรับรองนักแปล/ล่ามในออสเตรเลีย | ตรวจข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของ NAATI |
| NAATI certified translator | นักแปลที่มี credential ตามระบบของ NAATI | ควรมี practitioner number หรือข้อมูลรับรองที่ตรวจสอบได้ |
| NAATI translation | คำแปลที่จัดทำโดยนักแปลที่มี credential จาก NAATI | ต้องตรวจชื่อ วันที่ เลขเอกสาร ตราประทับ และข้อมูลสำคัญให้ครบ |
| ใช้กับอะไรบ่อย | วีซ่าออสเตรเลีย เรียนต่อ งาน คู่สมรส PR และหน่วยงานรัฐ | ตรวจ requirement ของหน่วยงานปลายทางก่อนแปล |
แปลรับรองทั่วไปคืออะไร?
เป็นคำแปลที่ผู้แปลหรือบริษัทแปลรับรองความถูกต้อง แต่ไม่ได้เท่ากับ NAATI เสมอไป
แปลรับรองทั่วไปมักหมายถึงคำแปลที่มีการรับรองจากผู้แปล บริษัทแปล หรือหน่วยงานแปล เช่น มีลายเซ็น ตราประทับ หรือข้อความรับรองว่าคำแปลถูกต้องตรงกับต้นฉบับ เหมาะกับการใช้ในหลายบริบท เช่น เอกสารธุรกิจ เอกสารภายในบริษัท เอกสารประกอบเบื้องต้น หรือเอกสารที่หน่วยงานปลายทางไม่ได้กำหนดให้ต้องใช้ NAATI
อย่างไรก็ตาม แปลรับรองทั่วไปไม่ได้แปลว่าจะใช้แทน NAATI ได้ทุกกรณี โดยเฉพาะเมื่อปลายทางคือหน่วยงานออสเตรเลียที่มี requirement ชัดเจน หากใช้คำแปลผิดประเภท อาจไม่ได้หมายความว่าแปลผิด แต่เป็น “รูปแบบคำแปลไม่ตรงกับสิ่งที่หน่วยงานต้องการ”
| แปลรับรองทั่วไป | เหมาะกับกรณีไหน | ข้อจำกัด |
|---|---|---|
| รับรองโดยบริษัทแปล | ใช้กับเอกสารทั่วไป งานธุรกิจ หรือเอกสารที่ปลายทางรับรูปแบบนี้ | อาจไม่พอหากปลายทางต้องการ NAATI หรือผู้แปลที่มี credential เฉพาะ |
| รับรองโดยผู้แปล | ใช้กับบางหน่วยงานที่ต้องการชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร และคุณสมบัติผู้แปล | ต้องดูว่าหน่วยงานปลายทางยอมรับผู้แปลประเภทใด |
| แปลพร้อมตราประทับ | ใช้กับเอกสารที่ต้องแสดงความน่าเชื่อถือของคำแปล | ตราบริษัทแปลไม่ใช่หลักฐานว่าเป็น NAATI |
| แปลเพื่ออ่านหรือเตรียมเอกสาร | ใช้ทำความเข้าใจเอกสารหรือเตรียมข้อมูลก่อนยื่นจริง | อาจต้องแปลใหม่หากนำไปยื่นกับหน่วยงานทางการ |
แปล NAATI กับแปลรับรองทั่วไป ต่างกันอย่างไร?
ต่างกันที่ผู้แปล มาตรฐานรับรอง และการยอมรับของหน่วยงานปลายทาง
ความต่างหลักไม่ได้อยู่แค่ว่าเอกสารแปลเป็นภาษาอังกฤษเหมือนกันหรือไม่ แต่อยู่ที่ “ใครเป็นผู้แปล” “มีข้อมูลรับรองแบบใด” และ “หน่วยงานปลายทางกำหนดรูปแบบคำแปลไว้อย่างไร” โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับออสเตรเลีย ซึ่งมักต้องดูรายละเอียดของผู้แปลและการรับรองให้ชัด
| หัวข้อเปรียบเทียบ | แปล NAATI | แปลรับรองทั่วไป |
|---|---|---|
| ผู้แปล | นักแปลที่มี credential จาก NAATI | ผู้แปลทั่วไป บริษัทแปล หรือผู้แปลที่รับรองคำแปลเอง |
| ข้อมูลรับรอง | มักมี practitioner number, stamp หรือข้อมูลผู้แปลตามระบบ NAATI | อาจมีลายเซ็น ตราบริษัท หรือข้อความรับรอง แต่ไม่มีเลข NAATI |
| ใช้กับออสเตรเลีย | เหมาะกับเอกสารที่ยื่นกับหน่วยงานออสเตรเลีย เช่น วีซ่า เรียนต่อ PR | ใช้ได้เฉพาะบางกรณีที่ปลายทางไม่ได้กำหนด NAATI |
| ความเสี่ยงถ้าใช้ผิด | โดยทั่วไปตรงกับ requirement ของงานออสเตรเลียมากกว่า | อาจถูกขอแปลใหม่หากปลายทางต้องการ NAATI |
| เหมาะกับใคร | คนยื่นวีซ่าออสเตรเลีย สมัครเรียน ทำงาน Partner Visa หรือ PR | คนใช้เอกสารทั่วไป หรือใช้กับหน่วยงานที่รับคำแปลรับรองทั่วไป |
เอกสารแบบไหนควรใช้แปล NAATI?
เอกสารที่ใช้ยื่นกับออสเตรเลียควรตรวจ requirement ก่อนเสมอ
เอกสารที่ควรพิจารณาใช้แปล NAATI มักเป็นเอกสารที่ต้องยื่นกับหน่วยงานออสเตรเลีย และมีผลต่อการพิจารณาตัวตน ความสัมพันธ์ คุณสมบัติ การศึกษา งาน หรือสถานะทางกฎหมายของผู้สมัคร โดยเฉพาะเอกสารที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ
จากประสบการณ์ทำเอกสารออสเตรเลีย จุดที่ต้องระวังคือเอกสารหลายใบเชื่อมกัน เช่น Transcript เป็นชื่อเดิม แต่พาสปอร์ตเป็นชื่อใหม่ ต้องมีใบเปลี่ยนชื่อแปลประกอบ หรือสูติบัตรใช้ยืนยันความสัมพันธ์กับผู้สนับสนุน ต้องแปลข้อมูลบิดามารดาให้ครบ
| กลุ่มเอกสาร | ตัวอย่าง | ใช้ทำอะไรบ่อย |
|---|---|---|
| เอกสารตัวตน | สูติบัตร ทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อ ใบเปลี่ยนนามสกุล | ยื่นวีซ่า ยืนยันตัวตน เชื่อมชื่อเดิมกับชื่อปัจจุบัน |
| เอกสารครอบครัว | ใบสมรส ใบหย่า สูติบัตรบุตร หนังสือรับรองสถานะ | Partner Visa, PR, เอกสารผู้ติดตาม, เอกสารผู้สนับสนุน |
| เอกสารการศึกษา | Transcript ใบปริญญา ใบรับรองจบ ใบรับรองสถานะนักเรียน | สมัครเรียนต่อ วีซ่านักเรียน skills assessment หรือ PR |
| เอกสารทำงาน | ใบรับรองงาน ใบผ่านงาน สัญญาจ้าง ใบประกอบวิชาชีพ | วีซ่าทำงาน skilled visa, employer sponsored visa หรือ PR |
| เอกสารธุรกิจ | หนังสือรับรองบริษัท หนังสือมอบอำนาจ งบการเงิน สัญญา | วีซ่าธุรกิจ เปิดบัญชี ติดต่อคู่ค้า หรือยื่นหน่วยงานรัฐ |
เอกสารแบบไหนอาจใช้แปลรับรองทั่วไปได้?
ขึ้นอยู่กับหน่วยงานปลายทาง ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้ยื่น
แปลรับรองทั่วไปยังมีประโยชน์ในหลายกรณี เช่น ใช้ประกอบการสื่อสาร ใช้กับบริษัทเอกชน ใช้เตรียมเอกสารภายใน หรือใช้กับหน่วยงานที่ไม่ได้กำหนดให้ต้องใช้ NAATI แต่ถ้าเอกสารเกี่ยวกับออสเตรเลีย ควรถามให้ชัดก่อนว่า “ปลายทางรับคำแปลประเภทนี้หรือไม่”
จากเคสจริง ปัญหามักเกิดเมื่อผู้สมัครคิดว่าเอกสารแปลอังกฤษทั้งหมดเหมือนกัน แต่เมื่อนำไปใช้กับระบบวีซ่า มหาวิทยาลัย หรือ assessing authority กลับพบว่าหน่วยงานต้องการข้อมูลผู้แปลหรือ credential เฉพาะ ทำให้ต้องแปลใหม่
| กรณีใช้งาน | แปลรับรองทั่วไปอาจพอไหม | ควรถามอะไรเพิ่ม |
|---|---|---|
| ใช้ภายในบริษัท | อาจเพียงพอ ถ้าบริษัทไม่ได้กำหนดรูปแบบเฉพาะ | ต้องมีตรา/ลายเซ็นผู้แปลหรือไม่ |
| ใช้สื่อสารกับคู่ค้า | อาจเพียงพอ หากไม่ใช่เอกสารทางราชการ | คู่ค้าต้องการ certified translation หรือไม่ |
| ใช้ประกอบเบื้องต้นก่อนสมัคร | อาจใช้ได้เพื่อประเมินเอกสารก่อน | ตอนยื่นจริงต้องใช้ NAATI หรือไม่ |
| ยื่นกับหน่วยงานออสเตรเลีย | ต้องตรวจให้ชัด ไม่ควรเดาเอง | หน่วยงานต้องการ NAATI practitioner number หรือไม่ |
ยื่นวีซ่า เรียนต่อ และ PR ออสเตรเลีย ควรเลือกแปลแบบไหน?
ให้ดูจากปลายทางของเอกสารและความเสี่ยงถ้าถูกขอแก้
ถ้าเอกสารต้องใช้กับออสเตรเลีย ควรเริ่มจากการตรวจว่าเอกสารนั้นจะยื่นกับใคร เช่น Department of Home Affairs, มหาวิทยาลัย, employer, skills assessing authority หรือหน่วยงาน PR เพราะแต่ละหน่วยงานอาจมีวิธีรับเอกสารแปลไม่เหมือนกัน
จากประสบการณ์ทำเอกสารต่างประเทศ หากเอกสารเกี่ยวกับตัวตน ครอบครัว การศึกษา และประสบการณ์ทำงาน ควรให้ความสำคัญกับความถูกต้องและรูปแบบรับรองมากกว่าราคาถูกที่สุด เพราะการแก้คำแปลภายหลังอาจกระทบวันยื่นและทำให้เอกสารทั้งชุดล่าช้า
| วัตถุประสงค์ | ควรพิจารณาแปลแบบไหน | จุดที่ต้องตรวจ |
|---|---|---|
| วีซ่าออสเตรเลีย | ควรตรวจว่าต้องใช้แปล NAATI หรือข้อมูลผู้แปลแบบใด | เอกสารที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษต้องมีคำแปลอังกฤษ และข้อมูลผู้แปลครบตามเงื่อนไข |
| เรียนต่อออสเตรเลีย | มักควรใช้คำแปลที่หน่วยงานออสเตรเลียยอมรับ | ชื่อใน Transcript ใบปริญญา และพาสปอร์ตต้องเชื่อมกัน |
| Partner Visa | ควรใช้คำแปลที่มีความน่าเชื่อถือและข้อมูลผู้แปลชัดเจน | ใบสมรส ใบหย่า สูติบัตร และใบเปลี่ยนชื่อต้องต่อเนื่อง |
| PR / Skills Assessment | ควรตรวจ requirement ของ assessing authority และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | ตำแหน่งงาน ระยะเวลาทำงาน วุฒิการศึกษา และชื่อบริษัทต้องชัด |
Reference ทางการเกี่ยวกับ NAATI และเอกสารแปลออสเตรเลีย
ข้อกำหนดเรื่องคำแปลอาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจจากแหล่งทางการก่อนยื่นจริง
ข้อมูลเรื่องแปล NAATI และเอกสารแปลสำหรับออสเตรเลียควรตรวจจากแหล่งทางการ เช่น NAATI และ Department of Home Affairs เพราะ requirement อาจต่างกันตามประเภทวีซ่า สถานที่แปล และหน่วยงานที่รับเอกสาร
| แหล่งอ้างอิง | ใช้ตรวจเรื่องอะไร | ลิงก์ทางการ |
|---|---|---|
| NAATI Certification System | มาตรฐานการรับรองนักแปลและล่ามของออสเตรเลีย | naati.com.au/certification |
| NAATI Practitioner Identification | ข้อมูล practitioner number, stamp, ID card และการระบุตัวตนของผู้แปล | naati.com.au/resources |
| NAATI Online Directory | ตรวจสอบผู้แปลหรือล่ามที่มี NAATI certification หรือ recognition | directory.naati.com.au |
| Department of Home Affairs | คำแนะนำเรื่องเอกสารที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษและข้อมูลผู้แปลที่ต้องระบุในการยื่นวีซ่า | immi.homeaffairs.gov.au |
Checklist ก่อนเลือกแปล NAATI หรือแปลรับรองทั่วไป
ก่อนส่งเอกสารแปล ควรตอบคำถามเหล่านี้ให้ชัด เพื่อเลือกประเภทคำแปลให้เหมาะกับการใช้งานจริง และลดโอกาสเสียเวลาแปลซ้ำ
| สิ่งที่ต้องเช็ก | ทำไมสำคัญ | คำแนะนำ |
|---|---|---|
| ยื่นกับประเทศไหน | แต่ละประเทศรับคำแปลคนละรูปแบบ | ถ้าเป็นออสเตรเลีย ควรตรวจ requirement เรื่อง NAATI ก่อน |
| ยื่นกับหน่วยงานอะไร | วีซ่า มหาวิทยาลัย นายจ้าง หรือ assessing authority อาจกำหนดต่างกัน | ส่ง checklist หรืออีเมลจากปลายทางให้ทีมตรวจ |
| เอกสารเป็นภาษาอะไร | เอกสารที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษมักต้องแนบคำแปลอังกฤษ | ส่งไฟล์ต้นฉบับให้ชัด ไม่ตัดขอบเอกสาร |
| ชื่อในเอกสารตรงพาสปอร์ตไหม | ชื่อไม่ตรงอาจทำให้เอกสารเชื่อมกับตัวผู้สมัครไม่ได้ | ส่งหน้าพาสปอร์ตและใบเปลี่ยนชื่อถ้ามี |
| มี deadline วันไหน | ถ้าแปลผิดประเภท อาจไม่มีเวลาแก้ก่อนวันยื่น | ควรส่งให้ประเมินล่วงหน้า โดยเฉพาะเอกสารหลายใบ |
เคสที่มักพลาด: ใช้แปลรับรองทั่วไปแทน NAATI แล้วต้องแก้ใหม่
ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากแปลผิด แต่เกิดจากรูปแบบคำแปลไม่ตรงกับปลายทาง
จากเคสลูกค้าจริง หลายคนแปลเอกสารไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่พอจะยื่นกับออสเตรเลียกลับพบว่าเอกสารไม่ตรง requirement เช่น ไม่มีข้อมูลผู้แปล ไม่มีเลข NAATI ไม่มีรายละเอียดคุณสมบัติผู้แปล หรือคำแปลไม่ได้แปลตราประทับและหมายเหตุให้ครบ
| สถานการณ์ | ปัญหาที่พบ | วิธีป้องกัน |
|---|---|---|
| ยื่นวีซ่าออสเตรเลีย | ใช้คำแปลทั่วไปที่ไม่มีข้อมูลผู้แปลตามที่ระบบต้องการ | ตรวจ requirement ของ Department of Home Affairs ก่อนแปล |
| สมัครเรียนต่อ | Transcript เป็นชื่อเดิม แต่ไม่ได้แปลใบเปลี่ยนชื่อประกอบ | ตรวจเอกสารทั้งชุด ไม่แปลแยกทีละใบโดยไม่ดูความเชื่อมโยง |
| Partner Visa | เอกสารครอบครัวแปลไม่ครบ เช่น ตราประทับหรือชื่อบิดามารดา | แปลข้อมูลสำคัญทุกจุดและตรวจความสัมพันธ์ในเอกสาร |
| PR / Skills Assessment | ใบรับรองงานแปลตำแหน่งหรือหน้าที่งานไม่ชัด | แจ้งวัตถุประสงค์การใช้เอกสารก่อนแปล เพื่อเลือกคำศัพท์ให้เหมาะ |
สรุป: แปล NAATI คืออะไร ต่างจากแปลรับรองทั่วไปอย่างไร
- แปล NAATI คือคำแปลที่จัดทำโดยนักแปลที่มี credential จาก NAATI ซึ่งเป็นหน่วยงานมาตรฐานด้านนักแปลและล่ามของออสเตรเลีย
- แปลรับรองทั่วไปคือคำแปลที่ผู้แปลหรือบริษัทแปลรับรองความถูกต้อง แต่ไม่ได้จำเป็นต้องมี NAATI practitioner number
- หากใช้เอกสารกับออสเตรเลีย เช่น วีซ่า เรียนต่อ Partner Visa งาน หรือ PR ควรตรวจก่อนว่าต้องใช้แปล NAATI หรือไม่
- เอกสารที่มักต้องระวัง ได้แก่ สูติบัตร ทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อ ใบสมรส Transcript ใบปริญญา ใบรับรองงาน และเอกสารครอบครัว
- จุดที่มักทำให้ต้องแก้คือชื่อไม่ตรงพาสปอร์ต แปลตราประทับไม่ครบ ไม่มีข้อมูลผู้แปล หรือใช้คำแปลทั่วไปแทน NAATI โดยไม่ตรวจ requirement
- ควรตรวจข้อมูลล่าสุดจาก NAATI, Department of Home Affairs, มหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานปลายทางก่อนยื่นเอกสารทุกครั้ง
ให้ Co Journey Visa ช่วยดูว่าควรใช้แปล NAATI หรือแปลรับรองทั่วไป
ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าเอกสารของคุณต้องแปล NAATI หรือแปลรับรองทั่วไปก็เพียงพอ ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจเอกสารเบื้องต้น ดูประเทศปลายทาง หน่วยงานที่จะยื่น และวัตถุประสงค์การใช้งาน เพื่อแนะนำรูปแบบคำแปลที่เหมาะกับเคสจริงได้
ทำไมควรให้ Co Journey Visa ช่วยดูแลตั๋วและเอกสารเดินทางของคุณ
การจองตั๋วไปต่างประเทศควรดูทั้งวัตถุประสงค์ วีซ่า เมืองปลายทาง domestic flight กระเป๋า และเอกสารก่อนเดินทาง หากคุณไม่ต้องการพลาดรายละเอียดสำคัญ Co Journey Visa พร้อมช่วยดูแลตั้งแต่เลือก route จนถึงตรวจเอกสารก่อนบิน:
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแปล NAATI และแปลรับรองทั่วไป
1. แปล NAATI คืออะไร
แปล NAATI คือคำแปลที่จัดทำโดยนักแปลที่มี credential จาก NAATI ซึ่งเป็นหน่วยงานมาตรฐานและรับรองนักแปล/ล่ามของออสเตรเลีย มักใช้กับเอกสารที่ต้องยื่นกับหน่วยงานออสเตรเลีย เช่น วีซ่า เรียนต่อ งาน Partner Visa หรือ PR
2. แปล NAATI ต่างจากแปลรับรองทั่วไปอย่างไร
แปล NAATI จัดทำโดยนักแปลที่มี credential จาก NAATI และมักมี practitioner number หรือข้อมูลผู้แปลตามระบบออสเตรเลีย ส่วนแปลรับรองทั่วไปเป็นคำแปลที่ผู้แปลหรือบริษัทแปลรับรองความถูกต้อง แต่ไม่ได้จำเป็นต้องมีเลข NAATI
3. ยื่นวีซ่าออสเตรเลียต้องใช้แปล NAATI ทุกครั้งไหม
เอกสารที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษควรมีคำแปลภาษาอังกฤษประกอบ ส่วนต้องใช้ NAATI หรือข้อมูลผู้แปลแบบใด ขึ้นอยู่กับว่าคำแปลทำที่ไหนและหน่วยงานปลายทางกำหนดอะไร ควรตรวจ requirement ล่าสุดก่อนยื่น
4. เคยแปลเอกสารเป็นภาษาอังกฤษแล้ว ใช้แทน NAATI ได้ไหม
ขึ้นอยู่กับรูปแบบคำแปลเดิมและข้อกำหนดของปลายทาง หากคำแปลเดิมไม่มีข้อมูลผู้แปลที่หน่วยงานต้องการ หรือไม่ได้เป็นคำแปลจากนักแปล NAATI อาจต้องแปลใหม่ ควรส่งไฟล์เดิมให้ทีมตรวจได้ก่อน
5. เอกสารอะไรบ้างที่มักต้องใช้แปล NAATI
เอกสารที่พบบ่อย ได้แก่ สูติบัตร ทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อ ใบสมรส ใบหย่า Transcript ใบปริญญา ใบรับรองงาน ใบผ่านงาน และเอกสารครอบครัว โดยเฉพาะเมื่อใช้ยื่นกับหน่วยงานออสเตรเลีย
6. แปลรับรองทั่วไปใช้กับออสเตรเลียได้ไหม
ใช้ได้บางกรณี หากหน่วยงานปลายทางไม่ได้กำหนดให้ใช้ NAATI หรือไม่ได้ต้องการข้อมูลผู้แปลเฉพาะ แต่ถ้าเป็นวีซ่า เรียนต่อ PR หรือหน่วยงานทางการ ควรตรวจ requirement ก่อนเสมอ ไม่ควรเดาเอง
7. ตรวจได้ไหมว่านักแปลเป็น NAATI จริงหรือไม่
สามารถตรวจข้อมูลผู้แปลได้จาก NAATI Online Directory หรือเครื่องมือตรวจ certification ของ NAATI โดยดูชื่อ ผู้แปล ภาษา credential และข้อมูล practitioner ที่เกี่ยวข้องก่อนใช้เอกสารจริง
8. Co Journey Visa ช่วยเลือกประเภทคำแปลได้อย่างไร
ทีมช่วยดูเอกสาร ประเทศปลายทาง หน่วยงานที่จะยื่น และ deadline เพื่อแนะนำว่าเคสของคุณควรใช้แปล NAATI หรือแปลรับรองทั่วไป พร้อมช่วยตรวจชื่อ วันที่ เอกสารเปลี่ยนชื่อ และความครบถ้วนก่อนส่งแปล







