แปลใบเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษให้ตรง Passport อย่างไร

แปลใบเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษให้ตรง Passport อย่างไร

🛂 คู่มือแปลเอกสารราชการ | 2569
แปลใบเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษให้ตรง Passport อย่างไร

ชื่อเดิม ชื่อใหม่ และนามสกุลภาษาอังกฤษต้องเขียนอย่างไรให้สัมพันธ์กับหนังสือเดินทาง พร้อมวิธีตรวจเอกสาร ช.3 ช.5 และข้อควรระวังก่อนยื่นวีซ่าหรือใช้ต่างประเทศ

📅 อัปเดต 5 พฤศจิกายน 2569 ✍️ ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ ⏱ อ่านประมาณ 11 นาที

เคยเปลี่ยนชื่อตัวหรือเปลี่ยนนามสกุล แล้วต้องนำใบเปลี่ยนชื่อไปแปลเป็นภาษาอังกฤษเพื่อยื่นวีซ่าหรือใช้ต่างประเทศ? สิ่งที่หลายคนกังวลคือ ชื่อภาษาอังกฤษในคำแปลจะต้องสะกดเหมือน Passport ทุกตัวหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อเอกสารเดิมยังเป็นชื่อเก่า แต่หนังสือเดินทางปัจจุบันเป็นชื่อใหม่

คำตอบไม่ใช่การนำชื่อใน Passport ไปแทนทุกชื่อบนใบเปลี่ยนชื่อ เพราะหน้าที่ของเอกสารเปลี่ยนชื่อคือแสดงความเชื่อมโยงระหว่าง ชื่อเดิมกับชื่อใหม่ หากแก้ชื่อเดิมในคำแปลให้กลายเป็นชื่อปัจจุบัน ข้อมูลอาจไม่ตรงกับทะเบียนต้นฉบับและทำให้ความหมายของเอกสารเปลี่ยนไป

วิธีที่เหมาะสมคือใช้ Passport ปัจจุบันเป็นหลักฐานอ้างอิงการสะกด ชื่อปัจจุบัน ที่ถูกต้อง ขณะที่ชื่อเดิมต้องถ่ายทอดตามต้นฉบับและตรวจหลักฐานการสะกดในอดีตเมื่อมี เพื่อให้ผู้รับเอกสารต่างประเทศเข้าใจว่าเป็นบุคคลเดียวกัน

✅ แปลใบเปลี่ยนชื่อให้ตรง Passport ต้องทำอย่างไร?
  1. ตรวจชื่อภาษาอังกฤษใน Passport ปัจจุบัน ทั้ง Given Name และ Surname
  2. ตรวจใบเปลี่ยนชื่อฉบับจริง ว่าเป็นเอกสารเปลี่ยนชื่อตัว เปลี่ยนชื่อสกุล หรือเอกสารจดทะเบียนการเปลี่ยนชื่อ
  3. แยกชื่อเดิมกับชื่อใหม่ ไม่เขียนชื่อปัจจุบันแทนชื่อเดิม
  4. ใช้ Passport ที่ถูกต้องเป็นหลักอ้างอิงชื่อปัจจุบัน และใช้หลักฐานในอดีตช่วยตรวจการสะกดชื่อเดิมหากมี
  5. ตรวจวันที่เปลี่ยนชื่อ เลขเอกสาร และชื่อสำนักทะเบียน ให้ตรงต้นฉบับ
  6. ตรวจความต่อเนื่องของชื่อ หากเคยเปลี่ยนชื่อหลายครั้ง
  7. จัดทำคำรับรองและนิติกรณ์ เมื่อหน่วยงานปลายทางกำหนด

หลักสำคัญ: คำแปลที่ดีต้องทั้งตรงกับเอกสารต้นฉบับ และช่วยให้ตรวจความเชื่อมโยงกับ Passport ได้ ไม่ใช่ทำให้ชื่อเก่าและชื่อใหม่สะกดเหมือนกันทั้งหมด

📄 ชื่อบนใบเปลี่ยนชื่อกับ Passport สะกดไม่เหมือนกัน? ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจว่าเป็นความแตกต่างที่ควรแก้ในคำแปล หรือเป็นความแตกต่างของชื่อเดิมกับชื่อใหม่ที่ต้องเก็บไว้พร้อมหลักฐานประกอบ

💬 สอบถามการแปลใบเปลี่ยนชื่อทาง LINE

🛂 แปลใบเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษให้ตรง Passport ต้องยึดหลักอะไร?

ให้แยกการตรวจออกเป็นสองเรื่อง คือความถูกต้องของคำแปลกับความสอดคล้องของชื่อภาษาอังกฤษ เพราะสองเรื่องนี้เกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

การแปลเอกสารราชการต้องถ่ายทอดข้อมูลตามต้นฉบับ ส่วนการตรวจให้ตรง Passport เป็นการตรวจชื่อที่ใช้ระบุตัวบุคคลในเอกสารต่าง ๆ เพื่อให้ผู้รับสามารถเชื่อมโยงได้ว่าเป็นคนเดียวกัน

1. ชื่อปัจจุบันให้ตรวจเทียบกับ Passport ปัจจุบัน

หาก Passport ปัจจุบันออกโดยใช้ชื่อใหม่และข้อมูลถูกต้องแล้ว ควรตรวจการสะกดชื่อภาษาอังกฤษในคำแปลส่วนที่แสดงชื่อปัจจุบันให้สอดคล้องกับหนังสือเดินทาง

อย่าตัดสินการสะกดจากเสียงอ่านภาษาไทยอย่างเดียว เพราะชื่อภาษาไทยเดียวกันอาจถอดเป็นอักษรโรมันได้หลายรูปแบบ ขณะที่ Passport มีรูปสะกดที่ใช้งานจริงอยู่แล้ว

2. ชื่อเดิมต้องคงความหมายตามต้นฉบับ

หากใบเปลี่ยนชื่อระบุว่าบุคคลเคยใช้ชื่อหนึ่งมาก่อน คำแปลต้องรักษาข้อมูลนี้ให้ชัดเจน

หากมี Passport เล่มเก่าหรือเอกสารทางการที่แสดงชื่อเดิมเป็นภาษาอังกฤษ สามารถนำมาใช้ช่วยตรวจการสะกดชื่อเดิมได้ แต่หากไม่มี ไม่ควรสร้างข้อมูลขึ้นเองแล้วอ้างว่าเป็นชื่อสะกดทางการในอดีต

3. หากมีชื่อเก่าหลายช่วง ต้องตรวจความต่อเนื่อง

บางคนเปลี่ยนชื่อตัวมากกว่าหนึ่งครั้ง หรือเปลี่ยนนามสกุลหลังสมรสแล้วเปลี่ยนกลับภายหลัง กรณีนี้ควรเรียงเอกสารตามวันที่เพื่อให้เห็นเส้นทางจากชื่อแรกไปจนถึงชื่อบน Passport ปัจจุบัน

💡 หลักตรวจที่ใช้ได้จริง

ชื่อปัจจุบันในคำแปล → Passport ปัจจุบัน และ ชื่อเดิมในคำแปล → เอกสารเดิมหรือหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ โดยทุกขั้นต้องสอดคล้องกับข้อความในต้นฉบับ ไม่เปลี่ยนข้อเท็จจริงเพื่อให้ดูตรงกัน

ภาพประกอบหนังสือเดินทางและเอกสารการเดินทางสำหรับการตรวจชื่อภาษาอังกฤษ
⚠️ Passport เป็นเอกสารอ้างอิงชื่อ ไม่ใช่เครื่องมือแก้ต้นฉบับ

หากใบเปลี่ยนชื่อระบุชื่อไทยเดิมและชื่อไทยใหม่ไว้แล้ว ผู้แปลต้องไม่แก้ข้อความชื่อไทยหรือเปลี่ยนประวัติการเปลี่ยนชื่อให้ต่างจากที่สำนักทะเบียนบันทึกไว้

📘 ใบเปลี่ยนชื่อ ช.3 ช.5 และเอกสารเปลี่ยนชื่อสกุล ต่างกันอย่างไร?

การเลือกแบบคำแปลต้องดูชื่อเอกสารและเลขแบบที่พิมพ์บนต้นฉบับจริง เพราะเอกสารเกี่ยวกับชื่อตัวและชื่อสกุลของประเทศไทยมีหลายประเภทและหลายรุ่น

กรมการกงสุลมีตัวอย่างคำแปลเอกสารเกี่ยวกับชื่อหลายแบบ รวมถึงหนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อตัว ช.3 และหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อ–สกุล ช.5

หนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อตัว ช.3

ใช้แสดงรายการการเปลี่ยนชื่อตัวตามข้อมูลที่บันทึกไว้ในเอกสาร โดยต้องตรวจชื่อเดิม ชื่อใหม่ วันที่ และรายละเอียดของสำนักทะเบียนที่ปรากฏจริง

กรมการกงสุลมีตัวอย่างคำแปลทั้งแบบ ช.3 และ ช.3/1 สำหรับใช้เป็นแนวทางตามรุ่นเอกสาร

หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อ–สกุล ช.5

เป็นเอกสารอีกแบบหนึ่งเกี่ยวกับการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อ–สกุล โดยมีตัวอย่างแบบ ช.5 และ ช.5/1 ในรายการตัวอย่างคำแปลของกรมการกงสุล

เอกสารเกี่ยวกับชื่อสกุลประเภทอื่น

ยังมีเอกสารเกี่ยวกับการตั้งชื่อสกุล การเปลี่ยนชื่อสกุล หรือการร่วมใช้ชื่อสกุล ซึ่งอาจมีชื่อเอกสารและเลขแบบต่างกันตามชนิดหรือรุ่นของเอกสาร

เนื่องจากรายการแบบคำแปลและรายการรับรองนิติกรณ์บางหน้าของกรมการกงสุลใช้ชื่อเรียกเอกสารชื่อสกุลแตกต่างกัน จึงไม่ควรใช้เลขแบบจากบทความทั่วไปมาตัดสินแทนเอกสารที่ถืออยู่

ประเภทที่พบ ข้อมูลสำคัญ สิ่งที่ต้องตรวจ
ช.3 / ช.3/1 การเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อเดิม ชื่อใหม่ วันที่ และรายการทะเบียน
ช.5 / ช.5/1 รายการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อ–สกุลตามแบบ ข้อมูลการเปลี่ยนชื่อและชื่อสกุลที่ระบุจริง
เอกสารชื่อสกุลแบบอื่น การตั้ง เปลี่ยน หรือร่วมใช้ชื่อสกุลตามประเภทเอกสาร ชื่อเอกสารและเลขแบบบนต้นฉบับ
เอกสารเปลี่ยนหลายครั้ง ประวัติการเปลี่ยนชื่อหลายช่วง ความต่อเนื่องของชื่อและวันที่แต่ละฉบับ

เลื่อนตารางซ้าย–ขวาได้บนมือถือ

📌 วิธีเลือกแบบคำแปลที่เหมาะสม

อ่านชื่อเต็มของเอกสารที่มุมบน ตรวจเลขแบบ และเปรียบเทียบกับตัวอย่างของกรมการกงสุลก่อนเริ่มแปล ไม่ควรนำแบบ ช.3 ไปใช้กับเอกสารคนละประเภทเพียงเพราะมีข้อความเกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อเหมือนกัน

📝 ตัวอย่างการแปลชื่อเดิมและชื่อใหม่ให้สัมพันธ์กับ Passport

ลองดูตัวอย่างสมมติเพื่อแยกความแตกต่างระหว่างชื่อที่ปรากฏในใบเปลี่ยนชื่อกับชื่อปัจจุบันใน Passport

ตัวอย่างสมมติ

ชื่อไทยเดิม: กนกพร

ชื่อไทยใหม่: กนกวรรณ

Passport ปัจจุบันแสดงชื่อภาษาอังกฤษ: KANOKWAN

เมื่อจัดทำคำแปล ส่วนที่หมายถึงชื่อใหม่ต้องตรวจให้สัมพันธ์กับชื่อ KANOKWAN ตาม Passport ที่ถูกต้อง

ส่วนชื่อเดิม “กนกพร” ต้องถ่ายทอดเป็นชื่อเดิมตามข้อมูลต้นฉบับ หากมี Passport เล่มเก่าที่ใช้ชื่อภาษาอังกฤษเดิม ควรนำมาตรวจการสะกดด้วย ไม่ควรใส่ KANOKWAN ซ้ำในช่องชื่อเดิม เพราะนั่นไม่ใช่ชื่อเดิมตามทะเบียน

รายการ ควรยึดข้อมูลจากอะไร ข้อควรระวัง
Former Name ชื่อเดิมในใบเปลี่ยนชื่อ พร้อมหลักฐานการสะกดเก่าหากมี ไม่ใช้ชื่อปัจจุบันแทน
New Name ชื่อใหม่ในใบเปลี่ยนชื่อและ Passport ปัจจุบันที่ถูกต้อง ตรวจตัวอักษรและลำดับชื่อ
Former Surname นามสกุลเดิมตามเอกสารทะเบียน ไม่สับสนกับนามสกุลหลังสมรส
New Surname นามสกุลใหม่ตามทะเบียนและหลักฐานปัจจุบัน ตรวจความต่อเนื่องจากเอกสารเดิม

คำศัพท์เป็นตัวอย่างทั่วไป ต้องใช้รูปแบบที่ตรงกับเอกสารต้นฉบับและแบบคำแปลที่เกี่ยวข้อง

⚠️ ตัวอย่างนี้ไม่ใช่การกำหนดวิธีสะกดชื่อไทยอย่างเป็นทางการ

การสะกดชื่อเดิมและชื่อใหม่ต้องตรวจเป็นรายบุคคล โดยเฉพาะเมื่อเอกสารเก่าไม่เคยมีชื่อภาษาอังกฤษ หรือมีการสะกดต่างจาก Passport ปัจจุบัน

❓ ถ้าชื่อภาษาอังกฤษในใบแปลสะกดไม่ตรง Passport ต้องแก้ตรงไหน?

ก่อนแก้คำแปล ต้องดูว่าชื่อที่ไม่ตรงอยู่ในช่องไหน เพราะความแตกต่างบางอย่างเป็นข้อมูลประวัติชื่อที่ถูกต้องอยู่แล้ว แต่บางอย่างอาจเป็นข้อผิดพลาดจากการถอดเสียงภาษาอังกฤษ

กรณีที่ 1 — ชื่อใหม่ในคำแปลไม่ตรงกับ Passport ปัจจุบัน

สมมติว่าผู้แปลถอดชื่อไทยใหม่เป็นภาษาอังกฤษอีกแบบหนึ่ง ทั้งที่ Passport ปัจจุบันมีรูปสะกดชัดเจนแล้ว

แนวทาง:

ตรวจการสะกดชื่อปัจจุบันจาก Passport และเอกสารทะเบียน หากเป็นเพียงข้อผิดพลาดในคำแปล ให้ผู้แปลตรวจแก้ตามหลักฐานอ้างอิงที่ถูกต้อง โดยยังคงข้อมูลไทยตามต้นฉบับ

กรณีที่ 2 — ชื่อเดิมในใบเปลี่ยนชื่อไม่เหมือนชื่อบน Passport ปัจจุบัน

นี่อาจเป็นความแตกต่างที่ถูกต้อง เพราะชื่อเดิมกับชื่อปัจจุบันเป็นคนละชื่อ

แนวทาง:

ไม่ควรแก้ชื่อเดิมให้เป็นชื่อใหม่เพียงเพื่อให้ตรง Passport ต้องรักษาข้อมูลประวัติชื่อ และตรวจว่าต้องมีเอกสารอื่นช่วยเชื่อมชื่อในคำร้องหรือไม่

กรณีที่ 3 — ชื่อเดิมเคยสะกดภาษาอังกฤษอีกแบบใน Passport เล่มเก่า

หากมี Passport เล่มเก่า สามารถใช้เป็นหลักฐานช่วยตรวจรูปสะกดที่ใช้จริงในอดีตได้ แต่ต้องพิจารณาว่าผู้รับเอกสารต้องการให้คำแปลใช้รูปสะกดตามหลักฐานเดิมอย่างไร

กรณีที่ 4 — ชื่อไทยในใบเปลี่ยนชื่อผิดจริง

หากพบว่ารายการทะเบียนต้นฉบับผิด ไม่ควรแก้ด้วยการเปลี่ยนข้อความในคำแปลเอง ควรติดต่อสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอเพื่อสอบถามขั้นตอนการแก้ไขรายการทะเบียน

ภาพประกอบบุคคลกำลังตรวจเอกสารและใช้ปากกาเพื่อทบทวนความถูกต้องของข้อมูล

🛂 เปลี่ยนชื่อแล้ว แต่ Passport ยังเป็นชื่อเก่า ต้องทำอย่างไร?

คำแปลใบเปลี่ยนชื่อไม่สามารถเปลี่ยนข้อมูลที่พิมพ์อยู่ใน Passport ได้ หากชื่อบนหนังสือเดินทางยังไม่สอดคล้องกับข้อมูลปัจจุบัน ต้องแยกขั้นตอนการจัดทำคำแปลออกจากขั้นตอนแก้ไขหรือออกหนังสือเดินทาง

ผู้ที่เปลี่ยนชื่อหลังออก Passport ควรติดต่อสำนักงานหนังสือเดินทางหรือกรมการกงสุล เพื่อสอบถามว่ากรณีของตนควรทำหนังสือเดินทางใหม่หรือใช้ขั้นตอนบันทึกรายการในหนังสือเดินทาง (Endorsement) ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

เว็บไซต์กรมการกงสุลมีข้อมูลเกี่ยวกับการบันทึกรายการในหนังสือเดินทาง และคำถามที่พบบ่อยเรื่องการยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกันในกรณีเปลี่ยนชื่อ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกกรณีจะใช้วิธีเดียวกันได้

❗ อย่าใช้คำแปลใบเปลี่ยนชื่อแทนการตรวจสถานะ Passport ก่อนเดินทาง

หากกำลังจะจองตั๋ว ยื่นวีซ่า หรือเดินทางด้วย Passport ที่เป็นชื่อเดิม ควรตรวจเงื่อนไขจากสำนักงานหนังสือเดินทาง หน่วยงานวีซ่า และสายการบินก่อน เพราะข้อมูลชื่อบนเอกสารเดินทางอาจมีผลต่อขั้นตอนการยื่นและการเดินทาง

แล้วถ้ามีวีซ่าอยู่ใน Passport เล่มเก่าล่ะ?

หากเคยได้รับวีซ่าภายใต้ชื่อเดิมหรือ Passport เล่มเดิม ต้องตรวจข้อกำหนดของประเทศผู้ออกวีซ่าว่าสามารถใช้เอกสารอย่างไรได้บ้างหลังเปลี่ยนชื่อหรือออก Passport ใหม่

ไม่ควรสรุปว่าการมีใบเปลี่ยนชื่อที่แปลแล้วทำให้วีซ่าเดิมใช้ต่อได้ทุกกรณี เพราะแต่ละประเทศอาจมีข้อกำหนดต่างกัน

อ่านข้อมูลทางการได้จาก กรมการกงสุล — หนังสือเดินทางและการบันทึกรายการ

📋 7 จุดที่ต้องตรวจคำแปลใบเปลี่ยนชื่อก่อนนำไปใช้ต่างประเทศ

ก่อนลงนามรับรองคำแปล ควรตรวจข้อมูลตามลำดับ โดยให้ความสำคัญกับชื่อเดิม ชื่อใหม่ และหลักฐานเชื่อมโยงตัวบุคคล

จุดที่ต้องตรวจ วิธีตรวจ ผลตรวจ
1. ประเภทเอกสาร ชื่อเอกสารและเลขแบบตรงกับต้นฉบับจริง □
2. ชื่อเดิม ถ่ายทอดตามต้นฉบับและตรวจหลักฐานสะกดเดิมหากมี □
3. ชื่อใหม่ สอดคล้องกับชื่อใหม่ตามทะเบียนและ Passport ปัจจุบันที่ถูกต้อง □
4. นามสกุล ไม่สลับชื่อกับนามสกุล ตรวจรายการที่เปลี่ยนจริง □
5. วันที่เปลี่ยนชื่อ ตรงต้นฉบับ แสดงปี พ.ศ. หรือ ค.ศ. ถูกต้อง □
6. เลขเอกสารและสำนักทะเบียน เลขทุกหลักและชื่อหน่วยงานถูกต้อง □
7. คำรับรองผู้แปล มีข้อมูลและรูปแบบตามข้อกำหนดของผู้รับ □

เลื่อนตารางซ้าย–ขวาได้บนมือถือ

💡 ตรวจให้ครบสามชั้น
  • ชั้นที่ 1: คำแปลตรงกับใบเปลี่ยนชื่อฉบับไทย
  • ชั้นที่ 2: ชื่อปัจจุบันสัมพันธ์กับ Passport และเอกสารอ้างอิง
  • ชั้นที่ 3: รูปแบบคำแปลและการรับรองตรงตามข้อกำหนดปลายทาง

📂 แปลใบเปลี่ยนชื่อเป็นภาษาอังกฤษ ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

เอกสารสำหรับเริ่มแปลกับเอกสารสำหรับยื่นนิติกรณ์อาจแตกต่างกัน จึงควรแยกให้ชัดก่อนส่งเอกสาร

เอกสารที่ควรเตรียมก่อนส่งแปล

  1. ใบเปลี่ยนชื่อตัวหรือเปลี่ยนชื่อสกุล ฉบับที่ต้องการใช้
  2. ภาพหรือไฟล์สแกนที่เห็นข้อมูลครบ รวมถึงเลขที่เอกสาร วันที่ ตราประทับ และลายมือชื่อ
  3. Passport ปัจจุบัน เพื่อใช้อ้างอิงการสะกดชื่อใหม่ หากข้อมูลปัจจุบันถูกต้อง
  4. Passport เล่มเก่า หากมีและเกี่ยวข้องกับการตรวจรูปสะกดชื่อเดิม
  5. ใบเปลี่ยนชื่อฉบับก่อนหน้า หากเคยเปลี่ยนหลายครั้งและจำเป็นต้องแสดงประวัติชื่อ
  6. ข้อมูลประเทศหรือหน่วยงานปลายทาง เพื่อกำหนดรูปแบบคำแปลและการรับรอง

หากไม่มี Passport เล่มเก่าทำอย่างไร?

ไม่จำเป็นต้องสมมติว่ามีรูปสะกดเก่าอย่างไร ควรใช้เอกสารที่มีอยู่จริงและตรวจข้อกำหนดปลายทางว่าต้องการหลักฐานการสะกดชื่อเดิมหรือเพียงต้องการคำแปลแสดงการเปลี่ยนชื่อ

หากต้องพิสูจน์ประวัติชื่อย้อนหลังเพิ่มเติม อาจสอบถามสำนักทะเบียนเกี่ยวกับเอกสารคัดรับรองที่สามารถออกให้ตามหลักเกณฑ์

🔒 ระวังการส่งข้อมูลส่วนบุคคล

ใบเปลี่ยนชื่อ บัตรประชาชน และ Passport มีข้อมูลสำคัญ ควรส่งเฉพาะผู้เกี่ยวข้องผ่านช่องทางที่เหมาะสม และเปิดเผยข้อมูลเท่าที่จำเป็นสำหรับการตรวจงานหรือจัดทำคำแปล

📝 ขั้นตอนแปลใบเปลี่ยนชื่อให้ตรง Passport ตั้งแต่ต้นจนจบ

หากเอกสารมีทั้งชื่อเก่าและชื่อใหม่ ควรวางลำดับการตรวจตามข้อมูลจริง ไม่ใช่เริ่มจากการเลือกคำภาษาอังกฤษให้ดูสวยงาม

ขั้นที่ 1 — ระบุวัตถุประสงค์การใช้คำแปล

ตรวจว่าจะใช้ยื่นวีซ่า สมัครเรียน สมัครงาน หรือดำเนินการกับหน่วยงานต่างประเทศ เพราะผู้รับอาจกำหนดเอกสารและรูปแบบคำแปลต่างกัน

ขั้นที่ 2 — ตรวจใบเปลี่ยนชื่อฉบับไทย

อ่านชื่อเอกสาร เลขแบบ ชื่อเดิม ชื่อใหม่ และข้อมูลการจดทะเบียนให้ครบ

ขั้นที่ 3 — ตรวจ Passport ที่มีข้อมูลปัจจุบัน

ตรวจชื่อและนามสกุลภาษาอังกฤษตามหน้าข้อมูลบุคคล รวมถึงรูปสะกดที่ใช้จริง หาก Passport ยังเป็นชื่อเก่าให้ตรวจสถานะกับหน่วยงานหนังสือเดินทางก่อน

ขั้นที่ 4 — แยกหลักฐานชื่อเดิมและชื่อใหม่

หากมี Passport หรือเอกสารทางการชื่อเดิม ให้ใช้ช่วยตรวจรูปสะกดในอดีต โดยไม่เปลี่ยนเนื้อหาของเอกสารทะเบียนไทย

ขั้นที่ 5 — จัดทำคำแปลตามแบบเอกสาร

ใช้ตัวอย่างคำแปลที่เหมาะกับเอกสารรุ่นจริง และตรวจข้อมูลทุกส่วนของใบเปลี่ยนชื่อ

ขั้นที่ 6 — ตรวจความต่อเนื่องของชื่อ

กรณีเปลี่ยนหลายครั้ง ให้จัดเอกสารตามลำดับวันที่เพื่อให้ตรวจได้ว่าชื่อแต่ละช่วงเชื่อมต่อกันอย่างไร

ขั้นที่ 7 — ตรวจการรับรองก่อนยื่น

ตรวจว่าผู้รับต้องการคำรับรองผู้แปล เอกสารภาษาอังกฤษที่ออกโดยสำนักทะเบียน หรือการรับรองนิติกรณ์เพิ่มเติมหรือไม่

ภาพประกอบบุคคลกำลังตรวจและลงนามเอกสารบนโต๊ะสำหรับการเตรียมคำแปล

🔍 เปลี่ยนชื่อหลายครั้งและไม่แน่ใจว่าควรแปลใบไหนบ้าง? Co Journey Visa สามารถช่วยทบทวนลำดับชื่อและเอกสารที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่มจัดทำคำแปลตามรายการที่ปลายทางต้องการ

📱 สอบถามการตรวจชื่อและเอกสาร

🏢 ขอใบเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษจากอำเภอแทนการจ้างแปลได้ไหม?

กรมการกงสุลระบุว่าสามารถขอคัดเอกสารเกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อบางประเภทเป็นภาษาอังกฤษจากสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอได้ จึงควรตรวจทางเลือกนี้ก่อนจ้างแปลจากต้นฉบับไทย

อย่างไรก็ตาม เอกสารคัดรับรองภาษาอังกฤษที่สำนักทะเบียนออกให้อาจมีรูปแบบและรายการข้อมูลแตกต่างจากคำแปลใบเปลี่ยนชื่อที่ผู้รับต้องการ

ประเด็น แปลจากใบเปลี่ยนชื่อไทย ขอคัดฉบับภาษาอังกฤษจากอำเภอ
ผู้จัดทำ ผู้แปลหรือบริษัทแปล สำนักทะเบียนที่มีอำนาจ
ข้อมูล ถ่ายทอดตามเอกสารต้นฉบับ ตามรูปแบบเอกสารคัดรับรองที่ออกให้
คำรับรองผู้แปล อาจต้องมีตามข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลจากผู้แปลเอกชน
การรับรองกงสุล ทำเมื่อผู้รับกำหนด อาจต้องรับรองเพิ่มเติมตามปลายทาง
สิ่งที่ต้องตรวจ คำแปลและคุณสมบัติผู้แปล ผู้รับยอมรับรูปแบบเอกสารหรือไม่

เลื่อนตารางซ้าย–ขวาได้บนมือถือ

📌 ควรสอบถามเขตหรืออำเภออย่างไร?

แจ้งชื่อเอกสารและเลขแบบที่ต้องการ เช่น หนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อตัว ช.3 หรือเอกสารจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อ–สกุลตามแบบจริง และสอบถามว่ามีรายการคัดรับรองภาษาอังกฤษที่ออกให้ได้หรือไม่

ก่อนนำเอกสารไปใช้ ควรยืนยันกับหน่วยงานผู้รับว่าเอกสารคัดภาษาอังกฤษที่ได้ตรงกับรายการที่ร้องขอ โดยเฉพาะหากต้องการประวัติชื่อหลายช่วง

🏛️ แปลใบเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษต้องรับรองกงสุลหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องรับรองกงสุลทุกกรณี การรับรองขึ้นอยู่กับประเทศ หน่วยงานปลายทาง และวัตถุประสงค์การใช้เอกสาร

บางหน่วยงานยอมรับคำแปลภาษาอังกฤษพร้อมคำรับรองผู้แปล ขณะที่บางแห่งต้องการเอกสารที่ผ่านการรับรองนิติกรณ์ หรือการรับรองเพิ่มเติมตามขั้นตอนของประเทศปลายทาง

หากจะยื่นนิติกรณ์กับกรมการกงสุล ต้องเตรียมอะไร?

รายการเอกสารทางการสำหรับหนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อตัวและเอกสารชื่อสกุลที่เกี่ยวข้อง ระบุเอกสารหลักตามกรณี เช่น

  • เอกสารเปลี่ยนชื่อหรือชื่อสกุลต้นฉบับพร้อมสำเนา
  • คำแปลภาษาอังกฤษที่ผู้แปลลงนามรับรอง
  • บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของเอกสาร
  • เอกสารประกอบเพิ่มเติมตามวิธีการยื่นและประเภทเอกสาร

ข้อกำหนดผู้แปลตั้งแต่ 10 กุมภาพันธ์ 2569

กรมการกงสุลประกาศว่า ตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 การยื่นขอนิติกรณ์เอกสารแปลภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษและภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ผู้แปลต้องแนบสำเนาเอกสารประจำตัวที่ส่วนราชการออกให้และยังมีอายุใช้งาน

⚠️ กฎนี้ใช้กับการยื่นนิติกรณ์คำแปล

ไม่ได้หมายความว่าการจ้างแปลใบเปลี่ยนชื่อทุกครั้งต้องนำเอกสารผู้แปลไปยื่นต่อกรมการกงสุล หากผู้รับต้องการเพียงคำแปลพร้อมคำรับรอง ต้องตรวจเงื่อนไขของผู้รับแทน

สำหรับผู้ที่ต้องการดำเนินการ แปลและรับรองเอกสาร ควรตรวจทั้งข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางและรายการเอกสารสำหรับนิติกรณ์ก่อนเริ่มงาน

👥 ตัวอย่างสถานการณ์ที่ต้องใช้ใบเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษให้ตรง Passport

ความจำเป็นในการใช้ใบเปลี่ยนชื่ออาจแตกต่างกันตามคำร้อง บางกรณีต้องใช้เพื่อเชื่อมชื่อในเอกสารเก่ากับ Passport ปัจจุบัน ขณะที่บางกรณีหน่วยงานไม่ได้ร้องขอเอกสารนี้เลย

กรณีที่ 1 — เปลี่ยนชื่อตัวก่อนยื่นวีซ่า

ผู้สมัครเคยมีเอกสารการศึกษาในชื่อเดิม แต่ Passport ปัจจุบันเป็นชื่อใหม่

แนวทาง:

ตรวจว่าหน่วยงานผู้รับต้องการหลักฐานเปลี่ยนชื่อเพื่อเชื่อมเอกสารหรือไม่ หากจำเป็นให้จัดทำคำแปลจากเอกสารเปลี่ยนชื่อฉบับจริง โดยตรวจชื่อใหม่กับ Passport และคงชื่อเดิมตามข้อมูลทะเบียน

กรณีที่ 2 — เปลี่ยนนามสกุลหลังสมรส

ผู้สมัครมีใบทะเบียนสมรสและเอกสารบางฉบับในนามสกุลเดิม แต่ Passport ปัจจุบันใช้นามสกุลใหม่

แนวทาง:

ตรวจหลักฐานการเปลี่ยนชื่อสกุลและเอกสารทะเบียนครอบครัวที่เกี่ยวข้องตามข้อกำหนดของผู้รับ ไม่สรุปว่าใบทะเบียนสมรสเพียงฉบับเดียวสามารถใช้แทนเอกสารเปลี่ยนชื่อสกุลได้ในทุกกรณี

กรณีที่ 3 — เปลี่ยนชื่อสองครั้งก่อนสมัครเรียนต่างประเทศ

ผู้สมัครมีใบเปลี่ยนชื่อสองฉบับ และเอกสารการศึกษาเก่ายังใช้ชื่อแรก

แนวทาง:

จัดลำดับชื่อและวันที่เปลี่ยนเป็นช่วงที่หนึ่งและช่วงที่สอง แล้วตรวจว่าสถาบันต้องการเอกสารทุกฉบับที่เชื่อมจากชื่อแรกถึงชื่อปัจจุบันหรือไม่

กรณีที่ 4 — มี Passport เล่มเก่าที่ชื่อไม่ตรงกับเล่มใหม่

ผู้สมัครเคยได้รับวีซ่าหรือเดินทางภายใต้ชื่อเดิม และต่อมามี Passport เล่มใหม่ในชื่อปัจจุบัน

แนวทาง:

หากต้องใช้ประวัติชื่อประกอบคำร้อง ให้ตรวจใบเปลี่ยนชื่อและเอกสารหนังสือเดินทางที่เกี่ยวข้อง แต่ต้องตรวจข้อกำหนดเกี่ยวกับวีซ่าเดิมหรือการใช้ Passport หลายเล่มจากหน่วยงานผู้ออกวีซ่า ไม่ใช้คำแปลเป็นหลักฐานแทนข้อกำหนดการเดินทาง

สถานการณ์ข้างต้นเป็นตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายวิธีจัดเอกสาร ไม่ใช่การยืนยันผลคำร้องใด ๆ

⚠️ 7 ข้อผิดพลาดเมื่อแปลใบเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษที่ควรหลีกเลี่ยง

1. ใช้ชื่อปัจจุบันแทนชื่อเดิมในคำแปล

ทำให้ข้อมูลเปลี่ยนชื่อไม่ตรงกับต้นฉบับ และอาจทำให้ผู้รับไม่เห็นความสัมพันธ์ระหว่างชื่อเก่ากับชื่อใหม่

2. ถอดเสียงชื่อใหม่เองโดยไม่ดู Passport

หาก Passport ปัจจุบันมีข้อมูลถูกต้องแล้ว ควรใช้เป็นเอกสารอ้างอิงชื่อปัจจุบันแทนการเลือกรูปสะกดขึ้นใหม่จากเสียงภาษาไทยอย่างเดียว

3. ใช้แบบคำแปลผิดประเภทเอกสาร

เอกสาร ช.3 ช.5 และเอกสารชื่อสกุลประเภทอื่นมีรายละเอียดต่างกัน ควรเลือกแบบคำแปลที่ตรงกับต้นฉบับ

4. แปลเพียงใบล่าสุดทั้งที่ต้องพิสูจน์ชื่อย้อนหลังหลายครั้ง

หากเอกสารเก่ายังเป็นชื่อแรก อาจต้องใช้หลักฐานการเปลี่ยนชื่อทุกช่วงที่เกี่ยวข้องเพื่อเชื่อมตัวบุคคล

5. แปลวันที่เปลี่ยนชื่อผิด

ต้องตรวจปี พ.ศ. และ ค.ศ. ให้ถูกต้อง รวมถึงไม่สับสนระหว่างวันที่จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อกับวันที่ออกเอกสารคัดรับรองภายหลัง

6. คิดว่าคำแปลสามารถแก้ชื่อใน Passport ได้

หาก Passport ยังเป็นชื่อเก่า ต้องตรวจเรื่องหนังสือเดินทางกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่ใช่แก้คำแปลให้ดูเป็นชื่อใหม่แล้วถือว่าใช้เดินทางได้ทุกกรณี

7. ไม่ตรวจข้อกำหนดการรับรองก่อนจ้างแปล

บางหน่วยงานต้องการคำรับรองผู้แปล บางแห่งต้องการนิติกรณ์ และบางแห่งยอมรับเอกสารคัดภาษาอังกฤษจากสำนักทะเบียน จึงควรตรวจให้ชัดก่อนเริ่มดำเนินการ

❗ ถ้าต้นฉบับผิดจริง ไม่ควรแก้ด้วยการปรับคำแปล

ความผิดพลาดในข้อมูลทะเบียนต้องตรวจและแก้ผ่านหน่วยงานที่ออกเอกสารตามขั้นตอนที่กำหนด คำแปลควรสะท้อนข้อมูลต้นฉบับ ไม่ใช่สร้างประวัติชื่อใหม่

🔎 แหล่งข้อมูลทางการเกี่ยวกับการแปลใบเปลี่ยนชื่อและ Passport

การตรวจคำแปลเอกสารชื่อและข้อมูลหนังสือเดินทางควรอ้างอิงจากกรมการกงสุลและสำนักทะเบียนเป็นหลัก โดยเฉพาะข้อกำหนดการนิติกรณ์และรูปแบบเอกสารที่อาจมีการปรับปรุง

  1. กรมการกงสุล — ตัวอย่างแบบฟอร์มเอกสารภาษาอังกฤษ

    มีตัวอย่างคำแปลหนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อ ช.3 และ ช.3/1 รวมถึงเอกสารจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อ–สกุล ช.5 และ ช.5/1

    ตรวจตัวอย่างคำแปลเอกสารเปลี่ยนชื่อ
  2. กรมการกงสุล — รายการเอกสารเพื่อขอรับรองนิติกรณ์

    แสดงรายการเอกสารเปลี่ยนชื่อตัวและชื่อสกุล พร้อมเอกสารหลักที่ใช้ยื่นขอรับรองคำแปลตามประเภทเอกสาร

    ตรวจรายการเอกสารสำหรับรับรองนิติกรณ์
  3. กรมการกงสุล — หลักการปฏิบัติในการแปลเอกสารเพื่อนิติกรณ์

    อธิบายแนวทางที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำคำแปลภาษาไทยและภาษาอังกฤษสำหรับการนำไปยื่นนิติกรณ์

    อ่านหลักการจัดทำคำแปลเพื่อนิติกรณ์
  4. กรมการกงสุล — ข้อกำหนดผู้แปล เริ่ม 10 กุมภาพันธ์ 2569

    กำหนดให้ผู้แปลแนบสำเนาเอกสารประจำตัวที่ทางราชการออกให้และยังไม่หมดอายุ สำหรับการขอนิติกรณ์คำแปลไทย–อังกฤษและอังกฤษ–ไทย

    อ่านประกาศผู้แปลปี 2569
  5. กรมการกงสุล — ข้อมูลหนังสือเดินทาง

    สำหรับตรวจหลักเกณฑ์เกี่ยวกับหนังสือเดินทาง การบันทึกรายการ และคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อ

    ตรวจข้อมูลหนังสือเดินทางและ Endorsement
  6. กรมการกงสุล — การรับรองนิติกรณ์เอกสาร

    ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการรับรองเอกสาร รวมถึงเอกสารทะเบียนภาษาอังกฤษที่สามารถขอจากสำนักงานเขตหรืออำเภอ

    ตรวจบริการรับรองนิติกรณ์และเอกสารภาษาอังกฤษ
📅 ข้อมูล ณ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569

รูปแบบเอกสาร การสะกดชื่อใน Passport การบันทึกรายการ การรับรองคำแปล และการยอมรับเอกสารในต่างประเทศอาจแตกต่างตามสถานการณ์และหน่วยงานปลายทาง ควรตรวจข้อกำหนดล่าสุดก่อนดำเนินการจริง

🤝 ทำไมควรเลือก Co Journey Visa สำหรับการแปลใบเปลี่ยนชื่อ?

สำหรับผู้ที่มีประวัติเปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อสกุล การแปลเอกสารไม่ได้มีเพียงการเลือกคำภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง แต่ต้องตรวจความสัมพันธ์ระหว่างชื่อเดิม ชื่อปัจจุบัน และเอกสารที่หน่วยงานปลายทางต้องการ

Co Journey Visa ให้บริการ แปลเอกสาร และให้คำปรึกษาการเตรียมเอกสารสำหรับใช้งานต่างประเทศ

🪪 ตรวจชื่อกับ Passport

ช่วยทบทวนการสะกดชื่อใหม่และชื่อเดิมจากเอกสารอ้างอิงที่มีอยู่

📄 ตรวจแบบเอกสาร

ตรวจว่าเป็นเอกสารเปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อสกุลประเภทใด ก่อนเลือกแบบคำแปล

🔍 ตรวจประวัติชื่อหลายครั้ง

ช่วยจัดลำดับเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เห็นความต่อเนื่องของชื่อ

🏛️ ตรวจข้อกำหนดการรับรอง

ช่วยพิจารณาว่าต้องใช้คำรับรองผู้แปลหรือนิติกรณ์ตามหน่วยงานปลายทางหรือไม่

หากเอกสารต้องใช้ประกอบ การยื่นวีซ่า ทีมงานสามารถช่วยทบทวนความสอดคล้องของเอกสารที่ต้องเตรียม โดยการรับเอกสารและผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับหน่วยงานผู้รับ ไม่สามารถรับประกันผลการอนุมัติได้

❓ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแปลใบเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษให้ตรง Passport

สำหรับชื่อปัจจุบันควรตรวจการสะกดภาษาอังกฤษจาก Passport ที่มีข้อมูลปัจจุบันและถูกต้อง ส่วนชื่อเดิมต้องถ่ายทอดตามเอกสารเปลี่ยนชื่อฉบับจริง โดยตรวจหลักฐานการสะกดชื่อเดิมหากมี เช่น Passport เล่มเก่า ไม่ควรเปลี่ยนชื่อเดิมในคำแปลให้เป็นชื่อใหม่เพื่อทำให้ทุกช่องเหมือน Passport
ช.3 เป็นแบบหนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อตัว ส่วน ช.5 เป็นหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อ-สกุลตามแบบที่กรมการกงสุลเผยแพร่ ยังมีเอกสารแบบอื่นเกี่ยวกับชื่อสกุล จึงควรตรวจชื่อเอกสารและเลขแบบที่ปรากฏบนต้นฉบับจริงก่อนแปล
คำแปลใบเปลี่ยนชื่อไม่สามารถแก้ข้อมูลใน Passport ได้ หากข้อมูลชื่อใน Passport ยังไม่สอดคล้องกับสถานะปัจจุบัน ควรติดต่อกรมการกงสุลหรือสำนักงานหนังสือเดินทางเพื่อสอบถามการทำหนังสือเดินทางใหม่หรือการบันทึกรายการที่เกี่ยวข้อง และตรวจเงื่อนไขวีซ่าหรือสายการบินก่อนเดินทาง
ตรวจว่าความแตกต่างอยู่ในช่องชื่อเดิมหรือชื่อใหม่ หากชื่อปัจจุบันในคำแปลสะกดไม่ตรงกับ Passport ปัจจุบันที่ถูกต้อง ควรตรวจและแก้คำแปลตามหลักฐานอ้างอิง แต่หากชื่อเดิมต่างจากชื่อปัจจุบันเพราะมีการเปลี่ยนชื่อจริง ต้องรักษาความแตกต่างนั้นและใช้หลักฐานเชื่อมชื่อ ไม่แก้ข้อมูลต้นฉบับ
ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของผู้รับ หากต้องพิสูจน์ความต่อเนื่องระหว่างชื่อเก่าหลายชื่อกับชื่อปัจจุบัน อาจต้องใช้เอกสารการเปลี่ยนชื่อทุกช่วงที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่จำเป็นต้องแปลทุกฉบับโดยไม่มีเหตุผล ควรจัดลำดับชื่อและวันที่เปลี่ยนก่อนตรวจรายการที่ต้องยื่น
ไม่จำเป็นทุกกรณี ต้องตรวจว่าหน่วยงานปลายทางยอมรับคำแปลพร้อมคำรับรองผู้แปลหรือกำหนดให้ผ่านนิติกรณ์ หากยื่นนิติกรณ์คำแปลไทย-อังกฤษกับกรมการกงสุล ตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้แปลต้องแนบสำเนาเอกสารประจำตัวที่ราชการออกให้และยังมีอายุใช้งาน
กรมการกงสุลระบุว่าสามารถขอคัดเอกสารการเปลี่ยนชื่อบางประเภทเป็นภาษาอังกฤษจากสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอได้ แต่ต้องตรวจรูปแบบเอกสารที่สำนักทะเบียนออกให้และยืนยันว่าหน่วยงานปลายทางยอมรับเอกสารชนิดนั้น
คำแปลใบเปลี่ยนชื่ออาจใช้ประกอบการอธิบายความแตกต่างของชื่อในเอกสารเมื่อหน่วยงานร้องขอหรือยอมรับ แต่แต่ละประเทศและประเภทวีซ่ามีข้อกำหนดคำแปลต่างกัน คำแปลไม่สามารถใช้แทน Passport หรือรับประกันผลการพิจารณาวีซ่าได้

📌 สรุป: แปลใบเปลี่ยนชื่อให้ตรง Passport ต้องรักษาทั้งชื่อเดิมและชื่อใหม่ให้ถูกต้อง

การแปลใบเปลี่ยนชื่อให้สัมพันธ์กับ Passport ไม่ใช่การทำให้ชื่อภาษาอังกฤษทุกช่องเหมือนกัน แต่เป็นการแสดงข้อมูลการเปลี่ยนชื่ออย่างถูกต้อง เพื่อให้หน่วยงานปลายทางสามารถตรวจสอบความต่อเนื่องของตัวบุคคลได้

  • ชื่อปัจจุบัน ควรตรวจการสะกดเทียบกับ Passport ปัจจุบันที่ถูกต้อง
  • ชื่อเดิม ต้องถ่ายทอดตามต้นฉบับ ไม่ใช้ชื่อใหม่แทน
  • ช.3 ช.5 และเอกสารชื่อสกุลอื่น ต้องเลือกคำแปลให้ตรงกับเอกสารจริง
  • หากเปลี่ยนชื่อหลายครั้ง ควรตรวจความต่อเนื่องของทุกช่วงที่เกี่ยวข้อง
  • Passport ยังชื่อเก่า ต้องตรวจเรื่องหนังสือเดินทางกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ
  • ขอคัดเอกสารภาษาอังกฤษจากอำเภอ อาจเป็นทางเลือกได้เมื่อผู้รับยอมรับ
  • ไม่ต้องรับรองกงสุลทุกกรณี ให้ยึดข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง
  • ก่อนยื่นจริง ต้องตรวจชื่อ วันที่ เลขเอกสาร และคำรับรองผู้แปลให้ครบ

หากยังไม่แน่ใจว่าคำแปลสะกดตรงกับ Passport หรือไม่ ควรให้ผู้แปลตรวจเอกสารทั้งชุด ไม่ดูเพียงชื่อภาษาอังกฤษเพียงช่องเดียว เพราะความแตกต่างบางส่วนอาจเป็นข้อมูลประวัติชื่อที่จำเป็นต้องเก็บไว้

🛂 ชื่อในใบเปลี่ยนชื่อไม่ตรง Passport ไม่แน่ใจว่าต้องแก้อย่างไร?

ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจชื่อเดิม ชื่อใหม่ การสะกดภาษาอังกฤษ และเอกสารที่เกี่ยวข้องก่อนจัดทำคำแปล พร้อมช่วยทบทวนเงื่อนไขการรับรองตามประเทศหรือหน่วยงานปลายทาง

📱 สอบถามทาง LINE @cojourneyvisa โทร 080-841-2543 / 061-031-2188 cojourneyvisa@gmail.com

ติดตามข้อมูลวีซ่าอัปเดตจาก Co Journey Visa

เพิ่มเว็บไซต์นี้เป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการใน Google เพื่อให้ค้นพบบทความจากเราได้สะดวกขึ้น