วีซ่า Digital Nomad เกาหลีต้องมีรายได้เท่าไร? วิธีคำนวณและหลักฐานรายได้

วีซ่า Digital Nomad เกาหลีต้องมีรายได้เท่าไร? วิธีคำนวณและหลักฐานรายได้

💰 เกณฑ์รายได้ F-1-D อัปเดตใหม่

วีซ่า Digital Nomad เกาหลีต้องมีรายได้เท่าไร? วิธีคำนวณและหลักฐานรายได้

ตารางเกณฑ์ใหม่ปี 2026 แยกตามอายุ พื้นที่พำนัก และการพาครอบครัว พร้อมวิธีจัดหลักฐานให้ตรวจสอบรายได้ได้จริง
📅 อัปเดตล่าสุด: 10 กรกฎาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่านประมาณ 13 นาที

ผู้สมัครบางคนเห็นเงินเดือนเฉลี่ยต่อเดือนแล้วคิดว่าตัวเองผ่านเกณฑ์ แต่เมื่อนำรายได้ทั้งปีมารวมจริง กลับมีโบนัสที่ยังไม่รับ เงินโอนระหว่างบัญชี หรือรายได้บริษัทปะปนอยู่จนไม่สามารถยืนยันตัวเลขได้

อีกจุดที่ต้องระวังคือ ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2026 เกาหลีใต้ปรับเกณฑ์รายได้ของวีซ่า F-1-D ใหม่ โดยไม่ได้ใช้เกณฑ์ 2 เท่าของ GNI กับทุกคนเหมือนช่วงทดลอง แต่แยกตามอายุ พื้นที่ที่จะพำนัก และการพาคู่สมรสหรือบุตรไปด้วย

ผู้สมัครจึงต้องตอบให้ได้ก่อนว่า อายุอยู่ในกลุ่มใด จะพักในเขตเมืองหลวงหรือนอกเขตเมืองหลวง และเดินทางคนเดียวหรือพาครอบครัว จากนั้นจึงคำนวณรายได้และจัดหลักฐานให้ตรงกับเกณฑ์ วีซ่า Digital Nomad เกาหลี ประเภทนี้อย่างถูกต้อง

สรุปสั้น ๆ: ปี 2026 เกาหลีใช้อัตรา GNI ต่อหัวปี 2025 ประมาณ 52.41 ล้านวอนเป็นฐาน ผู้สมัครเดี่ยวอายุ 18–34 ปีต้องมีรายได้ประมาณ 52.41–78.62 ล้านวอนต่อปี ส่วนอายุ 35 ปีขึ้นไปต้องมีประมาณ 78.62–104.83 ล้านวอนต่อปี ขึ้นอยู่กับพื้นที่พำนัก หากพาครอบครัว เกณฑ์จะอยู่ที่ประมาณ 78.62 หรือ 104.83 ล้านวอนต่อปี โดยไม่แบ่งตามอายุ

💬 ยังไม่แน่ใจว่าควรนับเงินเดือน โบนัส เงินปันผล หรือรายได้ธุรกิจส่วนใด?
ส่งโครงสร้างรายได้และเอกสารที่มีมาให้ทีมช่วยตรวจวิธีคำนวณก่อนยื่นจริง

📱 ตรวจเกณฑ์รายได้ทาง LINE

🆕 เกณฑ์รายได้วีซ่า Digital Nomad เกาหลีปี 2026 เปลี่ยนอย่างไร?

กระทรวงยุติธรรมเกาหลีประกาศให้โครงการ Digital Nomad หรือ Workation Visa เปลี่ยนจากการทดลองเป็นระบบถาวร โดยเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2026

เกณฑ์เดิมใช้รายได้ 2 เท่าของ GNI ต่อหัวกับผู้สมัครทุกคน แต่เกณฑ์ใหม่ลดระดับรายได้สำหรับผู้สมัครอายุน้อยและผู้ที่เลือกพำนักนอกเขตเมืองหลวงหรือในพื้นที่ประชากรลดลง

52.41 ล้านวอน GNI ต่อหัวปี 2025 ที่ใช้เป็นฐานคำนวณ
1–2 เท่า ตัวคูณตามอายุ พื้นที่พำนัก และครอบครัว
รายได้ต่อปี เกณฑ์ทางการแสดงเป็นยอดรายปี ไม่ใช่ยอดคงเหลือ
📌 สูตรหลัก: เกณฑ์รายได้ = GNI ต่อหัวของเกาหลีในปีก่อนหน้า × ตัวคูณที่ตรงกับอายุ พื้นที่พำนัก และสถานะการพาครอบครัว

ตัวเลข GNI เปลี่ยนได้ทุกปี ผู้ที่จะยื่นในปีถัดไปจึงไม่ควรนำเกณฑ์ปี 2026 ไปใช้โดยอัตโนมัติ ต้องตรวจ GNI ของปีก่อนหน้าที่ธนาคารกลางเกาหลีประกาศ ณ วันที่ยื่นคำร้อง

📊 ตารางรายได้ขั้นต่ำ F-1-D ปี 2026 แยกตามอายุและพื้นที่

ตารางต่อไปนี้เป็นตัวเลขจากภาพรวมระบบ F-1-D ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีเผยแพร่ โดยใช้ GNI ปี 2025 เป็นฐาน

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

ประเภทผู้สมัคร พื้นที่พำนัก ตัวคูณ GNI เกณฑ์รายได้ต่อปี ค่าเฉลี่ยต่อเดือนเพื่อช่วยวางแผน
อายุ 18–34 ปี เดินทางคนเดียว เขตเมืองหลวง ยกเว้นพื้นที่ประชากรลดลง 1.5 เท่า ประมาณ 78.62 ล้านวอน ประมาณ 6.55 ล้านวอน
อายุ 18–34 ปี เดินทางคนเดียว นอกเขตเมืองหลวง หรือพื้นที่ประชากรลดลง 1 เท่า ประมาณ 52.41 ล้านวอน ประมาณ 4.37 ล้านวอน
อายุ 35 ปีขึ้นไป เดินทางคนเดียว เขตเมืองหลวง ยกเว้นพื้นที่ประชากรลดลง 2 เท่า ประมาณ 104.83 ล้านวอน ประมาณ 8.74 ล้านวอน
อายุ 35 ปีขึ้นไป เดินทางคนเดียว นอกเขตเมืองหลวง หรือพื้นที่ประชากรลดลง 1.5 เท่า ประมาณ 78.62 ล้านวอน ประมาณ 6.55 ล้านวอน
⚠️ ตัวเลขรายเดือนเป็นเพียงการหารด้วย 12: ประกาศทางการกำหนดเกณฑ์เป็นรายได้ต่อปี การมีรายได้ถึงค่าเฉลี่ยในบางเดือนไม่ได้แปลว่ารายได้ทั้งปีถึงเกณฑ์ โดยเฉพาะผู้ที่มีโบนัส ค่าคอมมิชชัน หรือรายได้ไม่สม่ำเสมอ

🧮 รายได้ต่อเดือนควรคำนวณอย่างไร?

การหารเกณฑ์รายปีด้วย 12 ช่วยให้ประเมินเบื้องต้นได้ แต่ไม่ควรใช้แทนเอกสารรายได้ประจำปี เพราะสถานทูตอาจดูทั้งสัญญาจ้าง รายได้สะสม ภาษี และเงินที่เข้าบัญชีจริง

ตัวอย่างสูตรรายเดือน

รายได้ขั้นต่ำต่อเดือนโดยประมาณ = เกณฑ์รายได้ต่อปี ÷ 12
  • 52.41 ล้านวอน ÷ 12 ≈ 4.37 ล้านวอนต่อเดือน
  • 78.62 ล้านวอน ÷ 12 ≈ 6.55 ล้านวอนต่อเดือน
  • 104.83 ล้านวอน ÷ 12 ≈ 8.74 ล้านวอนต่อเดือน

หากได้รับเงินเดือนเป็นเงินบาท ไม่ควรแปลงเป็นเงินวอนด้วยอัตราที่เลือกเองเพื่อให้รายได้สูงขึ้น ควรตรวจวิธีแปลงสกุลเงินที่สถานทูตยอมรับ และจัดทำตารางคำนวณที่ระบุยอดเงินบาท อัตราแลกเปลี่ยน แหล่งอ้างอิง และวันที่ใช้อัตรานั้น

💡 แนวทางที่ปลอดภัยกว่า: หากรายได้อยู่ใกล้เส้นขั้นต่ำมาก ควรตรวจตัวเลขด้วยความระมัดระวัง เพราะอัตราแลกเปลี่ยนอาจทำให้ยอดในสกุลวอนเปลี่ยนได้ และสถานทูตอาจไม่รับรายได้บางประเภททั้งหมด

👨‍👩‍👧 พาคู่สมรสหรือบุตรไปด้วย ต้องมีรายได้เท่าไร?

เมื่อผู้สมัครพาคู่สมรสหรือบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะไปด้วย เกณฑ์จะไม่แบ่งตามอายุของผู้สมัครหลัก แต่ดูพื้นที่พำนักของครอบครัวเป็นหลัก

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

ลักษณะการยื่น พื้นที่พำนัก ตัวคูณ GNI รายได้ต่อปี รายเดือนโดยประมาณ
ผู้สมัครหลักพาคู่สมรสหรือบุตร เขตเมืองหลวง 2 เท่า ประมาณ 104.83 ล้านวอน ประมาณ 8.74 ล้านวอน
ผู้สมัครหลักพาคู่สมรสหรือบุตร นอกเขตเมืองหลวงหรือพื้นที่ประชากรลดลง 1.5 เท่า ประมาณ 78.62 ล้านวอน ประมาณ 6.55 ล้านวอน
❌ จุดที่มักคำนวณผิด: ผู้สมัครอายุ 30 ปีคิดว่าจะใช้เกณฑ์ 1 เท่าเพราะพักนอกเขตเมืองหลวง แต่หากพาคู่สมรสหรือบุตรไปด้วย เกณฑ์ครอบครัวจะเพิ่มเป็น 1.5 เท่าของ GNI

📍 ต้องมีหลักฐานอะไร หากต้องการใช้เกณฑ์รายได้สำหรับพื้นที่นอกเมืองหลวง?

การระบุในแผนการเดินทางว่าจะพักต่างจังหวัดเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ผู้สมัครที่ขอใช้เกณฑ์ลดหย่อนตามพื้นที่ต้องพิสูจน์ว่ามีแผนพำนักในพื้นที่นั้นจริง

เอกสารภาพรวมของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระบุตัวอย่างหลักฐานไว้ เช่น

  • สัญญาเช่าที่พักตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป
  • เอกสารจองสถานที่ Workation ที่อยู่ในพื้นที่ตามเกณฑ์
  • เอกสารยืนยันการจองที่พักซึ่งระบุชื่อผู้สมัคร ที่อยู่ และระยะเวลาพัก
  • หลักฐานอื่นที่แสดงว่าผู้สมัครตั้งใจพำนักนอกเขตเมืองหลวงจริง
⚠️ ตรวจประเภทพื้นที่ก่อนจอง: ไม่ใช่ทุกเมืองนอกโซลจะถูกตีความเหมือนกันทั้งหมด และบางพื้นที่ในเขตเมืองหลวงอาจเป็นพื้นที่ประชากรลดลงตามรายชื่อทางการ ควรตรวจการจัดประเภทของที่อยู่กับสถานทูตหรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนทำสัญญาระยะยาว

📝 วิธีคำนวณรายได้ก่อนยื่นทีละขั้น

  1. ระบุอายุในวันที่ยื่นคำร้อง
    แยกว่าผู้สมัครอยู่ในกลุ่มอายุ 18–34 ปี หรืออายุ 35 ปีขึ้นไป
  2. ระบุว่าจะเดินทางคนเดียวหรือพาครอบครัว
    หากพาคู่สมรสหรือบุตร ให้ใช้เกณฑ์ครอบครัวแทนเกณฑ์ตามอายุ
  3. ตรวจพื้นที่พำนัก
    แยกเขตเมืองหลวงออกจากพื้นที่นอกเขตเมืองหลวงหรือพื้นที่ประชากรลดลง
  4. เลือกตัวคูณ GNI
    ตัวคูณที่เป็นไปได้คือ 1 เท่า 1.5 เท่า หรือ 2 เท่า ตามตารางทางการ
  5. รวมเฉพาะรายได้ที่พิสูจน์ได้
    ใช้เงินเดือน โบนัส ค่าคอมมิชชัน เงินปันผล หรือรายได้ธุรกิจที่มีเอกสารและได้รับจริง
  6. แยกเงินที่ไม่ใช่รายได้ออก
    เช่น เงินโอนระหว่างบัญชี เงินกู้ เงินคืน ค่าใช้จ่ายสำรอง หรือเงินจากการขายทรัพย์สินครั้งเดียว
  7. ตรวจความตรงกันของเอกสาร
    ตัวเลขในสัญญา หนังสือรับรอง สลิปเงินเดือน ภาษี และรายการเดินบัญชีควรอธิบายกันได้
  8. เผื่อความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
    ผู้ที่มีรายได้เป็นเงินบาทหรือสกุลอื่นไม่ควรวางตัวเลขไว้พอดีกับเส้นขั้นต่ำ

ตัวเลขรายได้ดูถึงเกณฑ์ แต่เอกสารแต่ละใบให้ยอดไม่ตรงกัน?
ทีม Co Journey Visa ช่วยแยกยอดที่นับได้ ตรวจที่มาของเงิน และจัดลำดับหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ง่ายขึ้น

💬 ให้ทีมช่วยตรวจการคำนวณ

💼 เงินเดือน โบนัส รายได้ฟรีแลนซ์ และเงินปันผล นับอย่างไร?

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

ประเภทรายได้ มีโอกาสใช้ประกอบได้หรือไม่ หลักฐานที่ควรมี จุดที่ต้องระวัง
เงินเดือนประจำ เป็นรายได้ที่อธิบายได้ตรงที่สุด สัญญาจ้าง หนังสือรับรอง สลิปเงินเดือน ภาษี และบัญชีรับเงิน ยอดในเอกสารควรตรงกัน หรือมีคำอธิบายส่วนต่าง
โบนัสประจำปี อาจใช้ได้ หากได้รับจริงและมีเอกสาร หนังสือบริษัท สลิปโบนัส ภาษี และรายการเงินเข้า โบนัสที่ยังไม่ประกาศหรือยังไม่ได้รับไม่ควรนับเต็มจำนวน
ค่าคอมมิชชัน อาจใช้ได้เมื่อมีความต่อเนื่อง นโยบายค่าคอมมิชชัน รายงานยอดขาย สลิป และบัญชี รายได้ผันผวนควรแสดงหลายเดือนหรือทั้งปี
รายได้ฟรีแลนซ์ ต้องดูสถานะธุรกิจและความต่อเนื่อง สัญญาลูกค้า ใบแจ้งหนี้ ภาษี และหลักฐานรับเงิน เงินเข้าบัญชีที่ไม่มีชื่อผู้จ่ายหรือไม่มีสัญญาอาจอธิบายยาก
เงินเดือนกรรมการ ใช้ได้เมื่อบริษัทจ่ายจริง มติบริษัท สลิปเงินเดือน ภาษี และรายการเดินบัญชี อย่าสับสนกับยอดขายหรือกำไรของบริษัท
เงินปันผล อาจใช้ประกอบได้หากจ่ายจริง มติจ่ายปันผล หนังสือรับรองภาษี และรายการรับเงิน เงินปันผลที่ไม่สม่ำเสมออาจถูกพิจารณาต่างจากเงินเดือนประจำ
กำไรจากการลงทุนหรือขายทรัพย์สิน ไม่ควรถือว่าเป็นรายได้ประจำโดยอัตโนมัติ เอกสารซื้อขาย ภาษี และหลักฐานแหล่งเงิน เป็นรายได้ครั้งเดียวและอาจไม่สะท้อนความสามารถทำงานระยะยาว
📌 รายได้ขั้นต้นหรือรายได้สุทธิ? เอกสารภาพรวมฉบับใหม่ไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าทุกสถานทูตต้องใช้ยอด Gross หรือ Net แบบเดียวกัน ผู้สมัครควรแสดงทั้งรายได้ก่อนหัก รายการหักภาษี และเงินสุทธิที่ได้รับ เพื่อให้สถานทูตตรวจสอบโดยไม่ต้องตีความจากเอกสารเพียงใบเดียว

📂 หลักฐานรายได้วีซ่า Digital Nomad เกาหลีควรมีอะไรบ้าง?

เอกสารทางการระบุหลักฐานสำคัญ เช่น หนังสือรับรองการทำงาน สลิปเงินเดือน และรายการเดินบัญชี แต่ในทางปฏิบัติ ควรจัดเป็นชุดที่พิสูจน์ทั้งสถานะงาน ยอดรายได้ และการได้รับเงินจริง

ชุดที่ 1: เอกสารจากนายจ้างหรือธุรกิจ

  • หนังสือรับรองการทำงาน ที่ระบุตำแหน่ง วันเริ่มงาน รายได้ และสิทธิทำงานทางไกล
  • สัญญาจ้างงานหรือสัญญาบริการ
  • สลิปเงินเดือนหรือรายงานค่าตอบแทน
  • ข้อมูลจดทะเบียนบริษัทและข้อมูลติดต่อที่ตรวจสอบได้
  • เอกสารยืนยันโบนัส ค่าคอมมิชชัน หรือเงินปันผล หากนำมารวม

ชุดที่ 2: เอกสารภาษี

  • หนังสือรับรองการหักภาษีหรือเอกสารเงินได้ประจำปี
  • แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
  • หลักฐานชำระภาษีหรือใบรับรองรายได้จากหน่วยงานทางการ
  • ภาษีบริษัทและเอกสารจ่ายเงินเดือน หากเป็นเจ้าของกิจการ

ชุดที่ 3: หลักฐานรับเงินจริง

  • รายการเดินบัญชีที่แสดงเงินเข้าจากนายจ้างหรือลูกค้า
  • หลักฐานการรับเงินผ่านแพลตฟอร์ม พร้อมรายการถอนเข้าบัญชีส่วนตัว
  • ใบแจ้งหนี้และหลักฐานการชำระเงินสำหรับฟรีแลนซ์
  • ตารางสรุปรายได้รายเดือนที่อ้างอิงเอกสารแต่ละรายการได้

เอกสารภาษาไทยอาจต้อง แปลเอกสาร เป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาเกาหลี รวมถึงดำเนินการรับรองตามข้อกำหนดล่าสุดของสถานทูต

🏦 Statement แบบไหนช่วยยืนยันรายได้ และแบบไหนทำให้ต้องอธิบายเพิ่ม?

รายการเดินบัญชีไม่ได้มีหน้าที่แสดงเพียงว่ายอดคงเหลือสูง แต่ต้องช่วยเชื่อมตัวเลขจากหนังสือรับรองและสลิปเงินเดือนเข้ากับเงินที่ผู้สมัครได้รับจริง

✅ ลักษณะที่ตรวจสอบได้ง่าย: เงินเข้าในช่วงเวลาใกล้เคียงกันทุกเดือน ชื่อผู้โอนสัมพันธ์กับนายจ้างหรือบริษัท ยอดใกล้เคียงกับสลิป และมีคำอธิบายชัดเจนเมื่อมีโบนัสหรือหักค่าใช้จ่าย
❌ ลักษณะที่มักถูกถามเพิ่ม: เงินเดือนเข้าจากบุคคลหลายชื่อ รับเงินผ่านบัญชีผู้อื่น มีเงินก้อนเข้าก่อนยื่น หรือยอดในบัญชีสูงกว่าสลิปมากโดยไม่มีเอกสารอธิบาย

ผู้สมัครที่มีรายการซับซ้อนอาจจัดทำตารางประกอบ โดยระบุวันที่ ผู้จ่าย ประเภทรายได้ ยอดในสกุลเดิม ยอดแปลงเป็นวอน และหมายเลขหน้าของหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

หากต้องการตรวจรูปแบบบัญชีก่อนจัดชุดยื่น สามารถอ่านแนวทาง Statement เพื่อทำความเข้าใจวิธีดูที่มาของเงินและรายการผิดปกติเบื้องต้น

🧪 ตัวอย่างวิธีคำนวณรายได้จาก 3 เคสจำลอง

เคสที่ 1: อายุ 29 ปี ทำงานบริษัทไทยและพักที่ปูซาน

ผู้สมัครเดินทางคนเดียว มีเงินเดือนประจำและตั้งใจพักนอกเขตเมืองหลวง พร้อมสัญญาเช่า 6 เดือน

เกณฑ์เบื้องต้น: GNI 1 เท่า หรือประมาณ 52.41 ล้านวอนต่อปี

วิธีตรวจ: นำเงินเดือนประจำทั้งปี โบนัสที่ได้รับจริง และภาษีมารวม จากนั้นแปลงเป็นวอนตามวิธีที่สถานทูตยอมรับ

เคสที่ 2: อายุ 32 ปี พาคู่สมรสไปพักที่โซล

แม้อายุอยู่ในช่วง 18–34 ปี แต่เมื่อพาคู่สมรสและพักในเขตเมืองหลวง จะไม่ใช้เกณฑ์ 1.5 เท่าตามอายุ

เกณฑ์เบื้องต้น: GNI 2 เท่า หรือประมาณ 104.83 ล้านวอนต่อปี

จุดที่ต้องระวัง: อย่าคำนวณจากเกณฑ์ผู้สมัครเดี่ยว เพราะจะทำให้ประเมินรายได้ต่ำกว่าข้อกำหนด

เคสที่ 3: อายุ 40 ปี เป็นเจ้าของบริษัทและพักที่แทจอน

บริษัทมียอดขายสูง แต่ผู้สมัครได้รับเงินเดือนกรรมการและเงินปันผลเป็นบางปี

เกณฑ์เบื้องต้น: GNI 1.5 เท่า หรือประมาณ 78.62 ล้านวอนต่อปี หากพื้นที่พักเข้าเงื่อนไข

วิธีคำนวณ: ใช้เงินเดือนและเงินปันผลที่ได้รับจริงพร้อมภาษี ไม่ควรนำยอดขายหรือเงินในบัญชีบริษัทมารวมเป็นรายได้ส่วนบุคคลทั้งหมด

⚠️ เคสจำลองไม่ใช่ผลการพิจารณา: สถานทูตสามารถขอเอกสารเพิ่มเติมและประเมินความน่าเชื่อถือของรายได้เป็นรายกรณี การมีตัวเลขสูงกว่าเกณฑ์เพียงอย่างเดียวไม่ได้รับรองผลวีซ่า

🚫 ข้อผิดพลาดที่ทำให้รายได้ดูถึงเกณฑ์ แต่หลักฐานยังอ่อน

  • ใช้เกณฑ์เก่า 2 เท่ากับทุกคน โดยไม่ตรวจอายุ พื้นที่ และครอบครัวตามกฎใหม่
  • ใช้ตัวเลขรายเดือนที่ดีที่สุดคูณ 12 ทั้งที่รายได้จริงขึ้นลงตลอดปี
  • นับโบนัสที่ยังไม่ได้รับ หรือไม่มีหนังสือยืนยันจากบริษัท
  • นับยอดขายบริษัทเป็นรายได้ส่วนตัวทั้งหมด โดยไม่มีหลักฐานจ่ายเงินให้ผู้สมัคร
  • รวมเงินโอนระหว่างบัญชีเป็นรายได้ ทำให้ยอดสูงซ้ำกัน
  • ใช้ยอดคงเหลือแทนรายได้ ทั้งที่ไม่สามารถพิสูจน์แหล่งที่มาได้
  • แปลงเงินบาทเป็นวอนด้วยอัตราที่ได้ผลดีที่สุด โดยไม่มีหลักเกณฑ์หรือแหล่งอ้างอิง
  • ขอใช้เกณฑ์ต่างจังหวัดแต่ไม่มีหลักฐานที่พัก หรือจองเพียงไม่กี่วัน
  • ชื่อบริษัทในสลิปกับชื่อผู้โอนไม่ตรงกัน แต่ไม่มีหนังสืออธิบายความสัมพันธ์
  • เอกสารภาษีต่ำกว่ารายได้ที่แจ้งมาก โดยไม่มีเหตุผลหรือหลักฐานเพิ่มเติม

ผู้ที่ต้องการตรวจประเภทเอกสารและเกณฑ์ก่อน ปรึกษาวีซ่า สามารถให้ทีมช่วยดูรายได้และความเชื่อมโยงของเอกสารเป็นรายกรณี

🔗 แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นจริง

📌 Fact Freshness: GNI เกณฑ์รายได้ รายชื่อพื้นที่ที่ได้รับการลดหย่อน วิธีแปลงสกุลเงิน ระยะเวลาของ Statement และรายการเอกสารอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรยึดประกาศของสถานทูตเกาหลีประจำประเทศไทยและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง ณ วันที่ยื่นจริง

⭐ ทำไมควรให้ Co Journey Visa ช่วยตรวจรายได้ F-1-D?

  • เลือกเกณฑ์ให้ตรงกับเคส — แยกตามอายุ พื้นที่พำนัก และการพาครอบครัว ไม่ใช้ตัวเลขเดียวกับทุกคน
  • แยกรายได้ออกจากเงินหมุนเวียน — ตรวจว่าเงินเดือน โบนัส เงินปันผล และเงินโอนใดควรนำมาคำนวณ
  • ตรวจความสัมพันธ์ของเอกสาร — เปรียบเทียบสัญญา หนังสือรับรอง สลิป ภาษี และบัญชีรับเงิน
  • ช่วยจัดตารางรายได้ — ทำให้เจ้าหน้าที่ติดตามที่มาของตัวเลขและหลักฐานแต่ละรายการได้ง่ายขึ้น
  • วางแผนตามข้อมูลจริง — พนักงาน ฟรีแลนซ์ และเจ้าของธุรกิจมีวิธีพิสูจน์รายได้ต่างกัน

Co Journey Visa ช่วยตรวจคุณสมบัติและวางแผนเอกสาร แต่ไม่สามารถรับประกันผลการอนุมัติ การพิจารณาขึ้นอยู่กับสถานทูตและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี

❓ คำถามที่ถามบ่อยเรื่องรายได้วีซ่า Digital Nomad เกาหลี

เกณฑ์รายได้แยกตามอายุ พื้นที่พำนัก และการพาครอบครัว โดยอ้างอิง GNI ต่อหัวปี 2025 ประมาณ 52.41 ล้านวอน ผู้สมัครเดี่ยวอายุ 18–34 ปีต้องมีรายได้ประมาณ 52.41–78.62 ล้านวอนต่อปี ส่วนผู้สมัครอายุ 35 ปีขึ้นไปต้องมีประมาณ 78.62–104.83 ล้านวอนต่อปี ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่จะพำนัก
หากเป็นผู้สมัครเดี่ยว อายุ 18–34 ปี และพักในเขตเมืองหลวงที่ไม่ใช่พื้นที่ประชากรลดลง เกณฑ์ปี 2026 คือประมาณ 78.62 ล้านวอนต่อปี หรือเฉลี่ยทางคณิตศาสตร์ประมาณ 6.55 ล้านวอนต่อเดือน
ได้ หากพักในพื้นที่นอกเขตเมืองหลวงหรือพื้นที่ประชากรลดลงตามนิยามทางการ ผู้สมัครอาจใช้เกณฑ์รายได้ที่ต่ำลง แต่ต้องมีหลักฐานว่าตั้งใจพำนักในพื้นที่ดังกล่าว เช่น สัญญาเช่าอย่างน้อย 1 เดือนหรือเอกสารจองสถานที่พักที่เข้าเงื่อนไข
หากพาครอบครัวไปพักในเขตเมืองหลวง จะใช้เกณฑ์ 2 เท่าของ GNI โดยไม่แบ่งตามอายุ หรือประมาณ 104.83 ล้านวอนต่อปี หากพักนอกเขตเมืองหลวงหรือในพื้นที่ประชากรลดลง จะใช้เกณฑ์ประมาณ 78.62 ล้านวอนต่อปี
ยอดเงินฝากช่วยแสดงสภาพคล่องได้ แต่ไม่ควรใช้แทนรายได้โดยอัตโนมัติ เกณฑ์ทางการพิจารณารายได้ ผู้สมัครจึงควรมีหนังสือรับรองงาน สลิปเงินเดือน รายการเดินบัญชี ภาษี หรือหลักฐานรายได้จากธุรกิจที่ตรวจสอบย้อนกลับได้
ยอดขายหรือกำไรของบริษัทไม่ใช่รายได้ส่วนบุคคลทั้งหมด ผู้สมัครควรแสดงเงินเดือนกรรมการ เงินปันผล หรือเงินที่ได้รับจริง พร้อมเอกสารบริษัท ภาษี และรายการเดินบัญชีที่เชื่อมโยงกัน
เอกสารภาพรวมของกระทรวงยุติธรรมเกาหลีไม่ได้กำหนดวิธีแปลงสกุลเงินไว้โดยละเอียด ผู้สมัครควรสอบถามสถานทูตเกาหลีที่รับคำร้อง และไม่ควรเลือกใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ให้ผลสูงที่สุดเอง ควรแนบวิธีคำนวณและแหล่งอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนให้ตรวจสอบได้

📌 สรุปการคำนวณรายได้วีซ่า Digital Nomad เกาหลีปี 2026

  • GNI ปี 2025 ที่ใช้เป็นฐานอยู่ที่ประมาณ 52.41 ล้านวอนต่อปี
  • ผู้สมัครเดี่ยวอายุ 18–34 ปีใช้เกณฑ์ 1 หรือ 1.5 เท่า ตามพื้นที่พำนัก
  • ผู้สมัครเดี่ยวอายุ 35 ปีขึ้นไปใช้เกณฑ์ 1.5 หรือ 2 เท่า
  • ผู้ที่พาครอบครัวใช้เกณฑ์ 1.5 หรือ 2 เท่าโดยไม่แบ่งอายุ
  • ค่าเฉลี่ยรายเดือนไว้ใช้ประเมินเท่านั้น เกณฑ์ทางการเป็นยอดรายปี
  • ยอดเงินฝากและยอดขายบริษัทไม่ใช่รายได้ส่วนบุคคลโดยอัตโนมัติ
  • ควรใช้หนังสือรับรอง สลิปเงินเดือน ภาษี และรายการรับเงินจริงร่วมกัน
  • ผู้ขอใช้เกณฑ์พื้นที่นอกเมืองหลวงต้องมีหลักฐานพำนักตามเงื่อนไข
  • ตรวจ GNI และ Checklist ล่าสุดจากแหล่งทางการก่อนยื่นทุกครั้ง

อย่าดูแค่ว่ารายได้ถึงหรือไม่ ต้องดูด้วยว่าพิสูจน์ตัวเลขนั้นได้หรือเปล่า

ทีม Co Journey Visa ช่วยเลือกเกณฑ์ที่ตรงกับเคส ตรวจรายได้ที่นับได้ เปรียบเทียบตัวเลขในเอกสาร และวางแผนหลักฐานสำหรับพนักงาน ฟรีแลนซ์ และเจ้าของธุรกิจ

📱 ปรึกษาทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com
⭐ รีวิวบทความ

บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?

ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น

0.0 ☆☆☆☆☆ จาก 0 รีวิว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่ได้เลือกดาว
ขอบคุณครับ รีวิวของคุณช่วยให้บทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่านคนต่อไปมากขึ้น 🙏

รีวิวจากผู้อ่าน

🐰
Rabbit Reader
★★★★★

อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย

🐱
Catเที่ยว
★★★★★

บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด

🐻
Bear Minimal
★★★★★

ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย

🦊
Fox Study
★★★★☆

บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ