บริการรับทำวีซ่าธุรกิจ Business Visa พร้อมดูแลเอกสารบริษัท
ทริปธุรกิจมีสิ่งหนึ่งที่ต่างจากทริปเที่ยวชัดเจน คือวันเดินทางมักผูกกับนัดประชุม งานแฟร์ Conference หรือกำหนดการของคู่ค้า ถ้าวีซ่าล่าช้า เอกสารบริษัทออกไม่ทัน หรือเลือกประเภทคำร้องผิด ผลกระทบอาจไม่ได้เกิดกับผู้เดินทางเพียงคนเดียว แต่กระทบ Timeline ของบริษัทด้วย
Co Journey Visa ให้บริการ บริการยื่นขอวีซ่าธุรกิจ สำหรับผู้เดินทางรายบุคคลและองค์กร โดยช่วยประเมินก่อนว่า Business Visa, Business Visitor หรือ Visitor Route ของประเทศนั้นรองรับกิจกรรมที่จะไปทำจริงหรือไม่ จากนั้นจึงจัด Checklist แยกเอกสารฝั่งผู้เดินทาง บริษัทไทย และบริษัทหรือองค์กรผู้เชิญในต่างประเทศ
ประเด็นสำคัญคือคำว่า วีซ่าธุรกิจ ไม่ได้หมายความว่าใช้ทำงานในประเทศปลายทาง ได้ทุกกิจกรรม การประชุม เจรจาสัญญา Conference หรือ Trade Fair อาจอยู่ในขอบเขต Business Visitor ของหลายประเทศ แต่หากต้องไปปฏิบัติงาน ให้บริการ ติดตั้ง ทำงานประจำ หรือรับตำแหน่งกับนายจ้าง ต้องตรวจเส้นทาง วีซ่าทำงาน หรือ ใบอนุญาตทำงาน ให้เหมาะสม
Business Visa หรือเส้นทาง Business Visitor ใช้สำหรับการเดินทางธุรกิจชั่วคราว ตามกิจกรรมที่ประเทศปลายทางอนุญาต เช่น ประชุม พบคู่ค้า เจรจาสัญญา Conference หรือ Trade Fair ในบางกรณี แต่ชื่อวีซ่า เอกสาร และกิจกรรมที่อนุญาต แตกต่างกันในแต่ละประเทศ จึงไม่ควรใช้คำว่า “ไปธุรกิจ” กับ “ไปทำงาน” แทนกันโดยอัตโนมัติ
ประชุม พบ Partner หรือ Client, Business Matching, Conference, Exhibition, Trade Fair, Negotiation, Training หรือกิจกรรมธุรกิจระยะสั้นในต่างประเทศ
ดู Business Visa ต่างประเทศ →Non-Immigrant B, วีซ่าทำงาน, ใบอนุญาตทำงาน Work Permit, e-WorkPermit, Extension และ Compliance หลังเริ่มงาน
ดูวีซ่าทำงานและ Work Permit Thailand →
มี Business Trip หรือกำลังจ้างชาวต่างชาติ
แต่ไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจาก Visa Route ใด?
ส่งประเทศ สัญชาติ กิจกรรมจริง
บริษัทที่เกี่ยวข้อง และช่วงเวลา
ให้ทีมช่วยประเมิน Scope ก่อนเริ่มออกเอกสารทั้งชุด
ข้อมูลบริการวีซ่าธุรกิจ วีซ่าทำงาน และ Work Permit
- Business Visa ใช้กรณีไหน
- Co Journey Visa ช่วยอะไร
- เอกสาร Business Visa 3 ฝั่ง
- Invitation Letter
- Business vs Tourist
- Business Visa vs Work Visa vs Work Permit
- ประเทศ Business Visa ยอดนิยม
- Corporate / HR
- เคสที่ควรปรึกษา
- ขั้นตอนใช้บริการ
- Non-B และวีซ่าทำงานในไทย
- Work Permit คืออะไร
- e-WorkPermit ล่าสุด
- เอกสาร Work Permit
- ขั้นตอน Non-B + Work Permit
- เปลี่ยนเป็น Non-B ในไทย
- BOI / Expert Route
- หลังได้ Work Permit
- ขอบเขตบริการ
- FAQ
Business Visa ใช้เดินทางกรณีไหน? เริ่มจาก “กิจกรรมที่จะไปทำ” ก่อน
อย่าเลือกวีซ่าจากตำแหน่งงานเพียงอย่างเดียว ผู้สมัครสองคนอาจมีตำแหน่ง Sales Manager เหมือนกัน แต่คนหนึ่งไปประชุมกับ Distributor ขณะที่อีกคนไปติดตั้งระบบให้ลูกค้า ซึ่งอาจเข้าคนละเงื่อนไข
ประชุมภายในบริษัท หรือกับ Partner / Client ตามกิจกรรมที่ประเทศปลายทางอนุญาต
พบคู่ค้า Supplier, Distributor, Buyer หรือ Partner
เข้าร่วม Trade Fair, Exhibition หรือกิจกรรมส่งเสริมธุรกิจ ตามขอบเขตกฎ
เข้าร่วม Conference, Convention, Seminar หรืองานวิชาชีพ
ต้องดูว่าเป็นการเข้าอบรม หรือมีการลงมือปฏิบัติงาน ที่อาจเข้าข่าย Work Route
เจรจาธุรกิจ พูดคุยเงื่อนไข หรือสัญญาทางการค้า
บริการวีซ่าธุรกิจ Co Journey Visa ช่วยอะไรได้บ้าง?
คำร้องธุรกิจมักมีคนเกี่ยวข้องหลายฝ่าย ตั้งแต่ผู้เดินทาง HR ฝ่ายบัญชี ผู้บริหาร บริษัทคู่ค้า และผู้จัดงานในต่างประเทศ งานหลักจึงไม่ใช่แค่รวบรวมเอกสาร แต่ต้องทำให้ข้อมูลจากทุกฝ่ายตรงกัน
เทียบ Passport, Employment, Invitation, Application และ Itinerary ไม่ให้ข้อมูลไปคนละทาง
รู้ว่าอะไรพนักงานเตรียม อะไร HR ออก และอะไรต้องขอจากบริษัทต่างประเทศ
คำนึงถึง Meeting, Conference, Appointment, Biometrics และวันใช้ Passport
วิเคราะห์ประเภทคำร้อง
เช็กกิจกรรม ประเทศ สัญชาติ ระยะเวลา และลักษณะงาน เพื่อแยก Business Visitor จาก Work Route
จัด Checklist รายเคส
แยกเอกสาร ผู้เดินทาง บริษัทต้นสังกัด และผู้เชิญ ให้เห็นว่าใครต้องเตรียมอะไร
ตรวจเอกสารบริษัท
ดูชื่อบริษัท ตำแหน่ง วัตถุประสงค์ วันเดินทาง ค่าใช้จ่าย และข้อมูลคู่ค้า
Application Form
ช่วยจัดข้อมูล จากข้อเท็จจริงของผู้เดินทาง และเทียบกับเอกสารบริษัท
Invitation / Supporting Letter
ตรวจผู้เดินทาง เหตุผล วันที่ ผู้เชิญ และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
Appointment & Timeline
วางลำดับนัดหมาย Biometrics Interview และวัน Event
Business Itinerary
จัด Meeting, บริษัทที่ไปพบ เมือง ที่พัก และการเดินทาง ให้สัมพันธ์กัน
เอกสารประกอบอื่น
ตรวจเรื่องแปลเอกสาร ประกัน หรือหลักฐานเพิ่มเติม ตาม Checklist ของประเทศนั้น
เอกสารวีซ่าธุรกิจ ควรแบ่งเป็น 3 ฝั่ง
รายการนี้เป็นกรอบสำหรับวางเอกสารเบื้องต้น ไม่ใช่ Checklist บังคับของทุกประเทศ เพราะชื่อเอกสาร ภาษา การรับรอง และจำนวนเอกสารอาจต่างกัน
Passport, ประวัติการเดินทางหรือวีซ่าเดิม, ข้อมูลอาชีพ, การเงินส่วนตัวเมื่อเกี่ยวข้อง, Itinerary, ที่พัก และ Flight ตามข้อกำหนด
Employment Letter, ตำแหน่ง รายได้ วันเริ่มงาน, เหตุผลการส่งพนักงาน, เอกสารบริษัท และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
Invitation Letter, ข้อมูลบริษัทผู้เชิญ, ความสัมพันธ์ทางธุรกิจ, วัตถุประสงค์, Meeting Schedule, Event Registration และ Contact Person
ชื่อผู้เดินทาง + บริษัท + วัตถุประสงค์ + วันที่ + ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ควรเล่าเรื่องเดียวกัน
Invitation Letter วีซ่าธุรกิจ ควรมีข้อมูลอะไร?
Invitation Letter เป็นเอกสารที่พบได้บ่อยในคำร้องธุรกิจ แต่ไม่มี Format เดียวที่ใช้ได้ทั่วโลก ควรตรวจ Checklist ของประเทศที่ยื่น ก่อนให้คู่ค้าออกเอกสาร
| ข้อมูลที่ควรตรวจ | คำถามที่ต้องตอบได้ | จุดที่มักต้องแก้ |
|---|---|---|
| ผู้เชิญ | บริษัทหรือองค์กรใดเป็นผู้เชิญ? | ชื่อหรือที่อยู่ไม่ตรงกับเอกสารอื่น |
| ผู้เดินทาง | เชิญพนักงานคนใด ตำแหน่งอะไร? | ชื่อ Passport หรือตำแหน่งไม่ตรง |
| ความสัมพันธ์ธุรกิจ | บริษัทสองฝ่ายเกี่ยวข้องกันอย่างไร? | ระบุเพียง Business Meeting โดยไม่มีบริบท |
| วัตถุประสงค์ | ไปประชุม เจรจา Conference หรืออะไร? | กิจกรรมไม่ตรง Application |
| วันที่ | ประชุมและเดินทางช่วงใด? | Invitation ไม่ตรง Flight หรือ Itinerary |
| ค่าใช้จ่าย | บริษัทใดรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนใด? | เอกสารไทยและต่างประเทศระบุคนละฝ่าย |
| ผู้ติดต่อ | เจ้าหน้าที่สามารถติดต่อบริษัทผู้เชิญได้หรือไม่? | ไม่มี Contact หรือใช้ข้อมูลเก่า |
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
หากต้องการดูบริการเกี่ยวกับ จดหมายเชิญและจดหมายประกอบวีซ่า สามารถเปิดดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้
Business Visa vs Tourist Visa ต่างกันอย่างไร?
| ประเด็น | Business Visa / Business Visitor | Tourist / Leisure Visit |
|---|---|---|
| เหตุผลหลัก | กิจกรรมธุรกิจชั่วคราวที่กฎอนุญาต | ท่องเที่ยว พักผ่อน หรือ Visitor Activity อื่น |
| ตัวอย่าง | Meeting, Conference, Trade Fair, Negotiation | เที่ยว พักผ่อน เยี่ยมสถานที่ |
| เอกสารบริษัท | มักมีบทบาทสำคัญ | มักใช้เพื่อพิสูจน์งานหรือสถานะมากกว่า |
| Invitation | พบได้บ่อยในคำร้องธุรกิจ | ใช้ในบางกรณี เช่น Visitor / Visit Family |
| สิทธิทำงาน | ไม่ควรถือว่าอนุญาตทำงานอัตโนมัติ | ไม่ใช่เส้นทางสำหรับการทำงาน |
วีซ่าธุรกิจ วีซ่าทำงาน และใบอนุญาตทำงาน ต่างกันอย่างไร?
นี่เป็นจุดสำคัญสำหรับทั้งบริษัท ฝ่าย HR และชาวต่างชาติ เพราะ Visa, Permission to Stay และ Work Authorization ไม่ใช่เอกสารเดียวกัน
| เรื่อง | Business Visa | Work Visa | Work Permit |
|---|---|---|---|
| หน้าที่หลัก | รองรับ Business Visit ตามกิจกรรมที่กฎอนุญาต | รองรับการเข้าประเทศหรือพำนักเพื่อทำงานตาม Route | อนุญาตให้ทำงานตามตำแหน่ง/งาน/นายจ้างที่ได้รับอนุญาต |
| ใช้ทำงานได้เลยไหม | ไม่ควรสรุปว่าได้ | ยังต้องตรวจ Work Authorization | เป็นส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิทำงานโดยตรง |
| ดูจากอะไร | กิจกรรมและวัตถุประสงค์ธุรกิจ | นายจ้าง ตำแหน่ง และกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง | นายจ้าง ตำแหน่ง หน้าที่ และกฎหมายแรงงานคนต่างด้าว |
| ประเทศไทย | อาจเกี่ยวข้องกับ Non-B Business | มักเกี่ยวข้องกับ Non-Immigrant B Employment | ต้องดำเนินการกับระบบ/หน่วยงานด้านการจัดหางานตาม Route |
Business Visa ประเทศยอดนิยม
Business Visa ไม่มีระบบเดียวทั่วโลก บางประเทศใช้ Business Visitor บางประเทศรวมอยู่ใน Visitor Visa และบางปลายทางมีกฎเฉพาะตามกิจกรรม
Business Visa สำหรับบริษัท HR และ Corporate Account
เมื่อบริษัทส่งพนักงานหลายคน ไป Conference, Exhibition, Training หรือ Meeting ปัญหามักอยู่ที่การประสานเอกสารหลายคน มากกว่าคำร้องใดคำร้องหนึ่ง
รายชื่อ Passport, ประเทศ, วันเดินทาง และสถานะเอกสาร
แยกเอกสารกลางของบริษัท กับเอกสารส่วนบุคคล
ตรวจชื่อ ตำแหน่ง วันที่ และ Activity ให้ตรงผู้เดินทาง
วางลำดับจาก Event Date, Appointment และ Dependency
ลดปัญหา Template เดิม แต่ลืมแก้ชื่อ วันที่ หรือตำแหน่ง
ประสานงานกับ HR หรือผู้ติดต่อบริษัท ตาม Scope ที่ตกลง
เคส Business Visa แบบไหนควรปรึกษาก่อนออกเอกสารทั้งชุด?
Training / Support / Installation
ต้องดูว่ากิจกรรม ยังอยู่ใน Business Visitor หรือเข้าข่ายการทำงาน
บริษัทต่างประเทศออกค่าใช้จ่าย
Invitation และเอกสารบริษัทไทย ควรระบุข้อมูลตรงกัน
เดินทางหลายประเทศ
ต้องดู Main Destination, Transit และลำดับการยื่น
Event Date ใกล้
ต้องดู Appointment, Passport Availability และ Processing Time ไม่ใช่ดูวันบินอย่างเดียว
เคยถูกปฏิเสธ
ควรอ่านเหตุผลเดิม และตรวจคำร้องก่อนยื่นใหม่
บริษัทส่งหลายคน
ควรวาง Master Timeline และ Tracker กลาง ตั้งแต่ต้น
ขั้นตอนใช้บริการรับทำวีซ่าธุรกิจ
-
แจ้ง Business Trip
ส่งประเทศปลายทาง วันเดินทาง Activity ผู้เชิญ และข้อมูลผู้เดินทาง -
เช็ก Visa Route และ Scope
ประเมินว่า Activity เหมาะกับ Business Visitor หรือมีประเด็นต้องตรวจ Work Route -
จัด Checklist แยกผู้รับผิดชอบ
ระบุเอกสารที่พนักงานจัด HR ออก และบริษัทต่างประเทศต้องเตรียม -
ตรวจความสอดคล้อง
เช็ก Passport, Employment, Invitation, Business Itinerary, การเงิน และ Application -
เตรียม Application / Appointment
วางขั้นตอนยื่น Biometrics หรือ Interview ตามระบบจริง -
ยื่นและติดตาม Dependency
ช่วยดูเอกสารเพิ่ม ตาม Scope แต่วันตัดสินและผลอนุมัติ อยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
วีซ่าทำงานในประเทศไทย Non-Immigrant B และใบอนุญาตทำงาน Work Permit
สำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาทำงาน หรือรับตำแหน่งกับบริษัทในประเทศไทย ควรแยก 3 เรื่องให้ชัด: ประเภทวีซ่า, ระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ และสิทธิในการทำงาน เพราะแต่ละส่วนอยู่ภายใต้คนละขั้นตอน และอาจเกี่ยวข้องกับคนละหน่วยงาน
กระทรวงการต่างประเทศระบุ Non-Immigrant Category B สำหรับวัตถุประสงค์ด้านการติดต่อ หรือประกอบธุรกิจและการทำงาน แต่เงื่อนไขของ Business และ Employment ไม่ควรถูกเหมารวมเป็นเรื่องเดียวกัน และบาง Business-only Route ระบุชัดว่าไม่อนุญาตการจ้างงาน
Non-Immigrant B คืออะไร? Business กับ Employment ต้องแยกอย่างไร
ใช้สำหรับกิจกรรมด้านธุรกิจ ตามประเภทและเงื่อนไข เช่น การติดต่อธุรกิจ ประชุม หรือดำเนินกิจกรรม ที่ Route นั้นอนุญาต
ใช้ในเส้นทางของผู้ที่เข้ามา เพื่อรับการจ้างงาน หรือทำงานกับนายจ้างในประเทศไทย โดยต้องตรวจขั้นตอน Work Permit เพิ่ม
ใบอนุญาตทำงาน Work Permit คืออะไร?
Work Permit เป็นเอกสารที่เกี่ยวกับสิทธิของคนต่างด้าว ในการทำงานในประเทศไทย โดยระบุรายละเอียดเกี่ยวกับ ตำแหน่ง งาน หรือเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต ตามกฎหมายและ Route ที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้นวีซ่าและ Work Permit ไม่ควรถูกใช้แทนกัน วีซ่าหรือ Permission to Stay ตอบเรื่องการเข้าและพำนัก ส่วน Work Permit ตอบเรื่องการทำงาน
ก่อนเริ่มทำงานจริง บริษัทและชาวต่างชาติ ควรตรวจว่า Visa Status, Work Permit, Job Position และ Employer ตรงกับการปฏิบัติงานจริงหรือไม่
e-WorkPermit ระบบขอใบอนุญาตทำงาน สำหรับคนต่างด้าว
กรมการจัดหางาน เปิดให้บริการระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-WorkPermit อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2568 เพื่อรองรับกระบวนการด้านการอนุญาตทำงาน ผ่านระบบดิจิทัล
ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับคำขอที่อยู่ในขอบเขต ของระบบกรมการจัดหางาน
ติดตามสถานะคำขอ ตามขั้นตอนของระบบ
นายจ้างและสถานประกอบการ ต้องจัดข้อมูลบริษัท และผู้ขอให้ตรงกับ Route
BOI, MOU, ผู้เชี่ยวชาญ หรือกรณีพิเศษ อาจมีขั้นตอนเฉพาะเพิ่มเติม
เว็บไซต์ทางการ: e-WorkPermit กรมการจัดหางาน
เอกสารใบอนุญาตทำงาน ควรแยกฝั่งชาวต่างชาติ และฝั่งบริษัทนายจ้าง
รายการต่อไปนี้เป็นตัวอย่างกลุ่มเอกสาร เพื่อใช้วางแผน ไม่ใช่ Checklist บังคับของทุก Route เพราะบริษัททั่วไป, BOI, MOU, ผู้เชี่ยวชาญ และวิชาชีพเฉพาะ อาจใช้เอกสารต่างกัน
| ฝั่ง | ตัวอย่างเอกสาร | จุดที่ควรตรวจ |
|---|---|---|
| ชาวต่างชาติ | Passport, Visa Status, Entry Stamp, ประวัติส่วนตัว | สถานะพำนัก และข้อมูล Passport ตรงกับคำขอหรือไม่ |
| คุณสมบัติผู้สมัคร | วุฒิการศึกษา, CV, Work Experience, Professional Certificate ตามกรณี | คุณสมบัติสัมพันธ์ กับตำแหน่งและ Job Description หรือไม่ |
| การจ้างงาน | Employment Contract, Offer Letter, Job Description | นายจ้าง ตำแหน่ง หน้าที่ และสถานที่ทำงาน ตรงกันหรือไม่ |
| บริษัทนายจ้าง | หนังสือรับรองบริษัท, รายชื่อผู้ถือหุ้น, เอกสารจดทะเบียน | บริษัทมีสถานะ และข้อมูลตรงกับคำขอหรือไม่ |
| ภาษี / การดำเนินธุรกิจ | VAT, ภาษี, Financial Documents หรือเอกสารทางธุรกิจตาม Route | ใช้ Checklist ล่าสุด ไม่ควรใช้รายการเก่าของเคสอื่นแทน |
| สถานประกอบการ | ที่อยู่, แผนที่, รูปสถานที่ หรือหลักฐานอื่นเมื่อมีข้อกำหนด | สถานที่ทำงานจริง และข้อมูลบริษัท ต้องสอดคล้องกัน |
เอกสารจริงขึ้นอยู่กับกฎหมาย Route และหน่วยงานที่รับคำร้อง ควรตรวจ Checklist ล่าสุดก่อนเตรียม
ขั้นตอนวีซ่าทำงาน และ Work Permit ในประเทศไทย ควรวางอย่างไร?
-
ตรวจ Route ของนายจ้างและผู้สมัคร
บริษัททั่วไป, BOI, ผู้เชี่ยวชาญ, งานเร่งด่วน หรือเส้นทางอื่น อาจใช้ขั้นตอนไม่เหมือนกัน -
ตรวจ Visa Status
ดูว่าผู้สมัครอยู่ต่างประเทศ หรืออยู่ในไทยแล้ว และถือสถานะใด -
จัด Employer Documents
เตรียมข้อมูลบริษัท การจ้างงาน และตำแหน่ง ตาม Checklist ของ Route -
จัด Employee Documents
เตรียม Passport, คุณสมบัติ, Experience และ Employment Information -
ดำเนินการ Non-B ตามกรณี
อาจเป็นการขอจากต่างประเทศ หรือเปลี่ยนสถานะในไทย หากเข้าเงื่อนไข -
ดำเนินการ Work Permit
ใช้ระบบหรือช่องทาง ที่ตรงกับประเภทผู้สมัคร และนายจ้าง -
ตรวจ Permission to Stay
Work Permit ไม่ได้แทนการขยายระยะพำนัก จึงต้องติดตาม Stay Permission แยก -
ดู Compliance หลังเริ่มงาน
ตรวจ Extension, Re-entry, 90-Day Report และการเปลี่ยนข้อมูลการทำงาน เมื่อเกี่ยวข้อง
อยู่ในไทยแล้ว เปลี่ยนเป็น Non-B ได้ไหม?
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีช่องทางการขอเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา หรือขอรับการตรวจลงตรา เพื่อทำงานในบริษัท สำหรับผู้ที่เข้าเงื่อนไข
ใช้ในกรณีผู้สมัคร มี Tourist Visa หรือ Transit Visa และยื่นขอเปลี่ยนประเภท เป็น Non-Immigrant ตามเงื่อนไข
ใช้ในบางกรณี สำหรับผู้ที่เข้ามาโดยไม่มีวีซ่า แต่ได้รับอนุญาตให้อยู่ และต้องการขอรับ Non-Immigrant Visa ตามเงื่อนไข
บริษัท BOI และผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ ใช้ขั้นตอนเหมือนบริษัททั่วไปไหม?
บริษัทที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI มีขั้นตอนและสิทธิ สำหรับนำช่างฝีมือ ผู้ชำนาญการ และผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ เข้ามาทำงานภายใต้โครงการที่ได้รับส่งเสริม จึงไม่ควรใช้ Checklist ของบริษัททั่วไปมาวางทับทั้งหมด
ผู้เชี่ยวชาญที่เข้ามาทำงาน ต้องตรวจ Visa Route ก่อนเดินทาง
ตำแหน่งและผู้เชี่ยวชาญ ต้องอยู่ในขั้นตอนอนุมัติ ตามโครงการ
ดำเนินการตามขั้นตอน ที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่ง ที่ได้รับอนุมัติ
การขยายระยะพำนัก เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง ที่ต้องติดตาม
หลังได้ Work Permit แล้ว ยังต้องดูอะไรต่อ?
การได้รับใบอนุญาตทำงาน ไม่ได้หมายความว่า งานด้าน Immigration และ Compliance จบลงทั้งหมด
ตรวจวันอนุญาตให้อยู่ และดำเนินการต่อระยะพำนัก ตามสิทธิของผู้สมัคร
หากต้องเดินทางออกจากไทย และต้องการรักษาสิทธิพำนักเดิม ควรตรวจความจำเป็นของ Re-entry ก่อนออกประเทศ
ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ชั่วคราว และอยู่ในไทยเกิน 90 วัน ต้องตรวจหน้าที่แจ้งที่พัก ตามกฎ Immigration
ติดตามวันหมดอายุ และดำเนินการต่อ ก่อนสิทธิหมด
หากเปลี่ยนนายจ้าง ต้องตรวจขั้นตอน Visa และ Work Permit ใหม่ให้สัมพันธ์กัน
ตำแหน่ง หน้าที่ หรือสถานที่ทำงาน อาจกระทบข้อมูล ที่ได้รับอนุญาตไว้
บริษัทกำลังจ้างชาวต่างชาติ
หรือมีพนักงานต่างชาติที่ต้องทำ Non-B / Work Permit?
ส่งสัญชาติ ตำแหน่ง
นายจ้าง Visa Status ปัจจุบัน
และข้อมูลบริษัท
เพื่อให้ทีมช่วยดูว่า
ควรเริ่มตรวจ Route และเอกสารส่วนใดก่อน
Co Journey Visa ช่วยอะไรได้ และอะไรยังเป็นหน้าที่ของผู้สมัครหรือบริษัท?
สิ่งที่ทีมช่วยได้
- ช่วยเช็ก Business / Work Visa Route เบื้องต้น
- จัด Checklist ตามเคส
- ตรวจเอกสารผู้สมัครและเอกสารบริษัท
- ตรวจ Invitation / Employment / Itinerary
- ช่วยจัดข้อมูลสำหรับ Application
- วาง Timeline และ Appointment
- ช่วยจัด Workflow สำหรับ HR และ Corporate Group
- ตรวจประเด็น Non-B / Work Permit ตาม Scope บริการ
สิ่งที่บริการทำแทนไม่ได้
- รับประกันผลวีซ่าหรือ Work Permit
- ควบคุมดุลยพินิจหน่วยงานราชการ
- สร้างบริษัท นายจ้าง หรืองานที่ไม่มีจริง
- สร้าง Invitation จากเหตุการณ์ที่ไม่มีจริง
- ทำเอกสารราชการหรือการเงินปลอม
- เปลี่ยน Business Visitor ให้เป็นสิทธิทำงานโดยอัตโนมัติ
- ไปสัมภาษณ์หรือแสดงตัวแทนเมื่อกฎหมายกำหนดให้ผู้สมัครดำเนินการเอง
ทำไมเลือกให้ Co Journey Visa ช่วยดู Business Visa และเอกสารบริษัท?
- ดูจาก Activity ไม่ใช่ชื่อทริป — ลดความสับสนระหว่าง Business Visitor กับ Work Route
- แยกเอกสาร 3 ฝั่งชัดเจน — ผู้เดินทาง บริษัทไทย และบริษัทต่างประเทศ รู้ว่าใครต้องเตรียมอะไร
- ตรวจข้อมูลข้ามเอกสาร — วันประชุม ตำแหน่ง ค่าใช้จ่าย และ Activity ไม่ควรไปคนละทาง
- รองรับ Workflow บริษัท — เหมาะกับ HR หรือองค์กรที่จัดการผู้เดินทางหลายคน
- เชื่อมต่อ Thailand Visa Route — สำหรับบริษัทที่มี พนักงานหรือผู้เชี่ยวชาญต่างชาติในไทย สามารถเริ่มจาก บริการวีซ่าไทยสำหรับชาวต่างชาติ
- ไม่โอเวอร์เคลมผล — ทีมช่วยเรื่องการจัดระบบ และเอกสาร แต่การอนุมัติเป็นอำนาจ ของหน่วยงานรัฐ
บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง
แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับวีซ่าธุรกิจ วีซ่าทำงาน และใบอนุญาตทำงาน
Business Visa ใช้สำหรับไปประชุมหรือพบลูกค้าได้ไหม?
ไป Training ควรใช้ Business Visa หรือ Work Visa?
วีซ่าธุรกิจกับวีซ่าทำงานต่างกันอย่างไร?
Business Visa ทำงานได้เลยไหม?
Non-Immigrant B คือ Work Visa ไหม?
มี Non-B แล้วเริ่มทำงานในไทยได้เลยไหม?
Work Permit คืออะไร?
e-WorkPermit คืออะไร?
Tourist Visa เปลี่ยนเป็น Non-B ในไทยได้ไหม?
Overstay แล้วเปลี่ยนเป็น Non-B ในไทยได้ไหม?
บริษัทต้องใช้เอกสารอะไรทำ Work Permit?
ชาวต่างชาติต้องใช้วุฒิการศึกษาหรือประสบการณ์ไหม?
BOI ใช้ Work Permit แบบเดียวกับบริษัททั่วไปไหม?
Work Permit แล้วต้องต่อวีซ่าด้วยไหม?
Re-entry Permit ใช้ทำอะไร?
90-Day Report คือการต่อวีซ่าหรือไม่?
เปลี่ยนนายจ้างต้องทำอะไร?
บริษัทส่งพนักงานหลายคนไป Conference ให้ดูแลพร้อมกันได้ไหม?
ใช้บริการ Co Journey Visa แล้วการันตีวีซ่าหรือ Work Permit ไหม?
ก่อนส่งเคส Business Visa / Work Permit ให้ทีม แนะนำเตรียมข้อมูลเหล่านี้
- สัญชาติของผู้เดินทางหรือพนักงานต่างชาติ
- ประเทศปลายทาง หรือกรณีทำงานในไทย
- กิจกรรมหรือ Job Scope ที่จะทำจริง
- วันที่เดินทาง / วันที่เริ่มงาน
- บริษัทต้นสังกัดหรือนายจ้าง
- บริษัทหรือองค์กรผู้เชิญ
- Visa Status ปัจจุบันของชาวต่างชาติ ถ้าอยู่ในไทยแล้ว
- ตำแหน่งงาน และสถานที่ทำงาน หากเป็น Work Permit
- จำนวนผู้เดินทาง หากเป็น Corporate Group
มี Business Trip หรือกำลังเตรียม Non-B / Work Permit?
ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยเริ่มจากการแยก Route ให้ถูกก่อน แล้วค่อยจัด Checklist ผู้เดินทาง บริษัท ผู้เชิญ นายจ้าง และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ให้ไปในทิศทางเดียวกัน
ปรึกษาทาง LINE @cojourneyvisa