✈️ Visa Document Translation & Consistency Check

รับแปลเอกสารยื่นวีซ่า พร้อมตรวจชื่อและข้อมูลเอกสาร

แปลเอกสารประกอบคำร้องวีซ่า พร้อมตรวจชื่อ–นามสกุล วันเกิด วันที่ เลขที่เอกสาร ชื่อบริษัท ตำแหน่งงาน และข้อมูลสำคัญระหว่างเอกสาร เพื่อช่วยลดความไม่สอดคล้องก่อนนำไปใช้ยื่นจริง
📅 อัปเดตล่าสุด: 5 ตุลาคม 2026 ✍️ โดย ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ 🔎 แปล + ตรวจความสอดคล้อง

การแปลเอกสารยื่นวีซ่าไม่ควรจบเพียงแค่เปลี่ยนภาษาไทยให้เป็นภาษาอังกฤษ เพราะเจ้าหน้าที่มักพิจารณาเอกสารหลายฉบับร่วมกัน เช่น Passport เอกสารการทำงาน เอกสารครอบครัว เอกสารการเงิน และเอกสารราชการ หากข้อมูลเดียวกันปรากฏต่างรูปกันโดยไม่มีคำอธิบาย อาจทำให้ชุดเอกสารอ่านยากหรือเกิดคำถามเพิ่มเติมได้

บริการของ Co Journey Visa จึงเน้นทั้ง แปลเอกสาร และการตรวจความสอดคล้องของข้อมูลที่มองเห็นได้จากเอกสารที่ลูกค้าจัดส่ง ไม่ว่าจะเป็นชื่อ วันเดือนปีเกิด หมายเลขเอกสาร ชื่อบริษัท ตำแหน่งงาน หรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับคำร้อง

สรุปสั้น ๆ: ก่อนแปลเอกสารวีซ่า ควรตรวจว่า ต้องแปลเอกสารฉบับไหน + ต้องใช้ภาษาอะไร + ต้องรับรองคำแปลหรือไม่ จาก Checklist ของประเทศและประเภทวีซ่าก่อน จากนั้นจึงตรวจให้ชื่อ วันที่ ตัวเลข และข้อมูลสำคัญสอดคล้องกับ Passport และเอกสารหลัก โดยไม่แก้หรือแต่งข้อเท็จจริงให้ต่างจากต้นฉบับ
ขอบเขตคำว่า “ตรวจข้อมูล”: เป็นการเปรียบเทียบความสอดคล้องจากเอกสารและ Reference ที่ลูกค้าจัดให้ เช่น Passport กับเอกสารราชการ ไม่ใช่การรับรองความแท้ของเอกสารหรือการตรวจสอบฐานข้อมูลของหน่วยงานภายนอก

มีเอกสารหลายฉบับ แต่ไม่แน่ใจว่าชื่อหรือข้อมูลตรงกันหรือไม่?
ส่ง Checklist ของวีซ่า พร้อมไฟล์เอกสารและ Passport Reference ให้ทีมช่วยประเมินก่อนเริ่มแปล

📱 ตรวจชุดเอกสารก่อนแปล
เอกสารสำหรับแปลประกอบคำร้องวีซ่าและตรวจข้อมูล

1. ทำไมงานแปลเอกสารวีซ่าต้องตรวจข้อมูลข้ามเอกสาร

คำร้องวีซ่ามักประกอบด้วยเอกสารหลายประเภท เจ้าหน้าที่จึงไม่ได้อ่านคำแปลแต่ละฉบับแยกขาดจากกัน แต่สามารถเห็นข้อมูลเดียวกันซ้ำในหลายจุด

ตัวอย่างเช่น:

  • ชื่อผู้สมัครปรากฏใน Passport และเอกสารราชการ
  • ชื่อบริษัทปรากฏในหนังสือรับรองการทำงานและเอกสารการเงิน
  • ตำแหน่งงานปรากฏใน Employment Letter และแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
  • ชื่อคู่สมรสปรากฏในเอกสารสมรสและเอกสารครอบครัว
  • วันที่เริ่มงานปรากฏใน Contract และ Employment Certificate
  • ชื่อเดิมอาจปรากฏในเอกสารเก่า แต่ Passport ใช้ชื่อใหม่แล้ว
หลักคิดสำคัญ: การแปลที่ดีไม่ได้ทำให้ข้อมูลทุกฉบับ “เหมือนกัน” หากต้นฉบับต่างกันจริง แต่ต้องถ่ายทอดข้อเท็จจริงให้ถูกต้อง และช่วยมองเห็นจุดที่ควรมีเอกสารเชื่อมโยงหรือคำอธิบายเพิ่ม

2. เอกสารประเภทใดมักต้องตรวจเรื่องการแปลก่อนยื่นวีซ่า

👤 เอกสารส่วนบุคคล สูติบัตร ทะเบียนบ้าน เอกสารเปลี่ยนชื่อ เอกสารสถานะบุคคล และเอกสารราชการตาม Checklist
💍 เอกสารครอบครัว เอกสารสมรส หย่า ความสัมพันธ์ หรือเอกสารที่ใช้แสดง Family Ties
💼 เอกสารการทำงาน หนังสือรับรองการทำงาน สัญญาจ้าง หนังสือบริษัท หรือเอกสารเกี่ยวกับอาชีพ
🎓 เอกสารการศึกษา Transcript, Degree, Diploma, Certificate และหนังสือจากสถานศึกษา
🏢 เอกสารธุรกิจ เอกสารทะเบียนบริษัท หนังสือรับรองธุรกิจ และเอกสารสำหรับเจ้าของกิจการ
💰 เอกสารการเงิน Statement หรือหลักฐานทางการเงินเฉพาะกรณีที่ Checklist กำหนดให้แปลหรือข้อมูลสำคัญไม่ได้อยู่ในภาษาที่รับได้
อย่าแปลทุกฉบับโดยอัตโนมัติ: หากเอกสารออกเป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้ว หรือหน่วยงานรับเอกสารภาษาต้นฉบับนั้นได้ อาจไม่จำเป็นต้องแปล ควรตรวจ Requirement ก่อนทุกครั้ง

3. บริการตรวจชื่อและข้อมูลเอกสาร ตรวจอะไรบ้าง

การตรวจเน้นความสอดคล้องของข้อมูลที่สามารถเทียบได้จากชุดเอกสารที่ลูกค้าส่งให้ เช่น:

ชื่อ–นามสกุล
ชื่อเดิมและชื่อปัจจุบัน
วันเดือนปีเกิด
วันที่ออกเอกสาร
เลขที่เอกสาร
ชื่อบริษัท
ตำแหน่งงาน
วันที่เริ่มงาน
ชื่อสถานศึกษา
ชื่อคู่สมรสหรือสมาชิกครอบครัว
ที่อยู่เมื่อเกี่ยวข้อง
ข้อความสำคัญในตราหรือหมายเหตุ
ตรวจความสอดคล้อง ≠ ตรวจความแท้: ทีมสามารถชี้จุดที่ข้อมูลในเอกสารที่ได้รับไม่ตรงกัน แต่ไม่ควรตีความว่าเป็นการพิสูจน์ว่าเอกสารราชการ บริษัท หรือข้อมูลบุคคลนั้นเป็นของแท้จากฐานข้อมูลต้นทาง

4. ชื่อในคำแปลควรอิง Passport อย่างไร

สำหรับเอกสารที่เป็นของผู้สมัครวีซ่า Passport มักเป็น Reference สำคัญในการตรวจการสะกดชื่อภาษาอังกฤษ เพราะเป็นเอกสารระบุตัวตนที่ใช้ในคำร้องและการเดินทาง

สถานการณ์ แนวทางตรวจ ข้อควรระวัง
เอกสารไทยมีชื่อภาษาไทยอย่างเดียว ตรวจ Passport เพื่อใช้ Reference การสะกดชื่อเมื่อเหมาะสม ไม่ควรถอดชื่อใหม่โดยไม่ดูชื่อที่ Applicant ใช้จริง
เอกสารมีชื่ออังกฤษอยู่แล้ว เทียบกับ Passport หากต่างกัน ต้องหาสาเหตุ ไม่ควรแก้เงียบ ๆ
มีชื่อเดิม ตรวจเอกสารเปลี่ยนชื่อหรือหลักฐานเชื่อมโยง อย่าเปลี่ยนชื่อเดิมให้เป็นชื่อใหม่ในคำแปล
ชื่อบุคคลอื่นในเอกสาร ใช้ Reference ของบุคคลนั้นเมื่อมีและจำเป็น อย่าคาดเดาการสะกดจากผู้สมัครเพียงคนเดียว

เลื่อนตารางซ้าย–ขวาได้บนมือถือ

5. ถ้าชื่อในเอกสารไม่ตรงกับ Passport ต้องทำอย่างไร

อย่าเริ่มจากการแก้คำแปลให้ตรง Passport ทันที เพราะความแตกต่างอาจมีเหตุผลจริง เช่น เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุลหลังสมรส เอกสารเก่าออกก่อนเปลี่ยนชื่อ หรือเอกสารต้นฉบับมีข้อผิดพลาด

ระบุว่าต่างกันตรงไหน
ชื่อแรก นามสกุล ตัวสะกด หรือชื่อเดิม
ตรวจ Timeline
เอกสารฉบับใดออกก่อนหรือหลังการเปลี่ยนชื่อ
หาเอกสารเชื่อมโยง
เช่น เอกสารเปลี่ยนชื่อ สมรส หรือเอกสารราชการอื่นตามข้อเท็จจริง
ถ่ายทอดต้นฉบับตามจริง
ไม่เปลี่ยนข้อมูลในคำแปลเพื่อให้ดูเหมือนทุกฉบับตรงกัน
ตรวจว่าต้องมีคำชี้แจงเพิ่มหรือไม่
ขึ้นอยู่กับความแตกต่างและ Checklist ของเคส
ไม่ควรทำ: เปลี่ยนชื่อ วันเกิด สถานภาพสมรส ตำแหน่ง หรือข้อมูลอื่นในคำแปลเพื่อให้ “เข้ากับใบสมัคร” หากต้นฉบับระบุอีกแบบ เพราะอาจทำให้คำแปลไม่ตรงกับเอกสารจริง
การเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างเอกสารวีซ่าและคำแปล

6. วันเกิด วันที่ และตัวเลข ต้องตรวจแยกจากภาษา

งานแปลที่อ่านลื่นไม่ได้หมายความว่าตัวเลขจะถูกต้องเสมอ จุดที่ควรตรวจแยก ได้แก่:

  • วันเดือนปีเกิด
  • วันที่ออกเอกสาร
  • วันที่หมดอายุเมื่อมี
  • ปี พ.ศ. และ ค.ศ.
  • เลขที่เอกสาร
  • เลขทะเบียนหรือเลขอ้างอิง
  • จำนวนเงินที่ปรากฏในเอกสาร
  • วันที่เริ่มและสิ้นสุดการทำงาน
ภาพไม่ชัดต้องหยุดก่อน: หากต้นฉบับอ่านตัวเลขไม่ได้ ไม่ควรเดาจากบริบท ควรขอ Scan หรือภาพที่ชัดกว่าเพื่อป้องกันการถ่ายทอดข้อมูลผิด

7. เอกสารการทำงานต้องตรวจอะไรให้สอดคล้องกัน

ผู้สมัครที่ใช้เอกสารอาชีพหลายฉบับควรตรวจว่าข้อมูลหลักเล่าเรื่องเดียวกันตามข้อเท็จจริง เช่น:

  • ชื่อบริษัท
  • ตำแหน่งงาน
  • วันที่เริ่มงาน
  • ประเภทการจ้างงาน
  • รายได้ตามเอกสารจริง
  • วันลาหรือช่วงเดินทางเมื่อเอกสารระบุ

หากต้องจัดทำหรือทบทวน Employment Letter ควรใช้ข้อมูลจริงจากนายจ้างและไม่สร้างข้อความที่บริษัทไม่ได้รับรอง

ตัวอย่าง: Employment Letter ระบุตำแหน่ง “Senior Sales Executive” แต่เอกสารอีกฉบับใช้ “Sales Manager” หากเป็นตำแหน่งเดียวกันที่เรียกต่างรูปจริง ควรตรวจ Reference หรือคำอธิบายก่อน ไม่ควรเลือกคำหนึ่งแล้วเปลี่ยนทุกเอกสารเอง

8. Statement และเอกสารการเงินต้องแปลหรือไม่

ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกประเทศ เพราะบาง Statement ออกเป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้ว บางหน่วยงานรับเอกสารตามรูปแบบธนาคารเดิม และบางกรณีอาจต้องมีคำแปลสำหรับข้อความสำคัญ

ก่อนสั่งแปล Statement ควรตรวจ:

  • Checklist ระบุภาษาที่รับได้อย่างไร
  • Statement มีชื่อบัญชีเป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้วหรือไม่
  • คำอธิบายรายการเป็นภาษาอะไร
  • มีหน้าใดหรือข้อความใดที่ต้องอธิบายเพิ่มเติมหรือไม่
  • หน่วยงานต้องการ Statement ต้นฉบับหรือ Bank Certificate แยกหรือไม่
การแปลไม่ใช่การปรับ Statement: ไม่ควรแก้ยอดเงิน ซ่อนรายการ หรือเปลี่ยนคำอธิบายธุรกรรมเพื่อทำให้เอกสารดูดีขึ้น หากมีรายการที่ต้องอธิบายควรใช้ข้อเท็จจริงและหลักฐานที่ตรวจสอบได้

เอกสารงาน การเงิน และราชการใช้ชื่อหรือข้อมูลต่างกัน?
ส่งชุดเอกสารให้ทีมช่วยทำ Consistency Check ก่อนแปล เพื่อแยกว่าอะไรเป็นความแตกต่างที่อธิบายได้ และอะไรควรตรวจต้นฉบับเพิ่มเติม

🔎 ตรวจความสอดคล้องของเอกสาร

9. แปลเอกสารกับ Certified Translation ต่างกันอย่างไร

รูปแบบ ความหมายโดยทั่วไป สิ่งที่ต้องตรวจ
Translation ถ่ายทอดข้อความจากภาษาต้นทางเป็นภาษาปลายทาง หน่วยงานรับคำแปลทั่วไปหรือไม่
Certified Translation คำแปลที่มีการรับรองตามรูปแบบที่กำหนด ใครสามารถรับรองและต้องมีข้อมูลอะไร
Legalization / Authentication กระบวนการรับรองเอกสารเพิ่มเติมโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประเทศและหน่วยงานปลายทางกำหนดหรือไม่

คำเรียกเดียวกันอาจถูกใช้ต่างบริบท ควรอ่าน Requirement ของสถานทูตหรือหน่วยงานนั้นโดยตรง

อย่าสั่งรับรองเกิน Requirement: หากสถานทูตต้องการเพียง Translation การเพิ่มขั้นตอนโดยไม่จำเป็นอาจเพิ่มเวลาและค่าใช้จ่ายโดยไม่ได้ช่วยคำร้อง

10. แต่ละประเทศใช้ข้อกำหนดการแปลเหมือนกันหรือไม่

ไม่เหมือนกัน และแม้เป็นประเทศเดียวกัน ข้อกำหนดอาจแตกต่างตามประเภทวีซ่า วิธีสมัคร หรือเอกสารเฉพาะประเภท

ตัวอย่างสิ่งที่ต้องตรวจจากแหล่งทางการ ได้แก่:

  • ภาษาที่หน่วยงานรับได้
  • ต้องแปลเอกสารใด
  • ต้องใช้ Certified Translation หรือไม่
  • Translator ต้องระบุชื่อ ลายเซ็น หรือข้อมูลติดต่อหรือไม่
  • ต้องแนบต้นฉบับหรือสำเนาร่วมกับคำแปลหรือไม่
  • มีข้อกำหนดเรื่อง Notarization หรือ Legalization เพิ่มหรือไม่

ดังนั้นผู้สมัครควรเปิด Checklist ปัจจุบันของวีซ่าที่กำลังยื่น แทนการใช้ประสบการณ์ของผู้สมัครคนอื่นเป็นกฎตายตัว

11. Case Studies: จุดผิดพลาดที่การตรวจข้อมูลช่วยมองเห็น

เคส 1: ชื่อในทะเบียนบ้านกับ Passport ถอดเสียงต่างกัน

ไม่ควรเปลี่ยนต้นฉบับ แต่ควรใช้ Passport เป็น Reference สำหรับคำแปลของชื่อ Applicant เมื่อเหมาะสม พร้อมตรวจว่ามีเอกสารอื่นในชุดใช้การสะกดใดอยู่

เคส 2: เปลี่ยนนามสกุลหลังแต่งงาน

เอกสารเก่าและใหม่อาจมีนามสกุลต่างกันตาม Timeline จริง ควรใช้เอกสารสมรสหรือเปลี่ยนชื่อเชื่อมโยงข้อมูล ไม่ควรแก้นามสกุลในเอกสารเก่าให้เป็นปัจจุบันเอง

เคส 3: Employment Letter กับใบสมัครใช้ชื่อตำแหน่งต่างกัน

ตรวจว่าเป็นคำเรียกต่างรูปของตำแหน่งเดียวกันหรือเป็นข้อมูลไม่ตรงจริง หากจำเป็นควรให้นายจ้างยืนยันข้อมูลแทนการปรับคำแปลเอง

เคส 4: วันเกิดผิดหนึ่งหลักในเอกสารต้นฉบับ

คำแปลไม่ควรแก้เลขให้ตรง Passport โดยอัตโนมัติ หากต้นฉบับผิดจริงควรตรวจวิธีแก้ไขกับหน่วยงานผู้ออกเอกสาร

เคส 5: มีเอกสาร 20 ฉบับแต่ Checklist ใช้เพียงบางส่วน

ควรจัด Document Map ก่อนเพื่อแปลเฉพาะเอกสารที่จำเป็น ลดค่าใช้จ่าย และลดโอกาสนำเอกสารที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าสู่คำร้อง

การตรวจคำแปลและข้อมูลสำคัญก่อนจัดชุดเอกสารยื่นวีซ่า

12. ขั้นตอนใช้บริการแปลเอกสารยื่นวีซ่า

แจ้งประเทศและประเภทวีซ่า
เพื่อรู้ว่า Checklist ใดเกี่ยวข้อง
ส่ง Checklist ถ้ามี
ช่วยแยกว่าเอกสารใดต้องใช้และควรตรวจ Requirement การแปลอย่างไร
ส่งเอกสารต้นฉบับที่อ่านได้ชัด
ภาพหรือ Scan ต้องเห็นชื่อ วันที่ ตัวเลข และข้อความครบ
ส่ง Reference สำหรับชื่อ
เช่น Passport และเอกสารภาษาอังกฤษหลักที่เกี่ยวข้อง
ตรวจความสอดคล้อง
เปรียบเทียบชื่อ วันที่ เลขเอกสาร บริษัท ตำแหน่ง และข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้อง
แปลตามต้นฉบับ
ไม่แก้หรือสร้างข้อเท็จจริงที่ไม่มีอยู่ในเอกสาร
ตรวจ Certification Requirement
หากต้องมี Certified Translation หรือขั้นตอนรับรองอื่นให้ประเมินแยกตามปลายทาง

13. Checklist ก่อนส่งเอกสารมาแปล

✅ เตรียมข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ประเมินงานได้เร็วขึ้น
  • ประเทศที่กำลังยื่นวีซ่า
  • ประเภทวีซ่า
  • สถานทูต กงสุล หรือศูนย์รับคำร้องที่เกี่ยวข้อง
  • Checklist ล่าสุดถ้ามี
  • ไฟล์เอกสารต้นฉบับทุกหน้าที่ต้องประเมิน
  • Passport Reference ของ Applicant เมื่อเกี่ยวข้อง
  • เอกสารเปลี่ยนชื่อหรือสมรส หากมีชื่อหลายรูป
  • เอกสารภาษาอังกฤษเดิมที่ต้องใช้ชื่อบริษัทหรือชื่อองค์กรเดียวกัน
  • วันที่ต้องการใช้เอกสาร
  • Requirement เรื่อง Certified Translation หากหน่วยงานระบุไว้

14. 12 ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยงก่อนแปลเอกสารวีซ่า

แปลทุกเอกสารก่อนเปิด Checklist
อาจเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายกับเอกสารที่ไม่จำเป็น
สะกดชื่อใหม่โดยไม่ดู Passport
ทำให้ชื่อเดียวกันมีหลายรูปในคำร้อง
แก้ต้นฉบับผ่านคำแปล
หากต้นฉบับผิดควรแก้ที่แหล่งต้นทาง
มองข้ามชื่อเดิม
เอกสารก่อนและหลังเปลี่ยนชื่ออาจต้องเชื่อมโยงกัน
ตรวจภาษาแต่ไม่ตรวจตัวเลข
วันที่และเลขเอกสารผิดหนึ่งหลักก็เป็นความคลาดเคลื่อนได้
ใช้ชื่อตำแหน่งต่างกันโดยไม่ตรวจ
ตรวจ Employment Documents ร่วมกับแบบฟอร์มสมัคร
แปล Statement โดยไม่ดู Requirement
บางเคสอาจไม่ต้องแปลทั้งฉบับ
คิดว่า Translation = Certified Translation
เป็นคนละขอบเขตและต้องดูข้อกำหนดปลายทาง
เดาตราประทับหรือข้อความที่อ่านไม่ได้
ขอ Scan ใหม่แทนการคาดเดา
ใช้ Requirement ของผู้สมัครคนอื่น
ประเทศ ประเภทวีซ่า และสถานที่ยื่นอาจต่างกัน
ส่งเอกสารปลอมหรือแก้ไขข้อมูล
ควรใช้เอกสารและคำชี้แจงที่ตรงกับข้อเท็จจริงและตรวจสอบได้
คิดว่าคำแปลที่ดีรับประกันวีซ่า
การแปลช่วยลดข้อผิดพลาด แต่ผลพิจารณาอยู่ที่หน่วยงานผู้อนุมัติ

15. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจก่อนแปล

หลักทั่วไป: ให้เริ่มจากเว็บไซต์ทางการของประเทศหรือหน่วยงานที่รับคำร้อง เพราะ Translation Requirement อาจต่างกันตาม Visa Category และเปลี่ยนแปลงได้

⚠️ Freshness Warning: กฎการแปลและการรับรองคำแปลสามารถเปลี่ยนได้ตามประเทศ สถานทูต ประเภทวีซ่า และสถานที่ยื่น ก่อนส่งคำร้องจริงควรตรวจหน้า Official Checklist ล่าสุดทุกครั้ง

Co Journey Visa ช่วยอะไรในงานแปลเอกสารวีซ่า

  • Document Mapping: ช่วยแยกว่าเอกสารใดเกี่ยวข้องกับ Checklist
  • Translation: แปลข้อความตามต้นฉบับ
  • Name Check: ตรวจชื่อและนามสกุลเทียบ Reference ที่จัดให้
  • Date & Number Check: ตรวจวันที่ ตัวเลข และเลขเอกสาร
  • Employment Consistency: ตรวจชื่อบริษัท ตำแหน่ง และข้อมูลการทำงานระหว่างเอกสาร
  • Family Document Check: ตรวจชื่อเดิม ชื่อคู่สมรส และความเชื่อมโยงเมื่อเกี่ยวข้อง
  • Certification Review: แยกว่าคำร้องต้องการคำแปลทั่วไปหรือมี Requirement เพิ่ม
  • Visa Document Review: หากต้องการ สามารถประเมินชุดเอกสารวีซ่าแยกจากงานแปลได้

ผู้สมัครที่ต้องการตรวจทั้งคำแปลและภาพรวมคำร้องสามารถ ปรึกษาวีซ่า เพิ่มเติมได้ โดยการอนุมัติยังเป็นดุลยพินิจของสถานทูต กงสุล หรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบ

❓ คำถามที่ถามบ่อย

เอกสารยื่นวีซ่าต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษทุกฉบับไหม
ไม่ควรแปลทุกฉบับโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจ Checklist ของประเทศ ประเภทวีซ่า และหน่วยงานรับคำร้องก่อนว่าเอกสารใดต้องแปล ภาษาใดได้รับการยอมรับ และมีข้อกำหนดเรื่องการรับรองคำแปลหรือไม่
บริการตรวจชื่อและข้อมูลเอกสารตรวจอะไรบ้าง
ตรวจความสอดคล้องของชื่อและนามสกุล วันเกิด วันที่ออกเอกสาร เลขที่เอกสาร ชื่อบริษัท ตำแหน่งงาน ที่อยู่ และข้อมูลสำคัญอื่นระหว่างต้นฉบับ คำแปล และเอกสารอ้างอิงที่ลูกค้าจัดให้ โดยไม่ได้หมายถึงการตรวจสอบความแท้ของเอกสารกับฐานข้อมูลภายนอก
ชื่อภาษาอังกฤษในคำแปลควรใช้ตามพาสปอร์ตหรือไม่
หากบุคคลมีหนังสือเดินทางที่ใช้กับคำร้องวีซ่า ควรใช้การสะกดชื่อและนามสกุลตาม Passport เป็น Reference หลักเมื่อเหมาะสม เพื่อลดความไม่สอดคล้องระหว่างเอกสาร
ถ้าชื่อในเอกสารไทยกับ Passport ไม่ตรงกันควรทำอย่างไร
ไม่ควรแก้ข้อมูลในคำแปลเอง ควรตรวจสาเหตุของความแตกต่าง เช่น การเปลี่ยนชื่อ การสะกดต่างรูป หรือข้อมูลต้นฉบับผิด และเตรียมเอกสารเชื่อมโยงหรือแก้ไขต้นฉบับตามข้อเท็จจริงเมื่อจำเป็น
แปลเอกสารยื่นวีซ่ากับรับรองคำแปลเหมือนกันไหม
ไม่เหมือนกัน การแปลคือการถ่ายทอดข้อความเป็นภาษาปลายทาง ส่วนการรับรองคำแปลเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง หากสถานทูตหรือหน่วยงานกำหนด Certified Translation ต้องตรวจรูปแบบที่เขายอมรับก่อนดำเนินการ
Statement ต้องแปลทุกหน้าหรือไม่
ขึ้นอยู่กับ Checklist และรูปแบบของ Statement ไม่ควรตัดสินใจจากกฎทั่วไปเพียงอย่างเดียว หากเอกสารออกเป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้วหรือหน่วยงานรับเอกสารภาษานั้นได้ อาจไม่จำเป็นต้องแปล แต่ควรตรวจ Requirement ของเคสจริงก่อน
ส่งรูปถ่ายเอกสารมาให้ประเมินงานแปลได้ไหม
สามารถส่งภาพหรือสแกนเพื่อประเมินเบื้องต้นได้ แต่ไฟล์ควรเห็นเอกสารครบ ไม่ตัดขอบ ไม่เบลอ และสามารถอ่านชื่อ วันที่ ตัวเลข ตราประทับ และหมายเหตุสำคัญได้
การแปลเอกสารช่วยให้วีซ่าผ่านแน่นอนหรือไม่
ไม่ การแปลและตรวจความสอดคล้องช่วยลดข้อผิดพลาดด้านเอกสาร แต่การอนุมัติวีซ่าเป็นดุลยพินิจของสถานทูต กงสุล หรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบ

📌 สรุปก่อนส่งเอกสารวีซ่ามาแปล

  • เปิด Official Checklist ก่อนว่าเอกสารใดต้องแปล
  • ไม่ควรแปลทุกฉบับโดยอัตโนมัติ
  • ใช้ Passport เป็น Reference สำคัญสำหรับชื่อ Applicant เมื่อเหมาะสม
  • ตรวจชื่อเดิมและชื่อปัจจุบันตาม Timeline จริง
  • ไม่เปลี่ยนข้อมูลต้นฉบับให้ตรงกับใบสมัครเอง
  • ตรวจวันเกิด วันที่ และเลขเอกสารแยกจาก Proofreading ภาษา
  • ตรวจชื่อบริษัทและตำแหน่งงานระหว่างเอกสาร
  • Statement ไม่จำเป็นต้องแปลเหมือนกันทุกเคส
  • Translation กับ Certified Translation เป็นคนละขอบเขต
  • การนิติกรณ์หรือรับรองเอกสารเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง
  • การตรวจข้อมูลเป็น Consistency Check ไม่ใช่การพิสูจน์ความแท้ของเอกสาร
  • คำแปลที่ดีช่วยลดข้อผิดพลาด แต่ไม่รับประกันการอนุมัติวีซ่า
ไชยภัทร พรหมบริรักษ์
ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ (Chaiyapat Promboriruk)
ผู้เชี่ยวชาญด้านการยื่นวีซ่าและการเตรียมเอกสาร ประสบการณ์ด้านงานวีซ่า 5 ปี

มีเอกสารหลายฉบับ? เริ่มจากตรวจชื่อและข้อมูลให้สอดคล้องก่อนแปล

ส่งประเทศ ประเภทวีซ่า Checklist เอกสาร และไฟล์ที่อ่านได้ชัด พร้อม Passport Reference เมื่อเกี่ยวข้อง ทีม Co Journey Visa ช่วยประเมินว่าเอกสารใดควรแปล จุดใดควรตรวจความสอดคล้อง และมี Requirement เรื่องการรับรองเพิ่มเติมหรือไม่

📱 LINE: @cojourneyvisa โทร 080-841-2543 / 061-031-2188  |  cojourneyvisa@gmail.com  |  www.cojourneyvisa.com