รวมลิงก์และวิธีเช็กสถานะวีซ่าออนไลน์ (Visa Status Tracking) ของประเทศฮิต: สหรัฐฯ, อังกฤษ, ออสเตรเลีย, เชงเก้น

รวมลิงก์และวิธีเช็กสถานะวีซ่าออนไลน์ (Visa Status Tracking) ของประเทศฮิต: สหรัฐฯ, อังกฤษ, ออสเตรเลีย, เชงเก้น

🔎 Visa Status Tracking / หลังยื่นวีซ่า

รวมลิงก์และวิธีเช็กสถานะวีซ่าออนไลน์ (Visa Status Tracking) ของประเทศฮิต: สหรัฐฯ, อังกฤษ, ออสเตรเลีย, เชงเก้น

หลังยื่นวีซ่าแล้ว สิ่งที่หลายคนกังวลที่สุดคือ “ตอนนี้ใบสมัครถึงขั้นตอนไหนแล้ว?” บทความนี้รวมช่องทางเช็กสถานะจากแหล่งทางการ พร้อมอธิบายว่าต้องใช้ข้อมูลอะไร และควรระวังอะไรบ้างก่อนกดติดตามผล
📅 อัปเดตล่าสุด: 24 พฤษภาคม 2026 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่านประมาณ 10 นาที

หลังจากยื่นวีซ่าไปแล้ว หลายคนเริ่มเช็กอีเมลทุกวัน เปิดระบบติดตามซ้ำหลายรอบ หรือกังวลเมื่อสถานะขึ้นคำว่า “Processing” นานกว่าที่คิด เคสที่พบบ่อยคือผู้สมัครไม่ได้มีปัญหากับวีซ่า แต่เช็กผิดเว็บไซต์ ใช้เลขอ้างอิงผิดช่อง หรือเข้าใจสถานะในระบบผิดความหมาย

การเช็กสถานะวีซ่าออนไลน์ หรือ Visa Status Tracking ควรใช้เฉพาะเว็บไซต์ทางการของรัฐบาล สถานทูต หรือศูนย์รับคำร้องที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น โดยเฉพาะประเทศยอดนิยมอย่างสหรัฐฯ อังกฤษ ออสเตรเลีย และกลุ่ม วีซ่าเชงเก้น เพราะแต่ละระบบใช้เลขอ้างอิงและขั้นตอนต่างกัน

สรุปสั้น ๆ: การเช็กสถานะวีซ่าออนไลน์ต้องดูจาก “ประเทศที่ยื่น + ระบบที่ใช้ยื่น + ศูนย์รับคำร้องที่ไปยื่นจริง” เช่น สหรัฐฯ ใช้ CEAC, อังกฤษมักอ้างอิง UKVI/GOV.UK และ VFS/TLS ตามช่องทางที่ยื่น, ออสเตรเลียใช้ ImmiAccount สำหรับใบสมัครและ VEVO สำหรับเช็กเงื่อนไขหลังได้วีซ่า ส่วนเชงเก้นต้องดูประเทศที่ยื่น เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ และศูนย์รับคำร้องที่ใช้จริง

💬 หากคุณยื่นวีซ่าแล้วไม่แน่ใจว่าควรเช็กจากเว็บไหน หรือสถานะที่ขึ้นในระบบหมายความว่าอะไร ทีม Co Journey Visa ช่วยดูข้อมูลหลังยื่นและแนะนำขั้นตอนต่อไปแบบไม่เดาสุ่มได้ครับ

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

ก่อนเช็กสถานะวีซ่าออนไลน์ ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?

ข้อมูลที่ต้องใช้จะแตกต่างกันตามประเทศและระบบที่ยื่น แต่โดยทั่วไปควรเตรียมเอกสารหรือข้อมูลเหล่านี้ไว้ก่อน เพื่อไม่ให้กรอกผิดหลายครั้งจนระบบล็อกหรือเช็กไม่เจอ

  • เลขอ้างอิงใบสมัคร หรือ Reference Number
  • เลขใบเสร็จจากศูนย์รับคำร้อง เช่น VFS หรือ TLS
  • เลข DS-160 / Case Number สำหรับบางประเภทของวีซ่าสหรัฐฯ
  • เลขหนังสือเดินทาง
  • นามสกุลภาษาอังกฤษตามพาสปอร์ต
  • วันเดือนปีเกิด
  • อีเมลที่ใช้สมัครหรือสร้างบัญชี
  • บัญชีผู้ใช้ระบบทางการ เช่น ImmiAccount, UKVI account หรือระบบของศูนย์รับคำร้อง
⚠️ ข้อควรระวัง: ถ้าเช็กแล้วไม่พบข้อมูล ไม่ได้แปลว่าวีซ่ามีปัญหาเสมอไป บางระบบต้องรอให้ข้อมูลเข้าระบบก่อน หรืออาจกรอกนามสกุล/เลขอ้างอิงไม่ตรงกับใบเสร็จที่ได้รับ

เช็กสถานะวีซ่าสหรัฐฯ ออนไลน์: CEAC Visa Status Check

สำหรับ วีซ่าสหรัฐอเมริกา ช่องทางหลักที่ใช้เช็กสถานะคำร้องคือระบบ CEAC Visa Status Check ของ U.S. Department of State โดยผู้สมัครเลือกประเภทวีซ่า เช่น Immigrant Visa หรือ Nonimmigrant Visa แล้วกรอกข้อมูลตามที่ระบบกำหนด

วิธีเช็กสถานะวีซ่าสหรัฐฯ แบบทั่วไป

  1. เข้าเว็บไซต์ CEAC Visa Status Check
  2. เลือกประเภทวีซ่า เช่น Immigrant Visa หรือ Nonimmigrant Visa
  3. กรอก Case Number, Application ID หรือข้อมูลที่ระบบขอ
  4. เลือกสถานที่สัมภาษณ์หรือสถานที่ยื่น หากระบบให้เลือก
  5. กรอก CAPTCHA แล้วกด Submit เพื่อดูสถานะ
💡 จากเคสที่เจอบ่อย: ผู้สมัครบางคนเช็กสถานะใน CEAC แล้วขึ้น Administrative Processing หรือ Refused หลังสัมภาษณ์ใหม่ ๆ แล้วตกใจทันที ทั้งที่บางสถานะอาจเป็นสถานะระหว่างดำเนินการตามระบบ ควรอ่านคำอธิบายจากสถานทูตและรออัปเดตตามช่องทางทางการ

เช็กสถานะวีซ่าอังกฤษออนไลน์: UKVI, GOV.UK และ VFS/TLS

สำหรับ วีซ่าสหราชอาณาจักร หรือ UK Visa ผู้สมัครควรแยกให้ชัดระหว่าง “สถานะการพิจารณาคำร้อง” กับ “สถานะพาสปอร์ต/เอกสารที่ศูนย์รับคำร้อง” เพราะบางครั้งระบบของศูนย์รับคำร้องแสดงแค่ขั้นตอนจัดส่งหรือรับคืนพาสปอร์ต ไม่ได้บอกผลวีซ่าโดยตรง

วิธีเช็กสถานะวีซ่าอังกฤษแบบใช้งานจริง

  1. ตรวจอีเมลจาก UKVI, GOV.UK หรือศูนย์รับคำร้องที่คุณใช้ยื่น
  2. ถ้ายื่นผ่าน VFS ในไทย ให้ใช้ Reference Number จากใบเสร็จ/ใบนัดหมาย
  3. เข้า Track Application ของ VFS หรือระบบที่ได้รับแจ้งจากศูนย์รับคำร้อง
  4. กรอกเลขอ้างอิงและนามสกุลตามพาสปอร์ต
  5. รออีเมลหรือ SMS แจ้งเมื่อพาสปอร์ตพร้อมรับคืนหรือจัดส่ง
📌 หมายเหตุ: ระบบติดตามของศูนย์รับคำร้องอาจไม่ได้แสดงผลอนุมัติ/ไม่อนุมัติละเอียดเสมอไป หลายกรณีจะทราบผลจริงเมื่อได้รับพาสปอร์ตหรือจดหมาย/อีเมลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เช็กสถานะวีซ่าออสเตรเลียออนไลน์: ImmiAccount และ VEVO ใช้ต่างกันอย่างไร?

สำหรับ วีซ่าออสเตรเลีย หลายคนสับสนระหว่าง ImmiAccount กับ VEVO โดยทั่วไป ImmiAccount ใช้สำหรับติดตามใบสมัครที่ยื่นออนไลน์ เช่น ตรวจสถานะ อ่านข้อความจาก Home Affairs อัปโหลดเอกสารเพิ่มเติม หรืออัปเดตข้อมูล ส่วน VEVO ใช้ตรวจรายละเอียดวีซ่าและเงื่อนไขหลังได้รับวีซ่าแล้ว

เช็กสถานะออสเตรเลียควรเริ่มจากตรงไหน?

  1. ถ้ายื่นออนไลน์เอง ให้ล็อกอิน ImmiAccount ที่ใช้สมัคร
  2. ดูหน้ารายการใบสมัครและสถานะล่าสุด
  3. เปิด Messages หรือ Correspondence เพื่อดูว่ามีคำขอเอกสารเพิ่มหรือไม่
  4. ถ้าได้รับวีซ่าแล้ว ให้ใช้ VEVO ตรวจเงื่อนไข เช่น วันหมดอายุ สิทธิ์ทำงาน สิทธิ์เรียน หรือเงื่อนไขเดินทาง
⚠️ ข้อควรระวัง: อย่าใช้ VEVO เพื่อตามใบสมัครที่ยังไม่ได้รับอนุมัติ เพราะ VEVO มีประโยชน์หลักในการเช็กข้อมูล “หลังมีวีซ่าแล้ว” หากยังรอผล ให้ดูใน ImmiAccount เป็นหลัก

เช็กสถานะวีซ่าเชงเก้นออนไลน์: ต้องดูประเทศที่ยื่นและศูนย์รับคำร้อง

สำหรับเชงเก้น ไม่มีลิงก์เดียวที่ใช้เช็กได้ทุกประเทศเสมอไป เพราะแต่ละประเทศอาจใช้ศูนย์รับคำร้องต่างกัน เช่น VFS Global, TLScontact หรือระบบของประเทศนั้นเอง ผู้สมัครควรใช้ลิงก์จากใบเสร็จ ใบนัดหมาย หรืออีเมลที่ได้รับหลังยื่น

ตัวอย่างเช่น ฝรั่งเศสมีหน้า “Track your application” บน France-Visas ที่ชี้ไปยังเครื่องมือติดตามของ TLS หรือ VFS ตามศูนย์ที่ผู้สมัครใช้ ส่วนเนเธอร์แลนด์มีคำแนะนำให้ใช้เลขอ้างอิงและนามสกุลเพื่อติดตามผ่าน VFS หรือช่องทางที่ได้รับจากสถานทูต/กงสุล

💡 วิธีคิดแบบง่าย: เชงเก้นต้องเช็กตาม “ประเทศที่ยื่นจริง” ไม่ใช่ประเทศที่อยากไปทั้งหมด เช่น ยื่นฝรั่งเศสให้เริ่มจาก France-Visas/TLS/VFS ของฝรั่งเศส ยื่นอิตาลีให้ดู VFS Italy ยื่นเนเธอร์แลนด์ให้ดูระบบของ Netherlands Worldwide หรือ VFS ตามใบเสร็จ

ตารางรวมลิงก์ Visa Status Tracking ของประเทศฮิต

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

ประเทศ / กลุ่มวีซ่า ช่องทางหลักที่ควรเช็ก ข้อมูลที่มักต้องใช้ ข้อควรระวัง
สหรัฐอเมริกา CEAC Visa Status Check Application ID, Case Number, ประเภทวีซ่า, สถานที่ยื่น/สัมภาษณ์ สถานะบางคำอาจเป็นขั้นตอนระหว่างดำเนินการ ไม่ควรตีความเองเร็วเกินไป
อังกฤษ / UK GOV.UK, UKVI, VFS หรือ TLS ตามช่องทางที่ยื่น Reference Number, นามสกุล, อีเมลสมัคร, ใบเสร็จศูนย์รับคำร้อง ระบบศูนย์รับคำร้องอาจบอกสถานะพาสปอร์ต ไม่ได้บอกผลวีซ่าโดยตรง
ออสเตรเลีย ImmiAccount สำหรับใบสมัคร / VEVO สำหรับข้อมูลหลังได้วีซ่า บัญชี ImmiAccount, Transaction Reference Number, Passport, Visa Grant Number อย่าสับสนระหว่างการติดตามใบสมัครกับการเช็กเงื่อนไขวีซ่าหลังอนุมัติ
เชงเก้น VFS, TLS หรือเว็บไซต์ประเทศที่ยื่น เช่น France-Visas, Netherlands Worldwide Reference Number, Last Name, เลขใบเสร็จ, อีเมลที่ใช้สมัคร ไม่มีลิงก์เดียวใช้ได้ทุกประเทศ ต้องดูจากประเทศและศูนย์ที่ยื่นจริง

สถานะในระบบ Visa Tracking หมายความว่าอะไร?

คำในระบบติดตามแต่ละประเทศอาจใช้ไม่เหมือนกัน แต่โดยทั่วไปมักอยู่ในกลุ่มต่อไปนี้ ผู้สมัครควรอ่านประกาศของระบบทางการควบคู่เสมอ ไม่ควรสรุปผลวีซ่าจากคำสั้น ๆ เพียงคำเดียว

สถานะที่มักพบ ความหมายโดยทั่วไป ควรทำอย่างไร
Submitted / Received ระบบได้รับคำร้องหรือศูนย์รับคำร้องรับเอกสารแล้ว เก็บใบเสร็จและอีเมลยืนยันไว้
Under Process / Processing คำร้องอยู่ระหว่างดำเนินการ รออัปเดต ไม่ควรส่งคำถามซ้ำถ้ายังอยู่ในกรอบเวลาปกติ
Additional Documents Required อาจต้องส่งเอกสารเพิ่มหรือมีข้อความจากเจ้าหน้าที่ อ่านอีเมล/ระบบทางการและส่งเอกสารตามกำหนด
Decision Made มีการตัดสินผลแล้ว แต่บางระบบอาจยังไม่แสดงผลชัด รอรับพาสปอร์ตหรือจดหมายแจ้งผลจากช่องทางทางการ
Passport Ready / Dispatched พาสปอร์ตพร้อมรับคืนหรือถูกจัดส่งแล้ว เตรียมเอกสารรับพาสปอร์ตหรือรอตามเลขพัสดุ
❌ ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย: ผู้สมัครบางคนเห็นคำว่า Decision Made แล้วรีบสรุปว่าอนุมัติหรือปฏิเสธทันที ทั้งที่หลายระบบยังไม่แสดงผลละเอียดจนกว่าจะได้รับพาสปอร์ตหรือจดหมายแจ้งผลจริง

ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยงเมื่อเช็กสถานะวีซ่าออนไลน์

  • ใช้ลิงก์จากเว็บไม่รู้แหล่งที่มา: ควรใช้เว็บไซต์รัฐบาล สถานทูต หรือศูนย์รับคำร้องที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น
  • กรอกเลขอ้างอิงผิดรูปแบบ: บางระบบต้องใส่เครื่องหมาย / หรือรหัสเมืองตามใบเสร็จ
  • ใช้นามสกุลไม่ตรงพาสปอร์ต: ต้องใช้ตัวสะกดภาษาอังกฤษตามเอกสารจริง
  • เช็กผิดประเทศ: โดยเฉพาะเชงเก้น ต้องเช็กตามประเทศที่ยื่น ไม่ใช่ประเทศที่ไปเที่ยวทั้งหมด
  • เข้าใจว่า Tracking คือผลวีซ่าเสมอ: บางระบบติดตามพาสปอร์ตหรือเอกสาร ไม่ได้บอกผลอนุมัติ
  • กดส่งคำถามหลายช่องทางพร้อมกัน: อาจทำให้การสื่อสารสับสน ควรใช้ช่องทางทางการตามคำแนะนำของระบบ
📌 หมายเหตุ: ระยะเวลาพิจารณา สถานะในระบบ และวิธีติดตามผลอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามประเทศและช่วงเวลา ควรยึดข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการหรืออีเมลที่ได้รับหลังยื่นเป็นหลัก

⚡ ถ้าสถานะวีซ่าของคุณขึ้นคำที่ไม่เข้าใจ หรือไม่แน่ใจว่าควรส่งเอกสารเพิ่ม โทรถามศูนย์ หรือรอต่อ ทีม Co Journey Visa ช่วยดูข้อความในระบบและแนะนำแนวทางถัดไปให้เป็นรายเคสได้

💬 ให้ทีมช่วยดูสถานะหลังยื่น

เอกสารและบริการที่มักเกี่ยวข้องหลังเช็กสถานะวีซ่า

บางครั้งการเช็กสถานะทำให้รู้ว่าต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม หรือควรพร้อมสำหรับขั้นตอนถัดไป เช่น ส่งพาสปอร์ต รับพาสปอร์ต จองเดินทาง หรือเตรียมหลักฐานประกอบเมื่อถูกขอเพิ่ม

  • หากถูกขอเอกสารเพิ่ม ควรตรวจว่าต้อง แปลเอกสาร หรือรับรองเอกสารหรือไม่
  • หากวีซ่าอนุมัติแล้ว ควรตรวจวันเดินทางก่อนจอง ตั๋วเครื่องบิน จริง
  • สำหรับเชงเก้น ควรเช็กวันเริ่มใช้วีซ่า จำนวนวันพำนัก และความคุ้มครองของ ประกันเดินทาง
  • หากสถานะนิ่งนานผิดปกติ ควรดูว่าประเทศนั้นมีช่องทางสอบถามอย่างเป็นทางการหรือไม่

ทำไมควรให้ Co Journey Visa ช่วยดูหลังยื่นวีซ่า?

  • ช่วยแยกว่าควรเช็กจากระบบไหน — โดยดูจากประเทศ ประเภทวีซ่า และศูนย์รับคำร้องที่ยื่นจริง
  • ช่วยอ่านสถานะในระบบอย่างระมัดระวัง — ไม่ตีความเกินกว่าที่ระบบทางการระบุ
  • ช่วยตรวจข้อความขอเอกสารเพิ่ม — เพื่อให้ตอบกลับตรงประเด็นและไม่พลาดกำหนดเวลา
  • ช่วยวางแผนหลังได้วีซ่า — เช่น วันเดินทาง ประกัน ตั๋ว และเงื่อนไขการใช้วีซ่า
  • ให้คำแนะนำรายเคส ไม่การันตีผล — ทีมช่วยลดความสับสนหลังยื่น แต่ผลพิจารณาขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับ Visa Status Tracking

เช็กสถานะวีซ่าออนไลน์ต้องใช้ข้อมูลอะไรบ้าง?
โดยทั่วไปมักต้องใช้หมายเลขอ้างอิงใบสมัคร เลขใบเสร็จ เลข DS-160 หรือ Case Number หนังสือเดินทาง นามสกุล วันเกิด หรืออีเมลที่ใช้สมัคร ขึ้นอยู่กับประเทศและระบบที่ยื่น
สถานะวีซ่าขึ้นว่า Processing แปลว่าผ่านหรือไม่ผ่าน?
ยังสรุปไม่ได้ครับ คำว่า Processing หรือ Under Process โดยทั่วไปหมายถึงคำร้องยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ควรรออัปเดตจากระบบทางการหรือศูนย์รับคำร้อง
เช็กสถานะวีซ่าสหรัฐอเมริกาที่ไหน?
สามารถเช็กสถานะวีซ่าสหรัฐฯ ได้ผ่านระบบ CEAC Visa Status Check ของ U.S. Department of State โดยเลือกประเภทวีซ่าและกรอกหมายเลขคำร้องตามที่ระบบกำหนด
เช็กสถานะวีซ่าอังกฤษต้องเช็กที่ GOV.UK หรือ VFS?
หากต้องการดูข้อมูลคำร้องหลักควรอ้างอิงระบบและอีเมลจาก UKVI/GOV.UK ส่วนการติดตามพาสปอร์ตหรือคำร้องที่ยื่นผ่านศูนย์รับคำร้องในไทย อาจใช้ระบบ Track Application ของ VFS Global ตามเลขอ้างอิงที่ได้รับ
ออสเตรเลียเช็กวีซ่าผ่าน ImmiAccount หรือ VEVO?
ถ้าต้องการเช็กสถานะใบสมัครที่ยื่นไปแล้วให้ใช้ ImmiAccount ส่วน VEVO ใช้ตรวจรายละเอียดและเงื่อนไขวีซ่าหลังได้รับวีซ่าแล้ว
เช็กสถานะวีซ่าเชงเก้นใช้ลิงก์เดียวกันทุกประเทศไหม?
ไม่เสมอไป เชงเก้นแต่ละประเทศอาจใช้ VFS Global, TLScontact หรือระบบของสถานทูต/เว็บไซต์ประเทศนั้น จึงควรเช็กจากประเทศที่ยื่นและศูนย์รับคำร้องที่ใช้จริง

📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับการเช็กสถานะวีซ่าออนไลน์

  • ใช้ลิงก์ทางการของรัฐบาล สถานทูต หรือศูนย์รับคำร้องที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น
  • สหรัฐฯ ใช้ CEAC เป็นช่องทางหลักในการเช็กสถานะวีซ่า
  • อังกฤษควรดูทั้ง UKVI/GOV.UK และระบบ VFS/TLS ตามช่องทางที่ยื่น
  • ออสเตรเลียใช้ ImmiAccount สำหรับใบสมัคร และ VEVO สำหรับตรวจเงื่อนไขหลังได้วีซ่า
  • เชงเก้นต้องเช็กตามประเทศและศูนย์รับคำร้องที่ยื่นจริง ไม่มีลิงก์เดียวใช้ได้ทุกประเทศเสมอไป
  • สถานะในระบบไม่ควรตีความเกินกว่าที่เว็บไซต์ทางการระบุ หากไม่แน่ใจควรสอบถามหรือให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดู

เช็กสถานะวีซ่าแล้วไม่แน่ใจว่าต้องทำอะไรต่อ ให้ทีมช่วยดูได้ครับ

ถ้าสถานะในระบบยังไม่อัปเดต ขึ้นคำที่ไม่เข้าใจ หรือมีอีเมลขอเอกสารเพิ่มเติม ทีม Co Journey Visa ช่วยดูข้อมูลหลังยื่น วางแผนการตอบกลับ และแนะนำขั้นตอนถัดไปอย่างระมัดระวัง โดยไม่เดาผลและไม่การันตีผลวีซ่า

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com