ผู้เชิญให้ที่พักแต่ผู้สมัครออกค่าใช้จ่ายเอง ต้องทำ Sponsor Letter หรือไม่

ผู้เชิญให้ที่พักแต่ผู้สมัครออกค่าใช้จ่ายเอง ต้องทำ Sponsor Letter หรือไม่

✉️ จดหมายเชิญและเอกสารที่พักสำหรับวีซ่า
ผู้เชิญให้ที่พักแต่ผู้สมัครออกค่าใช้จ่ายเอง ต้องทำ Sponsor Letter หรือไม่
แยกให้ชัดระหว่างคนให้ที่พักกับคนออกเงิน เพื่อให้จดหมายเชิญ Statement และแบบฟอร์มวีซ่าอ่านแล้วไม่ขัดกัน
📅 อัปเดตล่าสุด: 29 กันยายน 2026 ✍️ โดย ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ ⏱ อ่านประมาณ 8 นาที

เคสที่ทำให้หลายคนสับสนคือ ผู้เชิญอยู่ต่างประเทศและยินดีให้พักที่บ้าน แต่ผู้สมัครไม่ได้ให้ผู้เชิญออกค่าใช้จ่าย ผู้สมัครจ่ายเองทั้งหมด ทั้งตั๋วเครื่องบิน อาหาร ประกันเดินทาง ค่าเดินทางในประเทศ และค่าใช้จ่ายส่วนตัว

คำถามคือ แบบนี้ต้องทำ Sponsor Letter ไหม หรือแค่ จดหมายเชิญ ก็พอ? คำตอบคือ ต้องดูว่า “ผู้เชิญรับผิดชอบอะไรจริง” ไม่ใช่ดูแค่ว่าผู้สมัครไปพักบ้านใคร เพราะคำว่า sponsor ในงานวีซ่ามักสื่อถึงการสนับสนุนทางการเงิน ไม่ใช่แค่การให้ที่พัก

สำหรับเคส วีซ่าเชงเก้น หรือวีซ่าเยี่ยมเยียนหลายประเทศ เอกสารที่ดีควรทำให้เจ้าหน้าที่อ่านแล้วเข้าใจทันทีว่า ใครเชิญ ใครให้ที่พัก ใครออกเงิน และผู้สมัครมีความสามารถทางการเงินของตัวเองอย่างไร

สรุปสั้น ๆ: ถ้าผู้เชิญให้เฉพาะที่พัก แต่ผู้สมัครออกค่าใช้จ่ายเอง โดยทั่วไปไม่ควรทำ Sponsor Letter แบบรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ควรทำเป็นจดหมายเชิญหรือหนังสือรับรองที่พัก โดยเขียนชัดว่าผู้เชิญให้ที่พักเท่านั้น ส่วนผู้สมัครรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง และต้องแนบหลักฐานการเงินของผู้สมัครให้สอดคล้องกับแผนเดินทาง

💬 ไม่แน่ใจว่าควรเขียนจดหมายเชิญแบบไหน? ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยดูความสัมพันธ์ ผู้เชิญ ที่พัก และหลักฐานการเงินก่อนยื่นจริง เพื่อให้เอกสารเล่าเรื่องเดียวกัน

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

1. ต้องทำ Sponsor Letter หรือไม่ ถ้าผู้เชิญให้แค่ที่พัก

ถ้าผู้เชิญให้แค่ที่พัก คำตอบที่ปลอดภัยกว่าในเชิงเอกสารคือ ไม่ควรเรียกเอกสารนั้นว่า Sponsor Letter เพราะคำนี้อาจทำให้เข้าใจว่าผู้เชิญรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของผู้สมัครด้วย

เอกสารที่เหมาะกว่า คือ จดหมายเชิญ หรือเอกสารรับรองที่พัก โดยในจดหมายควรระบุให้ตรงว่า ผู้เชิญให้ผู้สมัครพักที่บ้านในช่วงวันที่กำหนดเท่านั้น และค่าใช้จ่ายอื่นผู้สมัครเป็นผู้รับผิดชอบเอง

⚠️ จุดที่ต้องระวัง: บางประเทศใช้ฟอร์มชื่อคล้าย “proof of sponsorship and/or private accommodation” ซึ่งมีทั้งเรื่อง sponsor และที่พักอยู่ในฟอร์มเดียวกัน ไม่ได้แปลว่าผู้เชิญต้องออกเงินเสมอไป ต้องอ่าน checklist ของประเทศที่ยื่นจริง และกรอกตามข้อเท็จจริง

2. Invitation Letter, Accommodation Letter และ Sponsor Letter ต่างกันอย่างไร

ปัญหามักไม่ได้อยู่ที่ “มีจดหมายหรือไม่มีจดหมาย” แต่อยู่ที่ชื่อเอกสารและเนื้อหาในเอกสารสื่อไม่ตรงกับความจริง ถ้าใช้คำว่า sponsor ทั้งที่ผู้เชิญไม่ได้ออกเงิน เอกสารการเงินของผู้สมัครและผู้เชิญอาจถูกอ่านแล้วไม่สัมพันธ์กัน

Invitation Letter ใช้ยืนยันว่าใครเชิญ ใครเดินทางไปหา ความสัมพันธ์คืออะไร จุดประสงค์คืออะไร และจะพักช่วงวันที่ใด เหมาะกับเคสเยี่ยมแฟน เพื่อน ญาติ หรือคนรู้จัก
Accommodation Letter ใช้ยืนยันเรื่องที่พักเป็นหลัก เช่น ผู้สมัครจะพักที่บ้านของผู้เชิญ ที่อยู่ใด ตั้งแต่วันไหนถึงวันไหน เหมาะกับเคสที่ผู้เชิญให้พักฟรีแต่ไม่ได้ออกค่าใช้จ่าย
Sponsor Letter ใช้เมื่อมีคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายบางส่วนหรือทั้งหมด เช่น ค่าเดินทาง ค่ากินอยู่ ประกัน หรือค่าใช้จ่ายระหว่างพำนัก ต้องมีหลักฐานการเงินของ sponsor รองรับ
Cover Letter ของผู้สมัคร ใช้อธิบายภาพรวมจากฝั่งผู้สมัคร เช่น เหตุผลเดินทาง ใครเชิญ พักที่ไหน ใครออกค่าใช้จ่าย และเหตุผลกลับไทย เอกสารนี้ช่วยเชื่อมเรื่องทั้งหมดให้ชัดขึ้น

ในหลายเคส การมี Cover Letter วีซ่าเชงเก้น ที่อธิบายดี จะช่วยลดความสับสนระหว่างจดหมายเชิญ หลักฐานที่พัก และหลักฐานการเงินของผู้สมัครได้มาก

3. ตารางแยกเคส: ให้ที่พักอย่างเดียว หรือเป็นผู้สนับสนุนจริง

ให้ดูจาก “ค่าใช้จ่ายจริง” เป็นหลัก ไม่ใช่ดูแค่คำว่า host, inviter หรือ sponsor เพราะคนที่เชิญอาจเป็นแค่เจ้าของที่พัก หรืออาจเป็นทั้งผู้เชิญและผู้สนับสนุนทางการเงินก็ได้

สถานการณ์ เอกสารที่เหมาะกว่า หลักฐานที่ควรเน้น จุดที่ต้องเขียนให้ชัด
ผู้เชิญให้พักฟรี แต่ผู้สมัครออกเงินเองทั้งหมด Invitation Letter / Accommodation Letter Statement และหลักฐานงาน/รายได้ของผู้สมัคร + เอกสารยืนยันที่อยู่ของผู้เชิญ ผู้เชิญให้เฉพาะที่พัก ผู้สมัครรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง
ผู้เชิญออกค่าอาหารหรือค่าเดินทางบางส่วน Invitation Letter + คำชี้แจงค่าใช้จ่ายเฉพาะรายการ หลักฐานการเงินของผู้สมัคร และอาจมีหลักฐานของผู้เชิญตามรายการที่ช่วยจ่าย ระบุเฉพาะส่วนที่ผู้เชิญช่วย ไม่เขียนกว้างว่าออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ผู้เชิญออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด Sponsor Letter หรือฟอร์มรับรองตามประเทศที่ยื่น เอกสารการเงิน รายได้ ที่ทำงาน และเอกสารตัวตนของผู้สนับสนุน ผู้สนับสนุนต้องรับผิดชอบจริง และเอกสารการเงินต้องรองรับข้อความในจดหมาย
ผู้สมัครพักทั้งบ้านผู้เชิญและโรงแรม Invitation Letter + Booking โรงแรมตามช่วงจริง หลักฐานที่พักทุกช่วง + แผนเดินทางที่ตรงกัน วันที่พักบ้านผู้เชิญกับวันที่พักโรงแรมต้องไม่ทับซ้อนหรือหายไป
หมายเหตุ: บนมือถือสามารถเลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้

4. ตัวอย่างข้อความที่ควรเขียนในจดหมายเชิญ

ข้อความควรสั้น ชัด และไม่เขียนเกินข้อเท็จจริง ถ้าผู้เชิญไม่ได้ออกค่าใช้จ่าย ไม่ควรใช้ถ้อยคำว่า “I will sponsor all expenses” หรือ “I will be financially responsible for the applicant” เพราะจะขัดกับเคสที่ผู้สมัครจ่ายเอง

💡 ตัวอย่างข้อความภาษาอังกฤษที่ใช้ได้ในหลายเคส:
I confirm that the applicant will stay at my residence during the visit from [date] to [date]. The applicant will be responsible for all travel expenses, including flights, meals, travel insurance, transportation and personal expenses. I will only provide accommodation during the stay.

ถ้าอยากเขียนเป็นภาษาไทยเพื่อแปลหรืออธิบายให้ผู้สมัครเข้าใจ โครงข้อความคือ ผู้เชิญยืนยันให้ผู้สมัครพักที่บ้านตามวันที่ระบุ ส่วนค่าใช้จ่ายทั้งหมดระหว่างการเดินทาง ผู้สมัครเป็นผู้รับผิดชอบเอง

❌ ข้อความที่ควรหลีกเลี่ยง: อย่าเขียนว่า “ผู้เชิญจะดูแลทุกอย่าง” ถ้าความจริงให้แค่ที่พัก เพราะคำว่า “ทุกอย่าง” คลุมทั้งค่าใช้จ่าย การเดินทาง และความรับผิดชอบอื่น ๆ ทำให้เอกสารอ่านแล้วกว้างเกินไป

5. ผู้สมัครออกเงินเอง ต้องทำให้เอกสารการเงินแข็งอย่างไร

เมื่อผู้สมัครออกค่าใช้จ่ายเอง น้ำหนักหลักจะอยู่ที่เอกสารของผู้สมัคร โดยเฉพาะ Statement รายได้ งานหรือธุรกิจ และแผนเดินทาง เพราะเจ้าหน้าที่ต้องเห็นว่าผู้สมัครมีเงินเพียงพอและมีเหตุผลเดินทางกลับประเทศพำนัก

จุดที่ควรเช็กไม่ใช่แค่ยอดเงินคงเหลือ แต่ควรดูว่าเงินในบัญชีสัมพันธ์กับรายได้ งาน ระยะเวลาทริป และรูปแบบการเดินทางหรือไม่ เช่น พักบ้านผู้เชิญช่วยลดค่าโรงแรมได้จริง แต่ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นที่ผู้สมัครต้องรับผิดชอบอยู่

หลักฐานการเงินของผู้สมัคร ควรสะท้อนความสามารถในการออกค่าใช้จ่ายเอง ไม่ใช่มีเพียงยอดเงินช่วงสั้น ๆ โดยไม่มีที่มา
หลักฐานงานหรือธุรกิจ ช่วยอธิบายรายได้ ภาระผูกพัน และเหตุผลกลับไทยหลังจบทริป
แผนเดินทาง ต้องตรงกับวันที่พักบ้านผู้เชิญ โรงแรม ตั๋ว และประเทศที่จะเดินทางจริง
ประกันเดินทาง สำหรับเชงเก้นควรตรวจเงื่อนไขล่าสุดจาก checklist ทางการ และเลือกให้ครอบคลุมตามประเทศที่ยื่น

ถ้าเป็นเคสเชงเก้น อย่าลืมตรวจเงื่อนไข ประกันเดินทางเชงเก้น กับแหล่งทางการของประเทศที่ยื่น เพราะเงื่อนไขเอกสารอาจเปลี่ยนได้ตามช่วงเวลาและประเภทคำร้อง

6. จุดเสี่ยงที่ทำให้เจ้าหน้าที่อ่านแล้วสับสน

เคสให้ที่พักแต่ไม่ได้ออกเงิน มักอ่อนลงเมื่อเอกสารใช้คำไม่ตรงกัน เช่น แบบฟอร์มระบุ sponsor แต่ Statement เป็นของผู้สมัคร จดหมายเชิญเขียนเหมือนผู้เชิญออกเงินทั้งหมด แต่ไม่มีหลักฐานการเงินของผู้เชิญ หรือแผนเดินทางมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่เอกสารของผู้สมัครรองรับ

จุดพลาด ผลที่อาจเกิดขึ้นในการอ่านเอกสาร วิธีแก้ให้เอกสารชัดขึ้น
ใช้หัวจดหมายว่า Sponsor Letter ทั้งที่ให้แค่ที่พัก อาจถูกมองว่าผู้เชิญต้องออกค่าใช้จ่ายด้วย เปลี่ยนเป็น Invitation Letter หรือ Accommodation Confirmation และระบุขอบเขตให้ชัด
เขียนว่า host will take care of the applicant คำว่า take care กว้างเกินไป อาจรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด ระบุเฉพาะว่าจะ provide accommodation only
แบบฟอร์มระบุคนออกค่าใช้จ่ายไม่ตรงกับจดหมาย ข้อมูลในแบบฟอร์มกับเอกสารแนบไม่สัมพันธ์กัน ให้แบบฟอร์ม จดหมายเชิญ และ Cover Letter ตอบเรื่องเดียวกัน
Statement ผู้สมัครไม่สัมพันธ์กับทริป แม้มีที่พักฟรี แต่ค่าใช้จ่ายอื่นยังอาจถูกตั้งคำถาม เสริมหลักฐานรายได้ งาน แผนเดินทาง และคำอธิบายแหล่งเงินตามจริง
หมายเหตุ: บนมือถือสามารถเลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้

⚡ ถ้าเอกสารมีทั้งผู้เชิญ ที่พัก และค่าใช้จ่ายหลายฝ่าย
ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจว่าแบบฟอร์ม จดหมายเชิญ Statement และแผนเดินทางอ่านแล้วไม่ขัดกันก่อนยื่น

💬 ส่งเคสให้ทีมช่วยประเมิน

7. Decision Flow ก่อนเลือกใช้เอกสาร

ก่อนเขียนจดหมาย ให้ตอบ 5 คำถามนี้ก่อน จะช่วยลดโอกาสใช้คำผิดและทำให้เอกสารตรงกับข้อเท็จจริงมากขึ้น

ผู้สมัครพักที่ไหนบ้าง?
ถ้าพักบ้านผู้เชิญบางวันและโรงแรมบางวัน ต้องแยกวันที่ให้ชัด อย่าเขียนเหมือนพักบ้านผู้เชิญตลอดทริป
ใครออกค่าใช้จ่ายหลัก?
ถ้าผู้สมัครออกเอง ให้ใช้หลักฐานการเงินผู้สมัครเป็นหลัก และเขียนในจดหมายให้ชัดว่าผู้เชิญให้เฉพาะที่พัก
ผู้เชิญช่วยจ่ายบางรายการไหม?
ถ้ามี ควรระบุเฉพาะรายการ เช่น ให้ที่พักและอาหารบางมื้อ ไม่ควรเขียนเหมารวมว่าดูแลทั้งหมด
ประเทศที่ยื่นมีฟอร์มเฉพาะไหม?
บางประเทศมีฟอร์มรับรองที่พักหรือ sponsor เฉพาะ ต้องใช้แบบฟอร์มล่าสุดจากแหล่งทางการ
เอกสารทั้งหมดเล่าเรื่องเดียวกันหรือไม่?
แบบฟอร์ม จดหมายเชิญ แผนเดินทาง Statement และหลักฐานงานควรตอบตรงกันว่าไปทำอะไร พักที่ไหน และใครออกเงิน

8. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นจริง

ข้อมูลเรื่องเอกสารวีซ่า แบบฟอร์มผู้เชิญ ค่าธรรมเนียม ระยะพิจารณา และเงื่อนไขของแต่ละประเทศเปลี่ยนแปลงได้ ควรยึด checklist ล่าสุดของประเทศที่ยื่นจริงเป็นหลักเสมอ โดยเฉพาะเมื่อมีฟอร์มรับรองที่พักหรือผู้สนับสนุนเฉพาะประเทศ

แหล่งข้อมูล ควรใช้ตรวจเรื่องอะไร ลิงก์ทางการ
European Commission หลักการยื่นวีซ่าเชงเก้น เอกสารสนับสนุน วัตถุประสงค์การเดินทาง หลักฐานการเงิน ที่พัก และการเดินทางกลับ European Commission - Applying for a Schengen visa
EUR-Lex Visa Code กรอบกฎหมายเรื่องเอกสารสนับสนุน การเงิน ที่พัก และกรณีประเทศสมาชิกอาจขอหลักฐาน sponsorship หรือ private accommodation Regulation (EC) No 810/2009 Visa Code
เว็บไซต์สถานทูตหรือศูนย์รับคำร้องของประเทศที่ยื่น Checklist ล่าสุด แบบฟอร์มเฉพาะประเทศ วิธีจองคิว และเอกสารของผู้เชิญ ให้ตรวจจากเว็บไซต์ทางการของประเทศที่เป็น main destination หรือประเทศที่ยื่นจริง
NetherlandsWorldwide ตัวอย่าง checklist ที่แยกกรณีเยี่ยมครอบครัว/เพื่อน และเงื่อนไขเมื่อผู้เชิญเป็นผู้จ่ายค่าใช้จ่าย NetherlandsWorldwide - Family or friends checklist Thailand
หมายเหตุ: บนมือถือสามารถเลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้
📌 หมายเหตุเรื่องอำนาจพิจารณา: บทความนี้เป็นแนวทางจัดเอกสารให้ชัดขึ้น ไม่ใช่ข้อสรุปแทน checklist ทางการ และผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับสถานทูต กงสุล ศูนย์รับคำร้อง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

9. Co Journey Visa ช่วยตรวจเคสแบบนี้อย่างไร

เคสที่มีผู้เชิญให้ที่พัก แต่ผู้สมัครออกเงินเอง ต้องตรวจมากกว่าตัวจดหมาย เพราะเอกสารทั้งชุดต้องไม่ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าใจผิดว่าใครรับผิดชอบค่าใช้จ่ายจริง

⭐ ให้ Co Journey Visa ช่วยดูจดหมายเชิญและเอกสารประกอบ

  • ตรวจบทบาทผู้เชิญให้ชัด — แยกว่าเป็นผู้ให้ที่พัก ผู้เชิญ หรือผู้สนับสนุนทางการเงิน
  • ช่วยวางข้อความในจดหมายเชิญ — ลดถ้อยคำกว้างเกินจริง และเขียนให้ตรงกับข้อเท็จจริงของเคส
  • ตรวจความสัมพันธ์ของเอกสารทั้งชุด — แบบฟอร์ม จดหมายเชิญ แผนเดินทาง Statement และหลักฐานงานควรไม่ขัดกัน
  • ช่วยเตรียมจดหมายประกอบเมื่อจำเป็น — ถ้าเคสมีหลายฝ่ายออกค่าใช้จ่าย หรือพักหลายที่ อาจต้องมีคำอธิบายเพิ่ม
  • ให้คำแนะนำแบบรายเคส — ทีมช่วยดูจุดเสี่ยงจากข้อมูลจริงของผู้สมัคร โดยไม่ทำให้เข้าใจว่าเอเจนซี่มีอำนาจอนุมัติวีซ่า

❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

ถ้าผู้เชิญให้พักฟรี แต่ผู้สมัครจ่ายค่าเดินทางเอง ต้องใช้คำว่า sponsor ไหม
โดยทั่วไปไม่ควรใช้คำว่า sponsor ถ้าผู้เชิญไม่ได้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ควรระบุว่าเป็นผู้ให้ที่พักหรือ host และเขียนให้ชัดว่าผู้สมัครรับผิดชอบค่าเดินทาง ค่าอาหาร ประกัน การเดินทางภายในประเทศ และค่าใช้จ่ายส่วนตัวเอง
จดหมายเชิญกับ Sponsor Letter ต่างกันอย่างไร
จดหมายเชิญใช้ยืนยันความสัมพันธ์ วัตถุประสงค์การเยี่ยม และที่พัก ส่วน Sponsor Letter ใช้เมื่อบุคคลอื่นรับผิดชอบค่าใช้จ่ายบางส่วนหรือทั้งหมด ถ้าผู้เชิญให้เฉพาะที่พัก ไม่ควรเขียนให้ดูเหมือนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ถ้าฟอร์มทางการเขียนว่า sponsorship and private accommodation ต้องทำอย่างไร
ต้องอ่านคำอธิบายของประเทศที่ยื่นจริง เพราะบางประเทศใช้ฟอร์มเดียวกันสำหรับทั้งการรับรองที่พักและการรับรองค่าใช้จ่าย หากให้เฉพาะที่พัก ควรกรอกหรือแนบคำชี้แจงให้ตรงข้อเท็จจริงว่าเป็น private accommodation ไม่ใช่ financial sponsorship
ผู้สมัครออกค่าใช้จ่ายเอง ต้องแนบ Statement ของผู้เชิญไหม
โดยทั่วไปถ้าผู้เชิญไม่ได้ออกเงิน หลักฐานการเงินหลักควรเป็นของผู้สมัครเอง แต่บางประเทศอาจขอเอกสารเพิ่มเติมของผู้เชิญเพื่อยืนยันฐานะหรือที่พัก จึงควรตรวจ checklist ล่าสุดของประเทศที่ยื่นจริงก่อนเตรียมเอกสาร
ในจดหมายควรเขียนว่าอะไรเพื่อไม่ให้เข้าใจผิดเรื่องค่าใช้จ่าย
ควรเขียนตรง ๆ ว่าผู้เชิญให้ที่พักตามช่วงวันที่ระบุเท่านั้น และผู้สมัครจะรับผิดชอบค่าเดินทาง ค่าประกัน ค่าอาหาร ค่าเดินทางภายในประเทศ และค่าใช้จ่ายส่วนตัวด้วยตนเอง ถ้ามีค่าใช้จ่ายบางรายการที่ผู้เชิญช่วย ควรระบุเฉพาะรายการนั้น
ถ้าเขียน Sponsor Letter ทั้งที่ผู้สมัครออกเงินเอง จะมีผลเสียไหม
อาจทำให้เอกสารอ่านแล้วสับสน เพราะเจ้าหน้าที่อาจตีความว่าผู้เชิญเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย หากหลักฐานการเงินของผู้เชิญไม่ครบหรือข้อความขัดกับเอกสารของผู้สมัคร เคสอาจดูไม่ชัดเจน ควรใช้ชื่อเอกสารและถ้อยคำให้ตรงกับข้อเท็จจริง

📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำ

  • ถ้าผู้เชิญให้เฉพาะที่พัก ไม่ควรเรียกเอกสารว่า Sponsor Letter แบบรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  • ควรใช้จดหมายเชิญหรือเอกสารรับรองที่พัก และเขียนให้ชัดว่าผู้สมัครออกค่าใช้จ่ายเอง
  • หลักฐานการเงินหลักควรเป็นของผู้สมัคร ถ้าผู้สมัครเป็นคนจ่ายค่าเดินทางจริง
  • ถ้าผู้เชิญช่วยจ่ายบางรายการ ให้ระบุเฉพาะรายการนั้น ไม่เขียนกว้างเกินจริง
  • แบบฟอร์ม จดหมายเชิญ Statement แผนเดินทาง และที่พัก ต้องอ่านแล้วไม่ขัดกัน
  • ต้องตรวจ checklist ล่าสุดจากแหล่งทางการของประเทศที่ยื่นจริงเสมอ
ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการยื่นวีซ่าและการเตรียมเอกสาร
เขียนโดย ไชยภัทร พรหมบริรักษ์
ผู้เชี่ยวชาญด้านการยื่นวีซ่าและการเตรียมเอกสาร ประสบการณ์ด้านงานวีซ่า 5 ปี

ไม่แน่ใจว่าควรใช้ Invitation Letter หรือ Sponsor Letter?

ส่งรายละเอียดผู้เชิญ ความสัมพันธ์ ที่พัก ค่าใช้จ่าย และแผนเดินทางให้ทีม Co Journey Visa ช่วยดูได้ เราจะช่วยชี้ว่าควรเขียนจดหมายแบบไหน และเอกสารส่วนใดควรเสริมให้สอดคล้องกัน โดยไม่โอเวอร์เคลมหรือทำให้เข้าใจผิดเรื่องผลพิจารณา

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-841-2543 / 061-031-2188  |  cojourneyvisa@gmail.com

ติดตามข้อมูลวีซ่าอัปเดตจาก Co Journey Visa

เพิ่มเว็บไซต์นี้เป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการใน Google เพื่อให้ค้นพบบทความจากเราได้สะดวกขึ้น