จดหมายเชิญวีซ่าธุรกิจจีนต้องมีข้อมูลบริษัทและผู้เดินทางอะไรบ้าง

จดหมายเชิญวีซ่าธุรกิจจีนต้องมีข้อมูลบริษัทและผู้เดินทางอะไรบ้าง

🇨🇳 China M Visa Invitation Letter
จดหมายเชิญวีซ่าธุรกิจจีนต้องมีข้อมูลบริษัทและผู้เดินทางอะไรบ้าง
จดหมายเชิญที่มีตราบริษัทแต่ชื่อผู้เดินทางผิด หรือระบุแค่ “Business Meeting” โดยไม่มีวันที่ สถานที่ และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย อาจยังไม่เพียงพอ ต้องตรวจทั้งข้อมูลผู้ได้รับเชิญ แผนการเดินทาง และบริษัทผู้เชิญให้สอดคล้องกัน
📅 อัปเดตล่าสุด: 5 สิงหาคม 2569 ✍️ โดย ทีม Co Journey Visa ⏱ อ่านประมาณ 14 นาที

บริษัทจีนส่งจดหมายเชิญมาให้แล้ว ไม่ได้หมายความว่าเอกสารพร้อมใช้ทันที จุดที่ต้องตรวจไม่ใช่แค่มีหัวกระดาษและตราประทับ แต่ต้องดูว่าชื่อผู้เดินทางตรงกับหนังสือเดินทางหรือไม่ วันที่ในจดหมายตรงกับแบบฟอร์มและแผนการเดินทางหรือไม่ รวมถึงบริษัทจีนระบุความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับผู้สมัครอย่างมีเหตุผลหรือไม่

ข้อกำหนดทางการสำหรับวีซ่าประเภท M แบ่งข้อมูลในจดหมายเชิญเป็นสามกลุ่ม ได้แก่ ข้อมูลผู้ได้รับเชิญ ข้อมูลการเดินทาง และข้อมูลหน่วยงานผู้เชิญในจีน หากข้อมูลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งคลุมเครือ บริษัทผู้เชิญควรแก้จดหมายก่อนนำไปใช้ยื่นจริง

คำตอบโดยตรง: จดหมายเชิญวีซ่าธุรกิจจีนควรมีชื่อเต็ม เพศ และวันเดือนปีเกิดของผู้เดินทาง พร้อมวัตถุประสงค์ วันที่เข้าและออกจากจีน เมืองหรือสถานที่ที่จะไป ความสัมพันธ์กับบริษัทผู้เชิญ และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ส่วนบริษัทจีนต้องระบุชื่อเต็ม ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ประทับตราหน่วยงาน และลงลายเซ็นของผู้แทนหรือผู้รับผิดชอบตามข้อกำหนด ชื่อบริษัทผู้เชิญในแบบฟอร์มออนไลน์ต้องตรงกับจดหมายเชิญ

📄 ได้รับจดหมายจากบริษัทจีนแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าข้อมูลครบหรือไม่?
ควรตรวจเทียบกับหนังสือเดินทาง แบบฟอร์มออนไลน์ หนังสือรับรองการทำงาน และกำหนดการก่อนส่งคำร้อง

📱 ส่งจดหมายให้ทีมช่วยตรวจรายการข้อมูล

1. ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยเดินทางธุรกิจไปจีน ต้องใช้วีซ่า M ทุกกรณีหรือไม่

ไม่ควรเริ่มทำจดหมายเชิญก่อนตรวจว่าเส้นทางการเดินทางต้องใช้วีซ่าหรือไม่ ปัจจุบันผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาไทยสามารถใช้ข้อตกลงยกเว้นวีซ่าระหว่างไทยและจีนสำหรับการเดินทางบางวัตถุประสงค์ รวมถึงการติดต่อธุรกิจ ภายใต้ระยะเวลาและเงื่อนไขที่กำหนด

อย่างไรก็ตาม การยกเว้นวีซ่าไม่ครอบคลุมการพำนัก การจ้างงาน การศึกษา งานสื่อ หรือกิจกรรมอื่นที่ต้องได้รับอนุมัติจากหน่วยงานจีนล่วงหน้า หากวัตถุประสงค์เป็นการทำงานประจำ รับค่าจ้างจากจีน ติดตั้งระบบ ปฏิบัติงานเชิงเทคนิค หรือทำกิจกรรมที่ต้องมีใบอนุญาต ไม่ควรเปลี่ยนคำในจดหมายให้ดูเหมือนเป็นเพียงการประชุมเพื่อใช้เส้นทางที่ง่ายกว่า

กิจกรรมที่วางแผนทำ ประเด็นที่ต้องตรวจ จดหมายเชิญควรอธิบายอย่างไร
ประชุม เจรจา หรือพบคู่ค้า ระยะเวลา สัญชาติ และสิทธิยกเว้นวีซ่าปัจจุบัน ระบุหัวข้อประชุม บริษัทคู่ค้า และกำหนดการตามจริง
เยี่ยมโรงงานหรือดูสินค้า เป็นการเยี่ยมชม หรือมีการปฏิบัติงานจริงด้วยหรือไม่ ระบุวัตถุประสงค์และสถานที่ให้ชัด
เข้าร่วมงานแสดงสินค้า ไปเยี่ยมชม ออกบูธ สาธิต หรือติดตั้ง ระบุบทบาทและผู้จัดงานตามข้อเท็จจริง
ติดตั้ง ซ่อม หรือให้บริการเทคนิค อาจเกี่ยวข้องกับสิทธิทำงานหรือใบอนุญาตอื่น ห้ามเขียนเป็นการประชุมหากกิจกรรมจริงต่างออกไป
ทำงานหรือรับจ้างในจีน ต้องตรวจเส้นทางวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน จดหมายเชิญ M เพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่เอกสารที่ถูกประเภท
📌 แม้ใช้สิทธิยกเว้นวีซ่า: หน่วยงานจีนแนะนำให้ผู้เดินทางมีเอกสารที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ เช่น จดหมายเชิญ ตั๋วเดินทาง และหลักฐานที่พัก เพื่อใช้ประกอบการตรวจที่ด่านเข้าเมือง การอนุญาตเข้าประเทศยังขึ้นอยู่กับการตรวจของเจ้าหน้าที่ชายแดน

หากต้องยื่น วีซ่าจีน ประเภท M ควรตรวจเกณฑ์ล่าสุดตามสัญชาติ สถานะพำนักในไทย จำนวนครั้งเข้าออก และกิจกรรมจริงก่อนเตรียมเอกสาร

2. จดหมายเชิญวีซ่าธุรกิจจีนต้องมีข้อมูลหลัก 3 กลุ่ม

ข้อกำหนดของสถานเอกอัครราชทูตจีนในประเทศไทยระบุโครงสร้างข้อมูลของจดหมายเชิญสำหรับวีซ่า M ไว้ชัดเจนเป็นสามส่วน

กลุ่มที่ 1

👤 ผู้ได้รับเชิญ

ชื่อเต็ม เพศ วันเดือนปีเกิด และข้อมูลระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง

กลุ่มที่ 2

🗓 แผนการเดินทาง

วัตถุประสงค์ วันเข้าออก สถานที่ ความสัมพันธ์ และแหล่งค่าใช้จ่าย

กลุ่มที่ 3

🏢 ผู้เชิญในจีน

ชื่อหน่วยงาน ที่อยู่ โทรศัพท์ ตราประทับ และลายเซ็นผู้รับผิดชอบ

⚠️ ต้องแยก “ข้อกำหนดทางการ” ออกจาก “ข้อมูลที่แนะนำให้เพิ่ม”: รายการทางการใช้เป็นฐานขั้นต่ำ ส่วนข้อมูลอย่างเลขหนังสือเดินทาง สัญชาติ ตำแหน่งงาน เลขทะเบียนบริษัทจีน หรืออีเมลผู้ประสานงานเป็นข้อมูลที่ช่วยให้ตรวจความสอดคล้องง่ายขึ้น แต่อาจไม่ได้ถูกระบุเป็นขั้นต่ำทุกข้อในหน้าคู่มือทางการ

3. ข้อมูลผู้เดินทางต้องใส่อะไรบ้าง

ชื่อในจดหมายต้องคัดจากหน้าข้อมูลหนังสือเดินทาง ไม่ควรพิมพ์ตามนามบัตร ชื่อเล่น หรือชื่อที่บริษัทใช้ภายใน หากมีชื่อกลางต้องตรวจว่ารูปแบบเหมือนกับเอกสารคำร้องหรือไม่

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

ข้อมูลผู้เดินทาง สถานะ วิธีกรอก จุดที่ต้องตรวจ
ชื่อและนามสกุลเต็ม ข้อกำหนดทางการ ใช้ตามหน้าข้อมูลหนังสือเดินทาง ลำดับชื่อ การสะกด และชื่อกลาง
เพศ ข้อกำหนดทางการ ให้ตรงกับข้อมูลในเอกสารคำร้อง ไม่ควรเดาจากคำนำหน้าชื่อ
วันเดือนปีเกิด ข้อกำหนดทางการ ใช้รูปแบบวันที่ที่อ่านชัด เช่น 15 March 1988 ตรวจวันและเดือนสลับกัน
สัญชาติ แนะนำให้ระบุ ใช้สัญชาติของหนังสือเดินทางที่นำไปยื่น ผู้ถือหลายสัญชาติต้องระบุเล่มที่ใช้จริง
เลขหนังสือเดินทาง แนะนำให้ระบุ คัดจากหน้าข้อมูลโดยตรง ตัวอักษร O กับเลข 0 และ I กับเลข 1
วันหมดอายุหนังสือเดินทาง แนะนำให้ระบุ ใช้วันที่ตามเล่มที่จะยื่น หากเปลี่ยนเล่มต้องออกจดหมายใหม่
ตำแหน่งงาน แนะนำให้ระบุ ใช้ตำแหน่งเดียวกับหนังสือรับรองการทำงาน อย่าเพิ่มตำแหน่งเพื่อให้ดูสำคัญกว่าความจริง
ชื่อบริษัทต้นสังกัด แนะนำให้ระบุ ใช้ชื่อจดทะเบียนหรือชื่อที่ตรวจสอบได้ ให้ตรงกับเอกสารบริษัทและแบบฟอร์ม

ตัวอย่างสถานการณ์: จดหมายออกก่อนเปลี่ยนหนังสือเดินทาง

บริษัทจีนออกจดหมายเชิญโดยใช้เลขหนังสือเดินทางเล่มเดิม แต่ผู้สมัครเปลี่ยนเล่มก่อนยื่น แม้ชื่อและวันเกิดเหมือนเดิม เลขหนังสือเดินทางในจดหมายจะไม่ตรงกับแบบฟอร์มและเล่มที่ใช้จริง

แนวทางที่เหมาะสม: ขอให้ผู้เชิญออกจดหมายฉบับแก้ไข ไม่ควรแก้เลขในไฟล์ด้วยตนเองหรือแนบคำอธิบายแทนโดยไม่ตรวจว่าศูนย์รับคำร้องยอมรับหรือไม่

4. ข้อมูลแผนธุรกิจและการเดินทางต้องละเอียดแค่ไหน

คำว่า “For business purpose” เพียงประโยคเดียวอาจไม่ช่วยอธิบายว่าผู้เดินทางจะทำกิจกรรมอะไร บริษัทใดเกี่ยวข้อง และเหตุใดต้องเดินทางในช่วงเวลานั้น จดหมายควรทำให้แผนการเดินทางเข้าใจได้โดยไม่ต้องคาดเดา

หัวข้อแผนเดินทาง ข้อกำหนดทางการ ตัวอย่างข้อมูลที่ชัด
วัตถุประสงค์ ต้องระบุ ประชุมเจรจาการจัดจำหน่าย เยี่ยมโรงงาน ตรวจตัวอย่างสินค้า หรือเข้าร่วมงานแสดงสินค้า
วันที่เดินทางเข้าจีน ต้องระบุ วันที่คาดว่าจะเดินทางถึงตามกำหนดจริง
วันที่ออกจากจีน ต้องระบุ วันที่สิ้นสุดทริป ไม่ใช่วันที่จดหมายหมดอายุ
สถานที่หรือเมือง ต้องระบุ Shanghai, Suzhou และสถานที่ประชุมหรือโรงงานที่เกี่ยวข้อง
ความสัมพันธ์กับผู้เชิญ ต้องระบุ คู่ค้าปัจจุบัน ผู้จำหน่าย ผู้ซื้อ ผู้ผลิต หรือบริษัทที่กำลังเจรจาโครงการ
ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ต้องระบุ ผู้เดินทาง บริษัทต้นสังกัดในไทย บริษัทผู้เชิญในจีน หรือแบ่งรับผิดชอบตามรายการ
กำหนดการรายวัน ข้อมูลสนับสนุนที่เป็นประโยชน์ วันที่ประชุม เยี่ยมโรงงาน เดินทางระหว่างเมือง และวันเดินทางกลับ
💡 ระบุผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้เฉพาะเจาะจง: หากบริษัทไทยรับผิดชอบตั๋วเครื่องบินและเงินเดือน แต่บริษัทจีนรับผิดชอบโรงแรมและการเดินทางภายใน ควรเขียนแยก ไม่ควรใช้คำว่า “All expenses will be covered” โดยไม่ระบุว่าใครเป็นผู้จ่าย

5. ข้อมูลบริษัทผู้เชิญในจีนต้องมีอะไรบ้าง

หน่วยงานผู้เชิญควรเป็นบริษัทหรือคู่ค้าทางธุรกิจในจีนที่สามารถรับรองเนื้อหาในจดหมายได้ การใช้หัวกระดาษของบริษัทหนึ่ง แต่ประทับตราอีกบริษัทหนึ่ง หรือให้บัญชีส่วนตัวของพนักงานออกจดหมายแทนโดยไม่มีความสัมพันธ์ที่ชัด อาจทำให้ต้องชี้แจงเพิ่มเติม

ข้อมูลบริษัทผู้เชิญ สถานะ รายละเอียดที่ควรตรวจ
ชื่อเต็มของหน่วยงานผู้เชิญ ข้อกำหนดทางการ ใช้ชื่อเต็มที่ตรงกับแบบฟอร์มออนไลน์และเอกสารบริษัท
ที่อยู่บริษัท ข้อกำหนดทางการ ควรเป็นที่อยู่ที่ติดต่อและตรวจสอบได้
หมายเลขโทรศัพท์ ข้อกำหนดทางการ ควรเป็นหมายเลขที่ผู้ประสานงานหรือบริษัทรับสายได้
ตราประทับของหน่วยงาน ข้อกำหนดทางการ ตราควรชัด ไม่ถูกตัดขอบ และสัมพันธ์กับบริษัทผู้ออก
ลายเซ็นผู้แทนหรือผู้ลงนาม ข้อกำหนดทางการ ควรมีชื่อและตำแหน่งผู้ลงนามกำกับเพื่อให้ตรวจสอบได้
ชื่อผู้ประสานงาน แนะนำให้ระบุ ควรเป็นบุคคลที่ทราบรายละเอียดคำเชิญ
อีเมลและโทรศัพท์มือถือผู้ประสานงาน แนะนำให้ระบุ ใช้ช่องทางบริษัทเมื่อมี ไม่ควรใช้ข้อมูลที่ติดต่อไม่ได้
เลขทะเบียนหรือ Unified Social Credit Code ข้อมูลเสริม อาจเพิ่มเพื่อช่วยระบุตัวบริษัท แต่ควรคัดจากเอกสารจริง
สำเนา Business License เอกสารเสริมตามกรณี ไม่ควรเรียกว่าเป็นข้อบังคับขั้นต่ำทุกกรณี แต่ควรเตรียมได้หากถูกขอ

ตัวอย่างสถานการณ์: ชื่อแบรนด์ไม่ตรงชื่อนิติบุคคล

เว็บไซต์และอีเมลใช้ชื่อแบรนด์ “ABC Technology” แต่บริษัทที่จดทะเบียนและประทับตรามีชื่อเต็มอีกแบบ หากแบบฟอร์มใช้ชื่อแบรนด์ ส่วนจดหมายและตราใช้ชื่อนิติบุคคล ระบบอาจมองว่าข้อมูลผู้เชิญไม่เหมือนกัน

แนวทางที่เหมาะสม: ใช้ชื่อเต็มของนิติบุคคลเป็นหลัก และหากจำเป็นค่อยระบุชื่อแบรนด์ไว้ในวงเล็บ โดยให้รูปแบบเหมือนกันทั้งแบบฟอร์มและจดหมาย

6. ข้อมูลบริษัทต้นสังกัดในไทยต้องอยู่ในจดหมายเชิญหรือไม่

รายการขั้นต่ำทางการเน้นข้อมูลผู้ได้รับเชิญ แผนการเดินทาง และบริษัทผู้เชิญในจีน ไม่ได้แยกรายการรายละเอียดบริษัทต้นสังกัดในไทยเป็นหมวดบังคับในตัวจดหมายทุกข้อ

อย่างไรก็ตาม การระบุชื่อบริษัทไทย ตำแหน่งของผู้เดินทาง และความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทจีนช่วยให้วัตถุประสงค์เข้าใจง่ายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อผู้เดินทางไปในฐานะพนักงาน ผู้บริหาร หรือตัวแทนของบริษัท

ข้อมูลที่ควรใส่ในจดหมาย

  • ชื่อบริษัทต้นสังกัด
  • ตำแหน่งของผู้เดินทาง
  • บทบาทในทริปธุรกิจ
  • ความสัมพันธ์ระหว่างสองบริษัท
  • บริษัทใดรับผิดชอบค่าใช้จ่าย

ข้อมูลที่อาจอยู่ในเอกสารแยก

  • หนังสือรับรองการทำงาน
  • หนังสือรับรองบริษัทไทย
  • จดหมายอนุมัติการเดินทาง
  • หลักฐานความสัมพันธ์ทางการค้า
  • กำหนดการหรือรายชื่อผู้เข้าประชุม
⚠️ อย่าให้จดหมายเชิญกับหนังสือรับรองการทำงานขัดกัน: หากจดหมายเชิญระบุว่าบริษัทจีนจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมด แต่หนังสือบริษัทไทยระบุว่าบริษัทไทยเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ควรแก้ให้แสดงข้อเท็จจริงเดียวกัน หรืออธิบายการแบ่งค่าใช้จ่ายให้ชัด

7. ข้อมูลใดต้องตรงกับแบบฟอร์มวีซ่าจีน

ศูนย์รับคำร้องวีซ่าจีนในกรุงเทพฯ มีประกาศเฉพาะสำหรับผู้ยื่นประเภท M, F, X และ Z ว่า ชื่อเต็มขององค์กรผู้เชิญในหัวข้อ 6.2 ของแบบฟอร์มต้องเหมือนกับชื่อในจดหมายเชิญ

ข้อมูล จดหมายเชิญ แบบฟอร์ม/เอกสารอื่น ความเสี่ยงเมื่อไม่ตรง
ชื่อองค์กรผู้เชิญ ชื่อเต็มของบริษัทจีน หัวข้อ 6.2 ของแบบฟอร์ม อาจถูกมองว่าเป็นคนละองค์กร
ชื่อผู้สมัคร ตามหนังสือเดินทาง แบบฟอร์มและหน้าหนังสือเดินทาง ระบุตัวผู้ได้รับเชิญไม่ตรง
วัตถุประสงค์ ประชุม เจรจา เยี่ยมโรงงานตามจริง ประเภทวีซ่าและคำตอบในแบบฟอร์ม วัตถุประสงค์ดูคลุมเครือหรือขัดกัน
วันที่เดินทาง วันเข้าและออกจากจีน กำหนดการ เที่ยวบิน และที่พัก แผนการเดินทางไม่ต่อเนื่อง
สถานที่เยี่ยมชม เมืองหรือสถานที่ธุรกิจ ที่พักและแผนรายวัน ไม่ทราบว่าผู้เดินทางจะอยู่ที่ใด
ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ระบุผู้สนับสนุน หนังสือบริษัทและหลักฐานการเงิน เอกสารสนับสนุนไม่ตรงกับจดหมาย
คัดข้อมูลจากหนังสือเดินทาง
ส่งชื่อเต็ม วันเกิด สัญชาติ และเลขหนังสือเดินทางที่ถูกต้องให้บริษัทจีน
บริษัทจีนออกจดหมายฉบับร่าง
ยังไม่ควรประทับตราจนกว่าผู้สมัครจะตรวจรายละเอียดทั้งหมด
ตรวจเทียบเอกสารทั้งชุด
เทียบจดหมายกับแบบฟอร์ม หนังสือรับรองงาน กำหนดการ และผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย
ผู้เชิญลงนามและประทับตรา
ขอไฟล์สแกนชัดเจนและเตรียมต้นฉบับไว้หากถูกเรียกขอ

8. จดหมายเชิญต้องมีตราประทับ ลายเซ็น และต้นฉบับหรือไม่

ข้อกำหนดทางการระบุข้อมูลบริษัทผู้เชิญรวมถึงตราประทับของหน่วยงาน และลายเซ็นของผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมายหรือผู้เชิญ ดังนั้นไฟล์ที่มีเพียงข้อความกับโลโก้บริษัทโดยไม่มีตราและลายเซ็นไม่ควรถูกมองว่าเสร็จสมบูรณ์

สถานเอกอัครราชทูตจีนระบุว่าจดหมายเชิญสามารถเป็นแฟกซ์ สำเนา หรือไฟล์พิมพ์จากคอมพิวเตอร์ได้ แต่เจ้าหน้าที่กงสุลสามารถขอให้ส่งต้นฉบับเพิ่มเติมได้ จึงควรตรวจให้บริษัทผู้เชิญเก็บเอกสารต้นฉบับและพร้อมจัดส่งหากจำเป็น

สิ่งที่ควรเห็นในไฟล์สแกน

  • ข้อความทุกบรรทัดอ่านได้
  • ตราบริษัทไม่ถูกตัดขอบ
  • ลายเซ็นชัดเจน
  • ชื่อและตำแหน่งผู้ลงนาม
  • วันที่ออกจดหมาย

สิ่งที่ควรเก็บไว้สำรอง

  • ต้นฉบับจดหมาย
  • ข้อมูลผู้ประสานงานจีน
  • สำเนาใบอนุญาตบริษัทเมื่อมี
  • กำหนดการประชุม
  • หลักฐานความสัมพันธ์ทางธุรกิจ
❌ ห้ามแก้ตราหรือลายเซ็นด้วยตนเอง: หากบริษัทจีนส่งไฟล์ที่มีชื่อหรือวันที่ผิด ต้องขอให้บริษัทจีนออกฉบับแก้ไข ไม่ควรใช้โปรแกรมแก้ข้อมูลบนเอกสารที่ลงนามหรือประทับตราแล้ว

9. กรณีเดินทางหลายคนหรือขอ Multiple Entry ควรเขียนอย่างไร

กรณีมีผู้เดินทางหลายคน

บริษัทจีนสามารถออกจดหมายแยกรายบุคคล หรือออกจดหมายเดียวพร้อมตารางรายชื่อผู้ได้รับเชิญ แต่ข้อมูลของแต่ละคนต้องอ่านชัดและระบุตัวได้ ไม่ควรเขียนเพียง “a delegation from Thailand” โดยไม่มีรายชื่อ

  • ชื่อเต็มของผู้เดินทางทุกคน
  • เพศและวันเดือนปีเกิดของแต่ละคน
  • เลขหนังสือเดินทางเมื่อเลือกใส่
  • ตำแหน่งและบทบาทของแต่ละคน
  • ช่วงวันเดินทาง หากแต่ละคนเดินทางไม่พร้อมกัน
  • ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายของแต่ละราย

กรณีต้องการเดินทางหลายครั้ง

ไม่ควรเขียนเพียงคำว่า “Please grant a multiple-entry visa” โดยไม่มีเหตุผล หากธุรกิจต้องมีการประชุม ตรวจสินค้า หรือเจรจาหลายรอบ ควรอธิบายรูปแบบความร่วมมือ ระยะเวลาที่คาดว่าจะเดินทาง และเหตุผลทางธุรกิจตามความจริง

⚠️ การขอไม่ได้หมายถึงการได้รับ: ผู้เชิญสามารถอธิบายความจำเป็นในการเดินทางหลายครั้งได้ แต่ประเภทวีซ่า จำนวนครั้งเข้าออก อายุวีซ่า และระยะพำนักเป็นดุลยพินิจของหน่วยงานผู้พิจารณา

10. ตัวอย่างโครงสร้างจดหมายเชิญวีซ่าธุรกิจจีน

ตัวอย่างนี้เป็นเพียงโครงสร้างสำหรับให้บริษัทผู้เชิญจัดทำจากข้อมูลจริง ไม่ควรคัดลอกแล้วเติมข้อมูลที่ไม่สามารถตรวจสอบได้

📄 Invitation Letter Structure

[Inviting Company Letterhead] Date: [DD Month YYYY] To: Embassy / Consulate of the People’s Republic of China Subject: Invitation Letter for Business Visit We, [FULL LEGAL NAME OF INVITING COMPANY], located at [FULL ADDRESS IN CHINA], hereby invite the following person to visit China for [CLEAR BUSINESS PURPOSE]: Invitee Information Full name: [AS SHOWN IN PASSPORT] Gender: [GENDER] Date of birth: [DD MONTH YYYY] Nationality: [NATIONALITY] Passport number: [PASSPORT NUMBER] Position: [JOB TITLE] Employer: [FULL NAME OF THAI COMPANY] Planned Visit Purpose of visit: [MEETING / NEGOTIATION / FACTORY VISIT / TRADE FAIR] Expected date of arrival: [DATE] Expected date of departure: [DATE] Places to be visited: [CITY / COMPANY / VENUE] Relationship with our company: [BUSINESS RELATIONSHIP] Expenses: [WHO WILL PAY FOR FLIGHTS, ACCOMMODATION AND LOCAL EXPENSES] Inviting Company Information Full legal name: [COMPANY NAME] Address: [FULL ADDRESS] Telephone: [PHONE NUMBER] Contact person: [NAME AND POSITION] Contact details: [PHONE / BUSINESS EMAIL] We confirm that the above information is true and that the visit is for the business purposes stated in this letter. Name of authorized signatory: [NAME] Position: [POSITION] Signature: __________________ Official company stamp: __________________
📌 ภาษาของจดหมาย: ควรใช้ภาษาจีนหรือภาษาอังกฤษที่ชัดเจนและสอดคล้องกับเอกสารคำร้อง หากต้อง แปลเอกสาร ควรตรวจจากหน่วยงานก่อนว่าต้องการรูปแบบการแปลหรือการรับรองระดับใด ไม่ควรรับรองเอกสารเกินความจำเป็น

11. ข้อผิดพลาดในจดหมายเชิญที่ควรแก้ก่อนยื่น

1. ชื่อผู้เดินทางไม่ตรงหนังสือเดินทาง

ตกชื่อกลาง สะกดนามสกุลผิด หรือใช้ชื่อที่เปลี่ยนแล้วแต่หนังสือเดินทางยังเป็นชื่อเดิม

2. ใช้ชื่อย่อของบริษัทจีน

แบบฟอร์มใช้ชื่อแบรนด์ แต่จดหมายใช้ชื่อจดทะเบียนเต็ม ทำให้ชื่อองค์กรผู้เชิญไม่เหมือนกัน

3. วันที่ในจดหมายไม่ตรงกับกำหนดการ

จดหมายระบุเดินทาง 5–10 ตุลาคม แต่แบบฟอร์ม ตั๋ว หรือโรงแรมเริ่มวันที่ 3 ตุลาคมโดยไม่มีคำอธิบาย

4. วัตถุประสงค์กว้างเกินไป

เขียนเพียง “business visit” โดยไม่ระบุว่าจะประชุมกับใคร เยี่ยมที่ใด หรือเกี่ยวข้องกับธุรกิจอะไร

5. ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายขัดกับเอกสารบริษัท

บริษัทจีนระบุว่าเป็นผู้สนับสนุนทั้งหมด แต่เอกสารบริษัทไทยและแบบฟอร์มระบุผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง

6. ไม่มีตราประทับหรือลายเซ็น

ไฟล์มีเพียงหัวกระดาษและข้อความ จึงยังขาดองค์ประกอบของหน่วยงานผู้เชิญตามข้อกำหนดทางการ

7. กิจกรรมจริงไม่ตรงประเภทวีซ่า

จดหมายเขียนว่าไปประชุม แต่แผนจริงคือทำงานติดตั้งหรือให้บริการหน้างานหลายสัปดาห์ ซึ่งควรตรวจเส้นทางเอกสารอื่นก่อนยื่น

💡 หลักตรวจแบบง่าย: เจ้าหน้าที่ควรอ่านจดหมายแล้วตอบได้ว่า “ใครเชิญใคร ไปทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร เกี่ยวข้องกันอย่างไร และใครเป็นผู้จ่ายค่าใช้จ่าย” โดยไม่ต้องเดาจากเอกสารอื่น

12. Checklist ตรวจจดหมายเชิญก่อนส่งคำร้อง

👤 ข้อมูลผู้เดินทาง

ชื่อเต็มตรงกับหน้าหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร
เพศและวันเดือนปีเกิดถูกต้อง
เลขหนังสือเดินทางและสัญชาติเป็นเล่มที่ใช้ยื่นจริง
ตำแหน่งและชื่อบริษัทตรงกับหนังสือรับรองการทำงาน

🗓 ข้อมูลการเดินทาง

วัตถุประสงค์ตรงกับกิจกรรมจริง
วันเข้าและออกตรงกับแบบฟอร์มและกำหนดการ
เมือง สถานที่ประชุม และโรงงานที่เกี่ยวข้องระบุชัด
อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทไทยกับบริษัทจีน
ระบุผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายโดยไม่ขัดกับเอกสารอื่น

🏢 ข้อมูลบริษัทผู้เชิญ

ชื่อเต็มขององค์กรตรงกับหัวข้อ 6.2 ในแบบฟอร์ม
มีที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ที่ตรวจสอบได้
มีตราประทับของหน่วยงานชัดเจน
มีลายเซ็น ชื่อ และตำแหน่งผู้ลงนาม
มีผู้ประสานงานที่ทราบรายละเอียดการเชิญ

📄 ความพร้อมของไฟล์

ไฟล์สแกนอ่านได้ครบทุกหน้าและไม่ถูกตัดขอบ
ไม่มีการแก้ไขข้อมูลหลังลงนามหรือประทับตรา
บริษัทจีนสามารถส่งต้นฉบับได้หากถูกเรียกขอ
เก็บสำเนาเอกสารบริษัทและกำหนดการไว้ประกอบ

🔍 จุดเสี่ยงมักไม่ได้อยู่ที่เอกสารขาดเพียงใบเดียว
แต่อยู่ที่ข้อมูลในจดหมายเชิญ แบบฟอร์ม บริษัทต้นสังกัด และกำหนดการไม่พูดเรื่องเดียวกัน

💬 ให้ทีมช่วยตรวจความสอดคล้องทั้งชุด

13. จดหมายเชิญเป็นเพียงหนึ่งส่วนของเอกสารวีซ่าธุรกิจจีน

การมีจดหมายเชิญครบองค์ประกอบไม่ได้หมายความว่าคำร้องจะพร้อมยื่นโดยอัตโนมัติ ผู้สมัครยังต้องตรวจเอกสารพื้นฐาน แบบฟอร์มออนไลน์ รูปถ่าย สถานะการพำนักในประเทศไทย และเอกสารประกอบตามสัญชาติหรือกรณีของตนเอง

สำหรับผู้ยื่นที่ไม่ใช่สัญชาติไทย ศูนย์รับคำร้องในกรุงเทพฯ ระบุให้ใช้หนังสือเดินทางที่มีวีซ่าหรือสถานะพำนักไทยที่ยังใช้ได้ พร้อมตราเข้าประเทศไทยล่าสุด และผู้สมัครต้องอยู่ในประเทศไทยในช่วงยื่นตามเงื่อนไขของศูนย์

ก่อน ทำวีซ่า ควรตรวจให้แน่ใจว่าวัตถุประสงค์เป็นกิจกรรมธุรกิจที่ตรงกับประเภท M ไม่ใช่การทำงานหรือกิจกรรมที่ต้องได้รับอนุญาตประเภทอื่น

หากต้องการจัดทำหรือปรับ จดหมายเชิญ ต้องใช้ข้อเท็จจริงจากผู้เดินทางและบริษัทผู้เชิญเท่านั้น ไม่ควรสร้างคู่ค้า กิจกรรม ที่อยู่ ตราประทับ หรือลายเซ็นที่ไม่มีอยู่จริง

📌 Fact Freshness: ประเภทวีซ่า ขั้นตอนออนไลน์ เงื่อนไขผู้ยื่นในประเทศไทย การเก็บลายนิ้วมือ ค่าธรรมเนียม และรายการเอกสารสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจเว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูตจีนและศูนย์รับคำร้องในกรุงเทพฯ อีกครั้งก่อนยื่นจริง การพิจารณาขึ้นอยู่กับสถานทูต กงสุล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

14. แหล่งข้อมูลทางการสำหรับตรวจข้อกำหนดล่าสุด

⭐ Co Journey Visa ช่วยตรวจเอกสารวีซ่าธุรกิจจีนได้อย่างไร

จดหมายเชิญควรถูกตรวจร่วมกับเอกสารทั้งชุด ไม่ใช่ตรวจแยกเฉพาะรูปแบบ เพราะข้อผิดพลาดที่มีผลมักเกิดจากข้อมูลคนละฉบับไม่สอดคล้องกัน

  • ตรวจประเภทการเดินทาง — แยกประชุม เจรจา ออกบูธ เยี่ยมโรงงาน สาธิต ติดตั้ง และการทำงาน
  • ตรวจข้อมูลในจดหมายเชิญ — ชื่อผู้เดินทาง วันเกิด หนังสือเดินทาง บริษัทผู้เชิญ และผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย
  • ตรวจความสอดคล้องกับแบบฟอร์ม — โดยเฉพาะชื่อองค์กรผู้เชิญ วัตถุประสงค์ วันที่ และสถานที่
  • ตรวจเอกสารบริษัทและการทำงาน — ให้บทบาทของผู้เดินทางสัมพันธ์กับทริปธุรกิจจริง
  • วาง Timeline ก่อนยื่น — เผื่อการแก้จดหมาย เรียกต้นฉบับ หรือขอเอกสารเพิ่มเติม
ขอบเขตบริการ: Co Journey Visa ช่วยจัดระบบและตรวจความครบถ้วนของเอกสารตามข้อมูลจริง แต่ไม่สามารถรับประกันผลวีซ่า ระยะพิจารณา จำนวนครั้งเข้าออก หรือการอนุญาตเข้าประเทศ ซึ่งเป็นอำนาจของหน่วยงานจีน

❓ คำถามที่ถามบ่อยเรื่องจดหมายเชิญวีซ่าธุรกิจจีน

ข้อกำหนดทางการระบุให้มีชื่อเต็ม เพศ วันเดือนปีเกิด และข้อมูลเกี่ยวกับแผนการเดินทาง เช่น วัตถุประสงค์ วันที่เดินทางเข้าและออก สถานที่ที่จะไป ความสัมพันธ์กับผู้เชิญ และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ในทางปฏิบัติควรใส่สัญชาติ เลขหนังสือเดินทาง ตำแหน่ง และบริษัทต้นสังกัดให้ตรงกับเอกสารจริงด้วย
ควรมีชื่อเต็มของหน่วยงานผู้เชิญ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ตราประทับของหน่วยงาน และลายเซ็นของผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมายหรือผู้ลงนามของหน่วยงานตามข้อกำหนดทางการ ชื่อหน่วยงานต้องตรงกับข้อมูลในแบบฟอร์มคำร้อง
ข้อกำหนดของสถานเอกอัครราชทูตจีนในประเทศไทยระบุข้อมูลของหน่วยงานผู้เชิญรวมถึงตราประทับของหน่วยงาน จึงควรให้บริษัทจีนใช้ตราประทับทางการที่เหมาะสมและลงลายเซ็นให้ครบ ไม่ควรส่งเพียงไฟล์ข้อความที่ไม่มีผู้รับผิดชอบรับรอง
ข้อกำหนดทางการระบุว่าจดหมายเชิญอาจเป็นแฟกซ์ สำเนา หรือไฟล์พิมพ์จากคอมพิวเตอร์ได้ แต่อำนาจพิจารณาสามารถขอให้ยื่นต้นฉบับเพิ่มเติมได้ จึงควรเก็บต้นฉบับหรือจัดให้บริษัทผู้เชิญสามารถส่งต้นฉบับได้หากถูกเรียกขอ
สำหรับการยื่นผ่านศูนย์รับคำร้องวีซ่าจีนในกรุงเทพฯ ประกาศของศูนย์ระบุว่าชื่อเต็มขององค์กรผู้เชิญในหัวข้อ 6.2 ของแบบฟอร์มต้องระบุให้เหมือนกับชื่อที่อยู่ในจดหมายเชิญ จึงไม่ควรใช้ชื่อย่อ ชื่อแบรนด์ หรือชื่อภาษาอังกฤษคนละรูปแบบ
ไม่ควรสรุปว่าต้องขอทุกกรณี เพราะข้อตกลงยกเว้นวีซ่าระหว่างไทยและจีนอนุญาตให้ผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาไทยเดินทางเพื่อธุรกิจบางลักษณะได้ตามระยะเวลาที่กำหนด แต่ไม่ครอบคลุมการทำงาน การศึกษา สื่อ หรือกิจกรรมที่ต้องได้รับอนุมัติล่วงหน้า ต้องตรวจวัตถุประสงค์และกฎล่าสุดก่อนเดินทาง
ไม่แน่นอน จดหมายเชิญเป็นหนึ่งในเอกสารประกอบ การพิจารณายังขึ้นอยู่กับแบบฟอร์ม หนังสือเดินทาง สถานะการพำนัก วัตถุประสงค์ เอกสารบริษัท ประวัติการเดินทาง และข้อมูลอื่นที่หน่วยงานเรียกตรวจ เจ้าหน้าที่อาจขอเอกสารเพิ่มเติมหรือต้นฉบับได้

📌 สรุปข้อมูลที่ต้องมีในจดหมายเชิญวีซ่าธุรกิจจีน

  • ชื่อเต็ม เพศ และวันเดือนปีเกิดของผู้ได้รับเชิญ
  • ควรเพิ่มสัญชาติ เลขหนังสือเดินทาง ตำแหน่ง และบริษัทต้นสังกัดให้ตรวจง่าย
  • ระบุวัตถุประสงค์ทางธุรกิจตามกิจกรรมจริง
  • ระบุวันเข้าและออกจากจีนอย่างชัดเจน
  • ระบุเมือง สถานที่ประชุม โรงงาน หรืองานแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้อง
  • อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างผู้เดินทางกับบริษัทผู้เชิญ
  • ระบุว่าใครรับผิดชอบตั๋ว ที่พัก และค่าใช้จ่ายอื่น
  • บริษัทจีนต้องใส่ชื่อเต็ม ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์
  • ต้องมีตราประทับและลายเซ็นผู้รับผิดชอบตามข้อกำหนด
  • ชื่อบริษัทผู้เชิญในแบบฟอร์มหัวข้อ 6.2 ต้องตรงกับจดหมาย
  • ไฟล์สำเนาอาจใช้ได้ แต่เจ้าหน้าที่สามารถเรียกต้นฉบับ
  • จดหมายเชิญครบไม่ได้รับประกันผลวีซ่าหรือการอนุญาตเข้าเมือง

ตรวจจดหมายก่อนประทับตรา ช่วยลดการขอแก้เอกสารหลายรอบ

ส่งร่างจดหมาย หนังสือเดินทาง กำหนดการ ชื่อบริษัทผู้เชิญ และรายละเอียดผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย เพื่อให้ Co Journey Visa ช่วยตรวจว่าข้อมูลหลักสอดคล้องกันหรือไม่ก่อนดำเนินการยื่น

📱 ปรึกษาทาง LINE: @cojourneyvisa หรือโทร 080-841-2543 / 061-031-2188  |  cojourneyvisa@gmail.com