คุณสมบัติวีซ่า Digital Nomad เกาหลี ใครสมัครได้บ้าง?
คนทำงานออนไลน์สองคนอาจมีรายได้เท่ากัน แต่คนหนึ่งสมัครวีซ่า Digital Nomad เกาหลีได้ง่ายกว่าอีกคน เพราะสิ่งที่ถูกตรวจไม่ได้มีแค่ว่า “ทำงานผ่านอินเทอร์เน็ตหรือไม่”
เจ้าหน้าที่จะดูด้วยว่าผู้สมัครสังกัดบริษัทหรือมีธุรกิจนอกเกาหลีจริงหรือไม่ ทำงานในสายเดิมมานานแค่ไหน ใครเป็นผู้จ่ายรายได้ และสามารถทำงานจากเกาหลีโดยไม่เข้าไปหารายได้จากตลาดเกาหลีได้หรือไม่
ดังนั้น พนักงานบริษัทไทย เจ้าของกิจการ และฟรีแลนซ์อาจสมัครได้ทั้งหมด แต่หลักฐานที่แต่ละกลุ่มต้องใช้พิสูจน์คุณสมบัติไม่เหมือนกัน ผู้ที่ต้องการดูบริการและวีซ่าประเภทอื่นของประเทศเดียวกันสามารถอ่านหน้า วีซ่าเกาหลีใต้ เพื่อเปรียบเทียบวัตถุประสงค์ก่อนเลือกประเภทวีซ่า
💬 ทำงานออนไลน์แต่ไม่แน่ใจว่าสถานะอาชีพเข้าเกณฑ์หรือไม่?
ส่งข้อมูลตำแหน่งงาน รูปแบบสัญญา และแหล่งรายได้มาให้ทีมช่วยคัดกรองเบื้องต้นก่อนขอเอกสารจากบริษัท
📋 สารบัญบทความ
👤 ใครอยู่ในกลุ่มผู้มีสิทธิสมัครวีซ่า Digital Nomad เกาหลี?
หลักเกณฑ์ของ Korea Immigration Service ระบุกลุ่มผู้สมัครหลักไว้ 2 กลุ่ม ได้แก่ เจ้าของธุรกิจในต่างประเทศ และ ชาวต่างชาติที่สังกัดบริษัทต่างประเทศ ซึ่งสามารถปฏิบัติงานทางไกลได้
คำว่า “ต่างประเทศ” ในที่นี้หมายถึงฐานงาน นายจ้าง บริษัท หรือธุรกิจที่อยู่นอกสาธารณรัฐเกาหลี ผู้สมัครจึงควรมีงานอยู่แล้วก่อนเดินทาง ไม่ใช่เข้าไปเกาหลีเพื่อเริ่มหาลูกค้า สมัครงาน หรือเปิดกิจการใหม่
พนักงานบริษัทในไทย
มีนายจ้างในไทย รับเงินเดือนจากไทย และบริษัทอนุญาตให้ทำงานทางไกลจากเกาหลีได้
พนักงานบริษัทต่างประเทศ
ทำงานให้บริษัทนอกเกาหลี มีสัญญาจ้างและหลักฐานเงินเดือนที่ตรวจสอบได้
เจ้าของบริษัทในไทย
มีบริษัทดำเนินงานจริง สามารถบริหารจากระยะไกล และมีรายได้ส่วนบุคคลตามเกณฑ์
เจ้าของธุรกิจต่างประเทศ
พิสูจน์ความเป็นเจ้าของ การดำเนินธุรกิจ รายได้ และความต่อเนื่องของกิจการได้
ฟรีแลนซ์ที่มีระบบธุรกิจชัด
มีทะเบียนธุรกิจ สัญญาลูกค้า ใบแจ้งหนี้ ภาษี และประวัติรับเงินอย่างต่อเนื่อง
สมาชิกครอบครัวผู้สมัคร
คู่สมรสและบุตรที่มีสิทธิอาจยื่นติดตามได้ พร้อมเอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์
✅ คุณสมบัติหลัก 6 ข้อที่ผู้สมัครต้องผ่าน
1. ผู้สมัครหลักต้องมีอายุอย่างน้อย 18 ปี
อายุขั้นต่ำใช้กับผู้สมัครหลัก ส่วนบุตรที่ยื่นในฐานะผู้ติดตามสามารถมีอายุต่ำกว่า 18 ปีได้ โดยต้องมีเอกสารความสัมพันธ์และความยินยอมตามกรณี
2. ต้องมีบริษัทหรือธุรกิจอยู่นอกเกาหลี
ผู้สมัครต้องเป็นเจ้าของธุรกิจในต่างประเทศหรือสังกัดบริษัทต่างประเทศที่ตรวจสอบได้ การมีเพียงรายได้จากแพลตฟอร์มออนไลน์โดยไม่มีเอกสารยืนยันสถานะงาน อาจยังไม่เพียงพอ
3. งานต้องสามารถทำจากระยะไกลได้จริง
หนังสือจากนายจ้างควรระบุว่าผู้สมัครได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติงานจากต่างประเทศหรือจากเกาหลีใต้ ไม่ควรใช้เพียงประโยคกว้าง ๆ ว่า “สามารถ Work from Home ได้”
4. ต้องทำงานในอุตสาหกรรมเดียวกันอย่างน้อย 1 ปี
ควรมีหลักฐานแสดงวันเริ่มงาน ตำแหน่ง หน้าที่ และประวัติในสายงานเดียวกันต่อเนื่อง หากเพิ่งเปลี่ยนอาชีพหรือเริ่มธุรกิจใหม่ก่อนยื่นไม่นาน เจ้าหน้าที่อาจต้องการคำอธิบายเพิ่ม
5. ต้องมีรายได้มากกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
หลักเกณฑ์ใช้รายได้มากกว่า 2 เท่าของ GNI ต่อหัวของเกาหลีในปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่อาจเปลี่ยนทุกปี ผู้สมัครควรยืนยันเกณฑ์ล่าสุดจากสถานทูตเกาหลีในวันที่เตรียมยื่น
6. ต้องมีประกันสุขภาพตามวงเงิน
ประกันต้องมีความคุ้มครองอย่างน้อย 100 ล้านวอน สำหรับค่ารักษาพยาบาลและการส่งตัวกลับประเทศตลอดระยะเวลาพำนัก ไม่ควรเลือกจากชื่อผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว ต้องดูข้อความความคุ้มครองในกรมธรรม์ด้วย
🏢 พนักงานประจำแบบไหนมีโอกาสเข้าเกณฑ์?
พนักงานบริษัทเป็นกลุ่มที่อธิบายสถานะได้ค่อนข้างตรง หากมีนายจ้างชัดเจน เงินเดือนเข้าต่อเนื่อง และบริษัทออกเอกสารสนับสนุนการทำงานจากต่างประเทศได้
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| จุดที่ถูกตรวจ | ลักษณะเคสที่ค่อนข้างชัด | ลักษณะเคสที่ควรอธิบายเพิ่ม |
|---|---|---|
| สถานะการจ้างงาน | มีสัญญาจ้างและหนังสือรับรองจากบริษัท | ทำงานโดยไม่มีสัญญา หรือใช้สัญญาระยะสั้นต่อเนื่องหลายฉบับ |
| การทำงานทางไกล | บริษัทระบุชัดว่าสามารถทำงานจากเกาหลีได้ | หนังสือระบุเพียง Work from Home หรือ Hybrid Work |
| ประสบการณ์ | ทำงานในสายเดียวกันเกิน 1 ปีและมีประวัติต่อเนื่อง | เพิ่งเปลี่ยนสายงานหรือเริ่มงานใหม่ก่อนยื่นไม่นาน |
| รายได้ | เงินเดือนในหนังสือ สลิป ภาษี และบัญชีตรงกัน | เงินเดือนในสัญญาไม่ตรงกับยอดรับจริง หรือรับผ่านบริษัทในเครือ |
| กิจกรรมในเกาหลี | ยังทำงานให้บริษัทเดิมนอกเกาหลี | มีแผนพบลูกค้า รับโปรเจกต์ หรือสร้างรายได้จากบริษัทเกาหลี |
📈 เจ้าของบริษัทหรือเจ้าของธุรกิจต้องพิสูจน์อะไร?
การเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นไม่ได้แปลว่าเข้าเกณฑ์ทันที ผู้สมัครต้องพิสูจน์ว่าธุรกิจดำเนินงานจริง สามารถบริหารจากระยะไกล และผู้สมัครมีรายได้ส่วนบุคคลถึงเกณฑ์
เอกสารที่มักถูกนำมาดูร่วมกัน ได้แก่ ทะเบียนบริษัท หนังสือรับรองผู้ถือหุ้น งบการเงิน ภาษีบริษัท ภาษีส่วนบุคคล เงินเดือนกรรมการ เงินปันผล และรายการเดินบัญชี
เอกสารบริษัทภาษาไทยอาจต้อง แปลเอกสาร และรับรองตามเงื่อนไขของสถานทูต จึงควรตรวจรูปแบบที่รับก่อนจัดทำฉบับแปล
🧑💻 ฟรีแลนซ์สมัครวีซ่า Digital Nomad เกาหลีได้ไหม?
คำตอบคือ ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี เพราะเอกสารทางการใช้ถ้อยคำเน้นเจ้าของธุรกิจต่างประเทศหรือบุคคลที่สังกัดบริษัทต่างประเทศ ไม่ได้ระบุว่าผู้รับงานอิสระทุกประเภทจะเข้าเกณฑ์โดยอัตโนมัติ
ฟรีแลนซ์ที่มีทะเบียนธุรกิจ เสียภาษี มีสัญญาลูกค้าระยะยาว ออกใบแจ้งหนี้ และรับเงินผ่านบัญชีของตนอย่างสม่ำเสมอ จะอธิบายฐานอาชีพได้ชัดกว่าผู้ที่รับงานผ่านแชตและรับเงินไม่ต่อเนื่อง
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| รูปแบบฟรีแลนซ์ | ระดับความพร้อม | สิ่งที่ควรเสริม |
|---|---|---|
| จดทะเบียนธุรกิจ มีลูกค้าต่างประเทศหลายราย | มีฐานอธิบายค่อนข้างชัด | สัญญา ใบแจ้งหนี้ ภาษี และหลักฐานรับเงิน |
| มีสัญญาระยะยาวกับบริษัทต่างประเทศรายเดียว | ต้องดูรายละเอียดสัญญา | หนังสือยืนยันความสัมพันธ์และสิทธิทำงานทางไกล |
| รับงานผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ | ต้องประเมินแหล่งรายได้ | รายงานรายได้ ประวัติงาน ภาษี และการถอนเงินเข้าบัญชี |
| รับเงินเป็นครั้งคราว ไม่มีสัญญาและไม่เสียภาษี | เคสยังอ่อน | ควรจัดระบบสถานะธุรกิจและหลักฐานก่อนตัดสินใจยื่น |
⚡ ฟรีแลนซ์หรือเจ้าของกิจการไม่ควรดูแค่ยอดรายได้รวม
ให้ทีมช่วยตรวจว่าสถานะธุรกิจ สัญญา ภาษี และเงินเข้าบัญชีเชื่อมโยงกันพอที่จะอธิบายเคสหรือไม่
⛔ ใครยังไม่ควรรีบสมัครวีซ่า F-1-D?
การยังไม่พร้อมไม่ได้หมายความว่าจะสมัครไม่ได้ตลอดไป แต่ควรแก้ฐานเอกสารก่อน เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปกับเอกสารที่ยังพิสูจน์คุณสมบัติหลักไม่ได้
- ผู้ที่ยังไม่มีงานหรือธุรกิจนอกเกาหลี และวางแผนเข้าไปหางานเมื่อเดินทางถึง
- ผู้ที่ทำงานในอุตสาหกรรมปัจจุบันไม่ถึง 1 ปี และไม่มีประสบการณ์เดิมในสายที่เกี่ยวข้อง
- ผู้ที่รายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์ แม้มีเงินฝากหรือทรัพย์สินจำนวนมาก
- ผู้ที่บริษัทไม่อนุญาตให้ทำงานจากต่างประเทศ หรือไม่สามารถออกหนังสือยืนยันได้
- ผู้ที่ตั้งใจรับงานจากลูกค้าหรือบริษัทในเกาหลี ซึ่งอาจขัดกับข้อจำกัดของวีซ่า
- ผู้ที่ไม่มีหลักฐานแหล่งรายได้ เช่น รับเงินสด รับเงินผ่านบัญชีบุคคลอื่น หรือไม่มีภาษี
- ผู้ที่ซื้อประกันไม่ถึงวงเงิน หรือกรมธรรม์ไม่ครอบคลุมการส่งตัวกลับประเทศ
🧭 แบบประเมิน 7 ขั้น: คุณเข้าใกล้คุณสมบัติแล้วหรือยัง?
หากเป็นผู้สมัครหลักและอายุยังไม่ถึง จะไม่เข้าเกณฑ์อายุ
ต้องมีสถานะที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่เพียงวางแผนเริ่มทำงานในอนาคต
ควรรวมประสบการณ์เดิมที่มีเอกสารยืนยันได้
ควรมีหนังสือหรือสัญญาที่ระบุสิทธินี้อย่างชัดเจน
อย่านับยอดขายบริษัทหรือเงินโอนระหว่างบัญชีเป็นรายได้ทั้งหมด
หากตัวเลขต่างกัน ต้องเตรียมเหตุผลและหลักฐานรองรับ
วีซ่านี้ไม่ได้รองรับกิจกรรมการจ้างงานและหารายได้ในเกาหลีโดยทั่วไป
🧪 ตัวอย่างเคส: ใครค่อนข้างพร้อม และใครควรเสริมก่อน?
เคส A: พนักงานบริษัทเทคโนโลยีในไทย
ทำงานมา 4 ปี เงินเดือนสูงกว่าเกณฑ์ บริษัทอนุญาตให้ทำงานจากต่างประเทศ และเงินเดือนในสลิป ภาษี กับ Statement ตรงกัน
จุดแข็ง: สถานะนายจ้างและรายได้พิสูจน์ได้ชัด สิ่งที่ควรตรวจเพิ่มคือถ้อยคำในหนังสืออนุญาตให้ทำงานจากเกาหลีและความคุ้มครองของประกัน
เคส B: เจ้าของบริษัทที่ธุรกิจมีรายได้สูง
บริษัทดำเนินงานมา 5 ปี แต่ผู้สมัครรับเงินเดือนต่ำ ส่วนกำไรเก็บไว้ในบริษัทเกือบทั้งหมด
จุดที่ต้องแก้: ยอดขายบริษัทไม่ได้แปลว่าผู้สมัครมีรายได้ส่วนบุคคลถึงเกณฑ์ ควรตรวจเงินเดือน เงินปันผล ภาษี และเอกสารบัญชีที่ยืนยันรายได้ของตนเอง
เคส C: ฟรีแลนซ์ทำงานผ่านแพลตฟอร์ม
มีรายได้สูงต่อเนื่อง 2 ปี แต่รับเงินผ่านหลายช่องทาง ไม่มีทะเบียนธุรกิจ และยังไม่ได้ยื่นภาษีครบ
จุดเสี่ยง: เจ้าหน้าที่อาจตรวจสอบฐานอาชีพและที่มาของรายได้ได้ยาก ควรจัดรายงานรายได้ สัญญา ประวัติงาน ภาษี และบัญชีรับเงินให้เป็นระบบก่อนยื่น
📂 เอกสารใดใช้พิสูจน์ว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติจริง?
เอกสารไม่ควรถูกมองเป็นรายการแยกใบ แต่ควรทำหน้าที่ยืนยันเรื่องเดียวกันตั้งแต่สถานะงาน ประสบการณ์ รายได้ จนถึงเหตุผลที่สามารถทำงานจากเกาหลีได้
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| คุณสมบัติที่ต้องพิสูจน์ | ตัวอย่างเอกสาร | จุดที่ควรตรวจ |
|---|---|---|
| สังกัดบริษัทต่างประเทศ | สัญญาจ้าง หนังสือรับรองงาน ข้อมูลจดทะเบียนบริษัท | ชื่อบริษัท ตำแหน่ง และวันเริ่มงานต้องตรงกัน |
| เป็นเจ้าของธุรกิจ | ทะเบียนบริษัท รายชื่อผู้ถือหุ้น ภาษี และงบการเงิน | ต้องแยกรายได้บริษัทออกจากรายได้ส่วนบุคคล |
| ทำงานทางไกลได้ | หนังสืออนุญาต Remote Work หรือข้อกำหนดในสัญญา | ควรระบุการทำงานจากต่างประเทศหรือเกาหลีโดยตรง |
| ประสบการณ์อย่างน้อย 1 ปี | หนังสือรับรองงานเดิม ประวัติการทำงาน และเอกสารภาษี | หน้าที่เดิมควรอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน |
| รายได้ถึงเกณฑ์ | หนังสือเงินเดือน สลิป Statement และภาษี | ยอดรายได้ควรคำนวณและตรวจสอบย้อนกลับได้ |
| ประวัติและประกัน | ประวัติอาชญากรรมพร้อมการรับรอง และกรมธรรม์ประกัน | ตรวจอายุเอกสาร วิธีรับรอง และวงเงินประกันล่าสุด |
หากเอกสารแต่ละใบใช้คำเรียกตำแหน่ง รายได้ หรือชื่อบริษัทไม่ตรงกัน อาจต้องจัดทำคำอธิบายประกอบ ผู้สมัครสามารถ ปรึกษาวีซ่า เพื่อวางลำดับเอกสารก่อนขอฉบับจริงจากบริษัท
🇰🇷 คุณสมบัติครบแล้ว เข้าไปทำงานอะไรในเกาหลีได้บ้าง?
ผู้ถือ F-1-D สามารถพำนักในเกาหลีพร้อมทำงานทางไกลให้บริษัทหรือธุรกิจที่อยู่นอกเกาหลี แต่กิจกรรมการจ้างงานและการแสวงหากำไรภายในเกาหลีถูกจำกัด
ผู้สมัครจึงไม่ควรวางแผนใช้วีซ่านี้เพื่อรับงานกับบริษัทเกาหลี เปิดร้าน ให้บริการลูกค้าในเกาหลี หรือเปลี่ยนจาก Remote Worker เป็นพนักงานท้องถิ่นโดยไม่ได้เปลี่ยนสถานะการพำนักให้ถูกต้อง
ผู้ที่กำลังวางแผนเมืองพักอาศัยและการเดินทางสามารถดูข้อมูล เที่ยวเกาหลีใต้ เพื่อประเมินเมือง ค่าเดินทาง และรูปแบบการใช้ชีวิตเบื้องต้น
🔗 แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นจริง
- Korea Immigration Service — Digital Nomad (Workcation) Visa Official Guide
- Korea Immigration Service — ข่าวและประกาศด้านวีซ่าและการพำนัก
- สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย — ประกาศวีซ่าล่าสุด
- Korea Visa Portal — แบบฟอร์มและตรวจสอบสถานะวีซ่า
- Hi Korea — ข้อมูลการพำนักและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
⭐ ทำไมควรให้ Co Journey Visa ช่วยตรวจคุณสมบัติก่อนยื่น?
- แยกประเภทผู้สมัครให้ถูก — พนักงาน เจ้าของกิจการ และฟรีแลนซ์ต้องใช้วิธีพิสูจน์สถานะต่างกัน
- ตรวจเกณฑ์ประสบการณ์ — ช่วยดูว่าประวัติงานเดิมสามารถนับเป็นอุตสาหกรรมเดียวกันได้หรือไม่
- ตรวจรายได้ส่วนบุคคล — แยกเงินเดือน โบนัส เงินปันผล ยอดขายบริษัท และเงินโอนที่ไม่ใช่รายได้
- ตรวจหนังสือ Remote Work — ดูว่าถ้อยคำจากนายจ้างตอบเงื่อนไขการทำงานจากเกาหลีได้ชัดเพียงใด
- วางแผนเอกสารเป็นรายเคส — ช่วยลดการขอเอกสารผิดรูปแบบหรือทำเอกสารรับรองเร็วเกินไป
ทีมช่วยประเมินและวางแผนเอกสารตามข้อมูลจริงของผู้สมัคร แต่ไม่สามารถรับประกันผลวีซ่าได้ การอนุมัติขึ้นอยู่กับสถานทูตและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี
❓ คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับคุณสมบัติวีซ่า Digital Nomad เกาหลี
📌 สรุปว่าใครสมัครวีซ่า Digital Nomad เกาหลีได้บ้าง
- ผู้สมัครหลักต้องมีอายุอย่างน้อย 18 ปี
- ต้องเป็นเจ้าของธุรกิจนอกเกาหลีหรือสังกัดบริษัทต่างประเทศ
- ต้องสามารถทำงานทางไกลจากเกาหลีได้จริง
- ต้องมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเดียวกันอย่างน้อย 1 ปี
- รายได้ส่วนบุคคลต้องมากกว่าเกณฑ์ที่กำหนดในปีที่ยื่น
- ต้องมีประกันสุขภาพวงเงินอย่างน้อย 100 ล้านวอน
- พนักงาน เจ้าของธุรกิจ และฟรีแลนซ์ใช้หลักฐานพิสูจน์ต่างกัน
- ไม่ควรมีแผนเข้าไปทำงานหรือหารายได้จากบริษัทในเกาหลี
- ควรตรวจ Checklist ล่าสุดจากแหล่งทางการก่อนยื่นทุกครั้ง
อย่าเริ่มจากการขอเอกสาร ก่อนรู้ว่าสถานะอาชีพเข้าเกณฑ์หรือไม่
ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจประเภทผู้สมัคร ประสบการณ์ รูปแบบ Remote Work รายได้ และจุดที่ควรเสริมก่อนเริ่มจัดชุดเอกสารจริง
📱 ปรึกษาทาง LINE: @cojourneyvisaหรือโทร 080-8412543 / 061-0312188 | cojourneyvisa@gmail.com
บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?
ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น
รีวิวจากผู้อ่าน
อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย
บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด
ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย
บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ







