ขั้นตอนในการทำวีซ่าสหรัฐอเมริกา ปี 2026 สำหรับคนไทย
สหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในประเทศที่คนไทยนิยมเดินทางมากที่สุด ทั้งเพื่อท่องเที่ยว เยี่ยมครอบครัว เรียนต่อ ฝึกงาน ทำงาน ประชุมธุรกิจ หรือรักษาพยาบาล แต่การขอวีซ่าสหรัฐฯ ต้องเตรียมข้อมูลให้ชัด เพราะเจ้าหน้าที่จะพิจารณาจากวัตถุประสงค์ ความน่าเชื่อถือของเอกสาร และเหตุผลที่จะกลับประเทศไทย
บทความนี้สรุปขั้นตอนทำวีซ่าสหรัฐอเมริกา ปี 2026 แบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่เลือกประเภทวีซ่า กรอก DS-160 ชำระค่าธรรมเนียม นัดสัมภาษณ์ เตรียมเอกสาร ไปจนถึงข้อควรระวังที่ทำให้หลายเคสถูกถามเพิ่มหรือถูกปฏิเสธ
คำตอบสั้น ๆ: คนไทยไปสหรัฐอเมริกาต้องขอวีซ่าไหม?
คนไทยทั่วไปต้องขอวีซ่าสหรัฐอเมริกาก่อนเดินทาง เพราะประเทศไทยไม่ได้อยู่ใน Visa Waiver Program สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวหรือธุรกิจระยะสั้นแบบไม่ต้องขอวีซ่า
วีซ่าที่คนไทยยื่นบ่อยที่สุดคือ B-1/B-2 สำหรับธุรกิจ ท่องเที่ยว เยี่ยมเยียน หรือรักษาพยาบาล โดยขั้นตอนหลักคือกรอกแบบฟอร์ม DS-160 ออนไลน์ ชำระค่าธรรมเนียม MRV นัดสัมภาษณ์ และไปสัมภาษณ์ที่สถานทูตสหรัฐฯ กรุงเทพฯ หรือสถานกงสุลเชียงใหม่
ตรวจสอบข้อมูลทางการได้จาก: U.S. Embassy & Consulate in Thailand – Visas, Nonimmigrant Visa Application Procedures และ Travel.State.Gov – Fees for Visa Services
ประเภทวีซ่าสหรัฐอเมริกาที่สามารถยื่นได้ในปี 2026
จากประสบการณ์ทำเคสจริง จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือเลือกประเภทวีซ่าให้ตรงกับวัตถุประสงค์ เพราะเอกสารและคำถามสัมภาษณ์ของแต่ละประเภทต่างกันมาก
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| ประเภทวีซ่า | เหมาะกับใคร | จุดที่ต้องเตรียมให้ชัด |
|---|---|---|
| B-1 / B-2 | ธุรกิจ ท่องเที่ยว เยี่ยมครอบครัว รักษาพยาบาล | วัตถุประสงค์เดินทาง แผนทริป การเงิน งาน และเหตุผลกลับไทย |
| F-1 / M-1 | นักเรียน นักศึกษา หรือเรียนหลักสูตรวิชาชีพ | I-20, SEVIS, แผนการเรียน การเงิน และเหตุผลเลือกสถาบัน |
| J-1 | แลกเปลี่ยน ฝึกงาน วิจัย วัฒนธรรม หรือโครงการที่ได้รับการรับรอง | DS-2019, SEVIS, รายละเอียดโครงการ และแผนหลังจบโครงการ |
| K-1 | คู่หมั้นของพลเมืองสหรัฐฯ | ต้องผ่านกระบวนการ petition และเอกสารความสัมพันธ์ |
| H-1B / L-1 / O-1 | ทำงานเฉพาะทาง โอนย้ายภายในบริษัท หรือผู้มีความสามารถพิเศษ | ต้องมี petition หรือเอกสารนายจ้าง/ผู้สนับสนุนที่ถูกต้อง |
| Immigrant Visa | ครอบครัว การจ้างงาน หรือย้ายถิ่นฐานถาวร | ขั้นตอนต่างจากวีซ่าชั่วคราว และมักเริ่มจาก USCIS/NVC |
เอกสารที่ต้องใช้สำหรับวีซ่าสหรัฐอเมริกา
สำหรับวีซ่าชั่วคราว เช่น B-1/B-2 เอกสารหลักที่ต้องมีคือ DS-160 confirmation page, ใบนัดสัมภาษณ์, พาสปอร์ต, รูปถ่าย และเอกสารสนับสนุนตามวัตถุประสงค์ แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการตอบคำถามให้สอดคล้องกับเอกสาร
เอกสารพื้นฐาน
- DS-160 Confirmation Page
- ใบนัดสัมภาษณ์
- พาสปอร์ตเล่มปัจจุบัน และเล่มเก่าหากมี
- รูปถ่าย 2x2 นิ้ว พื้นหลังขาว ตามข้อกำหนด
เอกสารงานและการเงิน
- หนังสือรับรองงาน หรือเอกสารธุรกิจ
- Bank Statement / สมุดบัญชี / หลักฐานรายได้
- สลิปเงินเดือน หรือเอกสารภาษี หากมี
- เอกสารทรัพย์สินหรือภาระผูกพันในไทย
เอกสารแผนเดินทาง
- แผนการเดินทางโดยสรุป
- ข้อมูลที่พักหรือผู้เชิญ
- จดหมายเชิญ หากมี
- เอกสารรักษาพยาบาล หากไปด้วยเหตุผลทางการแพทย์
เอกสารเฉพาะประเภทวีซ่า
- F-1/M-1: I-20 และหลักฐาน SEVIS
- J-1: DS-2019 และเอกสารโครงการ
- H/L/O: I-797 หรือเอกสาร petition
- K-1: เอกสารจากกระบวนการคู่หมั้น
ขั้นตอนการยื่นวีซ่าสหรัฐอเมริกา
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| ขั้นตอน | สิ่งที่ต้องทำ | คำแนะนำจากประสบการณ์ทำเคส |
|---|---|---|
| 1. เลือกประเภทวีซ่า | ระบุว่าไปเที่ยว ธุรกิจ เรียน แลกเปลี่ยน ทำงาน หรือย้ายถิ่นฐาน | เลือกผิดประเภทอาจทำให้ตอบสัมภาษณ์ยากและเสี่ยงถูกปฏิเสธ |
| 2. กรอก DS-160 | กรอกข้อมูลออนไลน์ให้ครบและตรงกับความจริง | ข้อมูล DS-160 เป็นหัวใจของเคส หากกรอกผิดควรแก้ก่อนนัดสัมภาษณ์ |
| 3. ชำระค่าธรรมเนียม MRV | ชำระค่าธรรมเนียมตามประเภทวีซ่า | ค่าธรรมเนียมไม่คืนเงินและใช้ได้เฉพาะขั้นตอนที่กำหนด |
| 4. นัดสัมภาษณ์ | จองคิวผ่านระบบนัดหมายของ U.S. Visa Scheduling | ควรเลือกสถานที่ที่สะดวก เช่น กรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่ และเผื่อคิวล่วงหน้า |
| 5. เตรียมเอกสารและซ้อมสัมภาษณ์ | จัดเอกสารตามประเภทวีซ่าและฝึกตอบคำถามหลัก | คำตอบควรสั้น ตรง และสอดคล้องกับ DS-160 |
| 6. เข้าสัมภาษณ์ | ไปตามเวลานัด พร้อมพาสปอร์ต DS-160 ใบนัด และเอกสารสนับสนุน | เจ้าหน้าที่อาจถามเพียงไม่กี่คำถาม จึงต้องตอบให้ชัดตั้งแต่ต้น |
| 7. รอผลและรับพาสปอร์ต | หากอนุมัติ พาสปอร์ตจะถูกส่งคืนพร้อมวีซ่าตามช่องทางที่เลือก | ตรวจชื่อ เลขพาสปอร์ต ประเภทวีซ่า และวันหมดอายุทันทีเมื่อได้รับ |
ค่าธรรมเนียมวีซ่าสหรัฐอเมริกา ปี 2026
ค่าธรรมเนียมวีซ่าชั่วคราวของสหรัฐฯ ขึ้นกับประเภทวีซ่า และอาจมีค่าธรรมเนียมอื่น เช่น SEVIS สำหรับนักเรียน/แลกเปลี่ยน หรือ reciprocity fee บางสัญชาติ/บางประเภท ควรตรวจ Travel.State.Gov และระบบนัดหมายก่อนชำระจริง
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| ประเภทวีซ่า | ค่าธรรมเนียม MRV โดยทั่วไป | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| B-1/B-2, F, M, J | USD 185 | กลุ่ม non-petition based visa เช่น ท่องเที่ยว ธุรกิจ นักเรียน และแลกเปลี่ยน |
| H, L, O, P, Q, R | USD 205 | กลุ่ม petition-based temporary worker visa |
| K Visa | USD 265 | วีซ่าคู่หมั้น/คู่สมรสบางประเภทตามตารางค่าธรรมเนียม |
| SEVIS Fee | แยกจาก MRV | ใช้กับ F/M/J ตามประเภทโครงการ ต้องตรวจอัตราล่าสุดก่อนชำระ |
| Visa Integrity Fee | อาจมีผลกับวีซ่าชั่วคราวบางกลุ่มตามกฎหมายใหม่ | ควรตรวจสถานะการบังคับใช้จริงจาก Travel.State.Gov/ระบบชำระเงินก่อนยื่น |
ระยะเวลาดำเนินการและคิวสัมภาษณ์
ระยะเวลารอคิวสัมภาษณ์วีซ่าสหรัฐฯ เปลี่ยนได้ตลอดตามจำนวนผู้สมัคร ฤดูกาล และประเภทวีซ่า บางช่วงอาจรอหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ส่วนหลังสัมภาษณ์ หากอนุมัติและไม่ติด administrative processing มักใช้เวลาหลายวันทำการในการคืนพาสปอร์ต
ตรวจสอบข้อมูลทางการ: Nonimmigrant Visa Application Procedures
คิวเร่งด่วน / Expedited Appointment ใช้ได้กรณีไหน?
สถานทูตสหรัฐฯ มีขั้นตอนขอ expedited appointment ในบางกรณีจำเป็น เช่น เหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ การเสียชีวิตของญาติใกล้ชิด เหตุเร่งด่วนด้านการศึกษา/งานบางกรณี หรือเหตุจำเป็นที่เข้าเกณฑ์ แต่ไม่ใช่บริการซื้อคิวด่วนทั่วไป
- ต้องกรอก DS-160 ก่อน
- ต้องชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า
- ต้องจองคิวปกติก่อน
- จากนั้นจึงส่งคำขอ expedited appointment พร้อมเหตุผลและหลักฐาน
ดูขั้นตอนทางการ: How to request an Expedite Appointment
สถานที่ยื่นวีซ่าสหรัฐฯ ในประเทศไทย
ผู้สมัครวีซ่าชั่วคราวสามารถนัดสัมภาษณ์ผ่านระบบทางการและเข้ารับการสัมภาษณ์ที่สถานทูตสหรัฐฯ กรุงเทพฯ หรือสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ ตามช่องทางที่ระบบเปิดให้เลือก
U.S. Embassy Bangkok
ใช้สำหรับผู้สมัครที่เลือกสัมภาษณ์ในกรุงเทพฯ ตามระบบนัดหมาย
U.S. Consulate General Chiang Mai
เหมาะกับผู้สมัครที่สะดวกสัมภาษณ์ในเชียงใหม่ หากระบบเปิดคิวตามประเภทวีซ่า
เว็บไซต์ทางการ: U.S. Embassy & Consulate in Thailand – Visas
ข้อควรระวังในการขอวีซ่าสหรัฐอเมริกา
- อย่าใช้ B-1/B-2 เพื่อทำงานหรือเรียนเต็มเวลา
- ห้ามใช้เอกสารปลอมหรือข้อมูลไม่ตรงกับความจริง
- DS-160 ต้องกรอกให้ตรงกับประวัติจริง เช่น งาน รายได้ การศึกษา และประวัติเดินทาง
- ไม่ควรซื้อตั๋วแบบ non-refundable ก่อนวีซ่าอนุมัติ
- หากเคยถูกปฏิเสธวีซ่า ต้องตอบตามจริงและอธิบายสถานการณ์ให้ชัด
- หากเดินทางไปเยี่ยมคนรู้จัก ควรรู้ข้อมูลผู้เชิญและวัตถุประสงค์การเดินทางจริง
เคล็ดลับเพิ่มความพร้อมก่อนสัมภาษณ์วีซ่าสหรัฐฯ
1. ตอบให้ตรงคำถาม
ไม่ต้องเล่ายาวเกินไป ตอบสั้น ชัด และสอดคล้องกับ DS-160
2. รู้แผนเดินทางของตัวเอง
ควรรู้เมืองที่จะไป จำนวนวัน ที่พัก และเหตุผลเดินทางอย่างเป็นธรรมชาติ
3. เตรียมเหตุผลกลับไทย
งาน ครอบครัว ธุรกิจ การเรียน หรือทรัพย์สินในไทยควรอธิบายได้ชัด
4. อย่าท่องจำแบบแข็ง
การตอบควรเป็นข้อมูลจริงของตัวเอง ไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูปที่ไม่เข้ากับเคส
สรุปการยื่นวีซ่าสหรัฐอเมริกา ปี 2026 สำหรับคนไทย
การขอวีซ่าสหรัฐฯ จะราบรื่นขึ้น หากเริ่มจากการเลือกประเภทวีซ่าให้ตรง กรอก DS-160 ให้ถูกต้อง ชำระค่าธรรมเนียม นัดสัมภาษณ์ และเตรียมคำตอบให้ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องวัตถุประสงค์การเดินทาง การเงิน งาน และเหตุผลกลับประเทศไทย
- คนไทยทั่วไปต้องขอวีซ่าสหรัฐฯ ก่อนเดินทาง
- B-1/B-2 ใช้สำหรับธุรกิจ ท่องเที่ยว เยี่ยมเยียน หรือรักษาพยาบาล ไม่ใช่ทำงาน
- ค่าธรรมเนียม B-1/B-2, F, M, J โดยทั่วไปอยู่ที่ USD 185
- ควรเริ่มล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 เดือน เพราะคิวสัมภาษณ์เปลี่ยนได้
- คิวเร่งด่วนใช้ได้เฉพาะเหตุจำเป็นที่เข้าเกณฑ์ ไม่ใช่บริการซื้อคิวทั่วไป
ทำไมควรให้ Co Journey Visa ช่วยดูแลวีซ่าสหรัฐอเมริกา
✅ ตรวจ DS-160
ช่วยตรวจข้อมูลให้ครบ ถูกต้อง และสอดคล้องกับประวัติจริงของผู้สมัคร
✅ เตรียมเอกสาร
ช่วยจัดชุดเอกสารตามประเภทวีซ่าและวัตถุประสงค์การเดินทาง
✅ ซ้อมสัมภาษณ์
ช่วยเตรียมคำตอบให้ชัด มั่นใจ และลดความกังวลก่อนวันสัมภาษณ์
✅ ดูแลทุกขั้นตอน
ช่วยตั้งแต่เลือกประเภทวีซ่า กรอกฟอร์ม นัดหมาย ไปจนถึงติดตามผล
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวีซ่าสหรัฐอเมริกา
คนไทยไปสหรัฐฯ ต้องขอวีซ่าไหม?
ต้องขอวีซ่าก่อนเดินทาง เพราะประเทศไทยไม่ได้อยู่ใน Visa Waiver Program สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวหรือธุรกิจระยะสั้นแบบไม่ต้องขอวีซ่า
B-1 กับ B-2 ต่างกันอย่างไร?
B-1 ใช้สำหรับธุรกิจระยะสั้น เช่น ประชุม ดูงาน หรือติดต่อธุรกิจ ส่วน B-2 ใช้สำหรับท่องเที่ยว เยี่ยมเยียน หรือรักษาพยาบาล หลายเคสจะได้รับเป็น B-1/B-2 รวมกัน
ค่าธรรมเนียมวีซ่าอเมริกาเท่าไหร่?
ค่าธรรมเนียม MRV สำหรับ B-1/B-2, F, M และ J โดยทั่วไปอยู่ที่ USD 185 ส่วน H, L, O, P, Q และ R อยู่ที่ USD 205 ควรตรวจค่าธรรมเนียมล่าสุดก่อนชำระจริง
วีซ่าสหรัฐฯ ใช้เวลานานไหม?
เวลาหลักคือการรอคิวสัมภาษณ์ ซึ่งเปลี่ยนได้ตามช่วงเวลาและประเภทวีซ่า หลังสัมภาษณ์ หากอนุมัติและไม่ติดตรวจสอบเพิ่มเติม มักใช้เวลาหลายวันทำการในการรับพาสปอร์ตคืน
Co Journey Visa ช่วยเรื่องวีซ่าสหรัฐฯ ได้อย่างไร?
ทีมช่วยเลือกประเภทวีซ่า ตรวจ DS-160 จัดเอกสาร นัดหมาย เตรียมสัมภาษณ์ วิเคราะห์จุดเสี่ยง และให้คำปรึกษาเฉพาะบุคคลเพื่อลดโอกาสผิดพลาดก่อนยื่นจริง
ติดต่อ Co Journey Visa
ให้ทีม Co Journey Visa ดูแลเรื่องวีซ่าสหรัฐอเมริกาของคุณอย่างมืออาชีพ:
- ✅ ตรวจคำขอ DS-160 และเอกสารทั้งหมดให้ครบถ้วน
- ✅ ประสานนัดหมายสัมภาษณ์และติดตามผลอย่างใกล้ชิด
- ✅ แนะนำทางเลือกด้านเอกสารและแผนการเดินทางให้สมบูรณ์
- ✅ ให้คำปรึกษาเฉพาะบุคคลเพื่อลดโอกาสถูกปฏิเสธ
📞 โทร:
080-8412543 /
061-0312188
📱 LINE:
@cojourneyvisa
📧 Email:
cojourneyvisa@gmail.com
🌐 เว็บไซต์:
www.cojourneyvisa.com
✈️ เดินทางสู่สหรัฐฯ อย่างมั่นใจ — ให้ Co Journey Visa ดูแลคุณตั้งแต่เริ่มต้นจนสำเร็จ!







