เคยอยู่เกินกำหนด (Overstay) หรือเคยทำงานผิดกฎหมายในไต้หวัน แต่อยากกลับไปท่องเที่ยว/แต่งงาน ต้องทำอย่างไร?
เคสที่เคยอยู่เกินกำหนดในไต้หวัน หรือเคยทำงานผิดกฎหมาย เป็นเคสที่ต้องระวังมากกว่าการยื่นวีซ่าทั่วไป เพราะประวัติเดิมอาจเกี่ยวข้องกับค่าปรับ คำสั่งห้ามเข้าไต้หวัน หรือข้อมูลในระบบของ National Immigration Agency (NIA) แม้เวลาจะผ่านไปหลายปีแล้วก็ตาม
หลายคนอยากกลับไปไต้หวันเพื่อเที่ยว เยี่ยมแฟน แต่งงาน หรือยื่นวีซ่าคู่สมรส แต่ไม่แน่ใจว่า “ประวัติเก่าจะยังมีผลไหม?” “ต้องรอครบกี่ปี?” “ถ้าแต่งงานกับคนไต้หวันแล้วจะกลับเข้าได้เลยไหม?” คำตอบคือ ต้องตรวจเป็นรายเคสครับ เพราะผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่อยู่เกิน วิธีออกจากไต้หวัน เคยถูกจับหรือรายงานตัวเองหรือไม่ เคยชำระค่าปรับไหม และมี entry ban อยู่หรือเปล่า
บทความนี้จะอธิบายแนวทางเตรียมตัวสำหรับคนที่เคย Overstay หรือทำงานผิดกฎหมายในไต้หวัน แต่อยากกลับไปท่องเที่ยวหรือแต่งงาน รวมถึงการเตรียมเอกสารชี้แจงและการยื่น วีซ่าไต้หวัน อย่างระมัดระวัง โดยไม่ปกปิดประวัติเดิม
💬 ถ้าคุณเคย Overstay หรือเคยทำงานผิดกฎหมายในไต้หวัน ส่งข้อมูลปีที่เข้า-ออกไต้หวัน ระยะเวลาที่อยู่เกิน เอกสารค่าปรับ หรือเหตุผลที่ต้องกลับไป ให้ทีมเราช่วยประเมินเบื้องต้นก่อนวางแผนยื่นใหม่ได้ครับ
📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี📋 สารบัญบทความ
- Overstay กับทำงานผิดกฎหมายต่างกันอย่างไร?
- ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น: ค่าปรับและ Entry Ban
- ก่อนกลับไปไต้หวัน ต้องเช็กอะไรเป็นอันดับแรก?
- อยากกลับไปท่องเที่ยว ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
- อยากกลับไปแต่งงาน/อยู่กับคู่สมรส ต้องทำอย่างไร?
- เอกสารที่ควรรวบรวมเพื่อชี้แจงประวัติเดิม
- จดหมายชี้แจงประวัติ Overstay ควรเขียนอย่างไร?
- ตารางเช็กความเสี่ยงก่อนยื่นใหม่
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ
- คำถามที่ถามบ่อย
1. Overstay กับทำงานผิดกฎหมายต่างกันอย่างไร?
Overstay คือการอยู่ในไต้หวันเกินระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต เช่น ฟรีวีซ่า 14 วัน แต่ว่าอยู่เกิน หรือวีซ่า/ARC หมดอายุแล้วไม่ได้ต่อก่อนกำหนด ส่วน การทำงานผิดกฎหมาย คือการทำงาน รับค่าจ้าง หรือทำกิจกรรมที่ถือเป็นการทำงานโดยไม่มี work permit หรือสถานะที่อนุญาตให้ทำงานได้
บางเคสมีทั้งสองอย่างพร้อมกัน เช่น เข้าไต้หวันด้วยฟรีวีซ่า แล้วอยู่เกินกำหนดและทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต กรณีนี้ความเสี่ยงจะสูงกว่าเคสที่ Overstay เพียงไม่กี่วันและเดินทางออกเองอย่างถูกต้อง
⏳ Overstay
อยู่เกินวันที่อนุญาต เช่น วีซ่าหมด ฟรีวีซ่าหมด หรือ ARC หมดอายุโดยไม่ได้ต่อ
💼 Illegal Work
ทำงานหรือรับค่าจ้างโดยไม่มี work permit หรือทำงานนอกเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต
🚫 Entry Ban
คำสั่งห้ามเข้าไต้หวันชั่วคราว ซึ่งอาจเกิดจาก Overstay ทำงานผิดกฎหมาย หรือความผิดอื่น
📄 Re-application
การยื่นใหม่ต้องอธิบายประวัติเดิมและแสดงเหตุผลเดินทางปัจจุบันให้ชัด
2. ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น: ค่าปรับและ Entry Ban
ผลกระทบของ Overstay หรือทำงานผิดกฎหมายอาจมีตั้งแต่ค่าปรับ การถูกควบคุมตัว การถูกสั่งให้ออกจากประเทศ ไปจนถึงคำสั่งห้ามเข้าไต้หวันเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยข้อมูลจาก NIA และประกาศที่เกี่ยวข้องระบุว่า หลังการแก้กฎหมาย ไต้หวันเพิ่มค่าปรับกรณี Overstay เป็นช่วงที่สูงขึ้น และระยะเวลาห้ามเข้าอาจยาวขึ้นตามกฎหมายและข้อเท็จจริงของแต่ละเคส
ข้อมูลจากแหล่งทางการและหน่วยงานไต้หวันระบุว่า Overstay อาจมีค่าปรับในช่วง NT$10,000-50,000 และระยะเวลาห้ามเข้าอาจสูงสุดถึง 7 ปี ในบางกรณี ทั้งนี้ผลจริงขึ้นอยู่กับคำสั่งของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง ระยะเวลาที่อยู่เกิน และพฤติการณ์ของผู้เดินทาง
3. ก่อนกลับไปไต้หวัน ต้องเช็กอะไรเป็นอันดับแรก?
ก่อนจองตั๋วหรือยื่นวีซ่า ควรไล่ข้อมูลเดิมให้ชัดที่สุด เพราะเคส Overstay ไม่ควรเริ่มจากการเดาว่า “น่าจะครบแบนแล้ว” หรือ “น่าจะไม่มีปัญหาแล้ว”
เช่น ปีที่เข้าไต้หวัน วันที่ออก พาสปอร์ตเล่มเก่า ตราประทับ ตั๋วเครื่องบินเก่า หรือเอกสารจาก NIA
ถ้ามีใบเสร็จค่าปรับ หนังสือแจ้งคำสั่ง หรือเอกสาร deportation ควรเก็บไว้ใช้ประกอบคำชี้แจง
หากมีคู่สมรส ญาติ หรือผู้เกี่ยวข้องในไต้หวัน อาจให้ช่วยสอบถาม NIA ตามช่องทางที่เหมาะสม
เช่น ไปเที่ยวระยะสั้น ไปแต่งงาน ไปเยี่ยมคู่สมรส หรือยื่น Resident Visa คู่สมรส
เช่น งาน รายได้ ครอบครัวในไทย แผนเที่ยว ตั๋วกลับ เอกสารสมรส หรือเอกสารคู่สมรสไต้หวัน
อธิบายเหตุการณ์เดิมอย่างสุภาพ ไม่โทษระบบ ไม่โกหก และแสดงว่าปัจจุบันเข้าใจเงื่อนไขแล้ว
4. อยากกลับไปท่องเที่ยว ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
หากต้องการกลับไปท่องเที่ยวหลังเคย Overstay หรือทำงานผิดกฎหมาย สิ่งสำคัญคือการแสดงว่า การเดินทางครั้งใหม่เป็นการท่องเที่ยวจริง ระยะเวลาสั้น มีแผนชัด มีเงินพอ และจะเดินทางออกจากไต้หวันตามกำหนด
อย่างไรก็ตาม หากยังมี entry ban อยู่ การมีตั๋วและโรงแรมครบอาจไม่เพียงพอ เพราะประเด็นแรกคือสถานะห้ามเข้ายังมีผลหรือไม่ ดังนั้นควรตรวจเรื่อง ban ก่อน แล้วจึงค่อยวางแผนเอกสารท่องเที่ยว
หมายเหตุ: เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| เอกสารสำหรับกลับไปท่องเที่ยว | ช่วยยืนยันอะไร | เหมาะกับเคสไหน |
|---|---|---|
| ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ | มีแผนออกจากไต้หวันตามกำหนด | ทุกเคส โดยเฉพาะคนเคย Overstay |
| ใบจองโรงแรมและแผนเที่ยว | วัตถุประสงค์เป็นท่องเที่ยวจริง | ทริปเที่ยวเองหรือไม่มีคนเชิญ |
| หลักฐานงาน/ธุรกิจในไทย | มีเหตุผลกลับไทย | คนเคยอยู่เกินหรือเคยทำงานผิดกฎหมาย |
| หลักฐานการเงิน | มีค่าใช้จ่ายพอ ไม่ต้องทำงานในไต้หวัน | ทุกเคสที่มีประวัติทำงานผิดกฎหมาย |
| จดหมายชี้แจงประวัติเดิม | อธิบายเหตุการณ์เก่าและแผนปัจจุบัน | เคย Overstay นาน เคยถูกปรับ หรือเคยถูกส่งกลับ |
5. อยากกลับไปแต่งงาน/อยู่กับคู่สมรส ต้องทำอย่างไร?
กรณีมีแฟนหรือคู่สมรสไต้หวันจะซับซ้อนกว่าท่องเที่ยว เพราะมีทั้งมิติความสัมพันธ์ เอกสารสมรส และสถานะเข้าเมืองเดิม หากยังมี entry ban อยู่ การแต่งงานไม่ได้ทำให้ ban หายอัตโนมัติ แต่ NIA มีแนวทางบางกรณีที่ผู้ถูกห้ามเข้าเพราะ Overstay หรือทำงานผิดกฎหมายสามารถยื่นขอลดหรือยกเว้น entry ban ได้ หากเข้าเงื่อนไขครอบครัวตามที่กำหนด
ตามแนวทางของ NIA ผู้ที่ถูกห้ามเข้าเนื่องจาก Overstay หรือทำงานผิดกฎหมาย อาจมีช่องทางยื่นขอยกเว้น entry ban ในบางสถานการณ์ เช่น แต่งงานกับบุคคลที่มีสถานะตามที่กฎหมายไต้หวันกำหนด และมีเงื่อนไขประกอบ เช่น คู่สมรสเจ็บป่วยร้ายแรง ภรรยาตั้งครรภ์เกิน 21 สัปดาห์ มีบุตรทางสายเลือด หรือแต่งงานครบตามช่วงเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ต้องยื่นคำร้องและเอกสารต่อ NIA ผ่านคู่สมรสหรือญาติในไต้หวันตามขั้นตอน
เอกสารที่มักเกี่ยวข้องกับเคสแต่งงาน/คู่สมรส
| เอกสาร | ใช้ยืนยันอะไร | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| ทะเบียนสมรส / เอกสารสมรส | สถานะคู่สมรสตามกฎหมาย | ต้องดูว่าจดทะเบียนที่ไทยหรือไต้หวัน และบันทึกในระบบไต้หวันหรือยัง |
| Household Registration ฝ่ายไต้หวัน | สถานะสมรสและข้อมูลคู่สมรสในไต้หวัน | ควรออกใหม่และแสดงข้อมูลสมรสถูกต้อง |
| เอกสารบุตร / การตั้งครรภ์ / เอกสารแพทย์ | เหตุผลด้านครอบครัวตามเงื่อนไข NIA | ต้องใช้เอกสารทางการหรือเอกสารแพทย์ที่ตรวจสอบได้ |
| เอกสารประวัติ Overstay เดิม | อธิบายเหตุการณ์และคำสั่งเดิม | ควรตรงกับข้อมูลในระบบ NIA ไม่ควรปกปิด |
| จดหมายชี้แจงและเอกสารคู่สมรส | อธิบายเหตุผลขอกลับเข้าไต้หวัน | ควรเขียนด้วยข้อมูลจริง ไม่กล่าวเกินจริงหรือรับประกันผล |
6. เอกสารที่ควรรวบรวมเพื่อชี้แจงประวัติเดิม
คนที่เคย Overstay หรือทำงานผิดกฎหมายมักเสียเปรียบตรงที่ไม่มีเอกสารเก่าเก็บไว้ เช่น ใบค่าปรับหาย พาสปอร์ตเล่มเก่าหาย หรือจำวันที่ออกจากไต้หวันไม่ได้ แต่ยิ่งข้อมูลไม่ชัด ยิ่งควรรวบรวมหลักฐานเท่าที่ทำได้
📘 พาสปอร์ตเล่มเก่า
ตราประทับเข้า-ออกไต้หวัน วีซ่าเก่า หรือบันทึกวันที่เดินทาง
🧾 ใบค่าปรับ/เอกสาร NIA
ช่วยยืนยันว่าเคยชำระค่าปรับหรือมีคำสั่งใดจากหน่วยงานไต้หวัน
✈️ ตั๋วเดินทางออก
ใช้ช่วยอธิบายวันที่ออกจากไต้หวัน หากตราประทับหรือเอกสารเก่าไม่ครบ
📄 เอกสารปัจจุบัน
งาน รายได้ ครอบครัวในไทย ทะเบียนสมรส หรือเอกสารคู่สมรสไต้หวัน
7. จดหมายชี้แจงประวัติ Overstay ควรเขียนอย่างไร?
จดหมายชี้แจงไม่ควรเขียนเพื่อแก้ตัว แต่ควรอธิบายข้อเท็จจริงอย่างมีโครงสร้าง เช่น เกิดอะไรขึ้น อยู่เกินเพราะอะไร ออกจากไต้หวันอย่างไร ปัจจุบันเข้าใจกฎแล้ว และการเดินทางครั้งใหม่มีวัตถุประสงค์ที่ถูกต้องอย่างไร
หากประวัติเดิมเกี่ยวข้องกับการทำงานผิดกฎหมาย ควรระวังเป็นพิเศษ เพราะเจ้าหน้าที่จะกังวลว่าผู้สมัครอาจกลับไปทำงานผิดกฎหมายอีก จึงต้องแสดงหลักฐานปัจจุบัน เช่น งานในไทย รายได้ ตั๋วกลับ แผนเที่ยว หรือเอกสารสมรสที่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์จริง
- ข้อมูลผู้สมัครและพาสปอร์ต
- สรุปการเดินทางเดิมที่เกิด Overstay หรือปัญหาเดิม
- เหตุผลที่เกิดปัญหา โดยใช้ถ้อยคำสุภาพและยอมรับข้อเท็จจริง
- หลักฐานว่าปัญหาเดิมสิ้นสุดแล้ว เช่น ออกนอกประเทศ ชำระค่าปรับ หรือครบช่วง ban หากมีหลักฐาน
- วัตถุประสงค์การเดินทางครั้งใหม่ เช่น ท่องเที่ยว แต่งงาน หรืออยู่กับคู่สมรส
- เอกสารปัจจุบันที่แสดงว่าจะปฏิบัติตามกฎไต้หวัน
8. ตารางเช็กความเสี่ยงก่อนยื่นใหม่
ก่อนยื่นวีซ่าหรือเดินทางใหม่ ควรประเมินความเสี่ยงแบบตรงไปตรงมา เพราะบางเคสอาจควรรอให้ entry ban หมดก่อน บางเคสอาจต้องให้คู่สมรสในไต้หวันช่วยดำเนินเรื่องกับ NIA และบางเคสอาจต้องเตรียมเอกสารมากกว่าปกติ
หมายเหตุ: เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| ลักษณะเคส | ความเสี่ยง | สิ่งที่ควรทำก่อนยื่น |
|---|---|---|
| Overstay ไม่กี่วันและออกเอง | เสี่ยงน้อยกว่าเคสถูกจับหรืออยู่เกินนาน แต่ยังต้องอธิบาย | เตรียมตั๋วกลับ แผนเที่ยว เอกสารงาน และคำชี้แจงสั้น ๆ |
| Overstay หลายเดือน/หลายปี | อาจมีค่าปรับสูงและ entry ban | ตรวจสถานะ ban กับ NIA และรวบรวมเอกสารเดิมให้มากที่สุด |
| เคยทำงานผิดกฎหมาย | เจ้าหน้าที่อาจกังวลว่าจะกลับไปทำงานอีก | เตรียมเอกสารงาน/รายได้ในไทย แผนเที่ยวชัด และไม่พักกับนายจ้างเดิม |
| มีคู่สมรสไต้หวัน | อาจมีช่องทางด้านครอบครัว แต่ไม่ใช่อัตโนมัติ | เตรียมทะเบียนสมรส Household Registration และให้คู่สมรสช่วยตรวจขั้นตอน NIA |
| ไม่มีเอกสารเก่าเลย | อธิบายยากและตรวจสถานะยากขึ้น | รวบรวมพาสปอร์ตเก่า ตั๋วเก่า ข้อมูลวันที่ และให้ผู้เกี่ยวข้องในไต้หวันช่วยสอบถาม |
9. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ความผิดพลาดใหญ่ของเคส Overstay ไม่ใช่แค่เอกสารไม่ครบ แต่คือการพยายามเลี่ยงไม่พูดถึงประวัติเดิม ทั้งที่หน่วยงานไต้หวันอาจตรวจพบได้จากระบบ
- เปลี่ยนพาสปอร์ตแล้วคิดว่าประวัติเก่าจะหาย
- ปกปิดว่าเคย Overstay หรือเคยทำงานผิดกฎหมาย
- จองตั๋วก่อนตรวจว่ามี entry ban หรือไม่
- ยื่นท่องเที่ยวทั้งที่วัตถุประสงค์จริงคือไปแต่งงานหรืออยู่กับคู่สมรส
- ไม่มีเอกสารงาน/รายได้ในไทย ทั้งที่เคยมีประวัติทำงานผิดกฎหมายในไต้หวัน
- แต่งงานกับคนไต้หวันแล้วคิดว่าสามารถเข้าไต้หวันได้ทันทีโดยไม่ต้องจัดการ ban
- เขียนจดหมายชี้แจงแบบโทษคนอื่นทั้งหมด ไม่ยอมรับข้อเท็จจริงเดิม
ตัวอย่างเคสจำลอง: เคย Overstay แล้วอยากกลับไปเที่ยว
ผู้สมัครเคยอยู่เกินกำหนดในไต้หวัน 4 เดือนเมื่อหลายปีก่อน ถูกปรับและเดินทางกลับไทย ตอนนี้อยากกลับไปเที่ยว 5 วัน กรณีนี้ควรตรวจว่ามี entry ban เหลืออยู่ไหม เตรียมหลักฐานว่าจ่ายค่าปรับแล้ว แผนเที่ยว ตั๋วไป-กลับ ที่พัก หลักฐานงานและรายได้ในไทย และจดหมายชี้แจงสั้น ๆ ว่าปัจจุบันเข้าใจเงื่อนไขการพำนักและจะเดินทางออกตามกำหนด
ตัวอย่างเคสจำลอง: เคยทำงานผิดกฎหมาย แต่อยากกลับไปแต่งงาน
ผู้สมัครเคยทำงานผิดกฎหมายและถูกสั่งออกจากไต้หวัน ปัจจุบันมีคู่สมรสไต้หวันและต้องการยื่นวีซ่าคู่สมรส กรณีนี้ควรตรวจสถานะ entry ban ก่อน จากนั้นเตรียมเอกสารสมรส เอกสารฝ่ายไต้หวัน Household Registration เอกสารประวัติเดิม และให้คู่สมรสช่วยสอบถาม NIA ว่ามีช่องทางยื่นคำร้องลดหรือยกเว้น entry ban ตามเงื่อนไขครอบครัวหรือไม่
10. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ
กฎเกี่ยวกับ Overstay, illegal work, entry ban, การลด/ยกเว้น entry ban และการยื่นวีซ่าใหม่ อาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจจากแหล่งทางการของไต้หวันก่อนดำเนินการจริงทุกครั้ง โดยเฉพาะเคสที่มีประวัติเก่าหรือกำลังจะแต่งงานกับคนไต้หวัน
- National Immigration Agency - Operation Directions for the Entry Bans on Foreign Nationals: แนวทางเกี่ยวกับ entry ban การลดระยะเวลาห้ามเข้า และการยกเว้นในบางกรณี เช่น Overstay ทำงานผิดกฎหมาย และเหตุด้านครอบครัว
https://www.immigration.gov.tw/5475/5478/141478/141482/148796/ - Ministry of the Interior - Operation Directions for the Entry Bans on Foreign Nationals: ข้อความกฎหมาย/แนวทางภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับการห้ามเข้าและการขอยกเว้น/ลดระยะเวลา
https://glrs.moi.gov.tw/EngLawContent.aspx?id=766 - National Immigration Agency - Overstayers self-report information: ข้อมูล NIA เรื่องการรายงานตัวของผู้ Overstay และผลต่างระหว่างรายงานตัวเองกับถูกจับ
https://news.immigration.gov.tw/EasyPack/Detail/b1da6321-a224-4c92-ab05-367358d36724?lang=EN - National Taiwan University OIA - Overstay warning: ข้อมูลเตือนนักศึกษาต่างชาติเรื่องค่าปรับ Overstay และ entry ban หลังการแก้กฎหมาย
https://oia.ntu.edu.tw/en/board/detail/sn/2044 - Bureau of Consular Affairs, Taiwan: ข้อมูลวีซ่าไต้หวันและการยื่นวีซ่าตามวัตถุประสงค์
https://www.boca.gov.tw/mp-2.html - Taipei Economic and Cultural Office in Thailand: ช่องทางตรวจข้อมูลวีซ่าสำหรับผู้ยื่นจากประเทศไทย
https://www.roc-taiwan.org/th_th/
11. เคสแบบไหนควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจ?
ถ้าเคย Overstay เพียงเล็กน้อยและมีเอกสารจ่ายค่าปรับครบ อาจเตรียมคำชี้แจงได้ไม่ซับซ้อนเท่าเคสที่อยู่เกินนาน ทำงานผิดกฎหมาย ถูกจับ หรือมี entry ban แต่ทุกเคสควรตรวจเอกสารให้รอบคอบ เพราะประวัติเก่าอาจทำให้การเดินทางครั้งใหม่ถูกพิจารณาละเอียดขึ้น
- เคย Overstay ในไต้หวันมากกว่า 90 วัน
- เคยถูกจับ ถูกปรับ ถูกส่งกลับ หรือมีเอกสารจาก NIA
- เคยทำงานผิดกฎหมายหรือเคยทำงานโดยไม่มี work permit
- มีคู่สมรสหรือแฟนไต้หวันและต้องการกลับไปแต่งงาน
- ไม่แน่ใจว่ามี entry ban เหลืออยู่หรือไม่
- ไม่มีพาสปอร์ตเล่มเก่าหรือเอกสารค่าปรับแล้ว
- ต้องเขียนจดหมายชี้แจงประวัติเดิมก่อนยื่นวีซ่าใหม่
ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจภาพรวมเคส เช่น ประวัติ Overstay เอกสารค่าปรับ entry ban วัตถุประสงค์เดินทางใหม่ เอกสารคู่สมรสไต้หวัน แผนเที่ยว และจดหมายชี้แจง เพื่อวางแนวทางการยื่น วีซ่าไต้หวัน อย่างระมัดระวังและตรงกับข้อเท็จจริงที่สุด
⚡ เคยมีประวัติ Overstay หรือทำงานผิดกฎหมายในไต้หวัน?
ก่อนจองตั๋วหรือยื่นวีซ่าใหม่ ส่งข้อมูลเคสให้ทีม Co Journey Visa ช่วยประเมินเอกสารและจุดเสี่ยงก่อน เพื่อวางแผนให้รอบคอบที่สุด
⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?
- ช่วยวิเคราะห์ประวัติ Overstay แบบรายเคส — ดูระยะเวลาที่อยู่เกิน วิธีออกจากไต้หวัน และเอกสารที่ยังเหลืออยู่
- ช่วยแยกเคสท่องเที่ยวกับแต่งงาน — เพราะเอกสารและเหตุผลการยื่นต่างกันมาก
- ช่วยเตรียมจดหมายชี้แจงอย่างระมัดระวัง — ไม่ปกปิด ไม่โอเวอร์ และสอดคล้องกับหลักฐานจริง
- ช่วยตรวจเอกสารคู่สมรสไต้หวัน — เช่น ทะเบียนสมรส Household Registration และเอกสารครอบครัวที่เกี่ยวข้อง
- คำแนะนำแบบไม่การันตีผล — เพราะเคสมีประวัติเดิมต้องขึ้นอยู่กับ NIA, BOCA และดุลยพินิจของหน่วยงานไต้หวัน
❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)
เคยอยู่เกินกำหนดในไต้หวัน ยังกลับไปเที่ยวได้ไหม?
เคยทำงานผิดกฎหมายในไต้หวัน แต่อยากกลับไปแต่งงานต้องทำอย่างไร?
Overstay ไต้หวันโดนปรับเท่าไรและห้ามเข้ากี่ปี?
ถ้าเคย Overstay แต่ไม่มีเอกสารเก่าแล้ว ต้องทำอย่างไร?
ควรปกปิดประวัติ Overstay หรือทำงานผิดกฎหมายตอนยื่นวีซ่าไหม?
แต่งงานกับคนไต้หวันแล้ว entry ban จะหายอัตโนมัติไหม?
📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำสำหรับคนเคย Overstay หรือทำงานผิดกฎหมายในไต้หวัน
- อย่ารีบจองตั๋วหรือยื่นวีซ่าใหม่ก่อนตรวจว่ามี entry ban หรือไม่
- Overstay และทำงานผิดกฎหมายเป็นคนละประเด็น แต่ถ้ามีทั้งสองอย่างความเสี่ยงจะสูงขึ้น
- ค่าปรับและระยะเวลาห้ามเข้าอาจขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่อยู่เกินและพฤติการณ์ของแต่ละเคส
- ไม่ควรปกปิดประวัติเดิม เพราะหน่วยงานไต้หวันอาจตรวจสอบได้จากระบบ
- ถ้ากลับไปท่องเที่ยว ต้องมีแผนเที่ยว ตั๋วกลับ ที่พัก งาน/รายได้ในไทย และคำชี้แจงที่สอดคล้อง
- ถ้ากลับไปแต่งงานหรืออยู่กับคู่สมรส ต้องเตรียมเอกสารสมรสและตรวจเงื่อนไข entry ban กับ NIA
- การแต่งงานกับคนไต้หวันไม่ได้ทำให้ entry ban หายเอง ต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
- ควรตรวจข้อมูลล่าสุดจาก NIA, BOCA และสำนักงานไต้หวันก่อนยื่นจริง
เคย Overstay หรือทำงานผิดกฎหมายในไต้หวัน ต้องวางแผนให้รอบคอบก่อนกลับไปอีกครั้ง
ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจเอกสารและวางแนวทางสำหรับผู้ที่เคยมีประวัติ Overstay ทำงานผิดกฎหมาย ถูกปรับ หรือมี entry ban และต้องการกลับไปท่องเที่ยว แต่งงาน หรือยื่นวีซ่าคู่สมรสไต้หวัน โดยเน้นการชี้แจงข้อเท็จจริงและเอกสารที่สอดคล้องกับกฎทางการ
📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisaหรือโทร 080-8412543 / 061-0312188 | cojourneyvisa@gmail.com







