สมรสเท่าเทียมคืออะไร? ใครจดทะเบียนได้ สิทธิอะไรเปลี่ยนไป และต้องใช้อะไรบ้าง
คำว่า สมรสเท่าเทียม หมายถึงการที่กฎหมายไทยเปิดให้ บุคคลสองคนสามารถจดทะเบียนสมรสกันได้โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นชายกับหญิง และเมื่อจดทะเบียนถูกต้องแล้ว บุคคลทั้งสองมีสถานะเป็น “คู่สมรส” ตามกฎหมาย
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ซึ่งแก้ถ้อยคำสำคัญด้านการหมั้นและการสมรส จากกรอบ “ชาย–หญิง” มาเป็น “บุคคล” และใช้คำว่า “คู่สมรส” เพื่อให้ครอบคลุมคู่รักทุกเพศ
ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 บุคคลสองคนที่มีคุณสมบัติตามกฎหมายสามารถจดทะเบียนสมรสในประเทศไทยได้ ไม่ว่าจะเป็นคู่ชาย-หญิง คู่ชาย-ชาย คู่หญิง-หญิง หรือคู่รักที่มีความหลากหลายทางเพศ โดยเมื่อจดทะเบียนแล้วจะมีสถานะและสิทธิในฐานะ “คู่สมรส” ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 และกรมการปกครองปรับระบบทะเบียนครอบครัวเพื่อเริ่มให้บริการ ตามกฎหมายใหม่ทั่วประเทศในวันที่ 23 มกราคม 2568
📋 สารบัญ
- สมรสเท่าเทียมคืออะไร?
- กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลตั้งแต่เมื่อไร?
- ใครสามารถจดทะเบียนสมรสได้?
- อายุเท่าไรจึงจดทะเบียนสมรสได้?
- สิทธิอะไรเปลี่ยนไปบ้าง?
- คู่รัก LGBTQ+ จดทะเบียนสมรสที่ไหน?
- จดทะเบียนสมรสต้องใช้เอกสารอะไร?
- ถ้าคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติล่ะ?
- เอกสารต่างประเทศต้องแปลหรือรับรองหรือไม่?
- หลังจดทะเบียนแล้วควรทำอะไรต่อ?
- ตัวอย่างสถานการณ์ที่ควรแยกให้ออก
- แหล่งข้อมูลทางการ
- FAQ
สมรสเท่าเทียมคืออะไร?
สมรสเท่าเทียมคือการปรับกฎหมายครอบครัวให้การสมรสไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะ “ชายกับหญิง” แต่ใช้หลักว่า บุคคลสองคน ที่มีคุณสมบัติตามกฎหมายสามารถสมรสกันได้
ดังนั้นสำหรับคู่รัก LGBTQ+ จุดเปลี่ยนสำคัญคือ ความสัมพันธ์สามารถได้รับการจดทะเบียนเป็น การสมรสตามกฎหมายไทย เช่นเดียวกับคู่สมรสอื่น ๆ ไม่ได้เป็นเพียงการจัดพิธีแต่งงานหรือการอยู่ร่วมกันโดยไม่มีสถานะทางทะเบียน
กฎหมายการสมรสเดิมวางเงื่อนไขการสมรสไว้ในกรอบชายและหญิง ทำให้คู่รักเพศเดียวกันไม่สามารถจดทะเบียนเป็นคู่สมรสตามระบบเดียวกันได้
กฎหมายใช้หลัก “บุคคลสองคน” และสถานะ “คู่สมรส” ทำให้คู่รักทุกเพศสามารถเข้าสู่ระบบการสมรสเดียวกันเมื่อมีคุณสมบัติครบ
กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลตั้งแต่เมื่อไร?
กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลใช้ในทางทะเบียนตั้งแต่ 23 มกราคม 2568 และกรมการปกครองได้ปรับระบบและแบบพิมพ์ทะเบียนสมรสให้รองรับคู่สมรสทุกเพศ
พระราชบัญญัติฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 โดยกรมการปกครองระบุว่าการเปลี่ยนแปลงสำคัญในงานทะเบียนมีทั้ง การเปลี่ยนคำจาก “ชาย–หญิง” เป็น “บุคคล” และจาก “สามี–ภริยา” เป็น “คู่สมรส”
24 กันยายน 2567 — ประกาศกฎหมายในราชกิจจานุเบกษา
23 มกราคม 2568 — เริ่มจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายสมรสเท่าเทียม
ใครสามารถจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมได้?
ไม่ได้มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นคู่ LGBTQ+ เท่านั้น หลักกฎหมายปัจจุบันคือ บุคคลสองคนที่มีคุณสมบัติครบสามารถสมรสกันได้ โดยเงื่อนไขหลักใช้กับทุกคู่
- เป็นบุคคลสองคนที่ประสงค์และยินยอมจะสมรสกัน
- โดยหลักต้องมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์
- ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือบุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ
- ไม่เป็นญาติสืบสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปหรือลงมา
- ไม่เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา หรือร่วมแต่บิดาหรือมารดา
- ผู้รับบุตรบุญธรรมกับบุตรบุญธรรมไม่สามารถสมรสกันได้
- ต้องไม่มีคู่สมรสอยู่แล้วในขณะที่จะจดทะเบียนสมรสใหม่
- กรณีบุคคลที่ยังเป็นผู้เยาว์ ต้องตรวจเรื่องความยินยอมตามกฎหมายด้วย
สมรสเท่าเทียมต้องอายุเท่าไร?
อายุขั้นต่ำของการสมรสเปลี่ยนเป็น 18 ปีบริบูรณ์ จากเดิมที่กฎหมายกำหนดไว้ที่ 17 ปี
| อายุ | หลักทั่วไป | สิ่งที่ต้องตรวจเพิ่ม |
|---|---|---|
| 18 ปีขึ้นไป | เข้าเกณฑ์อายุขั้นต่ำสำหรับการสมรส | ยังต้องมีคุณสมบัติด้านอื่นครบ |
| 18–19 ปี | อายุถึงเกณฑ์สมรสแล้ว แต่โดยสถานะอายุยังอาจเป็นผู้เยาว์ | ต้องตรวจเรื่องความยินยอมจากผู้มีอำนาจตามกฎหมาย |
| ต่ำกว่า 18 ปี | ไม่เข้าเกณฑ์อายุทั่วไป | กรณีมีเหตุอันสมควร ศาลอาจอนุญาตให้สมรสก่อนนั้นได้ |
📱 เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
สมรสเท่าเทียมทำให้สิทธิอะไรเปลี่ยนไปบ้าง?
ผลสำคัญที่สุดคือคู่รักที่เดิมไม่สามารถเข้าสู่สถานะคู่สมรสได้ สามารถมี สิทธิและหน้าที่ทางกฎหมายในฐานะคู่สมรส ซึ่งเกี่ยวข้องทั้งทรัพย์สิน มรดก ครอบครัว การรักษาพยาบาล และสิทธิอื่นที่กฎหมายหรือระเบียบผูกไว้กับสถานะคู่สมรส
ทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส
ระบบสินส่วนตัวและสินสมรสนำมาใช้กับคู่สมรสทุกเพศ รวมถึงหลักการจัดการทรัพย์สินระหว่างสมรส และการแบ่งทรัพย์สินเมื่อการสมรสสิ้นสุดลงตามกฎหมาย
มรดก
คู่สมรสมีสถานะทางกฎหมายด้านมรดก รวมถึงสิทธิในฐานะทายาทโดยธรรมตามเงื่อนไขของกฎหมายมรดก ไม่ต้องพึ่งเพียงพินัยกรรมเพื่อสร้างสถานะคู่ชีวิต
ครอบครัวและบุตรบุญธรรม
คู่สมรสไม่ว่าเพศใดสามารถเข้าสู่สิทธิและหน้าที่ด้านครอบครัว รวมถึงการรับบุตรบุญธรรมร่วมกัน เมื่อมีคุณสมบัติครบตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
การตัดสินใจด้านสุขภาพ
สถานะคู่สมรสช่วยให้คู่รักเข้าถึงสิทธิทางกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลและการตัดสินใจบางเรื่องทางการแพทย์ เมื่ออีกฝ่ายไม่สามารถตัดสินใจเองได้ โดยขั้นตอนจริงต้องดูข้อกฎหมายและระเบียบของสถานพยาบาลนั้น
สิทธิและหน้าที่ระหว่างคู่สมรส
เช่น การอุปการะเลี้ยงดู การหย่า ค่าเลี้ยงชีพ การดำเนินการทางกฎหมายบางประเภท และสิทธิอื่นที่ผูกกับคำว่า “คู่สมรส”
สิทธิประโยชน์ตามกฎหมายอื่น
กฎหมายและระเบียบบางฉบับให้สิทธิแก่ “คู่สมรส” เช่น สวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์บางประเภท แต่การใช้สิทธิจริงควรตรวจเงื่อนไขกับหน่วยงานเจ้าของสิทธินั้นโดยตรง
คู่รัก LGBTQ+ จดทะเบียนสมรสที่ไหน?
ในประเทศไทยสามารถติดต่อ สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนเขต ได้โดยไม่จำเป็นต้องจดตามภูมิลำเนาของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
| สถานที่ | เหมาะกับใคร | สิ่งที่ควรทำก่อนเดินทาง |
|---|---|---|
| ที่ว่าการอำเภอ | ผู้ที่จะจดทะเบียนในต่างจังหวัด | โทรตรวจเอกสาร เวลารับบริการ และการนัดหมายของอำเภอนั้น |
| สำนักงานเขต กรุงเทพมหานคร | ผู้ที่จะจดทะเบียนในกรุงเทพฯ | ตรวจระบบนัดและเอกสารกับเขตที่จะไปจริง |
| สถานเอกอัครราชทูต / สถานกงสุลใหญ่ไทยในต่างประเทศ | ผู้มีสิทธิใช้บริการทะเบียนครอบครัวของสถานทูต/กงสุล | ตรวจว่ากฎหมายท้องถิ่นอนุญาต และสถานทูตนั้นรับจดทะเบียนในกรณีของคุณหรือไม่ |
📱 เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
จดทะเบียนสมรสเท่าเทียมต้องใช้เอกสารอะไร?
สำหรับการจดทะเบียนในประเทศไทย กรมการปกครองระบุกลุ่มเอกสารหลัก ได้แก่เอกสารแสดงตัวบุคคล เอกสารสถานภาพสำหรับชาวต่างชาติ พยาน และเอกสารเพิ่มเติมตามกรณี
| เอกสาร / หลักฐาน | ใช้เมื่อใด | ข้อควรตรวจ |
|---|---|---|
| บัตรประจำตัวประชาชน / การยืนยันตัวตนตามระบบ | คู่สมรสสัญชาติไทย | ข้อมูลชื่อและสถานะทะเบียนต้องเป็นปัจจุบัน |
| หนังสือเดินทาง | กรณีคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติ | ชื่อ วันเกิด และเลข Passport ต้องตรงกับเอกสารอื่น |
| หนังสือรับรองสถานภาพการสมรส | กรณีบุคคลสัญชาติอื่น | ตรวจประเทศผู้ออก อายุเอกสาร การรับรอง และคำแปล |
| พยานบุคคล 2 คน | ใช้ประกอบการจดทะเบียน | เตรียมเอกสารแสดงตัวของพยานตามที่สำนักทะเบียนกำหนด |
| สัญญาก่อนสมรส | หากคู่สมรสต้องการทำสัญญาก่อนสมรส | ควรดำเนินการให้ถูกเวลาและรูปแบบตามกฎหมาย |
| หนังสือยินยอม | กรณีผู้เยาว์ที่ต้องได้รับความยินยอมและผู้ให้ความยินยอมไม่สามารถมาต่อหน้าเจ้าหน้าที่ | ตรวจรูปแบบกับสำนักทะเบียนก่อน |
| เอกสารสถานะเดิม | เช่น เคยสมรส เปลี่ยนชื่อ หรือมีข้อมูลที่ต้องเชื่อมโยง | อาจต้องใช้ใบหย่า มรณบัตร หรือเอกสารเปลี่ยนชื่อ แล้วแต่กรณี |
📱 เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
💍 กำลังเตรียมจดทะเบียน แต่ไม่แน่ใจว่าเอกสารที่มีครบหรือยัง?
หากมีคู่สมรสต่างชาติหรือเอกสารหลายประเทศ
สามารถส่งรายการเอกสารให้ทีมช่วยแยกส่วนที่ต้องแปลและรับรองก่อนดำเนินการได้
สมรสเท่าเทียม ถ้ามีคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติล่ะ?
การที่กฎหมายเปิดให้บุคคลทุกเพศจดทะเบียนได้ หมายความว่ากรณีคู่ไทย-ต่างชาติสามารถใช้หลักการสมรสเดียวกัน แต่ฝ่ายต่างชาติยังต้องพิสูจน์ ตัวตนและสถานภาพว่าสามารถสมรสได้ตามกฎหมาย
ข้อมูลราชการระบุว่ากรณีคนไทยกับคนต่างชาติ โดยหลักจะเกี่ยวข้องกับ บัตรประชาชนของฝ่ายไทย + หนังสือเดินทางของฝ่ายต่างชาติ + หนังสือรับรองสถานภาพการสมรสของฝ่ายต่างชาติ พร้อมขั้นตอนแปลและรับรองเอกสารตามที่กำหนด
ประเทศแต่ละแห่งออก Certificate of Marital Status, Certificate of No Impediment หรือเอกสารชื่ออื่นไม่เหมือนกัน
ออกจากประเทศต้นทาง หรือสถานทูต/กงสุลของประเทศนั้นในประเทศไทย อาจทำให้ลำดับการรับรองต่างกัน
อย่าเพิ่งแปลทุกใบก่อนรู้ว่าเอกสารต้นฉบับ ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานใดก่อนหรือไม่
ส่งเอกสารหรือสอบถามสำนักงานเขต/อำเภอล่วงหน้า เพื่อป้องกันการเดินทางไปแล้วเอกสารยังใช้ไม่ได้
หากคู่ของคุณเป็นชาวต่างชาติ สามารถอ่านต่อเรื่อง จดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ เพื่อดูเรื่องหนังสือรับรองโสด Passport การแปล และการรับรองเอกสารโดยเฉพาะ
เอกสารต่างประเทศต้องแปลหรือรับรองหรือไม่?
ถ้าเอกสารภาษาต่างประเทศจะนำมาใช้จดทะเบียนสมรสกับหน่วยงานไทย ต้องตรวจทั้ง การรับรองต้นฉบับ + คำแปลภาษาไทย + การรับรองนิติกรณ์ ตามประเภทและที่มาของเอกสาร
กรมการปกครองระบุในคู่มือการจดทะเบียนสมรสว่า เอกสารภาษาต่างประเทศที่นำมาใช้ต้องผ่านการรับรองการแปลเป็นภาษาไทย ตามข้อกำหนดของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
| สถานการณ์ | สิ่งที่ต้องตรวจ | อย่าเพิ่งทำอะไร |
|---|---|---|
| หนังสือรับรองโสดออกจากประเทศต้นทาง | ต้องรับรองจากประเทศต้นทางและหน่วยงานไทยในต่างประเทศก่อนหรือไม่ | อย่าเพิ่งแปลก่อนรู้ลำดับการรับรอง |
| หนังสือรับรองโสดออกจากสถานทูตในไทย | ตรวจขั้นตอนแปลไทยและการรับรองนิติกรณ์ | อย่าใช้สำเนาหรือคำแปลที่ข้อมูลไม่ตรง Passport |
| เคยหย่าต่างประเทศ | ตรวจเอกสารหย่าและการยอมรับเอกสารของหน่วยงานไทย | อย่าคิดว่าหนังสือรับรองโสดอย่างเดียวจะแทนเอกสารเดิมได้ทุกกรณี |
| ชื่อในเอกสารไม่ตรงกัน | ตรวจใบเปลี่ยนชื่อและเอกสารเชื่อมชื่อ | อย่าแก้คำแปลให้ต่างจากต้นฉบับเพื่อทำให้ชื่อดูตรงกัน |
📱 เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
หากต้องดำเนินการจริง สามารถใช้บริการ แปลเอกสาร และตรวจลำดับการ รับรองเอกสาร ก่อนนำไปจดทะเบียน
🌍 คู่สมรสถือ Passport ต่างชาติและมีเอกสารหลายภาษา?
ส่ง Passport + หนังสือรับรองสถานภาพ +
ประเทศที่ออกเอกสารให้ทีมช่วยแยกก่อนว่า
ใบไหนต้องแปลและใบไหนต้องรับรอง
หลังจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมแล้ว ต้องทำอะไรต่อ?
หลังได้รับการจดทะเบียนแล้ว ขั้นตอนต่อไปขึ้นอยู่กับว่าคุณจะนำสถานะคู่สมรสไปใช้เรื่องใด ไม่จำเป็นว่าทุกคู่ต้องดำเนินการเหมือนกัน
ตรวจชื่อ เลขประจำตัว วันเกิด วันที่จดทะเบียน และข้อมูลคู่สมรสให้ถูกต้องก่อนออกจากสำนักทะเบียน
เก็บเอกสารสมรสและสำเนาให้เป็นระบบ โดยดูว่าหน่วยงานที่จะใช้ต่อขอเอกสารประเภทใด
หากมีการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล ให้ตรวจขั้นตอนอัปเดตบัตร Passport ธนาคาร และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง
ตรวจว่าปลายทางรับเอกสารภาษาอังกฤษจากอำเภอ/เขตได้หรือไม่ หรือต้องแปลและรับรองเพิ่มเติม
เช่น สวัสดิการ ประกัน ภาษี หรือสิทธิผู้รับผลประโยชน์ เพราะบางหน่วยงานต้องแจ้งสถานะหรือยื่นเอกสารเพิ่ม
การมีทะเบียนสมรสไม่ได้ทำให้ได้วีซ่าคู่สมรสอัตโนมัติ ต้องตรวจ Immigration Route ของประเทศที่จะย้ายไปหรือพำนัก
สำหรับคู่ที่ต้องนำทะเบียนสมรสไปใช้ต่างประเทศ สามารถอ่านเรื่อง ทะเบียนสมรสภาษาอังกฤษ และตรวจข้อกำหนดของประเทศปลายทางก่อนเริ่มแปลเอกสารใหม่
หากขั้นตอนถัดไปคือการย้ายไปอยู่กับคู่สมรสต่างประเทศ ควรตรวจประเภท วีซ่าแต่งงาน หรือ Family / Partner Route ของประเทศนั้นแยกต่างหาก
ตัวอย่างสถานการณ์ที่ควรแยกให้ออกก่อนเตรียมเอกสาร
คู่รักหญิง-หญิง คนไทยทั้งสองคน
ทั้งคู่มีอายุเกิน 20 ปี ไม่เคยสมรสมาก่อน และต้องการจดทะเบียนในกรุงเทพฯ กรณีนี้ควรเริ่มจากตรวจเอกสารแสดงตัวและพยานกับสำนักงานเขตที่จะไป ไม่จำเป็นต้องเตรียมเอกสารต่างประเทศ
ชายไทยกับชายต่างชาติจะจดทะเบียนในไทย
นอกจากคุณสมบัติเรื่องอายุและสถานภาพแล้ว ฝ่ายต่างชาติต้องมี Passport และหลักฐานสถานภาพการสมรส พร้อมตรวจลำดับการรับรองและคำแปลก่อนนำไปใช้กับสำนักทะเบียน
คู่รักจดทะเบียนในไทยแล้วจะย้ายไปต่างประเทศ
ขั้นต่อไปไม่ใช่กลับไปจดทะเบียนใหม่ทันที แต่ควรตรวจประเทศปลายทางก่อนว่า ต้องใช้ คร.2, คร.3, เอกสารภาษาอังกฤษ คำแปล หรือการรับรองแบบใด รวมถึงต้องยื่น Spouse / Partner Visa หรือไม่
แหล่งข้อมูลทางการที่ใช้ตรวจเรื่องสมรสเท่าเทียม
กฎหมายและขั้นตอนทะเบียนควรตรวจจากแหล่งราชการก่อนทุกครั้ง โดยเฉพาะกรณีชาวต่างชาติ เอกสารภาษาต่างประเทศ หรือการจดทะเบียนที่สถานทูตไทยในต่างประเทศ
-
ราชกิจจานุเบกษา —
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
(ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567
เปิดกฎหมายฉบับเต็ม -
สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง —
คู่มือด้านทะเบียนทั่วไป: การจดทะเบียนสมรส
ตรวจคุณสมบัติ เอกสาร และสถานที่จดทะเบียน -
สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง —
ข้อมูลการดำเนินงานรองรับกฎหมายสมรสเท่าเทียม
เอกสารกรมการปกครอง -
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ —
การนิติกรณ์เอกสารสำหรับการจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ
ตรวจการแปลและรับรองเอกสารชาวต่างชาติ -
กรมการประชาสัมพันธ์ —
การให้บริการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมของสถานทูตและสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ
ตรวจข้อมูลการจดทะเบียนในต่างประเทศ
❓ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสมรสเท่าเทียม
สมรสเท่าเทียมในประเทศไทยมีผลตั้งแต่วันไหน?
กฎหมายสมรสเท่าเทียมหรือพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 มีผลใช้บังคับและกรมการปกครองเริ่มให้บริการจดทะเบียนตามกฎหมายใหม่ ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568
คู่รัก LGBTQ+ จดทะเบียนสมรสในประเทศไทยได้หรือไม่?
ได้ กฎหมายเปลี่ยนหลักการจากการสมรสระหว่างชายและหญิง เป็นการสมรสระหว่างบุคคลสองคน โดยต้องมีคุณสมบัติตามเงื่อนไขของกฎหมาย เช่น อายุ สถานภาพสมรส และไม่มีความสัมพันธ์ต้องห้าม
สมรสเท่าเทียมต้องอายุเท่าไร?
โดยหลักบุคคลสองคนต้องมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ หากอายุต่ำกว่า 18 ปี ศาลอาจอนุญาตให้สมรสได้เมื่อมีเหตุอันสมควร และกรณีผู้ที่ยังเป็นผู้เยาว์ ต้องตรวจเรื่องความยินยอมจากผู้มีอำนาจตามกฎหมายด้วย
จดทะเบียนสมรสเท่าเทียมต้องใช้เอกสารอะไร?
กรณีคู่สมรสสัญชาติไทย เอกสารหลักคือหลักฐานแสดงตัว เช่น บัตรประชาชน พร้อมพยาน 2 คน และเอกสารเพิ่มเติมตามกรณี เช่น สัญญาก่อนสมรสหรือหนังสือยินยอม หากมีคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติ ต้องเพิ่ม Passport และหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส ตามข้อกำหนด
คู่สมรสเป็นชาวต่างชาติ สามารถจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมในไทยได้ไหม?
ได้เมื่อทั้งสองฝ่ายมีคุณสมบัติตามกฎหมายไทย โดยฝ่ายต่างชาติต้องพิสูจน์ตัวตนและสถานภาพการสมรส ด้วยเอกสารที่หน่วยงานไทยรับ และเอกสารต่างประเทศต้องผ่านขั้นตอนการแปล และรับรองตามกรณี
เอกสารต่างประเทศต้องแปลและรับรองทุกครั้งไหม?
ต้องดูประเภทและที่มาของเอกสาร แต่หากเป็นเอกสารภาษาต่างประเทศที่จะนำไปใช้จดทะเบียนในประเทศไทย ต้องตรวจข้อกำหนดเรื่องการแปลเป็นภาษาไทยและการรับรองนิติกรณ์ กับกรมการกงสุลและสำนักทะเบียนที่จะใช้บริการจริง
แต่งงานแล้วจะได้รับมรดกจากคู่สมรสหรือไม่?
สถานะคู่สมรสทำให้มีสิทธิด้านมรดกตามกฎหมาย รวมถึงการเป็นทายาทโดยธรรมตามเงื่อนไขของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่การแบ่งมรดกจริงยังต้องพิจารณาทายาทลำดับอื่น พินัยกรรม และทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตเป็นรายกรณี
สมรสเท่าเทียมทำให้ได้ Spouse Visa อัตโนมัติไหม?
ไม่อัตโนมัติ การจดทะเบียนสมรสทำให้มีสถานะคู่สมรสตามกฎหมาย แต่ Spouse Visa, Partner Visa หรือ Family Visa เป็นกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองอีกเรื่องหนึ่ง ผู้สมัครยังต้องมีคุณสมบัติและยื่นเอกสารตามประเทศปลายทาง
📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเรื่องสมรสเท่าเทียม
- กฎหมายสมรสเท่าเทียมเริ่มใช้ในการจดทะเบียนตั้งแต่ 23 มกราคม 2568
- การสมรสเปลี่ยนจากกรอบชาย-หญิงเป็นการสมรสระหว่างบุคคลสองคน
- อายุขั้นต่ำทั่วไปคือ 18 ปีบริบูรณ์
- ผู้ที่ยังเป็นผู้เยาว์ต้องตรวจเรื่องความยินยอมตามกฎหมาย
- คู่สมรสต้องไม่มีคู่สมรสอื่นอยู่แล้วและต้องไม่อยู่ในความสัมพันธ์ต้องห้าม
- ในไทยสามารถจดที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักงานเขตได้
- คู่ไทย-ต่างชาติต้องเตรียมเอกสารสถานภาพของฝ่ายต่างชาติเพิ่ม
- เอกสารภาษาต่างประเทศต้องตรวจขั้นตอนแปลและรับรองก่อนใช้ในไทย
- การจดทะเบียนทำให้มีสิทธิและหน้าที่ในฐานะคู่สมรส แต่สิทธิบางเรื่องต้องติดต่อหน่วยงานเจ้าของสิทธิเพิ่ม
- ทะเบียนสมรสไม่ได้ทำให้ได้ Spouse Visa หรือสิทธิพำนักต่างประเทศอัตโนมัติ
อ่านต่อ / ดำเนินการจริง
มีคู่สมรสต่างชาติ หรือเอกสารหลายประเทศ?
หากอ่านเรื่องสมรสเท่าเทียมแล้วและกำลังจะดำเนินการจริง สามารถส่งรูปเอกสารพร้อมแจ้ง สัญชาติของทั้งสองฝ่าย + ประเทศที่ออกเอกสาร + สถานที่ที่จะจดทะเบียน + วัตถุประสงค์หลังสมรส ให้ทีมช่วยแยกส่วนที่ควรตรวจได้
📸 ส่งรูปเอกสารให้ทีมช่วยเช็ก