วีซ่าธุรกิจเชงเก้นสำหรับ Startup และ Tech Company

วีซ่าธุรกิจเชงเก้นสำหรับ Startup และ Tech Company

🚀 Schengen Business Visa for Startup & Tech

วีซ่าธุรกิจเชงเก้นสำหรับ Startup และ Tech Company

คู่มือสำหรับ Founder, Co-founder, Startup, Tech Company, SaaS, AI, FinTech, HealthTech และทีม Business Development ที่ต้องเดินทางไปยุโรปเพื่อ pitch นักลงทุน พบ partner เข้าร่วม accelerator, demo day, tech conference หรือ product demo
📅 อัปเดตล่าสุด: 19 พฤษภาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่าน 12 นาที

วีซ่าธุรกิจเชงเก้นสำหรับ Startup และ Tech Company เป็นเคสที่ต้องเล่าเรื่องให้ชัดกว่าธุรกิจทั่วไป เพราะบางบริษัทเพิ่งจดทะเบียน ยังไม่มีกำไรสูง รายได้เป็น subscription หรือเพิ่งได้รับ funding แต่ต้องเดินทางไปยุโรปเพื่อพบ investor, partner, accelerator หรือเข้าร่วม tech conference ภายในเวลาจำกัด

หลายเคสมีนัดจริงและธุรกิจจริง แต่เอกสารยังไม่ช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าใจ เช่น มี pitch deck แต่ไม่รู้ควรใช้หน้าไหน มีอีเมลนัด VC แต่ไม่มี invitation formal มีบริษัทจดทะเบียนแต่ Statement ไม่สัมพันธ์กับค่าใช้จ่าย หรือไปหลายประเทศในเชงเก้นแต่ไม่ชัดว่าประเทศใดเป็น main destination

บทความนี้จึงสรุปวิธีวางเอกสาร วีซ่าเชงเก้น ธุรกิจสำหรับ Startup และ Tech Company ให้เชื่อมกันทั้งบริษัท นัดหมาย เงินทุน แผนเดินทาง และเหตุผลกลับไทย

สรุปสั้น ๆ: Startup และ Tech Company ควรวางเคสเป็นวีซ่าธุรกิจเชงเก้นเมื่อเดินทางไปยุโรปเพื่อ pitch นักลงทุน พบ partner เข้าร่วม accelerator, demo day, tech conference, product demo หรือ business meeting เอกสารสำคัญคือ invitation หรือ meeting proof, pitch deck แบบคัดส่วน, company profile, เอกสารจดทะเบียนบริษัท, หลักฐาน funding/revenue, Statement และ Cover Letter ที่อธิบายว่าการเดินทางเกี่ยวข้องกับธุรกิจจริงอย่างไร

💬 Startup ต้องบินยุโรปเพื่อ pitch หรือเข้า accelerator แต่ไม่แน่ใจว่าเอกสารพอไหม? ส่งประเทศที่จะไป รายละเอียดนัดหมาย pitch deck และเอกสารบริษัทเบื้องต้นให้ทีมช่วยประเมินก่อนยื่นจริงได้ครับ

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

ใครควรวางเคสเป็นวีซ่าธุรกิจเชงเก้นสำหรับ Startup / Tech

ผู้สมัครกลุ่มนี้ควรวางเคสเป็นวีซ่าธุรกิจเชงเก้นเมื่อการเดินทางเกี่ยวข้องกับการเติบโตของบริษัท เช่น ระดมทุน พบลูกค้า enterprise เข้าร่วม accelerator หรือประชุมกับ partner ในยุโรป ไม่ใช่การท่องเที่ยวทั่วไป

Founder Co-founder SaaS AI Startup FinTech HealthTech Accelerator Demo Day VC Meeting

Founder / Co-founder
เดินทางไป pitch investor พบ VC เข้าร่วม accelerator หรือเจรจา strategic partnership
Tech Company
ไป product demo, client meeting, implementation discussion ระยะสั้น หรือ partner onboarding
SaaS / AI / FinTech
ไปประชุมลูกค้า enterprise, regulator discussion, pilot project หรือ tech conference
ทีม BD / Growth
ไปหาลูกค้า ขยายตลาดยุโรป พบ channel partner หรือเข้าร่วม event ในเขตเชงเก้น
💡 หลักคิดง่าย ๆ: ถ้าทริปนี้เกิดจาก investor, partner, customer, accelerator หรือ conference ควรวางเอกสารให้เป็นธุรกิจตั้งแต่ต้น ไม่ควรยื่นเป็นท่องเที่ยวแล้วแนบเอกสารธุรกิจแบบไม่เชื่อมกัน

กิจกรรม Startup แบบไหนเข้าข่ายวีซ่าธุรกิจเชงเก้น

วีซ่าธุรกิจเชงเก้นใช้สำหรับการพำนักระยะสั้นในเขตเชงเก้น เช่น ประชุม พบปะ เจรจา นำเสนอสินค้า หรือเข้าร่วมงานธุรกิจ ไม่ควรใช้แทนวีซ่าทำงานหากกิจกรรมเป็นการปฏิบัติงานจริงระยะยาวหรือรับค่าจ้างในประเทศปลายทาง

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

กิจกรรม เอกสารที่ควรมี จุดที่ต้องระวัง
Pitch นักลงทุน / VC Invitation, email meeting, calendar invite, pitch deck, investor profile ควรแสดงว่านัดมีจริงและเกี่ยวกับบริษัทจริง ไม่ใช่แผนกว้าง ๆ
Demo Day / Accelerator Acceptance letter, program schedule, event registration, agenda ต้องดูว่ากิจกรรมเป็น short-term business visit หรือมีเงื่อนไขพำนัก/ทำงานอื่น
Tech Conference Conference pass, speaker confirmation, exhibitor registration, event agenda ถ้าเป็น speaker หรือ exhibitor ต้องมีเอกสารยืนยันบทบาท
Product Demo / Client Meeting Client invitation, meeting agenda, product brief, contract หรือ proposal ควรแยกจากการไปติดตั้งระบบหรือทำงาน technical onsite ระยะยาว
Partner / Channel Meeting Partner email, MOU draft, distribution discussion, business plan ควรอธิบายว่าพาร์ตเนอร์ช่วยขยายตลาดยุโรปอย่างไร
❌ จุดที่ต้องระวัง: หากกิจกรรมคือการไปทำงานจริง รับค่าจ้างในยุโรป ทำ implementation onsite นาน ๆ หรือปฏิบัติงานให้บริษัทปลายทาง อาจไม่เหมาะกับวีซ่าธุรกิจเชงเก้น ควรตรวจสอบประเภทวีซ่าหรือใบอนุญาตที่ถูกต้องจากหน่วยงานทางการก่อน

ไปหลายประเทศเชงเก้น ต้องยื่นประเทศไหน

Founder หลายคนวางทริปยุโรปแบบพบ investor หลายเมือง เช่น Berlin, Paris, Amsterdam, Vienna หรือ Stockholm ในทริปเดียว การเลือกประเทศยื่นวีซ่าเชงเก้นต้องดูประเทศปลายทางหลัก ไม่ใช่เลือกจากคิวที่ว่างเร็วที่สุด

โดยหลักทั่วไป ควรยื่นกับประเทศที่เป็น main destination เช่น ประเทศที่มีวัตถุประสงค์ธุรกิจสำคัญที่สุดหรือพำนักนานที่สุด หากแผนใกล้เคียงกันหลายประเทศ จึงค่อยดูประเทศแรกเข้าและบริบทของทริปประกอบ

ตัวอย่างทริป Startup จุดที่ต้องวิเคราะห์ ความเสี่ยงถ้าเลือกประเทศผิด
Berlin 5 วัน accelerator / Paris 2 วัน investor meeting เยอรมนีอาจเป็นประเทศหลักทั้งจำนวนวันและกิจกรรม ถ้ายื่นประเทศอื่น อาจถูกถามเรื่อง main destination
Netherlands 3 วัน client demo / France 3 วัน VC meeting / Italy 3 วัน conference ต้องดูวัตถุประสงค์หลักและเอกสารเชิญของแต่ละประเทศ หากไม่อธิบาย เคสอาจดูไม่มีแกนหลัก
Austria 2 วัน partner meeting / Czech 4 วันเที่ยวต่อ ต้องชั่งน้ำหนักธุรกิจหลักกับจำนวนวันพำนักจริง แผนเที่ยวอาจทำให้วัตถุประสงค์ธุรกิจดูอ่อนลง
France เป็นประเทศแรกเข้า แต่ conference หลักอยู่ Germany ประเทศแรกเข้าไม่ใช่คำตอบเสมอไป ต้องดู main destination เลือกยื่นจาก first entry อย่างเดียวอาจไม่ตรงหลัก
📌 ข้อมูลจากแหล่งทางการ: European Commission ระบุหลักการยื่นวีซ่าเชงเก้นและช่วงเวลาการยื่น โดยผู้สมัครควรยื่นล่วงหน้าอย่างเหมาะสมและตรวจข้อมูลล่าสุดจากประเทศที่เกี่ยวข้องก่อนจองคิวจริง

เอกสารสำคัญสำหรับ Startup และ Tech Company

เอกสารของ Startup ควรทำให้เจ้าหน้าที่เห็นว่า บริษัทมีตัวตนจริง ผู้สมัครมีบทบาทจริง นัดหมายหรือกิจกรรมในยุโรปมีจริง และมีความพร้อมทางการเงินพอสมควรกับทริป

เอกสารบริษัท
หนังสือรับรองบริษัท เอกสารจดทะเบียน company profile เว็บไซต์บริษัท หรือ product one-pager
เอกสารกิจกรรมธุรกิจ
Invitation, email meeting, calendar invite, event registration, accelerator letter
เอกสารสินค้า / เทคโนโลยี
pitch deck, product brief, demo link, traction summary หรือ client proof ที่เปิดเผยได้
เอกสารการเงิน
Statement ส่วนตัว บัญชีบริษัท funding proof, invoice, contract หรือ revenue report ตามความเหมาะสม

ในหลายเคส Startup ไม่มีเอกสารธุรกิจแบบดั้งเดิม เช่น invoice จำนวนมาก หรือกำไรสะสมสูง แต่สามารถใช้เอกสารอื่นช่วยอธิบายได้ เช่น funding letter, accelerator acceptance, client pilot agreement, grant document, bank statement บริษัท หรือเอกสาร revenue/traction ที่สรุปอย่างเป็นระบบ

หากต้องการให้เอกสารอ่านง่ายขึ้น ควรทำ Cover Letter ที่สรุปว่าใครเดินทาง ไปประเทศไหน พบใคร มีเอกสารอะไรสนับสนุน และเหตุผลกลับไทยคืออะไร

Pitch Deck และข้อมูลลับ ใช้ประกอบวีซ่าอย่างไร

Pitch deck ใช้ประกอบเคสได้ในบางกรณี แต่ไม่จำเป็นต้องยื่น deck ฉบับเต็มเสมอไป โดยเฉพาะถ้ามีข้อมูลลับ เช่น valuation, cap table, customer list, financial projection, source code, product roadmap หรือข้อมูลภายในของ investor

แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือคัดเฉพาะหน้าที่ช่วยอธิบายธุรกิจ เช่น company overview, problem-solution, product summary, team, traction แบบไม่ละเอียดเกินไป, market, partner หรือ meeting objective ส่วนข้อมูลลับสามารถปิดบางส่วนหรือไม่ใช้ประกอบได้ตามความเหมาะสม

เอกสาร Tech ใช้พิสูจน์อะไร ควรระวังอะไร
Pitch Deck แบบคัดส่วน บริษัททำอะไร ทีมคือใคร และกำลัง pitch เรื่องอะไร ไม่ควรใส่ข้อมูลลับเกินจำเป็น เช่น valuation หรือ customer confidential data
Product One-pager อธิบายสินค้า เทคโนโลยี และ use case แบบอ่านง่าย ควรสั้นและเชื่อมกับ meeting/event ที่จะไป
Demo Link / Website ช่วยยืนยันว่ามี product หรือ service จริง ลิงก์ควรเข้าถึงได้และไม่ต้องเปิดข้อมูลลับ
Traction Summary แสดงผู้ใช้งาน ลูกค้า pilot หรือรายได้เบื้องต้น ควรใช้ตัวเลขที่ตรวจสอบได้และไม่โอเวอร์เคลม
⚠️ ข้อควรระวัง: อย่าใส่ pitch deck หนา ๆ ทั้งฉบับโดยไม่คัด เพราะอาจทำให้เอกสารเยอะเกินจำเป็น และยังเสี่ยงเปิดเผยข้อมูลลับโดยไม่จำเป็น ควรเลือกเฉพาะหน้าที่ช่วยอธิบายเคสวีซ่า

Startup ยังไม่มีกำไร ควรอธิบาย Statement และเงินทุนอย่างไร

Startup จำนวนมากยังไม่มีกำไรสูง แต่มีเงินทุนจาก founder, angel investor, VC, grant, accelerator หรือรายได้ recurring ที่เริ่มเข้ามา การยื่นวีซ่าธุรกิจเชงเก้นจึงควรอธิบายแหล่งเงินให้ชัด ไม่ใช่ดูแค่ยอดเงินปลายบัญชี

หากบริษัทเป็นผู้จ่ายค่าเดินทาง ควรมีเอกสารบริษัทหรือหนังสือรับรองค่าใช้จ่ายที่ระบุว่าบริษัทรับผิดชอบค่าใดบ้าง หาก founder ออกค่าใช้จ่ายเอง ควรใช้ Statement ส่วนตัวที่อธิบายรายได้หรือเงินทุนได้ หากมี funding หรือ grant ควรมีเอกสารรองรับตามความเหมาะสม

📌 มุมตรวจ Statement: สำหรับ Startup การเงินที่ดีไม่ใช่แค่ยอดสูง แต่ควรอธิบายได้ว่าเงินมาจากไหน เช่น funding, revenue, contract, founder capital หรือ client payment และสัมพันธ์กับค่าใช้จ่ายทริปจริง
สถานการณ์การเงิน จุดที่ควรอธิบาย เอกสารเสริมที่อาจใช้
เพิ่งได้รับ funding เงินทุนมาจากใคร ใช้สนับสนุนกิจกรรมบริษัทอย่างไร funding letter, investment agreement, bank statement บริษัท
มี revenue แต่ยังไม่กำไร รายได้มาจาก subscription, client contract หรือ invoice ใด invoice, contract, MRR summary, client agreement
Founder ออกค่าใช้จ่ายเอง รายได้หรือเงินส่วนตัวรองรับค่าใช้จ่ายทริปอย่างไร Statement ส่วนตัว หลักฐานรายได้ เอกสารทรัพย์สินตามความเหมาะสม
บริษัทออกค่าใช้จ่ายให้ บริษัทรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนใด หนังสือรับรองค่าใช้จ่าย เอกสารบริษัท Statement บริษัท

หากบัญชีมีเงินก้อนหรือรายได้หลายทาง ควรใช้บริการ รับตรวจ Statement วีซ่า เพื่อดูว่าควรอธิบายเงินทุนหรือเงินก้อนอย่างไรให้สัมพันธ์กับเอกสารบริษัทและแผนเดินทาง

Invitation, Meeting Proof และ Accelerator Letter ควรมีอะไร

ในเคส Startup เอกสารเชิญอาจไม่ได้เป็นจดหมายทางการเสมอไป บางครั้งเป็นอีเมลจาก VC, calendar invite จาก partner, acceptance letter จาก accelerator หรือ registration confirmation จาก conference สิ่งสำคัญคือเอกสารควรยืนยันได้ว่า “กิจกรรมในยุโรปมีอยู่จริง”

1. ระบุผู้เชิญหรือองค์กรปลายทาง
เช่น VC, accelerator, conference organizer, client, partner หรือ incubator
2. ระบุชื่อผู้สมัครและบริษัทไทย
ชื่อควรตรงกับ passport เอกสารบริษัท และแบบฟอร์มวีซ่า
3. ระบุวัน เวลา สถานที่ และรูปแบบกิจกรรม
เช่น investor meeting, demo day, partner meeting หรือ product demo
4. ระบุความสัมพันธ์ทางธุรกิจ
ทำไมผู้สมัครต้องเดินทางไป และกิจกรรมเกี่ยวข้องกับ Startup อย่างไร
5. ระบุค่าใช้จ่ายถ้ามีผู้สนับสนุน
ถ้า accelerator หรือ organizer สนับสนุนที่พัก/ค่าใช้จ่ายบางส่วน ควรระบุให้ชัด
💡 ถ้าไม่มี Invitation Letter formal: อาจใช้ email thread, calendar invite, event registration, speaker confirmation หรือ accelerator acceptance letter แทนได้ในบางเคส แต่ควรจัดเรียงและอธิบายใน Cover Letter ให้ชัด

Founder ที่ต้องบินยุโรปบ่อย ขอ Multiple Entry อย่างไร

Founder หรือทีม BD ของ Startup อาจต้องเดินทางยุโรปหลายครั้งในปีเดียว เช่น รอบแรก pitch investor รอบสอง product demo รอบสามเข้าร่วม conference หรือ follow-up กับ partner เคสแบบนี้อาจมีเหตุผลในการขอ Multiple Entry ได้ หากมีหลักฐานรองรับจริง

การขอ Multiple Entry ควรเขียนด้วยเหตุผล ไม่ใช่เขียนเหมือนเรียกร้องผล เช่น มี accelerator schedule หลายช่วง มี investor follow-up meeting มี conference หลายงาน หรือมี partner onboarding ที่ต้องเข้าออกเชงเก้นหลายครั้ง

⚠️ ข้อควรระวัง: ถ้ามีเพียงแผนเดินทางครั้งเดียว แต่ขอ Multiple Entry โดยไม่มีเหตุผลต่อเนื่อง คำขออาจดูอ่อน ควรมีหลักฐานในอนาคต เช่น event schedule, email follow-up หรือ project timeline ประกอบ

สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่มีประวัติใช้วีซ่าเชงเก้นถูกต้อง อาจเกี่ยวข้องกับแนวทาง Visa Cascade ที่ช่วยให้ผู้สมัครที่มีประวัติดีมีโอกาสได้รับวีซ่า Multiple Entry ระยะยาวขึ้นตามเงื่อนไขที่กำหนด แต่ยังไม่ใช่การการันตีผล และยังต้องมีเอกสารของเคสปัจจุบันที่ชัดเจน

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เคส Startup / Tech ดูอ่อน

เคส Startup ที่ดูอ่อนมักไม่ได้เกิดจากธุรกิจไม่จริง แต่เกิดจากการอธิบายไม่ตรงภาษาวีซ่า เช่น ใช้ศัพท์เทคนิคมากเกินไป เอกสารการเงินไม่ชัด หรือแผนเดินทางหลายประเทศแต่ไม่มีประเทศหลัก

ข้อผิดพลาด ทำไมเสี่ยง แนวทางแก้
ใช้ศัพท์เทคนิคเยอะ แต่ไม่อธิบายวัตถุประสงค์ธุรกิจ เจ้าหน้าที่อาจไม่เห็นภาพว่าทริปนี้ไปทำอะไร เขียนให้เข้าใจง่ายว่าไปพบใคร เพื่ออะไร และผลต่อธุรกิจคืออะไร
มี meeting แต่ไม่มีหลักฐานนัดหมาย วัตถุประสงค์การเดินทางดูไม่ชัด แนบ email, calendar invite, agenda หรือ invitation จากผู้เกี่ยวข้อง
ยื่น pitch deck ทั้งฉบับโดยไม่คัด เอกสารรกและเสี่ยงเปิดข้อมูลลับ คัดเฉพาะหน้าที่อธิบายบริษัท สินค้า ทีม และ traction
Statement มี funding แต่ไม่อธิบายที่มา เงินก้อนอาจดูไม่เป็นธรรมชาติ แนบ funding proof, investment letter หรือเอกสารที่มาของเงิน
ไปหลายประเทศแต่ไม่ชัดว่าประเทศหลักคือที่ไหน อาจยื่นผิดประเทศหรือถูกตั้งคำถามเรื่อง main destination วาง itinerary และ Cover Letter ให้เห็นประเทศหลักชัดเจน

มี pitch deck, investor meeting หรือ accelerator letter แล้ว แต่ไม่รู้จะจัดเอกสารวีซ่าเชงเก้นอย่างไร?
ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยคัดเอกสารสำคัญ ตรวจประเทศที่ควรยื่น และเขียน Cover Letter ให้เคส Startup อ่านเข้าใจง่ายขึ้น

💬 ส่งเคสให้ทีมช่วยประเมิน

ตัวอย่างเคส Startup และ Tech Company ที่ควรวางเอกสารละเอียด

เคสที่ 1: Founder ไป Berlin เพื่อเข้า accelerator

ควรมี acceptance letter, program schedule, รายละเอียด accelerator, เอกสารบริษัท, pitch deck แบบคัดส่วน และ Statement หรือ funding proof ที่แสดงความพร้อมทางการเงิน หากมีการพำนักหลายสัปดาห์ ควรตรวจประเภทกิจกรรมและเงื่อนไขการพำนักให้รอบคอบ

เคสที่ 2: SaaS Company ไป Amsterdam เพื่อ product demo ให้ลูกค้า enterprise

ควรมี client invitation หรือ email นัดหมาย, agenda, product one-pager, contract/proposal ถ้ามี และ Cover Letter ที่อธิบายว่าการ demo เป็นการประชุมธุรกิจระยะสั้น ไม่ใช่การไปทำงาน onsite ระยะยาว

เคสที่ 3: Founder ไปหลายประเทศเพื่อพบ investor หลายราย

ต้องวางประเทศหลักให้ชัด เช่น ประเทศที่มี meeting หลักหรืออยู่หลายวันที่สุด และแนบหลักฐานนัดหมายของแต่ละประเทศ หากต้องการขอ Multiple Entry ควรมี follow-up plan หรือ pipeline ที่อธิบายการเดินทางซ้ำอย่างสมเหตุสมผล

📌 มุมจากเคสจริง: Startup มักมีเรื่องเล่าที่น่าสนใจ แต่เอกสารวีซ่าควรเขียนให้เรียบง่ายและตรวจสอบได้ ไม่ต้องขายฝันเหมือน pitch นักลงทุน แต่ต้องตอบคำถามเรื่องวัตถุประสงค์ เงินทุน แผนเดินทาง และเหตุผลกลับไทยให้ครบ

Co Journey Visa ช่วยอะไรได้บ้างสำหรับ Startup และ Tech Company

เคส Startup ควรตรวจเอกสารแบบภาพรวม เพราะจุดแข็งไม่ได้อยู่ที่ pitch deck อย่างเดียว แต่อยู่ที่ความเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจ นัดหมาย เงินทุน แผนเดินทาง และประเทศที่ยื่น

  • ช่วยวิเคราะห์ประเทศที่ควรยื่นตาม main destination
  • ช่วยตรวจ invitation, email meeting, calendar invite, accelerator letter หรือ event registration
  • ช่วยคัด pitch deck และ product document เฉพาะส่วนที่เหมาะใช้ประกอบวีซ่า
  • ช่วยจัดทำเอกสารบริษัท หนังสือรับรองค่าใช้จ่าย และเอกสารบทบาท founder
  • ช่วยตรวจ Statement, funding proof, revenue proof และที่มาของเงินก้อน
  • ช่วยเขียน Cover Letter ให้เคส Startup อ่านง่าย ไม่ technical เกินไป
  • ช่วยวางเหตุผลสำหรับ Multiple Entry หากต้องบินยุโรปหลายรอบ
📌 หมายเหตุ: Co Journey Visa ช่วยวางเอกสารและลดความเสี่ยงจากข้อมูลไม่สอดคล้อง แต่ไม่สามารถการันตีผลวีซ่าได้ เพราะผลพิจารณาขึ้นอยู่กับสถานทูต ศูนย์รับคำร้อง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของแต่ละประเทศ

แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นจริง

ข้อมูลเรื่อง checklist วีซ่าธุรกิจ ค่าธรรมเนียม ระยะเวลาพิจารณา หลักประเทศปลายทางหลัก กฎการพำนัก 90/180 วัน และแนวทาง Multiple Entry อาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบจากแหล่งทางการก่อนยื่นจริงเสมอ

📌 แหล่งข้อมูลที่ควรเช็ก:

ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดูเคส Startup เมื่อไหร่

ถ้าเป็นทริปเดียว มี invitation ชัด บริษัทมีเอกสารครบ และ Statement ตรงไปตรงมา อาจเตรียมเองได้ แต่ถ้าเคสมีหลายประเทศ หลาย investor หรือเอกสารการเงินซับซ้อน ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดูตั้งแต่ก่อนจองคิว

  • มีหลายประเทศในเชงเก้นและไม่แน่ใจว่าควรยื่นประเทศไหน
  • มีแค่ email หรือ calendar invite ไม่มี invitation letter formal
  • บริษัทเพิ่งจดทะเบียน ยังไม่มีรายได้หรือกำไรชัดเจน
  • มี funding, grant หรือเงินก้อนที่ต้องอธิบายใน Statement
  • ต้องการใช้ pitch deck แต่กังวลเรื่องข้อมูลลับ
  • ต้องการขอ Multiple Entry เพราะต้องบินยุโรปหลายรอบ
  • เคยถูกปฏิเสธวีซ่าและต้องการวางเอกสารใหม่ให้รอบคอบ

⭐ ทำไมควรให้ Co Journey Visa ช่วยยื่นวีซ่าธุรกิจเชงเก้นสำหรับ Startup และ Tech Company?

  • เข้าใจเคส Startup ที่ไม่เหมือนบริษัทดั้งเดิม — funding, pitch deck, accelerator, product demo และ investor meeting ต้องถูกแปลเป็นเอกสารวีซ่าที่อ่านเข้าใจง่าย
  • ช่วยคัดเอกสารให้เหมาะ ไม่เปิดข้อมูลลับเกินจำเป็น — ใช้ pitch deck และ product document เฉพาะส่วนที่ช่วยเคสจริง
  • ช่วยวางประเทศที่ควรยื่นในทริปหลายประเทศ — ดู main destination วัตถุประสงค์หลัก จำนวนวัน และเอกสารเชิญ
  • ตรวจ Statement และ funding proof อย่างเป็นระบบ — โดยเฉพาะบริษัทเพิ่งระดมทุน หรือ founder ออกค่าใช้จ่ายเอง
  • แนะนำอย่างตรงไปตรงมา — ทีมช่วยลดความเสี่ยงด้านเอกสาร แต่ไม่การันตีผลวีซ่า เพราะผลพิจารณาขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

Startup หรือ Tech Company ควรขอวีซ่าธุรกิจเชงเก้นหรือวีซ่าท่องเที่ยว?
หากวัตถุประสงค์หลักคือไป pitch นักลงทุน พบ partner เข้าร่วม accelerator, demo day, tech conference, product demo หรือ business meeting ควรวางเคสเป็นวีซ่าธุรกิจเชงเก้น ไม่ควรยื่นแบบท่องเที่ยวหากกิจกรรมจริงเป็นธุรกิจ เพราะเอกสารและคำอธิบายต้องตรงกับวัตถุประสงค์การเดินทางจริง
Startup ไปยุโรปหลายประเทศต้องยื่นวีซ่าเชงเก้นประเทศไหน?
ควรยื่นกับประเทศที่เป็นปลายทางหลักของทริป เช่น ประเทศที่มี accelerator, conference, investor meeting หรือ business meeting สำคัญที่สุด หรือประเทศที่พำนักนานที่สุด หากหลายประเทศมีน้ำหนักใกล้เคียงกัน จึงดูประเทศแรกเข้าและรายละเอียดแผนเดินทางประกอบ
Founder ที่ยังไม่มีรายได้ประจำหรือบริษัทเพิ่งจดทะเบียน ยื่นวีซ่าธุรกิจเชงเก้นได้ไหม?
ยื่นได้หากมีเอกสารอธิบายธุรกิจ บทบาทของผู้สมัคร วัตถุประสงค์การเดินทาง และแหล่งเงินอย่างสมเหตุสมผล เช่น เอกสารจดทะเบียนบริษัท pitch deck แบบคัดส่วน funding proof, accelerator letter, client contract, invoice, Statement หรือเอกสารสนับสนุนจาก partner/investor
Pitch Deck ใช้ประกอบวีซ่าธุรกิจเชงเก้นได้ไหม?
ใช้ได้ในบางเคส แต่ไม่จำเป็นต้องยื่น deck ฉบับเต็มเสมอไป ควรคัดเฉพาะส่วนที่ช่วยอธิบายบริษัท สินค้า ทีม traction และวัตถุประสงค์การเดินทาง โดยหลีกเลี่ยงข้อมูลลับ เช่น cap table, valuation, source code หรือข้อมูลลูกค้าที่เป็น confidential
Startup ที่ต้องบินยุโรปหลายครั้งเพื่อ investor meeting ขอ Multiple Entry ได้ไหม?
สามารถขอได้หากมีเหตุผลและหลักฐานรองรับการเดินทางหลายครั้ง เช่น accelerator schedule, follow-up investor meeting, product demo หลายรอบ, conference หลายงาน หรือ partner onboarding หลายช่วง แต่จำนวนครั้งเข้าออกและอายุวีซ่าที่ได้รับขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของสถานทูตหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
Co Journey Visa ช่วย Startup และ Tech Company ยื่นวีซ่าธุรกิจเชงเก้นได้อย่างไร?
Co Journey Visa ช่วยวิเคราะห์ประเทศที่ควรยื่น วางเอกสารธุรกิจ ตรวจ invitation หรือ meeting proof คัด pitch deck ส่วนที่ใช้ได้ ตรวจ Statement เขียน Cover Letter และวางเหตุผลสำหรับ Multiple Entry ในเคสที่ต้องบินยุโรปบ่อย แต่ไม่สามารถการันตีผลวีซ่าได้

📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับวีซ่าธุรกิจเชงเก้นสำหรับ Startup และ Tech Company

  • หากเดินทางเพื่อ pitch, investor meeting, accelerator, demo day, conference หรือ product demo ควรวางเคสเป็นวีซ่าธุรกิจเชงเก้น
  • หากไปหลายประเทศ ต้องเลือกประเทศยื่นตาม main destination ไม่ใช่เลือกจากคิวหรือความรู้สึกว่าง่ายกว่า
  • เอกสารสำคัญคือ invitation/meeting proof, company profile, pitch deck แบบคัดส่วน, funding/revenue proof, Statement และ Cover Letter
  • Startup ที่ยังไม่มีกำไรสามารถยื่นได้ หากอธิบายแหล่งเงิน บทบาทผู้สมัคร และวัตถุประสงค์การเดินทางได้สมเหตุสมผล
  • Pitch deck ควรใช้เฉพาะส่วนที่ช่วยอธิบายเคส ไม่ควรเปิดข้อมูลลับเกินจำเป็น
  • การขอ Multiple Entry ควรมีเหตุผลและหลักฐานเดินทางต่อเนื่อง ไม่ใช่ขอเผื่อไว้
  • Co Journey Visa ช่วยวางเอกสารและตรวจความสอดคล้องก่อนยื่นจริง แต่ผลพิจารณาขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

Startup หรือ Tech Company ต้องยื่นวีซ่าธุรกิจเชงเก้นให้เอกสารอ่านเข้าใจง่าย?

ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยคัดเอกสาร Startup, pitch deck, meeting proof, funding proof, Statement และ Cover Letter ให้เชื่อมโยงกับแผนเดินทางยุโรปจริง ก่อนยื่นวีซ่าธุรกิจเชงเก้น

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com