วีซ่าทำงานอเมริกา H-1B 2026 มีโควตาเท่าไหร่ และขั้นตอนสมัครจับสลากเป็นอย่างไร

🇺🇸 H-1B Work Visa / Specialty Occupation / 2026

วีซ่าทำงานอเมริกา H-1B 2026 มีโควตาเท่าไหร่ และขั้นตอนสมัครจับสลากเป็นอย่างไร

คู่มือสำหรับคนไทยที่อยากทำงานในสหรัฐอเมริกาแบบสายอาชีพเฉพาะทาง เข้าใจ H-1B cap, lottery, registration, master’s cap, beneficiary-centric/weighted selection, นายจ้าง sponsor และขั้นตอนหลังถูกเลือกแบบไม่สับสน
📅 อัปเดตล่าสุด: 28 พฤษภาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่าน 13 นาที

H-1B เป็นหนึ่งในวีซ่าทำงานอเมริกาที่คนไทยสายเทค วิศวกรรม บัญชี การเงิน Data, Marketing, Healthcare, Research และสายอาชีพเฉพาะทางสนใจมาก เพราะเป็นเส้นทางทำงานกับนายจ้างสหรัฐฯ แบบถูกกฎหมาย แต่ H-1B ไม่ใช่วีซ่าที่เดินเข้าไปสมัครเองได้เหมือนวีซ่าท่องเที่ยว และไม่ได้มีโควตาไม่จำกัด

จุดที่หลายคนสับสนคือ “H-1B 2026” อาจหมายถึงปีที่สมัคร registration ในปี 2026 เพื่อไปเริ่มทำงานในปีงบประมาณ FY 2027 หรืออาจหมายถึง FY 2026 ที่ USCIS เปิด registration ไปตั้งแต่ปี 2025 และประกาศ cap เต็มแล้ว ดังนั้นก่อนวางแผนต้องแยกให้ชัดว่าคุณกำลังพูดถึงปีสมัคร, ปีเริ่มงาน หรือ fiscal year ของ USCIS

หากคุณกำลังมองหา ปรึกษาวีซ่า เพื่อวางแผนทำงานอเมริกา บทความนี้จะสรุป H-1B cap, lottery, registration fee, ขั้นตอนนายจ้างยื่น และเอกสารส่วนตัวที่ผู้สมัครควรเตรียมให้พร้อมก่อนคุยกับนายจ้างหรือทนายสหรัฐฯ

สรุปสั้น ๆ: H-1B เป็นวีซ่าทำงานชั่วคราวสำหรับ specialty occupation ที่โดยทั่วไปต้องมีวุฒิปริญญาตรีหรือเทียบเท่าในสาขาที่เกี่ยวข้อง และต้องมีนายจ้างสหรัฐฯ เป็นผู้ sponsor โควตาหลักของ H-1B cap คือ 65,000 สำหรับ regular cap และอีก 20,000 สำหรับ U.S. advanced degree exemption หรือ master’s cap รวม 85,000 ภายใต้ cap หลัก สำหรับ registration ที่เปิดในเดือนมีนาคม 2026 เพื่อ FY 2027 USCIS ระบุค่าลงทะเบียน $215 ต่อ beneficiary และใช้ระบบ selection ที่อัปเดต โดย registration ที่ถูกเลือกแล้วจึงจะยื่น Form I-129 petition ได้ภายในช่วง filing period ที่กำหนด

💬 มีนายจ้างสหรัฐฯ สนใจ sponsor แต่ไม่แน่ใจว่าโปรไฟล์เข้า H-1B ไหม? ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจภาพรวมวุฒิ ประสบการณ์ Resume เอกสารแปล และคำถามที่ควรถามนายจ้าง/ทนาย ก่อนเข้าสู่ขั้นตอน registration

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

🇺🇸 วีซ่า H-1B คืออะไร

Travel.State.Gov ระบุว่า H-1B ใช้สำหรับบุคคลที่ทำงานใน specialty occupation โดยโดยทั่วไปต้องมีอย่างน้อยปริญญาตรีหรือประสบการณ์เทียบเท่าในสาขาเฉพาะทาง งานที่พบได้บ่อย เช่น software engineer, data analyst, accountant, financial analyst, researcher, engineer, architect, medical/health specialist หรือสายอาชีพที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะ

หัวใจของ H-1B คือ “งานและนายจ้าง” ไม่ใช่แค่ผู้สมัครเก่งคนเดียว ผู้สมัครต้องมี job offer จากนายจ้างสหรัฐฯ และนายจ้างต้องเป็นผู้ทำ H-1B registration รวมถึงยื่น petition หลังถูกเลือกใน lottery ดังนั้นคนไทยที่อยากได้ H-1B ควรเริ่มจากการหานายจ้างที่พร้อม sponsor ก่อน

📌 จำง่าย: H-1B = นายจ้างสหรัฐฯ sponsor + ตำแหน่งงานเป็น specialty occupation + ผู้สมัครมีวุฒิ/ประสบการณ์ตรง + ผ่าน registration/lottery หากเป็น cap-subject

🎯 H-1B 2026 มีโควตาเท่าไหร่

โควตา H-1B cap หลักตาม USCIS คือ 65,000 สำหรับ regular cap และมี U.S. advanced degree exemption หรือที่เรียกกันว่า master’s cap อีก 20,000 สำหรับผู้ที่จบปริญญาโทขึ้นไปจากสถาบันในสหรัฐฯ ที่เข้าเกณฑ์ รวมเป็น 85,000 ภายใต้ cap-subject allocation

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ H-1B ทุกเคสต้องเข้าลอตเตอรี่ เพราะบางนายจ้างอาจเป็น cap-exempt เช่น สถาบันอุดมศึกษา องค์กรไม่แสวงหากำไรที่เกี่ยวข้องกับสถาบันอุดมศึกษา หรือองค์กรวิจัยบางประเภทตามเกณฑ์ USCIS หากทำงานกับนายจ้างกลุ่มนี้ อาจไม่ต้องรอรอบ cap lottery แบบนายจ้างทั่วไป

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

กลุ่มโควตา จำนวนโดยทั่วไป ใครเกี่ยวข้อง
Regular H-1B Cap 65,000 ผู้สมัคร H-1B cap-subject ทั่วไปที่นายจ้างสหรัฐฯ sponsor
U.S. Advanced Degree Exemption / Master’s Cap 20,000 ผู้ที่จบ U.S. master’s degree หรือสูงกว่าจากสถาบันที่เข้าเกณฑ์
Cap-Exempt H-1B ไม่อยู่ใน lottery cap หลัก นายจ้างบางประเภท เช่น university หรือ nonprofit/research organization ที่เข้าเกณฑ์
H-1B1 Chile/Singapore คนละประเภทกับ H-1B ทั่วไป ใช้กับพลเมืองชิลี/สิงคโปร์ตาม FTA ไม่ใช่เส้นทางหลักสำหรับคนไทย
⚠️ สำหรับคนไทย: หากไม่มีนายจ้างสหรัฐฯ ที่ยื่น sponsor ให้ จะไม่สามารถ “สมัครจับสลาก H-1B เอง” ได้ การเตรียมตัวควรเริ่มจากการหางานที่นายจ้างพร้อม sponsor และตำแหน่งต้องเข้า specialty occupation

🗓 Timeline ปี 2026 ต้องเข้าใจอย่างไร

ในระบบ H-1B คำว่า FY หรือ fiscal year สำคัญมาก เพราะรอบ registration มักเปิดเดือนมีนาคมก่อนปีงบประมาณเริ่มในวันที่ 1 ตุลาคม เช่น registration ที่เปิดเดือนมีนาคม 2026 คือรอบ FY 2027 สำหรับงานที่โดยทั่วไปเริ่มได้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2026 หาก petition ได้รับอนุมัติและเงื่อนไขครบ

USCIS ระบุว่า FY 2027 H-1B cap initial registration period เปิดวันที่ 4 มีนาคม 2026 และปิดวันที่ 19 มีนาคม 2026 ตามเวลา Eastern โดยผล initial selection ประกาศเสร็จในวันที่ 31 มีนาคม 2026 ส่วน FY 2026 cap ซึ่งเปิด registration ในปี 2025 นั้น USCIS ประกาศว่า cap เต็มแล้วตั้งแต่ปี 2025

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

คำที่เห็นบ่อย หมายถึงอะไร ตัวอย่างปี 2026
Calendar Year 2026 ปีปฏิทินที่นายจ้างลงทะเบียน March 2026 registration สำหรับ FY 2027
Fiscal Year 2027 ปีงบประมาณของ H-1B cap งาน cap-subject โดยทั่วไปเริ่มได้ตั้งแต่ 1 October 2026
Initial Registration Period ช่วงที่นายจ้างลงทะเบียน beneficiary ในระบบ USCIS FY 2027 เปิด 4-19 March 2026
Selection Notice เอกสารแจ้งว่าถูกเลือกใน lottery/selection ต้องแนบกับ H-1B cap petition หลังถูกเลือก
Filing Period ช่วงที่นายจ้างยื่น Form I-129 หลังถูกเลือก USCIS ระบุว่าจะมีอย่างน้อย 90 วัน

🎲 ขั้นตอนสมัครจับสลาก H-1B เป็นอย่างไร

H-1B cap lottery เริ่มจากนายจ้างหรือทนาย/ตัวแทนของนายจ้างสร้าง USCIS online account และลงทะเบียน beneficiary แต่ละคนในช่วง registration period พร้อมจ่ายค่าธรรมเนียม registration จากนั้น USCIS จะทำ selection และแจ้งผลใน account ของนายจ้าง/ตัวแทน

1 มีนายจ้างสหรัฐฯ พร้อม sponsor
นายจ้างต้องมีตำแหน่งงานจริงและตั้งใจยื่น H-1B ให้ผู้สมัคร ไม่ใช่ผู้สมัครลงทะเบียนเอง
2 ตรวจว่าตำแหน่งเป็น specialty occupation
งานควรต้องการวุฒิอย่างน้อย bachelor’s degree หรือเทียบเท่าในสาขาที่เกี่ยวข้อง
3 นายจ้างลงทะเบียน H-1B online
กรอกข้อมูลบริษัท ผู้สมัคร passport/travel document และข้อมูลตำแหน่งตามที่ USCIS กำหนด
4 จ่าย registration fee
สำหรับ FY 2027 USCIS ระบุค่าธรรมเนียม registration $215 ต่อ beneficiary
5 รอผล selection
หากถูกเลือก สถานะใน account จะแสดง selected และนายจ้างสามารถยื่น H-1B cap-subject petition ได้
6 นายจ้างเตรียม LCA และ Form I-129
โดยทั่วไปต้องมี Labor Condition Application จาก Department of Labor และยื่น Form I-129 ต่อ USCIS
7 USCIS พิจารณา petition
อาจอนุมัติ ขอหลักฐานเพิ่ม หรือปฏิเสธ ขึ้นกับเอกสารตำแหน่ง นายจ้าง และคุณสมบัติผู้สมัคร
8 หลังอนุมัติจึงดำเนินการ visa/entry
หากอยู่นอกสหรัฐฯ ต้องขอ H-1B visa ที่สถานทูต/สถานกงสุลตามขั้นตอนก่อนเดินทางเข้า

⚖️ Beneficiary-centric และ weighted selection คืออะไร

USCIS ใช้ beneficiary-centric selection เพื่อลดการเพิ่มโอกาสแบบไม่เป็นธรรมจากการส่ง registration หลายรายการให้คนเดียวกัน โดยระบบเลือกตาม unique beneficiary แทนการนับโอกาสจากจำนวน registrations ที่มีชื่อคนนั้นหลายบริษัท

สำหรับ FY 2027 ซึ่ง registration เปิดในปี 2026 มีการใช้ weighted selection process ตาม final rule ที่มีผล 27 กุมภาพันธ์ 2026 โดย DHS ระบุว่าระบบใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อจัดสรร H-1B ให้กับผู้สมัครที่มีทักษะสูงและค่าจ้างสูงมากขึ้น ขณะยังคงเปิดโอกาสให้ผู้สมัครทุก wage level มีโอกาสถูกเลือก

📌 แปลให้ง่าย: หลังปี 2026 H-1B lottery ไม่ควรถูกมองว่าเป็น “สุ่มแบบเดิมทุกอย่าง” เสมอไป เพราะมีระบบ beneficiary-centric และ weighted selection ที่นายจ้าง/ทนายต้องเข้าใจ โดยเฉพาะเรื่อง wage level และข้อมูล registration

✅ ถ้าถูกเลือกใน lottery แล้วต้องทำอะไรต่อ

การถูกเลือกใน lottery ไม่ได้แปลว่าได้ H-1B visa ทันที แต่หมายถึงนายจ้างมีสิทธิ์ยื่น H-1B cap-subject petition ต่อ USCIS ภายในช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งโดยทั่วไปต้องแนบ selection notice และเอกสารสนับสนุนตำแหน่งงาน นายจ้าง และคุณสมบัติผู้สมัคร

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

หลังถูกเลือก ใครทำ เอกสาร/ประเด็นสำคัญ
Prepare LCA นายจ้าง/ทนาย Labor Condition Application จาก Department of Labor ระบุค่าจ้าง สถานที่ทำงาน และเงื่อนไขแรงงาน
File Form I-129 นายจ้าง/ทนาย ยื่น Petition for a Nonimmigrant Worker ต่อ USCIS พร้อม H supplement และเอกสารประกอบ
Prove Specialty Occupation นายจ้าง อธิบายว่าตำแหน่งต้องใช้ความรู้เฉพาะทางและสัมพันธ์กับวุฒิผู้สมัคร
Prove Beneficiary Qualifications ผู้สมัคร + นายจ้าง วุฒิการศึกษา transcript, degree, credential evaluation, work experience letters หากจำเป็น
USCIS Decision USCIS อาจอนุมัติ ขอ RFE หรือปฏิเสธ ขึ้นกับหลักฐานและกฎหมายที่ใช้
Consular Visa Application ผู้สมัคร หากอยู่นอกสหรัฐฯ ต้องขอ H-1B visa ที่สถานทูต/สถานกงสุลหลัง petition อนุมัติ

📄 เอกสารที่ผู้สมัครควรเตรียม

แม้ H-1B เป็นการยื่นโดยนายจ้าง แต่ผู้สมัครควรเตรียมเอกสารส่วนตัวให้พร้อม โดยเฉพาะวุฒิการศึกษา ประสบการณ์งาน Resume และเอกสารแปล เพราะเอกสารเหล่านี้ใช้พิสูจน์ว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติตรงกับ specialty occupation

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

กลุ่มเอกสาร ตัวอย่างเอกสาร ใช้พิสูจน์อะไร
พาสปอร์ตและข้อมูลตัวตน Passport, travel document, birth certificate, name change certificate ใช้ลงทะเบียนและยื่น petition/visa ให้ข้อมูลตรงกันทุกขั้นตอน
วุฒิการศึกษา Degree certificate, transcript, diploma, course description พิสูจน์ว่ามีวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่ง H-1B
Credential Evaluation รายงานเทียบวุฒิจาก foreign degree เป็น U.S. equivalent หากจำเป็น สำคัญมากสำหรับผู้จบปริญญาจากไทยหรือประเทศอื่นที่ไม่ใช่สหรัฐฯ
ประสบการณ์งาน Employment letters, job descriptions, reference letters, portfolio ช่วยเสริมความเชื่อมโยงระหว่างประสบการณ์กับตำแหน่งงาน
Resume / CV Resume ภาษาอังกฤษที่ระบุ skills, tools, projects, education, experience ช่วยให้นายจ้างและทนายจัด narrative ของตำแหน่งและคุณสมบัติ
เอกสารสถานะเดิมในสหรัฐฯ F-1 I-20, OPT EAD, CPT, I-94, visa stamp, approval notices ถ้ามี สำคัญสำหรับคนที่อยู่ในสหรัฐฯ แล้ว เช่น นักเรียน F-1/OPT
เอกสารแปล วุฒิไทย transcript ใบเปลี่ยนชื่อ ทะเบียนสมรส สูติบัตร หรือเอกสารราชการไทย ควรใช้บริการ แปลเอกสาร ให้ spelling ตรงกับ passport และเอกสาร USCIS

💸 ค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมที่ควรรู้

ค่าธรรมเนียม H-1B มีหลายส่วนและหลายรายการเป็นหน้าที่ของนายจ้างตามกฎหมายหรือแนวปฏิบัติของสหรัฐฯ ผู้สมัครไม่ควรรับภาระค่าธรรมเนียมที่กฎหมายกำหนดให้นายจ้างรับผิดชอบโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงาน/immigration ในสหรัฐฯ

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

รายการ ใครเกี่ยวข้อง หมายเหตุ
H-1B Registration Fee นายจ้าง/ผู้ลงทะเบียน FY 2027 registration fee อยู่ที่ $215 ต่อ beneficiary ตาม USCIS
Form I-129 Filing Fees นายจ้าง มีหลาย fee component และอาจต่างตามขนาดนายจ้าง/ประเภท petition
ACWIA / Fraud Prevention Fees นายจ้าง เป็นค่าธรรมเนียมเฉพาะบางประเภทของ H-1B petition
Premium Processing นายจ้างหรือฝ่ายที่เลือกใช้ตามสถานการณ์ ใช้เร่งเวลาพิจารณา USCIS แต่ไม่ได้การันตีอนุมัติ
Attorney Fee นายจ้างเป็นหลักในหลายกรณี ควรให้นายจ้าง/ทนายสหรัฐฯ ชี้แจงขอบเขตค่าใช้จ่ายให้ชัด
Visa Application Fee / Consular Stage ผู้สมัครหรือผู้เกี่ยวข้องตามนโยบายนายจ้าง เกิดหลัง petition อนุมัติและต้องขอ visa stamp ที่สถานทูต/สถานกงสุล
Document Translation / Credential Evaluation ผู้สมัครหรือนายจ้างตามตกลง ผู้จบจากไทยมักต้องเตรียม transcript/degree translation และอาจต้อง evaluation
❌ ระวัง scam: หากมีคนบอกให้จ่ายเงินเพื่อ “ซื้อโควตา H-1B” หรือ “การันตีชนะ lottery” ให้ระวังมาก เพราะการถูกเลือกขึ้นกับระบบ USCIS และนายจ้างต้องมีตำแหน่งงานจริง ไม่ควรโอนเงินให้เอเจนซี่ที่ไม่โปร่งใส

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

เคส H-1B พลาดได้ตั้งแต่การเข้าใจผิดว่าสมัครเองได้ ไปจนถึงตำแหน่งงานไม่เข้า specialty occupation หรือวุฒิไม่สัมพันธ์กับงาน แม้ถูกเลือกใน lottery แล้ว ก็ยังอาจถูก USCIS ขอ RFE หรือปฏิเสธ petition ได้หากเอกสารไม่แข็งแรง

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

ข้อผิดพลาด ผลกระทบ วิธีลดความเสี่ยง
คิดว่าสมัคร H-1B lottery เองได้ เสียเวลาและอาจเจอ scam ต้องมีนายจ้างสหรัฐฯ เป็นผู้ register/sponsor
ตำแหน่งงานไม่เป็น specialty occupation petition อาจถูก RFE หรือปฏิเสธ ให้ทนาย/นายจ้างจัด job duties และ requirement ให้สอดคล้องกับกฎหมาย
วุฒิไม่ตรงกับงาน พิสูจน์ beneficiary qualification ยาก เตรียม transcript, course description, experience letters และ credential evaluation
ใช้ข้อมูล passport ไม่ตรงตอน registration อาจมีปัญหาตอนยื่น petition หลังถูกเลือก ตรวจชื่อ เลขพาสปอร์ต วันเกิด และ travel document ให้ถูกต้องก่อน register
คิดว่าถูกเลือกแล้วได้วีซ่าเลย เข้าใจผิดและวางแผนลาออก/ย้ายประเทศเร็วเกินไป รอให้ petition อนุมัติ และทำ visa/entry process ให้ครบก่อนตัดสินใจใหญ่
ไม่วาง timeline OPT/F-1 ให้ดี อาจเกิด gap ในสถานะหรือ work authorization หากอยู่ในสหรัฐฯ ด้วย F-1/OPT ให้คุย DSO และทนายเรื่อง cap-gap/สถานะให้เร็ว
เชื่อคำโฆษณาการันตี เสี่ยงเสียเงินและเอกสารส่วนตัว ใช้ข้อมูล USCIS และให้ employer/attorney ที่ถูกต้องดำเนินการ

🧩 ตัวอย่างเคสที่ควรวางแผนให้ดี

เคสที่ 1: Software Engineer จบปริญญาตรีไทย มีนายจ้างสหรัฐฯ sponsor

ต้องเตรียม degree, transcript, credential evaluation และประสบการณ์งานให้เชื่อมกับตำแหน่ง software engineer นายจ้างต้องจัด job duties ให้ชัดว่าเป็น specialty occupation และลง registration ภายใน window ที่ USCIS เปิด

เคสที่ 2: จบ Master ในสหรัฐฯ และอยู่ช่วง OPT

อาจเข้า master’s cap หากจบจากสถาบันที่เข้าเกณฑ์ แต่ยังต้องผ่าน registration/selection และนายจ้างต้องยื่น petition ให้ทัน ควรคุย DSO และทนายเรื่อง OPT, STEM OPT หรือ cap-gap ให้สอดคล้องกับ timeline

เคสที่ 3: Marketing Specialist วุฒิไม่ตรงสายชัดเจน

ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะ USCIS อาจดูว่างานต้องการวุฒิเฉพาะทางจริงหรือไม่ และวุฒิผู้สมัครสัมพันธ์กับงานอย่างไร ควรให้ทนายสหรัฐฯ ช่วยจัดคำอธิบาย job duties, industry standard และ qualification

เคสที่ 4: ได้ offer จาก university หรือ nonprofit research organization

อาจเป็น cap-exempt หากนายจ้างเข้าเกณฑ์ จึงไม่ต้องรอ lottery แบบนายจ้างทั่วไป แต่ต้องตรวจประเภทองค์กรและความสัมพันธ์กับงานจริงอย่างละเอียดกับทนาย/HR ของนายจ้าง

เคสที่ 5: นายจ้างบอกให้ผู้สมัครจ่ายค่าธรรมเนียมทั้งหมดเอง

ควรระวังและตรวจข้อกำหนดกับทนายสหรัฐฯ เพราะค่าธรรมเนียม H-1B หลายรายการเป็นภาระนายจ้างหรือมีข้อจำกัดในการผลักภาระให้ลูกจ้าง ไม่ควรโอนเงินโดยไม่เข้าใจสิทธิ์และกฎแรงงาน

มี job offer หรือกำลังคุยกับนายจ้างสหรัฐฯ เรื่อง H-1B?
Co Journey Visa ช่วยตรวจเอกสารส่วนตัว Resume วุฒิ Transcript เอกสารแปล และช่วยเตรียมคำถามที่ควรถามนายจ้าง/ทนาย ก่อนเข้าสู่ H-1B registration และ petition

💬 ให้ทีมช่วยตรวจเคส H-1B

🔗 แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนสมัครจริง

ข้อมูล H-1B cap, registration period, selection process, filing period, registration fee, Form I-129, LCA, visa interview และประกาศพิเศษเกี่ยวกับ H-1B สามารถเปลี่ยนได้ ควรตรวจจาก USCIS, Department of Labor, Travel.State.Gov และ U.S. Embassy/Consulate ก่อนดำเนินการจริงเสมอ

⭐ เคสแบบไหนควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจก่อนเดินหน้า H-1B

หากนายจ้างมี immigration attorney อยู่แล้ว ควรให้ทนายฝั่งสหรัฐฯ เป็นผู้วางกลยุทธ์หลัก แต่ผู้สมัครยังควรเตรียมเอกสารส่วนตัวให้สะอาด เป็นภาษาอังกฤษ และสอดคล้องกับตำแหน่งงาน เพราะเอกสารผู้สมัครเป็นส่วนสำคัญของ petition

  • มีนายจ้างสหรัฐฯ สนใจ sponsor แต่ยังไม่รู้ขั้นตอน H-1B
  • จบปริญญาจากไทยและต้องใช้ credential evaluation
  • วุฒิไม่ตรงกับตำแหน่งงาน 100%
  • ทำงานสาย tech/data/marketing/finance แต่ job title ไม่ชัดว่า specialty occupation
  • อยู่ในสหรัฐฯ ด้วย F-1/OPT/STEM OPT และต้องวาง timeline H-1B
  • ต้องเตรียม Resume, portfolio, employment letters หรือ Cover Letter สำหรับอธิบายโปรไฟล์
  • ต้อง แปลเอกสาร เช่น ปริญญาบัตร transcript ใบเปลี่ยนชื่อ ทะเบียนสมรส หรือเอกสารราชการไทย
  • ต้องการ ปรึกษาวีซ่า เพื่อเข้าใจขั้นตอนก่อนคุยกับนายจ้างหรือทนาย
⚠️ ข้อควรจำ: Co Journey Visa ช่วยตรวจเอกสารส่วนตัว อธิบายขั้นตอน และเตรียมความพร้อมก่อนคุยกับนายจ้าง/ทนายได้ แต่ไม่สามารถทำ registration แทนนายจ้าง ไม่สามารถยื่น Form I-129 แทนนายจ้าง และไม่สามารถการันตีผล lottery, USCIS approval หรือวีซ่าที่สถานทูตได้

⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?

  • ช่วยอธิบาย H-1B แบบเข้าใจง่าย — แยก cap, lottery, registration, petition, visa stamp และ entry process ให้ไม่สับสน
  • ตรวจเอกสารผู้สมัครเบื้องต้น — Resume, degree, transcript, work experience, passport และเอกสารแปล
  • ช่วยเตรียมคำถามก่อนคุยกับนายจ้าง — เช่น sponsor readiness, attorney, LCA, wage level, filing timeline และค่าใช้จ่าย
  • ดูความสอดคล้องของวุฒิและตำแหน่ง — ช่วยชี้จุดที่ควรให้ทนายสหรัฐฯ วิเคราะห์ต่อ
  • ช่วยจัดเอกสารแปลให้ชื่อถูกต้อง — ลดปัญหา spelling ไม่ตรงในเอกสาร USCIS/visa
  • ให้คำแนะนำแบบไม่ขายฝัน — ไม่บอกว่าถูก lottery แน่นอน แต่ช่วยให้ผู้สมัครเข้าใจกระบวนการและลดความเสี่ยงจากการเตรียมเอกสารผิด

❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

วีซ่า H-1B อเมริกา คืออะไร?
H-1B เป็นวีซ่าทำงานชั่วคราวสำหรับ specialty occupation หรืองานที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทาง โดยทั่วไปต้องมีวุฒิปริญญาตรีหรือเทียบเท่าในสาขาที่เกี่ยวข้อง และต้องมีนายจ้างสหรัฐฯ เป็นผู้ยื่นคำร้องให้ ไม่ใช่วีซ่าที่ผู้สมัครยื่นเองได้โดยไม่มีนายจ้าง
H-1B 2026 มีโควตาเท่าไหร่?
โดยทั่วไป H-1B cap มีโควตา regular cap 65,000 และ U.S. advanced degree exemption หรือ master’s cap อีก 20,000 สำหรับผู้ที่จบปริญญาโทขึ้นไปจากสถาบันในสหรัฐฯ ที่เข้าเกณฑ์ รวมเป็น 85,000 ภายใต้ cap หลัก แต่มีบางนายจ้างที่อาจ cap-exempt เช่น สถาบันอุดมศึกษาและองค์กรวิจัยบางประเภท
H-1B lottery สมัครเองได้ไหม?
สมัครเองไม่ได้ในทางปฏิบัติ เพราะผู้ที่ทำ registration และยื่น H-1B petition คือ prospective petitioner หรือนายจ้างสหรัฐฯ หรือทนาย/ตัวแทนของนายจ้าง ผู้สมัครต้องมี job offer และนายจ้างต้องยินดี sponsor
ค่าลงทะเบียน H-1B lottery ปี 2026 เท่าไหร่?
สำหรับ FY 2027 H-1B cap registration ซึ่งเปิดในเดือนมีนาคม 2026 USCIS ระบุค่าธรรมเนียม registration ที่ 215 ดอลลาร์สหรัฐต่อ beneficiary โดยค่าธรรมเนียมนี้เป็นเพียงค่าลงทะเบียน lottery ยังไม่รวมค่าธรรมเนียม Form I-129, premium processing, attorney fee หรือค่าใช้จ่ายอื่นหลังถูกเลือก
ถ้าถูกเลือกใน lottery แล้วได้วีซ่าเลยไหม?
ยังไม่ได้วีซ่าทันที การถูกเลือกหมายถึงนายจ้างมีสิทธิ์ยื่น H-1B cap-subject petition ต่อ USCIS ภายในช่วง filing period ที่กำหนด จากนั้น USCIS ต้องพิจารณา Form I-129 และเอกสารประกอบ หากอนุมัติแล้ว ผู้สมัครที่อยู่นอกสหรัฐฯ จึงดำเนินการขอ H-1B visa ที่สถานทูต/สถานกงสุลและเดินทางเข้าตามเงื่อนไข
Co Journey Visa ช่วยเรื่อง H-1B ได้อย่างไร?
ทีมช่วยอธิบายขั้นตอน H-1B, ตรวจภาพรวมเอกสารส่วนตัว วุฒิการศึกษา ประสบการณ์ Resume, เอกสารแปล และเตรียมความเข้าใจก่อนคุยกับนายจ้างหรือทนายฝั่งสหรัฐฯ โดยไม่สามารถทำหน้าที่แทนนายจ้างหรือการันตีผล lottery/USCIS ได้

📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับ H-1B 2026

  • H-1B เป็นวีซ่าทำงานชั่วคราวสำหรับ specialty occupation และต้องมีนายจ้างสหรัฐฯ sponsor
  • โควตา H-1B cap หลักคือ 65,000 regular cap + 20,000 U.S. master’s cap
  • registration ในเดือนมีนาคม 2026 คือรอบ FY 2027 สำหรับการเริ่มงานโดยทั่วไปตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2026
  • FY 2027 registration fee ตาม USCIS คือ $215 ต่อ beneficiary
  • ผู้สมัครลง lottery เองไม่ได้ นายจ้างหรือทนาย/ตัวแทนนายจ้างต้องลงทะเบียนให้
  • หลังถูกเลือก ยังต้องยื่น Form I-129 และรอ USCIS อนุมัติ ไม่ใช่ได้วีซ่าทันที
  • ระบบ selection ปี 2026 มีทั้ง beneficiary-centric และ weighted selection ตาม rule ล่าสุด
  • ควรระวัง scam ที่อ้างว่าซื้อโควตาหรือการันตีผล lottery ได้

มีนายจ้างสหรัฐฯ สนใจ sponsor H-1B และอยากเตรียมเอกสารให้พร้อม?

ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจ Resume วุฒิการศึกษา Transcript เอกสารประสบการณ์ เอกสารแปล และอธิบายขั้นตอน H-1B cap lottery แบบรายเคส เพื่อให้คุณคุยกับนายจ้างและทนายฝั่งสหรัฐฯ ได้มั่นใจขึ้น

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com
⭐ รีวิวบทความ

บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?

ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น

0.0 ☆☆☆☆☆ จาก 0 รีวิว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่ได้เลือกดาว
ขอบคุณครับ รีวิวของคุณช่วยให้บทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่านคนต่อไปมากขึ้น 🙏

รีวิวจากผู้อ่าน

🐰
Rabbit Reader
★★★★★

อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย

🐱
Catเที่ยว
★★★★★

บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด

🐻
Bear Minimal
★★★★★

ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย

🦊
Fox Study
★★★★☆

บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ