วีซ่า Digital Nomad เกาหลี 2026: คนไทยสมัครได้ไหม? คุณสมบัติ รายได้ เอกสาร และขั้นตอนยื่น

วีซ่า Digital Nomad เกาหลี 2026: คนไทยสมัครได้ไหม? คุณสมบัติ รายได้ เอกสาร และขั้นตอนยื่น

💻 วีซ่าทำงานทางไกลเกาหลีใต้

วีซ่า Digital Nomad เกาหลี 2026: คนไทยสมัครได้ไหม? คุณสมบัติ รายได้ เอกสาร และขั้นตอนยื่น

เช็กให้ชัดก่อนเตรียมเอกสารว่าอาชีพ รายได้ และรูปแบบการทำงานของคุณเข้าเกณฑ์ F-1-D จริงหรือไม่
📅 อัปเดตล่าสุด: 10 กรกฎาคม 2569 ✍️ ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่านประมาณ 13 นาที

จุดที่คนไทยมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับวีซ่า Digital Nomad เกาหลี ไม่ใช่เรื่องว่า “ทำงานออนไลน์ได้หรือไม่” แต่คือการคิดว่าเพียงมีโน้ตบุ๊ก มีลูกค้าต่างประเทศ และมีเงินในบัญชีก็เพียงพอแล้ว

ความจริง วีซ่า Workation หรือ F-1-D ดูทั้งสถานะการทำงาน ประสบการณ์ในอุตสาหกรรม รายได้ส่วนบุคคล ประวัติอาชญากรรม และประกันสุขภาพ โดยเอกสารต้องพิสูจน์ได้ว่าคุณยังทำงานและรับรายได้จากแหล่งนอกเกาหลี ไม่ได้เข้าไปหางานหรือหารายได้จากบริษัทในเกาหลี

สำหรับผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่าวีซ่าประเภทนี้ต่างจากวีซ่าทำงานทางไกลประเทศอื่นอย่างไร สามารถอ่านภาพรวมเรื่อง Digital Nomad Visa คืออะไร ก่อนเปรียบเทียบกับเกณฑ์เฉพาะของเกาหลีใต้

สรุปสั้น ๆ: คนไทยสมัครวีซ่า Digital Nomad เกาหลี F-1-D ในปี 2026 ได้ หากอายุอย่างน้อย 18 ปี เป็นพนักงานของบริษัทต่างประเทศหรือเจ้าของธุรกิจนอกเกาหลี ทำงานทางไกลได้ มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเดียวกันอย่างน้อย 1 ปี และมีรายได้มากกว่า 2 เท่าของ GNI ต่อหัวเกาหลีในปีก่อนหน้า พร้อมประกันสุขภาพวงเงินไม่น้อยกว่า 100 ล้านวอน การทำงานรับค่าตอบแทนจากบริษัทหรือกิจการในเกาหลียังถูกจำกัด

💬 ไม่แน่ใจว่ารายได้หรือสถานะฟรีแลนซ์เข้าเกณฑ์หรือไม่?
ส่งข้อมูลอาชีพ รายได้ และรูปแบบสัญญามาให้ทีมช่วยคัดกรองเบื้องต้นก่อนเริ่มขอเอกสารหลายชุด

📱 ประเมินคุณสมบัติทาง LINE

🇰🇷 คนไทยสมัครวีซ่า Digital Nomad เกาหลี F-1-D ได้ไหม?

สมัครได้ครับ วีซ่า F-1-D ไม่ได้จำกัดเฉพาะบางสัญชาติ และสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยมีประกาศเกี่ยวกับวีซ่าดิจิทัลโนแมดสำหรับการยื่นจากประเทศไทยในปี 2026

อย่างไรก็ตาม การถือหนังสือเดินทางไทยไม่ได้ทำให้ผ่านคุณสมบัติโดยอัตโนมัติ ผู้สมัครยังต้องแสดงให้เห็นว่าเป็นผู้ทำงานระยะไกลให้บริษัทต่างประเทศหรือเป็นเจ้าของธุรกิจในต่างประเทศจริง มีรายได้ถึงเกณฑ์ และไม่ได้มีแผนเข้าไปทำงานกับนายจ้างในเกาหลี

✅ เช็กคำว่า “ทำงานทางไกล” ให้ถูกก่อน: งานต้องยังเชื่อมโยงกับนายจ้าง บริษัท ธุรกิจ หรือลูกค้านอกประเทศเกาหลี การเข้าเกาหลีแล้วรับงานจากบริษัทเกาหลี เปิดหน้าร้าน หรือให้บริการในตลาดเกาหลี อาจไม่อยู่ภายใต้วัตถุประสงค์ของ F-1-D

ผู้ที่ต้องการดูข้อมูลบริการและวีซ่าประเภทอื่นของประเทศเดียวกัน สามารถดูหน้า วีซ่าเกาหลีใต้ เพื่อเปรียบเทียบว่าวัตถุประสงค์การเดินทางของตนควรใช้ประเภทใด

🧭 วีซ่า F-1-D อนุญาตให้ทำอะไร และมีข้อจำกัดอะไร?

F-1-D ถูกออกแบบสำหรับคนที่มีงานหรือธุรกิจอยู่นอกเกาหลีอยู่แล้ว แต่ต้องการพำนักในเกาหลีพร้อมทำงานทางไกล วีซ่านี้จึงไม่ใช่ใบอนุญาตสำหรับเข้าไปหางาน รับจ้างบริษัทเกาหลี หรือเริ่มกิจกรรมที่สร้างรายได้ในประเทศ

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

กิจกรรม สอดคล้องกับ F-1-D หรือไม่ สิ่งที่ต้องพิสูจน์หรือระวัง
ทำงานออนไลน์ให้บริษัทในไทย มีโอกาสเข้าเกณฑ์ ต้องมีหนังสือรับรองการทำงาน ระยะเวลาทำงาน และสิทธิทำงานจากต่างประเทศ
บริหารบริษัทที่จดทะเบียนนอกเกาหลี มีโอกาสเข้าเกณฑ์ ต้องพิสูจน์ความเป็นเจ้าของ การดำเนินธุรกิจจริง และรายได้ส่วนบุคคล
ฟรีแลนซ์รับลูกค้าหลายประเทศ ต้องพิจารณารายเคส สถานะต้องเชื่อมโยงกับธุรกิจหรือบริษัทต่างประเทศได้ชัด ไม่ใช่มีเพียงใบโอนเงินกระจัดกระจาย
รับงานจากบริษัทเกาหลี ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ อาจเข้าข่ายกิจกรรมการจ้างงานหรือแสวงหากำไรในเกาหลีซึ่งถูกจำกัด
เปิดร้านหรือให้บริการลูกค้าในเกาหลี ไม่ควรใช้ F-1-D เป็นฐาน ควรตรวจประเภทวีซ่าและใบอนุญาตที่รองรับกิจกรรมทางธุรกิจโดยตรง
❌ ความเข้าใจผิดที่เสี่ยง: การได้รับ F-1-D ไม่ได้แปลว่าสามารถรับงานทุกประเภทในเกาหลีได้ วีซ่านี้รองรับการพำนักพร้อมทำงานทางไกลจากแหล่งรายได้นอกประเทศเป็นหลัก

🔍 คุณสมบัติหลักที่ต้องผ่านก่อนเริ่มเตรียมเอกสาร

1

อายุอย่างน้อย 18 ปี

ข้อกำหนดอายุใช้กับผู้สมัครหลัก ส่วนบุตรที่เป็นผู้ติดตามอาจมีอายุต่ำกว่า 18 ปีได้

2

มีฐานงานหรือธุรกิจนอกเกาหลี

เป็นพนักงานบริษัทต่างประเทศ เจ้าของบริษัท หรือผู้ประกอบธุรกิจที่พิสูจน์ตัวตนและการดำเนินงานได้

3

ทำงานในอุตสาหกรรมเดิมไม่น้อยกว่า 1 ปี

ควรมีเอกสารที่แสดงเส้นทางอาชีพต่อเนื่อง ไม่ใช่เพิ่งเริ่มงานก่อนยื่นไม่นาน

4

ได้รับอนุญาตให้ทำงานทางไกล

หนังสือจากนายจ้างควรยืนยันโดยตรงว่าสามารถทำงานจากเกาหลีหรือจากต่างประเทศได้

5

รายได้มากกว่าเกณฑ์ที่กำหนด

พิจารณาจากรายได้ของผู้สมัคร ไม่ใช่เพียงยอดเงินฝากหรือยอดขายรวมของบริษัท

6

มีประกันสุขภาพตามเงื่อนไข

ต้องครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลและการส่งตัวกลับประเทศไม่น้อยกว่า 100 ล้านวอนตลอดช่วงพำนัก

⚠️ มีเงินก้อนแต่รายได้ไม่ถึง อาจยังไม่เข้าเกณฑ์: F-1-D ใช้เกณฑ์ “รายได้” เป็นหลัก ยอดเงินฝากจำนวนมากสามารถช่วยอธิบายสภาพคล่องได้ แต่ไม่ควรใช้แทนหลักฐานรายได้ประจำปีที่กฎกำหนด

💰 รายได้ขั้นต่ำของวีซ่า Digital Nomad เกาหลีปี 2026 เท่าไร?

หลักเกณฑ์ของกระทรวงยุติธรรมเกาหลีกำหนดว่า ผู้สมัครต้องมีรายได้ มากกว่า 2 เท่าของ GNI ต่อหัวของเกาหลีในปีก่อนหน้า ตามตัวเลขที่ธนาคารกลางเกาหลีประกาศ

ธนาคารกลางเกาหลีเผยแพร่ข้อมูลวันที่ 9 มิถุนายน 2026 ว่า GNI ต่อหัวของปี 2025 อยู่ที่ 52.57 ล้านวอน เมื่อนำมาคูณสอง จะได้เกณฑ์คำนวณดังนี้

📌 ตัวเลขอ้างอิงจากข้อมูลล่าสุด:
  • GNI ต่อหัวปี 2025: 52,570,000 วอน
  • 2 เท่าของ GNI: 105,140,000 วอนต่อปี
  • เฉลี่ยประมาณ: 8,761,667 วอนต่อเดือน
  • กฎใช้คำว่า “มากกว่า” 2 เท่า จึงไม่ควรวางรายได้ให้พอดีกับเส้นขั้นต่ำ

ประกาศของสถานกงสุลเกาหลีบางแห่งระบุให้พิจารณารายได้หลังหักภาษี ดังนั้นผู้สมัครควรเตรียมเอกสารที่แยกเงินเดือนขั้นต้น ภาษี และรายได้สุทธิให้เข้าใจง่าย ไม่ควรใช้ตัวเลขในสัญญาจ้างเพียงอย่างเดียว

⚠️ ทำไมต้องยืนยันตัวเลขกับสถานทูตอีกครั้ง? ตัวเลข GNI อาจมีการปรับจากข้อมูลเบื้องต้นเป็นข้อมูลล่าสุด และสถานทูตแต่ละแห่งอาจอัปเดต Checklist ตามรอบเวลาต่างกัน ก่อนยื่นจริงควรตรวจประกาศ F-1-D ของสถานทูตเกาหลีในประเทศไทยว่าใช้เกณฑ์ใดในวันที่รับคำร้อง

รายได้แบบไหนอธิบายได้ง่ายกว่า?

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

รูปแบบรายได้ หลักฐานที่ช่วยยืนยัน จุดที่ต้องอธิบายเพิ่ม
เงินเดือนประจำ สัญญาจ้าง หนังสือรับรอง เงินเดือน สลิปเงินเดือน รายการเดินบัญชี และภาษี ชื่อผู้จ่ายกับชื่อบริษัทควรสัมพันธ์กัน และหนังสือต้องอนุญาตให้ทำงานทางไกล
เงินเดือนกับโบนัส เอกสารบริษัทที่แยกเงินเดือน โบนัส และเงื่อนไขการจ่าย โบนัสที่ไม่แน่นอนอาจไม่ถูกนับเท่ารายได้ประจำทั้งหมด
รายได้เจ้าของบริษัท ทะเบียนบริษัท งบการเงิน ภาษี เงินเดือนหรือเงินปันผล และ Statement ส่วนตัว รายได้บริษัทไม่เท่ากับรายได้ส่วนบุคคล ต้องแสดงเงินที่ผู้สมัครได้รับจริง
รายได้ฟรีแลนซ์ สัญญาลูกค้า ใบแจ้งหนี้ หลักฐานรับเงิน ภาษี และประวัติผลงาน ต้องพิสูจน์สถานะธุรกิจต่างประเทศและความต่อเนื่องของงานให้ชัด

📂 เอกสารวีซ่า F-1-D ที่คนไทยควรเตรียมเป็นหมวด

รายการสุดท้ายต้องยึดประกาศของสถานทูตเกาหลีประจำประเทศไทยในวันที่ยื่น แต่จากหลักเกณฑ์กลาง เอกสารสำคัญสามารถแบ่งได้ดังนี้

1. เอกสารประจำตัวและแบบคำร้อง

  • แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าเกาหลี Form No. 17 ที่กรอกครบและลงลายมือชื่อ
  • หนังสือเดินทางที่ยังมีอายุเพียงพอตามข้อกำหนดของสถานทูต
  • รูปถ่ายมาตรฐานตามขนาดและเงื่อนไขล่าสุด
  • ค่าธรรมเนียมตามอัตราที่ใช้กับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย
  • หลักฐานที่อยู่หรือถิ่นพำนักในเขตอำนาจของสถานทูต หากมีการร้องขอ

2. เอกสารงานและสิทธิทำงานทางไกล

  • สัญญาจ้างงานหรือหนังสือแต่งตั้งตำแหน่ง
  • หนังสือรับรองจากนายจ้าง ระบุวันเริ่มงาน ตำแหน่ง รายได้ และลักษณะงาน
  • ข้อความยืนยันว่าบริษัทอนุญาตให้ทำงานทางไกลจากเกาหลีใต้
  • หลักฐานประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเดียวกันอย่างน้อย 1 ปี
  • ข้อมูลจดทะเบียนและลักษณะธุรกิจของบริษัท

หนังสือจากนายจ้างที่ออกเป็นภาษาไทยอาจต้อง แปลเอกสาร หรือรับรองเพิ่มเติมตามเงื่อนไขที่สถานทูตกำหนด ควรเช็กภาษาที่รับและรูปแบบการรับรองก่อนสั่งเอกสารจากบริษัท

3. เอกสารรายได้และการเงิน

  • สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองเงินเดือน
  • รายการเดินบัญชีที่เห็นเงินเข้าจากนายจ้างหรือคู่สัญญา
  • เอกสารภาษีเงินได้หรือหลักฐานรายได้ประจำปี
  • หลักฐานโบนัส เงินปันผล หรือรายได้อื่น หากนำมาใช้ประกอบ
  • คำอธิบายกรณีชื่อผู้โอนเงินไม่ตรงกับชื่อนายจ้างในสัญญา

4. ประวัติอาชญากรรมและประกันสุขภาพ

  • หนังสือรับรองประวัติอาชญากรรมจากประเทศไทย
  • ประวัติอาชญากรรมจากประเทศอื่น หากเคยพำนักเป็นเวลานานตามเกณฑ์ที่สถานทูตกำหนด
  • Apostille หรือ Consular Legalization ตามประเทศที่ออกเอกสาร
  • กรมธรรม์ประกันสุขภาพที่ครอบคลุมอย่างน้อย 100 ล้านวอน
  • รายละเอียดความคุ้มครองค่ารักษาและการส่งตัวกลับประเทศ

5. เอกสารครอบครัว หากมีผู้ติดตาม

  • ทะเบียนสมรสสำหรับคู่สมรส
  • สูติบัตรสำหรับบุตร
  • เอกสารเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล หากชื่อในเอกสารไม่ตรงกัน
  • ประกันสุขภาพที่ครอบคลุมสมาชิกครอบครัว
  • หลักฐานทางการเงินเพิ่มเติม หากสถานทูตร้องขอ
💡 วิธีตรวจเอกสารแบบใช้งานจริง: ลองเรียงเอกสารแล้วถามว่า เจ้าหน้าที่เห็นคำตอบเดียวกันหรือไม่ว่า “ผู้สมัครทำงานอะไร ทำมานานแค่ไหน ใครเป็นผู้จ่ายรายได้ ได้รับเงินสุทธิเท่าไร และเหตุใดจึงทำงานจากเกาหลีได้” หากแต่ละเอกสารตอบคนละแบบ ควรแก้ก่อนยื่น

🧑‍💻 ฟรีแลนซ์ พนักงาน และเจ้าของธุรกิจ ถูกตรวจต่างกันอย่างไร?

คำว่า Digital Nomad ทำให้หลายคนคิดว่าวีซ่านี้เปิดกว้างสำหรับฟรีแลนซ์ทุกคน แต่ภาษาของหลักเกณฑ์กลางเน้น “เจ้าของธุรกิจในต่างประเทศ” หรือ “บุคคลที่สังกัดบริษัทต่างประเทศ” ซึ่งทำงานทางไกลได้

ฟรีแลนซ์ที่ไม่มีนิติบุคคล ไม่มีทะเบียนธุรกิจ ไม่มีสัญญาระยะยาว และรับเงินจากบุคคลหลายรายแบบไม่สม่ำเสมอ จึงอาจต้องอธิบายสถานะมากกว่าพนักงานประจำ

🧩 Decision Flow: เคสของคุณพร้อมยื่นหรือยัง?

1
มีบริษัท นายจ้าง หรือธุรกิจนอกเกาหลีที่ตรวจสอบได้หรือไม่?
ถ้าไม่มี ควรประเมินก่อนว่าสถานะอาชีพเข้าเกณฑ์ผู้สมัครหรือไม่
2
ทำงานในอุตสาหกรรมเดียวกันเกิน 1 ปีหรือยัง?
ถ้าเปลี่ยนอาชีพหรือเพิ่งเริ่มธุรกิจ ต้องเตรียมหลักฐานเส้นทางอาชีพให้ละเอียด
3
รายได้ส่วนบุคคลมากกว่าเกณฑ์หรือไม่?
อย่านับยอดขายบริษัทหรือรายได้ที่ยังไม่ได้จ่ายให้ผู้สมัครเป็นรายได้ส่วนตัวทันที
4
มีหนังสืออนุญาตให้ทำงานจากเกาหลีหรือไม่?
คำว่า Remote Work อย่างเดียวอาจยังไม่ชัดเท่าการระบุประเทศและช่วงเวลาโดยตรง
5
หลักฐานรายได้ ภาษี และเงินเข้าบัญชีเชื่อมกันหรือไม่?
ถ้าไม่ตรง ควรมีเอกสารอธิบายแหล่งเงินก่อนยื่น

มีรายได้ถึงเกณฑ์ แต่ไม่แน่ใจว่าสถานะอาชีพพิสูจน์ได้พอหรือไม่?
ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจความเชื่อมโยงระหว่างสัญญา หนังสือนายจ้าง ภาษี และรายการรับเงินก่อนจัดชุดยื่น

💬 ส่งข้อมูลให้ทีมช่วยประเมิน

📝 ขั้นตอนยื่นวีซ่า Digital Nomad เกาหลีจากประเทศไทย

  1. ตรวจคุณสมบัติขั้นต้น
    เช็กอายุ ประสบการณ์ รูปแบบการทำงาน รายได้ และข้อจำกัดเรื่องการรับงานในเกาหลี
  2. ตรวจประกาศ F-1-D ของสถานทูตเกาหลีในประเทศไทย
    ยืนยัน Checklist วิธีรับคำร้อง ระบบนัดหมาย การยื่นด้วยตนเองหรือผ่านตัวแทน และค่าธรรมเนียมล่าสุด
  3. ขอหนังสือจากบริษัทให้ตรงวัตถุประสงค์
    หนังสือควรระบุความสัมพันธ์กับบริษัท ประสบการณ์ รายได้ และสิทธิทำงานทางไกลจากเกาหลีอย่างชัดเจน
  4. รวบรวมหลักฐานรายได้
    จัดสลิปเงินเดือน รายการเดินบัญชี และภาษีให้อ่านต่อเนื่องและคำนวณรายได้สุทธิได้
  5. ทำประวัติอาชญากรรมและรับรองเอกสาร
    ตรวจอายุเอกสารและวิธี Apostille หรือ Consular Legalization ก่อนเริ่ม เพราะบางขั้นตอนใช้เวลา
  6. ซื้อประกันสุขภาพตามวงเงิน
    กรมธรรม์ต้องแสดงรายละเอียดความคุ้มครองไม่น้อยกว่า 100 ล้านวอนและครอบคลุมช่วงพำนัก
  7. กรอกแบบฟอร์มและยื่นตามช่องทางที่ประกาศ
    ตรวจชื่อ วันเดือนปีเกิด หมายเลขหนังสือเดินทาง และประวัติการเดินทางให้ตรงทุกเอกสาร
  8. ติดตามสถานะผ่าน Korea Visa Portal
    สถานทูตอาจขอเอกสารเพิ่มเติมหรือเรียกสัมภาษณ์ตามความจำเป็น
  9. หลังเดินทางเข้าเกาหลี
    หากพำนักเกิน 90 วัน ให้ลงทะเบียนคนต่างชาติตามกำหนด และแจ้งการเปลี่ยนที่อยู่เมื่อมีการย้ายที่พัก
📌 ระยะเวลาพิจารณาและค่าธรรมเนียม: ไม่ควรใช้ตัวเลขจากสถานทูตเกาหลีในประเทศอื่นแทนประเทศไทย เพราะช่องทางรับคำร้อง ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาดำเนินการอาจต่างกัน ควรวางแผนเผื่อการขอประวัติอาชญากรรม การรับรองเอกสาร และการขอเอกสารจากบริษัทเพิ่มเติม

🧪 3 ตัวอย่างเคสที่ควรประเมินก่อนตัดสินใจยื่น

เคสที่ 1: พนักงานบริษัทไทย ทำงาน Remote เต็มเวลา

ผู้สมัครทำงานบริษัทเทคโนโลยีในไทยมา 3 ปี รายได้สูงกว่าเกณฑ์ บริษัทอนุญาตให้ทำงานจากต่างประเทศ แต่หนังสือรับรองเดิมระบุเพียง “Work from Home”

จุดที่ควรแก้: ขอหนังสือใหม่ที่ระบุว่าสามารถทำงานจากสาธารณรัฐเกาหลีในช่วงเวลาที่วางแผนไว้ พร้อมยืนยันว่าบริษัทยังเป็นผู้จ่ายเงินเดือน

เคสที่ 2: ฟรีแลนซ์มีรายได้ถึง แต่ไม่มีสถานะธุรกิจชัด

ผู้สมัครรับงานออกแบบจากลูกค้าหลายประเทศ รายได้รวมสูง แต่ใช้ข้อตกลงผ่านแชต ไม่มีสัญญา ไม่มีทะเบียนธุรกิจ และบางเดือนรับเงินเข้าบัญชีบุคคลอื่น

จุดเสี่ยง: แม้ยอดรวมถึงเกณฑ์ แต่เจ้าหน้าที่อาจตรวจสอบสถานะงาน ความต่อเนื่อง และแหล่งเงินได้ยาก ควรจัดระบบสัญญา ใบแจ้งหนี้ ภาษี และบัญชีรับเงินก่อน

เคสที่ 3: เจ้าของบริษัทที่ยอดขายสูง แต่เงินเดือนส่วนตัวต่ำ

บริษัทมียอดขายหลายล้านบาทต่อปี แต่ผู้สมัครรับเงินเดือนต่ำและนำกำไรส่วนใหญ่เก็บไว้ในบริษัท

จุดที่ต้องพิจารณา: เกณฑ์รายได้มุ่งที่รายได้ของผู้สมัคร การนำยอดขายหรืองบกำไรบริษัทมาใช้แทนรายได้ส่วนบุคคลอาจไม่เพียงพอ ต้องแสดงเงินเดือน เงินปันผล หรือรายได้ที่ได้รับจริง

⚠️ ตัวอย่างข้างต้นใช้เพื่อช่วยประเมินเอกสารเท่านั้น: การมีรูปแบบเคสคล้ายกันไม่ได้หมายความว่าจะได้รับอนุมัติ ผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับสถานทูตและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของเกาหลี

🚫 ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยในการเตรียมวีซ่า Workation เกาหลี

  • คำนวณรายได้จากยอดเงินเข้าทุกประเภท ทั้งเงินโอนระหว่างบัญชี เงินคืน หรือเงินกู้ ทำให้ยอดรายได้จริงไม่ชัด
  • ใช้รายได้บริษัทแทนรายได้ส่วนบุคคล โดยไม่มีหลักฐานเงินเดือนหรือเงินปันผลที่ผู้สมัครได้รับจริง
  • หนังสือนายจ้างไม่ระบุสิทธิทำงานจากเกาหลี หรือระบุเพียงทำงานจากบ้านโดยไม่กล่าวถึงการทำงานข้ามประเทศ
  • ระยะเวลาทำงานในเอกสารไม่ตรงกัน เช่น สัญญา หนังสือรับรอง และภาษีแสดงวันเริ่มงานคนละวัน
  • ซื้อประกันจากชื่อผลิตภัณฑ์โดยไม่ดูวงเงิน กรมธรรม์อาจไม่ถึง 100 ล้านวอนหรือไม่ครอบคลุมการส่งตัวกลับประเทศ
  • ทำประวัติอาชญากรรมเร็วเกินไป จนเอกสารหมดอายุหรือผ่านการรับรองไม่ตรงรูปแบบในวันยื่น
  • มีแผนรับงานในเกาหลี ซึ่งขัดกับข้อจำกัดของสถานะ F-1-D แม้รายได้และเอกสารอื่นจะครบ

ผู้ที่ต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจประเภทวีซ่าและลำดับเอกสาร สามารถดูข้อมูล ปรึกษาวีซ่า เพื่อประเมินว่าควรเริ่มจากเอกสารส่วนใดก่อน

🏠 หลังได้วีซ่าแล้ว อยู่เกาหลีได้นานแค่ไหน?

ตามหลักเกณฑ์กลาง ผู้ถือ F-1-D ได้รับระยะเวลาพำนัก 1 ปีนับจากวันเดินทางเข้า และอาจขอต่อได้อีก 1 ปี รวมระยะเวลาสูงสุด 2 ปี หากยังมีคุณสมบัติและยื่นเอกสารต่ออายุตามกำหนด

ผู้ที่พำนักเกิน 90 วันต้องลงทะเบียนคนต่างชาติกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบพื้นที่พักอาศัยภายในกำหนด หากย้ายที่อยู่ระหว่างพำนัก ต้องรายงานที่อยู่ใหม่ตามกรอบเวลาของกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง

💡 วางแผนชีวิตจริงก่อนเลือกวีซ่า: นอกจากคุณสมบัติวีซ่า ควรดูค่าเช่าที่พัก เงินมัดจำ ประกันสุขภาพ ภาษี การทำงานต่างเวลา และนโยบายบริษัทเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลหรือ Cybersecurity ด้วย ผู้ที่กำลังเลือกเมืองสามารถอ่านแนวทาง เที่ยวเกาหลีใต้ เพื่อเปรียบเทียบลักษณะเมืองและการเดินทางเบื้องต้น

🔗 แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นจริง

📣 Fact Freshness: เกณฑ์รายได้ แบบฟอร์ม อายุเอกสาร วิธีนัดหมาย ค่าธรรมเนียม ระยะเวลาพิจารณา และขั้นตอนรับรองเอกสารสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ควรยึด Checklist ล่าสุดของสถานทูตเกาหลีประจำประเทศไทยในวันที่ยื่นเป็นหลัก

⭐ ทำไมควรให้ Co Journey Visa ช่วยตรวจเคส F-1-D?

  • คัดกรองคุณสมบัติก่อนเริ่มทำเอกสาร — ช่วยดูว่าฐานงาน รูปแบบธุรกิจ และประสบการณ์เข้าเกณฑ์เบื้องต้นหรือไม่
  • ตรวจวิธีคำนวณรายได้ — แยกรายได้ส่วนบุคคล เงินเดือน โบนัส เงินปันผล และเงินที่ไม่ควรนับรวม
  • ตรวจหนังสือจากบริษัท — ช่วยดูว่ามีรายละเอียดเรื่อง Remote Work ระยะเวลาทำงาน และผู้จ่ายรายได้เพียงพอหรือไม่
  • วางแผนเอกสารที่ต้องรับรอง — ลดความเสี่ยงจากการทำประวัติอาชญากรรมหรือรับรองเอกสารผิดลำดับ
  • คำแนะนำแบบรายเคส — พนักงาน ฟรีแลนซ์ และเจ้าของธุรกิจมีจุดพิสูจน์ต่างกัน จึงไม่ควรใช้รายการเอกสารเดียวกันทั้งหมด

Co Journey Visa ช่วยด้านการประเมิน วางแผน และตรวจความสอดคล้องของเอกสาร แต่ไม่สามารถรับประกันผลการอนุมัติ ซึ่งเป็นอำนาจของสถานทูตและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี

❓ คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับวีซ่า Digital Nomad เกาหลี

ได้ คนถือหนังสือเดินทางไทยสามารถสมัครวีซ่า F-1-D ได้ หากมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ เช่น ทำงานทางไกลให้บริษัทหรือธุรกิจนอกเกาหลี มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเดียวกันอย่างน้อย 1 ปี ผ่านเกณฑ์รายได้ และมีประกันสุขภาพตามวงเงินที่กำหนด
กฎกลางกำหนดให้มีรายได้มากกว่า 2 เท่าของ GNI ต่อหัวของเกาหลีในปีก่อนหน้า จากข้อมูลปี 2025 ที่ธนาคารกลางเกาหลีประกาศในเดือนมิถุนายน 2026 ตัวเลขคำนวณได้มากกว่า 105.14 ล้านวอนต่อปี หรือประมาณ 8.76 ล้านวอนต่อเดือน อย่างไรก็ตาม ต้องยืนยันเกณฑ์ที่สถานทูตใช้จริงอีกครั้งในวันยื่น
ฟรีแลนซ์ไม่ได้ผ่านคุณสมบัติโดยอัตโนมัติ ผู้สมัครต้องแสดงให้เห็นว่าอยู่ในฐานะเจ้าของธุรกิจในต่างประเทศหรือมีความสัมพันธ์กับบริษัทต่างประเทศอย่างชัดเจน พร้อมสัญญา รายได้ ภาษี และหลักฐานการทำงานในอุตสาหกรรมเดียวกันอย่างน้อย 1 ปี
ไม่ได้ตามวัตถุประสงค์ของวีซ่าประเภทนี้ ผู้ถือ F-1-D ต้องทำงานทางไกลและรับรายได้จากนายจ้าง ธุรกิจ หรือลูกค้านอกเกาหลี การรับงานหรือทำกิจกรรมที่สร้างรายได้จากบริษัทและหน่วยงานในเกาหลีอาจผิดเงื่อนไขการพำนัก
สามารถยื่นให้สมาชิกครอบครัวที่มีสิทธิเป็นผู้ติดตามได้ โดยต้องมีเอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์ เช่น ทะเบียนสมรสหรือสูติบัตร และอาจต้องแสดงความสามารถทางการเงินกับประกันสุขภาพที่ครอบคลุมสมาชิกครอบครัวเพิ่มเติม
โดยหลักอนุญาตให้พำนัก 1 ปี และอาจขอต่อได้อีก 1 ปี รวมสูงสุด 2 ปี หากยังมีคุณสมบัติครบ ผู้ที่พำนักเกิน 90 วันต้องดำเนินการลงทะเบียนคนต่างชาติภายในระยะเวลาที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด
หนังสือรับรองประวัติอาชญากรรมต้องผ่าน Apostille หรือการรับรองทางกงสุลตามวิธีที่สถานทูตเกาหลีกำหนดสำหรับเอกสารที่ออกในประเทศไทย ผู้สมัครควรตรวจขั้นตอนการรับรองล่าสุดก่อนดำเนินการ เพราะข้อกำหนดอาจแตกต่างตามประเทศที่ออกเอกสาร

📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับวีซ่า Digital Nomad เกาหลี 2026

  • คนไทยสมัคร F-1-D ได้ แต่ต้องมีฐานงานหรือธุรกิจอยู่นอกเกาหลี
  • ต้องมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเดียวกันอย่างน้อย 1 ปี
  • จากข้อมูล GNI ปี 2025 เกณฑ์คำนวณปัจจุบันอยู่ที่มากกว่า 105.14 ล้านวอนต่อปี
  • รายได้บริษัท ยอดเงินฝาก และรายได้ส่วนบุคคลเป็นคนละเรื่อง ต้องแยกให้ชัด
  • ประกันสุขภาพต้องมีวงเงินไม่น้อยกว่า 100 ล้านวอนและครอบคลุมการส่งตัวกลับประเทศ
  • ไม่อนุญาตให้ใช้วีซ่านี้เป็นฐานในการรับงานหรือสร้างรายได้จากบริษัทในเกาหลี
  • พำนักได้ 1 ปี และอาจต่อได้อีก 1 ปี รวมสูงสุด 2 ปี
  • ควรตรวจประกาศสถานทูตเกาหลีในประเทศไทยก่อนยื่นทุกครั้ง

รายได้ถึงเกณฑ์แล้ว ขั้นต่อไปคือทำให้เอกสารพิสูจน์ได้จริง

ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจสถานะอาชีพ วิธีคำนวณรายได้ หนังสือจากบริษัท เอกสารการเงิน ประกัน และลำดับการรับรองเอกสาร เพื่อให้ชุดคำร้องอ่านแล้วเห็นภาพเดียวกันมากขึ้น

📱 ปรึกษาทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com
⭐ รีวิวบทความ

บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?

ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น

0.0 ☆☆☆☆☆ จาก 0 รีวิว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่ได้เลือกดาว
ขอบคุณครับ รีวิวของคุณช่วยให้บทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่านคนต่อไปมากขึ้น 🙏

รีวิวจากผู้อ่าน

🐰
Rabbit Reader
★★★★★

อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย

🐱
Catเที่ยว
★★★★★

บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด

🐻
Bear Minimal
★★★★★

ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย

🦊
Fox Study
★★★★☆

บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ