วิธีขอ Employment Pass สิงคโปร์ 2026 สำหรับคนไทย
Employment Pass สิงคโปร์ หรือ EP คือใบอนุญาตทำงานสำหรับคนไทยที่ต้องการไปทำงานในประเทศสิงคโปร์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยเหมาะกับผู้เชี่ยวชาญ ผู้จัดการ ผู้บริหาร และพนักงานต่างชาติที่มีทักษะเฉพาะทาง ซึ่งได้รับการจ้างงานจากบริษัทในสิงคโปร์
ในปี 2026 การขอ Employment Pass สิงคโปร์ไม่ได้ดูแค่ “มีบริษัทรับเข้าทำงาน” แต่ต้องผ่านทั้งเกณฑ์เงินเดือนขั้นต่ำ คุณสมบัติของผู้สมัคร และระบบ COMPASS Framework ของ Ministry of Manpower หรือ MOM ซึ่งประเมินทั้งฝั่งผู้สมัครและบริษัทนายจ้าง
จากประสบการณ์ทำวีซ่าและดูเคสลูกค้าจริง Co Journey Visa พบว่าเคส Employment Pass ที่มีปัญหามักไม่ได้เกิดจากผู้สมัครไม่มีความสามารถ แต่เกิดจากเอกสารไม่สอดคล้องกัน เช่น เงินเดือนต่ำกว่าเกณฑ์ MOM, วุฒิไม่ตรงกับตำแหน่ง, บริษัทนายจ้างกรอกข้อมูลผิด หรือไม่ได้เตรียมเอกสาร supporting documents ให้เพียงพอ
Employment Pass สิงคโปร์ คืออะไร?
ใบอนุญาตทำงานสำหรับผู้เชี่ยวชาญและตำแหน่งระดับมืออาชีพ
Employment Pass หรือ EP คือ work pass ที่ออกโดย Ministry of Manpower Singapore สำหรับชาวต่างชาติที่ทำงานในตำแหน่ง professional, manager, executive หรือ specialist ในบริษัทที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องในสิงคโปร์
ตำแหน่งที่มักใช้ Employment Pass
- Manager, Executive หรือ Business Development ระดับมืออาชีพ
- วิศวกร นักวิเคราะห์ระบบ ผู้เชี่ยวชาญ IT หรือ Software
- ที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน การตลาด หรือการบริหาร
- ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม หรือข้อมูล
- ตำแหน่งเฉพาะทางที่ต้องใช้ประสบการณ์และคุณวุฒิสูง
สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนสมัคร EP
Employment Pass ไม่ใช่วีซ่าที่ผู้สมัครยื่นเองโดยลำพัง โดยทั่วไปนายจ้างหรือ appointed employment agent ในสิงคโปร์จะเป็นผู้ยื่นใบสมัครผ่านระบบของ MOM ผู้สมัครต้องมี job offer และต้องให้ consent แก่นายจ้างก่อนยื่น สามารถตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้จากเว็บไซต์ทางการ MOM: Employment Pass - MOM
ใครสามารถขอ Employment Pass สิงคโปร์ 2026 ได้บ้าง?
เหมาะกับคนไทยที่มีงานระดับ professional และมีนายจ้างในสิงคโปร์
ผู้สมัคร Employment Pass ต้องมีข้อเสนองานจากบริษัทในสิงคโปร์ และตำแหน่งงานควรมีระดับความรับผิดชอบ เงินเดือน และคุณสมบัติที่เหมาะสมกับเกณฑ์ของ MOM ไม่ใช่ทุกงานในสิงคโปร์จะสามารถใช้ EP ได้ เพราะบางตำแหน่งอาจเหมาะกับ work pass ประเภทอื่นมากกว่า
| กลุ่มผู้สมัคร | ตัวอย่างสถานการณ์ | คำแนะนำจากประสบการณ์จริง |
|---|---|---|
| ผู้จัดการหรือผู้บริหาร | ได้รับ offer เป็น manager, regional coordinator หรือ executive ในบริษัทสิงคโปร์ | ควรมี job scope ที่สะท้อนความรับผิดชอบระดับ management ไม่ใช่งาน operation ทั่วไป |
| ผู้เชี่ยวชาญสาย IT / Engineering | ทำงานด้าน software, data, system, engineering หรือ technical specialist | ควรเตรียม resume, certificate, portfolio หรือ employment record ให้แสดงทักษะจริง |
| ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและธุรกิจ | ตำแหน่ง analyst, consultant, finance specialist หรือ business strategist | กลุ่ม financial services มักมี salary benchmark สูงกว่า จึงควรเช็กเงินเดือนก่อนยื่น |
| คนไทยที่ย้ายงานไปบริษัทสิงคโปร์ | มีประสบการณ์ในไทยหรือประเทศอื่น และได้รับ job offer จากบริษัทสิงคโปร์ | ประสบการณ์ควรเชื่อมกับตำแหน่งใหม่ให้ชัด ไม่ควรให้ resume ดูกระโดดสายเกินไป |
คุณสมบัติ Employment Pass สิงคโปร์ 2026
ต้องผ่านทั้งเงินเดือนขั้นต่ำและระบบ COMPASS
MOM ใช้ระบบพิจารณา Employment Pass แบบ 2 ชั้น คือ ผู้สมัครต้องมีเงินเดือนถึง EP qualifying salary ก่อน จากนั้นโดยทั่วไปต้องผ่านระบบ COMPASS ซึ่งเป็นระบบคะแนนที่ดูทั้งคุณสมบัติผู้สมัครและ profile ของบริษัทนายจ้าง
| เงื่อนไข | สิ่งที่ต้องพิสูจน์ | จุดที่คนมักพลาด |
|---|---|---|
| Job Offer | มีข้อเสนองานจากบริษัทที่จดทะเบียนในสิงคโปร์ | มี offer แต่ job title และ job scope ไม่ชัดเจน |
| เงินเดือนขั้นต่ำ | โดยทั่วไปต้องเริ่มที่อย่างน้อย SGD 5,600 ต่อเดือน และสูงขึ้นตามอายุ/sector | เข้าใจผิดว่า SGD 5,600 ใช้ได้กับทุกอายุและทุกอุตสาหกรรม |
| Financial Services | ตำแหน่งใน financial services โดยทั่วไปเริ่มที่ SGD 6,200 ต่อเดือน | ใช้เกณฑ์เงินเดือนทั่วไป ทั้งที่ตำแหน่งอยู่ในภาคการเงิน |
| COMPASS | ผ่านการประเมินด้าน salary, qualifications, diversity และ local employment support | ดูแค่ profile ผู้สมัคร แต่ลืมว่าบริษัทนายจ้างก็มีผลต่อคะแนน |
| คุณวุฒิและประสบการณ์ | วุฒิหรือประสบการณ์ต้องสัมพันธ์กับตำแหน่งงาน | ส่งแค่ resume แต่ไม่มีเอกสารสนับสนุนความเชี่ยวชาญ |
สามารถตรวจสอบ eligibility และเงินเดือนขั้นต่ำล่าสุดได้จากเว็บไซต์ทางการ MOM: Eligibility for Employment Pass
COMPASS Framework คืออะไร และทำไมสำคัญกับ Employment Pass?
ระบบคะแนนที่ดูทั้งผู้สมัครและบริษัทนายจ้าง
COMPASS หรือ Complementarity Assessment Framework เป็นระบบประเมิน Employment Pass ที่ช่วยให้ MOM พิจารณาใบสมัครแบบโปร่งใสขึ้น โดยดูหลายด้าน ไม่ใช่แค่เงินเดือนหรือวุฒิของผู้สมัครเพียงอย่างเดียว
| เกณฑ์ COMPASS | พิจารณาอะไร | คำแนะนำจากประสบการณ์จริง |
|---|---|---|
| Salary | เงินเดือนเทียบกับ local PMET salary ใน sector เดียวกัน | เงินเดือนแค่ผ่านขั้นต่ำอาจยังไม่พอ ต้องดู benchmark ของ sector ด้วย |
| Qualifications | คุณวุฒิ สถาบัน และความเกี่ยวข้องกับงาน | วุฒิดีช่วยได้ แต่หากงานไม่สัมพันธ์กันควรมีประสบการณ์รองรับ |
| Diversity | สัดส่วน nationality ของพนักงานต่างชาติในบริษัท | ผู้สมัครอาจ profile ดี แต่คะแนนส่วนนี้ขึ้นกับโครงสร้างพนักงานของนายจ้าง |
| Support for Local Employment | การสนับสนุนการจ้างงานคนท้องถิ่นของบริษัท | บริษัทใหม่หรือบริษัทเล็กควรเตรียมเอกสาร business profile ให้ชัด |
ข้อมูลเรื่อง COMPASS และ salary benchmark สามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ MOM: COMPASS salary benchmarks
เอกสาร Employment Pass สิงคโปร์ ที่ต้องใช้
เอกสารต้องตอบ 3 เรื่อง: บริษัทจ้างจริง งานเหมาะสม และผู้สมัครมีคุณสมบัติ
จากประสบการณ์ทำวีซ่า เอกสาร Employment Pass ไม่ควรเตรียมแบบแยกชิ้น แต่ต้องจัดให้สอดคล้องกัน เช่น offer letter ต้องตรงกับ employment contract, ตำแหน่งงานต้องสัมพันธ์กับ resume และวุฒิการศึกษา, เงินเดือนต้องสอดคล้องกับเกณฑ์ของ MOM
| ชุดเอกสาร | ตัวอย่างเอกสาร | จุดที่คนมักพลาด |
|---|---|---|
| เอกสารจากนายจ้าง | Company Business Profile จาก ACRA, UEN, ข้อมูลบริษัท และ turnover information | บริษัทไม่ได้อัปเดตข้อมูล turnover หรือ business profile ก่อนยื่น |
| เอกสารการจ้างงาน | Offer Letter, Employment Contract, job title, job description, salary และ start date | เงินเดือนใน offer letter ไม่ตรงกับข้อมูลที่กรอกในระบบ MOM |
| เอกสารผู้สมัคร | Passport, รูปถ่าย, resume ภาษาอังกฤษ และข้อมูลส่วนตัว | resume เขียนกว้างเกินไป ไม่ชี้ให้เห็นประสบการณ์ที่ตรงกับตำแหน่ง |
| วุฒิการศึกษา | Degree certificate, transcript หรือเอกสารคุณวุฒิที่เกี่ยวข้อง | ชื่อในวุฒิไม่ตรงกับ passport หรือไม่มีเอกสารเปลี่ยนชื่อประกอบ |
| ประสบการณ์ทำงาน | Employment certificate, reference letter, portfolio หรือ certificate เฉพาะทาง | มีประสบการณ์จริง แต่ไม่มีเอกสารรับรองตำแหน่งและระยะเวลาทำงาน |
ขั้นตอนการขอ Employment Pass สิงคโปร์ 2026
ขั้นตอนที่ 1: เช็กคุณสมบัติและเงินเดือนก่อนยื่น
ก่อนให้นายจ้างยื่น EP ควรตรวจสอบว่าเงินเดือนถึงเกณฑ์ EP qualifying salary และตำแหน่งงานเหมาะกับ Employment Pass หรือไม่ หากเงินเดือนต่ำกว่าเกณฑ์ ใบสมัครจะไม่ผ่านแม้คะแนน COMPASS ด้านอื่นจะดี
ขั้นตอนที่ 2: นายจ้างขอ consent จากผู้สมัคร
ตามขั้นตอนของ MOM นายจ้างต้องได้รับ written consent จากผู้สมัครก่อนยื่น Employment Pass และต้องกรอกข้อมูลผู้สมัครให้ตรงกับ passport, resume, วุฒิการศึกษา และเอกสารประกอบอื่น ๆ
ขั้นตอนที่ 3: นายจ้างยื่นผ่านระบบออนไลน์ของ MOM
นายจ้างหรือ appointed employment agent จะยื่นใบสมัคร EP ผ่านระบบออนไลน์ของ MOM พร้อมอัปโหลดเอกสารที่จำเป็น โดยผู้สมัครไม่จำเป็นต้องอยู่ในสิงคโปร์ในวันที่ยื่น
ขั้นตอนที่ 4: รอผลพิจารณา
โดยทั่วไป MOM ระบุว่าใบสมัคร Employment Pass จะได้รับการพิจารณาหรือได้รับ update ภายในประมาณ 10 business days แต่บางเคสอาจใช้เวลานานขึ้นหากต้องตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติม
ขั้นตอนที่ 5: ได้รับ In-Principle Approval หรือ IPA
หากได้รับอนุมัติ ผู้สมัครจะได้รับ In-Principle Approval Letter หรือ IPA ซึ่งใช้สำหรับดำเนินการขั้นตอนถัดไป เช่น เดินทางเข้าสิงคโปร์ ตรวจสุขภาพตามที่กำหนด และออกบัตร EP
ขั้นตอนที่ 6: ออกบัตร Employment Pass
หลังเข้าเงื่อนไขตาม IPA นายจ้างดำเนินการ issue pass และผู้สมัครอาจต้องนัดหมายเพื่อทำ biometrics หรือรับบัตรตามขั้นตอนของ MOM สามารถตรวจสอบขั้นตอนล่าสุดได้จากเว็บไซต์ทางการ: Apply for an Employment Pass
ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาพิจารณา Employment Pass สิงคโปร์
ควรคำนวณทั้งค่ายื่น ค่าทำบัตร และเวลาเอกสารก่อนเริ่มงาน
ค่าใช้จ่าย Employment Pass มีทั้งค่าธรรมเนียมตอนยื่นใบสมัครและค่าธรรมเนียมตอนออกบัตร หลังได้รับอนุมัติแล้ว ผู้สมัครและนายจ้างควรวาง timeline ให้สอดคล้องกับวันเริ่มงาน เพราะบางเคสอาจมีการขอเอกสารเพิ่ม
| รายการ | ข้อมูลที่ควรรู้ | คำแนะนำจากประสบการณ์จริง |
|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมการสมัคร | SGD 105 ต่อใบสมัคร | ควรเช็กคุณสมบัติให้พร้อมก่อนยื่น เพราะค่าธรรมเนียมอาจไม่คืนหากไม่ผ่าน |
| ค่าธรรมเนียมออกบัตร | SGD 225 เมื่อ pass ได้รับการอนุมัติและออกบัตร | ควรเตรียมงบในขั้นตอน issue pass ไม่ใช่คำนวณแค่ค่ายื่น |
| ระยะเวลาพิจารณา | โดยทั่วไป processed หรือได้รับ update ภายใน 10 business days | เคสที่ต้องตรวจวุฒิ บริษัท หรือเอกสารเพิ่ม อาจใช้เวลานานกว่าปกติ |
| อายุบัตร EP | โดยทั่วไปขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ MOM อนุมัติและเงื่อนไขการจ้างงาน | ควรวางแผน renewal ล่วงหน้า ไม่ควรรอใกล้หมดอายุ |
เคสยื่นผ่าน vs เคสถูกปฏิเสธ ต่างกันยังไง?
จากเคสลูกค้าจริง Employment Pass ไม่ได้วัดแค่ profile ผู้สมัคร
หลายคนเข้าใจว่าเรียนจบดี ประสบการณ์ดี และได้เงินเดือนสูงก็พอ แต่ในความจริง Employment Pass ดูทั้งตัวผู้สมัคร ตำแหน่งงาน เงินเดือน และบริษัทนายจ้าง โดยเฉพาะในยุค COMPASS ที่ข้อมูลฝั่งบริษัทมีผลต่อคะแนนด้วย
| หัวข้อ | เคสที่มักพลาด | เคสที่มีโอกาสสำเร็จสูง |
|---|---|---|
| เงินเดือน | เงินเดือนถึงขั้นต่ำแบบเฉียด ๆ แต่ต่ำเมื่อเทียบ benchmark ของ sector | เงินเดือนสอดคล้องกับอายุ ตำแหน่ง และ sector ของบริษัท |
| ตำแหน่งงาน | job title ดูสูง แต่ job description เป็นงานทั่วไป | หน้าที่งานชัด สะท้อน skill และ responsibility ระดับ professional |
| วุฒิการศึกษา | วุฒิไม่ตรงสายและไม่มีประสบการณ์รองรับ | วุฒิ ประสบการณ์ และตำแหน่งใหม่เล่าเรื่องเดียวกัน |
| บริษัทนายจ้าง | บริษัทใหม่มาก ข้อมูลธุรกิจน้อย หรือ turnover ไม่ชัด | บริษัทมี ACRA profile ชัด และอธิบายเหตุผลการจ้างผู้สมัครได้ดี |
| เอกสาร | ข้อมูลใน offer, contract, resume และระบบ MOM ไม่ตรงกัน | ทุกเอกสารตรงกันทั้ง job title, salary, start date และข้อมูลส่วนตัว |
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ Employment Pass สิงคโปร์ถูกปฏิเสธ
1. เงินเดือนไม่สัมพันธ์กับอายุและ sector
แม้เงินเดือนเริ่มต้นของ EP จะมีตัวเลขขั้นต่ำ แต่ MOM ใช้การ benchmark ตามอายุและ sector ด้วย ผู้สมัครที่อายุมากขึ้นหรือตำแหน่งอยู่ในอุตสาหกรรมแข่งขันสูง อาจต้องมีเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำทั่วไป
2. Job description ไม่สะท้อนระดับ professional
ตัวอย่างเช่น ตำแหน่งระบุว่า manager แต่หน้าที่งานในเอกสารเป็นงาน administrative ทั่วไป แบบนี้อาจทำให้ใบสมัครดูไม่เหมาะกับ EP และควรใช้ pass ประเภทอื่นมากกว่า
3. วุฒิและประสบการณ์ไม่เชื่อมกับงาน
หากผู้สมัครเปลี่ยนสายงาน ควรมีคำอธิบายหรือหลักฐานประสบการณ์ที่ช่วยเชื่อมกับตำแหน่งใหม่ เช่น portfolio, certificate, employment letter หรือ project record ไม่ควรปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตีความเองจาก resume
4. บริษัทนายจ้างเตรียมข้อมูลไม่ครบ
จากประสบการณ์จริง เคสที่นายจ้างเป็นบริษัทใหม่หรือบริษัทขนาดเล็กควรเตรียม business profile, ข้อมูลธุรกิจ และเหตุผลการจ้างให้ชัด เพราะ MOM อาจพิจารณาความน่าเชื่อถือของบริษัทประกอบด้วย
5. ข้อมูลในระบบกับเอกสารไม่ตรงกัน
เช่น เงินเดือนใน employment contract ไม่ตรงกับข้อมูลที่กรอกในใบสมัคร หรือชื่อผู้สมัครสะกดไม่ตรงกับ passport จุดเล็ก ๆ แบบนี้ทำให้เคสล่าช้าและเสี่ยงถูกขอเอกสารเพิ่ม
เทคนิคเพิ่มโอกาสให้ Employment Pass สิงคโปร์ผ่านง่ายขึ้น
เช็ก salary benchmark ก่อนตกลง offer
ก่อนเซ็นสัญญา ควรเช็กว่าเงินเดือนเหมาะกับอายุ ตำแหน่ง และอุตสาหกรรมหรือไม่ เพราะหาก salary ต่ำเกินไป การแก้หลังยื่นจะยุ่งยากกว่า และอาจทำให้นายจ้างต้องปรับ offer ใหม่
ทำ resume ให้ตรงกับ job description
Resume ไม่ควรเขียนแบบกว้าง ๆ แต่ควรเน้นผลงาน ประสบการณ์ และทักษะที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งในสิงคโปร์โดยตรง หากเป็นสาย IT, finance, engineering หรือ consulting ควรใส่ project หรือผลลัพธ์ที่วัดได้
เตรียมวุฒิและเอกสารแปลให้พร้อม
หากเอกสารการศึกษาเป็นภาษาไทย ควรเตรียมฉบับแปลภาษาอังกฤษ และตรวจชื่อ-นามสกุลให้ตรงกับ passport ทุกจุด หากเคยเปลี่ยนชื่อ ควรเตรียมเอกสารเปลี่ยนชื่อและคำแปลประกอบ
ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจ logic ของเคสก่อนนายจ้าง submit
Employment Pass ไม่ใช่แค่ตรวจเอกสารครบ แต่ต้องตรวจว่า salary, job title, job scope, qualifications และ company profile ไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ Co Journey Visa ช่วยตรวจจุดเสี่ยงก่อนยื่นจริง เพื่อลดโอกาสถูก reject หรือขอเอกสารเพิ่ม
หลัง Employment Pass อนุมัติ ต้องทำอะไรต่อ?
ตรวจ IPA Letter ให้ครบก่อนเดินทาง
เมื่อได้รับ IPA Letter ควรตรวจชื่อ passport number ตำแหน่ง นายจ้าง ระยะเวลา และเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ถูกต้อง หากมีข้อกำหนดเรื่อง medical examination หรือเอกสารเพิ่มเติม ควรทำตามก่อนถึงวัน issue pass
ทำงานได้เฉพาะนายจ้างที่ได้รับอนุมัติ
Employment Pass ผูกกับนายจ้างที่ยื่นใบสมัคร หากเปลี่ยนนายจ้าง ต้องยื่น EP ใหม่ ไม่ควรเริ่มงานกับบริษัทใหม่ก่อน pass ใหม่ได้รับอนุมัติ เพราะอาจกระทบสถานะการทำงานและประวัติในสิงคโปร์
วางแผนต่ออายุล่วงหน้า
หากต้องการทำงานต่อในสิงคโปร์ นายจ้างควรวางแผน renewal ก่อน pass หมดอายุ และตรวจอีกครั้งว่า salary, job role และ company profile ยังเข้าเกณฑ์ MOM ในช่วงเวลานั้น
สรุปวิธีขอ Employment Pass สิงคโปร์ 2026 สำหรับคนไทย
สิ่งที่ควรจำ:
- Employment Pass สิงคโปร์เหมาะกับคนไทยที่มี job offer ในตำแหน่ง professional, manager, executive หรือ specialist
- นายจ้างหรือ appointed employment agent เป็นผู้ยื่นใบสมัครผ่านระบบของ MOM
- เงินเดือนขั้นต่ำโดยทั่วไปเริ่มที่ SGD 5,600 ต่อเดือน และ financial services เริ่มที่ SGD 6,200 ต่อเดือน
- เงินเดือนที่ใช้จริงอาจสูงขึ้นตามอายุ ตำแหน่ง และ sector
- โดยทั่วไปต้องผ่านระบบ COMPASS ที่ดูทั้งผู้สมัครและบริษัทนายจ้าง
- เอกสารสำคัญคือ passport, resume, วุฒิ, offer letter, employment contract, job description และ company business profile
- ค่ายื่นใบสมัครอยู่ที่ SGD 105 และค่าออกบัตรอยู่ที่ SGD 225 ตามข้อมูล MOM
- โดยทั่วไปใบสมัครจะได้รับการพิจารณาหรือ update ภายในประมาณ 10 business days
- หากเปลี่ยนนายจ้าง ต้องยื่น Employment Pass ใหม่
- ควรตรวจข้อมูลล่าสุดจาก MOM ก่อนยื่นทุกครั้ง เพราะเกณฑ์เงินเดือนและ COMPASS อาจเปลี่ยนได้
ให้ Co Journey Visa ดูแล Employment Pass สิงคโปร์ ของคุณ
การขอ Employment Pass สิงคโปร์ดูเหมือนเป็นขั้นตอนของนายจ้าง แต่ผู้สมัครต้องเตรียมเอกสารและ profile ให้แข็งแรงตั้งแต่แรก เพราะข้อมูลของผู้สมัครมีผลต่อ eligibility และ COMPASS โดยตรง หากเอกสารไม่สอดคล้องหรืออธิบายตำแหน่งไม่ดี อาจทำให้เคสล่าช้าหรือถูกปฏิเสธได้
ทำไมควรให้ Co Journey Visa ช่วยดูแลวีซ่าของคุณ
การขอ Employment Pass สิงคโปร์ อาจมีขั้นตอนที่ซับซ้อนและต้องการความแม่นยำในการเตรียมเอกสาร หากคุณไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดและต้องการความสะดวกสบายในการดำเนินการ Co Journey Visa พร้อมให้บริการช่วยเหลือคุณในทุกขั้นตอน:
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Employment Pass สิงคโปร์ 2026
Employment Pass สิงคโปร์ คืออะไร?
Employment Pass สิงคโปร์ คือใบอนุญาตทำงานสำหรับชาวต่างชาติที่ได้รับ job offer จากบริษัทในสิงคโปร์ในตำแหน่ง professional, manager, executive หรือ specialist โดยนายจ้างหรือ appointed employment agent เป็นผู้ยื่นกับ MOM
Employment Pass สิงคโปร์ 2026 เงินเดือนขั้นต่ำเท่าไหร่?
โดยทั่วไปเงินเดือนขั้นต่ำเริ่มที่ SGD 5,600 ต่อเดือน และสำหรับ financial services เริ่มที่ SGD 6,200 ต่อเดือน แต่เงินเดือนที่เหมาะสมอาจสูงขึ้นตามอายุ ตำแหน่ง และ sector ของผู้สมัคร
COMPASS สำคัญกับ Employment Pass อย่างไร?
COMPASS เป็นระบบประเมิน Employment Pass ที่ดูทั้งเงินเดือน คุณวุฒิ ความหลากหลายของพนักงานต่างชาติ และการสนับสนุนการจ้างงานคนท้องถิ่นของบริษัท จึงไม่ใช่แค่ profile ผู้สมัครเท่านั้นที่มีผลต่อการอนุมัติ
Employment Pass สิงคโปร์ ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?
เอกสารสำคัญได้แก่ passport, resume ภาษาอังกฤษ, วุฒิการศึกษา, offer letter, employment contract, job description, company business profile จาก ACRA, UEN และเอกสารสนับสนุนประสบการณ์หรือคุณสมบัติของผู้สมัคร
Employment Pass ใช้เวลาพิจารณากี่วัน?
โดยทั่วไป MOM ระบุว่าใบสมัคร Employment Pass จะได้รับการพิจารณาหรือได้รับ update ภายในประมาณ 10 business days แต่อาจใช้เวลานานขึ้นหากต้องตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติมจากบริษัทหรือผู้สมัคร
Employment Pass สิงคโปร์ ถูกปฏิเสธเพราะอะไรบ่อย?
สาเหตุที่พบบ่อยคือเงินเดือนไม่ถึง benchmark, job description ไม่ชัด, วุฒิหรือประสบการณ์ไม่สัมพันธ์กับงาน, บริษัทนายจ้างมีข้อมูลไม่ครบ หรือข้อมูลใน offer letter, contract และใบสมัคร MOM ไม่ตรงกัน
เปลี่ยนนายจ้างในสิงคโปร์ต้องขอ Employment Pass ใหม่ไหม?
ต้องยื่น Employment Pass ใหม่ เพราะ EP ผูกกับนายจ้างที่ได้รับอนุมัติ ผู้สมัครไม่ควรเริ่มงานกับนายจ้างใหม่ก่อน pass ใหม่ได้รับอนุมัติจาก MOM