ยื่นวีซ่าอังกฤษใช้เวลากี่วัน สรุปราคาค่าวีซ่าแบบธรรมดา vs แบบด่วนพิเศษ (Super Priority)
คำถามที่คนยื่นวีซ่าอังกฤษถามบ่อยมากคือ “ยื่นแล้วกี่วันรู้ผล?” และ “ถ้าจะเดินทางด่วน ควรจ่าย Super Priority ไหม?” โดยเฉพาะคนที่มีตั๋วใกล้วันเดินทาง ต้องไปเยี่ยมครอบครัว ไปประชุม ไปงานรับปริญญา หรือเพิ่งรู้ว่าพาสปอร์ตไทยยังต้องขอวีซ่าอังกฤษก่อนเดินทาง
สำหรับ UK Standard Visitor Visa แบบธรรมดา GOV.UK ระบุว่า หลังสมัครออนไลน์ พิสูจน์ตัวตน และส่งเอกสารครบแล้ว โดยทั่วไปจะได้รับผลภายในประมาณ 3 สัปดาห์ ส่วนบริการเร่งด่วนมีทั้ง Priority และ Super Priority ในบางประเทศ/บางประเภทคำร้อง โดยต้องจ่ายเพิ่มจากค่าวีซ่าปกติ
แต่สิ่งสำคัญคือ บริการด่วนช่วย “เร่งเวลาพิจารณา” ไม่ได้ช่วยให้วีซ่าผ่านง่ายขึ้น ถ้าเอกสารการเงินไม่แข็ง แผนเดินทางไม่สมเหตุสมผล หรือฟอร์มกับเอกสารไม่ตรงกัน การจ่าย Super Priority ก็ไม่ได้แก้จุดอ่อนเหล่านี้
💬 กำลังจะเดินทางเร็วและไม่แน่ใจว่าควรจ่าย Super Priority ไหม? ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยดูไทม์ไลน์ เอกสาร และความเสี่ยงก่อนจ่ายเงิน เพราะบริการด่วนแพงและไม่ได้การันตีผลวีซ่า
📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี📋 สารบัญบทความ
- ยื่นวีซ่าอังกฤษใช้เวลากี่วัน
- สรุปค่าวีซ่าอังกฤษปี 2026 แบบธรรมดา Priority และ Super Priority
- คำนวณเป็นเงินบาทโดยประมาณต้องเตรียมเท่าไหร่
- แบบธรรมดา vs Priority vs Super Priority ต่างกันอย่างไร
- เคสแบบไหนควรใช้ Super Priority
- เคสแบบไหนไม่ควรรีบจ่ายบริการด่วน
- ถ้ารอผลนานหรือวีซ่าถูกปฏิเสธ ขอเงินคืนได้ไหม
- Checklist ก่อนเลือกบริการด่วน
- แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ
- คำถามที่ถามบ่อย
- สรุปเลือกแบบไหนให้เหมาะกับทริป
1. ยื่นวีซ่าอังกฤษใช้เวลากี่วัน
สำหรับ UK Standard Visitor Visa แบบธรรมดา GOV.UK ระบุว่า เมื่อสมัครออนไลน์ พิสูจน์ตัวตน และส่งเอกสารครบแล้ว โดยทั่วไปจะได้รับผลภายในประมาณ 3 สัปดาห์ โดยการนับเวลาจะเริ่มหลังคุณทำขั้นตอนที่จำเป็นครบ เช่น ไปนัดหมายเก็บข้อมูลชีวมิติหรือพิสูจน์ตัวตนตามวิธีที่ระบบกำหนด
คำว่า 3 สัปดาห์เป็นกรอบทั่วไป ไม่ใช่การรับประกันว่าได้ผลแน่นอนในวันนั้น เพราะบางเคสอาจต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ขอเอกสารเพิ่ม หรือใช้เวลานานขึ้นในช่วงที่คำร้องหนาแน่น เช่น ก่อนเทศกาลท่องเที่ยว ปิดเทอม หรือช่วงวันหยุดยาว
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| ประเภทการพิจารณา | ระยะเวลาที่มักระบุ | เริ่มนับจากเมื่อไหร่ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| แบบธรรมดา | ประมาณ 3 สัปดาห์ | หลังสมัครออนไลน์ พิสูจน์ตัวตน และส่งเอกสารครบ | อาจนานขึ้นหากต้องตรวจเพิ่มหรือเอกสารมีข้อสงสัย |
| Priority | โดยทั่วไปภายใน 5 วันทำการ | หลังนัดหมายหรือหลังอัปโหลดเอกสารครบตามวิธีพิสูจน์ตัวตน | ต้องมีบริการให้เลือกในระบบ และไม่รับประกันผลอนุมัติ |
| Super Priority | โดยทั่วไปภายในวันทำการถัดไป | หลังพิสูจน์ตัวตนหรือหลังอัปโหลดเอกสารครบตามวิธีที่ระบบกำหนด | หากนัดวันหยุด อาจเป็น 2 วันทำการ และอาจนานขึ้นหากต้องตรวจเพิ่ม |
2. สรุปค่าวีซ่าอังกฤษปี 2026 แบบธรรมดา Priority และ Super Priority
ตามประกาศค่าธรรมเนียม Home Office ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2026 ค่าธรรมเนียม Visit Visa ระยะสั้นไม่เกิน 6 เดือนอยู่ที่ £135 ต่อคน ส่วนบริการ Priority และ Super Priority เป็นค่าบริการเสริมที่จ่ายเพิ่มจากค่าวีซ่าปกติ
GOV.UK ระบุค่าบริการ Priority ที่ £500 เพิ่มจากค่าสมัคร และ Super Priority ที่ £1,000 เพิ่มจากค่าสมัคร โดยบริการเหล่านี้มีจำนวนจำกัดและขึ้นอยู่กับประเภทวีซ่า สถานที่ยื่น และตัวเลือกที่ระบบแสดงตอนสมัคร
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| ตัวเลือก | ค่าวีซ่า 6 เดือน | ค่าบริการเร่งด่วน | รวมค่าธรรมเนียมรัฐบาลเบื้องต้น | เวลาพิจารณาโดยทั่วไป |
|---|---|---|---|---|
| แบบธรรมดา | £135 | ไม่มี | £135 | ประมาณ 3 สัปดาห์ |
| Priority | £135 | £500 | £635 | โดยทั่วไปภายใน 5 วันทำการ |
| Super Priority | £135 | £1,000 | £1,135 | โดยทั่วไปภายในวันทำการถัดไป |
3. คำนวณเป็นเงินบาทโดยประมาณต้องเตรียมเท่าไหร่
เพื่อให้เห็นภาพง่าย บทความนี้ลองคำนวณด้วยอัตราประมาณ £1 = 44 บาท ซึ่งใกล้เคียงระดับตลาดช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2026 แต่ยอดจริงที่ถูกตัดบัตรอาจต่างออกไปตามอัตราแลกเปลี่ยนของระบบ ช่วงเวลาชำระเงิน ธนาคาร และค่าธรรมเนียมบัตร
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| ตัวเลือก | ยอดปอนด์ | ประมาณเงินบาท | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|
| แบบธรรมดา | £135 | ประมาณ 5,940 บาท | คนที่มีเวลาเผื่ออย่างน้อยหลายสัปดาห์และเอกสารพร้อม |
| Priority | £635 | ประมาณ 27,940 บาท | คนที่ต้องการผลเร็วขึ้น แต่ยังมีเวลาเผื่อหลายวันทำการ |
| Super Priority | £1,135 | ประมาณ 49,940 บาท | คนที่จำเป็นต้องใช้ผลเร็วมาก และยอมรับค่าใช้จ่ายสูงได้ |
4. แบบธรรมดา vs Priority vs Super Priority ต่างกันอย่างไร
ความต่างหลักคือ “เวลา” และ “ค่าใช้จ่าย” ไม่ใช่ความง่ายในการอนุมัติ วีซ่าแบบธรรมดาเหมาะกับผู้สมัครที่มีเวลาเตรียมตัวและไม่รีบร้อน ส่วน Priority และ Super Priority เหมาะกับเคสที่มีเหตุจำเป็นด้านเวลา แต่เอกสารต้องพร้อมจริง
แบบธรรมดา
เหมาะกับคนวางแผนล่วงหน้า มีเวลาเผื่อ และต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย ควรสมัครก่อนเดินทางพอสมควร ไม่ควรเหลือเวลาน้อยเกินไป
Priority
เหมาะกับคนที่ต้องการผลเร็วขึ้นระดับ 5 วันทำการ แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องรู้ผลภายในวันถัดไป ต้องดูว่าระบบมีตัวเลือกให้ซื้อหรือไม่
Super Priority
เหมาะกับเคสด่วนมาก เช่น วันเดินทางใกล้ หรือมีงานสำคัญที่เลื่อนไม่ได้ แต่ค่าบริการสูงและไม่ได้รับประกันผลอนุมัติ
บริการเสริมของศูนย์รับคำร้อง
เช่น Premium Lounge, Courier, Document Scanning หรือศูนย์พิเศษ เป็นคนละส่วนกับค่าบริการเร่งด่วนของ UKVI ต้องอ่านรายละเอียดก่อนซื้อ
5. เคสแบบไหนควรใช้ Super Priority
Super Priority เหมาะกับเคสที่เวลาเป็นข้อจำกัดจริง ๆ และเอกสารพร้อมมากแล้ว เช่น มีงานสำคัญใน UK ที่เลื่อนไม่ได้ มีเหตุครอบครัวเร่งด่วน ต้องเดินทางไปประชุมที่มีเอกสารเชิญชัดเจน หรือเพิ่งทราบกำหนดการอย่างเป็นทางการในเวลาสั้น
แต่ก่อนเลือก Super Priority ควรตรวจว่าใบสมัครและเอกสารไม่มีจุดผิดง่าย เช่น วันที่เดินทางไม่ตรงกัน รายได้ในฟอร์มไม่ตรงกับ Statement ข้อมูลผู้เชิญไม่ครบ หรือเอกสารไทยยังไม่ได้แปล เพราะความเร็วของบริการไม่ได้ช่วยแก้ข้อสงสัยในเนื้อหาเอกสาร
- จำเป็นต้องเดินทางด่วนจริงหรือไม่
- เอกสารครบและพร้อมอัปโหลดทันทีหรือยัง
- มีจุดเสี่ยง เช่น เงินก้อน รายได้ไม่สม่ำเสมอ หรือประวัติปฏิเสธวีซ่าหรือไม่
- เข้าใจหรือไม่ว่าจ่ายด่วนแล้วไม่ได้การันตีผลอนุมัติ
- ยอมรับได้ไหมหากผลล่าช้าเพราะ Home Office ต้องตรวจเพิ่มเติม
6. เคสแบบไหนไม่ควรรีบจ่ายบริการด่วน
บริการด่วนไม่เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะเคสที่เอกสารยังมีจุดอ่อนชัดเจน เพราะการเร่งเวลาอาจทำให้ผู้สมัครไม่มีเวลาตรวจทานและแก้เอกสารสำคัญ เช่น Statement, หนังสือรับรองงาน, จดหมายเชิญ หรือ Cover Letter
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| เคสที่ควรระวัง | ทำไมไม่ควรรีบจ่ายด่วน | ควรทำอะไรก่อน |
|---|---|---|
| Statement มีเงินก้อนเข้าใหม่ | อาจถูกถามที่มาของเงิน แม้จ่าย Super Priority | เตรียมหลักฐานที่มาของเงินและคำอธิบายให้ชัด |
| งานหรือธุรกิจอธิบายยาก | เจ้าหน้าที่อาจสงสัยเหตุผลกลับไทย | เสริมหนังสือรับรองงาน เอกสารธุรกิจ หรือจดหมายอธิบายอาชีพ |
| ไปเยี่ยมแฟน/ญาติแต่เอกสารผู้เชิญไม่ครบ | จุดประสงค์และที่พักอาจไม่ชัด | เตรียม Invitation Letter และหลักฐานผู้เชิญให้ครบ |
| เคยถูกปฏิเสธวีซ่า | ควรแก้เหตุผลเดิมก่อน ไม่ใช่เร่งส่งซ้ำ | อ่านใบปฏิเสธและจัดคำชี้แจงรอบใหม่ |
| ข้อมูลในฟอร์มยังไม่ตรงเอกสาร | การส่งเร็วอาจทำให้ผิดเร็ว | ตรวจฟอร์มกับเอกสารทีละจุดก่อน Submit |
7. ถ้ารอผลนานหรือวีซ่าถูกปฏิเสธ ขอเงินคืนได้ไหม
ตามแนวทางของ GOV.UK หากคำร้องถูกปฏิเสธ โดยทั่วไปจะไม่ได้รับเงินค่าบริการ Priority หรือ Super Priority คืน และหากการตัดสินใจล่าช้าเพราะ Home Office ต้องขอข้อมูลเพิ่มหรือตรวจสอบเพิ่มเติม ก็มักไม่ได้รับเงินคืนเช่นกัน
กรณีการคืนเงินจะขึ้นอยู่กับว่าคุณยกเลิกคำร้องเมื่อใด พิสูจน์ตัวตนไปแล้วหรือยัง และจ่ายค่าบริการผ่านช่องทางใด หากยังไม่ได้ให้ข้อมูลชีวมิติหรือยังไม่ถึงขั้นตอนบางอย่าง อาจมีเงื่อนไขขอคืนเงินได้ตามที่ GOV.UK ระบุ แต่ต้องตรวจรายละเอียดตามเคสจริง
8. Checklist ก่อนเลือกบริการด่วน
ก่อนเลือก Priority หรือ Super Priority ควรตรวจทั้งเรื่องเวลา งบประมาณ และคุณภาพเอกสาร เพราะถ้ากดจ่ายไปแล้วจึงพบว่าเอกสารไม่พร้อม อาจแก้ได้ยากและเสียค่าใช้จ่ายสูงโดยไม่จำเป็น
ถ้ายังมีเวลาเกิน 4–6 สัปดาห์และเอกสารพร้อม แบบธรรมดาอาจเพียงพอ
Priority และ Super Priority มีจำนวนจำกัด และอาจไม่ได้เปิดให้ทุกคำร้องหรือทุกศูนย์รับคำร้อง
Statement งาน ที่พัก ผู้เชิญ แผนเดินทาง และเอกสารแปลควรพร้อมก่อนเลือกบริการเร่งด่วน
รวมค่าวีซ่า ค่าบริการด่วน ค่าศูนย์รับคำร้อง ค่าบริการเสริม ค่าแปลเอกสาร และค่าธรรมเนียมบัตร
แม้ใช้บริการด่วน ผลอาจช้ากว่ากรอบทั่วไปหาก Home Office ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
⚡ ก่อนจ่าย Super Priority หลักหมื่นบาท ให้เช็กเอกสารก่อน
Co Journey Visa ช่วยดูว่าเคสของคุณควรเลือกแบบธรรมดา Priority หรือ Super Priority และช่วยตรวจจุดเสี่ยงก่อนกดชำระเงิน
9. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ
ค่าธรรมเนียม ระยะเวลาพิจารณา และบริการเร่งด่วนของ UK Visa อาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบจาก GOV.UK และระบบสมัครจริงก่อนชำระเงินทุกครั้ง โดยเฉพาะบริการ Priority / Super Priority ที่อาจมีจำนวนจำกัดหรือไม่แสดงในบางช่วง
- GOV.UK – Visit the UK as a Standard Visitor
- GOV.UK – Apply for a Standard Visitor visa
- GOV.UK – Home Office immigration and nationality fees from 8 April 2026
- GOV.UK – Get a faster decision on your visa application
- GOV.UK – Refunds for priority and super priority services
- VFS Global Thailand – UK Visa Application Centre
ข้อมูลในบทความนี้ใช้เพื่อวางแผนเบื้องต้นเท่านั้น ค่าธรรมเนียมและบริการที่ใช้จริงให้ยึดจากระบบ GOV.UK / VFS ณ วันที่ชำระเงิน และการพิจารณาขึ้นอยู่กับ UKVI
10. ตัวอย่างการเลือกบริการตามสถานการณ์จริง
เคส A: เดินทางอีก 2 เดือน
ถ้าเอกสารพร้อมและไม่มีจุดซับซ้อนมาก แบบธรรมดาอาจเพียงพอ ประหยัดค่าใช้จ่ายและยังมีเวลาเผื่อหากต้องแก้ไขแผน
เคส B: เดินทางอีก 2 สัปดาห์
ควรประเมิน Priority หรือ Super Priority แต่ต้องดูคิวศูนย์รับคำร้องด้วย เพราะต่อให้ซื้อบริการด่วน หากไม่มีคิวนัดเร็วก็ยังอาจไม่ทันแผน
เคส C: มีงานสำคัญใน UK
ถ้างานเลื่อนไม่ได้และเอกสารเชิญชัดเจน Super Priority อาจเหมาะ แต่ควรตรวจเอกสารให้พร้อมก่อนกดส่ง
เคส D: เคยถูกปฏิเสธวีซ่า
ไม่ควรรีบจ่ายด่วนก่อนแก้เหตุผลเดิม ควรอ่านใบปฏิเสธ วางเอกสารใหม่ และเขียนคำชี้แจงให้ตรงประเด็นก่อน
11. ให้ Co Journey Visa ช่วยดูอะไรได้บ้างก่อนเลือกแบบด่วน
หลายเคสไม่ได้ต้องการ Super Priority จริง ๆ แต่ต้องการ “วางแผนเวลาให้ถูก” มากกว่า เช่น ควรยื่นวันไหน ใช้เอกสารชุดไหน ต้องแปลอะไรบ้าง และแผนเดินทางควรจองแบบยกเลิกได้หรือไม่
- ควรยื่นแบบธรรมดา Priority หรือ Super Priority จากวันเดินทางจริง
- เอกสารพร้อมพอสำหรับการยื่นด่วนหรือยัง
- Statement มีรายการเสี่ยงที่ควรอธิบายหรือไม่
- แผนเดินทางและค่าใช้จ่ายสัมพันธ์กับรายได้หรือไม่
- ควรเตรียม จดหมายแนะนำตัว หรือ Invitation Letter เพิ่มหรือไม่
- เอกสารไทยควรใช้บริการ แปลเอกสาร ก่อนอัปโหลดหรือไม่
⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?
- ช่วยวางแผนเวลาให้เหมาะกับวันเดินทาง — ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเสมอไป หากยังมีเวลาและเอกสารพร้อม
- ช่วยตรวจความพร้อมก่อนใช้บริการด่วน — เพราะ Super Priority เร็วแต่แพง และไม่ได้แก้จุดอ่อนของเอกสาร
- ช่วยจัดเอกสาร UK Visitor Visa ให้สอดคล้อง — ฟอร์ม Statement งาน ที่พัก ผู้เชิญ และแผนเดินทางต้องเล่าเรื่องเดียวกัน
- ช่วยประเมินเคสเสี่ยง — เช่น ฟรีแลนซ์ เจ้าของกิจการ เงินก้อน เยี่ยมแฟน หรือเคยถูกปฏิเสธวีซ่า
- แนะนำแบบไม่โอเวอร์เคลม — ทีมช่วยลดจุดเสี่ยงและวางแผนเอกสารให้รอบคอบขึ้น แต่ไม่สามารถการันตีผลการพิจารณาวีซ่าได้
❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)
ยื่นวีซ่าอังกฤษแบบธรรมดาใช้เวลากี่วัน
Super Priority วีซ่าอังกฤษใช้เวลากี่วัน
ค่าวีซ่าอังกฤษแบบธรรมดาปี 2026 เท่าไหร่
Super Priority วีซ่าอังกฤษราคาเท่าไหร่
จ่าย Super Priority แล้ววีซ่าอังกฤษผ่านแน่นอนไหม
ถ้าวีซ่าอังกฤษถูกปฏิเสธจะได้เงิน Super Priority คืนไหม
📌 สรุปเลือกแบบไหนให้เหมาะกับทริป
- แบบธรรมดา: ค่าวีซ่า 6 เดือน £135 ใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์ เหมาะกับคนมีเวลาเผื่อ
- Priority: จ่ายเพิ่ม £500 รวมเบื้องต้น £635 เพื่อผลโดยทั่วไปภายใน 5 วันทำการ หากระบบมีให้เลือก
- Super Priority: จ่ายเพิ่ม £1,000 รวมเบื้องต้น £1,135 เพื่อผลโดยทั่วไปภายในวันทำการถัดไป หากระบบมีให้เลือก
- บริการด่วนไม่รับประกันผลวีซ่า และอาจล่าช้าได้หาก Home Office ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
- ถ้าวีซ่าถูกปฏิเสธ โดยทั่วไปค่าบริการ Priority / Super Priority จะไม่คืน
- ราคาบาทในบทความเป็นเพียงประมาณการตาม £1 = 44 บาท ต้องดูยอดจริงในระบบและอัตราธนาคารวันชำระ
- ก่อนจ่ายบริการด่วน ควรตรวจฟอร์ม Statement งาน ที่พัก ผู้เชิญ และเอกสารแปลให้พร้อม
- ไม่มีผู้ให้บริการรายใดควรการันตีผลวีซ่าได้ ผลขึ้นอยู่กับ UKVI และเอกสารของผู้สมัคร
ไม่แน่ใจว่าจะยื่นแบบธรรมดาหรือ Super Priority ดี?
Co Journey Visa ช่วยประเมินไทม์ไลน์ก่อนเดินทาง ตรวจความพร้อมเอกสาร UK Standard Visitor Visa และช่วยวางแผนว่าจะใช้แบบธรรมดา Priority หรือ Super Priority ให้คุ้มและเหมาะกับเคสจริง โดยไม่โอเวอร์เคลมและไม่การันตีผลวีซ่า
📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisaหรือโทร 080-8412543 / 061-0312188 | cojourneyvisa@gmail.com







