ยื่น E-Visa อินเดียแล้วขึ้นสถานะ "Pay Later" ควรจ่ายเงินตอนไหน? และวิธีเช็กผลวีซ่าอินเดียออนไลน์ว่าผ่านหรือยัง?

ยื่น E-Visa อินเดียแล้วขึ้นสถานะ “Pay Later” ควรจ่ายเงินตอนไหน? และวิธีเช็กผลวีซ่าอินเดียออนไลน์ว่าผ่านหรือยัง?

🇮🇳 India e-Visa Pay Later & Status Check

ยื่น E-Visa อินเดียแล้วขึ้นสถานะ “Pay Later” ควรจ่ายเงินตอนไหน? และวิธีเช็กผลวีซ่าอินเดียออนไลน์ว่าผ่านหรือยัง

หลายคนกรอก India e-Visa เสร็จแล้วเจอปุ่ม Pay Later หรือสถานะยังไม่ชัดว่าจ่ายแล้วหรือยัง บทความนี้สรุปว่าควรกลับไปจ่ายเงินอย่างไร เช็ก payment ตรงไหน และดูผล ETA ว่า Granted หรือ Rejected ได้จากเมนูใด
📅 อัปเดตล่าสุด: 23 พฤษภาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่าน 11 นาที

หลังกรอก India e-Visa เสร็จ หลายคนเจอปุ่มหรือสถานะ Pay Later แล้วลังเลว่า “ต้องจ่ายทันทีไหม?” “ถ้าปิดหน้าจอไปแล้วจะกลับมาจ่ายได้หรือเปล่า?” หรือ “จ่ายแล้วต้องรอกี่วันถึงรู้ว่าผ่าน?”

คำตอบแบบเข้าใจง่ายคือ Pay Later ไม่ได้แปลว่าวีซ่าถูกส่งพิจารณาเรียบร้อยแล้ว แต่หมายถึงคุณยังไม่ได้ชำระค่าธรรมเนียม หรือเลือกกลับมาชำระภายหลัง คำร้อง e-Visa โดยหลักจะยังไม่สมบูรณ์จนกว่าจะชำระเงินสำเร็จ และได้รับ confirmation จากระบบ

ถ้าไม่มั่นใจว่าควรจ่ายตอนนี้ไหม หรือสถานะที่เห็นหมายความว่าอย่างไร สามารถให้ทีม บริการวีซ่าอินเดีย ช่วยตรวจ Application ID, หน้า Pay Later, หน้า Verify Payment และสถานะ ETA ก่อนกดจ่ายซ้ำได้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการจ่ายซ้อนหรือปล่อยคำร้องค้างจนใกล้วันบิน

สรุปสั้น ๆ: ถ้า India e-Visa ขึ้น Pay Later ให้จ่ายหลังจากตรวจหน้า Verification จนมั่นใจว่าข้อมูลถูกต้องแล้ว ไม่ควรรอใกล้วันบิน หากจ่ายแล้วแต่สถานะไม่อัปเดต ให้รอประมาณ 2 ชั่วโมงตามคำแนะนำทางการ แล้วใช้เมนู Verify Payment / Pay Visa Fee ตรวจสถานะ ส่วนการเช็กผลวีซ่าให้เข้าเว็บทางการ indianvisaonline.gov.in/evisa แล้วเลือก Check your Visa Status กรอก Application ID และ Passport Number เพื่อดูว่า Granted หรือ Rejected

💬 สถานะ Pay Later / Payment Pending / Granted ดูไม่ออกว่าต้องทำอะไรต่อ? ส่ง screenshot และ Application ID ให้ทีมช่วยดูขั้นตอนต่อไปก่อนจ่ายซ้ำได้ครับ

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

1) Pay Later คืออะไร?

Pay Later คือสถานะหรือทางเลือกที่ระบบเปิดให้ผู้สมัครกลับมาชำระค่าธรรมเนียมภายหลัง หลังจากกรอกฟอร์มและบันทึกคำร้องไว้แล้ว โดยปกติผู้สมัครต้องมี Application ID หรือข้อมูลคำร้อง เพื่อกลับมาเปิดคำร้องเดิมและชำระเงินต่อ

จุดสำคัญคือ Pay Later ไม่ใช่ผลวีซ่า และไม่ใช่สถานะ “รออนุมัติ” แบบสมบูรณ์ เพราะเว็บไซต์ทางการระบุว่า หลัง submit และ make the payment ผู้สมัครจะได้รับ confirmation of submission ทางอีเมล ดังนั้นถ้ายังไม่ชำระเงิน คำร้องอาจยังไม่เข้าสู่ขั้นตอนพิจารณาเต็มรูปแบบ

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

สถานะ/ปุ่มที่เห็น แปลไทย ควรทำอะไร
Pay Later กลับมาจ่ายภายหลัง ตรวจข้อมูลให้ครบ แล้วกลับมาชำระเงินผ่านเมนู Pay Visa Fee / Verify Payment
Pay Now ชำระตอนนี้ กดจ่ายเมื่อมั่นใจว่าข้อมูลถูกต้องทั้งหมดแล้ว
Payment Pending รอสถานะชำระเงิน ตรวจว่าเงินถูกตัดหรือยัง หากถูกตัดแล้วให้รอและ verify payment
Payment Successful ชำระเงินสำเร็จ รออีเมล confirmation และรอผล ETA ทางอีเมล/Check Status
Granted ETA ได้รับอนุมัติ พิมพ์ ETA และตรวจข้อมูลก่อนเดินทาง
⚠️ อย่าเข้าใจผิด: Pay Later ไม่ใช่ “ผ่านแล้วค่อยจ่าย” และไม่ใช่ “ระบบจองคิวให้แล้ว” แต่เป็นคำร้องที่ยังต้องกลับไปชำระค่าธรรมเนียมให้สำเร็จก่อน จึงจะเดินหน้ารอผล ETA ได้

2) ควรจ่ายเงินตอนไหน?

ควรจ่ายเงินทันทีหลังจากตรวจหน้า Verification แล้วมั่นใจว่าข้อมูลทุกจุดถูกต้อง เช่น ชื่อ เลขพาสปอร์ต วันเกิด ประเภทวีซ่า วันที่เดินทาง อีเมล รูปถ่าย และไฟล์พาสปอร์ต เพราะค่าธรรมเนียม e-Visa เป็น processing fee และทางการระบุว่าไม่คืนเงิน ไม่ว่าผล ETA จะ Granted หรือ Rejected

  • ตรวจชื่อ-นามสกุลตรงพาสปอร์ตทุกตัวอักษร
  • ตรวจ Passport Number, Date of Birth, Date of Issue และ Date of Expiry
  • ตรวจว่าเลือกประเภท e-Visa ถูก เช่น e-Tourist, e-Business, e-Conference, e-Medical
  • ตรวจอีเมลที่ใช้รับ confirmation และ ETA
  • ตรวจ Port of Arrival และ Expected Port of Exit
  • ตรวจรูปถ่ายและไฟล์หน้าพาสปอร์ตว่าเป็นไฟล์ของผู้สมัครคนเดียวกัน
  • ตรวจคำถามประวัติว่า Yes/No ตอบถูกตามความจริง
  • เตรียมบัตรที่เปิดจ่ายออนไลน์/ต่างประเทศและรับ OTP ได้
💡 แนวทางที่ปลอดภัย: อย่ากด Pay Later แล้วปล่อยไว้หลายวันโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะหากเดินทางใกล้แล้ว เพราะหากบัตรจ่ายไม่ผ่านหรือระบบ payment หน่วง อาจไม่มีเวลาแก้ก่อนวันบิน

3) ปิดหน้าจอไปแล้ว กลับมาจ่ายอย่างไร?

หากเลือก Pay Later หรือปิดหน้าจอไปก่อนชำระเงิน ให้กลับไปที่เว็บไซต์ทางการของ India e-Visa แล้วใช้เมนูที่เกี่ยวข้องกับ Verify Payment / Pay Visa Fee หรือเมนูชำระเงินตามที่ระบบแสดงในวันนั้น โดยทั่วไปต้องใช้ Application ID และข้อมูลพาสปอร์ตเพื่อดึงคำร้องเดิมขึ้นมา

1
เข้าเว็บไซต์ทางการ
ไปที่ indianvisaonline.gov.in/evisa เท่านั้น ไม่ใช้เว็บตัวกลาง
2
เลือก Verify Payment / Pay Visa Fee
ใช้เมนูที่เกี่ยวกับการตรวจหรือชำระค่าธรรมเนียม e-Visa
3
กรอก Application ID และข้อมูลพาสปอร์ต
เช่น Passport Number, Date of Birth หรือข้อมูลยืนยันตามที่ระบบถาม
4
ตรวจคำร้องเดิมก่อนจ่าย
อย่าเพิ่งกดจ่ายถ้าเห็นข้อมูลผิด เช่น เลขพาสปอร์ตผิดหรือเลือกวีซ่าผิดประเภท
5
ชำระเงินและรอระบบ redirect กลับ
อย่ากด back, refresh หรือปิดหน้าจอระหว่าง payment gateway ทำงาน
❌ ถ้าไม่มี Application ID: การกลับมาจ่ายต่อจะยุ่งขึ้นมาก ควรถ่ายรูปหรือจด Application ID ไว้ตั้งแต่หน้าระบบออกเลขให้ และเก็บอีเมล confirmation ทุกฉบับไว้จนกว่าจะเดินทางเสร็จ

4) จ่ายแล้วแต่สถานะไม่อัปเดต ต้องทำอย่างไร?

เว็บไซต์ทางการของ India e-Visa ระบุว่า payment status updation may take up to 2 hours เนื่องจากเหตุผลทางเทคนิคหรือ network delays ดังนั้นหากเงินถูกตัดแล้วแต่สถานะยังไม่ขึ้น paid ทันที ไม่ควรกดจ่ายซ้ำทันที

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

สถานการณ์ ควรทำ ไม่ควรทำ
กดจ่ายแล้วเงินไม่ถูกตัด ตรวจบัตร เปิดจ่ายต่างประเทศ เปลี่ยนบัตร หรือเปลี่ยนเบราว์เซอร์แล้วลองใหม่ สมัครใหม่ทันทีโดยไม่ดู error
เงินถูกตัดแล้ว แต่ระบบยังขึ้น unpaid / pending รอประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วใช้ Verify Payment / Pay Visa Fee ตรวจสถานะ กดจ่ายซ้ำทันทีหลายรอบ
ไม่ได้รับอีเมล confirmation เช็ก spam/junk และใช้ Check Status / Verify Payment จากเว็บทางการ คิดว่าไม่สำเร็จทันทีโดยไม่ตรวจสถานะ
สถานะยังไม่เปลี่ยนหลังรอนาน ติดต่อ e-Visa helpdesk พร้อม Application ID และหลักฐานการตัดเงิน ส่งข้อมูลบัตรเครดิตให้เว็บหรือคนกลางที่ไม่น่าเชื่อถือ
📌 ข้อมูลที่ควรเก็บไว้: Application ID, Passport Number, screenshot หน้าจ่ายเงิน, หลักฐานการตัดเงิน, transaction reference, วันและเวลาที่จ่าย เพื่อใช้ตรวจ payment หรือส่งให้ helpdesk หากจำเป็น

5) วิธีเช็กผลวีซ่าอินเดียออนไลน์ว่าผ่านหรือยัง

หลังชำระเงินสำเร็จ ผู้สมัครจะได้รับ confirmation ทางอีเมล และภายหลังจะได้รับแจ้งสถานะวีซ่า Granted หรือ Rejected ทางอีเมลตามที่กรอกไว้ในคำร้อง นอกจากนี้ยังสามารถเช็กออนไลน์เองได้จากเมนู Check your Visa Status บนเว็บไซต์ e-Visa ทางการ

1
เข้าเว็บทางการ India e-Visa
ใช้เว็บไซต์ https://indianvisaonline.gov.in/evisa/
2
เลือกเมนู Check your Visa Status
เป็นเมนูสำหรับตรวจสถานะคำร้อง e-Visa และพิมพ์สถานะ/ETA
3
กรอก Application ID
ใช้เลขที่ได้รับหลังกรอกฟอร์มหรือในอีเมล confirmation
4
กรอก Passport Number
ต้องตรงกับพาสปอร์ตที่ใช้สมัครทุกตัวอักษร
5
กรอก captcha / ข้อมูลยืนยัน
แล้วกดตรวจสถานะตามที่ระบบแสดง
6
ถ้าขึ้น Granted ให้ Print Status / Print ETA
พิมพ์เอกสารและบันทึก PDF ไว้ในมือถือก่อนเดินทาง
💡 เช็กทั้งอีเมลและเว็บ: บางครั้งอีเมลอาจเข้า spam หรือมาช้า การใช้ Check your Visa Status ช่วยยืนยันสถานะจากระบบทางการอีกชั้นหนึ่ง

6) ความหมายของสถานะ Submitted / Granted / Rejected

เมื่อเช็กสถานะ e-Visa อินเดีย ระบบอาจแสดงคำที่หลายคนไม่แน่ใจ ความหมายโดยใช้งานจริงสามารถสรุปได้ดังนี้

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

สถานะ ความหมาย ควรทำอะไรต่อ
Incomplete / Not Paid / Pay Later คำร้องยังไม่สมบูรณ์หรือยังไม่ชำระเงิน กลับไปชำระเงินผ่าน Pay Visa Fee / Verify Payment
Submitted คำร้องถูกส่งเข้าระบบแล้ว รอผลทางอีเมลและเช็กสถานะเป็นระยะ
Under Process / Processing อยู่ระหว่างพิจารณา รอผล ไม่ควรสมัครซ้ำโดยไม่จำเป็น
Granted ETA ได้รับอนุมัติ พิมพ์ ETA ตรวจข้อมูล และเตรียมเอกสารเดินทาง
Rejected คำร้องไม่ได้รับอนุมัติ อ่านข้อมูลที่ระบบ/อีเมลแจ้ง และพิจารณาทางเลือกใหม่ เช่น สมัครใหม่หรือยื่น regular visa ตามเคส
⚠️ Granted ไม่ใช่ใบผ่านเข้าเมือง 100%: ETA ที่ Granted คือเอกสารอนุมัติเดินทางในระบบ e-Visa แต่การอนุญาตเข้าเมืองขั้นสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอินเดีย ณ ด่านเข้าเมือง

เมื่อสถานะขึ้น Granted ให้พิมพ์ ETA หรือหน้า status ที่แสดงข้อมูล e-Visa ติดตัวไปด้วย และเก็บไฟล์ PDF ในมือถืออีกชุด เผื่อสายการบินหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองขอตรวจ

  • พิมพ์ ETA / e-Visa Status ที่ขึ้น Granted
  • ตรวจชื่อ-นามสกุลให้ตรงพาสปอร์ต
  • ตรวจ Passport Number ให้ตรงทุกตัว
  • ตรวจประเภท e-Visa เช่น e-Tourist, e-Business, e-Medical, e-Conference
  • ตรวจ validity, entries และเงื่อนไขการพำนัก
  • เตรียมพาสปอร์ตตัวจริงที่เหลืออายุอย่างน้อย 6 เดือน
  • เตรียมตั๋วกลับหรือ onward ticket
  • เตรียมข้อมูลที่พักและแผนเดินทาง
  • ถ้าเป็น Business / Conference / Medical ให้เตรียมเอกสารประกอบวัตถุประสงค์ไปด้วย
📌 อย่าดูแค่คำว่า Granted: ต้องตรวจรายละเอียดใน ETA ด้วย เพราะถ้าชื่อหรือเลขพาสปอร์ตผิด แม้สถานะจะ Granted ก็อาจมีปัญหาตอนเช็กอินหรือเข้าเมือง

8) ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

สถานะ Pay Later และ Check Status ดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่หากจัดการผิดอาจทำให้คำร้องค้าง จ่ายซ้ำ หรือรู้ผลไม่ทันวันเดินทาง

❌ ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง:
  • เห็น Pay Later แล้วคิดว่าวีซ่าเข้าสู่การพิจารณาแล้ว
  • ไม่จด Application ID ทำให้กลับมาจ่ายหรือเช็กสถานะลำบาก
  • จ่ายเงินก่อนตรวจหน้า Verification จนข้อมูลผิดแล้วแก้ยาก
  • เงินถูกตัดแล้วกดจ่ายซ้ำทันทีโดยไม่รอ 2 ชั่วโมง
  • รอจ่ายเงินใกล้วันบินเกินไป
  • ใช้อีเมลผิด ทำให้ไม่ได้รับ confirmation และ ETA
  • เช็กแค่อีเมล แต่ไม่ลอง Check your Visa Status บนเว็บทางการ
  • เห็น Granted แล้วไม่พิมพ์ ETA ไปสนามบิน
  • ไม่ตรวจชื่อ/เลขพาสปอร์ตใน ETA ก่อนเดินทาง
  • ใช้เว็บตัวกลางที่ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของรัฐบาลอินเดีย

9) ตัวอย่างเคสจริงที่เจอบ่อย

เคสที่ 1: กรอกฟอร์มเสร็จแล้วกด Pay Later เพราะยังไม่พร้อมจ่าย

สามารถกลับมาจ่ายได้ แต่ต้องมี Application ID และข้อมูลพาสปอร์ต ควรกลับมาจ่ายทันทีเมื่อพร้อม ไม่ควรปล่อยไว้จนใกล้วันบิน เพราะหากจ่ายไม่ผ่านหรือสถานะ payment ไม่อัปเดตจะมีเวลาแก้น้อย

เคสที่ 2: กดจ่ายแล้วเงินถูกตัด แต่สถานะยังขึ้น Pay Later

ให้รอประมาณ 2 ชั่วโมงตามคำแนะนำทางการ แล้วใช้เมนู Verify Payment / Pay Visa Fee ตรวจสถานะก่อนจ่ายซ้ำ เก็บหลักฐานการตัดเงินไว้ หากยังไม่อัปเดตค่อยติดต่อ helpdesk

เคสที่ 3: ได้อีเมล confirmation แล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าผ่านหรือยัง

Confirmation หลังชำระเงินไม่ใช่ผลอนุมัติวีซ่า ต้องรออีเมลสถานะหรือเข้า Check your Visa Status เพื่อดูว่า Granted หรือ Rejected

เคสที่ 4: ขึ้น Granted แล้ว แต่ยังไม่ได้พิมพ์เอกสาร

ควรเข้า Check your Visa Status แล้วกด Print Status / Print ETA เก็บทั้งแบบกระดาษและ PDF ในมือถือ เพราะสายการบินมักขอดูเอกสารก่อนให้เช็กอิน

Pay Later / Verify Payment / Check Status ไม่แน่ใจว่ากดอะไรต่อ?
ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจสถานะคำร้องและขั้นตอนต่อไปผ่าน บริการวีซ่าอินเดีย เพื่อลดความเสี่ยงจากการจ่ายซ้ำหรือปล่อยคำร้องค้าง

💬 ส่งสถานะให้ทีมช่วยเช็ก

10) แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ

เมนูและหน้าจอของระบบ India e-Visa สามารถเปลี่ยนรูปแบบได้ ควรตรวจจากเว็บไซต์ทางการก่อนชำระเงินและก่อนเดินทาง โดยเฉพาะเรื่อง payment status, check status, refund policy และช่องทางติดต่อ helpdesk

📌 แหล่งข้อมูลทางการที่แนะนำ:

⭐ ทำไมควรให้ Co Journey Visa ช่วยตรวจสถานะ India e-Visa?

  • ช่วยดูว่า Pay Later ต้องทำอะไรต่อ — กลับไปจ่ายที่เมนูไหนและต้องใช้ข้อมูลอะไร
  • ช่วยลดความเสี่ยงจ่ายซ้ำ — โดยเฉพาะเคสเงินถูกตัดแต่ระบบยังไม่อัปเดต
  • ช่วยตรวจหน้า Check Status — ดูว่า Submitted, Granted, Rejected หรือ payment ยังไม่สมบูรณ์
  • ช่วยตรวจ ETA หลัง Granted — ชื่อ เลขพาสปอร์ต ประเภทวีซ่า validity และ entries ต้องถูกต้อง
  • คำแนะนำแบบรายเคส ไม่ใช่ข้อมูลทั่วไป — ทีม Co Journey Visa ช่วยดูจาก screenshot และวันเดินทางจริง โดยไม่โอเวอร์เคลมหรือการันตีผลการพิจารณา

❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

India e-Visa ขึ้น Pay Later แปลว่าอะไร?
Pay Later หมายถึงผู้สมัครกรอกฟอร์มและบันทึกคำร้องไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ชำระค่าธรรมเนียม หรือเลือกกลับมาจ่ายภายหลัง คำร้องจะยังไม่ถือว่าส่งสมบูรณ์เพื่อรอพิจารณาจนกว่าจะชำระเงินสำเร็จตามขั้นตอนของระบบ
ขึ้น Pay Later ควรจ่ายเงินตอนไหน?
ควรจ่ายทันทีหลังตรวจหน้า Verification จนมั่นใจว่าข้อมูลถูกต้อง หรืออย่างน้อยต้องจ่ายให้ทันกรอบเวลาที่ระบบ e-Visa กำหนดก่อนวันเดินทาง ไม่ควรรอใกล้วันบิน เพราะหากชำระเงินไม่ผ่านหรือสถานะไม่อัปเดตอาจแก้ไม่ทัน
จ่ายเงิน India e-Visa แล้วสถานะยังไม่อัปเดต ต้องทำอย่างไร?
เว็บไซต์ทางการของ India e-Visa ระบุว่าสถานะการชำระเงินอาจใช้เวลาสูงสุด 2 ชั่วโมงในการอัปเดตจากเหตุผลด้านเทคนิคหรือ network delays หากเงินถูกตัดแล้วแต่สถานะยังไม่ขึ้น ควรรอ 2 ชั่วโมง แล้วใช้เมนู Verify Payment / Pay Visa Fee ตรวจสถานะก่อนจ่ายซ้ำ
เช็กผลวีซ่าอินเดียออนไลน์ว่าผ่านหรือยังได้ที่ไหน?
ให้เข้าเว็บไซต์ทางการ https://indianvisaonline.gov.in/evisa/ แล้วกดเมนู Check your Visa Status จากนั้นกรอก Application ID, Passport Number และข้อมูลยืนยันตามที่ระบบถาม เพื่อดูสถานะคำร้องและพิมพ์ ETA หากได้รับอนุมัติ
สถานะ Granted ของ India e-Visa แปลว่าผ่านแล้วใช่ไหม?
Granted หมายถึง Electronic Travel Authorization หรือ ETA ได้รับอนุมัติแล้ว ผู้สมัครควรพิมพ์ ETA และตรวจชื่อ เลขพาสปอร์ต ประเภทวีซ่า validity และเงื่อนไขก่อนเดินทาง ทั้งนี้การอนุญาตเข้าเมืองขั้นสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเมื่อเดินทางถึงอินเดีย
ถ้าไม่ได้รับอีเมลผล e-Visa ต้องทำอย่างไร?
ให้ตรวจ inbox, spam และ junk mail ก่อน จากนั้นใช้เมนู Check your Visa Status บนเว็บไซต์ทางการโดยกรอก Application ID และ Passport Number หากยังไม่พบสถานะ ควรติดต่อ e-Visa helpdesk ตามช่องทางที่เว็บไซต์ทางการระบุ

📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเรื่อง Pay Later และ Check Status

  • Pay Later หมายถึงยังไม่ได้ชำระเงินหรือเลือกกลับมาจ่ายภายหลัง
  • คำร้อง e-Visa ยังไม่สมบูรณ์เพื่อรอผลจนกว่าจะชำระเงินสำเร็จ
  • ควรจ่ายหลังตรวจหน้า Verification แล้วว่าข้อมูลถูกต้องทั้งหมด
  • ถ้าเงินถูกตัดแต่สถานะยังไม่อัปเดต ให้รอประมาณ 2 ชั่วโมงแล้วใช้ Verify Payment / Pay Visa Fee
  • อย่ากดจ่ายซ้ำทันทีหากยังไม่ตรวจว่าเงินถูกตัดหรือไม่
  • การเช็กผลให้ใช้เมนู Check your Visa Status บนเว็บไซต์ทางการ
  • สถานะ Granted หมายถึง ETA ได้รับอนุมัติ ควรพิมพ์เอกสารไปสนามบิน
  • ต้องตรวจชื่อ เลขพาสปอร์ต ประเภทวีซ่า validity และ entries ใน ETA ทุกครั้งก่อนเดินทาง

Pay Later หรือ Check Status แล้วไม่แน่ใจ อย่าเพิ่งกดซ้ำ

ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจสถานะ India e-Visa หน้า Pay Later, Verify Payment, Check your Visa Status และ ETA หลัง Granted ผ่าน บริการวีซ่าอินเดีย สำหรับคนไทยที่ต้องการความมั่นใจก่อนเดินทาง

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com