คนไทยไปอินเดียยังต้องทำ Visa on Arrival (VOA) อยู่ไหม? หรือควรทำ E-Visa ไปก่อน?

คนไทยไปอินเดียยังต้องทำ Visa on Arrival (VOA) อยู่ไหม? หรือควรทำ E-Visa ไปก่อน?

🇮🇳 India Visa for Thai Travelers

คนไทยไปอินเดียยังต้องทำ Visa on Arrival (VOA) อยู่ไหม? หรือควรทำ E-Visa ไปก่อน?

สรุปแบบตรงไปตรงมาสำหรับคนไทยที่กำลังจะไปอินเดีย: คนไทยไม่ได้ใช้ VOA อินเดียแบบไปทำที่สนามบินได้ ควรทำ India e-Visa หรือวีซ่าที่ถูกประเภทก่อนเดินทาง โดยเฉพาะทริปท่องเที่ยว ธุรกิจ รักษาพยาบาล หรือเรียนระยะสั้น
📅 อัปเดตล่าสุด: 23 พฤษภาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่าน 10 นาที

หลายคนยังจำภาพเก่าว่า “ไปอินเดียน่าจะทำ Visa on Arrival ได้ไหม?” หรือ “ไปถึงสนามบินแล้วค่อยจ่ายค่าวีซ่าได้หรือเปล่า?” คำตอบสำหรับคนไทย ณ ตอนนี้คือ ไม่ควรวางแผนเดินทางแบบ Visa on Arrival เพราะหน้า Visa on Arrival ทางการของอินเดียระบุสิทธิไว้สำหรับสัญชาติญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และ UAE เฉพาะเงื่อนไขที่กำหนด ไม่ได้รวมสัญชาติไทย

ทางเลือกที่เหมาะกว่าสำหรับคนไทยส่วนใหญ่คือ India e-Visa โดยเฉพาะ e-Tourist Visa สำหรับท่องเที่ยว ซึ่งสมัครออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ทางการของรัฐบาลอินเดีย รับ ETA ทางอีเมล แล้วพิมพ์เอกสารไปแสดงที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองอินเดียเมื่อเดินทางถึง

บทความนี้จะช่วยแยกให้ชัดว่า VOA กับ e-Visa ต่างกันอย่างไร คนไทยควรเลือกแบบไหน เอกสารอะไรต้องเตรียม และจุดไหนที่มักพลาด เช่น ใช้เว็บปลอม สมัครผิดประเภท คิดว่า E-Arrival Card คือวีซ่า หรือรอสมัครใกล้วันบินเกินไป

สรุปสั้น ๆ: คนไทยไปอินเดียไม่ควรพึ่ง Visa on Arrival เพราะอินเดียให้ VOA เฉพาะบางสัญชาติ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และ UAE ตามเงื่อนไขที่กำหนด คนไทยควรทำ India e-Visa หรือวีซ่าปกติก่อนเดินทาง โดยทริปท่องเที่ยวทั่วไปมักใช้ e-Tourist Visa สมัครออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ทางการ indianvisaonline.gov.in/evisa พาสปอร์ตควรเหลืออย่างน้อย 6 เดือน มีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า และควรพิมพ์ ETA ติดตัวไปด้วย

💬 ไม่แน่ใจว่าทริปอินเดียควรทำ e-Tourist, e-Business หรือวีซ่าปกติ? ส่งวันเดินทาง วัตถุประสงค์ และเมืองที่จะไปให้ทีมช่วยเช็กประเภทวีซ่าก่อนสมัครได้ครับ

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

1) คนไทยไปอินเดียยังทำ VOA ได้ไหม?

คำตอบคือ ไม่ควรวางแผนใช้ VOA สำหรับพาสปอร์ตไทย เพราะเว็บไซต์ India Visa Online ของรัฐบาลอินเดียระบุหน้า Visa on Arrival ว่าสิทธิ VOA ใช้กับสัญชาติญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และ UAE เฉพาะ UAE ที่เคยได้รับ e-Visa หรือวีซ่าปกติอินเดียมาก่อนตามเงื่อนไข ไม่ได้ระบุสัญชาติไทยในกลุ่มนี้

ดังนั้น ถ้าคุณถือพาสปอร์ตไทยและจะไปอินเดียเพื่อท่องเที่ยว ธุรกิจ รักษาพยาบาล เรียน หรือ transit บางกรณี ควรตรวจประเภท e-Visa หรือวีซ่าปกติก่อนเดินทาง ไม่ควรไปถึงสนามบินอินเดียแล้วค่อยหวังว่าจะทำ VOA ได้

❌ ความเข้าใจผิดที่เสี่ยงมาก: “Visa on Arrival” กับ “e-Visa ที่ประทับตราเมื่อถึงอินเดีย” ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน e-Visa ต้องสมัครและได้รับ ETA ก่อนบิน ส่วน VOA คือไปขอที่สนามบินเมื่อถึงอินเดีย ซึ่งคนไทยไม่ได้อยู่ในกลุ่ม VOA ทางการของอินเดีย

2) ทำไมควรทำ E-Visa ก่อนเดินทาง?

India e-Visa เหมาะกับคนไทยส่วนใหญ่ เพราะสมัครออนไลน์ได้ ไม่ต้องส่งพาสปอร์ตไปติดสติกเกอร์วีซ่าก่อนเดินทางในหลายกรณี และเมื่อได้รับ ETA ทางอีเมลแล้ว ผู้สมัครสามารถพิมพ์เอกสารไปแสดงที่ Immigration Check Post ที่อินเดียเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจและประทับตราเข้าเมือง

เว็บไซต์ e-Visa ทางการของอินเดียระบุขั้นตอนหลักคือ สมัครออนไลน์ อัปโหลดรูปและหน้าพาสปอร์ต ชำระค่าธรรมเนียมออนไลน์ รับ ETA ทางอีเมล แล้วพิมพ์ ETA ไปแสดงเมื่อเดินทางถึงอินเดีย

💡 มุมมองจากเคสจริง: การสมัคร e-Visa ล่วงหน้าช่วยลดความเสี่ยงที่สนามบินต้นทาง เพราะสายการบินมักตรวจเอกสารก่อนให้เช็กอิน หากไม่มี ETA หรือวีซ่าที่ถูกต้อง อาจถูกปฏิเสธการขึ้นเครื่องได้ตั้งแต่ไทย

3) VOA, E-Visa, Sticker Visa ต่างกันอย่างไร?

ก่อนเลือกวิธีสมัคร ควรแยก 3 คำนี้ให้ชัด เพราะหลายคนเรียกผิดจนวางแผนผิด

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

ประเภท ทำที่ไหน คนไทยใช้ได้ไหม? เหมาะกับกรณีใด
Visa on Arrival (VOA) ขอเมื่อถึงสนามบิน/ด่านที่อินเดีย ไม่ใช่ทางเลือกสำหรับพาสปอร์ตไทยตามหน้า VOA ทางการ เฉพาะสัญชาติที่อินเดียกำหนด เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และ UAE ตามเงื่อนไข
India e-Visa สมัครออนไลน์ก่อนเดินทาง ใช้ได้ในหลายประเภทตามเงื่อนไข e-Visa ท่องเที่ยว ธุรกิจ รักษาพยาบาล เรียนระยะหนึ่ง Transit หรือหมวดที่ระบบเปิดให้สมัคร
Regular / Sticker Visa ยื่นผ่านสถานทูต/ศูนย์รับคำร้องตามช่องทางที่กำหนด ใช้ได้เมื่อเคสไม่เข้าเงื่อนไข e-Visa หรือจำเป็นต้องใช้วีซ่าปกติ เคสอยู่ยาว วัตถุประสงค์เฉพาะ หรือกรณีที่ e-Visa ไม่ครอบคลุม
⚠️ ข้อควรระวัง: อย่าสมัคร e-Tourist Visa หากวัตถุประสงค์จริงคือทำธุรกิจ ทำงาน เรียนระยะยาว หรือไปรักษาพยาบาล เพราะประเภทวีซ่าต้องตรงกับกิจกรรมจริงในอินเดีย

4) India e-Visa มีกี่ประเภท?

เว็บไซต์ e-Visa ทางการของอินเดียระบุหมวด e-Visa หลายประเภท เช่น e-Tourist Visa, e-Business Visa, e-Medical Visa, e-Medical Attendant Visa, e-Student Visa, e-Transit Visa และหมวดอื่น ๆ ตามที่ระบบเปิดให้สมัคร

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

ประเภท e-Visa ใช้กับวัตถุประสงค์ จุดที่ต้องระวัง
e-Tourist Visa ท่องเที่ยว เยี่ยมชมสถานที่ พักผ่อนระยะสั้น ไม่ควรใช้กับกิจกรรมธุรกิจหรือทำงาน
e-Business Visa ประชุมธุรกิจ ติดต่อคู่ค้า เข้าร่วมกิจกรรมธุรกิจตามเงื่อนไข ควรมีข้อมูลบริษัทและวัตถุประสงค์ธุรกิจที่ชัดเจน
e-Medical Visa เดินทางไปรักษาพยาบาลในอินเดีย ควรมีเอกสารจากโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่เกี่ยวข้อง
e-Medical Attendant Visa ผู้ติดตามผู้ป่วยที่ใช้ e-Medical Visa ข้อมูลผู้ป่วยและผู้ติดตามต้องสัมพันธ์กัน
e-Student Visa การเรียนตามเงื่อนไขที่ระบบ e-Visa รองรับ ควรตรวจเอกสารสถาบันและระยะเวลาเรียนให้ชัด
e-Transit Visa การแวะผ่านอินเดียตามเงื่อนไข transit อย่าสรุปว่าทุกการต่อเครื่องต้องใช้/ไม่ใช้วีซ่า ต้องดูว่าผ่าน ตม. หรือรับกระเป๋าหรือไม่

5) ค่าธรรมเนียม e-Tourist Visa สำหรับคนไทย

ตามตาราง Country/Territory Wise e-Tourist Visa Fee ของเว็บไซต์ e-Visa อินเดียที่อัปเดตวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2026 รายการ Thailand ระบุค่าธรรมเนียม 30-day e-Tourist Visa เป็น 0 ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งช่วง April–June และ July–March ส่วน 1-year e-Tourist Visa ระบุ 40 ดอลลาร์สหรัฐ และ 5-year e-Tourist Visa ระบุ 200 ดอลลาร์สหรัฐ โดยมีหมายเหตุเรื่อง bank charge เพิ่มเติม

📌 หมายเหตุสำคัญ: แม้ 30-day e-Tourist Visa สำหรับคนไทยจะแสดงค่าธรรมเนียมเป็น 0 ในตารางทางการปี 2026 แต่ต้องสมัคร e-Visa ก่อนเดินทางอยู่ดี ไม่ใช่การเดินทางแบบไม่ต้องทำอะไร และควรตรวจค่าธรรมเนียมล่าสุดก่อนสมัครทุกครั้ง

หากทริปท่องเที่ยวสั้น 1–2 สัปดาห์ e-Tourist Visa แบบ 30 วันมักเพียงพอ แต่ถ้าต้องเข้าออกหลายครั้ง อยู่ยาวขึ้น หรือเดินทางบ่อย ควรดูเงื่อนไขของ 1-year หรือ 5-year e-Tourist Visa และตรวจว่าเหมาะกับพฤติกรรมการเดินทางของคุณจริงหรือไม่

6) เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนสมัคร India e-Visa

เอกสารพื้นฐานควรเตรียมให้พร้อมก่อนเริ่มกรอกฟอร์ม เพราะระบบ e-Visa ต้องอัปโหลดรูปถ่ายและหน้าพาสปอร์ต หากไฟล์ไม่ชัด ขนาดไฟล์ไม่ถูก หรือข้อมูลสะกดผิด อาจทำให้ต้องแก้หลายรอบ

  • พาสปอร์ตตัวจริง อายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือนนับจากวันเดินทางถึงอินเดีย
  • พาสปอร์ตควรมีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า สำหรับตราประทับเข้าเมือง
  • ไฟล์สแกนหน้าพาสปอร์ตที่ชัดเจน เห็นข้อมูลครบ ไม่สะท้อนแสง
  • รูปถ่ายดิจิทัลตามสเปก e-Visa ของอินเดีย พื้นหลังเรียบ เห็นใบหน้าชัด
  • อีเมลที่ใช้งานได้จริง เพราะ ETA จะส่งมาทางอีเมล
  • ข้อมูลที่พักในอินเดีย เช่น โรงแรม เมือง และเบอร์ติดต่อ
  • แผนเดินทางและตั๋วไป-กลับ หรือแผนออกจากอินเดีย
  • ข้อมูลอาชีพ ที่อยู่ปัจจุบัน และประวัติเดินทางตามที่ระบบถาม
  • บัตรหรือช่องทางชำระเงินออนไลน์ หากมีค่าธรรมเนียมตามประเภทวีซ่า

หากเป็น e-Business, e-Medical หรือ e-Student อาจต้องมีเอกสารเพิ่ม เช่น หนังสือเชิญธุรกิจจากบริษัทอินเดีย เอกสารโรงพยาบาล หรือเอกสารจากสถาบันการศึกษา ไม่ควรใช้ e-Tourist เพื่อเลี่ยงเอกสารเหล่านี้หากวัตถุประสงค์จริงไม่ใช่ท่องเที่ยว

7) ขั้นตอนสมัคร India e-Visa แบบใช้งานจริง

ขั้นตอนสมัครควรทำผ่านเว็บไซต์ทางการเท่านั้น คือ indianvisaonline.gov.in/evisa เพราะมีเว็บไซต์ตัวกลางหรือเว็บคล้ายทางการจำนวนมาก บางเว็บคิดค่าบริการสูงหรืออ้างว่ามี express e-Visa ซึ่งเว็บไซต์รัฐบาลอินเดียเตือนว่าไม่มี emergency / express e-Visa fee พิเศษสำหรับเร่งอนุมัติ

1
เข้าเว็บไซต์ e-Visa ทางการ
ใช้เฉพาะ indianvisaonline.gov.in/evisa และอ่านคำแนะนำก่อนเริ่มกรอก
2
เลือกประเภท e-Visa ให้ตรงวัตถุประสงค์
เช่น e-Tourist, e-Business, e-Medical, e-Student หรือ e-Transit
3
กรอกข้อมูลตามพาสปอร์ต
ชื่อ นามสกุล เลขพาสปอร์ต วันเกิด สัญชาติ และวันหมดอายุต้องตรง 100%
4
อัปโหลดรูปและหน้าพาสปอร์ต
ไฟล์ต้องชัด ข้อมูลครบ และตรงตามรูปแบบที่ระบบกำหนด
5
ชำระค่าธรรมเนียมถ้ามี
บางประเภทหรือบางสัญชาติอาจมีค่าธรรมเนียม ต้องดูตารางล่าสุด
6
รอ ETA ทางอีเมล
เมื่อได้รับแล้วให้ตรวจชื่อ เลขพาสปอร์ต ประเภทวีซ่า และวันเดินทางให้ละเอียด
7
พิมพ์ ETA ไปสนามบิน
นำพาสปอร์ตตัวจริง ETA ตั๋วกลับ ที่พัก และเอกสารทริปไปแสดงหากเจ้าหน้าที่ถาม
⚠️ อย่ารอสมัครคืนก่อนบิน: แม้ระบบจะออนไลน์ แต่หากรูปไม่ผ่าน ชำระเงินมีปัญหา อีเมลไม่เข้า หรือกรอกเลขพาสปอร์ตผิด อาจไม่มีเวลาแก้ทันก่อนเช็กอิน

8) E-Arrival Card ของอินเดียคือวีซ่าหรือไม่?

เว็บไซต์ e-Visa ทางการของอินเดียระบุว่า foreigner และ OCI card holder สามารถกรอก e-Arrival card ออนไลน์ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางถึงอินเดียได้ แต่เอกสารนี้เป็นข้อมูลการเดินทางเข้าประเทศ ไม่ใช่วีซ่า

❌ อย่าสับสน: e-Arrival Card ไม่ได้แทน e-Visa หากคุณต้องใช้วีซ่า ต้องมี e-Visa / Regular Visa ที่ถูกต้องก่อนเดินทาง ส่วน e-Arrival Card เป็นข้อมูล arrival เพื่อใช้ในขั้นตอนเข้าเมือง

9) ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของคนไทย

เคสอินเดียที่พบบ่อยไม่ได้พลาดเพราะระบบยากอย่างเดียว แต่พลาดเพราะเริ่มจากความเข้าใจผิด เช่น คิดว่า VOA ใช้ได้ คิดว่า e-Arrival Card คือวีซ่า หรือสมัครผ่านเว็บที่ไม่ใช่ทางการ

❌ ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง:
  • เดินทางไปสนามบินโดยคิดว่าคนไทยทำ India VOA ได้
  • สมัคร e-Visa ผ่านเว็บไซต์ที่ไม่ใช่เว็บรัฐบาลอินเดีย
  • เข้าใจว่า e-Arrival Card คือ e-Visa
  • เลือก e-Tourist ทั้งที่ไปทำธุรกิจหรือรักษาพยาบาล
  • กรอกชื่อหรือเลขพาสปอร์ตผิด 1 ตัว แต่ไม่ตรวจ ETA ก่อนเดินทาง
  • อัปโหลดรูปหรือหน้าพาสปอร์ตไม่ชัด ทำให้คำร้องล่าช้า
  • ไม่พิมพ์ ETA ติดตัวไปสนามบิน
  • พาสปอร์ตเหลืออายุไม่ถึง 6 เดือนหรือหน้าว่างไม่พอ

10) ตัวอย่างเคสที่ควรเลือกต่างกัน

เคสที่ 1: ไปเที่ยวเดลี-ชัยปุระ-อัครา 7 วัน

โดยทั่วไปเหมาะกับ e-Tourist Visa หากถือพาสปอร์ตไทยและทริปเป็นท่องเที่ยวจริง ควรสมัครก่อนเดินทาง พิมพ์ ETA และเตรียมตั๋วกลับกับที่พักให้พร้อม

เคสที่ 2: ไปประชุมกับคู่ค้าอินเดีย 3 วัน

ไม่ควรใช้ e-Tourist หากวัตถุประสงค์คือธุรกิจ ควรพิจารณา e-Business Visa และเตรียมข้อมูลบริษัทไทย บริษัทอินเดีย และเหตุผลการเดินทางให้สอดคล้องกัน

เคสที่ 3: ไปอินเดียเพื่อรักษาพยาบาล

ควรตรวจ e-Medical Visa และเอกสารจากโรงพยาบาลอินเดีย ไม่ควรเลือกท่องเที่ยวเพื่อความง่าย เพราะวัตถุประสงค์จริงและเอกสารหน้างานอาจไม่ตรงกัน

ก่อนสมัคร India e-Visa ให้ทีมช่วยเช็กประเภทวีซ่าและเอกสารได้
โดยเฉพาะเคสธุรกิจ รักษาพยาบาล เรียน หรือมี transit ซับซ้อน เพราะเลือกประเภทผิดอาจทำให้เสียเวลาแก้ใหม่

💬 ส่งแผนเดินทางให้ทีมช่วยเช็ก

11) แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ

กฎวีซ่าอินเดีย ค่าธรรมเนียม e-Visa รายชื่อประเทศที่ได้ VOA ช่องทางเข้าเมือง และระบบ E-Arrival สามารถเปลี่ยนได้ จึงควรตรวจจากเว็บไซต์ทางการก่อนสมัครทุกครั้ง ไม่ควรใช้ข้อมูลจากรีวิวเก่าหรือเว็บตัวกลางที่ไม่ชัดเจน

📌 แหล่งข้อมูลทางการที่แนะนำ:

หากคุณมีเอกสารภาษาไทยที่ต้องใช้ประกอบ เช่น หนังสือรับรองการทำงาน หนังสือบริษัท หนังสือเชิญ หรือเอกสารโรงพยาบาล ควรตรวจว่าต้อง แปลเอกสาร เป็นภาษาอังกฤษหรือไม่ โดยเฉพาะเคสธุรกิจ รักษาพยาบาล หรือเรียน

⭐ ทำไมควรให้ Co Journey Visa ช่วยตรวจ India e-Visa?

  • ช่วยแยก VOA กับ e-Visa ให้ชัด — คนไทยไม่ควรวางแผนไปทำ VOA ที่สนามบินอินเดีย
  • ช่วยเลือกประเภทวีซ่าให้ตรงวัตถุประสงค์ — ท่องเที่ยว ธุรกิจ รักษาพยาบาล เรียน หรือ transit ใช้เอกสารต่างกัน
  • ช่วยตรวจไฟล์ก่อนสมัคร — รูปถ่าย หน้าพาสปอร์ต ชื่อ เลขพาสปอร์ต และข้อมูลเดินทางต้องถูกต้อง
  • ช่วยลดความเสี่ยงจากเว็บปลอม/เว็บตัวกลาง — แนะนำให้ใช้เว็บไซต์ทางการและตรวจ ETA ให้ละเอียด
  • คำแนะนำแบบรายเคส ไม่ใช่ข้อมูลทั่วไป — ทีม Co Journey Visa ช่วยดูจากแผนเดินทางจริง โดยไม่โอเวอร์เคลมหรือการันตีผลการพิจารณา

❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

คนไทยไปอินเดียทำ Visa on Arrival ได้ไหม?
ปัจจุบันคนไทยไม่ได้อยู่ในกลุ่มสัญชาติที่ใช้ Visa on Arrival ของอินเดียได้ โดยหน้า Visa on Arrival ทางการของอินเดียระบุสิทธิสำหรับสัญชาติญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และ UAE เฉพาะเงื่อนไขที่กำหนด คนไทยควรทำ India e-Visa หรือวีซ่าปกติก่อนเดินทาง
คนไทยควรทำ India e-Visa ก่อนเดินทางไหม?
ควรทำก่อนเดินทาง โดยเฉพาะทริปท่องเที่ยวระยะสั้น เพราะ e-Tourist Visa สามารถสมัครออนไลน์ รับ ETA ทางอีเมล แล้วพิมพ์เอกสารไปแสดงที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองอินเดียได้
e-Tourist Visa อินเดียสำหรับคนไทยฟรีไหม?
ตามข้อมูลค่าธรรมเนียม e-Tourist Visa ของอินเดียปี 2026 สัญชาติไทยมีค่าธรรมเนียม 30-day e-Tourist Visa เป็น 0 ดอลลาร์สหรัฐในตารางทางการ แต่ควรตรวจอีกครั้งก่อนสมัคร เพราะค่าธรรมเนียมและนโยบายอาจเปลี่ยนได้
ควรสมัคร India e-Visa ก่อนเดินทางกี่วัน?
ควรสมัครล่วงหน้าอย่างน้อยหลายวันก่อนเดินทาง ไม่ควรรอใกล้วันบิน แม้ระบบ e-Visa จะเป็นออนไลน์ เพราะอาจมีปัญหารูปถ่าย ไฟล์พาสปอร์ต ชำระเงิน ข้อมูลผิด หรือผล ETA ยังไม่ออกทันเวลา
มี India e-Visa แล้วต้องพิมพ์เอกสารไปไหม?
ควรพิมพ์ ETA หรือเอกสารอนุมัติ e-Visa ติดตัวไปด้วย และเตรียมพาสปอร์ตตัวจริงที่มีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน มีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า พร้อมเอกสารทริป เช่น ตั๋วกลับและที่พัก
E-Arrival Card ของอินเดียคือวีซ่าหรือไม่?
ไม่ใช่วีซ่า E-Arrival Card เป็นข้อมูลการเดินทางเข้าประเทศที่สามารถกรอกออนไลน์ก่อนเดินทางได้ แต่ไม่ได้แทน e-Visa หรือวีซ่าอินเดีย ผู้เดินทางยังต้องมีวีซ่าหรือสิทธิเดินทางเข้าประเทศที่ถูกต้อง

📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำ: คนไทยไปอินเดียควรทำ VOA หรือ E-Visa?

  • คนไทยไม่ควรวางแผนใช้ Visa on Arrival อินเดีย เพราะหน้า VOA ทางการไม่ได้รวมสัญชาติไทย
  • ทริปท่องเที่ยวทั่วไปควรสมัคร India e-Tourist Visa ออนไลน์ก่อนเดินทาง
  • 30-day e-Tourist Visa สำหรับสัญชาติไทยแสดงค่าธรรมเนียม 0 ดอลลาร์สหรัฐในตารางทางการปี 2026 แต่ต้องสมัครก่อนเดินทางอยู่ดี
  • พาสปอร์ตควรเหลืออย่างน้อย 6 เดือนและมีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า
  • ต้องพิมพ์ ETA ไปแสดงที่สนามบินและด่านตรวจคนเข้าเมืองอินเดีย
  • e-Arrival Card ไม่ใช่วีซ่า และไม่แทน e-Visa
  • ควรใช้เว็บไซต์ทางการ indianvisaonline.gov.in/evisa เท่านั้น และระวังเว็บที่อ้างบริการเร่งด่วนเกินจริง

ไปอินเดีย อย่ารอทำ VOA ที่สนามบิน

ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจประเภท India e-Visa ตรวจไฟล์พาสปอร์ต รูปถ่าย ข้อมูลทริป และเอกสารประกอบก่อนสมัคร เพื่อให้คำร้องออนไลน์เป็นระบบและลดความเสี่ยงจากการสมัครผิดประเภทหรือข้อมูลไม่ตรงกัน

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com