ฟรีแลนซ์ / เจ้าของธุรกิจที่ไม่มีสลิปเงินเดือน ยื่นขอวีซ่าระยะยาวไต้หวัน ต้องใช้ Statement เท่าไหร่ถึงจะผ่าน?
คำถามที่ฟรีแลนซ์ เจ้าของร้านออนไลน์ เจ้าของบริษัทเล็ก ผู้รับงานต่างประเทศ และคนทำธุรกิจส่วนตัวถามบ่อยมากคือ “ไม่มีสลิปเงินเดือน จะยื่นวีซ่าไต้หวันระยะยาวได้ไหม?” และ “Statement ต้องมีเท่าไหร่ถึงจะผ่าน?”
คำตอบตรง ๆ คือ ไม่มีตัวเลขเดียวที่การันตีผ่านทุกประเภทวีซ่า เพราะไต้หวันมีวีซ่าหลายกลุ่ม เช่น วีซ่าเรียนภาษา วีซ่านักศึกษา วีซ่าทำงาน วีซ่าคู่สมรส วีซ่า Digital Nomad หรือการพำนักระยะยาวบางประเภท แต่ละประเภทดูหลักฐานการเงินต่างกัน บางประเภทระบุแค่ “มีเงินเพียงพอ” บางประเภทระบุจำนวนชัดเจน เช่น Digital Nomad Visitor Visa
สำหรับฟรีแลนซ์และเจ้าของธุรกิจ จุดสำคัญไม่ใช่แค่ยอดเงินปลายบัญชี แต่คือการทำให้เจ้าหน้าที่เห็นว่า รายได้ของคุณมีจริง ต่อเนื่อง ตรวจสอบได้ และพอสำหรับค่าใช้จ่ายในไต้หวัน บทความนี้จะอธิบายวิธีเตรียม Statement, Bank Certificate, เอกสารรายได้ และจดหมายอธิบายรายได้สำหรับยื่น วีซ่าไต้หวัน ระยะยาวอย่างเป็นระบบ
💬 ถ้าคุณไม่มีสลิปเงินเดือน แต่มีรายได้ฟรีแลนซ์หรือธุรกิจ ส่งตัวอย่าง Statement และเอกสารรายได้ให้ทีมเราช่วยดูได้ก่อน ว่าควรจัดเอกสารแบบไหนให้เจ้าหน้าที่อ่านแล้วเข้าใจรายได้ของคุณจริง
📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี📋 สารบัญบทความ
- Statement เท่าไหร่ถึงผ่าน? ทำไมตอบเป็นตัวเลขเดียวไม่ได้
- วีซ่าระยะยาวไต้หวันแต่ละประเภทดูการเงินต่างกันอย่างไร?
- ฟรีแลนซ์ไม่มีสลิปเงินเดือน ต้องพิสูจน์รายได้ด้วยอะไร?
- เจ้าของธุรกิจควรใช้เอกสารบัญชีส่วนตัวหรือบัญชีบริษัท?
- Statement แบบไหนดูน่าเชื่อถือ?
- ควรเตรียม Statement ย้อนหลังกี่เดือน?
- จดหมายอธิบายรายได้ควรเขียนอะไร?
- ตารางเช็กความเสี่ยง Statement ก่อนยื่น
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ
- คำถามที่ถามบ่อย
1. Statement เท่าไหร่ถึงผ่าน? ทำไมตอบเป็นตัวเลขเดียวไม่ได้
คำถามว่า “ต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงผ่าน” เป็นคำถามที่เข้าใจได้ แต่ในทางวีซ่าควรเปลี่ยนเป็นคำถามว่า เงินในบัญชีพอสำหรับวัตถุประสงค์และระยะเวลาพำนักไหม? เพราะวีซ่าแต่ละประเภทดูฐานะการเงินไม่เหมือนกัน
ตัวอย่างเช่น วีซ่านักศึกษาต่างชาติของ BOCA ระบุว่า proof of financial support ต้องเพียงพอสำหรับค่าครองชีพอย่างน้อย 6 เดือน ส่วน Resident Visa for Studying Mandarin Chinese ระบุว่าต้องเพียงพอสำหรับค่าครองชีพอย่างน้อย 3 เดือน และถ้าใช้เงินญาติ ต้องมีเอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์ประกอบ ขณะที่ Digital Nomad Visitor Visa ระบุเกณฑ์รายได้และยอดเงินเฉลี่ยชัดเจน
2. วีซ่าระยะยาวไต้หวันแต่ละประเภทดูการเงินต่างกันอย่างไร?
คำว่า “วีซ่าระยะยาวไต้หวัน” อาจหมายถึงหลายกลุ่ม เช่น เรียนภาษา เรียนต่อ ทำงาน คู่สมรส Digital Nomad หรือแผนพำนักที่เกี่ยวข้องกับ ARC/Resident Visa ดังนั้นก่อนเตรียม Statement ต้องรู้ก่อนว่าคุณยื่นประเภทไหน
หมายเหตุ: เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| ประเภทวีซ่า/สถานะ | หลักฐานการเงินที่มักเกี่ยวข้อง | จุดสำคัญสำหรับฟรีแลนซ์/เจ้าของธุรกิจ |
|---|---|---|
| Visitor Visa for Studying Chinese | Proof of stable financial resources เช่น bank account balance statements หรือ foreign remittance receipts | ควรแสดงรายได้/เงินออมที่พอสำหรับค่าเรียนและค่าครองชีพ |
| Resident Visa for Studying Mandarin Chinese | Bank statements หรือ records of remittance ที่เพียงพออย่างน้อย 3 เดือน living needs | ถ้าใช้บัญชีตัวเอง ต้องเห็นรายได้หรือเงินออมชัด ถ้าใช้ญาติ ต้องมีเอกสารความสัมพันธ์ |
| Resident Visa for Foreign Students | Proof of financial support ที่เพียงพออย่างน้อย 6 เดือน living needs | เหมาะเตรียม Statement 6 เดือนขึ้นไป พร้อมที่มารายได้หรือผู้สนับสนุน |
| Digital Nomad Visitor Visa | BOCA ระบุเกณฑ์รายได้ต่อปีและยอดเงินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน เฉลี่ยอย่างน้อย US$10,000 ต่อเดือน | ฟรีแลนซ์/เจ้าของธุรกิจต้องพิสูจน์รายได้ต่างประเทศ งาน remote และประกันสุขภาพ |
| Employment / Work-related Residence | มักเน้น work permit, contract, นายจ้าง และเงินเดือน/ค่าตอบแทนตามงาน | ถ้าเป็นเจ้าของธุรกิจหรือผู้เชี่ยวชาญ ต้องเชื่อมเอกสารงานกับคุณสมบัติและรายได้ |
| คู่สมรส / Family Residence | บางกรณีอาจดูความสามารถพึ่งพาตนเอง แต่เอกสารหลักคือความสัมพันธ์สมรสและสถานะคู่สมรส | Statement เป็นเอกสารเสริม ไม่ใช่เอกสารแทนทะเบียนสมรสหรือเอกสารไต้หวัน |
3. ฟรีแลนซ์ไม่มีสลิปเงินเดือน ต้องพิสูจน์รายได้ด้วยอะไร?
ฟรีแลนซ์ไม่จำเป็นต้องมีสลิปเงินเดือนแบบพนักงานประจำ แต่ต้องมีเอกสารที่แสดงว่าเงินที่เข้าบัญชีมาจากงานจริง ไม่ใช่เงินยืม เงินหมุน หรือเงินฝากชั่วคราวก่อนยื่นวีซ่า
เอกสารที่ช่วยได้คือสัญญาจ้าง ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ invoice ใบเสร็จรับเงิน รายการโอนจากลูกค้า รายงานแพลตฟอร์มฟรีแลนซ์ ภาษี รายได้จากต่างประเทศ หรืออีเมล/เอกสารที่ยืนยันงานและค่าจ้าง โดยควรจัดให้ตรงกับยอดเงินใน Statement
| เอกสารฟรีแลนซ์ | ใช้ยืนยันอะไร | วิธีทำให้น่าเชื่อถือขึ้น |
|---|---|---|
| Bank Statement | เงินเข้าออกและยอดคงเหลือ | ไฮไลต์รายการรับเงินจากลูกค้าหลักและทำสรุปรายได้รายเดือน |
| Bank Certificate | ยอดเงินคงเหลือ ณ วันที่ออกเอกสาร | ขอเป็นภาษาอังกฤษถ้าธนาคารออกให้ได้ |
| สัญญาจ้าง / Contract | แหล่งรายได้และความต่อเนื่องของงาน | ควรมีชื่อผู้ว่าจ้าง ระยะเวลา ค่าจ้าง และขอบเขตงาน |
| Invoice / Receipt | ยอดเงินที่เรียกเก็บและรับจริง | จับคู่กับรายการเงินเข้าใน Statement ให้เห็นง่าย |
| เอกสารภาษี | รายได้ที่เคยยื่นต่อรัฐ | ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือมากกว่ามีแค่ Statement |
| Portfolio / Website / LinkedIn | อาชีพและความเชี่ยวชาญ | ใช้เสริมภาพรวม แต่ไม่ควรแทนเอกสารการเงิน |
4. เจ้าของธุรกิจควรใช้เอกสารบัญชีส่วนตัวหรือบัญชีบริษัท?
เจ้าของธุรกิจมักมีสองบัญชี คือบัญชีบริษัท/ร้านค้า และบัญชีส่วนตัว ปัญหาคือเงินในบัญชีบริษัทไม่ได้แปลว่าเจ้าของสามารถใช้เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวได้เสมอไป ดังนั้นควรทำให้เจ้าหน้าที่เห็นความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจ รายได้ และเงินที่ผู้สมัครใช้พำนักจริง
ถ้าใช้บัญชีบริษัท ควรมีเอกสารเชื่อมว่าคุณเป็นเจ้าของ กรรมการ หุ้นส่วน หรือผู้มีอำนาจในธุรกิจ เช่น หนังสือรับรองบริษัท ทะเบียนพาณิชย์ เอกสารภาษี รายงานยอดขาย หรือ statement ธุรกิจ พร้อมอธิบายว่ารายได้ธุรกิจไหลเข้าสู่รายได้ส่วนตัวอย่างไร
5. Statement แบบไหนดูน่าเชื่อถือ?
Statement ที่ดีไม่ได้หมายความว่าต้องมียอดเงินสูงอย่างเดียว แต่ต้องอ่านแล้วเข้าใจได้ว่าเงินมาจากแหล่งรายได้จริง มีความต่อเนื่อง และสัมพันธ์กับอาชีพของผู้สมัคร
หมายเหตุ: เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| ลักษณะ Statement | มุมมองของเจ้าหน้าที่ | ควรเสริมอะไร |
|---|---|---|
| มีเงินเข้าจากลูกค้าหลายเดือนต่อเนื่อง | ดูเป็นรายได้จริงและมีความต่อเนื่อง | แนบ invoice/contract และสรุปรายได้รายเดือน |
| มียอดเงินคงเหลือพอสมเหตุสมผล | มีความพร้อมจ่ายค่าใช้จ่ายระหว่างพำนัก | แนบ Bank Certificate ล่าสุด |
| เงินก้อนใหญ่เข้าก่อนยื่นไม่นาน | อาจถูกมองว่าเติมบัญชีชั่วคราว | อธิบายที่มา เช่น payment จากลูกค้า เงินปันผล หรือขายทรัพย์สิน |
| บัญชีหมุนเงินเยอะ แต่ยอดคงเหลือน้อย | รายได้มีจริง แต่ความพร้อมค่าใช้จ่ายอาจไม่ชัด | เตรียมบัญชีออมทรัพย์/เงินฝากเพิ่ม หรือแผนค่าใช้จ่าย |
| มีหลายบัญชี เงินกระจาย | อาจอ่านยากถ้าไม่สรุป | ทำตารางสรุปบัญชีและยอดรวม พร้อมเอกสารทุกบัญชี |
6. ควรเตรียม Statement ย้อนหลังกี่เดือน?
ถ้าเช็กลิสต์วีซ่าระบุจำนวนเดือน ให้ยึดตามนั้นก่อนเสมอ ถ้าไม่ระบุชัด สำหรับฟรีแลนซ์และเจ้าของธุรกิจควรเตรียมอย่างน้อย 3-6 เดือน และถ้าเป็นเคสระยะยาวหรือรายได้ไม่สม่ำเสมอ ควรเตรียม 6-12 เดือนเพื่อให้เห็น pattern รายได้ชัดขึ้น
ในกรณีวีซ่านักศึกษาและเรียนภาษา BOCA มีตัวอย่างเกณฑ์เรื่อง “เพียงพอต่อ living needs” เช่น Resident Visa for Studying Mandarin Chinese ระบุว่าหลักฐานการเงินต้องเพียงพอสำหรับค่าครองชีพอย่างน้อย 3 เดือน ส่วน Resident Visa for Foreign Students ระบุอย่างน้อย 6 เดือน ดังนั้นจำนวนเดือนของ Statement ควรสัมพันธ์กับเกณฑ์ที่ประเภทวีซ่านั้นใช้
7. จดหมายอธิบายรายได้ควรเขียนอะไร?
ฟรีแลนซ์และเจ้าของธุรกิจควรมีจดหมายอธิบายรายได้ เพราะเจ้าหน้าที่อาจไม่เข้าใจว่าเงินเข้าบัญชีมาจากอะไร โดยเฉพาะถ้ารายการโอนมีหลายชื่อ หลายแพลตฟอร์ม หรือมีเงินจากต่างประเทศ
| หัวข้อในจดหมาย | ควรระบุอะไร | ตัวอย่างแนวทาง |
|---|---|---|
| อาชีพและลักษณะงาน | ทำงานอะไร ให้บริการใคร รายได้มาจากช่องทางใด | Freelance digital marketer, online seller, consultant |
| รายได้เฉลี่ย | รายได้ต่อเดือนหรือเฉลี่ย 6-12 เดือน | แนบตารางสรุปจาก Statement และ invoice |
| ลูกค้าหรือธุรกิจหลัก | ชื่อบริษัท/ลูกค้าหลักหรือแพลตฟอร์มที่รับเงิน | แนบ contract, invoice, receipt หรือ platform report |
| เงินออมและค่าใช้จ่ายในไต้หวัน | ยอดเงินที่เตรียมไว้และความสามารถดูแลตัวเอง | เชื่อมกับ Bank Certificate และแผนพำนัก |
| เหตุผลที่ไม่มีสลิปเงินเดือน | อธิบายว่าเป็น self-employed/freelancer/business owner | ไม่ต้องขอโทษ แต่อธิบายด้วยเอกสารที่ตรวจสอบได้ |
8. ตารางเช็กความเสี่ยง Statement ก่อนยื่น
ก่อนยื่นจริง ควรตรวจว่า Statement และเอกสารรายได้ของคุณตอบคำถามหลักครบหรือยัง: มีเงินพอไหม เงินมาจากไหน รายได้ต่อเนื่องไหม และสอดคล้องกับประเภทวีซ่าหรือไม่
หมายเหตุ: เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| จุดตรวจ | เอกสารดูพร้อม | สัญญาณเสี่ยง | วิธีเสริมก่อนยื่น |
|---|---|---|---|
| ยอดเงินคงเหลือ | พอสำหรับค่าใช้จ่ายตามระยะพำนัก | ยอดเงินต่ำมากเมื่อเทียบกับแผนอยู่ไต้หวัน | เพิ่ม Bank Certificate และแผนค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผล |
| ความต่อเนื่องของรายได้ | มีเงินเข้าหลายเดือนและอธิบายได้ | มีเงินเข้าแค่ก่อนยื่นไม่นาน | แนบ invoice/contract/ภาษี หรือ statement ย้อนหลังนานขึ้น |
| ที่มาของเงิน | เงินเข้าเชื่อมกับงาน/ธุรกิจจริง | รายการโอนเยอะ แต่ไม่รู้ว่าใครโอนและเพื่ออะไร | ทำตารางจับคู่รายการเงินเข้ากับเอกสารรายได้ |
| บัญชีบริษัท | มีเอกสารธุรกิจเชื่อมกับผู้สมัคร | ส่งบัญชีบริษัทแต่ไม่พิสูจน์ว่าเป็นเจ้าของ | แนบทะเบียนพาณิชย์ หนังสือรับรองบริษัท หรือเอกสารภาษี |
| จดหมายอธิบายรายได้ | อธิบายรายได้และเอกสารประกอบเป็นระบบ | ไม่มีคำอธิบาย ทำให้เจ้าหน้าที่อ่าน Statement ยาก | เขียน income explanation letter พร้อมตารางสรุปรายได้ |
9. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ข้อผิดพลาดของฟรีแลนซ์และเจ้าของธุรกิจมักไม่ได้เกิดจาก “ไม่มีเงิน” แต่เกิดจากเอกสารทำให้เจ้าหน้าที่ไม่เห็นภาพรายได้จริง เช่น เงินเข้าไม่ชัด ไม่มีเอกสารธุรกิจ ไม่มีภาษี หรือใช้บัญชีบริษัทโดยไม่อธิบายความเกี่ยวข้อง
- ส่ง Statement อย่างเดียวโดยไม่มีเอกสารอธิบายที่มารายได้
- เติมเงินก้อนก่อนยื่น แต่ไม่มีหลักฐานว่าเงินมาจากไหน
- ใช้บัญชีบริษัท แต่ไม่มีเอกสารว่าผู้สมัครเป็นเจ้าของหรือกรรมการ
- บัญชีส่วนตัวไม่มีเงินพอ เพราะเงินทั้งหมดอยู่ในบัญชีธุรกิจ
- รายได้จากต่างประเทศมีจริง แต่ไม่มี invoice หรือสัญญาจ้างประกอบ
- เอกสารภาษีไม่สอดคล้องกับรายได้ที่อ้างในจดหมาย
- ยื่นวีซ่าผิดประเภท เช่น ตั้งใจ remote work แต่ยื่นแบบที่ไม่รองรับวัตถุประสงค์จริง
- เชื่อคำแนะนำว่า “มีเงินเท่านี้ผ่านแน่” โดยไม่ดูประเภทวีซ่าและที่มารายได้
ตัวอย่างเคสจำลอง: ฟรีแลนซ์รับเงินจากต่างประเทศ
ผู้สมัครเป็นฟรีแลนซ์รับงานออกแบบจากลูกค้าต่างประเทศ มีเงินเข้าผ่าน Wise/PayPal ทุกเดือน แต่ Statement มีแต่ชื่อแพลตฟอร์ม ไม่เห็นชื่อลูกค้า กรณีนี้ควรแนบ invoice, contract, platform report และตารางสรุปว่าเงินเข้าแต่ละรายการมาจากลูกค้ารายใด เพื่อให้รายได้ดูตรวจสอบได้
ตัวอย่างเคสจำลอง: เจ้าของร้านออนไลน์รายได้ดี แต่บัญชีส่วนตัวต่ำ
ผู้สมัครขายสินค้าออนไลน์ เงินเข้าบัญชีร้านจำนวนมาก แต่บัญชีส่วนตัวมีเงินคงเหลือน้อย หากใช้ยื่นวีซ่าระยะยาว ควรเตรียม statement ร้านค้า เอกสารจดทะเบียน/ภาษี รายงานยอดขาย และบัญชีส่วนตัวที่แสดงเงินสำหรับใช้พำนักจริง ไม่ควรส่งบัญชีร้านอย่างเดียวโดยไม่อธิบาย
10. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ
ข้อกำหนดเรื่องหลักฐานการเงินของวีซ่าไต้หวันเปลี่ยนตามประเภทวีซ่าและประกาศของ BOCA/NIA จึงควรตรวจจากแหล่งทางการก่อนยื่นจริง โดยเฉพาะถ้าเป็น Digital Nomad, Resident Visa, วีซ่าเรียน หรือการพำนักระยะยาวที่มีเงื่อนไขเฉพาะ
- BOCA Taiwan - Digital Nomad Visitor Visa: เกณฑ์รายได้ต่อปี ยอดเงินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน และประกันสุขภาพสำหรับ Digital Nomad
https://www.boca.gov.tw/cp-158-7718-c0382-2.html - BOCA Taiwan - Visitor Visa for Studying Chinese: หลักฐาน stable financial resources สำหรับเรียนภาษาจีน
https://www.boca.gov.tw/cp-158-260-9690c-2.html - BOCA Taiwan - Resident Visas for Studying Mandarin Chinese: Bank statements/records of remittance และเกณฑ์ living needs อย่างน้อย 3 เดือน
https://www.boca.gov.tw/fp-166-285-041cb-2.html - BOCA Taiwan - Resident Visas for Foreign Students: Proof of financial support และ living needs อย่างน้อย 6 เดือน
https://www.boca.gov.tw/fp-166-283-c4da3-2.html - National Immigration Agency - Residency / Change of Residency Status: ข้อมูลการพำนัก การต่ออายุ และการเปลี่ยนสถานะของชาวต่างชาติ
https://www.immigration.gov.tw/5475/5478/141465/141808/141970/ - Taipei Economic and Cultural Office in Thailand: ช่องทางตรวจข้อมูลวีซ่าสำหรับผู้ยื่นจากประเทศไทย
https://www.roc-taiwan.org/th_th/
11. เคสแบบไหนควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจ?
ถ้าคุณเป็นพนักงานประจำ มีสลิปเงินเดือนและ Statement ชัด อาจเตรียมง่ายกว่า แต่ถ้าเป็นฟรีแลนซ์หรือเจ้าของธุรกิจ เอกสารต้องเล่าเรื่องรายได้แทนสลิปเงินเดือน จึงควรตรวจความสอดคล้องก่อนยื่นจริง
- ไม่มีสลิปเงินเดือน แต่ต้องยื่นวีซ่าระยะยาวไต้หวัน
- รายได้เข้าหลายบัญชี หลายแพลตฟอร์ม หรือหลายสกุลเงิน
- ใช้บัญชีบริษัทหรือบัญชีร้านค้าเป็นหลักฐานการเงิน
- มีเงินก้อนใหญ่เข้าก่อนยื่นและต้องอธิบายที่มา
- ไม่แน่ใจว่าควรยื่น Digital Nomad, วีซ่าเรียน, ทำงาน หรือวีซ่าประเภทอื่น
- ต้องเขียนจดหมายอธิบายรายได้เป็นภาษาอังกฤษ
- ต้องจัด Statement, invoice, contract, tax และเอกสารธุรกิจให้เป็นชุดเดียวกัน
ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจภาพรวมการเงินของผู้สมัคร วีซ่าไต้หวัน เช่น Statement, Bank Certificate, เอกสารธุรกิจ, ภาษี, สัญญาจ้าง, invoice และจดหมายอธิบายรายได้ เพื่อให้เอกสารอ่านเป็นระบบและไม่ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเดาว่าเงินมาจากไหน
⚡ ไม่มีสลิปเงินเดือน แต่มีรายได้จริงจากฟรีแลนซ์หรือธุรกิจ?
ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยดู Statement และเอกสารรายได้ก่อนยื่น เพื่อจัดชุดเอกสารให้แข็งแรงและตรงกับประเภทวีซ่าที่เหมาะสม
⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?
- ช่วยประเมิน Statement แบบไม่ใช้สูตรลัด — ดูทั้งยอดเงิน ความต่อเนื่อง ที่มารายได้ และประเภทวีซ่าที่สมัคร
- ช่วยจัดเอกสารรายได้ฟรีแลนซ์ให้เป็นระบบ — เช่น contract, invoice, receipt, platform report และรายการรับเงิน
- ช่วยตรวจเอกสารเจ้าของธุรกิจ — เช่น บัญชีส่วนตัว บัญชีบริษัท ทะเบียนพาณิชย์ หนังสือรับรองบริษัท และภาษี
- ช่วยเขียนจดหมายอธิบายรายได้ — เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าใจว่าทำอาชีพอะไร รายได้มาจากไหน และมีเงินพออย่างไร
- คำแนะนำแบบรายเคส ไม่การันตีผล — เพราะวีซ่าไต้หวันพิจารณาจากเอกสารจริงและดุลยพินิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)
ฟรีแลนซ์ยื่นวีซ่าระยะยาวไต้หวัน ต้องมีเงินใน Statement เท่าไหร่ถึงผ่าน?
ไม่มีสลิปเงินเดือน ยื่นวีซ่าไต้หวันได้ไหม?
Statement ของฟรีแลนซ์ควรย้อนหลังกี่เดือน?
เจ้าของธุรกิจควรใช้บัญชีส่วนตัวหรือบัญชีบริษัท?
เงินก้อนใหญ่โอนเข้าก่อนยื่นวีซ่าไต้หวันได้ไหม?
Digital Nomad Visa ไต้หวันมีเกณฑ์ Statement ชัดเจนไหม?
📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำสำหรับฟรีแลนซ์/เจ้าของธุรกิจที่ยื่นวีซ่าระยะยาวไต้หวัน
- ไม่มีตัวเลข Statement เดียวที่การันตีผ่านทุกประเภทวีซ่า
- ต้องดูประเภทวีซ่าก่อน เช่น เรียนภาษา นักศึกษา ทำงาน คู่สมรส หรือ Digital Nomad
- ฟรีแลนซ์ควรเตรียม Statement, Bank Certificate, contract, invoice, receipt, tax และจดหมายอธิบายรายได้
- เจ้าของธุรกิจควรมีบัญชีส่วนตัว + บัญชีธุรกิจ + เอกสารจดทะเบียน/ภาษี/ยอดขายที่เชื่อมกัน
- Statement ที่ดีควรมีรายได้ต่อเนื่องและที่มาชัด ไม่ใช่แค่เงินก้อนใหญ่ก่อนยื่น
- ถ้าไม่มีสลิปเงินเดือน ต้องใช้เอกสารอื่นพิสูจน์รายได้ให้เป็นระบบ
- Digital Nomad Visitor Visa มีเกณฑ์ตัวเลขชัด เช่น รายได้ต่อปีและยอดเงินเฉลี่ยตาม BOCA
- ไม่ควรเชื่อคำว่า “มีเงินเท่านี้ผ่านแน่” เพราะผลพิจารณาขึ้นอยู่กับเอกสารจริงและดุลยพินิจของหน่วยงานไต้หวัน
ไม่มีสลิปเงินเดือนก็วางแผนยื่นวีซ่าไต้หวันได้ ถ้าเอกสารรายได้เล่าเรื่องชัด
ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจ Statement, Bank Certificate, เอกสารธุรกิจ, รายได้ฟรีแลนซ์, invoice, tax และจดหมายอธิบายรายได้ เพื่อให้ผู้สมัครที่ไม่มีสลิปเงินเดือนเตรียมเอกสารวีซ่าไต้หวันระยะยาวได้เป็นระบบมากขึ้น
📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisaหรือโทร 080-8412543 / 061-0312188 | cojourneyvisa@gmail.com







