หลายบริษัทวางแผนออกบูธต่างประเทศโดยเริ่มจากค่าพื้นที่ ค่าตกแต่ง และจำนวนสินค้าโชว์ แต่ลืมคำถามสำคัญกว่า คือ “ใครจะยืนบูธ ใครจะคัด buyer ใครจะตอบราคา ใครจะสาธิตสินค้า ใครจะจด lead และใครจะตามต่อหลังงาน” พอถึงวันจริง ทีมเหนื่อย คนแน่นบูธ แต่ข้อมูลลูกค้ากลับกระจัดกระจาย
เคสที่พบบ่อยคือส่งทีมไปเยอะ แต่บทบาทซ้ำกันทั้งหมด ทุกคนช่วยขาย แต่ไม่มีใครรับผิดชอบ lead capture โดยตรง หรือบางบริษัทส่งคนไปน้อยเกินไป เจ้าของต้องคุย distributor พร้อมกับสาธิตสินค้า รับของ จัดบูธ และถ่ายรูปคอนเทนต์ในเวลาเดียวกัน สุดท้ายโอกาสคุยกับ buyer สำคัญหลุดไปโดยไม่รู้ตัว
การจัดทีมออกบูธต่างประเทศจึงไม่ใช่แค่ “ไปกี่คน” แต่ต้องตอบให้ได้ว่าแต่ละคนมีหน้าที่อะไรตั้งแต่ก่อนบิน ระหว่างงาน และหลังงาน รวมถึงเอกสารเดินทางของทีม เช่น ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก หลักฐานลงทะเบียนงาน ตารางนัดหมาย และเอกสารบริษัทควรสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทริปจริง
💬 กำลังจัดทีมไปออกบูธต่างประเทศ?
ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยดูเอกสารเดินทางของทีม ตารางงาน ตั๋ว ที่พัก หลักฐานลงทะเบียนงาน และเอกสารบริษัทให้สัมพันธ์กับแผนทริปจริง
📋 สารบัญบทความ
- บูธต่างประเทศควรส่งทีมกี่คนตามขนาดงาน
- 5 บทบาทหลักที่ต้องมีในทีมออกบูธ
- ตารางจัดทีมตามงบและขนาดบูธ
- เจ้าของธุรกิจควรไปเองหรือส่งทีมแทนได้ไหม
- วิธีแบ่งเวรในบูธไม่ให้ทีมหมดแรง
- ใครควรรับผิดชอบการเก็บ lead และ follow-up
- ล่าม Local Support และทีมเทคนิคควรมีเมื่อไหร่
- Checklist ก่อนบินสำหรับทีมออกบูธ
- เอกสารเดินทางและเอกสารธุรกิจที่ทีมควรเตรียม
- แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ
- คำถามที่ถามบ่อย
- สรุป
1. บูธต่างประเทศควรส่งทีมกี่คนตามขนาดงาน
จำนวนคนที่เหมาะขึ้นกับ 4 อย่างคือ ขนาดบูธ จำนวนวันงาน ความซับซ้อนของสินค้า และเป้าหมายของทริป หากเป้าหมายคือเดินงานเพื่อสำรวจตลาด ทีมเล็กก็พอ แต่ถ้าเป้าหมายคือออกบูธพร้อมสาธิตสินค้า เจรจา distributor และรับ buyer หลายประเทศพร้อมกัน ทีมต้องใหญ่ขึ้นและแบ่งหน้าที่ชัดกว่าเดิม
บูธเล็ก / Shared Booth
แนะนำ 2–3 คน
เหมาะกับ SME ที่ต้องการทดสอบตลาด เก็บ feedback และนัด buyer จำนวนไม่มาก ต้องมีอย่างน้อย 1 คนที่ตัดสินใจราคา/เงื่อนไขได้
บูธมาตรฐาน 9 ตร.ม.
แนะนำ 3–5 คน
เหมาะกับงาน 2–4 วัน มีคนเดินบูธสม่ำเสมอ ต้องแยกคนต้อนรับ คัด lead สาธิตสินค้า และเจรจาเชิงธุรกิจ
บูธใหญ่ / มี Demo
แนะนำ 5–8 คนขึ้นไป
เหมาะกับสินค้าที่ต้องสาธิต ใช้อุปกรณ์ มี buyer นัดหมายหลายราย หรือต้องแยกทีมขายกับทีมเทคนิค
เดินงานเพื่อสำรวจตลาด
แนะนำ 1–2 คน
เหมาะกับบริษัทที่ยังไม่พร้อมออกบูธเต็มรูปแบบ แต่ต้องการดูคู่แข่ง นัด buyer หรือประเมินว่างานคุ้มกับปีถัดไปหรือไม่
2. 5 บทบาทหลักที่ต้องมีในทีมออกบูธ
ทีมออกบูธที่ดีไม่จำเป็นต้องมีคนเยอะเสมอไป แต่ต้องมี “บทบาทครบ” หากงบน้อย คนหนึ่งอาจรับหลายบทบาทได้ แต่ต้องตกลงก่อนงานว่าใครเป็นเจ้าของงานอะไร ไม่ใช่ไปแบ่งกันหน้างานแบบเร่งรีบ
1) Team Lead / Decision Maker
หน้าที่: ตัดสินใจเรื่องราคา เงื่อนไข distributor, MOQ, discount, territory, partnership และการนัดหมายสำคัญ
เหมาะกับ: เจ้าของธุรกิจ ผู้บริหารฝ่ายขาย Export Manager หรือคนที่มีอำนาจคุยดีลจริง
2) Lead Qualifier / Sales Front
หน้าที่: ต้อนรับคนเข้าบูธ ถามคำถามคัดกรอง แยก visitor ทั่วไปออกจาก buyer, distributor, importer หรือ partner จริง
เหมาะกับ: ฝ่ายขายที่พูดภาษาอังกฤษได้ดี เข้าใจสินค้า และถามคำถามเชิงธุรกิจได้เร็ว
3) Product Demo / Technical Specialist
หน้าที่: สาธิตสินค้า อธิบาย spec, use case, วิธีติดตั้ง วิธีใช้ ข้อจำกัด และตอบคำถามเชิงเทคนิค
เหมาะกับ: Product Manager, Engineer, Chef, Trainer, Specialist หรือคนที่ใช้สินค้านั้นจริง
4) Booth Operation / Logistics Owner
หน้าที่: ดูสินค้าโชว์ สต็อก sample เอกสาร QR code ของในบูธ เวลาขนของ badge ไฟฟ้า internet และปัญหาหน้างาน
เหมาะกับ: คนละเอียด จัดการของได้ดี และไม่ตื่นตระหนกเมื่อมีปัญหาหน้างาน
5) Lead Capture / Follow-up Owner
หน้าที่: บันทึกข้อมูล lead ให้เป็นระบบ ใส่ระดับความสนใจ เอกสารที่ต้องส่ง และ next step หลังงาน
เหมาะกับ: Sales coordinator, CRM owner, Marketing support หรือคนที่จัดข้อมูลได้แม่น ไม่ใช่แค่ถ่ายนามบัตรเก็บไว้
3. ตารางจัดทีมตามงบและขนาดบูธ
ตารางนี้ช่วยให้ SME ไทยวางแผนจำนวนคนแบบไม่เกินงบ โดยแยกตามสถานการณ์จริงของบูธและเป้าหมายงาน
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| สถานการณ์ออกบูธ | จำนวนคนแนะนำ | บทบาทขั้นต่ำที่ต้องมี | เหมาะกับเป้าหมาย | ความเสี่ยงถ้าคนน้อยเกินไป |
|---|---|---|---|---|
| เดินงาน / Visitor Pass | 1–2 คน | ผู้ตัดสินใจ + คนจดข้อมูล/ประสานนัด | สำรวจตลาด ดูคู่แข่ง นัด buyer ล่วงหน้า | เก็บข้อมูลไม่ครบ ถ้าไม่มีระบบจดหลังคุย |
| Shared Booth / Pavilion | 2–3 คน | Team lead, sales front, lead capture | ทดสอบตลาด เก็บ feedback หา distributor เบื้องต้น | ถ้า buyer มาแน่น คนคุยดีลกับคนรับ walk-in จะชนกัน |
| บูธมาตรฐาน 9 ตร.ม. | 3–5 คน | Team lead, sales, demo, lead capture, operation | ออกบูธเต็มวัน คุย buyer หลายกลุ่ม มี sample หรือ product sheet | ทีมล้า ข้อมูล lead หาย และไม่มีคนดูบูธช่วงพัก |
| บูธใหญ่ / มีสินค้าโชว์หลายไลน์ | 5–8 คน | ผู้ตัดสินใจ, sales 2 คน, demo, operation, lead owner, content/PR | เจรจา distributor, รับ buyer หลายประเทศ, ทำ brand exposure | ถ้าไม่มีหัวหน้าคุม flow บูธจะวุ่นและคุยซ้ำกันหลายรอบ |
| สินค้าต้องสาธิตหรือ technical สูง | 4–7 คน | Sales, technical/demo, decision maker, lead capture, interpreter ถ้าจำเป็น | เครื่องจักร, SaaS, medical, food demo, industrial product | ฝ่ายขายตอบเทคนิคไม่ได้ หรือเทคนิคตอบเชิงธุรกิจไม่ได้ |
| งานที่มีนัด buyer ล่วงหน้าหลายราย | 4–6 คน | Meeting lead, booth sales, demo, lead capture, operation | Business matching, hosted buyer, distributor meeting | นัดชนกัน ไม่มีคนเฝ้าบูธ หรือ follow-up note ไม่ครบ |
4. เจ้าของธุรกิจควรไปเองหรือส่งทีมแทนได้ไหม
เจ้าของธุรกิจไม่จำเป็นต้องไปทุกงาน แต่ถ้าเป้าหมายคือคุย distributor, investor, franchise partner, master agent หรือ buyer รายใหญ่ ควรมีคนที่ตัดสินใจแทนบริษัทได้จริงไปด้วย เพราะดีลประเภทนี้มักมีคำถามที่ฝ่ายขายทั่วไปตอบแทนไม่ได้ เช่น margin, territory, credit term, exclusivity, production capacity หรือ after-sales support
- มีนัด distributor หรือ investor ล่วงหน้าแล้ว
- ต้องเจรจาเงื่อนไขราคา MOQ หรือ exclusive territory
- สินค้าเป็นแบรนด์ใหม่และต้องสร้างความเชื่อมั่นกับ partner
- งานนี้เป็นการเข้าตลาดใหม่ครั้งแรกของบริษัท
- ต้องตัดสินใจหน้างานเรื่อง sample, pilot order หรือ partnership
แต่ถ้าเป้าหมายคือเดินงาน เก็บข้อมูลคู่แข่ง ดูราคาตลาด หรือทำ market research เบื้องต้น เจ้าของอาจไม่ต้องไปเองทุกครั้ง โดยให้ทีมที่เตรียมคำถามและแบบฟอร์มเก็บข้อมูลชัดเจนไปแทน แล้วสรุปผลกลับมาเป็นรายงานหลังงาน
5. วิธีแบ่งเวรในบูธไม่ให้ทีมหมดแรง
งานแฟร์ต่างประเทศมักใช้พลังมากกว่าที่คิด เพราะทีมต้องยืนหลายชั่วโมง พูดภาษาอังกฤษตลอดวัน รับ buyer หลายสำเนียง แก้ปัญหา logistics และยังต้องไป networking หลังงาน หากไม่มีตารางเวร ทีมจะหมดแรงตั้งแต่วันที่สอง และคุณภาพการคุยกับ buyer จะตกลงเร็วมาก
6. ใครควรรับผิดชอบการเก็บ lead และ follow-up
Lead หลังงานคือสิ่งที่ทำให้งานแฟร์คุ้มหรือไม่คุ้ม ดังนั้นต้องมีคนรับผิดชอบ “ตั้งแต่ตอนอยู่ในบูธ” ไม่ใช่กลับถึงไทยแล้วค่อยแยกนามบัตร ถ้าทีมใช้แค่การถ่ายรูปนามบัตรโดยไม่จดบริบท จะจำไม่ได้ว่า buyer รายไหนถามเรื่องอะไร
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| ข้อมูลที่ต้องจด | ทำไมสำคัญ | ตัวอย่างคำตอบที่ควรบันทึก |
|---|---|---|
| ประเทศและเมือง | ช่วยแยกตลาดและวาง follow-up ตามประเทศ | Malaysia - Kuala Lumpur, Vietnam - Ho Chi Minh, Indonesia - Jakarta |
| บทบาทของคนที่คุย | แยก buyer, distributor, importer, investor, consultant หรือ visitor | Distributor ดู modern trade / Hotel procurement / Factory buyer |
| สินค้าที่สนใจ | ทำให้ follow-up ไม่ generic | สนใจ product A สำหรับ hotel breakfast / ขอ sample size 500g |
| ระดับความร้อน | รู้ว่าใครต้องตามก่อนภายใน 24–48 ชั่วโมง | Hot: ขอราคาและ sample / Warm: ขอ catalog / Low: สนใจทั่วไป |
| เอกสารที่ต้องส่ง | ป้องกันส่งข้อมูลผิดหรือช้า | Product sheet, distributor deck, certificate, quotation, technical spec |
| Next step | เปลี่ยนบทสนทนาเป็น pipeline จริง | นัด Zoom Tuesday / ส่ง sample list / ส่ง price/MOQ ภายใน 2 วัน |
ตัวอย่างฟอร์ม Lead Note แบบสั้น
Company:
Country / City:
Person / Position:
Role: Buyer / Distributor / Importer / Partner / Investor
Product Interest:
Pain Point:
Document Requested:
Lead Level: Hot / Warm / Low
Next Step:
Owner:
Deadline:
7. ล่าม Local Support และทีมเทคนิคควรมีเมื่อไหร่
บางงานใช้ภาษาอังกฤษได้มากพอ แต่บางประเทศหรือบางอุตสาหกรรม การมีล่ามหรือ local support ช่วยให้คุยลึกขึ้นมาก โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับเทคนิค การแพทย์ เครื่องจักร โรงงาน สัญญา distributor หรือ buyer ที่ใช้ภาษาท้องถิ่นเป็นหลัก
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| สถานการณ์ | ควรมีใครเพิ่ม | เหตุผล |
|---|---|---|
| ไปญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน หรือเวียดนาม | ล่าม / Local coordinator | ช่วยลดความคลาดเคลื่อนในการคุยราคา technical spec และเงื่อนไขธุรกิจ |
| สินค้าต้องสาธิตหรือมีเครื่องมือ | Product demo / Technical specialist | ฝ่ายขายอาจขายเก่ง แต่ตอบคำถามเชิงเทคนิคหรือแก้ demo หน้างานไม่ได้ |
| ต้องคุย distributor agreement | Decision maker + คนจดเงื่อนไข | ต้องจด margin, territory, target, exclusivity และ next step ให้ชัด |
| ต้องผลิตคอนเทนต์หน้างาน | Content / Marketing support | ช่วยถ่ายภาพ บันทึกวิดีโอ ทำ recap และสร้างความน่าเชื่อถือหลังงาน |
| มีสินค้าตัวอย่างจำนวนมาก | Booth operation / Logistics owner | ช่วยดูสต็อก sample ของแจก ใบส่งของ กล่อง และปัญหาขนส่ง |
8. Checklist ก่อนบินสำหรับทีมออกบูธ
ทีมที่ออกบูธได้ดีมักไม่ได้เก่งเฉพาะหน้างาน แต่เตรียมระบบก่อนบินมาแล้ว ตั้งแต่ pitch, role, lead form, เอกสาร, sample, ตารางนัด และแผน follow-up หลังงาน
- กำหนดเป้าหมายของทีม: ไปเพื่อหา distributor, ขายตรง, เก็บ feedback, สาธิตสินค้า, พบ investor หรือสร้าง brand awareness
- แบ่งบทบาทรายคน: ใครเป็น team lead, sales front, demo, lead capture, operation, content และ follow-up owner
- ซ้อม Pitch 30 วินาที: ทุกคนควรอธิบายได้ว่าสินค้าคืออะไร เหมาะกับใคร และต่างจากคู่แข่งอย่างไร
- เตรียมคำถามคัด lead: ถามบทบาท buyer, ประเทศ, ช่องทางขาย, เอกสารที่ต้องการ และ next step
- เตรียมเอกสารแยกตามคนคุย: Product sheet สำหรับ buyer, distributor deck สำหรับ partner, technical sheet สำหรับ specialist
- เช็กของในบูธ: สินค้าโชว์ sample, QR code, business card, charger, adaptor, name card box, label และป้ายราคา/ข้อมูลถ้ามี
- เช็กเอกสารเดินทาง: หนังสือเดินทาง ตั๋ว ที่พัก event pass itinerary และเอกสารบริษัทของทีม
- ตั้งเวลาสรุป lead ทุกวัน: หลังปิดงานแต่ละวันต้องสรุป hot lead และงานที่ต้องส่งภายใน 24–48 ชั่วโมง
9. เอกสารเดินทางและเอกสารธุรกิจที่ทีมควรเตรียม
เมื่อเดินทางเป็นทีม เอกสารจะซับซ้อนกว่าการเดินทางคนเดียว เพราะต้องดูให้สอดคล้องกันทั้งวัตถุประสงค์ของทริป ตำแหน่งงานของแต่ละคน ระยะเวลาพำนัก ตั๋ว ที่พัก หลักฐานลงทะเบียนงาน และตารางนัดหมาย หากเอกสารไม่สัมพันธ์กัน อาจทำให้ภาพรวมทริปดูไม่ชัด
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| เอกสาร/สิ่งที่ควรเตรียม | ใช้เพื่ออะไร | ใครควรรับผิดชอบ |
|---|---|---|
| Passport และเงื่อนไขเข้าเมือง | ตรวจความพร้อมของผู้เดินทางทุกคน | Booth operation / HR / ผู้ประสานทริป |
| Event Pass / Booth Confirmation | ยืนยันว่าทีมเดินทางเพื่อออกบูธหรือเข้าร่วมงานธุรกิจจริง | Team lead หรือผู้ประสานงานกับผู้จัดงาน |
| ตารางนัดหมาย Buyer / Distributor | แสดงแผนธุรกิจของทริปและใช้วางตารางทีม | Sales lead / Business development |
| ตั๋ว ที่พัก และ Itinerary | ยืนยันวันเดินทาง วัน setup วันงาน วัน meeting และวันกลับ | ผู้ประสานทริป / Admin / Travel coordinator |
| Company Profile ภาษาอังกฤษ | ใช้ให้ buyer และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าใจบริษัท | Marketing / Sales support |
| Product Sheet / Distributor Deck | ใช้คุย buyer, importer, distributor และ partner | Sales + Product team |
| เอกสารแปล/รับรอง | ใช้เมื่อเอกสารบริษัทหรือสินค้าเป็นภาษาไทยและต้องส่งต่อให้ต่างชาติ | Admin / Legal / ผู้ดูแลเอกสาร |
หากทีมต้องใช้เอกสารบริษัท หนังสือรับรอง ใบอนุญาต ใบรับรองสินค้า หรือเอกสารประกอบการเจรจาที่เป็นภาษาไทย ควรเตรียม แปลเอกสาร เป็นภาษาอังกฤษก่อนเดินทาง และบางกรณีอาจต้องมี รับรองเอกสาร ตามวัตถุประสงค์การใช้งานจริง เช่น ใช้กับผู้จัดงาน คู่ค้า หรือหน่วยงานปลายทาง
ถ้าทีมเดินทางไปประเทศที่ต้องตรวจเงื่อนไขวีซ่าหรือเอกสารเข้าเมือง เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง หรือสิงคโปร์ ควรเช็กข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานทางการก่อนเดินทาง หากเป็นทริปสิงคโปร์ สามารถอ่านข้อมูลเรื่อง วีซ่าสิงคโปร์ และวางแผนร่วมกับบริการ ปรึกษาวีซ่า เพื่อดูภาพรวมเอกสารของทีมให้สอดคล้องกัน
⚡ ทีมออกบูธหลายคน เอกสารต้องเล่าเรื่องเดียวกัน
ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยดูภาพรวมทริป เอกสารเดินทางของแต่ละคน ตารางนัดหมาย และหลักฐานงานแฟร์ก่อนเดินทางจริง
10. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ
ก่อนทีมเดินทางไปออกบูธต่างประเทศ ควรตรวจข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของประเทศปลายทางและผู้จัดงาน เพราะเงื่อนไขเข้าเมือง ระบบลงทะเบียนงาน การนำสินค้าไปสาธิต และกฎศุลกากรอาจเปลี่ยนได้ตามช่วงเวลาและประเภทสินค้า
- ICA Singapore: Entering Singapore — ตรวจเงื่อนไขเข้าเมืองสิงคโปร์ล่าสุดก่อนเดินทาง
- Singapore Tourism Board: MICE — ข้อมูลภาพรวม business events และ MICE Singapore
- Visit Singapore MICE — แหล่งวางแผนงานประชุม งานแสดงสินค้า และ business events ในสิงคโปร์
- IATA Travel Centre — ใช้ตรวจข้อกำหนดการเดินทางและเอกสารเบื้องต้นตามสัญชาติและประเทศปลายทาง
- ASEAN Trade Repository — ตรวจข้อมูล trade-related measures และข้อกำหนดทางการค้าของประเทศอาเซียน
- ASEAN Single Window — ข้อมูลระบบเอกสารการค้าอาเซียน เช่น ATIGA e-Form D
11. ตัวอย่างเคสจัดทีมออกบูธที่ควรวางแผนต่างกัน
ทีม 3 คนอาจพอ ได้แก่ เจ้าของธุรกิจ 1 คน ฝ่ายขาย 1 คน และคนดู sample/lead 1 คน จุดสำคัญคือเตรียม product sheet, ingredient, shelf life, price/MOQ และ sample note ให้พร้อม ไม่ควรให้เจ้าของยืนตอบทุกคำถามทั้งวันจนไม่มีเวลาคุย distributor จริงจัง
ควรมีคนขายที่คุย business case ได้ 1 คน คน demo product 1 คน และ decision maker 1 คน หากทีมมีแค่ developer ไปสาธิต แต่ไม่มีคนตอบ pricing, security, onboarding และ commercial next step อาจเสียโอกาสกับ enterprise buyer
ควรมีทีมเทคนิคหรือล่ามเพิ่ม เพราะ buyer อาจถามเรื่อง installation, spare parts, warranty และ after-sales หากฝ่ายขายตอบได้แค่ภาพรวม แต่ไม่มีคนยืนยัน technical detail ความเชื่อมั่นของ buyer จะลดลง
ทีม 6 คนดูเหมือนพร้อมมาก แต่ถ้าไม่มีคนจด lead กลาง ทุกคนจะเก็บนามบัตรคนละแบบ หลังงานจะไม่รู้ว่า lead ไหนสำคัญที่สุด ควรตั้ง lead owner คนเดียวที่ดู CRM หรือ spreadsheet กลางตั้งแต่วันแรก
⭐ ทำไมควรให้ Co Journey Visa ช่วยดูทริปทีมออกบูธต่างประเทศ?
- ช่วยดูเอกสารเดินทางรายคน — ทีมออกบูธหลายคนมักมีตำแหน่งและบทบาทต่างกัน เอกสารจึงควรสัมพันธ์กับหน้าที่จริงในทริป
- ช่วยตรวจภาพรวมทริปธุรกิจ — ตั๋ว ที่พัก หลักฐานลงทะเบียนงาน ตารางนัดหมาย และเอกสารบริษัทควรสอดคล้องกัน
- ช่วยจัดเอกสารประกอบการเดินทาง — เช่น company profile, event pass, booth confirmation, meeting schedule และเอกสารภาษาอังกฤษ
- ช่วยลดความเสี่ยงจากเอกสารไม่ชัด — โดยดูจากวัตถุประสงค์จริงของทริป ไม่ใช่ตรวจแค่มีเอกสารครบเป็นรายการ
- แนะนำแบบรายเคส ไม่โอเวอร์เคลม — ทีมช่วยวางแผนและตรวจความพร้อม แต่การพิจารณาขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสมอ
❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)
📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับการจัดทีมไปออกบูธต่างประเทศ
- บูธเล็กหรือ shared booth ควรมี 2–3 คน บูธมาตรฐานควรมี 3–5 คน และบูธใหญ่หรือมี demo ควรมี 5–8 คนขึ้นไป
- จำนวนคนไม่สำคัญเท่าบทบาทที่ชัด ต้องมีคนตัดสินใจ คนขาย คนสาธิต คนดูหลังบ้าน และคนเก็บ lead
- ถ้าเป้าหมายคือ distributor, investor หรือดีลใหญ่ ควรมีเจ้าของหรือผู้มีอำนาจตัดสินใจเดินทางด้วย
- ทีมต้องแบ่งเวรพักและเวรเฝ้าบูธ ไม่ควรให้คนสำคัญยืนคุยทั้งวันจนหมดแรง
- Lead capture ต้องมีเจ้าของงานชัด และควรบันทึกข้อมูลมากกว่านามบัตร เช่น ประเทศ บทบาท ความสนใจ และ next step
- สินค้าซับซ้อนควรมีคน demo หรือ technical specialist ไม่ควรให้ฝ่ายขายตอบทุกอย่างแทนทีมเทคนิค
- ประเทศที่ใช้ภาษาท้องถิ่นมากหรือดีลละเอียดควรพิจารณาล่ามหรือ local support
- เอกสารเดินทางของทีมควรสัมพันธ์กับบทบาทในทริป วันงาน ตารางนัดหมาย ตั๋ว ที่พัก และหลักฐานลงทะเบียนงาน
จัดทีมออกบูธให้พร้อม เริ่มจากบทบาทและเอกสารที่ชัด
ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจภาพรวมทริปธุรกิจของทีมออกบูธ เอกสารเดินทาง ตั๋ว ที่พัก หลักฐานลงทะเบียนงาน เอกสารบริษัท และตารางนัดหมาย เพื่อให้การเดินทางไปต่างประเทศเป็นระบบขึ้น และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์จริงของแต่ละคน โดยไม่โอเวอร์เคลมหรือการันตีผลการพิจารณาของหน่วยงานใด
📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisaหรือโทร 080-841-2543 / 061-031-2188 | cojourneyvisa@gmail.com







