คำถามว่า “ไปเรียนออสเตรเลียแล้วพาแฟนไปด้วยได้ไหม?” ต้องเริ่มจากคำว่า แฟนของคุณมีสถานะอะไรในมุม Student Visa เพราะ Department of Home Affairs ไม่ได้ใช้คำว่าแฟนแบบทั่วไป แต่ใช้คำว่า Partner
สำหรับ Student Visa Subclass 500 สมาชิกครอบครัวที่สามารถรวมในคำร้องได้คือ Partner และบุตรที่เข้าเกณฑ์ โดย Partner อาจเป็นคู่สมรสหรือ De Facto Partner ส่วนคนที่เพียงคบหากันแต่ยังไม่เข้าเงื่อนไขสองแบบนี้ ไม่สามารถถูกเพิ่มเป็นผู้ติดตามเพียงเพราะมีความสัมพันธ์เชิงแฟน
จุดสำคัญมากสำหรับผู้สมัคร วีซ่านักเรียน คือ หากมีคู่สมรสหรือ De Facto Partner อยู่แล้วในวันที่ยื่น ต้องประกาศสมาชิกครอบครัวใน Student Visa application แม้เขาจะยังไม่เดินทางไปออสเตรเลียก็ตาม เพราะเรื่องนี้มีผลต่อสิทธิในการสมัครเป็น Subsequent Entrant ภายหลัง
Student Visa Australia Subclass 500 สามารถพา คู่สมรสหรือ De Facto Partner และบุตรที่ยังไม่แต่งงานและอายุต่ำกว่า 18 ปีไปด้วยได้ สามารถยื่นพร้อมผู้สมัครหลัก หรือให้ครอบครัวตามไปภายหลังในฐานะ Subsequent Entrant ได้เมื่อเข้าเงื่อนไข แต่สมาชิกครอบครัวที่มีอยู่แล้วต้องถูกประกาศในคำร้อง Student Visa ตั้งแต่ต้น แม้จะยังไม่เดินทาง ส่วนแฟนที่ยังไม่ใช่คู่สมรสและไม่เข้าเกณฑ์ De Facto ไม่ถือเป็น Dependant โดยอัตโนมัติ
💬 ไม่แน่ใจว่าความสัมพันธ์เข้าเกณฑ์ Spouse หรือ De Facto หรือยัง?
ก่อนเพิ่มผู้ติดตาม ควรตรวจ Timeline ความสัมพันธ์ เอกสารที่อยู่ร่วมกัน การเงิน และวันที่เริ่มความสัมพันธ์ก่อน เพราะปัญหาหลักมักไม่ใช่จำนวนรูปคู่ แต่คือหลักฐานทั้งชุดเล่าเรื่องความสัมพันธ์ได้สอดคล้องกันหรือไม่
📋 สารบัญ
- แฟนแบบไหนเป็นผู้ติดตาม Student Visa 500 ได้
- Spouse กับ De Facto Partner ต่างกันอย่างไร
- ทำไมต้อง Declare ครอบครัวแม้ยังไม่ไปพร้อมกัน
- ยื่นพร้อมกันกับ Subsequent Entrant ต่างกันอย่างไร
- เอกสารคู่สมรสและ De Facto Partner มีอะไรบ้าง
- หลักฐานความสัมพันธ์ควรเตรียมอย่างไร
- Financial Capacity เมื่อพาผู้ติดตามไปด้วย
- OSHC ต้องเปลี่ยนเป็น Couple หรือ Family Cover ไหม
- คู่สมรสของนักเรียนทำงานได้กี่ชั่วโมง
- ถ้ามีลูก ต้องเพิ่มเอกสารอะไร
- Subsequent Entrant ปี 2026 อยู่ Priority ไหน
- ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง
- แหล่งข้อมูลทางการ
- FAQ
Student Visa Australia พา “แฟน” แบบไหนไปเป็นผู้ติดตามได้?
Home Affairs ระบุ Family Member สำหรับ Student Visa ไว้ค่อนข้างชัด คือ:
- Partner — คู่สมรสหรือ De Facto Partner ที่เข้าเกณฑ์
- Dependent Child — บุตรของคุณหรือ Partner ที่ยังไม่แต่งงานและยังอายุต่ำกว่า 18 ปี
| สถานะความสัมพันธ์ | ใช้เป็นผู้ติดตาม Student Visa ได้หรือไม่ | สิ่งที่ต้องพิสูจน์ |
|---|---|---|
| คู่สมรสจดทะเบียน | มีความเป็นไปได้ | Marriage Certificate และหลักฐานว่าความสัมพันธ์ Genuine and Continuing |
| De Facto Partner | มีความเป็นไปได้ | ระยะความสัมพันธ์ตามเกณฑ์ + หลักฐานใช้ชีวิตร่วมกันจริง |
| แฟนที่คบกันแต่แยกกันอยู่ | ไม่ใช่ Dependant โดยอัตโนมัติ | ต้องประเมินว่าเข้าเกณฑ์ De Facto จริงหรือไม่ |
| คู่หมั้น | สถานะคู่หมั้นอย่างเดียวไม่ทำให้เป็น Student Dependant | ต้องเข้า Partner definition เช่น Spouse หรือ De Facto |
| เพื่อน / คนรู้จัก | ไม่ได้ | ไม่ใช่ Member of Family Unit สำหรับ Student Visa |
Home Affairs ระบุว่าไม่มีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาหลักสูตรที่นักเรียนต้องเรียนจึงจะสามารถมี Family Member เดินทางไปด้วยได้ แต่ระดับหลักสูตรมีผลต่อสิทธิทำงานของ Partner ซึ่งต้องแยกพิจารณาอีกเรื่อง
Spouse กับ De Facto Partner ของ Student Visa 500 ต่างกันอย่างไร?
กรณีแต่งงานแล้ว
หากเป็นคู่สมรส ต้องแสดง Marriage Certificate หรือหลักฐานว่าการสมรสมีผลใช้ได้ในออสเตรเลีย แต่ใบทะเบียนสมรสเพียงใบเดียวไม่ได้ทำให้ส่วน Relationship Evidence จบเสมอไป เพราะ Home Affairs ยังพิจารณาว่าความสัมพันธ์เป็น Genuine and Continuing
กรณี De Facto Partner
หน้า Student Visa ปัจจุบันระบุว่า หากยื่นในฐานะ De Facto Partner ต้องให้หลักฐานว่า:
- มีความสัมพันธ์ De Facto มาแล้วอย่างน้อย 12 เดือนก่อนยื่น หรือ
- หากเข้าเงื่อนไข สามารถแสดงว่าความสัมพันธ์ได้รับการจดทะเบียนกับรัฐหรือดินแดนของออสเตรเลียที่เข้าร่วม
- ความสัมพันธ์ยังเป็น Genuine and Continuing
หากคบกันมานานแต่แทบไม่มีหลักฐานการใช้ชีวิตร่วมกัน การเงินร่วม ที่อยู่ร่วม หรือ Commitment ที่ตรวจสอบได้ ควรประเมิน Relationship Evidence อย่างละเอียดก่อนสรุปว่าเข้าเกณฑ์
ทำไมคู่สมรสที่ยังไม่เดินทาง ต้อง Declare ใน Student Visa ตั้งแต่แรก?
นี่เป็นหนึ่งในจุดสำคัญที่สุดของ Student Visa Family Application
Home Affairs ระบุว่า ต้อง Declare สมาชิกครอบครัวที่มีอยู่แล้วใน Student Visa application แม้บุคคลนั้นยังไม่มีแผนเดินทางไป Australia
ควร Declare ในคำร้อง แม้อีกฝ่ายจะยังทำงานอยู่ไทยและจะตามไปปีหน้า
หากเข้าเกณฑ์ Family Member ควร Declare แม้ยังไม่ได้ยื่น Visa ให้เดินทางพร้อมกัน
บุคคลนี้กลายเป็น Family Member หลัง Visa Grant จึงเป็นข้อยกเว้นจากกฎที่ต้องเคย Declare ตั้งแต่คำร้องแรก และสามารถประเมิน Subsequent Entrant ตามข้อเท็จจริงใหม่
Home Affairs ระบุว่าหากบุคคลกลายเป็น Family Member ระหว่างช่วงนี้ ต้องแจ้ง Department เป็นลายลักษณ์อักษรก่อน Student Visa ถูก Grant
Home Affairs ระบุว่า หากสมาชิกครอบครัวมีอยู่แล้วแต่ไม่ได้ Declare และภายหลังต้องการให้มาร่วมใน Australia อาจต้องยื่น Student Visa ใหม่โดยรวมบุคคลนั้นและอธิบายว่าทำไมจึงไม่ได้ใส่ไว้ในคำร้องเดิม จึงไม่ควรปล่อยเรื่อง Family Declaration เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ตอนกรอกแบบฟอร์ม
ยื่นพร้อมกัน vs Subsequent Entrant ต่างกันอย่างไร?
| รูปแบบ | ลักษณะ | สิ่งที่ควรวางแผน |
|---|---|---|
| ยื่นพร้อมผู้สมัครหลัก | Partner/Child เป็น Additional Applicant ใน Combined Student Visa Application | Relationship, Financial Capacity, OSHC และค่าใช้จ่ายครอบครัวถูกเตรียมพร้อมกัน |
| Declare แต่ยังไม่ยื่นให้เดินทาง | แจ้ง Family Member ไว้ในคำร้องหลัก แต่บุคคลนั้นยังไม่ Apply เป็น Applicant ที่เดินทาง | รักษาหลักฐานความสัมพันธ์และวางแผน Subsequent Entrant ภายหลัง |
| Subsequent Entrant | Family Member สมัคร Student Visa 500 แยกภายหลังเพื่อไป Join ผู้ถือ Student Visa | ต้องตรวจ Declaration เดิม, Relationship, Financial Capacity, OSHC และ Visa Conditions |
ถ้าตามผู้ถือ Student Visa ไปในฐานะ Dependant หรือ Subsequent Entrant โดยทั่วไป Family Member จะสมัคร Student Visa Subclass 500 ในฐานะ Secondary Applicant ไม่ใช่ Partner Visa 309/100 หรือ 820/801
เอกสารผู้ติดตาม Student Visa Australia มีอะไรบ้าง?
Document Checklist จริงสามารถแตกต่างตาม Passport, สถานที่ยื่น และรายละเอียดของคำร้อง ดังนั้นรายการต่อไปนี้ควรใช้เป็น Framework เตรียมแฟ้ม ไม่ใช่ Checklist ตายตัวแทน ImmiAccount
| กลุ่มเอกสาร | ตัวอย่างเอกสารที่เกี่ยวข้อง | จุดที่ควรตรวจ |
|---|---|---|
| Identity | Passport, National ID, เอกสารเปลี่ยนชื่อถ้ามี | ชื่อ วันเกิด และสถานภาพต้องตรงกับแบบฟอร์ม |
| Marriage | Marriage Certificate และเอกสารสถานะสมรสที่เกี่ยวข้อง | การสมรสต้องใช้ได้ตามหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง |
| De Facto | หลักฐาน 12 เดือนหรือ Registered Relationship ตามที่ใช้ได้ | อย่าใช้เพียงรูปคู่หรือข้อความ Chat อย่างเดียว |
| Relationship Evidence | Joint Bank, Lease, Bills, ที่อยู่ร่วม, Travel Evidence, Communication | เลือกหลักฐานที่สะท้อนความสัมพันธ์จริงหลายมิติ |
| Main Student | Passport, Student Visa Grant/VEVO, CoE, รายละเอียด Course | สำคัญเป็นพิเศษใน Subsequent Entrant |
| Financial Capacity | หลักฐานเงินที่เข้าถึงได้จริงตามจำนวนสมาชิกครอบครัว | Subsequent Entrant ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ |
| OSHC | Couple / Single Parent / Family OSHC ตามสมาชิกที่เดินทาง | ช่วง Cover ต้องสอดคล้องกับ Family Visa |
| Health / Character | Health Examination, Police Certificate หรือข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อถูกกำหนด | Family Member ทุกคนต้องผ่าน Health และ Character Requirements ที่ใช้กับเคส |
เอกสารภาษาไทยที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษต้องมีคำแปลภาษาอังกฤษตามข้อกำหนดของ Home Affairs และควรแนบทั้งเอกสารต้นฉบับกับฉบับแปล หากต้อง แปลเอกสาร เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตร หรือเอกสารราชการ ควรตรวจว่ารูปแบบคำแปลตรงกับสถานที่ที่ทำ Translation และข้อกำหนดล่าสุดก่อนใช้
หลักฐานความสัมพันธ์ควรมีอะไร? รูปคู่กับ Chat อย่างเดียวพอไหม?
เป้าหมายของ Relationship Evidence คือทำให้เห็นว่า Partner Relationship เป็น Genuine and Continuing ไม่ใช่แค่มีพิธีแต่งงานหรือมีรูปคู่จำนวนมาก
ตัวอย่างหลักฐานที่สามารถช่วยสะท้อนความสัมพันธ์ได้ ได้แก่:
รูป 300 รูปอาจมีประโยชน์น้อยกว่า Lease, Joint Bank และ Timeline ที่สอดคล้องกัน หากแต่ละเอกสารบอกวันที่เริ่มอยู่ร่วมกันไม่ตรงกัน ควรแก้ความไม่สอดคล้องก่อน Lodge แทนการเพิ่มไฟล์จำนวนมาก
สถานการณ์สมมติ A: แต่งงานใหม่ แต่คบกันมาหลายปี
Marriage Certificate อาจเพิ่งออกไม่นาน แต่สามารถจัด Relationship Timeline และหลักฐานก่อนแต่งงานเพื่อแสดงว่าความสัมพันธ์ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นวันจดทะเบียน
สถานการณ์สมมติ B: De Facto แต่ทำงานคนละจังหวัด
ไม่ควรแต่งเรื่องว่าอยู่บ้านเดียวกันตลอด หากมีช่วงต้องอยู่ห่างกันเพราะงาน ให้แสดงข้อเท็จจริงและหลักฐาน Commitment, การติดต่อ, การเดินทางพบกัน และการจัดการชีวิตร่วมตามที่เกิดขึ้นจริง
สถานการณ์สมมติ C: คบกัน 2 ปีแต่ไม่มี Financial Evidence ร่วม
อย่าสร้างบัญชีร่วมย้อนหลังหรือเอกสารปลอมเพื่อเติมช่องว่าง ควรใช้หลักฐานประเภทอื่นที่มีจริงและอธิบายรูปแบบความสัมพันธ์ตามข้อเท็จจริง
พาผู้ติดตามไปด้วย ต้องเตรียม Financial Capacity เพิ่มเท่าไร?
เมื่อ Family Member เดินทางไปด้วย ค่าใช้จ่ายที่ Home Affairs ใช้พิจารณาจะไม่ได้ดูเฉพาะนักเรียนหลักอีกต่อไป แต่รวม Living Costs, Travel และ School Costs ของสมาชิกที่เกี่ยวข้องตามสถานการณ์
หน้า Student Visa ของ Home Affairs ที่ตรวจล่าสุด ณ 1 กันยายน 2026 แสดง 12-month living costs ไว้ที่:
| บุคคล | 12-month Living Cost ที่ Home Affairs แสดงปัจจุบัน |
|---|---|
| นักเรียนหลัก | AUD29,710 |
| Partner ที่เดินทางไปด้วย | AUD10,394 |
| บุตรที่เดินทางไปด้วย ต่อคน | AUD4,449 |
นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาค่า Course ของผู้สมัครหลักตามช่วงที่ Home Affairs กำหนด ค่าเดินทางของสมาชิกครอบครัว และค่าโรงเรียนสำหรับ School-age Children หากมี
Home Affairs ระบุว่า Family Member ที่สมัครตามไปภายหลังต้องแนบหลักฐาน Financial Capacity และหากไม่ให้หลักฐานดังกล่าว Department อาจ Refuse application โดยไม่ขอข้อมูลเพิ่มเติม ผู้สมัครต้องแสดงความสามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายของ Student Visa holder ที่กำลังจะไป Join รวมถึง Course Fees ที่เกี่ยวข้อง, Living Costs ของ Secondary Applicants, School Fees และ Travel Costs ตามข้อกำหนด
ตัวเลขด้านการเงินสามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจ Student Visa page และ Document Checklist ก่อน Lodge จริง ไม่ควรบันทึกตัวเลขจากบทความเก่าไว้ใช้ข้ามปี
พาคู่สมรสหรือลูกไป ต้องเปลี่ยน OSHC หรือไม่?
ต้องวาง OSHC ให้ครอบคลุมสมาชิกครอบครัวที่อยู่บน Student Visa ตามสถานการณ์จริง
Australian Department of Health ระบุใน OSHC Fact Sheet ล่าสุดเดือนสิงหาคม 2026 ว่า OSHC ช่วยครอบคลุมนักเรียน รวมถึง Partner และ Family Members ที่อยู่ใน Student Visa และหากมีครอบครัวเดินทางด้วย สามารถใช้รูปแบบ:
- Couple OSHC — Student + Spouse / De Facto Partner
- Single Parent Family OSHC — Student + Dependent Children
- Family OSHC — Student + Partner + Dependent Children
หาก Family Composition เปลี่ยน ควรแจ้ง Insurer และเปลี่ยน Policy ให้ตรงกับสมาชิกที่อยู่ใน Student Visa รวมถึงตรวจ Coverage Period ให้สัมพันธ์กับช่วง Visa
คู่สมรสของ Student Visa Australia ทำงานได้กี่ชั่วโมงในปี 2026?
Work Rights ของ Family Member ไม่เหมือนกันทุก Course และเป็นอีกเรื่องที่บทความเก่ามักสรุปกว้างเกินไป
Home Affairs ระบุว่า Family Members ของ Student Visa holder ห้ามเริ่มทำงานก่อนหลักสูตรของนักเรียนเริ่ม เว้นแต่มีสิทธิทำงานจากวีซ่าอื่นที่เกี่ยวข้องอยู่ก่อน
| หลักสูตรของผู้สมัครหลัก | Work Rights ของ Partner ตามกฎปัจจุบัน |
|---|---|
| Bachelor / Diploma / VET / หลักสูตรทั่วไป | โดยทั่วไปไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อ Fortnight เมื่อ Course อยู่ใน Session |
| Master's Degree by Coursework | Family Member สามารถทำงานมากกว่า 48 ชั่วโมงต่อ Fortnight ได้หลังเข้าเงื่อนไขของ Visa |
| Master's Degree (Extended) | Family Member สามารถทำงานมากกว่า 48 ชั่วโมงต่อ Fortnight ได้ตาม Condition ปัจจุบัน |
| Master's Degree by Research | Student และ Family Members ไม่มี Work Hour Limit ตามเงื่อนไขปัจจุบัน |
| Doctoral Degree | Student และ Family Members ไม่มี Work Hour Limit ตามเงื่อนไขปัจจุบัน |
ก่อนเริ่มงานควรตรวจ Visa Conditions ของ Partner ผ่าน VEVO เพราะ Condition ที่ Grant ให้จริงเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติตาม และ Family Member ของนักเรียนหลักสูตรทั่วไปไม่ได้กลายเป็น Unlimited Work เพียงเพราะเป็นช่วงปิดเทอมของนักเรียน
ถ้าพาลูกไปด้วย ต้องเตรียมอะไรเพิ่ม?
Student Visa 500 สามารถรวม Dependent Child ที่ยังไม่แต่งงานและอายุต่ำกว่า 18 ปีได้ โดย Home Affairs ระบุว่าไม่สามารถ Grant วีซ่าในฐานะ Dependant Child ได้หากเด็กมีอายุ 18 ปีแล้วในเวลาที่คำร้องถูก Finalise
เอกสารที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่:
- Passport และ Identity Documents ของเด็ก
- Birth Certificate หรือ Family Book ที่แสดงชื่อพ่อและแม่
- Adoption Paper หากเกี่ยวข้อง
- หลักฐาน Parental Responsibility
- Form 1229 หรือ Statutory Declaration เมื่อมีผู้มีสิทธิตัดสินที่อยู่ของเด็กและบุคคลนั้นไม่ได้เดินทางไปด้วย
- OSHC ที่ครอบคลุมเด็ก
- Financial Capacity สำหรับ Living Costs และ School Fees
- Health Examination หรือข้อมูลอื่นเมื่อถูกกำหนด
Temporary Visa holders อาจต้องชำระค่าเรียนโรงเรียนตาม State, Territory และ School ที่เกี่ยวข้อง และ Home Affairs เองกำหนดให้คำนึงถึง School Fees ของ School-age Children ใน Financial Capacity
Subsequent Entrant ปี 2026 อยู่ Priority ไหน?
หาก Family Member ยื่น Student Visa Subclass 500 จากนอกออสเตรเลียในปี 2026 คำร้องจะอยู่ภายใต้ Ministerial Direction 115 เมื่อเข้าเงื่อนไขวันที่ยื่น
| Subsequent Entrant Application | MD115 Priority | Home Affairs Aim to Commence Processing |
|---|---|---|
| Partner ตามไปคนเดียว ไม่มี Minor ใน Application | Priority 2 | โดยทั่วไปประมาณ 5–8 สัปดาห์ |
| Application มีบุตรอายุต่ำกว่า 18 ปีตามเงื่อนไข MD115 | Priority 1 | โดยทั่วไปประมาณ 1–4 สัปดาห์ |
ช่วง 1–4 หรือ 5–8 สัปดาห์เป็นเป้าหมายการเริ่ม Process ตาม Priority ไม่ใช่คำรับประกันว่าจะ Grant Visa ภายในช่วงนั้น ระยะจริงขึ้นกับเอกสาร Health, Character, Integrity Checks และรายละเอียดของแต่ละคำร้อง
⚡ นักเรียนอยู่ Australia แล้ว คู่สมรสกำลังจะยื่นตาม?
ก่อน Submit ควรย้อนดู Student Visa application เดิมก่อนว่าเคย Declare Partner ไว้หรือไม่ แล้วค่อยตรวจ Relationship Timeline, Financial Capacity, Family OSHC และ Work Condition ที่จะใช้หลังเดินทาง
ผู้ติดตามต้องผ่าน Genuine Student ด้วยไหม?
ผู้สมัครหลักต้องผ่าน Genuine Student criterion ส่วนผู้สมัครรองใน Student Visa ต้องผ่าน Genuine Student Dependent criterion
นั่นหมายความว่าการมี Marriage Certificate ไม่ได้ทำให้ Secondary Applicant ถูก Grant โดยอัตโนมัติ Home Affairs ยังสามารถพิจารณาสถานการณ์ของผู้ติดตาม Immigration History ความตั้งใจปฏิบัติตาม Visa Conditions และประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง
ชั้นแรกต้องพิสูจน์ว่าคุณเป็น Partner จริง ชั้นต่อมาต้องทำให้คำร้องของผู้ติดตามเข้าเงื่อนไข Student Visa ในฐานะ Family Member ด้วย
8 จุดพลาดของ Student Visa Dependant ที่ควรเลี่ยง
ต้องเข้า Spouse หรือ De Facto Partner definition
การ Declare กับการ Apply ให้เดินทางเป็นคนละเรื่อง
ยังต้องมี Evidence ของ Genuine and Continuing Relationship
เอกสารความสัมพันธ์ควรสะท้อนข้อเท็จจริงทั้งภาพ
Home Affairs เตือนว่าคำร้องอาจถูก Refuse โดยไม่ขอข้อมูลเพิ่ม
Family Composition ต้องตรงกับ OSHC Policy
Work Rights มีเงื่อนไขเวลาเริ่มหลักสูตรและ Visa Condition ที่ต้องตรวจ
ห้ามสร้าง Joint Account ย้อนหลัง สร้าง Lease ปลอม หรือแก้ Timeline ให้ไม่ตรงความจริง ควรอธิบายข้อเท็จจริงและใช้หลักฐานที่มีจริง
Checklist ก่อนยื่น Student Visa พร้อมผู้ติดตาม
- ยืนยันก่อนว่า Partner เป็น Spouse หรือ De Facto ตามเกณฑ์
- ตรวจว่าประกาศ Family Members ครบใน Student Visa application
- Passport และชื่อในทะเบียนสมรส/เอกสารอื่นตรงกัน
- Relationship Timeline ตรงกับวันที่ในเอกสาร
- De Facto ตรวจเกณฑ์ 12 เดือนหรือ Registered Relationship ให้ชัด
- เตรียม Relationship Evidence มากกว่ารูปและ Chat เพียงอย่างเดียว
- คำนวณ Financial Capacity ใหม่โดยรวม Partner และ Child
- เปลี่ยน OSHC ให้ตรง Family Composition
- ตรวจ Health และ Character Requirements ของสมาชิกทุกคน
- หากมี Child ตรวจ Birth Certificate และ Parental Consent
- หากเป็น Subsequent Entrant ตรวจ Declaration ใน Application เดิมก่อน
- ตรวจ Work Rights ผ่าน VEVO หลัง Visa Grant ก่อนเริ่มทำงาน
หากกำลังวางแผน ทำวีซ่า Australia พร้อมคู่สมรส ไม่ควรตรวจเฉพาะเอกสารผู้สมัครหลัก เพราะการเพิ่ม Family Member เปลี่ยนทั้ง Financial Capacity, OSHC, Visa Application Charge และจำนวนเอกสารที่ต้องตรวจ
และหากเป็นเอกสารสำหรับ วีซ่าออสเตรเลีย ที่เกี่ยวกับสถานะครอบครัว ควรตรวจชื่อ วันที่ และข้อมูลการสมรสหรือความสัมพันธ์ให้ตรงกับแบบฟอร์มทุกจุดก่อน Submit
แหล่งข้อมูลทางการสำหรับ Student Visa Dependant ปี 2026
🇦🇺 Department of Home Affairs — Student Visa Subclass 500
ใช้ตรวจ Family Member definition, การ Declare ครอบครัว, Subsequent Entrant, Partner Documents, Financial Capacity และ Work Rights
Student visa (subclass 500)
👨👩👧 Home Affairs — Simplified Student Visa Framework
ยืนยันว่า Family Member ของ Existing Student Visa holder ที่ต้องการ Join นักเรียนใน Australia สมัคร Student Visa Subclass 500 และไม่มีข้อจำกัดด้านระยะ Course สำหรับการมีผู้ติดตาม
Simplified Student Visa Framework
🛂 Home Affairs — Student Visa Processing Priorities
ใช้ตรวจ MD115 สำหรับ Subsequent Entrants ปี 2026 เช่น Priority 1 เมื่อ Application มี Minor และ Priority 2 สำหรับ Subsequent Entrant ที่ไม่มี Minor
Student visa processing priorities
💼 Home Affairs — Visa Conditions
ใช้ตรวจ Condition 8104 และ Work Rights ของ Family Members รวมถึงข้อยกเว้นสำหรับ Master's และ Doctoral Courses
Visa conditions list
🏥 Australian Department of Health — OSHC Fact Sheet
Fact Sheet ล่าสุดเดือนสิงหาคม 2026 อธิบาย Single, Couple, Single Parent และ Family OSHC สำหรับ Student Visa holders และครอบครัว
Overseas Student Health Cover Fact Sheet
📋 Student Visa Document Checklist Tool
ใช้ตรวจรายการหลักฐานที่ต้องแนบตาม Country of Passport และ Education Provider ก่อน Lodge จริง
Document Checklist Tool
💳 Visa Pricing Estimator
การเพิ่ม Partner หรือ Child มี Additional Applicant Charge และยอดสามารถขึ้นกับอายุ สถานที่ยื่น และสถานการณ์ ควรตรวจยอดจากระบบทางการก่อนชำระ
Visa Pricing Estimator
Home Affairs ยังคงอนุญาตให้ Student Visa Subclass 500 รวม Partner และ Dependent Child ที่เข้าเกณฑ์ และยังใช้ระบบ Subsequent Entrant สำหรับ Family Member ที่ตามไปภายหลัง ภายใต้กฎปัจจุบัน Existing Family Members ต้องถูก Declare ใน Student Visa application ตั้งแต่ต้นแม้ยังไม่เดินทาง Financial Capacity, OSHC, Work Conditions และ Processing Priority สามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจหน้า Home Affairs และ ImmiAccount อีกครั้งก่อน Lodge
⭐ Co Journey Visa ช่วยตรวจผู้ติดตาม Student Visa 500 อย่างไร?
- ตรวจสถานะ Relationship ก่อนยื่น — แยกว่าเป็น Married Partner, De Facto หรือยังไม่เข้า Partner definition
- ทำ Relationship Evidence Map — ดู Financial, Household, Social และ Commitment Evidence ที่มีจริง
- ตรวจ Declaration ในคำร้องเดิม — สำคัญสำหรับ Subsequent Entrant ที่จะตามไปภายหลัง
- ตรวจ Financial Capacity แบบ Family — ดูค่าใช้จ่าย Student, Partner, Child, Course และ School Fees ตามเคส
- ตรวจ OSHC Family Composition — ป้องกันกรณี Visa มี Partner แต่ Policy ยังเป็น Single Cover
- ตรวจเอกสาร Child และ Parental Consent — หากมีบุตรอายุต่ำกว่า 18 ปีเดินทางด้วย
- ตรวจความสอดคล้องทั้งคำร้อง — Relationship Date, Address, Marriage, Financial Evidence และแบบฟอร์มไม่ควรขัดกัน
Co Journey Visa ช่วยตรวจและจัดเอกสารตามข้อเท็จจริง แต่ไม่สามารถเปลี่ยนสถานะความสัมพันธ์ให้เข้าเกณฑ์ทางกฎหมายหรือรับประกันผล Student Visa ได้ ผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับข้อมูล หลักฐาน คุณสมบัติ และดุลยพินิจของ Department of Home Affairs
❓ คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับผู้ติดตาม Student Visa Australia
📌 สรุป Student Visa Australia พร้อมคู่สมรส / ผู้ติดตาม ปี 2026
- Student Visa 500 พา Spouse หรือ De Facto Partner ไปด้วยได้เมื่อเข้าเกณฑ์
- คำว่าแฟนหรือคู่หมั้นอย่างเดียวไม่ทำให้เป็น Dependant อัตโนมัติ
- De Facto โดยทั่วไปต้องพิสูจน์ความสัมพันธ์อย่างน้อย 12 เดือน หรือใช้ Registered Relationship เมื่อเข้าเงื่อนไข
- Existing Family Members ต้อง Declare แม้ยังไม่เดินทางไปพร้อมนักเรียน
- Family Member สามารถยื่นพร้อมกันหรือยื่นตามเป็น Subsequent Entrant ได้
- หากกลายเป็น Family Member หลัง Visa Grant สามารถประเมิน Subsequent Entrant จากสถานการณ์ใหม่ได้
- Marriage Certificate อย่างเดียวอาจไม่พอ ควรมีหลักฐาน Genuine and Continuing Relationship
- Financial Capacity เพิ่มตาม Partner และ Children และ Subsequent Entrant ต้องให้ความสำคัญกับหลักฐานนี้มาก
- OSHC ต้องตรงกับ Family Composition เช่น Couple หรือ Family Cover
- Partner โดยทั่วไปทำงานได้ 48 ชั่วโมงต่อ Fortnight แต่ Master's และ Doctoral บางประเภทมีสิทธิที่ต่างออกไป
- Dependent Child ของ Student Visa ต้องยังไม่แต่งงานและอายุต่ำกว่า 18 ปีตามเกณฑ์ที่ใช้
- Offshore Subsequent Entrant ที่ไม่มี Minor อยู่ Priority 2 ภายใต้ MD115 ส่วน Application ที่มี Minor ตามเงื่อนไขอยู่ Priority 1
ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ / Chaiyapat Promboriruk
ผู้เชี่ยวชาญด้านการยื่นวีซ่าและการเตรียมเอกสาร ประสบการณ์ด้านงานวีซ่า 5 ปี
ผู้ติดตาม Student Visa ไม่ได้เริ่มจาก “มีทะเบียนสมรสหรือยัง” เพียงคำถามเดียว
หากกำลังจะพาคู่สมรส ลูก หรือให้ Partner ตามไปภายหลัง ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจ Family Declaration, Relationship Evidence, Financial Capacity, OSHC และเอกสาร Subsequent Entrant ให้สัมพันธ์กับข้อมูลจริงของผู้สมัครก่อน Submit โดยไม่สร้างหลักฐานหรือรับประกันผลการพิจารณา
📱 ปรึกษาทาง LINE: @cojourneyvisa โทร 080-841-2543 / 061-031-2188 | cojourneyvisa@gmail.comบทความที่เกี่ยวข้อง
ติดตามข้อมูลวีซ่าอัปเดตจาก Co Journey Visa
เพิ่มเว็บไซต์นี้เป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการใน Google เพื่อให้ค้นพบบทความจากเราได้สะดวกขึ้น







