DTV Visa สำหรับชาวต่างชาติคืออะไร? เหมาะกับใครและต่างจาก Tourist Visa อย่างไร
ชาวต่างชาติหลายคนอยากอยู่ไทยนานกว่าทริปท่องเที่ยวทั่วไป เช่น ทำงานออนไลน์จากเชียงใหม่ พักระยะยาวที่ภูเก็ต มาเรียนมวยไทย เรียนทำอาหารไทย หรือเข้ารับการรักษาพยาบาล แต่เมื่อเริ่มดูวีซ่า มักสับสนว่า DTV Visa กับ Tourist Visa ต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหนให้ถูกตั้งแต่แรก
จากประสบการณ์ทำวีซ่า จุดที่ทำให้หลายเคสมีปัญหาไม่ใช่แค่เอกสารไม่ครบ แต่คือ “เลือกประเภทวีซ่าผิดเจตนา” เช่น ตั้งใจอยู่ไทยหลายเดือนเพื่อทำงาน Remote แต่เลือก Tourist Visa ซ้ำ ๆ หรืออยากขอ DTV เพราะอยู่ได้นาน แต่ไม่มีหลักฐานงาน Remote หรือกิจกรรม Soft Power ที่ชัดเจน
บทความนี้ Co Journey Visa จะสรุปให้เข้าใจแบบใช้งานจริงว่า DTV Visa เหมาะกับใคร Tourist Visa เหมาะกับใคร เอกสารต่างกันอย่างไร เคสแบบไหนเสี่ยงถูกถามเพิ่ม และควรเตรียมแฟ้มอย่างไรให้เจ้าหน้าที่เข้าใจเหตุผลการเดินทางได้เร็วขึ้น
DTV Visa กับ Tourist Visa ต่างกันอย่างไร?
ต่างกันที่ “วัตถุประสงค์” ไม่ใช่แค่จำนวนวันที่อยู่ไทย
DTV Visa หรือ Destination Thailand Visa เหมาะกับชาวต่างชาติที่มีเหตุผลอยู่ไทยระยะยาว เช่น Digital Nomad, Remote Worker, Freelancer, ผู้เข้าร่วมกิจกรรม Thai Soft Power, ผู้เข้ารับการรักษาพยาบาล และครอบครัวของผู้ถือ DTV ส่วน Tourist Visa เหมาะกับการเดินทางเพื่อท่องเที่ยว พักผ่อน หรือเยี่ยมชมประเทศไทยในช่วงเวลาสั้นกว่า
จากเคสลูกค้าจริง เลือกผิดมักเกิดจากอะไร?
- เลือก Tourist Visa เพราะเอกสารง่ายกว่า ทั้งที่ตั้งใจอยู่ไทยระยะยาว
- เลือก DTV เพราะอยากอยู่ได้นาน แต่ไม่มีหลักฐานงาน Remote หรือกิจกรรมในไทย
- คิดว่า DTV ใช้ทำงานกับบริษัทไทยได้เหมือน Work Visa
- คิดว่า Tourist Visa ต่อซ้ำได้เรื่อย ๆ โดยไม่มีความเสี่ยงตอนเข้าเมือง
- ไม่ตรวจว่าต้องยื่นกับสถานทูตไหนและใช้เอกสารรูปแบบใด
อยากรู้ว่าเคสควรเลือก DTV หรือ Tourist Visa?
ทีม Co Journey Visa สามารถช่วยประเมินเบื้องต้น ตรวจเอกสารให้ฟรี และทำ Checklist เฉพาะเคสให้ว่าเป้าหมายการอยู่ไทยของคุณเหมาะกับ DTV Visa, Tourist Visa หรือวีซ่าประเภทอื่นมากกว่า
ตารางสรุป DTV Visa vs Tourist Visa แบบเข้าใจง่าย
เปรียบเทียบจุดสำคัญก่อนตัดสินใจ
| หัวข้อ | DTV Visa | Tourist Visa |
|---|---|---|
| วัตถุประสงค์ | อยู่ไทยระยะยาวแบบมีเหตุผลเฉพาะ เช่น Remote Work, Soft Power, Medical, Family | ท่องเที่ยว พักผ่อน เยี่ยมชมระยะสั้น |
| อายุวีซ่า | 5 ปี แบบ Multiple Entry | Single Entry มักใช้เข้าประเทศภายใน 90 วัน / Multiple Entry มัก 6 เดือน แล้วแต่สถานทูต |
| อยู่ไทยต่อครั้ง | สูงสุด 180 วันต่อการเข้าไทยหนึ่งครั้ง | โดยทั่วไปสูงสุด 60 วันต่อการเข้าไทยหนึ่งครั้ง |
| การต่ออายุ | บางกรณีขอต่อได้อีกไม่เกิน 180 วันตามเงื่อนไข ตม. | บางกรณีขอต่อได้อีก 30 วันตามดุลพินิจ ตม. |
| หลักฐานการเงิน | โดยทั่วไปประมาณ 500,000 บาทหรือเทียบเท่า | ขึ้นอยู่กับสถานทูตและสัญชาติผู้สมัคร |
| เอกสารเฉพาะเคส | ต้องมีหลักฐานงาน Remote, Portfolio, กิจกรรม, โรงพยาบาล หรือความสัมพันธ์ | เน้นแผนเที่ยว ที่พัก ตั๋วกลับ และเงินใช้จ่าย |
| เหมาะกับใคร | Digital Nomad, Freelancer, Remote Worker, Soft Power, Family | นักท่องเที่ยวทั่วไปที่มาไทยระยะสั้น |
1. DTV Visa เหมาะกับใคร?
เหมาะกับคนที่มีเหตุผลอยู่ไทยระยะยาวชัดเจน
DTV Visa ไม่ใช่ Tourist Visa เวอร์ชันอยู่ได้นานขึ้นแบบไม่มีเงื่อนไข แต่เป็นวีซ่าที่ต้องแสดงเหตุผลว่าผู้สมัครเข้ากลุ่มใด เช่น Workcation, Digital Nomad, Remote Worker, Freelancer, Thai Soft Power, Medical Treatment หรือเป็นครอบครัวของผู้ถือ DTV
ตัวอย่างเคสที่ DTV มักเหมาะกว่า Tourist Visa
- Remote Worker ที่ทำงานให้บริษัทต่างประเทศและอยากอยู่ไทย 4-6 เดือนต่อครั้ง
- Freelancer ที่มีลูกค้าต่างประเทศ มี Invoice และ Payment Record ชัดเจน
- เจ้าของธุรกิจออนไลน์ที่บริหารธุรกิจจากไทยได้
- ชาวต่างชาติที่มาเรียนมวยไทยหรือเรียนทำอาหารไทยกับสถาบันที่มีเอกสารรับรอง
- คนไข้ต่างชาติที่มีแผนรักษาพยาบาลในไทยระยะยาว
- คู่สมรสหรือบุตรของผู้ถือ DTV Visa
จากประสบการณ์ทำวีซ่า จุดที่ต้องพิสูจน์ให้ได้
ผู้สมัคร DTV ต้องตอบให้ชัดว่า “ทำไมต้องอยู่ไทยนาน” และ “เอกสารไหนพิสูจน์เหตุผลนั้น” หากเป็น Digital Nomad ต้องเห็นงานต่างประเทศ หากเป็น Soft Power ต้องเห็นกิจกรรมจริง หากเป็นครอบครัวต้องเห็นความสัมพันธ์กับผู้ถือ DTV หลัก
2. Tourist Visa เหมาะกับใคร?
เหมาะกับการมาไทยเพื่อท่องเที่ยวจริง
Tourist Visa เหมาะกับชาวต่างชาติที่ต้องการมาไทยเพื่อพักผ่อน ท่องเที่ยว เยี่ยมชมสถานที่ หรือเดินทางระยะสั้น เช่น มาเที่ยวกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต สมุย กระบี่ หรือเดินทางทริป 2-8 สัปดาห์แบบมีแผนชัดเจน
เคสที่ Tourist Visa มักเพียงพอ
- มาเที่ยวไทย 1-2 เดือนและมีตั๋วกลับชัดเจน
- มาเยี่ยมเพื่อนหรือครอบครัวช่วงสั้น ๆ
- มาเที่ยวหลายจังหวัด แต่ไม่ได้ตั้งใจใช้ไทยเป็นฐานระยะยาว
- ไม่มีงาน Remote หรือกิจกรรม Soft Power ที่ต้องอยู่ไทยหลายเดือน
- ยังไม่พร้อมยื่น DTV เพราะเอกสารงานหรือการเงินยังไม่แข็งแรง
ข้อควรระวังจากเคสจริง
ถ้าผู้สมัครใช้ Tourist Visa ซ้ำ ๆ หรือเข้าออกไทยบ่อยมาก โดยไม่มีเหตุผลท่องเที่ยวที่ชัด อาจถูกถามเพิ่มเติมตอนเข้าเมือง เช่น อยู่ไทยนานเพราะอะไร มีรายได้จากไหน พักที่ไหน และมีแผนออกจากไทยเมื่อไร ดังนั้น Tourist Visa ไม่ควรถูกใช้แทนแผนอยู่ไทยระยะยาวแบบถาวร
3. เอกสาร DTV Visa ต่างจาก Tourist Visa อย่างไร?
DTV ต้องเล่าเคสให้ชัดกว่า
เอกสาร DTV มักละเอียดกว่า Tourist Visa เพราะต้องพิสูจน์ทั้งตัวตน การเงิน และเหตุผลเฉพาะในการอยู่ไทย เช่น งาน Remote กิจกรรม Soft Power การรักษาพยาบาล หรือความสัมพันธ์กับผู้ถือ DTV
ตารางเปรียบเทียบเอกสารที่คนมักพลาด
| หมวดเอกสาร | DTV Visa | Tourist Visa |
|---|---|---|
| หลักฐานการเงิน | มักต้องแสดงยอดประมาณ 500,000 บาทหรือเทียบเท่า และควรมีที่มาของเงิน | ขึ้นอยู่กับสถานทูต อาจเน้นเงินเพียงพอสำหรับทริป |
| เอกสารงาน | Employment Contract, Employment Certificate, Portfolio, Invoice, Payment Record | โดยทั่วไปไม่ใช่เอกสารหลัก เว้นแต่สถานทูตขอเพื่อดูความผูกพันกับประเทศที่พำนัก |
| เอกสารกิจกรรม | Letter of Acceptance, Course Confirmation, Medical Appointment | แผนท่องเที่ยว ที่พัก ตั๋วเดินทาง |
| จดหมายอธิบายเคส | ควรมี โดยเฉพาะฟรีแลนซ์ เจ้าของธุรกิจออนไลน์ หรือเคสครอบครัว | อาจใช้เป็นจดหมายอธิบายแผนเที่ยว หากเคสมีจุดเสี่ยง |
บริการที่ช่วยลดความเสี่ยงก่อนยื่น
Co Journey Visa ช่วยตรวจความสอดคล้องของเอกสาร เช่น ชื่อใน Statement ตรงกับพาสปอร์ตหรือไม่ เงินเข้าอธิบายได้ไหม งาน Remote เชื่อมกับรายได้หรือเปล่า และเอกสารกิจกรรมมีรายละเอียดเพียงพอหรือไม่
4. DTV Visa อยู่ไทยได้นานกว่า Tourist Visa จริงไหม?
ใช่ แต่ต้องเข้าใจระยะพำนักให้ถูก
DTV Visa มีอายุวีซ่า 5 ปี แบบ Multiple Entry และอยู่ไทยได้สูงสุด 180 วันต่อการเข้าไทยหนึ่งครั้ง ส่วน Tourist Visa โดยทั่วไปอยู่ไทยได้สูงสุด 60 วันต่อการเข้าไทยหนึ่งครั้ง และบางกรณีสามารถขอต่ออายุเพิ่มได้ตามดุลพินิจของตรวจคนเข้าเมือง
ตัวอย่างสถานการณ์จริง
| สถานการณ์ | วีซ่าที่ควรประเมิน | เหตุผล |
|---|---|---|
| มาเที่ยวไทย 30-60 วัน | Tourist Visa / Visa Exemption ตามสัญชาติ | เป็นการท่องเที่ยวระยะสั้น ไม่จำเป็นต้องใช้ DTV |
| ทำงาน Remote จากไทย 4-6 เดือน | DTV Visa | ตรงเจตนา Workcation / Digital Nomad มากกว่า |
| มาเรียนมวยไทย 3-6 เดือน | DTV Visa | อาจเข้าเงื่อนไข Thai Soft Power หากมีเอกสารจากสถาบันชัด |
| อยากลองอยู่ไทยก่อน 1 เดือน | Tourist Visa / Visa Exemption ตามสัญชาติ | ยังไม่จำเป็นต้องยื่น DTV หากยังไม่มีแผนระยะยาว |
5. DTV Visa ใช้ทำงานในไทยได้ไหม?
ต้องแยกระหว่าง Remote Work กับงานในบริษัทไทย
DTV Visa เหมาะกับชาวต่างชาติที่ทำงาน Remote ให้บริษัทหรือลูกค้าต่างประเทศ ไม่ใช่การเข้ามาทำงานกับบริษัทไทยในตำแหน่งปกติ หากผู้สมัครมีนายจ้างไทย รับเงินจากบริษัทไทย หรือทำงานในองค์กรไทย ควรประเมิน Non-B Visa และ Work Permit ให้ถูกต้อง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เขียนในเอกสารว่า “จะทำงานในไทย” แต่ไม่อธิบายว่าเป็นงาน Remote กับต่างประเทศ
- มีรายได้จากบริษัทไทย แต่ยื่นเป็น Digital Nomad
- มี Portfolio แต่ไม่มีหลักฐานลูกค้าหรือนายจ้างต่างประเทศ
- ไม่มี Cover Letter อธิบายขอบเขตงานและแหล่งรายได้
เทคนิคที่ช่วยให้เคส Digital Nomad ชัดขึ้น
ควรเขียนอธิบายให้เห็นว่าใครเป็นนายจ้างหรือลูกค้า รายได้เข้าจากประเทศใด ทำงานผ่านระบบออนไลน์อย่างไร และไม่มีการเข้าทำงานเป็นพนักงานของบริษัทไทย การอธิบายชัดตั้งแต่แรกช่วยลดโอกาสถูกตีความผิด
6. เคสยื่นผ่าน vs เคสเสี่ยง ต่างกันอย่างไร?
จากประสบการณ์ทำวีซ่า เอกสารที่ดีต้อง “เชื่อมกันทั้งชุด”
ไม่ว่าจะเลือก DTV Visa หรือ Tourist Visa แฟ้มที่ดีไม่ใช่แค่มีเอกสารเยอะ แต่ต้องทำให้เจ้าหน้าที่เข้าใจเร็วว่า ผู้สมัครคือใคร มาไทยเพื่ออะไร มีเงินพอไหม จะอยู่ที่ไหน และจะออกจากไทยตามเงื่อนไขหรือไม่
| เคสเสี่ยง | เคสที่ดูน่าเชื่อถือกว่า |
|---|---|
| อยากขอ DTV แต่มีแค่เงินในบัญชี ไม่มีหลักฐานงานหรือกิจกรรม | มีหลักฐานการเงิน + Contract + Invoice + Portfolio หรือเอกสารกิจกรรมครบ |
| ใช้ Tourist Visa ซ้ำหลายครั้งโดยไม่มีแผนเที่ยวชัดเจน | มีแผนเที่ยว ที่พัก ตั๋วกลับ และเหตุผลการเดินทางสอดคล้องกับวีซ่า |
| Statement มียอดเงินถึง แต่เงินเพิ่งเข้าก่อนยื่น | มี Statement ต่อเนื่องและเอกสารอธิบายที่มาของเงิน |
| เอกสารกิจกรรม Soft Power ไม่มีชื่อหรือระยะเวลา | มี Letter of Acceptance ระบุชื่อผู้สมัคร วันที่เรียน และข้อมูลสถาบัน |
หากไม่แน่ใจว่าแฟ้มของคุณอยู่ฝั่ง “เคสเสี่ยง” หรือ “เคสพร้อมยื่น” สามารถให้ Co Journey Visa ช่วยตรวจเอกสารเบื้องต้นและประเมินโอกาสผ่านก่อนยื่นจริงได้
Checklist ก่อนเลือก DTV Visa หรือ Tourist Visa
เช็ก 7 ข้อนี้ก่อนเริ่มยื่น
- เป้าหมายคือมาเที่ยวระยะสั้น หรืออยู่ไทยระยะยาวแบบมีเหตุผลเฉพาะ
- ต้องการอยู่ไทยกี่วันต่อครั้ง และมีแผนเข้าออกประเทศอย่างไร
- มีหลักฐานงาน Remote หรือลูกค้าต่างประเทศหรือไม่
- มีเอกสารกิจกรรม Soft Power หรือ Medical Treatment ที่ตรวจสอบได้หรือไม่
- หลักฐานการเงินถึงเกณฑ์และอธิบายที่มาได้หรือไม่
- สถานทูตที่ยื่นกำหนดเอกสารรูปแบบใด
- ถ้าเป็นเคสซับซ้อน มี Cover Letter อธิบายภาพรวมแล้วหรือยัง
เอกสารที่ควรเตรียมแยกตามประเภทวีซ่า
| ประเภทวีซ่า | เอกสารที่ควรเตรียม | จุดที่ควรระวัง |
|---|---|---|
| DTV Visa | Passport, Bank Statement, Contract, Portfolio, Invoice, Course Letter, Medical Letter, Family Documents | เอกสารต้องพิสูจน์หมวด DTV ที่ยื่นได้ชัด |
| Tourist Visa | Passport, Itinerary, Hotel Booking, Flight Booking, Financial Proof | แผนเดินทางต้องดูเป็นการท่องเที่ยวจริงและมีแผนออกจากไทย |
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเลือก DTV Visa หรือ Tourist Visa
1. เลือก Tourist Visa ทั้งที่ตั้งใจอยู่ไทยระยะยาว
ถ้าตั้งใจใช้ไทยเป็นฐานอยู่หลายเดือนต่อครั้ง หรือทำงาน Remote จากไทยอย่างต่อเนื่อง การใช้ Tourist Visa ซ้ำ ๆ อาจไม่ใช่แผนที่มั่นคง และอาจถูกถามรายละเอียดเพิ่มตอนเข้าเมือง
2. เลือก DTV แต่ไม่มีเอกสารรองรับ
DTV ต้องมีหลักฐานว่าเข้ากลุ่มที่กำหนด เช่น งาน Remote, กิจกรรม Thai Soft Power, Medical Treatment หรือครอบครัวของผู้ถือ DTV หากมีแค่เงินในบัญชีแต่ไม่มีเหตุผลรองรับ เคสอาจยังไม่พร้อม
3. เข้าใจว่า DTV อยู่ไทยต่อเนื่อง 5 ปีได้เลย
DTV มีอายุวีซ่า 5 ปี แต่ระยะพำนักต่อครั้งคือ 180 วัน ต้องเข้าใจเรื่องการต่ออายุ การออกนอกประเทศ และการกลับเข้ามาใหม่ให้ถูกต้อง
4. เอกสารการเงินยอดถึง แต่ไม่มีที่มา
หลายเคสมียอดเงินครบ แต่เงินเพิ่งเข้าก่อนยื่นไม่นานหรือไม่มีเอกสารอธิบายที่มา การเตรียม Statement ให้ต่อเนื่องและเชื่อมกับรายได้ช่วยให้แฟ้มดูน่าเชื่อถือกว่า
5. ไม่เช็กสถานทูตที่ยื่น
สถานทูตแต่ละแห่งอาจกำหนดเอกสารต่างกัน เช่น ระยะเวลา Statement, ค่าธรรมเนียม, หลักฐานที่อยู่ปัจจุบัน และการแปลเอกสาร ควรตรวจข้อมูลล่าสุดก่อนเตรียมแฟ้ม
สรุป DTV Visa สำหรับชาวต่างชาติ และความต่างจาก Tourist Visa
สิ่งที่ควรจำ:
- DTV Visa เหมาะกับชาวต่างชาติที่ต้องการอยู่ไทยระยะยาวแบบมีเหตุผลเฉพาะ
- Tourist Visa เหมาะกับการมาไทยเพื่อท่องเที่ยวระยะสั้น
- DTV Visa มีอายุ 5 ปี แบบ Multiple Entry และอยู่ได้ 180 วันต่อครั้ง
- Tourist Visa โดยทั่วไปอยู่ได้ 60 วันต่อครั้ง และอาจต่อได้ตามดุลพินิจ ตม.
- DTV ต้องมีเอกสารเฉพาะเคสมากกว่า เช่น หลักฐานงาน Remote, Soft Power, Medical หรือ Family
- DTV ไม่ใช่วีซ่าทำงานกับบริษัทไทย และไม่ควรใช้แทน Work Permit
- การเลือกวีซ่าควรเริ่มจาก “วัตถุประสงค์การอยู่ไทย” ไม่ใช่แค่จำนวนวันที่อยากอยู่
ให้ Co Journey Visa ช่วยประเมินก่อนเลือกวีซ่า
หากคุณไม่แน่ใจว่าควรเลือก DTV Visa หรือ Tourist Visa ทีม Co Journey Visa พร้อมช่วยประเมินเคส ตรวจเอกสารให้ฟรี ทำ Checklist เฉพาะเคส และแนะนำแนวทางที่เหมาะกับเป้าหมายการอยู่ไทยของคุณมากที่สุด
ทำไมควรให้ Co Journey Visa ช่วยดูแลวีซ่าของคุณ
การขอDTV Visa หรือ Tourist Visaอาจมีขั้นตอนที่ซับซ้อนและต้องการความแม่นยำในการเตรียมเอกสาร หากคุณไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดและต้องการความสะดวกสบายในการดำเนินการ Co Journey Visa พร้อมให้บริการช่วยเหลือคุณในทุกขั้นตอน:
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ DTV Visa และ Tourist Visa
DTV Visa สำหรับชาวต่างชาติคืออะไร?
DTV Visa คือ Destination Thailand Visa สำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการพำนักในไทยระยะยาวแบบมีเหตุผลเฉพาะ เช่น Digital Nomad, Remote Worker, Freelancer, Thai Soft Power, Medical Treatment หรือครอบครัวของผู้ถือ DTV โดยทั่วไปวีซ่ามีอายุ 5 ปีและอยู่ไทยได้สูงสุด 180 วันต่อการเข้าเมืองหนึ่งครั้ง
DTV Visa ต่างจาก Tourist Visa อย่างไร?
DTV Visa เหมาะกับการอยู่ไทยระยะยาวแบบมีเหตุผลเฉพาะและต้องมีเอกสารรองรับ เช่น งาน Remote หรือกิจกรรม Soft Power ส่วน Tourist Visa เหมาะกับการท่องเที่ยวระยะสั้น โดยทั่วไปอยู่ไทยได้ 60 วันต่อครั้งเพื่อการท่องเที่ยว
ถ้ามาเที่ยวไทย 1-2 เดือน ควรขอ DTV Visa ไหม?
ถ้ามาเที่ยวไทยระยะสั้นจริง Tourist Visa หรือสิทธิ์เข้าเมืองตามสัญชาติอาจเหมาะกว่า DTV Visa อาจเกินความจำเป็นหากไม่มีแผนอยู่ไทยระยะยาว ไม่มีงาน Remote หรือไม่มีเอกสารกิจกรรมที่เข้าเงื่อนไข
Digital Nomad ควรใช้ Tourist Visa หรือ DTV Visa?
ถ้าเป็น Digital Nomad ที่ต้องการอยู่ไทยหลายเดือนและมีรายได้จากต่างประเทศ DTV Visa มักตรงเจตนามากกว่า Tourist Visa เพราะสามารถแสดงเหตุผล Workcation หรือ Remote Work ได้ชัดเจน แต่ต้องมีเอกสารงานและการเงินที่น่าเชื่อถือ
DTV Visa ต้องมีเงินเท่าไร?
โดยทั่วไป DTV Visa มักอ้างอิงหลักฐานการเงินประมาณ 500,000 บาทหรือเทียบเท่าสกุลเงินท้องถิ่น แต่รูปแบบเอกสาร เช่น Bank Statement, Bank Certificate หรือเอกสาร Sponsor อาจต่างกันตามสถานทูตที่ยื่น ควรตรวจสอบก่อนดำเนินการ
DTV Visa ใช้ทำงานกับบริษัทไทยได้ไหม?
ไม่ควรใช้ DTV Visa แทนวีซ่าทำงานกับบริษัทไทย DTV เหมาะกับงาน Remote ที่รายได้หรือนายจ้างอยู่ต่างประเทศ หรือกิจกรรมที่เข้าเงื่อนไข หากจะทำงานให้บริษัทไทยควรตรวจเส้นทาง Non-B Visa และ Work Permit ให้ถูกต้อง
Tourist Visa อยู่ไทยได้นานแค่ไหน?
โดยทั่วไป Tourist Visa อนุญาตให้อยู่ไทยได้สูงสุด 60 วันต่อการเข้าเมืองหนึ่งครั้ง และบางกรณีอาจขอต่ออายุได้อีก 30 วันตามดุลพินิจของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไทย ควรตรวจข้อมูลล่าสุดจากสถานทูตไทยก่อนยื่น
Co Journey Visa ช่วยเลือก DTV Visa หรือ Tourist Visa ได้อย่างไร?
Co Journey Visa ช่วยประเมินวัตถุประสงค์การอยู่ไทย ตรวจเอกสารให้ฟรี ทำ Checklist เฉพาะเคส เปรียบเทียบความเหมาะสมของ DTV Visa และ Tourist Visa และแนะนำว่าควรเสริมเอกสารจุดไหนก่อนยื่นจริงเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของเคส

