Global Investor Programme สิงคโปร์: วีซ่านักลงทุน (GIP Scheme 2025)
สำหรับนักธุรกิจหรือนักลงทุนที่ต้องการย้ายถิ่นฐานไปอยู่ประเทศที่มั่นคง ปลอดภัย และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจระดับโลก — “Global Investor Programme” (GIP) ของประเทศสิงคโปร์ คือหนึ่งในโครงการที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเอเชีย
โครงการนี้เปิดโอกาสให้ นักลงทุนต่างชาติที่มีศักยภาพทางธุรกิจ สามารถขอ ถิ่นพำนักถาวร (Permanent Residence – PR) ในสิงคโปร์ได้ ผ่านการลงทุนในธุรกิจที่มีคุณค่าและศักยภาพในการเติบโต
1. Global Investor Programme (GIP) คืออะไร
GIP หรือโครงการวีซ่านักลงทุนของสิงคโปร์ จัดทำโดยหน่วยงาน Economic Development Board (EDB) เพื่อดึงดูดนักธุรกิจที่มีความสามารถและทุนสูงจากทั่วโลก ให้เข้ามาลงทุนและตั้งรกรากในประเทศ
ผู้ที่ผ่านการอนุมัติจะได้รับสิทธิ์ ถิ่นพำนักถาวร (Singapore PR) ทันทีหลังจากการลงทุนตามเงื่อนไขสำเร็จ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเส้นทางเข้าสู่ สัญชาติสิงคโปร์ ในระยะยาว
2. เงื่อนไขการลงทุนในปี 2025
ปัจจุบัน (อัปเดตปี 2025) นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนได้ 3 ทางเลือกหลักตามที่กำหนดใน GIP Scheme:
ประเภทการลงทุน | รายละเอียด | เงินลงทุนขั้นต่ำ |
Option A | ลงทุนในธุรกิจใหม่ หรือขยายธุรกิจที่มีอยู่ในสิงคโปร์ | SGD 10 ล้าน (ประมาณ 270 ล้านบาท) |
Option B | ลงทุนในกองทุนที่ได้รับอนุมัติจาก EDB ซึ่งลงทุนในบริษัทสิงคโปร์ | SGD 25 ล้าน (ประมาณ 675 ล้านบาท) |
Option C | จัดตั้ง Family Office ที่บริหารสินทรัพย์ในสิงคโปร์ | SGD 50 ล้าน (ประมาณ 1,350 ล้านบาท) |
ทั้งนี้ ผู้สมัครจะต้องพิสูจน์ได้ว่ามี ประสบการณ์ทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง และมี ประวัติการบริหารกิจการที่ประสบความสำเร็จ ตามเกณฑ์ที่รัฐบาลสิงคโปร์กำหนด
3. คุณสมบัติของผู้สมัคร (Eligibility Criteria)
เพื่อให้มีสิทธิ์สมัครในโครงการ GIP ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน ดังนี้:
- มีประสบการณ์การบริหารธุรกิจไม่น้อยกว่า 3 ปี
- เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ หรือบริหารในระดับสูงของบริษัทที่มียอดขายต่อปีเกิน SGD 200 ล้าน (เฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี)
- มีหลักฐานทางการเงินชัดเจน เช่น งบกำไรขาดทุน และงบดุล
- ตั้งใจที่จะตั้งถิ่นฐานและดำเนินธุรกิจในสิงคโปร์อย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้สมัครในรูปแบบ Family Office ต้องแสดงแผนการบริหารสินทรัพย์ และทีมบริหารที่มีประสบการณ์จริงในตลาดการเงิน
4. ขั้นตอนการสมัคร GIP สิงคโปร์
- ยื่นใบสมัครและเอกสารแสดงคุณสมบัติทางธุรกิจ
- สัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่ EDB เพื่อประเมินแผนธุรกิจและความเหมาะสม
- ได้รับอนุมัติแบบมีเงื่อนไข (Approval-in-Principle)
- ดำเนินการลงทุนจริงตามเงื่อนไขที่เลือก
- ได้รับสถานะถาวร (Permanent Residence – PR) หลังยืนยันการลงทุนครบถ้วน
5. สิทธิประโยชน์ของผู้ถือ PR ผ่าน GIP
- มีสิทธิพำนักในสิงคโปร์อย่างถาวร พร้อมครอบครัว
- สามารถเปิดบริษัท จัดตั้งธุรกิจ หรือลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้
- บุตรสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนรัฐบาลหรือเอกชนในประเทศได้
- ได้รับสิทธิ์ด้านสาธารณสุขและภาษีที่เอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจ
- เป็นเส้นทางต่อยอดสู่ สัญชาติสิงคโปร์ในอนาคต
6. เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียม
- หนังสือเดินทางของผู้สมัครและครอบครัว
- งบการเงินย้อนหลัง 3 ปี ของบริษัทที่ผู้สมัครบริหาร
- เอกสารแสดงการถือหุ้นและโครงสร้างบริษัท
- แผนการลงทุนในสิงคโปร์ (Business / Investment Plan)
- ใบรับรองสุขภาพและประวัติอาชญากรรม
7. เคล็ดลับสำเร็จในการสมัคร GIP
- จัดทำแผนธุรกิจ (Business Plan) ให้สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์ เช่น เทคโนโลยี การเงินสีเขียว หรือการแพทย์
- เตรียมเอกสารให้ครบและเป็นภาษาอังกฤษ
- แนะนำให้มีที่ปรึกษาด้านวีซ่ามืออาชีพ เพื่อช่วยวางกลยุทธ์การสมัครและนำเสนอข้อมูลอย่างเหมาะสม
ให้ Co Journey Visa ดูแลคุณเรื่องวีซ่าทุกประเทศอย่างมืออาชีพ
หากคุณสนใจสมัคร Global Investor Programme (GIP) หรือวีซ่านักลงทุนประเภทอื่น เช่น Business Innovation Visa ออสเตรเลีย, E-2 Investor Visa สหรัฐฯ, หรือ Golden Visa ดูไบ
ให้ทีมผู้เชี่ยวชาญของ Co Journey Visa ดูแลทุกขั้นตอนอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวิเคราะห์คุณสมบัติ เตรียมเอกสาร ไปจนถึงยื่นขอวีซ่ากับหน่วยงานรัฐอย่างถูกต้อง
✅ วิเคราะห์คุณสมบัติและวางแผนกลยุทธ์วีซ่าที่เหมาะกับคุณ
✅ ช่วยจัดเตรียมเอกสารครบถ้วน พร้อมตรวจสอบอย่างละเอียด
✅ ให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวจนถึงวันอนุมัติ
✅ ทีมงานมืออาชีพ ดูแลทุกขั้นตอนอย่างโปร่งใสและรวดเร็ว
📞 โทร: 080-8412543 / 061-0312188
📱 LINE: @cojourneyvisa
📧 Email: cojourneyvisa@gmail.com
🌐 เว็บไซต์: www.cojourneyvisa.com

