MD115 คืออะไร? Student Visa Australia Priority 1, 2, 3 มีผลอย่างไรในปี 2026

MD115 คืออะไร? Student Visa Australia Priority 1, 2, 3 มีผลอย่างไรในปี 2026

🇦🇺 Student Visa Processing 2026
MD115 คืออะไร? Student Visa Australia Priority 1, 2, 3 มีผลอย่างไรในปี 2026
Priority 1 ไม่ได้แปลว่า “วีซ่าผ่านง่ายกว่า” และ Priority 3 ไม่ได้แปลว่า “มีโอกาสโดนปฏิเสธสูงกว่า” แต่ MD115 มีผลจริงกับลำดับที่ Home Affairs นำคำร้อง Offshore Student Visa ขึ้นพิจารณา
📅 ตรวจข้อมูลล่าสุด: 1 กันยายน 2569 ✍️ ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ ⏱ อ่านประมาณ 11 นาที

นักเรียนที่กำลังยื่น Student Visa Australia ในปี 2026 อาจเห็นมหาวิทยาลัยหรือเอเจนซี่พูดถึงคำว่า Priority 1, Priority 2 และ Priority 3 แล้วเกิดคำถามทันทีว่า “ถ้าได้ Priority 3 วีซ่าจะผ่านยากขึ้นไหม?” หรือ “ควรเปลี่ยนมหาวิทยาลัยเพื่อให้วีซ่าเร็วขึ้นหรือเปล่า?”

จุดนี้ต้องแยกให้ออกก่อนครับ เพราะ MD115 เป็นระบบจัดลำดับการประมวลผลคำร้อง ไม่ใช่ระบบให้คะแนนคุณภาพนักเรียน Home Affairs ระบุชัดว่าลำดับ Priority ไม่ใช่ Visa Cap และไม่ได้เปลี่ยนเกณฑ์ว่าผู้สมัครจะถูก Grant หรือ Refuse

สำหรับคนไทยที่ยื่น วีซ่านักเรียน Subclass 500 จากประเทศไทย MD115 จึงเป็นเรื่องที่ควรรู้เพื่อวาง Timeline แต่ไม่ควรถูกใช้แทนการดู Genuine Student, CoE, การเงิน, OSHC, สุขภาพ และเอกสารอื่นของคำร้อง

สรุปสั้น ๆ:
MD115 หรือ Ministerial Direction 115 คือคำสั่งที่กำหนดลำดับการพิจารณา Offshore Student Visa Subclass 500 ที่ยื่นตั้งแต่ 14 พฤศจิกายน 2025 เป็นต้นมา โดยในปี 2026 ใช้ระบบ Priority 1, Priority 2 และ Priority 3 สำหรับหลายกรณีใน Higher Education และ VET ตามสถานะของ Education Provider เทียบกับ Indicative Allocation ของนักเรียนใหม่ต่างชาติ โดย Priority 1 มักถูกเริ่มพิจารณาก่อน Priority 2 และ Priority 2 ก่อน Priority 3 แต่ Priority ไม่ได้เพิ่มหรือลดเกณฑ์การอนุมัติวีซ่า

💬 มี CoE แล้วแต่ไม่รู้ว่าสถาบันอยู่ Priority ไหน?
ก่อนรีบ Lodge เพราะกลัวคิวเปลี่ยน ควรเช็ก Main CoE, Provider Status, วันเริ่มเรียน และความพร้อมของเอกสารพร้อมกัน เพราะยื่นเร็วแต่ข้อมูลไม่ครบอาจไม่ได้ช่วยให้เคสจบเร็วขึ้น

📱 ส่ง CoE ให้ทีมช่วยตรวจ Timeline

MD115 คืออะไร และเข้ามาแทน MD111 เมื่อไร?

ชื่อเต็มคือ Ministerial Direction 115 – Order for considering and disposing of offshore Subclass 500 (Student) visa applications ออกภายใต้ Migration Act 1958 เพื่อกำหนดลำดับที่เจ้าหน้าที่พิจารณาคำร้อง Student Visa ที่ยื่นจากนอกออสเตรเลีย

Direction 115 ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2025 และ มีผลตั้งแต่ 14 พฤศจิกายน 2025 โดยยกเลิก MD111 สำหรับคำร้องใหม่ แต่คำร้อง offshore ที่ยื่นก่อน MD115 เริ่มใช้และยังไม่จบการพิจารณา ยังคงใช้ MD111 ตามกฎการเปลี่ยนผ่าน

📌 วันที่ต้องแยกให้ชัด:
ยื่น Offshore Student Visa ก่อน 14 พฤศจิกายน 2025 → ใช้ MD111 ตาม transitional rule
ยื่น Offshore Student Visa ตั้งแต่ 14 พฤศจิกายน 2025 เป็นต้นมา → อยู่ภายใต้ MD115

MD115 ใช้กับผู้สมัครจากไทยหรือไม่?

ใช้ครับ หากผู้สมัครอยู่ นอกออสเตรเลียในวันที่ยื่น และยื่น Student Visa Subclass 500 ดังนั้นคนไทยที่ยื่นจากประเทศไทยในปี 2026 โดยทั่วไปอยู่ในกลุ่ม Offshore Student Visa ที่ MD115 ครอบคลุม

แต่หากผู้สมัครยื่น Student Visa ขณะที่อยู่ในออสเตรเลีย Home Affairs ระบุว่าเป็นอีกระบบหนึ่ง โดยคำร้อง Onshore โดยทั่วไปจะถูกนำขึ้นประเมินตามลำดับวันที่ Lodge ไม่ใช่การนำ Provider Threshold ของ MD115 มาใช้แบบเดียวกับ Offshore applications

สถานที่อยู่ตอน Lodge ระบบ Priority หลัก สิ่งที่ควรรู้
อยู่นอกออสเตรเลีย MD115 สำหรับคำร้องตั้งแต่ 14 พ.ย. 2025 Priority อาจสัมพันธ์กับ Provider และประเภทนักเรียน
อยู่ในออสเตรเลีย โดยทั่วไปประเมินตามลำดับวัน Lodge ไม่ได้ใช้ Provider Priority 1/2/3 แบบ Offshore ในลักษณะเดียวกัน
📱 เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

Priority 1, 2 และ 3 ใน MD115 ต่างกันอย่างไร?

1
Priority 1 Provider ยังไม่ถึง Prioritisation Threshold หรือผู้สมัครอยู่ในกลุ่มที่ MD115 ให้ Priority 1 เป็นพิเศษ
2
Priority 2 Provider ถึง Prioritisation Threshold แล้ว แต่ยังไม่ถึง Upper Threshold
3
Priority 3 Provider ถึง Upper Threshold แล้ว สำหรับ Higher Education/VET ที่อยู่ภายใต้ระบบ Provider allocation

การเปลี่ยนจาก Priority 1 → Priority 2 → Priority 3 จึงไม่ได้เกิดจาก “นักเรียนคนนี้เคสอ่อน” แต่เกิดจากจำนวน New Overseas Student Commencements ของ Provider เทียบกับ Indicative Allocation ที่บันทึกใน PRISMS

💡 อ่านให้ถูก:
Priority 3 = คิวประมวลผลต่ำกว่า Priority 1 และ 2 ในระบบ MD115
Priority 3 ≠ Applicant Risk Level 3
Priority 3 ≠ วีซ่าผ่านยากกว่าโดยอัตโนมัติ

80% และ 115% ของ MD115 หมายถึงอะไร?

จุดเปลี่ยน Priority ของ Higher Education และ VET Providers อยู่ที่ 2 Threshold สำคัญ:

สถานะ Provider สัดส่วนต่อ Indicative Allocation Priority โดยทั่วไป ความหมาย
ยังไม่ถึง Prioritisation Threshold ต่ำกว่า 80% Priority 1 Provider ยังอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ Prioritisation Threshold
ถึง Prioritisation Threshold ตั้งแต่ 80% แต่ยังไม่ถึง Upper Threshold Priority 2 จำนวน commencements ถึงเกณฑ์แรกแล้ว
ถึง Upper Threshold 115% ของ Indicative Allocation Priority 3 Provider ถึงเกณฑ์บนของระบบ Priority แล้ว
📱 เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
⚠️ 115% ไม่ใช่ “เกิน 15% แล้วหยุดรับวีซ่า”
MD115 ระบุชัดว่า Indicative Allocation และ Threshold เหล่านี้ ไม่ใช่ Visa Cap ไม่ใช่การหยุดออกวีซ่าให้ Provider และไม่ใช่จำนวนสูงสุดของวีซ่าที่สามารถ Grant ได้ แต่ใช้เพื่อกำหนดลำดับ Priority Processing

Priority 1, 2, 3 ใช้เวลานานแค่ไหนในปี 2026?

Home Affairs เผยเป้าหมายการ Commence Processing หรือเริ่มนำคำร้องขึ้นพิจารณาตาม Priority ไว้ดังนี้:

Priority เป้าหมายเริ่มพิจารณา ควรตีความอย่างไร
Priority 1 ประมาณ 1–4 สัปดาห์หลัง Lodge โดยทั่วไปถูกนำขึ้นพิจารณาก่อน Priority 2 และ 3
Priority 2 ประมาณ 5–8 สัปดาห์หลัง Lodge เป็นเป้าหมายเริ่มพิจารณา ไม่ใช่วันรู้ผล
Priority 3 ประมาณ 9–12 สัปดาห์หลัง Lodge อาจเริ่มช้ากว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะถูก Refuse
📱 เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
❌ อย่าเขียนว่า “Priority 1 ได้ผลใน 1–4 สัปดาห์”
Home Affairs ใช้คำว่า aims to commence processing หมายถึงเป้าหมายในการเริ่มพิจารณา ไม่ใช่รับประกันว่าจะ Grant หรือ Refuse เสร็จภายในช่วงนั้น ระยะเวลาจริงยังขึ้นกับปริมาณคำร้อง Integrity Checks ความครบถ้วนของเอกสาร Health, Character และรายละเอียดของแต่ละเคส

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเวลาเตรียม วีซ่าออสเตรเลีย Student 500 จึงควรเผื่อ Timeline จาก Course Commencement จริง ไม่ใช่ใช้ช่วง Priority เป็นวันที่รับผลแน่นอน

Priority 3 ทำให้โอกาสผ่าน Student Visa ต่ำลงไหม?

ไม่ควรตีความแบบนั้น Home Affairs ระบุโดยตรงว่า Priority Level ไม่ได้เปลี่ยนว่าจะ Grant หรือ Refuse application และ MD115 ไม่ได้กำหนดเกณฑ์ใหม่ในการอนุมัติ Student Visa

ผู้สมัคร Priority 1 และ Priority 3 ยังต้องถูกตรวจเรื่องเดียวกันตามกฎหมายและเงื่อนไขของ Student Visa เช่น Genuine Student, CoE, OSHC, Financial Capacity เมื่อเกี่ยวข้อง, Health, Character และ Visa History

ตัวอย่างสมมติ: Priority 1 แต่เอกสาร GS มีปัญหา

ผู้สมัครอาจอยู่ Priority 1 เพราะ University ยังไม่ถึง 80% Threshold แต่ถ้าคำตอบ Genuine Student ไม่สัมพันธ์กับ Course Progression หรือข้อมูลในแบบฟอร์มมีประเด็น Priority 1 ไม่ได้ทำให้เกณฑ์นั้นหายไป

ตัวอย่างสมมติ: Priority 3 แต่เอกสารครบ

ผู้สมัครอาจอยู่ Priority 3 เพราะ Provider ถึง Upper Threshold แล้ว สิ่งที่เปลี่ยนคือคิวการประมวลผล ไม่ได้มีข้อกำหนดว่าเจ้าหน้าที่ต้องประเมินคุณสมบัติของคน Priority 3 เข้มกว่าด้วยเหตุผลของ Priority เพียงอย่างเดียว

💡 สิ่งที่ผู้สมัครควบคุมได้:
คุณควบคุม Threshold ของมหาวิทยาลัยไม่ได้ แต่ควบคุมความพร้อมของ CoE, GS, เอกสารการเงิน, OSHC, แบบฟอร์ม และ Timeline ก่อน Lodge ได้

นักเรียนกลุ่มไหนอยู่ Priority 1 โดยไม่ต้องดู Threshold แบบทั่วไป?

MD115 กำหนดกลุ่ม Offshore Student Visa บางประเภทไว้ใน Priority 1 โดยลักษณะของการเรียนหรือสถานะของผู้สมัคร เช่น:

  • School students
  • Non-award sector รวมถึง Short-term exchange
  • Standalone ELICOS students
  • นักเรียนที่ลงทะเบียนกับ TAFE Provider ตามนิยามของ MD115
  • นักเรียนใน Recognised Pilot Training Courses
  • Postgraduate Research หรือ PhD
  • DFAT / Defence / Commonwealth sponsored students ตามประเภทที่กำหนด
  • Scholarship students ที่เข้าเกณฑ์
  • นักเรียนจาก Pacific และ Timor-Leste ตามนิยาม
  • Transnational Education students
  • Subsequent Entrant บางกรณีที่มี Minor รวมอยู่ในคำร้องตาม MD115
📌 Standalone ELICOS ต่างจาก ELICOS ใน Package:
ถ้าเป็น Standalone ELICOS อยู่ในกลุ่ม Priority 1 ที่ระบุไว้ แต่ถ้า ELICOS เป็นส่วนหนึ่งของ Package ที่ตามด้วย Diploma หรือ Bachelor ต้องดูหลักเรื่อง Main CoE เพิ่ม ไม่ควรเห็นคำว่า ELICOS แล้วสรุปว่า Priority 1 ทันที

เรียน ELICOS + Diploma + Bachelor ใช้ Priority ของสถาบันไหน?

สำหรับ Packaged Courses Home Affairs ระบุว่า Priority ใช้ Education Provider ของ Main CoE ซึ่งโดยทั่วไปคือหลักสูตรสุดท้ายของ Package

Course 1 — ELICOS
เรียนภาษาที่ Provider A
Course 2 — Diploma
เรียนที่ Provider B
Course 3 — Bachelor
เรียนที่ University C และเป็น Main CoE
ผลต่อ MD115
โดยทั่วไป Priority จะถูกกำหนดจากสถานะของ University C ในวันที่ Lodge ไม่ใช่เลือกสถานะของ ELICOS Provider ที่เร็วกว่า
❌ จุดที่มักตีความผิด:
“เรียนภาษาเป็นคอร์สแรก เพราะ Standalone ELICOS เป็น Priority 1 ดังนั้น Package ของฉันต้อง Priority 1” — ไม่ควรสรุปแบบนี้ หากเป็น Packaged CoEs ต้องดู Main CoE ตามกฎของ Home Affairs

ทำไมวันที่ 15 พฤศจิกายนถึงสำคัญใน MD115?

MD115 วางรอบ Prioritisation ของ Provider ตามปีปฏิทิน โดยระบุว่ากระบวนการของ Allocation ปีถัดไปจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายนของปีก่อนหน้า

สำหรับ Allocation ปี 2026 ตัว Direction ยกตัวอย่างว่า Offshore Student Visa ที่ได้รับตั้งแต่ 15 พฤศจิกายน 2025 ถึง 14 พฤศจิกายน 2026 จะถูก Prioritise โดยอ้างอิงปี 2026

Home Affairs ยังระบุว่า Applications ที่ Lodge ระหว่าง 15 พฤศจิกายนถึง 31 ธันวาคมของแต่ละปี จะอ้างอิงความคืบหน้าของ Provider ต่อ Indicative Allocation ของ ปีถัดไป

วันที่ Lodge ปี Allocation ที่ใช้ดู ตัวอย่าง
1 ม.ค. – 14 พ.ย. 2026 สถานะต่อ Allocation ปี 2026 Lodge มิถุนายน 2026 → ดู Provider Status ของปี 2026
15 พ.ย. – 31 ธ.ค. 2026 สถานะต่อ Allocation ปี 2027 Lodge 18 พ.ย. 2026 → ดู Provider Status ของปี 2027
📱 เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
⚠️ แต่ไม่ควรเร่ง Lodge เพียงเพื่อจับ Priority:
ถ้าเอกสารยังไม่ครบ คำตอบ GS ยังไม่พร้อม หรือ Financial Evidence ยังมีประเด็น การรีบยื่นเพราะกลัว Provider เปลี่ยน Priority อาจแลกความเร็วของคิวกับคุณภาพคำร้องที่ต่ำลง ซึ่งไม่ใช่การแลกที่คุ้ม

Course เริ่มใกล้แล้ว แต่ Provider อยู่ Priority 2 หรือ 3?
แทนที่จะดู Priority อย่างเดียว ควรเทียบพร้อมกัน 4 เรื่อง: วันเริ่มเรียน, Provider Status, ความพร้อมของคำร้อง และ Processing Time ล่าสุด เพื่อประเมินว่าควร Lodge เมื่อไรหรือควรคุยกับสถาบันเรื่อง Intake อย่างไร

💬 ให้ทีมช่วยวาง Student Visa Timeline

จะเช็กว่า University เป็น Priority 1, 2 หรือ 3 ได้อย่างไร?

สำหรับ Higher Education หรือ Dual Sector ผู้สมัครสามารถตรวจหน้า Visa Prioritisation Status ของ Australian Department of Education ได้ โดยข้อมูลมีการอัปเดตเป็นระยะ และสถานะควรถูกดูใกล้วันที่ Lodge

สำหรับ Vocational Education and Training หรือ VET Home Affairs แนะนำให้สอบถาม Provider ว่าถึง Prioritisation Threshold หรือ Upper Threshold แล้วหรือไม่

  • เช็กชื่อ Provider ให้ตรงกับ CoE ไม่ใช่ดูเพียงชื่อ College ที่ใช้ทำการตลาด
  • เช็ก Main CoE หากมี Package หลายหลักสูตร
  • บันทึก Priority Status ในวันที่ Lodge
  • อย่าใช้ Screenshot เก่าหลายสัปดาห์มาสรุปสถานะปัจจุบัน
  • อย่าตีความ Priority เป็นโอกาส Grant
  • ดู Processing Times ล่าสุดควบคู่กับ Course Commencement
📌 Provider Status สามารถเปลี่ยนได้:
Australian Department of Education ระบุว่าข้อมูล Visa Prioritisation Status สำหรับ Higher Education มีการอัปเดตเป็นระยะ ดังนั้นคำว่า “มหาวิทยาลัยนี้ Priority 1” ไม่ควรถูกเขียนเป็นคุณสมบัติถาวรของมหาวิทยาลัย

7 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ MD115 ที่ควรเลี่ยงในปี 2026

❌ 1. Priority 1 = ผ่านง่ายกว่า
ไม่ใช่ MD115 เป็น Processing Order ไม่ใช่เกณฑ์ Grant
❌ 2. Priority 3 = Provider ถูกแบน
ไม่ใช่ Upper Threshold ไม่ใช่ Visa Cap หรือการระงับการพิจารณา
❌ 3. Priority 1 = ได้ผลใน 1–4 สัปดาห์แน่นอน
Home Affairs พูดถึงเป้าหมายการ Commence Processing ไม่ใช่ Finalisation Guarantee
❌ 4. Provider เปลี่ยน Priority หลัง Lodge แล้วคำร้องเปลี่ยนตามทันที
Priority ของคำร้องอิงสถานะ Provider ณ วันที่ Lodge ตามคำแนะนำปัจจุบัน
❌ 5. มี ELICOS ใน Package = Priority 1 เสมอ
Packaged Courses ต้องดู Main CoE
❌ 6. MD115 ใช้กับ Student Visa ทุกคนทั้ง Onshore และ Offshore
Direction 115 ระบุ Offshore Subclass 500 applications
❌ 7. เลือกมหาวิทยาลัยจาก Priority เพียงอย่างเดียว
Course Quality, Course Progression, ค่าเรียน, Location, Career Fit และ Genuine Student logic ยังสำคัญกว่าการไล่ตาม Priority ชั่วคราว

หากกำลังจะ ทำวีซ่า Student 500 การตัดสินใจว่าจะ Lodge วันไหนควรวางจากความพร้อมของคำร้องและ Course Timeline ไม่ใช่ Priority เพียงตัวเดียว

Decision Checklist: ก่อน Lodge Student Visa ภายใต้ MD115 ให้เช็กอะไร?

  • คุณอยู่ในหรือนอกออสเตรเลียในวันที่ Lodge
  • คำร้องอยู่ภายใต้ MD111 หรือ MD115 ตามวันที่ยื่น
  • Main CoE คือหลักสูตรใด หากเรียนแบบ Package
  • Provider ของ Main CoE อยู่ Priority ใดในวันที่ยื่น
  • Course Commencement เหลือเวลาเพียงพอหรือไม่
  • Genuine Student ตอบครบและสอดคล้องกับ Course Progression หรือยัง
  • Financial Evidence และ Sponsor พร้อมตาม Document Checklist หรือไม่
  • OSHC ครอบคลุมช่วงที่ต้องใช้หรือยัง
  • Health / Biometrics / Character requirements มีขั้นตอนที่ต้องเผื่อเวลาหรือไม่
  • มีแผนสำรองกับ Education Provider หากผลวีซ่าไม่ทัน Intake หรือไม่

แหล่งข้อมูลทางการสำหรับ MD115 และ Student Visa Priority ปี 2026

🇦🇺 Department of Home Affairs — Student Visa Processing Priorities
ใช้ตรวจ Priority 1, 2, 3, ช่วงเป้าหมายเริ่มพิจารณา, Packaged Courses และวิธีเช็ก Provider Status
Student visa processing priorities

⚖️ Ministerial Direction 115 — Official PDF
เอกสาร Direction ตัวจริงระบุวันเริ่มใช้ นิยาม 80% Prioritisation Threshold, 115% Upper Threshold และลำดับ Priority อย่างเป็นทางการ
Ministerial Direction 115

🎓 Australian Department of Education — Visa Prioritisation Status
ใช้ตรวจสถานะของ International Higher Education Providers ซึ่งอัปเดตเป็นระยะ
Visa Prioritisation Status

🛂 Department of Home Affairs — Student Visa Subclass 500
ใช้ตรวจ Eligibility, CoE, OSHC, Conditions และ Processing Information ล่าสุดของ Student Visa
Student visa (subclass 500)

📅 Fact Freshness — ตรวจล่าสุด 1 กันยายน 2569:
Home Affairs ยังคงระบุว่า Offshore Student Visa ที่ยื่นตั้งแต่ 14 พฤศจิกายน 2025 อยู่ภายใต้ MD115 และใช้ Priority 1, 2, 3 ตามโครงสร้างปัจจุบัน ข้อมูล Provider Priority และ Processing Allocation สามารถเปลี่ยนได้ จึงควรตรวจแหล่งทางการอีกครั้งในวันที่ Lodge จริง

⭐ Co Journey Visa ช่วยวาง Student Visa Timeline ภายใต้ MD115 อย่างไร?

  • ตรวจว่าเคสเป็น Onshore หรือ Offshore — เพื่อไม่ใช้กฎ Priority ผิดระบบ
  • ตรวจ Main CoE ของ Packaged Courses — ไม่สรุป Priority จากคอร์สแรกเพียงอย่างเดียว
  • ช่วยเช็ก Provider Status ใกล้วัน Lodge — ใช้ข้อมูลทางการและบันทึกสถานะในวันที่ยื่น
  • วาง Timeline เทียบกับ Intake — ดู Priority ควบคู่กับ Processing Time และความพร้อมของเอกสาร
  • ตรวจ GS และ Course Progression — Priority เร็วไม่ได้ทดแทนคำตอบ Genuine Student ที่ยังไม่สมเหตุสมผล
  • ตรวจเอกสาร Student Visa เป็นชุดเดียว — CoE, OSHC, การเงิน, Sponsor และข้อมูลใน ImmiAccount ควรสอดคล้องกัน

Co Journey Visa ช่วยด้านการเตรียมเอกสารและการวางแผนคำร้อง แต่ไม่สามารถเปลี่ยน Priority ของ Provider หรือกำหนดเวลาพิจารณาของ Home Affairs ได้ และผล Student Visa ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง คุณสมบัติ เอกสาร และการพิจารณาของ Department of Home Affairs

❓ คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับ MD115 และ Student Visa Priority

MD115 หรือ Ministerial Direction 115 เป็นคำสั่งกำหนดลำดับการพิจารณาคำร้อง Student Visa Subclass 500 ที่ยื่นจากนอกออสเตรเลีย มีผลตั้งแต่ 14 พฤศจิกายน 2025 และใช้กับคำร้อง offshore ที่ยื่นตั้งแต่วันดังกล่าว ส่วนคำร้องที่ยื่นก่อนหน้านั้นและยังค้างอยู่ยังอยู่ภายใต้ MD111 ตามกฎการเปลี่ยนผ่าน.
ไม่มีผลโดยตรงต่อเกณฑ์อนุมัติหรือปฏิเสธวีซ่า Home Affairs ระบุว่า Priority เป็นลำดับการนำคำร้องขึ้นพิจารณา ไม่ใช่ Visa Cap และไม่เปลี่ยนเกณฑ์การ Grant หรือ Refuse ผู้สมัครทุก Priority ยังต้องผ่านเงื่อนไข Student Visa ตามปกติ.
Home Affairs ระบุเป้าหมายในการเริ่มพิจารณาโดยทั่วไปว่า Priority 1 ประมาณ 1 ถึง 4 สัปดาห์ Priority 2 ประมาณ 5 ถึง 8 สัปดาห์ และ Priority 3 ประมาณ 9 ถึง 12 สัปดาห์ ตัวเลขเหล่านี้เป็นช่วงเป้าหมายในการเริ่มพิจารณา ไม่ใช่การรับประกันวันรู้ผล และสามารถเปลี่ยนได้ตามปริมาณคำร้อง ทรัพยากร การตรวจสอบ และความครบถ้วนของเอกสาร.
โดยหลัก Home Affairs กำหนด Priority จากสถานะของ Education Provider ในวันที่ผู้สมัคร Lodge visa application ดังนั้นควรบันทึกสถานะของ Provider ในวันที่ยื่นไว้เป็นหลัก ไม่ใช่ดูเฉพาะสถานะในวันที่กลับมาเช็กภายหลัง.
สำหรับ packaged courses Home Affairs ใช้ Education Provider ของ Main CoE ในการกำหนด Priority ซึ่งโดยทั่วไป Main CoE คือหลักสูตรสุดท้ายในแพ็กเกจ ตัวอย่างเช่น ELICOS ต่อ Diploma และจบที่ Bachelor โดยทั่วไปสถานะของ Provider ของ Bachelor จะเป็นตัวที่ใช้กำหนด Priority.
ไม่ใช่ระบบเดียวกัน MD115 ใช้กับ offshore Subclass 500 applications ส่วน Home Affairs ระบุว่าคำร้องที่ยื่นโดยผู้สมัครซึ่งอยู่ในออสเตรเลียโดยทั่วไปจะถูกนำขึ้นประเมินตามลำดับวันที่ยื่น และระยะเวลาจริงยังขึ้นกับรายละเอียดของแต่ละคำร้อง.
สำหรับ Higher Education และ Dual Sector สามารถตรวจ Visa Prioritisation Status ที่เผยแพร่โดย Australian Department of Education ซึ่งมีการอัปเดตเป็นระยะ สำหรับ VET Home Affairs แนะนำให้สอบถาม Education Provider โดยตรงเกี่ยวกับสถานะ prioritisation threshold และ upper threshold.

📌 สรุป MD115 ปี 2026 แบบไม่สับสน

  • MD115 ใช้กับ Offshore Student Visa Subclass 500 ที่ยื่นตั้งแต่ 14 พฤศจิกายน 2025 เป็นต้นมา
  • Priority เป็นเรื่อง ลำดับการประมวลผล ไม่ใช่คะแนนโอกาสผ่าน
  • Higher Education/VET ต่ำกว่า 80% ของ Indicative Allocation โดยทั่วไปอยู่ Priority 1
  • ถึง 80% แต่ยังไม่ถึง 115% โดยทั่วไปอยู่ Priority 2
  • ถึง Upper Threshold 115% โดยทั่วไปอยู่ Priority 3
  • Threshold ไม่ใช่ Visa Cap และไม่ใช่การหยุดออกวีซ่า
  • Home Affairs ระบุเป้าหมายเริ่มพิจารณาโดยทั่วไปที่ 1–4, 5–8 และ 9–12 สัปดาห์ตาม Priority แต่ไม่ใช่ Finalisation Guarantee
  • Provider Priority ของคำร้องอิงสถานะในวันที่ Lodge
  • Packaged Courses ต้องดู Main CoE ซึ่งโดยทั่วไปคือ Final Course
  • ช่วง 15 พฤศจิกายน–31 ธันวาคม จะอ้างอิง Provider allocation ของปีถัดไป
  • Onshore Student Visa ไม่ใช้ Provider Priority 1/2/3 ภายใต้ MD115 แบบ Offshore
👤
เกี่ยวกับผู้เขียน
ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ / Chaiyapat Promboriruk
ผู้เชี่ยวชาญด้านการยื่นวีซ่าและการเตรียมเอกสาร ประสบการณ์ด้านงานวีซ่า 5 ปี

Priority สำคัญกับ Timeline แต่คำร้องยังต้องแข็งแรงด้วยตัวเอง

หากคุณมี CoE แล้วและกำลังตัดสินใจว่าจะ Lodge เมื่อไร ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจ Main CoE, Provider Priority, Genuine Student, การเงิน และวันเริ่มเรียนเป็นภาพเดียวกัน เพื่อวางแผนคำร้องให้เหมาะกับสถานการณ์จริง โดยไม่รับประกันระยะเวลาหรือผลการพิจารณาของ Home Affairs

📱 ปรึกษาทาง LINE: @cojourneyvisa โทร 080-841-2543 / 061-031-2188  |  cojourneyvisa@gmail.com

ติดตามข้อมูลวีซ่าอัปเดตจาก Co Journey Visa

เพิ่มเว็บไซต์นี้เป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการใน Google เพื่อให้ค้นพบบทความจากเราได้สะดวกขึ้น