รับทำวีซ่า C11 อินโดนีเซีย สำหรับเจ้าของธุรกิจและบริษัทที่ไปออกงานแสดงสินค้า
เจ้าของธุรกิจและบริษัทไทยที่ต้องไปออกงานแสดงสินค้าที่อินโดนีเซีย มักมีเอกสารหลายส่วนที่ต้องประสานพร้อมกัน ทั้งบูธ ผู้จัดงาน Sponsor ในอินโดนีเซีย รายชื่อพนักงาน ตั๋ว โรงแรม และเอกสารบริษัทไทย หากเตรียมผิดตั้งแต่ต้น เช่น ใช้เอกสารเหมือนไปเที่ยว ทั้งที่กิจกรรมจริงคือออกบูธหรือโปรโมตสินค้า อาจทำให้ประเภทวีซ่าไม่ตรงกับกิจกรรมจริง
วีซ่า C11 อินโดนีเซีย เหมาะกับผู้ที่เดินทางไปเข้าร่วม meeting, incentive, convention และ exhibition เพื่อทำการตลาดสินค้าและบริการในฐานะ Exhibitor เช่น เจ้าของธุรกิจไปคุมบูธ ฝ่ายขายไปพบลูกค้า ทีมสินค้าไปสาธิตสินค้า หรือทีมการตลาดไปดูแลกิจกรรมโปรโมตในงานแสดงสินค้า
Co Journey Visa ให้บริการช่วยตรวจและจัดเอกสารสำหรับ วีซ่า C11 อินโดนีเซีย โดยเน้นความถูกต้องของวัตถุประสงค์ เอกสารจาก Sponsor/Guarantor เอกสารจากผู้จัดงาน เอกสารบริษัทไทย และบทบาทของผู้เดินทางแต่ละคน หากต้องการปรึกษาก่อนเริ่มยื่น สามารถดู บริการรับทำวีซ่าและปรึกษาวีซ่า เพื่อให้ทีมช่วยประเมินเคสตามกิจกรรมจริงของบริษัท
💬 บริษัทกำลังจะไปออกบูธอินโดนีเซีย แต่ไม่แน่ใจว่าต้องใช้ C11 หรือเอกสารอะไรบ้าง?
ส่งชื่อ event, invitation, booth confirmation, รายชื่อทีม และวันเดินทางให้ Co Journey Visa ช่วยประเมินเบื้องต้นก่อนยื่นจริง — ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด
📋 สารบัญบทความ
- บริการรับทำวีซ่า C11 อินโดนีเซีย เหมาะกับใคร
- วีซ่า C11 อินโดนีเซียคืออะไร
- บริษัทไปออกงานแบบไหนควรตรวจ C11
- Co Journey Visa ช่วยอะไรบ้าง
- เอกสารที่ต้องใช้สำหรับวีซ่า C11
- กรณีบริษัทส่งพนักงานหลายคนไปออกบูธ
- ควรเริ่มทำวีซ่า C11 ก่อนงานเมื่อไร
- กิจกรรมแบบไหนอาจไม่ใช่ C11
- ขั้นตอนใช้บริการกับ Co Journey Visa
- ข้อผิดพลาดที่บริษัทควรเลี่ยง
- ตารางสรุปบริการและเอกสาร
- แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ
- คำถามที่ถามบ่อย
- สรุป
1. บริการรับทำวีซ่า C11 อินโดนีเซีย เหมาะกับใคร
บริการนี้ออกแบบมาสำหรับเจ้าของธุรกิจและบริษัทที่ไม่ได้เดินทางไปอินโดนีเซียแบบท่องเที่ยวทั่วไป แต่เดินทางไปด้วยวัตถุประสงค์ทางธุรกิจในบริบทงานแสดงสินค้า โดยเฉพาะการออกบูธและโปรโมตสินค้า/บริการในงาน Trade Fair หรือ MICE
กลุ่มที่เหมาะกับบริการนี้ เช่น:
- เจ้าของธุรกิจที่ไปคุมบูธเอง
- บริษัทส่งออกที่ไปเปิดตลาดอินโดนีเซีย
- ฝ่ายขายที่ไปพบลูกค้าและเก็บ lead ในบูธ
- ทีมการตลาดที่ไปดูแลกิจกรรมโปรโมตสินค้าในงาน
- Product Specialist ที่ไปสาธิตสินค้า
- ทีม Business Development ที่ไปพบ distributor หรือ partner ในงาน
- บริษัทที่ส่งพนักงานหลายคนไปออกบูธพร้อมกัน
- บริษัทที่มี Sponsor/Organizer ส่ง invitation มาแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าเอกสารถูกต้องหรือไม่
2. วีซ่า C11 อินโดนีเซียคืออะไร
วีซ่า C11 หรือ Visa Kunjungan Promosi Produk dan Jasa เป็นวีซ่าเข้าประเทศอินโดนีเซียแบบ single entry สำหรับการเข้าร่วม meeting, incentive, convention และ exhibition เพื่อทำการตลาดสินค้าและบริการในฐานะ Exhibitor
ข้อมูลสำคัญของ C11 ตามแหล่งทางการ:
- ประเภทวีซ่า: Visa Kunjungan แบบ single entry
- วัตถุประสงค์: เข้าร่วม MICE / Exhibition เพื่อทำการตลาดสินค้าและบริการในฐานะ Exhibitor
- ระยะเวลาพำนักครั้งแรก: สูงสุด 60 วันนับจากวันที่เดินทางเข้าอินโดนีเซีย
- การขยายพำนัก: สามารถขยายได้หลายครั้งตามเงื่อนไข สูงสุดถึงกรอบที่ทางการกำหนด โดยดำเนินการผ่าน Sponsor
- ค่าธรรมเนียมที่หน้า Immigration Indonesia แสดง: Rp2,000,000 สำหรับระยะเวลา 60 วัน
- Sponsor/Guarantor: ต้องมี Sponsor ในการยื่น
- เวลาพิจารณา: 5 วันทำการหลังจากได้รับการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า
- อายุการใช้วีซ่า: 90 วันนับจากวันที่ออก หากไม่ใช้ภายในช่วงดังกล่าวต้องยื่นใหม่
3. บริษัทไปออกงานแบบไหนควรตรวจ C11
หากบริษัทเดินทางไปในฐานะผู้แสดงสินค้า หรือมีบูธของตัวเองในงาน ควรตรวจ C11 เป็นหลัก โดยเฉพาะเมื่อเอกสารจากผู้จัดงานระบุว่าเป็น Exhibitor, Booth Staff หรือ Company Representative
กิจกรรมที่มักเข้าข่ายตรวจ C11:
- ออกบูธในงาน Trade Fair หรือ Exhibition
มี Booth Number, Booth Confirmation หรือ Exhibitor Registration - ประจำบูธและแนะนำสินค้า
ฝ่ายขายหรือทีมสินค้าอยู่ประจำพื้นที่บูธเพื่อตอบคำถามลูกค้า - โปรโมตสินค้าและบริการ
แจก catalog, brochure, product sample หรือ marketing material ในบูธ - ทำ Product Demo หรือ Showcase
สาธิตสินค้า อธิบาย feature หรือแสดงตัวอย่างผลิตภัณฑ์ - พบคู่ค้าในบริบทของบูธ
นัดลูกค้าหรือ distributor มาพบในบูธของบริษัท - ส่งทีมหลายคนไปทำหน้าที่ในบูธ
เช่น Owner, Sales, Marketing, Product Specialist และ Booth Coordinator
4. Co Journey Visa ช่วยอะไรบ้าง
บริการรับทำวีซ่า C11 ของ Co Journey Visa ไม่ได้เน้นแค่กรอกฟอร์ม แต่เน้นตรวจว่า “กิจกรรมจริง เอกสารผู้จัดงาน เอกสารบริษัทไทย และเอกสารรายบุคคล” สอดคล้องกันหรือไม่ เพราะจุดเสี่ยงของ C11 มักอยู่ที่การใช้ประเภทวีซ่าไม่ตรงกิจกรรมหรือเอกสารเล่าเรื่องคนละทาง
ทีมช่วยดูแลในส่วนต่อไปนี้:
- ตรวจประเภทวีซ่าเบื้องต้น — ประเมินว่าควรใช้ C11 หรือควรดูวีซ่าประเภทอื่น
- ตรวจ Sponsor/Guarantor — ดูว่า Sponsor มีความเกี่ยวข้องกับงานและสามารถยื่นผ่าน eVisa ได้จริงหรือไม่
- ตรวจ Invitation Letter — เช็กว่าระบุบทบาท Exhibitor, Booth Staff หรือ Company Representative ชัดเจนหรือไม่
- ตรวจเอกสารบูธ — Booth Confirmation, Booth Number, Exhibitor Registration, Floor Plan หรือ Invoice ค่าบูธ
- ช่วยจัด Company Letter — ระบุรายชื่อทีม ตำแหน่ง หน้าที่ในบูธ ค่าใช้จ่าย และวันเดินทาง
- ตรวจเอกสารรายบุคคล — พาสปอร์ต รูปถ่าย Bank Statement เอกสารเปลี่ยนชื่อ และข้อมูลผู้เดินทาง
- วาง Timeline — แนะนำช่วงเตรียมเอกสารและช่วงยื่นที่เหมาะกับวันงาน
- ตรวจความสอดคล้องก่อนยื่น — ดูว่าข้อมูลทุกชุดไม่ขัดกันก่อนส่งให้ Sponsor หรือดำเนินการต่อ
5. เอกสารที่ต้องใช้สำหรับวีซ่า C11
เอกสาร C11 ควรแบ่งเป็น 4 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ เอกสารผู้เดินทาง เอกสาร Sponsor เอกสารผู้จัดงาน และเอกสารบริษัทไทย
5.1 เอกสารผู้เดินทาง
- สำเนาหน้าพาสปอร์ต อายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน
- รูปถ่ายสีล่าสุด
- Bank Statement หรือหลักฐานค่าใช้จ่าย 3 เดือนของผู้เดินทางหรือ Sponsor
- ข้อมูลตำแหน่งงานและหน้าที่ในบูธ
- เอกสารเปลี่ยนชื่อ/นามสกุล ถ้ามี
- ตั๋ว โรงแรม หรือ itinerary ตามแผนเดินทาง
5.2 เอกสาร Sponsor/Guarantor
- ข้อมูล Sponsor ที่เกี่ยวข้องกับงาน
- บัญชี Sponsor ในระบบ eVisa
- surat permohonan
- surat pernyataan penjamin
- เอกสารการเงินของ Sponsor หากใช้เป็นหลักฐานค่าใช้จ่าย
5.3 เอกสารผู้จัดงาน / Host
- Invitation Letter หรือหนังสือรับรองจากผู้จัดกิจกรรม
- ชื่อ event อย่างเป็นทางการ
- วันที่และสถานที่จัดงาน
- Booth Confirmation
- Booth Number / Hall / Pavilion
- Exhibitor Registration หรือ Floor Plan หากมี
5.4 เอกสารบริษัทไทย
- Company Letter หรือหนังสือรับรองการเดินทางจากบริษัทไทย
- รายชื่อทีมเดินทางพร้อมตำแหน่ง
- บทบาทในบูธของแต่ละคน
- เอกสารบริษัทหรือ Company Profile หากจำเป็น
- Product Catalog, Brochure หรือข้อมูลสินค้า/บริการ
- เอกสารผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
หากต้องการจัดจดหมายบริษัทหรือจดหมายเชิญให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ C11 สามารถดู บริการทำจดหมายเชิญวีซ่า เพื่อช่วยจัด wording ให้ไม่ขัดกับกิจกรรมจริง
6. กรณีบริษัทส่งพนักงานหลายคนไปออกบูธ
หากบริษัทส่งพนักงานหลายคนไปอินโดนีเซีย ควรประเมินเป็นรายบุคคลว่าแต่ละคนทำกิจกรรมอะไรในงาน เพราะวีซ่าไม่ใช่เอกสารรวมของบริษัทหรือของบูธเดียวกัน
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| บทบาทในทีม | กิจกรรมจริง | แนวทางวีซ่าที่ควรตรวจ | เอกสารที่ควรระบุ |
|---|---|---|---|
| เจ้าของธุรกิจ / ผู้บริหาร | คุมบูธ พบคู่ค้า เจรจา distributor ในบริบทงาน | ควรตรวจ C11 หากมีบทบาทในบูธ | Company Letter, Invitation, Booth Confirmation, บทบาทผู้บริหาร |
| Sales Team | ยืนบูธ แนะนำสินค้า เก็บ lead แจก catalog | ควรตรวจ C11 | ตำแหน่ง sales, หน้าที่ในบูธ, Product Catalog |
| Product Specialist | ทำ Product Demo หรืออธิบายคุณสมบัติสินค้า | ควรตรวจ C11 หากเป็น demo ในงานแสดงสินค้า | Demo schedule, product list, booth role |
| Marketing Team | ดูแลสื่อ โบรชัวร์ ป้าย กิจกรรมโปรโมต | ควรตรวจ C11 | Marketing material, Company Letter, Booth Document |
| Visitor / Attendee | เดินชมงาน ฟังสัมมนา ไม่ได้ประจำบูธ | อาจไม่ใช่ C11 ควรตรวจประเภท visitor | Event registration, itinerary, เหตุผลการเข้าร่วมงาน |
| Speaker / Presenter | ขึ้นเวที บรรยาย หรือเป็น panelist | อาจไม่ใช่ C11 ต้องตรวจประเภทที่ตรงกว่า | Speaker invitation, agenda, profile |
| Technical Staff | ติดตั้ง ซ่อม หรือบริการหลังการขาย | อาจไม่ใช่ C11 ต้องตรวจประเภทงานเทคนิค | Scope of work, service letter, equipment list |
7. ควรเริ่มทำวีซ่า C11 ก่อนงานเมื่อไร
แม้หน้า Immigration Indonesia ระบุเวลาพิจารณา C11 ที่ 5 วันทำการหลังชำระค่าธรรมเนียม แต่การเตรียมเอกสารจริงมักใช้เวลานานกว่านั้น เพราะต้องรอ Sponsor, Invitation, Booth Confirmation, เอกสารบริษัท และเอกสารรายบุคคลของทีม
Timeline ที่แนะนำ:
- ก่อนเดินทาง 8 สัปดาห์: ตรวจว่ากิจกรรมเข้าข่าย C11 หรือไม่ และถามผู้จัดงานว่าใครเป็น Sponsor/Guarantor
- ก่อนเดินทาง 6 สัปดาห์: ขอ Invitation, Booth Confirmation, Booth Number และรายชื่อทีมเดินทาง
- ก่อนเดินทาง 4-5 สัปดาห์: เตรียม Company Letter, พาสปอร์ต, รูปถ่าย, Bank Statement และเอกสารรายบุคคล
- ก่อนเดินทาง 3-4 สัปดาห์: ตรวจเอกสารครบชุดและส่งให้ Sponsor/ทีมดำเนินการยื่น
- หลังวีซ่าออก: ตรวจชื่อ เลขพาสปอร์ต วันออกวีซ่า อายุวีซ่า ระยะเวลาพำนัก และข้อมูลผู้เดินทางก่อนออกเดินทาง
หากต้องใช้ตั๋วประกอบแผนเดินทาง สามารถดู บริการจองตั๋วเครื่องบินสำหรับยื่นวีซ่า เพื่อวางวันเดินทางให้สัมพันธ์กับวัน setup booth, วันงาน และวันกลับ
8. กิจกรรมแบบไหนอาจไม่ใช่ C11
ไม่ใช่ทุกกิจกรรมในงานแสดงสินค้าจะใช้ C11 เสมอไป หากกิจกรรมหลักไม่ใช่การโปรโมตสินค้า/บริการในฐานะ Exhibitor ควรตรวจประเภทวีซ่าอื่นก่อน
กิจกรรมที่ควรระวัง:
- ไปเดินชมงานเฉย ๆ: อาจเป็น visitor/attendee ไม่ใช่ C11
- ไปประชุมคู่ค้าอย่างเดียว: อาจต้องดูวีซ่าธุรกิจประเภทอื่น
- ขึ้นเวทีเป็น Speaker: อาจต้องดูประเภทที่เกี่ยวข้องกับผู้บรรยาย
- ติดตั้งเครื่องหรือซ่อมอุปกรณ์: อาจเกี่ยวข้องกับ after-sales service หรือ machine installation
- รับค่าจ้างจากบริษัทในอินโดนีเซีย: ต้องตรวจเงื่อนไขให้ละเอียด เพราะ C11 มีข้อจำกัดเรื่องค่าตอบแทน
- นำสินค้าไปขายหน้างานจริง: ต้องตรวจทั้งวีซ่าและเงื่อนไขการขาย/นำเข้าสินค้า
9. ขั้นตอนใช้บริการกับ Co Journey Visa
เพื่อให้การเตรียม C11 เป็นระบบ ทีม Co Journey Visa จะเริ่มจากการทำความเข้าใจเคสจริงก่อน ไม่ใช่เริ่มจากการกรอกเอกสารทันที
- ส่งข้อมูลเบื้องต้น
ชื่อ event, วันงาน, วันเดินทาง, invitation, booth document, จำนวนคนเดินทาง และบทบาทในงาน - ประเมินประเภทวีซ่า
ตรวจว่ากิจกรรมเข้าข่าย C11 หรือควรดูประเภทอื่น เช่น visitor, business visit, speaker หรือ technical service - ตรวจ Sponsor/Guarantor
ดูว่าใครเป็น Sponsor และมีความพร้อมในการยื่นผ่านระบบ eVisa หรือไม่ - จัดเช็กลิสต์เอกสารรายคน
พาสปอร์ต รูปถ่าย Bank Statement เอกสารเปลี่ยนชื่อ และข้อมูลตำแหน่งงาน - ตรวจเอกสารบริษัทและงาน
Company Letter, Invitation Letter, Booth Confirmation, Exhibitor Registration และเอกสารบูธ - ตรวจความสอดคล้องก่อนยื่น
ชื่อ วันงาน บทบาท ค่าใช้จ่าย และวัตถุประสงค์ต้องไม่ขัดกัน - ติดตามและให้คำแนะนำหลังยื่น
ช่วยแนะนำการตรวจข้อมูลวีซ่าหลังออกและสิ่งที่ควรเตรียมก่อนเดินทาง
⚡ อยากให้ทีมช่วยดูว่าเคสของบริษัทควรใช้ C11 หรือไม่?
ส่งเอกสารที่มีอยู่ เช่น invitation, booth confirmation, รายชื่อทีม และวันเดินทางให้เราช่วยตรวจเบื้องต้นก่อนเริ่มยื่น
10. ข้อผิดพลาดที่บริษัทควรเลี่ยง
ข้อผิดพลาดของ C11 ส่วนใหญ่เกิดจากเอกสารไม่สอดคล้องกับกิจกรรมจริงของบริษัทและทีมเดินทาง
- ใช้เอกสารเหมือนไปเที่ยว ทั้งที่ไปออกบูธ
- ไม่มี Sponsor/Guarantor ที่ยื่นผ่าน eVisa ได้จริง
- Invitation Letter เขียนว่า visit event แต่ไม่ระบุว่าเป็น Exhibitor
- ไม่มี Booth Confirmation หรือเอกสารยืนยันบูธ
- Company Letter ไม่ระบุหน้าที่ในบูธของแต่ละคน
- ทีมหลายคนใช้คำว่า staff เหมือนกันทั้งหมดโดยไม่มีบทบาทรายคน
- Statement ไม่ครบ 3 เดือนหรือไม่มีชื่อเจ้าของบัญชี
- วันเดินทางไม่สัมพันธ์กับวัน setup booth หรือวันรื้อบูธ
- มีกิจกรรม speaker / technical service ปนอยู่ แต่ไม่ตรวจประเภทวีซ่าอื่น
- คาดหวังว่าเอเจนซี่สามารถการันตีผลวีซ่าได้ ทั้งที่ผลขึ้นอยู่กับหน่วยงานพิจารณา
11. ตารางสรุปบริการและเอกสาร
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| หัวข้อ | สิ่งที่ Co Journey Visa ช่วยตรวจ | เอกสารที่ใช้ | จุดที่ควรระวัง |
|---|---|---|---|
| ประเภทวีซ่า | ตรวจว่ากิจกรรมเข้าข่าย C11 หรือไม่ | Invitation, agenda, booth document, รายละเอียดงาน | อย่าใช้ C11 หากกิจกรรมจริงเป็น speaker หรือ technical service |
| Sponsor/Guarantor | ตรวจว่ามี Sponsor ที่ยื่นผ่าน eVisa ได้จริง | ข้อมูล Sponsor, surat permohonan, surat pernyataan penjamin | มี invitation อย่างเดียวอาจยังไม่พอ |
| เอกสารผู้จัดงาน | ตรวจบทบาท Exhibitor และรายละเอียดงาน | Invitation Letter, Booth Confirmation, Exhibitor Registration | จดหมายควรระบุ Exhibitor ไม่ใช่ visitor กว้าง ๆ |
| เอกสารบริษัทไทย | ช่วยจัด Company Letter และตารางบทบาททีม | Company Letter, รายชื่อทีม, Company Profile, Product Catalog | อย่าเขียนวัตถุประสงค์เป็น tourism หากไปออกบูธ |
| เอกสารรายบุคคล | ตรวจพาสปอร์ต รูปถ่าย Statement และข้อมูลผู้เดินทาง | Passport, photo, bank statement, name-change docs | ชื่อสะกดต้องตรงทุกเอกสาร |
| Timeline | วางช่วงเตรียมเอกสารและช่วงยื่น | วันงาน วันเดินทาง วัน setup และวันกลับ | อย่ารอจนเหลือแค่ 5 วันทำการก่อนงาน |
| ก่อนเดินทาง | เช็กข้อมูลบนวีซ่าและเอกสารเดินทาง | วีซ่าที่ออก ตั๋ว โรงแรม itinerary | ตรวจชื่อ เลขพาสปอร์ต และวันที่ก่อนบิน |
12. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ
ข้อมูลวีซ่าอินโดนีเซียอาจเปลี่ยนตามนโยบาย Immigration Indonesia, ระบบ eVisa, สถานะ Sponsor และประเภทกิจกรรมในงาน ควรตรวจจากแหล่งทางการก่อนยื่นจริงทุกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องค่าธรรมเนียม ระยะเวลาพำนัก เอกสารเฉพาะ Sponsor และข้อจำกัดกิจกรรม
- Direktorat Jenderal Imigrasi — C11 Visa Kunjungan Promosi Produk dan Jasa: https://www.imigrasi.go.id/wna/daftar-visa-indonesia/C11
- Direktorat Jenderal Imigrasi — Daftar Visa Indonesia: https://www.imigrasi.go.id/wna/daftar-visa-indonesia
- Official Indonesian eVisa Website: https://evisa.imigrasi.go.id/
- Direktorat Jenderal Imigrasi Republik Indonesia: https://www.imigrasi.go.id/
13. ทำไมบริษัทควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจ C11 ก่อนยื่น
เคส C11 สำหรับเจ้าของธุรกิจและบริษัทที่ไปออกงานแสดงสินค้า มีความเสี่ยงมากกว่าเคสท่องเที่ยวทั่วไป เพราะต้องประสานหลายฝ่ายและมีเอกสารหลายชุด หากเอกสารของ Sponsor, ผู้จัดงาน และบริษัทไทยเล่าเรื่องไม่ตรงกัน อาจต้องแก้หลายรอบหรืออาจใช้ประเภทวีซ่าไม่ตรงกิจกรรมตั้งแต่ต้น
ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยตรวจทั้งมุมวีซ่าและมุมเอกสารธุรกิจ เช่น ผู้เดินทางเป็น Exhibitor จริงหรือไม่ Sponsor พร้อมไหม Invitation ควรเขียนอย่างไร Company Letter ต้องระบุบทบาทรายคนไหม และทีมหลายคนควรแยกเอกสารอย่างไร
⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?
- เข้าใจเคสเจ้าของธุรกิจและบริษัท — ไม่ดูแค่เอกสารส่วนตัว แต่ดูบทบาททางธุรกิจและงานแสดงสินค้า
- ช่วยแยกประเภทกิจกรรม — Exhibitor, Attendee, Business Meeting, Speaker หรือ Technical Service
- ช่วยตรวจเอกสาร Sponsor และผู้จัดงาน — Invitation, Booth Confirmation, Sponsor Letter และเอกสารยื่นผ่าน eVisa
- ช่วยจัดเอกสารบริษัทไทย — Company Letter, รายชื่อทีม, บทบาทในบูธ, ค่าใช้จ่าย และ Product Catalog
- ช่วยลดความเสี่ยงจากเอกสารไม่สอดคล้อง — ตรวจชื่อ วันงาน วันเดินทาง บทบาท และวัตถุประสงค์ให้ไม่ขัดกัน
- ให้คำแนะนำแบบระมัดระวัง — ไม่รับประกันผล ไม่ใช้เอกสารเท็จ และยึดข้อมูลจากแหล่งทางการเป็นหลัก
❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)
📌 สรุป: รับทำวีซ่า C11 อินโดนีเซีย สำหรับเจ้าของธุรกิจและบริษัทที่ไปออกงานแสดงสินค้า
- วีซ่า C11 เหมาะกับเจ้าของธุรกิจและบริษัทที่ไปออกบูธ Trade Fair, Exhibition หรือ MICE ในฐานะ Exhibitor
- C11 ใช้กับการทำกิจกรรมการตลาดสินค้าและบริการ เช่น ประจำบูธ โปรโมตสินค้า นำเสนอสินค้า หรือทำ product demo
- C11 ต้องมี Sponsor/Guarantor ที่ยื่นผ่านระบบ eVisa ได้จริง
- ต้องมี Invitation Letter หรือหนังสือรับรองจากผู้จัดกิจกรรม
- ควรมี Booth Confirmation, Booth Number หรือ Exhibitor Registration เพื่อยืนยันสถานะออกบูธ
- บริษัทไทยควรมี Company Letter ระบุรายชื่อทีม ตำแหน่ง บทบาทในบูธ และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
- เอกสารรายบุคคลควรมีพาสปอร์ต รูปถ่าย และ Bank Statement หรือหลักฐานค่าใช้จ่าย 3 เดือน
- ทีมหลายคนควรแยกบทบาทรายคน ไม่ใช้คำว่า staff กว้าง ๆ เหมือนกันทั้งหมด
- ควรเริ่มเตรียมเอกสาร 6-8 สัปดาห์ก่อนเดินทาง โดยเฉพาะเคสที่ต้องรอ Sponsor และเอกสารผู้จัดงาน
- Co Journey Visa ช่วยตรวจเอกสารและลดความเสี่ยงจากข้อมูลไม่สอดคล้อง แต่ไม่รับประกันผลวีซ่าและไม่แนะนำเอกสารที่ไม่ตรงจริง
ให้ทีมช่วยดูแลวีซ่า C11 อินโดนีเซียสำหรับบริษัทของคุณ
หากบริษัทกำลังจะไปออกบูธอินโดนีเซีย ส่งชื่อ event, invitation, booth confirmation, รายชื่อทีม และวันเดินทางให้ Co Journey Visa ช่วยประเมินว่าเคสควรใช้ C11 หรือไม่ ต้องเตรียมเอกสารอะไรเพิ่ม และเอกสารปัจจุบันมีจุดเสี่ยงตรงไหน
📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisaหรือโทร 080-8412543 / 061-0312188 | cojourneyvisa@gmail.com
บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?
ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น
รีวิวจากผู้อ่าน
อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย
บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด
ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย
บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ







