เคยถูกปฏิเสธวีซ่าเชงเกน ยังมีโอกาสเข้าเกณฑ์ Visa Cascade ไหม

เคยถูกปฏิเสธวีซ่าเชงเกน ยังมีโอกาสเข้าเกณฑ์ Visa Cascade ไหม

🔄 ยื่นใหม่หลังถูกปฏิเสธ | คู่มือฟื้นฟู

เคยถูกปฏิเสธวีซ่าเชงเกน
ยังมีโอกาสเข้าเกณฑ์ Visa Cascade ไหม

ตอบตรง ๆ พร้อมวิเคราะห์เหตุผลที่ถูกปฏิเสธบ่อย แผนแก้ไข และเส้นทางสู่ Cascade ที่ใช้ได้จริง
📅 อัปเดตล่าสุด: 18 พฤษภาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่าน 9 นาที

เคยถูกปฏิเสธวีซ่าเชงเกน แล้วเพิ่งรู้ว่าไทยเข้าระบบ Visa Cascade แล้ว — คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาคือ "แบบนี้ยังมีสิทธิ์ไหม?" คำตอบคือ มีสิทธิ์ แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าการถูกปฏิเสธส่งผลต่ออะไรบ้าง และต้องแก้ไขอะไรก่อนยื่นใหม่

จากประสบการณ์ที่ทีม Co Journey Visa เจอกับลูกค้า คนที่เคยถูกปฏิเสธและกลับมายื่นใหม่อย่างถูกวิธีมีโอกาสผ่านสูงมาก ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ "ถูกปฏิเสธมาก่อน" แต่อยู่ที่ "ยื่นใหม่โดยไม่แก้จุดที่ผิดพลาด" — ซึ่งเป็นสาเหตุของการถูกปฏิเสธซ้ำ

บทความนี้วิเคราะห์ตรงไปตรงมาว่าถูกปฏิเสธเพราะอะไรบ่อยที่สุด แก้ไขอย่างไร และเส้นทางสู่ Cascade ยังเปิดอยู่หรือเปล่า

สรุปสั้น ๆ: ถูกปฏิเสธ ≠ หมดสิทธิ์ Cascade แต่ต้องแก้ไขจุดอ่อน ยื่นใหม่ให้ผ่าน ใช้วีซ่าอย่างถูกต้อง แล้ว Cascade history เริ่มนับได้ปกติ สิ่งที่ทำลาย Cascade จริง ๆ คือ overstay ไม่ใช่การถูกปฏิเสธ

💬 เคยถูกปฏิเสธและไม่รู้ว่าจุดอ่อนอยู่ที่ไหน? ให้ทีมเราวิเคราะห์เหตุผลปฏิเสธและวางแผนยื่นใหม่ก่อนฟรี

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

ถูกปฏิเสธกระทบ Cascade ยังไง — ตอบตรง ๆ

ระบบ Cascade ไม่มีกฎว่า "ถูกปฏิเสธมาก่อนแล้วห้ามเข้า" — เงื่อนไขหลักมีแค่สองอย่างคือ เคยได้รับวีซ่าเชงเกนและใช้อย่างถูกต้องภายในหน้าต่างอ้างอิง ซึ่งหมายความว่าถ้ายื่นใหม่ผ่านและใช้วีซ่าถูกต้อง Cascade history เริ่มนับได้ทันที

สถานการณ์ กระทบ Cascade ไหม?
ถูกปฏิเสธ แต่ยื่นใหม่ผ่านและใช้วีซ่าถูกต้อง ✅ ไม่กระทบ — Cascade เริ่มนับได้ปกติ
ถูกปฏิเสธหลายครั้ง แต่สุดท้ายผ่านและใช้วีซ่าถูกต้อง ✅ ไม่กระทบ — นับจากวีซ่าที่ใช้จริงใบสุดท้าย
ถูกปฏิเสธ แล้ว overstay ในประเทศอื่นด้วย ❌ กระทบหนัก — overstay คือตัวปัญหาหลัก
ถูกปฏิเสธเพราะให้ข้อมูลเท็จในใบสมัคร ❌ กระทบมาก — อาจถูก flag ระยะยาว
ถูกปฏิเสธแต่เคยได้เชงเกนใบก่อนหน้าที่ใช้แล้ว ✅ ไม่กระทบ Cascade จากใบก่อนหน้า
📌 สิ่งที่ทำลาย Cascade จริง ๆ คือ overstay ไม่ใช่การถูกปฏิเสธ คนที่ถูกปฏิเสธสามารถกลับมาเข้าระบบ Cascade ได้ แต่คนที่ overstay ต้องรอให้หน้าต่างอ้างอิงผ่านไปก่อนเสมอ

เหตุผลที่ถูกปฏิเสธบ่อยที่สุด และระดับความรุนแรง

ก่อนจะแก้ไขได้ ต้องรู้ก่อนว่าถูกปฏิเสธเพราะอะไร นี่คือเหตุผลที่พบบ่อยที่สุดจาก refusal notice ที่ลูกค้านำมาปรึกษา:

🏠
ความรุนแรงสูง
ไม่สามารถพิสูจน์ว่าจะกลับประเทศไทย (Ties to Home Country) สถานทูตไม่แน่ใจว่าคุณมีเหตุผลพอที่จะกลับ เช่น ไม่มีงาน ไม่มีครอบครัว ไม่มีทรัพย์สินในไทย
💰
ความรุนแรงสูง
หลักฐานการเงินไม่น่าเชื่อถือหรือไม่เพียงพอ ยอดเงินต่ำเกินไป ยอดกระโดดผิดปกติก่อนยื่น หรือ statement ไม่สม่ำเสมอ ทำให้สถานทูตตั้งคำถาม
📋
ความรุนแรงกลาง
วัตถุประสงค์การเดินทางไม่ชัดเจนหรือไม่น่าเชื่อถือ Itinerary คลุมเครือ แผนเดินทางไม่สมเหตุสมผล หรือวัตถุประสงค์ที่ระบุไม่สอดคล้องกับเอกสาร
📄
ความรุนแรงกลาง
ข้อมูลในใบสมัครขัดแย้งกับเอกสาร วันที่เดินทางไม่ตรงกับตั๋ว ที่อยู่ทำงานไม่ตรงกับหนังสือรับรอง หรือ travel history ไม่ตรงกับ stamp
🛂
แก้ไขได้ง่าย
เอกสารไม่ครบหรือหมดอายุ พาสปอร์ตอายุน้อยกว่า 3 เดือนหลังวันกลับ ประกันไม่ครอบคลุม หรือรูปถ่ายไม่ตรงสเปก
📅
แก้ไขได้ง่าย
ยื่นช้าเกินไปหรือเร็วเกินไป ยื่นเกิน 6 เดือนก่อนเดินทาง หรือยื่นน้อยกว่า 2 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง ทำให้ไม่ทันพิจารณา

วิธีอ่าน Refusal Notice ให้เข้าใจ

เอกสาร refusal notice ที่ได้รับมักเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาของประเทศนั้น ๆ และระบุเหตุผลปฏิเสธตามรหัสมาตรฐาน EU สิ่งที่ต้องทำทันทีที่ได้รับ:

  • อ่านเหตุผลให้ครบ — บางครั้งมีมากกว่า 1 เหตุผล ต้องแก้ทุกจุด ไม่ใช่แค่จุดแรก
  • สังเกตคำสำคัญ — "unable to verify", "insufficient funds", "purpose of visit not established", "intention to leave" คือสัญญาณที่บอกว่าจุดไหนอ่อน
  • เก็บ refusal notice ไว้ — ต้องใช้อ้างอิงในใบสมัครครั้งต่อไปและใช้เป็นแนวทางแก้ไข
  • ไม่ต้องตื่นตระหนก — refusal notice คือข้อมูล ไม่ใช่คำตัดสินถาวร
⚠️ ถ้าอ่านแล้วยังไม่เข้าใจเหตุผล: หลายคนที่มาปรึกษานำ refusal notice มาให้ทีมเราวิเคราะห์ แล้วพบว่าเหตุผลจริงไม่ใช่สิ่งที่คิดในตอนแรก การตีความผิดทำให้แก้ผิดจุด และถูกปฏิเสธซ้ำ

แผนฟื้นฟู 5 ขั้นตอนก่อนยื่นใหม่

1
วิเคราะห์เหตุผลปฏิเสธให้ครบทุกจุด
อ่าน refusal notice ให้ละเอียด ถ้ามีหลายเหตุผล ต้องแก้ทุกจุดก่อนยื่นใหม่ ไม่ใช่แค่จุดที่คิดว่าสำคัญ จุดที่หลายคนพลาดคือแก้แค่เรื่องการเงิน แต่ลืมแก้เรื่อง itinerary ที่ยังคลุมเครืออยู่
2
เสริม Ties to Thailand ให้แข็งแกร่งขึ้น
นี่คือเหตุผลปฏิเสธอันดับ 1 และแก้ไขได้ เช่น เพิ่มหนังสือรับรองจากนายจ้างที่ระบุว่ามีตำแหน่งงานรองานอยู่ เพิ่มหลักฐานทรัพย์สิน เพิ่มหลักฐานครอบครัวที่ไทย หรือเพิ่มหลักฐานภาระผูกพันทางการเงิน เช่น ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ
3
สร้าง Bank Statement ที่น่าเชื่อถือ
ถ้าถูกปฏิเสธเรื่องการเงิน ต้องรอให้ statement สะสมยาวขึ้นอีก 3–6 เดือน ไม่ใช่โอนเงินก้อนใหญ่เข้าแล้วยื่นใหม่ทันที สถานทูตดู pattern ไม่ใช่ยอดจุดเดียว
4
เขียน Cover Letter ใหม่ที่ตอบทุกจุดที่ถูกปฏิเสธ
Cover Letter ใหม่ต้องระบุว่าครั้งก่อนถูกปฏิเสธเหตุผลอะไร และคุณแก้ไขสิ่งนั้นอย่างไรแล้ว การอธิบายตรง ๆ ว่า "ครั้งก่อนถูกปฏิเสธเพราะ X และตอนนี้แก้ไขด้วย Y" แสดงถึงความสุจริตและทำให้เจ้าหน้าที่พิจารณาง่ายขึ้น
5
วางแผน Itinerary ใหม่ที่ชัดเจนและสมจริง
Itinerary ครั้งใหม่ต้องครบทุกวัน ที่พักจองแล้วทุกคืน แผนเดินทางสมเหตุสมผลตามภูมิศาสตร์ และวัตถุประสงค์สอดคล้องกับทุกเอกสาร ถ้าเปลี่ยนประเทศปลายทางด้วย ให้ยื่นที่สถานทูตที่ถูกต้องตามแผนใหม่

เคสจริง: ปฏิเสธแล้วกลับมาผ่าน ต่างกันที่ตรงไหน

เคสที่พบบ่อยที่สุดในการให้คำปรึกษาคือแบบนี้:

❌ ยื่นครั้งแรก — ถูกปฏิเสธ

  • รายได้ 40,000 บาท/เดือน
  • Bank statement 2 เดือน ยอดกระโดด
  • ไม่มีวีซ่าใดเลย
  • Cover Letter สั้น ไม่มี ties
  • Itinerary ครอบคลุมแค่ 5 จาก 10 วัน
  • เหตุผลปฏิเสธ: ties + insufficient funds

✅ ยื่นครั้งสอง — ผ่าน

  • รายได้เท่าเดิม 40,000 บาท/เดือน
  • Bank statement 6 เดือน ยอดสม่ำเสมอ
  • แนบโฉนดที่ดิน + หนังสือรับรองบริษัท
  • Cover Letter ใหม่ ระบุเหตุผลปฏิเสธเดิม + สิ่งที่แก้
  • Itinerary ครบทุกวัน ที่พักจองทั้งหมด
  • ได้ Single Entry → ใช้จริง กลับตรงเวลา

รายได้ไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย แต่ผ่าน — เพราะแก้ถูกจุดทั้งหมด และ Cover Letter อธิบายให้สถานทูตเห็นว่า "ฉันรู้ว่าครั้งที่แล้วพลาดตรงไหน และแก้ไขแล้วทุกจุด"

ควรรอนานแค่ไหนก่อนยื่นใหม่

ไม่มีกฎบังคับว่าต้องรอกี่วัน แต่นี่คือแนวทางที่ใช้ได้จริง:

เหตุผลปฏิเสธ ควรรออย่างน้อย เพื่ออะไร
เอกสารไม่ครบ / หมดอายุ 2–4 สัปดาห์ จัดเตรียมเอกสารใหม่ให้ครบ
Bank statement อ่อน 3–6 เดือน สะสม statement ที่สม่ำเสมอ
Ties to Thailand ไม่ชัด 1–3 เดือน หาหลักฐาน ties เพิ่ม
วัตถุประสงค์ไม่ชัด 2–4 สัปดาห์ วางแผน itinerary ใหม่ให้ครบ
ข้อมูลขัดแย้งในใบสมัคร 1–2 เดือน ตรวจสอบเอกสารทุกชิ้นให้สอดคล้อง
ถูกปฏิเสธหลายครั้ง 3–6 เดือน + ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์และวางแผนรายเคสให้ครบ

วิธีระบุประวัติปฏิเสธในใบสมัครอย่างถูกต้อง

ใบสมัครวีซ่าเชงเกนมีช่องถามตรง ๆ ว่าเคยถูกปฏิเสธวีซ่าหรือถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศใดมาก่อนไหม ต้องตอบตามความจริงทุกครั้ง ไม่มีข้อยกเว้น

วิธีระบุที่ถูกต้อง

  • ทำเครื่องหมาย "ใช่" ในช่องที่ถาม
  • ระบุรายละเอียด: ประเทศที่ปฏิเสธ, วันที่ปฏิเสธ, เหตุผลที่ระบุใน refusal notice
  • ใน Cover Letter — อธิบายเพิ่มเติมว่าเหตุผลปฏิเสธเดิมคืออะไร และคุณแก้ไขอย่างไรแล้ว
  • แนบสำเนา refusal notice ถ้ามี — แสดงถึงความโปร่งใสและช่วยให้เจ้าหน้าที่พิจารณาได้เร็วขึ้น
❌ ห้ามโดยเด็ดขาด: ไม่ระบุว่าเคยถูกปฏิเสธ — ถ้าสถานทูตตรวจพบในระบบว่าเคยถูกปฏิเสธแต่ไม่ได้ระบุ จะถือว่าให้ข้อมูลเท็จในใบสมัคร ซึ่งร้ายแรงกว่าการถูกปฏิเสธเดิมมากและอาจส่งผลระยะยาว

เส้นทางสู่ Cascade หลังยื่นใหม่ผ่าน

เมื่อยื่นใหม่ผ่านแล้ว เส้นทางสู่ Cascade เหมือนกับคนที่ยื่นครั้งแรกทุกประการ ไม่มีการ "ลงโทษ" จากประวัติปฏิเสธ:

  • ✅ ได้วีซ่าครั้งใหม่ → เดินทางเข้าเชงเกนจริง
  • ✅ ออกก่อนวีซ่าหมด ไม่ overstay
  • ✅ เก็บพาสปอร์ตเล่มที่มีวีซ่าและ exit stamp
  • ✅ ยื่นใหม่ภายใน 2 ปี → เข้าเงื่อนไข Cascade ระดับ 1 → ได้ Multiple Entry 1 ปี
💡 จากประสบการณ์จริง: ลูกค้าที่เคยถูกปฏิเสธ 2 ครั้ง แต่แก้ไขจุดอ่อนครบและยื่นใหม่ผ่าน จากนั้นใช้วีซ่าถูกต้อง — ครั้งต่อไปยื่นภายใน 2 ปีได้ Multiple Entry 1 ปีจาก Cascade ทันที ประวัติการถูกปฏิเสธก่อนหน้าไม่ได้กระทบเลย

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ถูกปฏิเสธซ้ำ

❌ ยื่นใหม่ทันทีโดยไม่แก้อะไรเลย — เหตุผลปฏิเสธยังเหมือนเดิม ผลก็จะเหมือนเดิม การยื่นซ้ำเร็วโดยไม่แก้จุดอ่อนแสดงให้เห็นว่าไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่ผ่าน
❌ แก้แค่จุดเดียวทั้งที่ถูกปฏิเสธหลายเหตุผล — เช่น แก้เรื่องการเงินแล้ว แต่ยังไม่แก้เรื่อง ties to Thailand ผลคือถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลที่เหลือแทน
❌ ไม่ระบุประวัติปฏิเสธในใบสมัคร — ร้ายแรงที่สุด สถานทูตมีระบบตรวจสอบ ถ้าพบว่าปกปิดข้อมูล ผลที่ตามมาหนักกว่าการถูกปฏิเสธอีกครั้ง
❌ Cover Letter ใหม่เหมือนเดิมทุกอย่าง — ถ้า Cover Letter ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าแก้ไขจุดอ่อนเดิมแล้ว สถานทูตมีเหตุผลเดิมที่จะปฏิเสธอยู่ดี
❌ โอนเงินก้อนใหญ่เข้าบัญชีก่อนยื่นใหม่ทันที — pattern ที่สถานทูตจำได้ทันที ทำให้ statement ดูไม่น่าเชื่อถือและสงสัยว่าเงินเหล่านั้นเป็นของจริงหรือเปล่า

เคยถูกปฏิเสธแล้วไม่รู้จะยื่นใหม่ยังไง?
ก่อนยื่นใหม่ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยวิเคราะห์เหตุผลปฏิเสธก่อน — เพราะแก้ผิดจุดคือปฏิเสธซ้ำ

💬 ให้ทีมวิเคราะห์เคสของคุณ

⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?

  • วิเคราะห์ Refusal Notice รายเคส — บอกตรง ๆ ว่าถูกปฏิเสธเหตุผลจริงคืออะไร และต้องแก้อะไรก่อน
  • วางแผนยื่นใหม่ครบทุกจุด — ไม่แก้แค่จุดเดียว แต่ตรวจสอบทุกเหตุผลปฏิเสธและแผนแก้ไขแต่ละจุด
  • เขียน Cover Letter ที่อธิบายประวัติปฏิเสธอย่างถูกต้อง — เปิดเผยตรง ๆ แต่นำเสนอในแบบที่สร้างความน่าเชื่อถือ
  • วางแผน Cascade ระยะยาว — ให้ทุกครั้งที่ยื่นเป็นก้าวที่นำไปสู่วีซ่าระยะยาวที่ดีขึ้น
  • คำแนะนำแบบรายเคส ไม่ใช่ข้อมูลทั่วไป — ทีม Co Journey Visa ช่วยดูเป็นรายเคส ไม่ใช่ให้คำตอบแบบทั่วไป

❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

เคยถูกปฏิเสธวีซ่าเชงเกน ยังมีโอกาสเข้าระบบ Visa Cascade ได้ไหม?
ได้ครับ การถูกปฏิเสธไม่ได้ตัดสิทธิ์ Cascade โดยตรง ถ้าแก้ไขจุดอ่อนที่ทำให้ไม่ผ่าน ยื่นใหม่ได้วีซ่าและใช้อย่างถูกต้อง ก็เริ่มนับ Cascade history ได้ปกติ แต่ต้องระบุประวัติการถูกปฏิเสธในใบสมัครทุกครั้งโดยไม่มีข้อยกเว้น
ต้องรอนานแค่ไหนหลังถูกปฏิเสธก่อนจะยื่นใหม่ได้?
ไม่มีกฎบังคับว่าต้องรอกี่วัน แต่การยื่นใหม่ทันทีโดยไม่แก้ไขเหตุผลที่ถูกปฏิเสธมักให้ผลเดิม ควรใช้เวลา 1–3 เดือนในการแก้ไขจุดอ่อนให้ครบก่อน เช่น เสริม bank statement ให้ยาวขึ้น หาหลักฐาน ties to Thailand เพิ่ม หรือปรับ itinerary ให้ชัดเจน
เหตุผลอะไรที่ทำให้ถูกปฏิเสธวีซ่าเชงเกนบ่อยที่สุด?
เหตุผลที่พบบ่อยที่สุดคือ: (1) ไม่สามารถพิสูจน์ ties to Thailand ว่าจะกลับ (2) หลักฐานการเงินไม่น่าเชื่อถือหรือไม่เพียงพอ (3) วัตถุประสงค์การเดินทางไม่ชัดเจน (4) ข้อมูลในใบสมัครขัดแย้งกับเอกสาร (5) ประวัติวีซ่าหรือการเดินทางที่น่าสงสัย
ถูกปฏิเสธหลายครั้ง ยังมีโอกาสผ่านไหม?
ยังมีโอกาสครับ แต่แต่ละครั้งที่ถูกปฏิเสธจะมีน้ำหนักสะสมในระบบ การยื่นครั้งต่อไปต้องแสดงให้เห็นชัดเจนว่าแก้ไขจุดอ่อนที่ทำให้ไม่ผ่านมาก่อนทั้งหมดแล้ว การมีผู้เชี่ยวชาญช่วยวิเคราะห์เหตุผลการปฏิเสธและวางแผนเคสจะเพิ่มโอกาสผ่านได้มาก
ต้องระบุว่าเคยถูกปฏิเสธในใบสมัครไหม?
ต้องระบุทุกครั้งโดยไม่มีข้อยกเว้นครับ ใบสมัครวีซ่าเชงเกนมีช่องถามตรง ๆ ว่าเคยถูกปฏิเสธวีซ่าใดมาก่อนไหม ถ้าไม่ระบุแล้วสถานทูตตรวจพบ จะถือว่าให้ข้อมูลเท็จซึ่งร้ายแรงกว่าการถูกปฏิเสธเดิมมาก
ควรยื่นที่สถานทูตเดิมหรือเปลี่ยนสถานทูตหลังถูกปฏิเสธ?
ขึ้นอยู่กับเหตุผลการปฏิเสธและแผนเดินทาง ถ้าแผนเดินทางเปลี่ยน เช่น เปลี่ยนประเทศปลายทาง ก็ยื่นที่สถานทูตใหม่ตามกฎปกติได้ แต่ถ้าเหตุผลปฏิเสธเกี่ยวกับตัวเอกสาร ไม่ใช่สถานทูต การเปลี่ยนสถานทูตโดยไม่แก้เอกสารจะไม่ช่วยอะไร

📌 สรุปสิ่งที่ต้องรู้และทำ

  • ถูกปฏิเสธ ไม่ตัดสิทธิ์ Cascade — แต่ต้องแก้ไขจุดอ่อนให้ครบก่อนยื่นใหม่
  • สิ่งที่ทำลาย Cascade จริง ๆ คือ overstay ไม่ใช่ประวัติถูกปฏิเสธ
  • อ่าน refusal notice ให้ครบ — แก้ ทุกเหตุผล ที่ระบุ ไม่ใช่แค่จุดแรก
  • รอให้ bank statement สะสมยาวขึ้นก่อนยื่นใหม่ — อย่าโอนเงินก้อนโตเข้าแล้วยื่นทันที
  • Cover Letter ใหม่ต้องอธิบายว่าเหตุผลปฏิเสธเดิมคืออะไร และแก้ไขอย่างไรแล้ว
  • ต้องระบุประวัติถูกปฏิเสธในใบสมัครทุกครั้ง — ห้ามปกปิดโดยเด็ดขาด
  • ยื่นใหม่ผ่านแล้ว ใช้วีซ่าถูกต้อง ยื่นภายใน 2 ปี → เข้า Cascade ระดับ 1 ได้ทันที

🔄 ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยวิเคราะห์เคสและวางแผนยื่นใหม่ให้ถูกต้อง

ไม่ว่าจะถูกปฏิเสธกี่ครั้ง ทีมเราช่วยวิเคราะห์เหตุผลปฏิเสธ แก้ไขทุกจุดอ่อน และวางแผนยื่นใหม่เพื่อให้ผ่าน — แล้วต่อยอดเป็น Cascade history ที่นำไปสู่วีซ่าระยะยาวในอนาคต

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com