เจ้าของกิจการยื่นวีซ่าเชงเก้น ต้องใช้เอกสารบริษัทอะไรให้เคสดูน่าเชื่อถือ

เจ้าของกิจการยื่นวีซ่าเชงเก้น ต้องใช้เอกสารบริษัทอะไรให้เคสดูน่าเชื่อถือ

🏢 Business Owner Schengen Visa

เจ้าของกิจการยื่นวีซ่าเชงเก้น ต้องใช้เอกสารบริษัทอะไรให้เคสดูน่าเชื่อถือ

เอกสารบริษัทที่ดีไม่ใช่แค่แนบหนังสือรับรอง แต่ต้องทำให้เห็นว่ากิจการมีตัวตน มีรายได้จริง ผู้สมัครมีบทบาทจริง และมีเหตุผลกลับไทยหลังจบทริป
📅 อัปเดตล่าสุด: 12 กรกฎาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่านประมาณ 14 นาที

เจ้าของกิจการที่ยื่น วีซ่าเชงเก้น มักมีคำถามว่า ต้องใช้เอกสารบริษัทอะไรบ้าง เพราะไม่มีหนังสือรับรองงานแบบพนักงานประจำ หรือมีรายได้หลายทาง เช่น เงินเดือนกรรมการ เงินปันผล รายได้ร้านค้า ยอดขายออนไลน์ หรือเงินหมุนเวียนในบัญชีบริษัท

คำตอบคือ เจ้าของกิจการควรเตรียมเอกสารให้พิสูจน์ 4 เรื่องหลัก: กิจการมีตัวตนจริง, ผู้สมัครเกี่ยวข้องกับกิจการจริง, ธุรกิจมีรายได้/เงินหมุนเวียนจริง, และผู้สมัครมีเงินส่วนตัวหรือแหล่งเงินที่เพียงพอสำหรับทริป ไม่ใช่ส่งแค่หนังสือรับรองบริษัท 1 ใบแล้วหวังว่าเคสจะดูแข็งแรงทันที

บทความนี้สรุปเอกสารที่ควรใช้สำหรับเจ้าของบริษัท ห้างหุ้นส่วน ร้านค้าออนไลน์ เจ้าของกิจการส่วนตัว และผู้ประกอบการที่ต้องการให้เคสวีซ่าเชงเก้นดูน่าเชื่อถือ พร้อมวิธีจัด Statement วีซ่าเชงเก้น และ Cover Letter ให้เอกสารบริษัทเล่าเรื่องเดียวกันกับแผนเดินทาง

สรุปสั้น ๆ: เจ้าของกิจการควรเตรียมเอกสารบริษัทตามเคส เช่น หนังสือรับรองบริษัท DBD, บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น/บอจ.5, เอกสารกรรมการหรือผู้มีอำนาจ, ทะเบียนพาณิชย์, ภ.พ.20 ถ้าจด VAT, Statement บริษัท, Statement ส่วนตัว, เอกสารภาษี, ใบแจ้งหนี้, ใบเสร็จ, สัญญาลูกค้า, รายงานยอดขาย, รูปหน้าร้าน/เว็บไซต์/เพจ และ Cover Letter จุดสำคัญคือเอกสารต้องแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง “กิจการ–รายได้–เงินส่วนตัว–ค่าใช้จ่ายทริป–เหตุผลกลับไทย” ให้ชัด

💬 เป็นเจ้าของกิจการ แต่ไม่แน่ใจว่าต้องใช้เอกสารบริษัทชุดไหน?
ส่งประเภทกิจการ หนังสือรับรอง/ทะเบียนพาณิชย์ Statement และแผนเดินทางให้ทีมช่วยดูว่าเอกสารควรจัดแบบไหนก่อนยื่นจริง

📱 ตรวจเอกสารบริษัทก่อนยื่น

🔎 ทำไมเจ้าของกิจการต้องใช้เอกสารบริษัท?

สำหรับพนักงานประจำ เอกสารหลักมักเป็นหนังสือรับรองงาน สลิปเงินเดือน และ Statement ส่วนตัว แต่เจ้าของกิจการต้องพิสูจน์หลายชั้นกว่านั้น เพราะสถานทูตต้องเข้าใจว่า ธุรกิจมีอยู่จริง ผู้สมัครมีบทบาทจริง รายได้มีที่มา และหลังจบทริปมีเหตุผลกลับมาดูแลกิจการในไทย

เอกสารบริษัทจึงไม่ได้มีหน้าที่แค่บอกว่า “มีบริษัท” แต่ควรช่วยตอบคำถามสำคัญ เช่น บริษัททำธุรกิจอะไร เปิดมานานแค่ไหน ผู้สมัครเป็นกรรมการ/ผู้ถือหุ้น/เจ้าของจริงไหม รายได้บริษัทสัมพันธ์กับเงินส่วนตัวอย่างไร และทริปยุโรปนี้เหมาะสมกับฐานะการเงินหรือไม่

📌 หลักสำคัญ: เอกสารบริษัทที่น่าเชื่อถือควรเล่าเรื่องได้ครบว่า “ธุรกิจจริง + ผู้สมัครเกี่ยวข้องจริง + มีรายได้จริง + มีเหตุผลกลับไทยจริง”

📑 เอกสารบริษัทหลักที่ควรเตรียม

เอกสารที่ต้องใช้จริงอาจต่างกันตามประเทศที่ยื่นและประเภทวีซ่า แต่สำหรับเจ้าของกิจการ ควรเตรียมชุดเอกสารหลักเหล่านี้ไว้พิจารณา และเลือกใช้ให้เหมาะกับลักษณะธุรกิจของตัวเอง

เลื่อนตารางซ้าย–ขวาได้บนมือถือ

เอกสาร ใช้พิสูจน์อะไร คำแนะนำ
หนังสือรับรองบริษัท DBD บริษัทมีตัวตนจริง จดทะเบียนถูกต้อง และเห็นกรรมการ/ผู้มีอำนาจ ควรเป็นฉบับล่าสุดตาม checklist ของประเทศที่ยื่น และแปล/จัดรูปแบบตามข้อกำหนดหากจำเป็น
บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น / บอจ.5 ผู้สมัครมีความเป็นเจ้าของหรือถือหุ้นในกิจการ สำคัญมากถ้าชื่อผู้สมัครไม่ชัดในเอกสารกรรมการ หรือเป็นผู้ถือหุ้นแต่ไม่ได้เป็นกรรมการ
ทะเบียนพาณิชย์ กิจการบุคคลธรรมดา ร้านค้าออนไลน์ หรือร้านค้าทั่วไปมีตัวตน เหมาะกับเจ้าของร้านที่ไม่ได้จดบริษัท
ภ.พ.20 / ใบทะเบียน VAT กิจการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ใช้เพิ่มความน่าเชื่อถือหากธุรกิจถึงเกณฑ์หรือจด VAT อยู่แล้ว
Statement บริษัท บริษัทมีรายรับ รายจ่าย และเงินหมุนเวียนจริง ควรใช้บัญชีที่สะท้อนธุรกิจจริง ไม่ใช่บัญชีที่เพิ่งมีเงินเข้าเฉพาะกิจ
Statement ส่วนตัว ผู้สมัครมีเงินส่วนตัวเพียงพอสำหรับทริป ต้องแยกให้ชัดว่าเงินที่จะใช้เดินทางเป็นเงินส่วนตัวหรือเงินจากธุรกิจ
เอกสารภาษี รายได้หรือยอดขายถูกบันทึกอย่างเป็นระบบ เช่น ภ.ง.ด.50/51, ภ.พ.30, ภ.ง.ด.90/91/94, 50 ทวิ ตามสถานะผู้สมัคร
ใบแจ้งหนี้ / ใบเสร็จ / สัญญาลูกค้า แสดงรายได้จากลูกค้าหรือยอดขายจริง เลือกเอกสารที่สัมพันธ์กับรายการเงินเข้าใน Statement
เว็บไซต์ เพจ รูปหน้าร้าน หรือ Portfolio ธุรกิจ ช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นว่าธุรกิจดำเนินอยู่จริง เหมาะกับธุรกิจออนไลน์ ร้านค้า บริการ และกิจการที่เอกสารบัญชีอ่านยาก
⚠️ ไม่จำเป็นต้องส่งทุกอย่างแบบไม่เลือก: เอกสารเยอะไม่ได้แปลว่าเคสดีเสมอไป ควรเลือกเอกสารที่ตอบคำถามของเคสจริงและไม่ขัดกันเอง

🏦 Statement บริษัทกับ Statement ส่วนตัว ใช้อะไรบ้าง?

เจ้าของกิจการจำนวนมากมีเงินอยู่ทั้งในบัญชีบริษัทและบัญชีส่วนตัว คำถามคือควรยื่นบัญชีไหน คำตอบคือควรดูว่าเงินที่ใช้เดินทางมาจากไหน และเอกสารใดช่วยพิสูจน์รายได้ของผู้สมัครได้ดีที่สุด

ประเภท Statement ควรใช้เมื่อไร สิ่งที่ต้องอธิบาย
Statement ส่วนตัว ใช้เป็นหลักเพื่อพิสูจน์เงินที่ผู้สมัครใช้จ่ายทริป รายได้ส่วนตัว เงินเดือนกรรมการ เงินปันผล เงินถอนจากกิจการ หรือเงินออมมาจากไหน
Statement บริษัท ใช้ประกอบเพื่อพิสูจน์ว่าธุรกิจมีรายรับจริงและดำเนินอยู่ ยอดขาย เงินหมุนเวียน รายรับจากลูกค้า และค่าใช้จ่ายธุรกิจสัมพันธ์กับเอกสารอื่นไหม
Statement บัญชีร้านค้าออนไลน์ เหมาะกับผู้ขายของผ่าน marketplace หรือโซเชียล เงินเข้ามาจากยอดขายจริงหรือไม่ มีรายงานหลังบ้านประกอบไหม
Statement หลายบัญชี ใช้เมื่อรายรับกระจายหลายบัญชีหรือมีบัญชีธุรกิจแยกจากบัญชีส่วนตัว ควรทำตารางสรุป ไม่ให้เจ้าหน้าที่อ่านตัวเลขหลายบัญชีแล้วสับสน
❌ จุดเสี่ยง: ใช้เงินบริษัทเป็นหลักเพื่อโชว์ยอดสูง แต่ไม่มีคำอธิบายว่าเงินนั้นเกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายส่วนตัวของผู้สมัครอย่างไร อาจทำให้การเงินดูไม่ชัดและเสี่ยงถูกถามเพิ่ม

🏪 เอกสารตามประเภทธุรกิจ: บริษัท ร้านค้าออนไลน์ กิจการเล็ก

เจ้าของกิจการแต่ละแบบไม่ควรใช้เอกสารเหมือนกันทั้งหมด เพราะธุรกิจบริษัทจำกัด ร้านค้าออนไลน์ กิจการบุคคลธรรมดา และธุรกิจบริการมีหลักฐานรายได้คนละแบบ สิ่งสำคัญคือเลือกเอกสารที่พิสูจน์ธุรกิจจริงได้ดีที่สุด

ประเภทธุรกิจ เอกสารที่ควรมี จุดที่ช่วยให้เคสน่าเชื่อถือขึ้น
บริษัทจำกัด / ห้างหุ้นส่วน DBD, บอจ.5, ภ.พ.20 ถ้ามี, Statement บริษัท, ภาษี, ใบแจ้งหนี้, สัญญาลูกค้า แสดงชื่อผู้สมัครในฐานะกรรมการ/หุ้นส่วน/ผู้ถือหุ้น และรายได้บริษัทที่สัมพันธ์กับเงินส่วนตัว
ร้านค้าออนไลน์ ทะเบียนพาณิชย์ถ้ามี, รายงานยอดขาย Shopee/Lazada/TikTok Shop, Statement, หลักฐานส่งสินค้า ทำตารางยอดขายรายเดือนและเชื่อมกับเงินเข้าบัญชี
เจ้าของเพจ / ครีเอเตอร์ / เอเจนซี่เล็ก Portfolio, เพจ/เว็บไซต์, สัญญาลูกค้า, invoice, รายงานรายได้แพลตฟอร์ม, Statement แสดงผลงานจริง ลูกค้าจริง และรายรับที่ตรวจสอบได้
ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านเสริมสวย คลินิก หรือหน้าร้าน ทะเบียนพาณิชย์/ใบอนุญาต, รูปหน้าร้าน, สัญญาเช่า, Statement, รายงานยอดขาย, ภาษี แสดงว่าธุรกิจยังเปิดดำเนินการและมีคนดูแลระหว่างเดินทาง
กิจการครอบครัว เอกสารจดทะเบียน, หลักฐานความสัมพันธ์, เอกสารบทบาทผู้สมัคร, Statement, ภาษี อธิบายให้ชัดว่าผู้สมัครเป็นเจ้าของ ร่วมบริหาร หรือมีรายได้จากกิจการอย่างไร
ผู้รับเหมา / งานโปรเจกต์ สัญญาจ้าง, ใบเสนอราคา, ใบส่งมอบงาน, ใบเสร็จ, Statement, ภาษี แสดงงานที่ทำเสร็จและงานที่จะกลับมาทำต่อหลังทริป

🧾 เอกสารภาษี ยอดขาย ลูกค้า และรายได้

เอกสารภาษีและรายได้ช่วยให้คำร้องเจ้าของกิจการดูน่าเชื่อถือขึ้นมาก เพราะแสดงว่ารายได้ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขใน Statement แต่มีที่มาจากกิจกรรมทางธุรกิจจริง

ภาษีนิติบุคคล / ภาษีส่วนตัว

หากมีบริษัท อาจใช้ ภ.ง.ด.50/51 หรือเอกสารภาษีบริษัท หากเป็นบุคคลธรรมดาอาจใช้ ภ.ง.ด.90/91/94 หรือหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย 50 ทวิ ตามข้อเท็จจริง

ภ.พ.30 / ภ.พ.20

ถ้ากิจการจด VAT เอกสารภาษีมูลค่าเพิ่มช่วยยืนยันว่าธุรกิจมีการขายหรือให้บริการจริง แต่ต้องสัมพันธ์กับรายได้ใน Statement และประเภทธุรกิจ

ใบแจ้งหนี้และใบเสร็จ

เหมาะกับธุรกิจบริการ เอเจนซี่ รับเหมา หรือขายสินค้า B2B ควรเลือกเอกสารที่ตรงกับรายการเงินเข้าในบัญชี

รายงานยอดขาย

สำหรับร้านค้าออนไลน์ ควรมีรายงานยอดขายจาก marketplace, รายงานหลังบ้าน, หลักฐาน payout และ Statement ที่แสดงเงินโอนเข้าจริง

💡 เคล็ดลับ: ถ้าธุรกิจมีรายได้หลายทาง ควรทำตารางสรุป 1 หน้า เช่น เดือน / ยอดขาย / ช่องทาง / เงินเข้าบัญชี / เอกสารอ้างอิง เพื่อให้เจ้าหน้าที่อ่านง่ายขึ้น

✍️ Cover Letter สำหรับเจ้าของกิจการควรเขียนอย่างไร?

Cover Letter วีซ่าเชงเก้น ของเจ้าของกิจการควรทำหน้าที่เชื่อมเอกสารทั้งหมดเข้าด้วยกัน เพราะเจ้าหน้าที่อาจไม่รู้ว่าบริษัททำอะไร รายได้ผู้สมัครมาจากบริษัทอย่างไร หรือทำไมผู้สมัครต้องกลับไทยหลังจบทริป

โครงสร้าง Cover Letter ที่เหมาะกับเจ้าของกิจการ

  • แนะนำกิจการ: ชื่อบริษัท/ร้าน ประเภทธุรกิจ เปิดมานานเท่าไร
  • บทบาทผู้สมัคร: กรรมการ ผู้ถือหุ้น เจ้าของร้าน ผู้บริหาร หรือผู้ดูแลกิจการส่วนใด
  • รายได้และแหล่งเงิน: เงินเดือนกรรมการ เงินปันผล กำไรจากกิจการ เงินออม หรือรายได้จากธุรกิจ
  • ค่าใช้จ่ายทริป: ใครจ่าย ใช้เงินส่วนตัวหรือมี Sponsor ค่าใช้จ่ายสัมพันธ์กับเงินในบัญชีอย่างไร
  • เหตุผลกลับไทย: ต้องกลับมาดูแลกิจการ ลูกค้า พนักงาน ภาระงาน สัญญา หรือการดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง
  • เอกสารอ้างอิง: DBD, บอจ.5, Statement, ภาษี, invoice, booking และประกันเดินทาง
⚠️ อย่าเขียนกว้างเกิน: คำว่า “เป็นเจ้าของบริษัท มีธุรกิจมั่นคง” ยังไม่พอ ควรมีเอกสารและรายละเอียดที่พิสูจน์ได้ เช่น ยอดขาย รายรับ งานที่ต้องกลับมาดูแล หรือเอกสารบริษัทที่มีชื่อผู้สมัคร

🚫 จุดเสี่ยงที่ทำให้เคสเจ้าของกิจการดูไม่น่าเชื่อถือ

หลายเคสไม่ได้อ่อนเพราะไม่มีธุรกิจจริง แต่อ่อนเพราะเอกสารไม่เชื่อมกัน เช่น บริษัทมีรายได้ แต่ Statement ส่วนตัวไม่มีเงินเข้า หรือชื่อผู้สมัครไม่ปรากฏในเอกสารบริษัท หรือธุรกิจดูมีเงินหมุนเวียนสูงแต่ภาษี/ยอดขาย/เอกสารลูกค้าไม่สนับสนุนกัน

จุดเสี่ยง ทำไมอันตราย ควรแก้อย่างไร
ชื่อผู้สมัครไม่ชัดในเอกสารบริษัท เจ้าหน้าที่อาจไม่เห็นว่าผู้สมัครเกี่ยวข้องกับกิจการจริง แนบ บอจ.5 เอกสารกรรมการ หนังสือรับรอง หรือเอกสารบทบาทในบริษัท
ใช้แต่ Statement บริษัท ไม่มี Statement ส่วนตัว เงินบริษัทไม่เท่ากับเงินส่วนตัวสำหรับใช้เดินทางเสมอไป แนบ Statement ส่วนตัวและอธิบายแหล่งเงินที่ใช้ทริปให้ชัด
เงินส่วนตัวมาจากบริษัทแต่ไม่มีหลักฐาน อาจดูเหมือนย้ายเงินเพื่อโชว์บัญชี แนบเอกสารเงินเดือนกรรมการ ปันผล ถอนกำไร หรือเอกสารบัญชีที่เกี่ยวข้อง
บริษัทเพิ่งจดไม่นานและยังไม่มีรายได้ชัด ธุรกิจอาจดูไม่มั่นคงหรือยังไม่พิสูจน์รายได้ เพิ่มเอกสารลูกค้า สัญญางาน เงินออมส่วนตัว หรือ Sponsor หากจำเป็น
ยอดขายสูงแต่ไม่มีภาษีหรือเอกสารลูกค้า รายได้อาจดูอธิบายยาก แนบใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ รายงานยอดขาย ภาษี หรือเอกสารหลังบ้าน
ทริปยาวแต่ไม่มีคนดูแลกิจการ อาจถูกสงสัยว่ากลับมาดูแลธุรกิจจริงหรือไม่ อธิบายผู้ดูแลกิจการระหว่างเดินทาง พนักงาน หุ้นส่วน หรือระบบงานที่รองรับ
❌ จุดที่ควรเลี่ยง: อย่าใช้เอกสารบริษัทเพื่อโชว์ว่า “มีเงินหมุนเวียนเยอะ” แต่ไม่อธิบายว่าผู้สมัครมีสิทธิ์ใช้เงินนั้นอย่างไร เพราะเงินบริษัทและเงินส่วนตัวมีสถานะต่างกัน

✅ เช็กลิสต์เอกสารก่อนยื่น

ก่อนยื่นจริง ควรตรวจว่าเอกสารบริษัทไม่ได้แยกเป็นชิ้น ๆ แต่เชื่อมกับคำร้องทั้งหมด ทั้งอาชีพ รายได้ ทริป ประเทศหลัก เอกสารการเงิน และเหตุผลกลับไทย

หมวดเอกสาร ควรเตรียม ตรวจให้แน่ใจก่อนยื่น
ตัวตนกิจการ DBD, บอจ.5, ทะเบียนพาณิชย์, ภ.พ.20 ถ้ามี มีชื่อผู้สมัครหรือเอกสารที่เชื่อมผู้สมัครกับกิจการชัดเจน
การเงินบริษัท Statement บริษัท, รายงานยอดขาย, ใบแจ้งหนี้, ใบเสร็จ รายรับสัมพันธ์กับธุรกิจและเอกสารลูกค้า
การเงินส่วนตัว Statement ส่วนตัว, เงินออม, เงินเดือนกรรมการ, ปันผล, เอกสารโอน มีเงินเพียงพอสำหรับทริป และแหล่งเงินอธิบายได้
ภาษี ภ.ง.ด.50/51, ภ.พ.30, ภ.ง.ด.90/91/94, 50 ทวิ ตามเคส รายได้ในภาษีไม่ขัดกับรายได้ที่อธิบายในคำร้อง
ความน่าเชื่อถือธุรกิจ เว็บไซต์ เพจ รูปหน้าร้าน สัญญาลูกค้า ใบอนุญาต หรือ Portfolio แสดงว่ากิจการยังดำเนินอยู่จริง
เหตุผลกลับไทย งานที่ต้องกลับมาดูแล ลูกค้า พนักงาน หุ้นส่วน ภาระกิจการ หรือสัญญางานต่อเนื่อง ทริปไม่ยาวเกินเหตุและมีคนดูแลกิจการระหว่างเดินทาง
แผนเดินทาง Itinerary, booking, ตั๋ว, ประกันเดินทางเชงเก้น ค่าใช้จ่ายทริปสัมพันธ์กับเงินส่วนตัวและรายได้จากกิจการ

เอกสารบริษัทเยอะ แต่ไม่แน่ใจว่าเล่าเรื่องเดียวกันไหม?
Co Journey Visa ช่วยตรวจ DBD, Statement บริษัท, Statement ส่วนตัว, ภาษี, ลูกค้า, Cover Letter และแผนเดินทางให้สอดคล้องกันก่อนยื่น

💬 ให้ทีมช่วยจัดเอกสารบริษัท

🏛️ แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ

เอกสารสำหรับเจ้าของกิจการอาจต่างกันตามประเทศที่ยื่นและประเภทวีซ่า เช่น ท่องเที่ยว ธุรกิจ เยี่ยมญาติ หรืองานแฟร์ จึงควรตรวจ checklist ของสถานทูตหรือศูนย์รับคำร้องประเทศหลักก่อนยื่นจริง และใช้หลักจากสหภาพยุโรปเป็นกรอบว่าเอกสารต้องพิสูจน์วัตถุประสงค์ ที่พัก เงินเพียงพอ และความตั้งใจออกจากเขตเชงเก้นก่อนวีซ่าหมดอายุ

⚠️ ข้อมูลสำคัญ: เอกสารบริษัทควรใช้เพื่ออธิบาย “ฐานะอาชีพและที่มารายได้” ของผู้สมัคร ไม่ใช่ใช้แทนเงินส่วนตัวทั้งหมด หากค่าใช้จ่ายทริปใช้เงินส่วนตัว ต้องมี Statement ส่วนตัวและคำอธิบายแหล่งเงินที่ชัดเจนด้วย

⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?

  • ช่วยวิเคราะห์เอกสารบริษัทแบบรายเคส — บริษัทจำกัด ร้านค้าออนไลน์ ธุรกิจครอบครัว เจ้าของเพจ หรือกิจการบุคคลธรรมดาใช้เอกสารไม่เหมือนกัน
  • ช่วยเชื่อม Statement บริษัทกับ Statement ส่วนตัว — ลดความเสี่ยงเงินบริษัทกับเงินส่วนตัวปะปนกันจนคำร้องอ่านยาก
  • ช่วยจัด Cover Letter เจ้าของกิจการ — อธิบายบทบาท รายได้ ค่าใช้จ่ายทริป และเหตุผลกลับไทยให้ตรงกับเอกสาร
  • ช่วยตรวจจุดเสี่ยงก่อนยื่น — เช่น ชื่อไม่ตรงใน DBD, เงินก้อนเข้าใกล้วันยื่น, ยอดขายไม่สัมพันธ์กับภาษี หรือเอกสารลูกค้าไม่ครบ
  • ให้คำแนะนำตรงไปตรงมา ไม่การันตีผล — ผลวีซ่าขึ้นอยู่กับสถานทูตและข้อเท็จจริงของผู้สมัครแต่ละคน

❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

โดยทั่วไปควรเตรียมเอกสารที่พิสูจน์ตัวตนกิจการและรายได้ เช่น หนังสือรับรองบริษัท DBD, บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือเอกสารที่แสดงชื่อผู้สมัคร, ทะเบียนพาณิชย์ถ้ามี, ภ.พ.20 ถ้าจด VAT, Statement บริษัท, Statement ส่วนตัว, เอกสารภาษี, ใบแจ้งหนี้, ใบเสร็จ, สัญญาลูกค้า และเอกสารอธิบายบทบาทของผู้สมัครในกิจการ
ควรใช้ทั้งสองแบบหากเกี่ยวข้อง Statement บริษัทช่วยพิสูจน์ว่าธุรกิจมีรายรับจริง ส่วน Statement ส่วนตัวช่วยพิสูจน์ว่าผู้สมัครมีเงินส่วนตัวเพียงพอสำหรับทริป หากใช้เงินบริษัทเป็นหลัก ต้องอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างเงินบริษัทกับค่าใช้จ่ายส่วนตัวอย่างระมัดระวัง
ยื่นได้ แต่ควรใช้เอกสารอื่นพิสูจน์ธุรกิจ เช่น ทะเบียนพาณิชย์ถ้ามี รายงานยอดขายจาก Shopee, Lazada, TikTok Shop หรือเว็บไซต์ รายการรับเงินเข้าบัญชี ใบเสร็จ สต็อกสินค้า ภาษี รูปหน้าร้านหรือเพจ และหลักฐานลูกค้า เพื่อให้เห็นว่ามีรายได้จากกิจการจริง
ขึ้นอยู่กับประเทศที่ยื่นและ checklist ของสถานทูตหรือศูนย์รับคำร้อง หลายกรณีควรเตรียมเอกสารสำคัญเป็นภาษาอังกฤษหรือแปลประกอบ เช่น หนังสือรับรองบริษัท เอกสารจดทะเบียน ภาษี หรือเอกสารอธิบายธุรกิจ โดยควรตรวจข้อกำหนดของประเทศหลักก่อนยื่นจริง
ควรอธิบายบทบาทในกิจการ ประเภทธุรกิจ รายได้หรือแหล่งเงินที่ใช้เดินทาง ใครดูแลกิจการระหว่างเดินทาง ระยะเวลาทริป และเหตุผลกลับไทยหลังจบทริป พร้อมอ้างอิงเอกสารบริษัท Statement ภาษี และเอกสารลูกค้าที่แนบ
สาเหตุที่พบบ่อยคือเอกสารบริษัทไม่แสดงชื่อผู้สมัครอย่างชัดเจน เงินส่วนตัวกับเงินบริษัทปะปนกัน รายได้ใน Statement ไม่สัมพันธ์กับภาษีหรือยอดขาย ไม่มีเอกสารลูกค้า ไม่มีหลักฐานว่าธุรกิจยังดำเนินอยู่ หรือไม่สามารถอธิบายได้ว่าใครดูแลกิจการระหว่างเดินทางและทำไมต้องกลับไทย

📌 สรุปสิ่งที่เจ้าของกิจการควรเตรียม

  • เอกสารบริษัทควรพิสูจน์ว่ากิจการมีตัวตน ผู้สมัครเกี่ยวข้องจริง และรายได้มีที่มา
  • บริษัทจำกัดควรมี DBD, บอจ.5, Statement บริษัท, Statement ส่วนตัว, ภาษี และเอกสารลูกค้า
  • ร้านค้าออนไลน์หรือกิจการเล็กควรมีทะเบียนพาณิชย์ถ้ามี รายงานยอดขาย Statement และหลักฐานร้าน/เพจ
  • Statement บริษัทใช้พิสูจน์ธุรกิจ แต่ Statement ส่วนตัวใช้พิสูจน์เงินสำหรับค่าใช้จ่ายทริป
  • ถ้าเงินส่วนตัวมาจากบริษัท ต้องอธิบายให้ได้ว่าเป็นเงินเดือนกรรมการ ปันผล ถอนกำไร หรือรายได้รูปแบบใด
  • ภาษี ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ และสัญญาลูกค้าช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของรายได้
  • Cover Letter ควรเชื่อมธุรกิจ รายได้ ทริป และเหตุผลกลับไทยให้ชัด
  • ตรวจ checklist ของประเทศหลักก่อนยื่น เพราะข้อกำหนดเอกสารอาจต่างกัน

เป็นเจ้าของกิจการ แต่ไม่แน่ใจว่าเอกสารบริษัทพอไหม?

Co Journey Visa ช่วยตรวจ DBD, Statement บริษัท, Statement ส่วนตัว, ภาษี, เอกสารลูกค้า และ Cover Letter เพื่อให้คำร้องวีซ่าเชงเก้นอ่านง่ายและน่าเชื่อถือขึ้น

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com
⭐ รีวิวบทความ

บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?

ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น

0.0 ☆☆☆☆☆ จาก 0 รีวิว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่ได้เลือกดาว
ขอบคุณครับ รีวิวของคุณช่วยให้บทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่านคนต่อไปมากขึ้น 🙏

รีวิวจากผู้อ่าน

🐰
Rabbit Reader
★★★★★

อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย

🐱
Catเที่ยว
★★★★★

บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด

🐻
Bear Minimal
★★★★★

ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย

🦊
Fox Study
★★★★☆

บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ