สินค้าไทยประเภทใดมีโอกาสในงานแสดงสินค้าเวียดนาม

สินค้าไทยประเภทใดมีโอกาสในงานแสดงสินค้าเวียดนาม

🇻🇳 Business Travel & Trade Show

สินค้าไทยประเภทใดมีโอกาสในงานแสดงสินค้าเวียดนาม

คู่มือเลือกสินค้าไทยไปออกบูธเวียดนามแบบมองทั้งตลาด ผู้ซื้อ เอกสาร และความพร้อมก่อนเจรจากับ distributor
📅 อัปเดตล่าสุด: 20 กรกฎาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่าน 9 นาที

หลายแบรนด์ไทยอยากไปงานแสดงสินค้าเวียดนาม แต่พอถึงเวลาต้องเลือกของลงบูธจริง กลับติดคำถามสำคัญว่า “เอาอะไรไปแล้วมีโอกาสได้คุยกับผู้นำเข้า?” เพราะของที่ขายดีในไทย อาจไม่ได้แปลว่าจะเหมาะกับผู้ซื้อเวียดนามเสมอไป

งานอย่าง Thailand Week หรือกิจกรรมเจรจาการค้าในเวียดนามไม่ได้วัดแค่บูธสวยหรือของน่าสนใจ แต่วัดจากความพร้อมของสินค้า แพ็กเกจจิ้ง เอกสารมาตรฐาน ราคาส่ง MOQ และความชัดเจนว่าแบรนด์ไทยจะเข้าไปเติมช่องว่างตลาดเวียดนามตรงไหน

บทความนี้สรุปประเภทสินค้าไทยที่มีโอกาส พร้อมวิธีเลือกสินค้าให้เหมาะกับงานแสดงสินค้าเวียดนาม โดยเน้นมุมที่ผู้ประกอบการใช้ตัดสินใจได้จริงก่อนลงทุนเดินทาง ออกบูธ ส่งตัวอย่าง หรือคุยกับ distributor

สรุปสั้น ๆ: สินค้าไทยที่มีโอกาสในงานแสดงสินค้าเวียดนาม ได้แก่ อาหารแปรรูป ขนม ซอส เครื่องปรุง สกินแคร์ เครื่องสำอาง ของใช้ส่วนตัว ของหอม สปา สินค้าไลฟ์สไตล์ ของใช้ในบ้าน แฟชั่น กระเป๋า รองเท้า และสินค้าแม่และเด็ก โดยกลุ่มที่น่าสนใจที่สุดคือสินค้าที่ซื้อซ้ำได้ แพ็กเกจจิ้งดี มีเอกสารมาตรฐาน และเล่า “ความเป็นไทย” ได้ชัดภายในเวลาสั้น ๆ ที่หน้าบูธ

💬 จะไปออกงานเวียดนามแต่ยังไม่แน่ใจเรื่องเอกสารเดินทาง เอกสารเชิญ หรือการเตรียมทริปธุรกิจ? ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยเช็กความพร้อมก่อนเดินทางได้ครับ

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

1. ทำไมเวียดนามถึงน่าสนใจสำหรับสินค้าไทย

เวียดนามเป็นตลาดที่น่ามองสำหรับสินค้าไทย เพราะเมืองใหญ่อย่างโฮจิมินห์และฮานอยมีกำลังซื้อสูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ และผู้บริโภคเมืองใหญ่คุ้นกับสินค้าแบรนด์ต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอาหาร ความงาม แฟชั่น ของใช้ในบ้าน และสินค้าไลฟ์สไตล์

อีกจุดที่สำคัญคือพฤติกรรมการซื้อของออนไลน์ในเวียดนามเติบโตเร็ว หมวดที่ได้รับความนิยมบนออนไลน์มักเกี่ยวข้องกับ beauty, fashion, household, grocery, food และ consumer electronics ซึ่งตรงกับหลายหมวดสินค้าที่ผู้ประกอบการไทยทำได้ดี

📌 หมายเหตุด้านข้อมูลตลาด: ข้อมูลโอกาสตลาดและหมวดสินค้ายอดนิยมควรอ้างอิงแหล่งทางการหรือแหล่งสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศ เช่น DITP และ U.S. International Trade Administration เพราะตัวเลขตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค และกฎนำเข้าอาจเปลี่ยนได้ตามช่วงเวลา

สำหรับผู้ประกอบการไทย งานแสดงสินค้าไม่ได้เป็นแค่พื้นที่ขายของหน้าบูธ แต่เป็นช่องทางทดสอบตลาดว่า distributor สนใจอะไร ถามเรื่องไหนซ้ำ และจุดใดที่ยังทำให้เขาไม่กล้าสั่งซื้อจริง

2. สินค้าไทยประเภทใดมีโอกาสมากที่สุดในงานแสดงสินค้าเวียดนาม

ถ้าต้องคัดหมวดแบบใช้งานจริง ควรเริ่มจากสินค้าที่ผู้ซื้อเข้าใจง่าย ทดลองได้ มีการซื้อซ้ำ และมีโอกาสต่อยอดกับร้านค้าปลีก ซูเปอร์มาร์เก็ต ช่องทางออนไลน์ หรือ distributor ในเวียดนาม

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

กลุ่มสินค้า ตัวอย่างสินค้าไทย เหตุผลที่มีโอกาส สิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อม
อาหารแปรรูป / ขนม / ซอส ขนมไทยแพ็กเกจดี น้ำจิ้ม ซอส เครื่องแกง อาหารพร้อมทาน รสชาติไทยมีเอกลักษณ์ ทดลองชิมง่าย และต่อยอดเข้าช่องทางค้าปลีกได้ ฉลาก ส่วนประกอบ shelf life ใบรับรองมาตรฐาน ราคา wholesale
สกินแคร์ / เครื่องสำอาง / ของใช้ส่วนตัว กันแดด เซรั่ม สบู่สมุนไพร แชมพู สครับ โลชั่น ตลาด beauty เวียดนามสนใจแบรนด์ต่างประเทศ และสินค้าไทยมีภาพจำเรื่องสมุนไพรกับสปา เอกสารส่วนประกอบ การเคลมสรรพคุณที่ปลอดภัย ใบรับรอง และตัวอย่างทดลอง
ของหอม / สปา / wellness เทียนหอม ก้านไม้หอม น้ำมันนวด ยาหม่อง gift set เชื่อมกับภาพลักษณ์สปาไทย เหมาะกับของฝาก โรงแรม ร้านสปา และช่องทางออนไลน์ กลิ่นตัวอย่าง ขนาดทดลอง แพ็กเกจส่งออกง่าย และ story ของสินค้า
ของใช้ในบ้าน / lifestyle home ของตกแต่งบ้าน ภาชนะดีไซน์ไทย ของใช้ครัว กล่องเก็บของ เหมาะกับผู้บริโภคเมืองใหญ่และร้าน lifestyle ที่ต้องการสินค้ามีดีไซน์ ราคาเป็นชุด น้ำหนักต่อกล่อง ภาพสินค้า และเงื่อนไขสั่งขั้นต่ำ
แฟชั่น / สิ่งทอ / กระเป๋า / รองเท้า เสื้อผ้ารีสอร์ต ผ้าพิมพ์ลาย กระเป๋า รองเท้าแตะ เครื่องหนัง มีโอกาสถ้าดีไซน์แตกต่างและราคาคุ้ม แต่ต้องแข่งขันกับสินค้าท้องถิ่นและจีน ไซซ์ชาร์ต วัสดุ MOQ สี/รุ่นที่ผลิตได้ และภาพ lookbook
แม่และเด็ก ของใช้เด็ก ขนมเด็ก ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเด็กบางประเภท เป็นหมวดที่มีความต้องการต่อเนื่อง แต่ผู้ซื้อจะดูมาตรฐานและความปลอดภัยสูง ใบรับรอง ความปลอดภัย ส่วนประกอบ ฉลาก และข้อกำกับการใช้งาน
💡 มุมจากประสบการณ์เตรียมทริปธุรกิจ: สินค้าที่คุยต่อได้ดีมักไม่ใช่แค่ “สวย” แต่ต้องตอบคำถามเชิงธุรกิจได้ทันที เช่น ราคาเท่าไร สั่งขั้นต่ำเท่าไร ส่งได้กี่วัน มีใบรับรองอะไร และถ้า distributor อยากลองตลาด 1–2 เดือนแรก แบรนด์มีแพ็กทดลองหรือเงื่อนไขเริ่มต้นอย่างไร

3. อาหาร ขนม และเครื่องปรุงไทย: ขายรสชาติอย่างเดียวไม่พอ

กลุ่มอาหารเป็นหนึ่งในหมวดที่ผู้ประกอบการไทยมักมองก่อน เพราะไทยมีภาพจำเรื่องรสชาติ แต่ในงานแสดงสินค้าเวียดนาม สิ่งที่ผู้ซื้อมองมากกว่ารสชาติคือความพร้อมในการนำเข้าและความเสี่ยงหลังวางขาย

ตัวอย่างเช่น ซอสไทยอาจชิมแล้วอร่อย แต่ถ้าฉลากยังไม่ชัด ส่วนประกอบไม่ครบ วันหมดอายุสั้น หรือไม่มีข้อมูลการผลิต ผู้ซื้ออาจยังไม่กล้ารับไปทดลองตลาด เพราะเขาต้องรับความเสี่ยงเรื่องการนำเข้า ชั้นวางสินค้า และการสื่อสารกับลูกค้าเวียดนาม

✅ สินค้าที่น่าลอง

ซอส น้ำจิ้ม เครื่องแกง ขนมอบกรอบ อาหารพร้อมทาน เครื่องดื่มสุขภาพ และของฝากแพ็กเกจดี

⚠️ จุดที่ต้องระวัง

ฉลาก ส่วนประกอบ สารก่อภูมิแพ้ อายุสินค้า เงื่อนไขเก็บรักษา และเอกสารมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

ถ้าสินค้าเป็นอาหาร ควรเตรียมเอกสารให้เป็นระบบ และหากต้องใช้เอกสารภาษาอื่น อาจต้องเตรียมงาน แปลเอกสาร หรือจัดทำข้อมูลสินค้าให้ผู้ซื้อเข้าใจง่ายตั้งแต่วันแรกที่เจรจา

⚠️ ข้อควรระวัง: อาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าสุขภาพมีข้อกำหนดนำเข้าและฉลากที่อาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบกับผู้จัดงาน ผู้นำเข้า หรือหน่วยงานทางการของเวียดนามก่อนนำสินค้าไปจัดแสดงหรือแจกตัวอย่างจริง

4. สกินแคร์ เครื่องสำอาง และสมุนไพรไทย: จุดแข็งคือ story แต่ต้องระวังการเคลม

สินค้า beauty และ personal care ของไทยมีโอกาสในเวียดนาม เพราะผู้บริโภคเมืองใหญ่เปิดรับแบรนด์ต่างประเทศ และสินค้าไทยมีภาพจำเรื่องสปา สมุนไพร ความหอม และความคุ้มค่า

แต่จุดที่ต้องระวังคือ “คำเคลม” เช่น ขาวเร็ว รักษา ลดสิว หายขาด หรือคำที่ฟังเหมือนยา เพราะอาจทำให้เอกสารและการนำเข้าเสี่ยงขึ้น ผู้ประกอบการควรเตรียม wording ที่ปลอดภัย ชัดเจน และมีหลักฐานรองรับเท่าที่จำเป็น

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

ประเภทสินค้า beauty จุดขายที่น่าลองในเวียดนาม คำถามที่ผู้ซื้ออาจถาม
สกินแคร์สมุนไพร ส่วนผสมไทย natural positioning ภาพลักษณ์อ่อนโยน มีใบรับรองไหม ส่วนผสมคืออะไร เคลมได้แค่ไหน
กันแดด / โลชั่น / ของใช้ส่วนตัว ใช้ซ้ำได้ ตลาดกว้าง เหมาะกับออนไลน์และร้านค้าปลีก ราคาเทียบแบรนด์เกาหลี/ญี่ปุ่นเป็นอย่างไร มี tester ไหม
สบู่ สครับ แชมพู ทดลองง่าย กลิ่นและ texture ทำให้จำแบรนด์ได้เร็ว MOQ เท่าไร ส่งสินค้าได้ต่อเนื่องไหม แพ็กเกจแตกหักง่ายไหม
ผลิตภัณฑ์สปา โยงกับภาพจำสปาไทย เหมาะกับโรงแรม ร้านสปา และ gift set มีขนาดสำหรับ retail และ professional use แยกกันไหม
❌ เคสที่พบบ่อย: แบรนด์มีสินค้าดี แต่ catalogue ใช้คำเคลมแรงเกินไป หรือไม่มีภาษาอังกฤษที่อธิบายส่วนผสมชัด พอคุยกับผู้ซื้อจริงจึงติดเรื่องความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่ติดที่คุณภาพสินค้าอย่างเดียว

5. ของหอม สปา ของใช้ในบ้าน และสินค้าไลฟ์สไตล์: เหมาะกับการขายภาพจำไทย

หมวด lifestyle เป็นกลุ่มที่น่าสนใจสำหรับแบรนด์ไทยที่มีดีไซน์และเรื่องเล่า เพราะไม่ต้องแข่งเฉพาะราคาเหมือนสินค้าทั่วไป หากทำแพ็กเกจจิ้งดีและสื่อสารภาพลักษณ์ไทยร่วมสมัยได้ ก็มีโอกาสคุยกับร้าน gift shop, concept store, hotel, spa และช่องทางออนไลน์ในเวียดนาม

สินค้ากลุ่มนี้ควรเตรียมตัวอย่างให้ผู้ซื้อสัมผัสได้จริง เช่น กลิ่นเทียนหอม เนื้อสัมผัสของผ้า น้ำหนักกระเป๋า หรือคุณภาพวัสดุ เพราะหน้าบูธคือจุดที่ผู้ซื้อใช้ประสบการณ์ตรงตัดสินว่าแบรนด์นี้มีราคาพรีเมียมพอหรือไม่

💡 วิธีเล่าให้ผู้ซื้อเข้าใจเร็ว: อย่าพูดแค่ว่า “ทำจากไทย” แต่ควรบอกว่าเหมาะกับช่องทางไหน เช่น ขายเป็นของฝากโรงแรม ขายเป็น gift set ช่วงเทศกาล ขายในร้านสปา หรือทำเป็น corporate gift ให้บริษัทในเวียดนาม

6. Checklist เลือกสินค้าก่อนไปออกบูธเวียดนาม

ก่อนตัดสินใจเอาสินค้าไปออกงาน ควรประเมินด้วย 7 คำถามนี้ ถ้าตอบไม่ได้หลายข้อ แปลว่าสินค้าอาจยังไม่พร้อมสำหรับการเจรจา B2B แม้จะขายปลีกในไทยได้ดี

สินค้าทดลองได้ง่ายไหม?
อาหารควรชิมได้ เครื่องสำอางควรมี tester สินค้า lifestyle ควรจับต้องหรือเห็นวัสดุจริง
แพ็กเกจจิ้งพร้อมสำหรับตลาดต่างประเทศไหม?
ต้องดูทั้งภาษา ขนาด น้ำหนัก ความแข็งแรง และภาพลักษณ์บนชั้นวาง
มีเอกสารมาตรฐานหรือข้อมูลสินค้าเพียงพอไหม?
ผู้ซื้อ B2B มักถามมากกว่าลูกค้าปลีก เช่น ส่วนประกอบ ใบรับรอง อายุสินค้า และเงื่อนไขการนำเข้า
มีราคา wholesale, MOQ และ margin ชัดไหม?
ถ้าไม่มี price structure ผู้ซื้อจะประเมินต่อไม่ได้ แม้สนใจสินค้า
สินค้าขนส่งไปเวียดนามคุ้มไหม?
สินค้าที่แตกหักง่าย หนักมาก หรือ shelf life สั้น ต้องคิดต้นทุน logistics ให้รอบคอบ
มีจุดต่างจากคู่แข่งจริงไหม?
ถ้าคู่แข่งจีน เวียดนาม เกาหลี หรือญี่ปุ่นทำคล้ายกัน ต้องตอบให้ได้ว่าทำไมผู้ซื้อควรเลือกแบรนด์ไทย
หลังจบงาน follow-up ได้ทันไหม?
ต้องมี catalogue, quotation, contact person และเอกสารส่งต่อภายใน 24–72 ชั่วโมงหลังมี lead

7. เอกสารและข้อมูลที่ควรเตรียมไปคุยกับผู้ซื้อเวียดนาม

งานแสดงสินค้าไม่ใช่แค่การยืนขาย แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อประเมินว่าแบรนด์คุณพร้อมเป็นคู่ค้าหรือไม่ ดังนั้นเอกสารที่ถือไปควรตอบคำถามเชิงธุรกิจได้ทันที

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

เอกสาร / ข้อมูล ใช้ทำอะไร ควรเตรียมอย่างไร
Product catalogue ให้ผู้ซื้อเห็นสินค้า รุ่น ราคาเบื้องต้น และจุดขาย ทำภาษาอังกฤษเป็นขั้นต่ำ และจัดหน้าให้อ่านเร็ว
Price list / MOQ ใช้ประเมิน margin และเงื่อนไขการสั่งซื้อ แยก wholesale, trial order, distributor price ถ้ามี
Specification / ingredient list ใช้ตรวจความเหมาะสมด้านการนำเข้าและการขาย ควรมีข้อมูลชัด โดยเฉพาะอาหาร เครื่องสำอาง และสินค้าสุขภาพ
Certificate / standard documents สร้างความเชื่อมั่นและช่วยผู้ซื้อประเมินขั้นตอนนำเข้า เตรียมสำเนาไฟล์ดิจิทัลและฉบับย่อสำหรับส่งต่อ
Company profile แสดงความน่าเชื่อถือของแบรนด์และกำลังผลิต ระบุประสบการณ์ ช่องทางขาย กำลังผลิต และข้อมูลติดต่อ
Travel / invitation documents ใช้ประกอบการเดินทาง เข้างาน หรือยืนยัน purpose ของทริปธุรกิจ ควรเก็บเอกสารผู้จัดงาน หนังสือเชิญ ใบจองงาน และ ตั๋วเครื่องบิน ให้สอดคล้องกับกำหนดการ
📌 สำหรับการเดินทางไปเวียดนาม: เงื่อนไขการเข้าประเทศ ระยะเวลาพำนัก หรือเอกสารประกอบการเดินทางอาจเปลี่ยนตามประกาศของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองเวียดนาม ผู้เดินทางควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากแหล่งทางการก่อนเดินทางจริง โดยเฉพาะถ้าเป็นทริปธุรกิจ มีการนำตัวอย่างสินค้า หรือมีแผนอยู่หลายวัน

8. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของแบรนด์ไทยในงานแสดงสินค้าเวียดนาม

หลายแบรนด์ไม่ได้พลาดเพราะสินค้าไม่ดี แต่พลาดเพราะเตรียมข้อมูลไม่ครบ ทำให้ผู้ซื้อสนใจแล้วคุยต่อไม่ได้ จุดนี้เกิดขึ้นบ่อยมากในงาน B2B

เคส 1: มีสินค้าแต่ไม่มีราคาส่ง

ผู้ซื้อสนใจหลายรายการ แต่ทีมตอบได้แค่ราคาปลีกในไทย ไม่มี MOQ หรือ margin ทำให้ lead เย็นลงหลังจบงาน

เคส 2: ฉลากยังไม่พร้อม

อาหารและเครื่องสำอางดูน่าสนใจ แต่ส่วนประกอบหรือคำเคลมไม่ชัด ผู้ซื้อจึงไม่กล้าคุยต่อเรื่องนำเข้า

เคส 3: แบรนด์เล่าเรื่องยาวเกินไป

หน้าบูธมีเวลาไม่มาก ถ้าทีมอธิบายจุดขายไม่ชัดใน 30 วินาที ผู้ซื้ออาจเดินผ่านไปก่อนเข้าใจสินค้า

เคส 4: ไม่มีระบบ follow-up

เก็บนามบัตรได้เยอะ แต่ไม่มีไฟล์ catalogue, quotation หรือข้อความ follow-up ที่ส่งเร็วพอ โอกาสจึงหลุดหลังงาน

❌ ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง: อย่าคิดว่างานแสดงสินค้าคือการ “เอาของไปลองขาย” อย่างเดียว ควรเตรียมเหมือนการประชุมขาย B2B เต็มรูปแบบ เพราะคนที่เดินเข้าบูธอาจเป็น distributor, buyer, retailer หรือ partner ที่ต้องการข้อมูลธุรกิจ ไม่ใช่แค่ฟัง story แบรนด์

จะเดินทางไปงานแสดงสินค้าเวียดนาม แต่ยังไม่แน่ใจว่าเอกสารทริปธุรกิจครบไหม?
ทีม Co Journey Visa ช่วยดูความพร้อมด้านเอกสารเดินทาง การจองตั๋ว เอกสารประกอบทริป และการจัดชุดเอกสารให้สอดคล้องกับกำหนดการได้ครับ

💬 ให้ทีมช่วยเช็กก่อนเดินทาง

9. แผนเตรียมตัวก่อนเดินทางไปงานแสดงสินค้าเวียดนาม

ถ้าผู้ประกอบการต้องการไปออกบูธแบบไม่เสียโอกาส ควรเริ่มเตรียมตัวก่อนวันเดินทางอย่างน้อยหลายสัปดาห์ โดยแบ่งเป็น 3 ชั้น: สินค้า เอกสารธุรกิจ และเอกสารเดินทาง

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

ช่วงเวลา สิ่งที่ควรทำ เป้าหมาย
ก่อนงาน 4–6 สัปดาห์ เลือกสินค้าหลัก ทำ catalogue เตรียม sample เช็กเอกสารมาตรฐาน ให้สินค้าที่นำไปมีความพร้อมพอสำหรับคุย B2B
ก่อนงาน 2–4 สัปดาห์ ทำ price list, MOQ, company profile, pitch script และ QR contact ลดเวลาตอบคำถามซ้ำหน้าบูธ และทำให้ผู้ซื้อเก็บข้อมูลกลับไปได้
ก่อนเดินทาง 1–2 สัปดาห์ เช็กหนังสือเดินทาง เอกสารงาน ตั๋ว ที่พัก ประกัน และกำหนดการ ลดความเสี่ยงเรื่องการเดินทางและเอกสารไม่สอดคล้อง
ระหว่างงาน เก็บ lead แยกตามระดับความสนใจ ถามช่องทางขายและปริมาณสั่งซื้อ รู้ว่าใครควร follow-up ก่อนหลัง
หลังงาน 24–72 ชั่วโมง ส่ง follow-up, quotation, catalogue และข้อมูลที่ผู้ซื้อขอ เปลี่ยน lead จากหน้าบูธให้กลายเป็นโอกาสเจรจาจริง

หากทริปนี้มีการประชุมกับคู่ค้าเพิ่มเติม การเตรียม Invitation Letter หรือเอกสารเชิญจากผู้จัดงานให้ถูกต้อง จะช่วยให้ภาพรวมการเดินทางดูชัดขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่ต้องแสดงวัตถุประสงค์การเดินทางกับสายการบิน โรงแรม หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

10. ถ้าต้องเลือกเพียง 3 กลุ่มสินค้า ควรเลือกอะไร

ถ้าผู้ประกอบการยังมีงบจำกัดและต้องเลือกสินค้าไปทดลองตลาด แนะนำให้เริ่มจาก 3 กลุ่มนี้ เพราะมีโอกาสคุยต่อได้ง่ายกว่าหมวดที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงหรือมีเงื่อนไขนำเข้าซับซ้อนมาก

1. อาหารแปรรูป ขนม ซอส

เหมาะกับการทดลองชิมหน้าบูธ เล่าเรื่องรสชาติไทยได้เร็ว และมีโอกาสขายซ้ำหากราคาและเอกสารพร้อม

2. สกินแคร์ เครื่องสำอาง สมุนไพร

เหมาะกับตลาดเมืองใหญ่ แต่ต้องควบคุมคำเคลมและเอกสารให้รัดกุม

3. ของหอม สปา gift set

ใช้ภาพจำไทยได้ดี เหมาะกับโรงแรม สปา ร้านของฝาก และ e-commerce

กลุ่มเสริมที่น่ามอง

ของใช้ในบ้าน แฟชั่น กระเป๋า รองเท้า และสินค้าแม่และเด็ก หากมีดีไซน์หรือมาตรฐานที่แตกต่างจริง

11. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนออกงานจริง

ข้อมูลเกี่ยวกับงานแสดงสินค้า เงื่อนไขการสมัคร หมวดสินค้าที่รับ เอกสารประกอบ การนำตัวอย่างสินค้า และกฎนำเข้าอาจเปลี่ยนได้ ผู้ประกอบการควรยึดประกาศล่าสุดจากผู้จัดงานและหน่วยงานทางการเป็นหลัก

⚠️ ควรเช็กก่อนยื่นเอกสารหรือเดินทางจริง: หากมีการนำสินค้าตัวอย่างไปเวียดนาม ควรสอบถามผู้จัดงาน freight forwarder หรือผู้นำเข้าเรื่องขั้นตอนศุลกากร การแจกตัวอย่าง การขายสินค้าในงาน และเอกสารที่ต้องใช้ เพราะสินค้าบางประเภทอาจมีข้อกำหนดเฉพาะ

⭐ ทำไมผู้ประกอบการควรให้ Co Journey Visa ช่วยดูเอกสารก่อนเดินทางไปงานเวียดนาม?

  • ช่วยเช็กภาพรวมทริปธุรกิจ — ดูให้ว่าเอกสารเดินทาง กำหนดการ งานแสดงสินค้า และข้อมูลที่พักไปในทิศทางเดียวกัน
  • ช่วยเตรียมเอกสารประกอบการเดินทาง — เช่น เอกสารเชิญ ใบจองงาน แผนเดินทาง และข้อมูลการติดต่อผู้จัดงาน
  • ช่วยเรื่องการจองและเอกสารเดินทาง — รวมถึง dummy ticket หรือเอกสารประกอบบางกรณีตามความเหมาะสม
  • ช่วยจัดข้อมูลให้พร้อมก่อนเดินทาง — ลดความสับสนเรื่องวันเดินทาง โรงแรม ตารางงาน และนัดหมายทางธุรกิจ
  • ให้คำแนะนำแบบรายเคส — เพราะทริปของเจ้าของแบรนด์ ทีมขาย และผู้บริหารอาจต้องเตรียมเอกสารไม่เหมือนกัน

❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

กลุ่มที่น่าสนใจคืออาหารแปรรูป ขนม ซอส เครื่องปรุง สกินแคร์ เครื่องสำอาง ของใช้ส่วนตัว ของหอม สปา ของใช้ในบ้าน แฟชั่น กระเป๋า รองเท้า และสินค้าแม่และเด็ก เพราะสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคเมืองใหญ่และกลุ่มสินค้าที่พบในงาน Thailand Week เวียดนาม
ควรเตรียมตัวอย่างสินค้า ฉลากภาษาอังกฤษหรือเวียดนาม รายละเอียดส่วนประกอบ วันผลิต วันหมดอายุ ใบรับรองมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ราคา MOQ และข้อมูลสำหรับผู้นำเข้า ทั้งนี้ควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดจากหน่วยงานทางการหรือผู้จัดงานก่อนนำสินค้าไปจัดแสดงจริง
มีโอกาส โดยเฉพาะสินค้าที่มีจุดขายชัด เช่น สมุนไพรไทย natural ingredient สปาไทย กันแดด สกินแคร์ และของใช้ส่วนตัว แต่ควรระวังเรื่องฉลาก การเคลมสรรพคุณ ใบรับรอง และเอกสารที่ผู้นำเข้าอาจต้องใช้ตามกฎของเวียดนาม
ควรเลือกสินค้าที่ขนส่งง่าย แตกหักยาก มีแพ็กเกจจิ้งดี ต้นทุนคุมได้ มีราคาส่งชัด และอธิบายจุดเด่นได้เร็ว เช่น ขนมแปรรูป ซอส ของหอม ของใช้ส่วนตัว หรือ gift set ขนาดเล็กที่เหมาะกับการทดลองตลาด
เงื่อนไขการเดินทางขึ้นอยู่กับสัญชาติ วัตถุประสงค์ ระยะเวลาเข้าพำนัก และประกาศล่าสุดของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองเวียดนาม ผู้ประกอบการควรเช็กหนังสือเดินทาง ตั๋วเดินทาง เอกสารเชิญหรือเอกสารงานแสดงสินค้า และข้อมูลล่าสุดจากแหล่งทางการก่อนเดินทาง
ควรเตรียมราคาขายส่ง แนะนำราคาขายปลีก เงื่อนไขขั้นต่ำในการสั่งซื้อ รอบการผลิต ระยะเวลาส่งมอบ ขนาดบรรจุ จำนวนต่อกล่อง น้ำหนักรวม และเงื่อนไขตัวอย่างสินค้าให้ชัด เพราะผู้ซื้อ B2B ต้องใช้ข้อมูลเหล่านี้ประเมินความคุ้มค่าทันทีหลังคุยหน้าบูธ

📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับสินค้าไทยในงานแสดงสินค้าเวียดนาม

  • กลุ่มที่มีโอกาสสูงคืออาหารแปรรูป ขนม ซอส เครื่องปรุง สกินแคร์ ของใช้ส่วนตัว ของหอม สปา ของใช้ในบ้าน แฟชั่น และสินค้าแม่และเด็ก
  • สินค้าไทยควรมีจุดขายที่อธิบายง่าย ทดลองได้ และซื้อซ้ำได้ ไม่ใช่สวยอย่างเดียว
  • ผู้ซื้อเวียดนามแบบ B2B ต้องการข้อมูลธุรกิจ เช่น ราคา wholesale, MOQ, เอกสารมาตรฐาน, shelf life และเงื่อนไขส่งมอบ
  • อาหาร เครื่องสำอาง และสินค้าสุขภาพต้องระวังเรื่องฉลาก ส่วนประกอบ เอกสาร และการเคลมสรรพคุณ
  • ก่อนเดินทางควรเช็กเอกสารงานแสดงสินค้า หนังสือเดินทาง ตั๋ว ที่พัก เอกสารเชิญ และข้อกำหนดล่าสุดจากแหล่งทางการ
  • หลังจบงานต้อง follow-up เร็ว เพราะ lead จากงานแสดงสินค้าจะเย็นลงเร็วถ้าไม่มี catalogue หรือ quotation ส่งต่อ

จะไปงานแสดงสินค้าเวียดนาม เตรียมเอกสารเดินทางให้พร้อมก่อนเริ่มคุยธุรกิจ

Co Journey Visa ช่วยดูความพร้อมด้านเอกสารเดินทางธุรกิจ เอกสารประกอบทริป งานแสดงสินค้า การจองตั๋ว และข้อมูลที่ควรจัดให้สอดคล้องก่อนเดินทาง โดยให้คำแนะนำตามเคสจริง ไม่โอเวอร์เคลม และไม่การันตีผลจากหน่วยงานใด ๆ

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com
⭐ รีวิวบทความ

บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?

ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น

0.0 ☆☆☆☆☆ จาก 0 รีวิว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่ได้เลือกดาว
ขอบคุณครับ รีวิวของคุณช่วยให้บทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่านคนต่อไปมากขึ้น 🙏

รีวิวจากผู้อ่าน

🐰
Rabbit Reader
★★★★★

อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย

🐱
Catเที่ยว
★★★★★

บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด

🐻
Bear Minimal
★★★★★

ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย

🦊
Fox Study
★★★★☆

บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ