สมัคร E-Tourist Visa อินเดียแบบ 30 วันฟรี! (สิทธิ์พิเศษคนไทย) กับแบบ 5 ปี ต่างกันอย่างไรในการกรอกเอกสาร?

🇮🇳 India e-Tourist Visa 30 Days vs 5 Years

สมัคร E-Tourist Visa อินเดียแบบ 30 วันฟรี! (สิทธิ์พิเศษคนไทย) กับแบบ 5 ปี ต่างกันอย่างไรในการกรอกเอกสาร?

คนไทยไปเที่ยวอินเดียเลือกได้หลายแบบ แต่ไม่ใช่ทุกคนควรเลือก 5 ปี บทความนี้สรุปความต่างของ e-Tourist Visa 30 วันฟรี กับ 5 ปี ทั้งเรื่องค่าธรรมเนียม จำนวนครั้งเข้าออก ระยะเวลาพำนัก และจุดที่ต้องเลือกในฟอร์มออนไลน์
📅 อัปเดตล่าสุด: 23 พฤษภาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่าน 11 นาที

หลังจากคนไทยเริ่มนิยมเที่ยวอินเดียมากขึ้น คำถามที่เจอบ่อยคือ “ถ้า 30-day e-Tourist Visa ของคนไทยฟรี แล้วควรเลือก 30 วันไปเลยไหม?” หรือ “จ่ายแบบ 5 ปีคุ้มกว่าไหม ถ้าคิดว่าจะกลับไปอินเดียอีกหลายครั้ง?”

ตามตารางค่าธรรมเนียม e-Tourist Visa ของรัฐบาลอินเดียที่อัปเดตวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2026 รายการ Thailand ระบุค่าธรรมเนียม 30-day e-Tourist Visa เป็น 0 ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งช่วง April–June และ July–March ส่วน 5-year e-Tourist Visa อยู่ที่ 200 ดอลลาร์สหรัฐ และมี bank charge 3% เพิ่มจากค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง

แต่คำว่า “ฟรี” ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องสมัคร และคำว่า “5 ปี” ไม่ได้แปลว่าอยู่ต่อเนื่องในอินเดียได้ 5 ปี ทั้งสองแบบยังต้องสมัครผ่านเว็บไซต์ทางการ Indian e-Visa Online ก่อนเดินทาง และต้องได้รับ ETA ทางอีเมลก่อนขึ้นเครื่อง

สรุปสั้น ๆ: ถ้าไปอินเดียเที่ยวครั้งเดียวหรือทริปสั้น 5–15 วัน คนไทยส่วนใหญ่ควรเลือก 30-day e-Tourist Visa เพราะค่าธรรมเนียมตามตารางทางการเป็น 0 ดอลลาร์สหรัฐ และได้ Double Entry ภายในช่วง validity ส่วน 5-year e-Tourist Visa เหมาะกับคนที่เดินทางไปอินเดียบ่อยจริง ต้องการ Multiple Entry หลายปี และยอมจ่ายค่าธรรมเนียม 200 ดอลลาร์สหรัฐ + bank charge โดยฟอร์มส่วนใหญ่กรอกเหมือนกัน ต่างกันที่เลือก Duration/Validity, จำนวนครั้งเข้าออก, ค่าธรรมเนียม และเหตุผลด้านการเดินทางระยะยาว

💬 ไม่แน่ใจว่าทริปของคุณควรเลือก 30 วันฟรี หรือ 5 ปี? ส่งวันเดินทาง จำนวนครั้งที่คิดว่าจะไปอินเดีย และวัตถุประสงค์ให้ทีมช่วยประเมินก่อนสมัครได้ครับ

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

1) 30 วันฟรี vs 5 ปี ต่างกันอย่างไร?

ทั้งสองแบบเป็น e-Tourist Visa เหมือนกัน ใช้สำหรับวัตถุประสงค์ท่องเที่ยว พักผ่อน เยี่ยมเพื่อน/ญาติ หรือกิจกรรมที่เข้าข่ายท่องเที่ยวตามระบบ e-Visa ไม่ใช่สำหรับไปทำงาน ประชุมธุรกิจ เข้าร่วม conference หรือรักษาพยาบาล

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

หัวข้อเปรียบเทียบ 30-day e-Tourist Visa 5-year e-Tourist Visa คำแนะนำจากเคสจริง
ค่าธรรมเนียมคนไทย 0 ดอลลาร์สหรัฐ ตามตารางทางการปี 2026 200 ดอลลาร์สหรัฐ + bank charge 3% ถ้าไปครั้งเดียว 30 วันคุ้มกว่าอย่างชัดเจน
Validity 30 วันจากวันที่เดินทางถึงอินเดียครั้งแรก 5 ปีจากวันที่ได้รับ ETA 5 ปีคืออายุวีซ่า ไม่ใช่อยู่ต่อเนื่องได้ 5 ปี
จำนวนครั้งเข้าออก Double Entry ภายในช่วง validity Multiple Entry ถ้าต้องเข้าอินเดียหลายรอบในหลายปี ค่อยพิจารณา 5 ปี
ระยะเวลาพำนัก ต้องอยู่ภายในช่วง 30 วันและเงื่อนไขที่ ตม. ประทับให้ การพำนักในหนึ่งปีปฏิทินสำหรับ e-Tourist 1 ปี/5 ปีไม่ควรเกิน 180 วัน อย่าคิดว่า Multiple Entry แปลว่าอยู่ยาวไม่จำกัด
เหมาะกับใคร ทริปเที่ยวครั้งเดียว ทริปสั้น ทริปครอบครัว ทริปแสวงบุญระยะสั้น คนที่ไปอินเดียบ่อย เช่น เที่ยวซ้ำหลายเมือง มีครอบครัว/เพื่อนที่ไปเยี่ยมบ่อย ถ้าไม่แน่ใจว่าจะกลับไปอีกจริงไหม อย่าเพิ่งจ่าย 5 ปี
ฟอร์มกรอกต่างกันไหม ช่องส่วนใหญ่เหมือนกัน แต่เลือก duration เป็น 30 days ช่องส่วนใหญ่เหมือนกัน แต่เลือก duration เป็น 5 years ต่างกันหลัก ๆ ที่การเลือกประเภทในหน้าแรกและการชำระเงิน
⚠️ อย่าเลือก 5 ปีเพราะคิดว่า “เผื่อไว้” อย่างเดียว: ถ้าไม่ได้มีแผนกลับไปอินเดียบ่อยจริง ค่า 5 ปีสูงกว่ามาก และถึงได้ 5 ปี ก็ยังต้องเดินทางตามเงื่อนไข e-Tourist ไม่ใช่วีซ่าอยู่ยาวหรือทำงาน

2) ค่าธรรมเนียมสำหรับคนไทยปี 2026

ตารางค่าธรรมเนียม e-Tourist Visa ของรัฐบาลอินเดียที่อัปเดตวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2026 ระบุค่าธรรมเนียมสำหรับสัญชาติไทยไว้ชัดเจน โดย 30-day e-Tourist Visa เป็น 0 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วน 1-year และ 5-year มีค่าธรรมเนียม

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

ประเภท e-Tourist Visa ค่าธรรมเนียมสำหรับ Thailand จำนวนครั้งเข้าออก เหมาะกับใคร
30-day e-TV (April to June) 0 ดอลลาร์สหรัฐ Double Entry ทริปเที่ยวสั้นช่วงเมษายน-มิถุนายน
30-day e-TV (July to March) 0 ดอลลาร์สหรัฐ Double Entry ทริปเที่ยวสั้นช่วงกรกฎาคม-มีนาคม
1-year e-TV 40 ดอลลาร์สหรัฐ + bank charge Multiple Entry คนที่คิดว่าจะไปอินเดียมากกว่า 1 ครั้งในปีเดียว
5-year e-TV 200 ดอลลาร์สหรัฐ + bank charge Multiple Entry คนที่ไปอินเดียบ่อยหลายปีและคุ้มกับค่าธรรมเนียม
📌 หมายเหตุสำคัญ: แม้ 30-day e-Tourist Visa สำหรับคนไทยจะแสดงค่าธรรมเนียมเป็น 0 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ยังต้องสมัครออนไลน์ อัปโหลดเอกสาร รอ ETA และพิมพ์ ETA ไปแสดงที่สนามบิน ไม่ใช่การเดินทางแบบไม่ต้องทำวีซ่า

3) ต่างกันตรงไหนในหน้าฟอร์ม e-Visa?

ในแง่การกรอกเอกสาร ทั้ง 30 วันและ 5 ปีใช้ฟอร์ม e-Visa ระบบเดียวกัน ข้อมูลส่วนตัว พาสปอร์ต ที่อยู่ ครอบครัว Reference รูปถ่าย และหน้าพาสปอร์ตเหมือนกันเกือบทั้งหมด จุดที่ต่างจริงคือการเลือกบริการวีซ่าในหน้าแรกและเงื่อนไขที่ระบบแสดงตามประเภทที่เลือก

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

หน้าฟอร์ม / ช่องกรอก ถ้าเลือก 30 วันฟรี ถ้าเลือก 5 ปี ข้อควรระวัง
Visa Service เลือก e-Tourist Visa และเลือก sub-type / duration ที่เป็น 30 days หรือ one month ตามระบบแสดง เลือก e-Tourist Visa และเลือก sub-type / duration ที่เป็น 5 years อย่าเลือก e-Business, e-Conference หรือ e-Medical หากไปเที่ยวจริง
Expected Date of Arrival สำคัญมาก เพราะ validity 30 วันนับจาก first arrival ยังต้องใส่วันเดินทางครั้งแรก แม้วีซ่ามีอายุ 5 ปี ใส่วันที่เครื่องลงอินเดีย ไม่ใช่วันที่ออกจากไทยถ้าบินข้ามวัน
Duration of Visa ระบบควรสะท้อน 30 days ระบบควรสะท้อน 5 years ตรวจหน้า Verification ก่อนชำระเงินทุกครั้ง
No. of Entries Double Entry Multiple Entry Double Entry ของ 30 วันใช้ภายในช่วง validity ไม่ใช่แยกเป็น 2 ทริปคนละหลายเดือน
Places to be visited ใส่เมืองของทริปแรก เช่น DELHI, AGRA, JAIPUR ใส่เมืองของทริปแรกที่กำลังสมัคร ไม่ต้องใส่ทุกเมืองใน 5 ปีข้างหน้า แผนทริปแรกต้องสัมพันธ์กับตั๋วและที่พัก
Reference Name in India ใช้โรงแรมหรือที่พักของทริปแรก ใช้โรงแรม/ที่พัก/คนรู้จักของทริปแรก ไม่ต้องเดา reference ของทริปในอนาคต แต่ทริปแรกต้องชัด
Payment ค่าธรรมเนียมวีซ่าตามตารางเป็น 0 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ยังต้องผ่านขั้นตอนระบบ มีค่าธรรมเนียม 200 ดอลลาร์สหรัฐ + bank charge ตามตาราง ค่าธรรมเนียม e-Visa ไม่คืนเงิน แม้ ETA ถูกปฏิเสธหรือกรอกผิด
💡 สรุปสั้นที่สุด: เอกสารหลักที่กรอกเหมือนกัน แต่ “ความหมายของการเลือก” ต่างกันมาก — 30 วันคือทริปสั้นฟรีสำหรับคนไทย ส่วน 5 ปีคือวีซ่าท่องเที่ยวหลายครั้งที่มีค่าใช้จ่ายและต้องใช้ให้ถูกเงื่อนไข

4) เอกสารที่ต้องอัปโหลดต่างกันไหม?

สำหรับ e-Tourist Visa ทั้งแบบ 30 วันและ 5 ปี เอกสารอัปโหลดพื้นฐานโดยทั่วไปเหมือนกัน คือรูปถ่ายดิจิทัลและหน้าพาสปอร์ตที่มีข้อมูลส่วนตัว แต่สิ่งที่ควรเตรียมประกอบการเดินทางอาจต่างกันตามพฤติกรรมการเดินทาง

  • ไฟล์รูปถ่ายหน้าตรง พื้นหลังเรียบ เห็นใบหน้าชัด
  • ไฟล์หน้าพาสปอร์ตที่ชัดเจน เห็นชื่อ เลขพาสปอร์ต วันเกิด วันหมดอายุครบ
  • พาสปอร์ตตัวจริงที่มีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือนนับจากวันถึงอินเดีย
  • พาสปอร์ตมีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า
  • ข้อมูลที่พักหรือโรงแรมในอินเดียของทริปแรก
  • ข้อมูล reference ในอินเดียและ reference ในไทย
  • แผนเดินทางและตั๋วไป-กลับหรือแผนออกจากอินเดีย

สำหรับแบบ 5 ปี แม้ระบบอาจไม่ได้ขอเอกสารเที่ยวซ้ำในอนาคต แต่ผู้สมัครควรมีเหตุผลที่สมเหตุสมผลว่าทำไมเลือกวีซ่าระยะยาว เช่น มีแผนเที่ยวอินเดียหลายครั้ง มีครอบครัว/เพื่อนที่ไปเยี่ยมบ่อย หรือเดินทางไปอินเดียบ่อยในฐานะนักท่องเที่ยว

⚠️ อย่าใช้ 5-year Tourist เพื่อกิจกรรมอื่น: ถ้าคุณไปอินเดียบ่อยเพราะธุรกิจ ประชุม conference รักษาพยาบาล หรือทำงาน แบบ 5-year e-Tourist ไม่ใช่คำตอบ ต้องเลือกประเภทวีซ่าให้ตรงวัตถุประสงค์จริง

5) เข้าใจคำว่า 30 วัน กับ 5 ปีให้ถูก

จุดที่คนสับสนมากที่สุดคือคำว่า validity และ stay หลายคนคิดว่า 5-year e-Tourist Visa คืออยู่ยาวได้ 5 ปี ซึ่งไม่ถูกต้อง ตาม FAQ e-Visa ทางการของอินเดีย e-Tourist Visa แบบ 1 ปีและ 5 ปีมี validity 365 วัน / 5 ปีจากวันที่ได้รับ ETA และเป็น Multiple Entry แต่การพำนักในอินเดียในหนึ่งปีปฏิทินไม่ควรเกิน 180 วัน

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

คำศัพท์ แปลไทย 30-day e-Tourist 5-year e-Tourist
ETA Electronic Travel Authorization เอกสารอนุมัติ e-Visa ทางอีเมล ต้องได้รับก่อนเดินทาง ต้องได้รับก่อนเดินทาง
Validity อายุของ e-Visa / ช่วงที่ใช้เดินทางได้ 30 วันจาก first arrival และ first arrival ต้องอยู่ระหว่างวันที่ issue/expiry ของ ETA 5 ปีจากวันที่ได้รับ ETA
Entries จำนวนครั้งเข้าออก Double Entry Multiple Entry
Stay จำนวนวันที่อยู่ในอินเดีย ขึ้นกับช่วง validity และตราประทับเข้าเมือง การพำนักรวมในหนึ่งปีปฏิทินไม่ควรเกิน 180 วัน
Non-extendable / Non-convertible ต่ออายุหรือเปลี่ยนประเภทไม่ได้ โดยหลัก e-Visa ต่ออายุ/เปลี่ยนประเภทไม่ได้ โดยหลัก e-Visa ต่ออายุ/เปลี่ยนประเภทไม่ได้
❌ อย่าอยู่เกิน: ไม่ว่าจะเลือก 30 วันหรือ 5 ปี ต้องดูตราประทับและเงื่อนไขที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอินเดียให้ในวันเดินทางถึง หากอยู่เกินอาจกระทบการเดินทางและการสมัครวีซ่าในอนาคต

6) ใครควรเลือก 30 วัน และใครควรเลือก 5 ปี?

การเลือกไม่ได้ขึ้นกับว่าแบบไหน “ดูคุ้มกว่า” อย่างเดียว แต่ขึ้นกับจำนวนครั้งที่จะไปจริง วัตถุประสงค์ และความเสี่ยงจากการจ่ายเงินโดยไม่จำเป็น

ควรเลือก 30 วันฟรี

ไปเที่ยวครั้งเดียว ทริปสั้น 3–15 วัน ยังไม่รู้ว่าจะกลับไปอินเดียอีกไหม และต้องการประหยัดค่าธรรมเนียม

ควรพิจารณา 5 ปี

ไปอินเดียบ่อยจริง มีแผนหลายทริปในหลายปี และทุกทริปเป็นวัตถุประสงค์ท่องเที่ยวหรือเยี่ยมส่วนตัว

ไม่ควรเลือก 5 ปี

เลือกเพราะคิดว่าอยู่ได้ยาว 5 ปี หรือจะใช้แทนวีซ่าธุรกิจ/เรียน/ทำงาน/รักษาพยาบาล

ควรถามก่อนสมัคร

ทริปมีทั้งเที่ยว ประชุม ธุรกิจ รักษาพยาบาล หรือไปงานอีเวนต์ที่มี invitation

7) เทคนิคกรอกฟอร์มให้เหมาะกับแต่ละแบบ

ถึงฟอร์มจะคล้ายกัน แต่การกรอกให้ “เล่าเรื่องทริป” ควรต่างกันเล็กน้อย โดยเฉพาะแบบ 5 ปีที่ควรมีข้อมูลทริปแรกชัดเจนและไม่ดูเหมือนใช้วีซ่าท่องเที่ยวเพื่อวัตถุประสงค์อื่น

1
เลือก Visa Service ให้ตรง
ถ้าเที่ยวจริง ให้เลือก e-Tourist Visa และเลือก 30 days หรือ 5 years ตามแผนจริง
2
กรอกเมืองที่จะไปในทริปแรก
30 วันและ 5 ปีให้กรอกเมืองของทริปแรก เช่น DELHI, AGRA, JAIPUR ไม่ต้องเดาเมืองในอนาคต
3
Reference in India ต้องติดต่อได้
ใช้โรงแรม ที่พัก หรือคนรู้จักที่มีข้อมูลจริง ไม่ควรกรอกชื่อมั่ว
4
Expected Date of Arrival ต้องแม่น
30 วันยิ่งต้องระวัง เพราะ validity ผูกกับ first arrival
5
ตรวจ Payment ก่อนจ่าย
30 วันของคนไทยควรแสดงค่าธรรมเนียมตามตารางเป็น 0 ส่วน 5 ปีมีค่าธรรมเนียมสูง
6
ตรวจ ETA หลังอนุมัติ
ดูชื่อ เลขพาสปอร์ต ประเภท e-Tourist, validity, entries และเงื่อนไขก่อนบิน
📌 สำหรับ 5 ปี: แม้ไม่ต้องกรอกทุกทริปในอนาคต แต่ทริปแรกต้องชัดและเป็นท่องเที่ยวจริง เพราะ ETA และการเข้าเมืองครั้งแรกยังถูกตรวจตามข้อมูลที่คุณกรอกในคำร้อง

8) ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

หลายคนพลาดเพราะเห็นคำว่า 30 วันฟรีแล้วรีบสมัคร หรือเห็น 5 ปีแล้วคิดว่าคุ้มทันที แต่ลืมดูเงื่อนไขจริงของแต่ละแบบ

❌ ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง:
  • คิดว่า 30 วันฟรีแปลว่าไม่ต้องสมัคร e-Visa ก่อนเดินทาง
  • เลือก 5 ปีเพราะคิดว่าอยู่ต่อเนื่องในอินเดียได้ 5 ปี
  • ใช้ e-Tourist 5 ปีไปทำธุรกิจ ประชุม ทำงาน หรือรักษาพยาบาล
  • เลือก 30 วัน แต่วันเดินทางจริงเปลี่ยนจนหลุดช่วง validity
  • กรอก Port of Arrival ไม่ตรงสนามบินแรกที่ผ่าน ตม. อินเดีย
  • กรอก Reference in India เป็นข้อมูลที่ติดต่อไม่ได้
  • ไม่ตรวจหน้า Verification ก่อนชำระค่าธรรมเนียม 5 ปี
  • ไม่ได้พิมพ์ ETA ไปสนามบิน
  • ไม่ตรวจว่าพาสปอร์ตเหลืออย่างน้อย 6 เดือนและมีหน้าว่าง 2 หน้า

9) ตัวอย่างเลือกแบบไหนดี?

เคสที่ 1: ไปเที่ยวเดลี-อัครา 6 วัน ครั้งแรกในชีวิต

โดยทั่วไปเลือก 30-day e-Tourist Visa ก็เพียงพอ เพราะเป็นทริปสั้นและค่าธรรมเนียมสำหรับคนไทยตามตารางเป็น 0 ดอลลาร์สหรัฐ เตรียมพาสปอร์ต รูปถ่าย ที่พัก ตั๋ว และ ETA ให้พร้อมก่อนบิน

เคสที่ 2: ปีนี้จะไปอินเดีย 2 รอบ รอบแรกเที่ยวชัยปุระ รอบสองไปพาราณสี

ถ้าทั้งสองทริปอยู่ใกล้กันมากในช่วง 30 วัน อาจดู 30-day Double Entry ได้ แต่ถ้าห่างกันหลายเดือน ควรพิจารณา 1-year หรือ 5-year ตามจำนวนทริปจริงและความคุ้มค่า ไม่ควรเดาว่า 30 วันใช้ได้ทั้งปี

เคสที่ 3: มีแผนไปอินเดียทุกปี 3–5 ปีข้างหน้า

อาจพิจารณา 5-year e-Tourist Visa หากทุกทริปเป็นท่องเที่ยวจริง และเข้าใจว่าการพำนักในหนึ่งปีปฏิทินไม่ควรเกิน 180 วัน แต่ควรคำนวณความคุ้มค่ากับค่าธรรมเนียม 200 ดอลลาร์สหรัฐก่อนสมัคร

เคสที่ 4: ไปอินเดียบ่อยเพราะประชุมธุรกิจหรือเข้า conference

ไม่ควรใช้ 5-year e-Tourist เพียงเพราะเดินทางบ่อย ต้องตรวจ e-Business, e-Conference หรือวีซ่าที่ตรงกับวัตถุประสงค์จริง เพราะการใช้ tourist visa ผิดกิจกรรมอาจเสี่ยงถูกถามหรือถูกปฏิเสธเข้าเมือง

ไม่แน่ใจว่า 30 วันฟรี หรือ 5 ปีคุ้มกว่ากัน?
ทีม Co Journey Visa ช่วยดูจากจำนวนทริป วัตถุประสงค์ และวันเดินทางจริง เพื่อเลือกประเภท e-Tourist ให้เหมาะ ไม่เสียเงินเกินจำเป็น

💬 ส่งแผนเดินทางให้ทีมช่วยเช็ก

10) แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ

ค่าธรรมเนียม e-Tourist Visa และเงื่อนไข validity สามารถเปลี่ยนได้ ควรตรวจจากเว็บไซต์รัฐบาลอินเดียก่อนสมัครทุกครั้ง โดยเฉพาะก่อนชำระเงินแบบ 5 ปี เพราะค่าธรรมเนียม e-Visa โดยหลักไม่คืนเงินแม้คำร้องถูกปฏิเสธหรือผู้สมัครกรอกผิด

📌 แหล่งข้อมูลทางการที่แนะนำ:

⭐ ทำไมควรให้ Co Journey Visa ช่วยตรวจ e-Tourist 30 วัน / 5 ปี?

  • ช่วยเลือกให้คุ้มกับทริปจริง — ถ้าไปครั้งเดียวอาจไม่จำเป็นต้องจ่าย 5 ปี แต่ถ้าไปบ่อยอาจคุ้มกว่า
  • ช่วยแยกวัตถุประสงค์ให้ถูก — ท่องเที่ยว ธุรกิจ conference หรือรักษาพยาบาล ใช้วีซ่าคนละประเภท
  • ช่วยตรวจฟอร์มก่อนชำระเงิน — โดยเฉพาะแบบ 5 ปีที่มีค่าธรรมเนียมสูงและไม่ควรกดจ่ายก่อนตรวจละเอียด
  • ช่วยตรวจ ETA หลังอนุมัติ — ชื่อ เลขพาสปอร์ต validity entries และเงื่อนไขต้องตรงก่อนเดินทาง
  • คำแนะนำแบบรายเคส ไม่ใช่ข้อมูลทั่วไป — ทีม Co Journey Visa ช่วยดูจากวันเดินทางและแผนใช้วีซ่าจริง โดยไม่โอเวอร์เคลมหรือการันตีผลการพิจารณา

❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

คนไทยสมัคร India e-Tourist Visa 30 วันฟรีจริงไหม?
ตามตารางค่าธรรมเนียม e-Tourist Visa ของรัฐบาลอินเดียที่อัปเดต 20 กุมภาพันธ์ 2026 รายการ Thailand ระบุค่าธรรมเนียม 30-day e-Tourist Visa เป็น 0 ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งช่วง April-June และ July-March แต่ยังต้องสมัคร e-Visa ออนไลน์และรอ ETA ก่อนเดินทาง
e-Tourist Visa อินเดียแบบ 30 วันกับแบบ 5 ปี ต่างกันตรงไหน?
แบบ 30 วันมี validity 30 วันจากวันที่เดินทางถึงอินเดียครั้งแรกและเป็น Double Entry ส่วนแบบ 5 ปีมี validity 5 ปีจากวันที่ได้รับ ETA และเป็น Multiple Entry โดยการพำนักรวมในอินเดียในหนึ่งปีปฏิทินสำหรับวีซ่าท่องเที่ยว 1 ปีและ 5 ปีไม่ควรเกิน 180 วันตามเงื่อนไข e-Visa
กรอกเอกสาร e-Tourist 30 วันกับ 5 ปีต่างกันมากไหม?
หน้าฟอร์มส่วนใหญ่เหมือนกัน เช่น ข้อมูลพาสปอร์ต ที่อยู่ ครอบครัว ประวัติเดินทาง รูปถ่าย และหน้าพาสปอร์ต ต่างกันหลัก ๆ ที่การเลือก Visa Service / Duration of Visa, จำนวนครั้งเข้าออก, ค่าธรรมเนียม และเหตุผลว่าทำไมต้องการวีซ่าระยะยาวแบบ 5 ปี
e-Tourist Visa อินเดียแบบ 5 ปีสำหรับคนไทยราคาเท่าไหร่?
ตามตารางค่าธรรมเนียม e-Tourist Visa ของรัฐบาลอินเดียปี 2026 รายการ Thailand ระบุ 5-year e-Tourist Visa ที่ 200 ดอลลาร์สหรัฐ และมี bank charge 3% เพิ่มจากค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง ควรตรวจตารางล่าสุดก่อนสมัครจริง
ถ้าไปอินเดียครั้งเดียว 5-7 วัน ควรเลือก 30 วันหรือ 5 ปี?
ถ้าไปเที่ยวครั้งเดียวในระยะสั้น แบบ 30 วันมักเพียงพอและคุ้มกว่า โดยเฉพาะคนไทยที่ตารางค่าธรรมเนียมแสดง 0 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนแบบ 5 ปีเหมาะกับคนที่เดินทางไปอินเดียบ่อย มีแผนกลับไปหลายครั้ง และเข้าใจเงื่อนไขการพำนัก
เลือก 5 ปีแล้วอยู่ต่อเนื่องในอินเดียได้ 5 ปีไหม?
ไม่ได้ วีซ่าแบบ 5 ปีหมายถึง validity ของ e-Tourist Visa ไม่ใช่การอยู่ต่อเนื่อง 5 ปี เงื่อนไขทางการระบุว่า e-Tourist Visa 1 ปีและ 5 ปีเป็น Multiple Entry และ maximum stay in India during one calendar year should not exceed 180 days

📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำ: 30 วันฟรี vs 5 ปี

  • คนไทยมีค่าธรรมเนียม 30-day e-Tourist Visa เป็น 0 ดอลลาร์สหรัฐตามตารางทางการปี 2026
  • 5-year e-Tourist Visa สำหรับคนไทยมีค่าธรรมเนียม 200 ดอลลาร์สหรัฐ + bank charge 3%
  • 30 วันเป็น Double Entry ภายในช่วง validity ส่วน 5 ปีเป็น Multiple Entry
  • 5 ปีคืออายุวีซ่า ไม่ใช่การอยู่ต่อเนื่องในอินเดียได้ 5 ปี
  • ฟอร์มส่วนใหญ่กรอกเหมือนกัน ต่างกันที่เลือก duration, entries และการชำระเงิน
  • ถ้าไปเที่ยวครั้งเดียวหรือทริปสั้น แบบ 30 วันมักเหมาะกว่า
  • ถ้าเดินทางไปอินเดียบ่อยจริงและทุกทริปเป็นท่องเที่ยว อาจพิจารณาแบบ 5 ปี
  • ห้ามใช้ e-Tourist เพื่อกิจกรรมธุรกิจ ประชุม conference ทำงาน หรือรักษาพยาบาล

เลือกผิดอาจเสียเงินหรือเสียเวลาเกินจำเป็น

ทีม Co Journey Visa ช่วยประเมินว่าแผนเดินทางของคุณควรเลือก India e-Tourist Visa แบบ 30 วันฟรี, 1 ปี หรือ 5 ปี พร้อมตรวจฟอร์ม รูปถ่าย ไฟล์พาสปอร์ต และ ETA ก่อนเดินทาง

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com