วีซ่านักลงทุนอเมริกา EB-5 หรือ E-2 ต่างกันอย่างไร และต้องใช้เงินลงทุนขั้นต่ำเท่าไหร่ตามกฎหมายล่าสุด
เคสที่เจอบ่อยคือเจ้าของธุรกิจหรือครอบครัวที่มีแผนไปอเมริกาเริ่มต้นจากคำถามเดียวกันว่า “ลงทุนเท่าไหร่ถึงได้วีซ่านักลงทุน?” แต่พอเริ่มอ่านข้อมูลจริงกลับพบว่า EB-5 กับ E-2 ไม่ได้เป็นวีซ่าแบบเดียวกันเลย แม้ทั้งคู่จะเกี่ยวกับการลงทุนในสหรัฐฯ ก็ตาม
จุดที่ต้องแยกให้ชัดตั้งแต่แรกคือ EB-5 เป็นเส้นทางลงทุนที่อาจนำไปสู่ Green Card ส่วน E-2 เป็นวีซ่าชั่วคราวสำหรับนักลงทุนจากประเทศที่มีสนธิสัญญากับสหรัฐฯ เพื่อเข้าไปพัฒนาและบริหารกิจการจริง หากกำลังมองหา บริการรับยื่นวีซ่าอเมริกา ควรเริ่มจากการประเมินเป้าหมายก่อนว่าอยาก “ย้ายถาวร” หรือ “เข้าไปทำธุรกิจและบริหารกิจการ”
บทความนี้สรุปตัวเลขขั้นต่ำตามข้อมูลทางการล่าสุด จุดต่างที่คนมักเข้าใจผิด และ checklist ที่ควรเช็กก่อนเลือกทางใดทางหนึ่ง โดยเน้นให้เห็นภาพจริง ไม่ใช่แค่ดูจำนวนเงินลงทุนอย่างเดียว
💬 ยังไม่แน่ใจว่าเคสควรไปทาง EB-5 หรือ E-2? ให้ทีมช่วยดูเป้าหมาย เงินลงทุน โครงสร้างธุรกิจ และเอกสารเบื้องต้นก่อนเริ่มวางแผนจริง — ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด
📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี📋 สารบัญบทความ
- EB-5 กับ E-2 ต่างกันที่เป้าหมาย ไม่ใช่แค่จำนวนเงิน
- เงินลงทุนขั้นต่ำล่าสุดของ EB-5 และ E-2
- EB-5 เหมาะกับคนที่ต้องการ Green Card จริงไหม
- E-2 เหมาะกับนักลงทุนแบบไหน
- ตารางเปรียบเทียบ EB-5 vs E-2
- เอกสารและหลักฐานที่ควรเตรียม
- ตัวอย่างเคสที่ควรคิดก่อนเลือกประเภทวีซ่า
- Decision Flow ก่อนเลือก EB-5 หรือ E-2
- แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ
- คำถามที่ถามบ่อย
1. EB-5 กับ E-2 ต่างกันที่เป้าหมาย ไม่ใช่แค่จำนวนเงิน
หลายคนเริ่มเปรียบเทียบจากเงินลงทุนก่อน ซึ่งไม่ผิด แต่ยังไม่พอ เพราะ EB-5 และ E-2 มี “ผลลัพธ์ทางสถานะ” คนละแบบ EB-5 อยู่ในกลุ่ม immigrant investor ส่วน E-2 อยู่ในกลุ่ม treaty investor แบบ nonimmigrant
เหมาะกับผู้ลงทุนที่มองเป้าหมายระยะยาวเรื่องถิ่นที่อยู่ถาวรในสหรัฐฯ โดยต้องพิสูจน์เงินลงทุน lawful source of funds และการสร้างงานตามเงื่อนไข
เหมาะกับผู้ต้องการเข้าไปลงทุนและบริหารกิจการจริงในสหรัฐฯ ภายใต้สถานะชั่วคราว โดยต้องเป็นคนสัญชาติ treaty country และธุรกิจต้อง real and operating
2. เงินลงทุนขั้นต่ำล่าสุดของ EB-5 และ E-2 ต้องใช้เท่าไหร่?
ตามข้อมูล USCIS สำหรับคำร้อง EB-5 ที่ยื่นตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2022 เป็นต้นไป เงินลงทุนขั้นต่ำคือ 1,050,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 800,000 ดอลลาร์สหรัฐ หากเป็นการลงทุนใน Targeted Employment Area หรือ infrastructure project ที่เข้าเงื่อนไข โดยตัวเลขนี้อาจมีการปรับตามรอบที่กฎหมายกำหนด จึงควรตรวจสอบข้อมูลจาก USCIS ก่อนยื่นจริงทุกครั้ง
ส่วน E-2 ไม่มีตัวเลขขั้นต่ำแบบตายตัวในกฎหมาย คำสำคัญคือ “substantial amount of capital” หมายถึงเงินลงทุนต้องมากพอให้ธุรกิจเริ่ม ดำเนิน และมีน้ำหนักทางเศรษฐกิจจริง ไม่ใช่เพียงเงินฝากในบัญชีหรือเงินที่ยังไม่ได้ผูกพันกับกิจการ
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| ประเภทวีซ่า | เงินลงทุนตามข้อมูลทางการ | ความหมายเชิงปฏิบัติ | จุดที่ต้องระวัง |
|---|---|---|---|
| EB-5 | 1,050,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 800,000 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับ TEA / infrastructure project ที่เข้าเงื่อนไข | มีตัวเลขขั้นต่ำตามกฎหมาย และต้องเชื่อมกับการลงทุนที่เข้าเงื่อนไข EB-5 | ต้องพิสูจน์ lawful source of funds, at-risk investment และการสร้างงานตามเกณฑ์ |
| E-2 | ไม่มีตัวเลขขั้นต่ำตายตัว | ต้องเป็นเงินลงทุนที่ substantial เมื่อเทียบกับต้นทุนธุรกิจและแผนดำเนินงาน | ธุรกิจเล็กมากหรือเงินยังไม่ถูกใช้จริงอาจถูกมองว่ายังไม่พอ |
3. EB-5 เหมาะกับคนที่ต้องการ Green Card จริงไหม?
ถ้าเป้าหมายของครอบครัวคือวางแผนถิ่นที่อยู่ระยะยาวในสหรัฐฯ EB-5 มักเป็นตัวเลือกที่ตรงกว่า E-2 เพราะเป็นประเภท immigrant investor แต่คำว่า “ลงทุนแล้วได้ Green Card” ไม่ควรเข้าใจแบบง่ายเกินไป
การยื่น EB-5 ต้องดูหลายชั้น เช่น โครงการลงทุนเข้าเงื่อนไขหรือไม่ เงินลงทุนมาจากแหล่งที่ถูกต้องหรือไม่ เส้นทางเงินชัดหรือไม่ และการลงทุนสร้างงานตามเกณฑ์หรือไม่ โดยเฉพาะเคสที่เงินมาจากหลายแหล่ง เช่น ขายที่ดิน ปันผลบริษัท เงินครอบครัว หรือกำไรสะสมจากธุรกิจ
4. E-2 เหมาะกับนักลงทุนแบบไหน โดยเฉพาะคนไทย?
คนไทยมีชื่ออยู่ในรายชื่อ treaty country สำหรับ E-1 และ E-2 ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จึงมีโอกาสใช้เส้นทาง E-2 ได้โดยหลัก แต่ยังต้องผ่านเงื่อนไขอื่นทั้งหมด เช่น ผู้สมัครต้องเป็นผู้พัฒนาและกำกับดูแลกิจการ หรือมีบทบาทสำคัญในกิจการนั้น
E-2 มักเหมาะกับผู้ที่มีแผนธุรกิจชัด ต้องการเข้าไปบริหารธุรกิจจริง เช่น ร้านอาหาร คาเฟ่ แฟรนไชส์ ธุรกิจบริการ ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก หรือธุรกิจเฉพาะทางที่มีการลงทุนเป็นรูปธรรม แต่ต้องระวังว่าแผนธุรกิจต้องดูเป็นกิจการจริง ไม่ใช่แค่ตั้งบริษัทเพื่อขอวีซ่า
5. ตารางเปรียบเทียบ EB-5 vs E-2 แบบเห็นภาพ
ตารางนี้เหมาะสำหรับใช้เช็กเบื้องต้นก่อนตัดสินใจว่าเส้นทางใดเข้ากับเป้าหมายครอบครัวและงบลงทุนมากกว่า
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| ประเด็น | EB-5 | E-2 | คำถามที่ควรถามตัวเอง |
|---|---|---|---|
| ประเภทสถานะ | Immigrant investor | Nonimmigrant treaty investor | ต้องการ Green Card โดยตรงหรือเข้าไปบริหารธุรกิจชั่วคราว? |
| เงินลงทุน | มีขั้นต่ำตามกฎหมาย 1,050,000 หรือ 800,000 ดอลลาร์สหรัฐตามเงื่อนไข | ไม่มีขั้นต่ำตายตัว แต่ต้อง substantial | เงินลงทุนสัมพันธ์กับเป้าหมายและความเสี่ยงที่รับได้หรือไม่? |
| สัญชาติ | ไม่จำกัดเฉพาะ treaty country แบบ E-2 | ต้องเป็นสัญชาติประเทศที่มีสนธิสัญญา E-2 | สัญชาติของผู้สมัครและสัญชาติของกิจการตรงเงื่อนไขหรือไม่? |
| ธุรกิจ | ลงทุนใน new commercial enterprise และต้องมี job creation ตามเกณฑ์ | ธุรกิจต้อง real and operating และไม่ marginal | กิจการมีหลักฐานการดำเนินงานหรือแผนธุรกิจที่น่าเชื่อถือหรือไม่? |
| ครอบครัว | คู่สมรสและบุตรที่เข้าเงื่อนไขอาจอยู่ในกระบวนการเดียวกัน | คู่สมรสและบุตรที่เข้าเงื่อนไขอาจขอตามได้ | แผนครอบครัว การเรียนลูก และระยะเวลาพำนักสอดคล้องกับวีซ่าหรือไม่? |
| ความเสี่ยงหลัก | source of funds, project risk, job creation, compliance | substantial investment, real business, treaty nationality, intent to depart | จุดอ่อนของเคสอยู่ที่เงิน ธุรกิจ หรือเอกสารอธิบาย? |
6. เอกสารและหลักฐานที่ควรเตรียม ไม่ใช่แค่เงินลงทุน
การเตรียมเอกสารสำหรับวีซ่านักลงทุนอเมริกาต้องดูทั้งฝั่ง “ตัวผู้สมัคร” และ “ตัวธุรกิจ” โดยเฉพาะเอกสารที่แสดงว่าเงินลงทุนถูกต้อง ใช้จริง และสัมพันธ์กับแผนธุรกิจ
- พาสปอร์ตและประวัติส่วนตัว
- หลักฐานรายได้และภาษี
- หลักฐานทรัพย์สินหรือธุรกิจเดิม
- เส้นทางเงินลงทุนและแหล่งที่มาของเงิน
- เอกสารครอบครัว หากมีผู้ติดตาม
- Business plan
- เอกสารจดทะเบียนกิจการ
- สัญญาเช่าหรือหลักฐานสถานที่
- ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ สัญญาซื้อขาย
- แผนจ้างงานและประมาณการทางการเงิน
เอกสารต่างประเทศหรือเอกสารภาษาไทยบางรายการอาจต้อง แปลเอกสาร ให้ถูกต้องก่อนใช้ประกอบการยื่น โดยเฉพาะเอกสารบริษัท สัญญา เอกสารภาษี และหลักฐานที่มาของเงิน
7. ตัวอย่างเคสที่ควรคิดก่อนเลือก EB-5 หรือ E-2
เคส A: มีงบสูงและต้องการวางแผนอยู่ระยะยาวทั้งครอบครัว
ผู้สมัครมีธุรกิจในไทย มีทรัพย์สินและต้องการย้ายครอบครัวไปสหรัฐฯ ในระยะยาว เคสแบบนี้มักเริ่มดู EB-5 เพราะเป้าหมายใกล้กับ Green Card มากกว่า แต่ต้องเตรียม source of funds ละเอียดมาก โดยเฉพาะเงินที่มาจากหลายปี หลายบัญชี หรือหลายบริษัท
เคส B: ต้องการเปิดร้านหรือซื้อกิจการเพื่อเข้าไปบริหารเอง
ผู้สมัครต้องการซื้อธุรกิจขนาดเล็กหรือเปิดกิจการใหม่ในสหรัฐฯ และเข้าไปดูแลเองทุกวัน เคสนี้อาจเหมาะกับ E-2 มากกว่า หากเงินลงทุนเพียงพอต่อกิจการจริง มี business plan แข็ง และธุรกิจไม่ใช่กิจการที่เลี้ยงเฉพาะผู้สมัครกับครอบครัว
เคส C: มีเงินลงทุน แต่ยังไม่รู้ว่าจะทำธุรกิจอะไร
นี่เป็นเคสที่ควรชะลอก่อน เพราะทั้ง EB-5 และ E-2 ไม่ใช่แค่มีเงินแล้วเลือกได้ทันที ถ้าแผนธุรกิจยังไม่ชัด เอกสารอาจดูอ่อนมาก การเริ่มจากการประเมินเป้าหมายและความเสี่ยงจึงปลอดภัยกว่าการรีบโอนเงินหรือลงนามสัญญา
⚡ ก่อนตัดสินใจลงทุนจริง ควรให้ทีมช่วยดูภาพรวมก่อน
โดยเฉพาะแหล่งที่มาของเงิน โครงสร้างธุรกิจ สัญชาติผู้ถือหุ้น และเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการอธิบายเคส
8. Decision Flow ก่อนเลือก EB-5 หรือ E-2
9. ข้อผิดพลาดที่ทำให้เคสวีซ่านักลงทุนอเมริกาอ่อนลง
เคสลงทุนมักไม่ได้อ่อนเพราะ “เงินไม่พอ” เพียงอย่างเดียว แต่เพราะเอกสารไม่สามารถตอบคำถามสำคัญของเจ้าหน้าที่ได้ครบ เช่น เงินมาจากไหน ธุรกิจทำอะไร ลงทุนจริงหรือยัง และผู้สมัครมีบทบาทสำคัญอย่างไร
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| ข้อผิดพลาด | ผลกระทบต่อเคส | วิธีลดความเสี่ยง |
|---|---|---|
| เลือกประเภทวีซ่าจากจำนวนเงินอย่างเดียว | อาจเลือกเส้นทางไม่ตรงกับเป้าหมาย เช่น อยากได้ Green Card แต่ไปเตรียม E-2 | เริ่มจากเป้าหมายครอบครัว ระยะเวลาพำนัก และแผนธุรกิจ |
| เงินลงทุนยังไม่ committed | โดยเฉพาะ E-2 อาจถูกมองว่ายังไม่ได้ลงทุนจริง | เตรียมหลักฐานสัญญา ใบเสร็จ ค่าเช่า ค่าอุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายเริ่มต้น |
| source of funds ไม่ชัด | กระทบหนักใน EB-5 และกระทบความน่าเชื่อถือของเคสลงทุนโดยรวม | จัดเอกสารเส้นทางเงินแบบเป็นลำดับ พร้อมเอกสารภาษีและหลักฐานทรัพย์สิน |
| Business plan กว้างเกินไป | ธุรกิจดูเหมือนเป็นแผนบนกระดาษ ไม่เห็นการดำเนินงานจริง | ใส่ market logic, operation plan, hiring plan, financial projection และบทบาทผู้สมัคร |
| ใช้ข้อมูลจากบล็อกหรือข่าวเก่าเป็นหลัก | อาจยึดตัวเลขหรือเงื่อนไขที่ไม่ใช่ข้อมูลล่าสุด | ตรวจสอบจาก USCIS, Department of State, U.S. Embassy/Consulate และ 9 FAM |
10. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นจริง
กฎวีซ่า เงินลงทุน ค่าธรรมเนียม ขั้นตอน และเอกสารประกอบสามารถเปลี่ยนได้ จึงควรยึดแหล่งทางการเป็นหลักก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะเคสที่มีเงินลงทุนสูงหรือมีแผนครอบครัวระยะยาว
- USCIS EB-5 Immigrant Investor Program: uscis.gov EB-5 Program
- USCIS Policy Manual Volume 6, Part G, Chapter 2: USCIS Policy Manual EB-5 Eligibility
- U.S. Department of State E Visa: Travel.State.Gov E-1 / E-2
- Treaty Countries List: Travel.State.Gov Treaty Countries
- 9 FAM 402.9 Treaty Traders and Investors: Foreign Affairs Manual
⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?
- ช่วยแยกเส้นทาง EB-5 กับ E-2 ตามเป้าหมายจริง — ไม่ดูแค่จำนวนเงิน แต่ดูเป้าหมายครอบครัว สถานะที่ต้องการ และแผนธุรกิจ
- ตรวจภาพรวมเอกสารการเงิน — ช่วยดูว่าเอกสารรายได้ ภาษี ทรัพย์สิน และเส้นทางเงินเล่าเรื่องเดียวกันหรือไม่
- วางแผนเอกสารธุรกิจ — ช่วยเช็กเอกสารกิจการ business plan หลักฐานการลงทุน และบทบาทของผู้สมัครให้ชัดขึ้น
- ประเมินจุดเสี่ยงก่อนเริ่มลงทุนจริง — ลดโอกาสเตรียมเอกสารผิดทางหรือเลือกประเภทวีซ่าไม่ตรงเป้าหมาย
- คำแนะนำแบบรายเคส ไม่ใช่ข้อมูลทั่วไป — ทีม Co Journey Visa ช่วยดูเป็นรายเคส โดยไม่โอเวอร์เคลมและไม่รับประกันผลวีซ่า
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผน วีซ่าสหรัฐอเมริกา ทีมสามารถช่วยตรวจความพร้อมเบื้องต้นและแนะนำจุดที่ควรเตรียมเพิ่มก่อนเริ่มขั้นตอนจริง
❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)
EB-5 กับ E-2 ต่างกันตรงไหนแบบสั้นที่สุด?
EB-5 ต้องใช้เงินลงทุนขั้นต่ำเท่าไหร่ตามกฎหมายล่าสุด?
E-2 มีเงินลงทุนขั้นต่ำตามกฎหมายหรือไม่?
คนไทยยื่น E-2 ได้ไหม?
ถ้าอยากได้ Green Card ควรเลือก EB-5 หรือ E-2?
E-2 ลงทุนธุรกิจเล็กได้ไหม?
ก่อนเลือก EB-5 หรือ E-2 ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดูอะไร?
📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับวีซ่านักลงทุนอเมริกา EB-5 และ E-2
- EB-5 และ E-2 เป็นวีซ่าลงทุนคนละประเภท เป้าหมายและผลลัพธ์ทางสถานะไม่เหมือนกัน
- EB-5 มีเงินลงทุนขั้นต่ำตามกฎหมาย โดยปัจจุบันโดยทั่วไปคือ 1,050,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 800,000 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับ TEA / infrastructure project ที่เข้าเงื่อนไข
- E-2 ไม่มีเงินลงทุนขั้นต่ำตายตัว แต่ต้องเป็นเงินลงทุนที่ substantial และสัมพันธ์กับธุรกิจจริง
- คนไทยโดยหลักอยู่ในรายชื่อ treaty country สำหรับ E-2 แต่ยังต้องพิสูจน์เงื่อนไขอื่นครบ
- การเลือกวีซ่าไม่ควรดูแค่เงินลงทุน ควรดูเป้าหมาย Green Card แผนธุรกิจ โครงสร้างหุ้น และเอกสารการเงิน
- ข้อมูลกฎวีซ่าและค่าธรรมเนียมอาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบจาก USCIS, U.S. Department of State และ U.S. Embassy/Consulate ก่อนยื่นจริง
กำลังวางแผนลงทุนอเมริกา แต่ยังไม่แน่ใจว่า EB-5 หรือ E-2 เหมาะกว่า?
ทีม Co Journey Visa ช่วยประเมินเบื้องต้น วางแผนเอกสาร ตรวจความสอดคล้องของเงินลงทุน แผนธุรกิจ และเป้าหมายการเดินทาง เพื่อให้คุณเริ่มต้นอย่างเป็นระบบมากขึ้น โดยไม่การันตีผลและไม่แนะนำเกินข้อเท็จจริงของเคส
📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisaหรือโทร 080-8412543 / 061-0312188 | cojourneyvisa@gmail.com







