วีซ่าธุรกิจมอลตา สำหรับบริษัทต่างชาติ

วีซ่าธุรกิจมอลตา สำหรับบริษัทต่างชาติ

🇲🇹 Malta Business Visa

วีซ่าธุรกิจมอลตา สำหรับบริษัทต่างชาติ

คู่มือสำหรับบริษัทต่างชาติ บริษัทแม่-สาขา ผู้บริหาร พนักงาน นักลงทุน คู่ค้า และเจ้าของธุรกิจที่ต้องเดินทางไปมอลตาเพื่อประชุม เจรจาธุรกิจ ดูตลาด หรือติดต่อบริษัทในยุโรป
📅 อัปเดตล่าสุด: 20 พฤษภาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่าน 9 นาที

มอลตาเป็นประเทศเล็กในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แต่มีบทบาทน่าสนใจสำหรับธุรกิจต่างชาติหลายกลุ่ม เช่น iGaming, FinTech, Shipping, Maritime, Tourism, Hospitality, Language School, Investment, Holding Company และบริษัทที่ต้องการฐานธุรกิจในยุโรป หลายเคสจึงไม่ได้ไปเที่ยว แต่ไปประชุมกับบริษัทมอลตา พบ partner หรือตรวจโอกาสทางธุรกิจ

คำถามที่เจอบ่อยคือ หากเป็น บริษัทต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทไทย บริษัทสิงคโปร์ บริษัทฮ่องกง บริษัทดูไบ หรือบริษัทแม่ที่อยู่นอก EU แล้วจะส่งผู้บริหารหรือพนักงานไปมอลตา ต้องขอวีซ่าแบบไหน และเอกสารควรจัดอย่างไรให้เห็นว่าเป็น business visit ระยะสั้น ไม่ใช่การเข้าไปทำงานในมอลตา

โดยทั่วไป หากเดินทางไปมอลตาไม่เกิน 90 วันในช่วง 180 วันเพื่อประชุม เจรจา พบคู่ค้า เข้างานแฟร์ หรือดูโอกาสทางธุรกิจ จะอยู่ในกลุ่ม วีซ่าเชงเก้น ระยะสั้นประเภท C ตามวัตถุประสงค์ธุรกิจ แต่ถ้าจะอยู่เกิน 90 วัน หรือเข้าไปทำงานจริง ต้องแยกไปดู National Visa / D-Visa หรือ work authorisation ตามเงื่อนไขของมอลตา

สรุปสั้น ๆ: วีซ่าธุรกิจมอลตาสำหรับบริษัทต่างชาติโดยทั่วไปคือวีซ่าเชงเก้นระยะสั้นประเภท C ใช้สำหรับเดินทางไปมอลตาเพื่อประชุม พบคู่ค้า เจรจาสัญญา เข้างานแฟร์ หรือดูโอกาสทางธุรกิจไม่เกิน 90 วันในช่วง 180 วัน เอกสารสำคัญคือจดหมายเชิญจากบริษัทมอลตา หนังสือรับรองจากบริษัทต้นสังกัด เอกสารบริษัทต่างชาติ หลักฐานความสัมพันธ์ธุรกิจ Statement หรือหนังสือรับรองค่าใช้จ่าย ตั๋ว ที่พัก ประกันเดินทาง และ Cover Letter

💬 บริษัทต่างชาติจะส่งพนักงานหรือผู้บริหารไปมอลตา แต่ไม่แน่ใจว่าเอกสารควรจัดอย่างไร? ส่งจดหมายเชิญ แผนเดินทาง และเอกสารบริษัทให้ทีมช่วยประเมินเบื้องต้นก่อนยื่นจริง — ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

1. วีซ่าธุรกิจมอลตาสำหรับบริษัทต่างชาติคืออะไร?

วีซ่าธุรกิจมอลตาสำหรับบริษัทต่างชาติคือการยื่นวีซ่าเชงเก้นระยะสั้นเพื่อเดินทางไปมอลตาในฐานะ business visitor เช่น ผู้บริหารจากบริษัทแม่ไปประชุมกับบริษัทลูก, พนักงานบริษัทต่างชาติไปพบ partner, นักลงทุนไปดูโอกาสทางธุรกิจ, หรือเจ้าของบริษัทไทยไปเจรจากับบริษัทในมอลตา

ข้อมูลจาก Identità ซึ่งเป็นหน่วยงานของมอลตาระบุว่า Malta ออกวีซ่าหลัก 2 ประเภท คือ Schengen Visa สำหรับ short stay ไม่เกิน 90 วัน และ National Visa / D-Visa สำหรับการพำนักเกิน 90 วันแต่ไม่เกิน 365 วัน ดังนั้นเคสธุรกิจระยะสั้นกับเคสอยู่ทำงาน/พำนักระยะยาวต้องแยกกันตั้งแต่ต้น

💡 จากเคสจริง: เคสบริษัทต่างชาติที่แข็งแรงมักไม่ใช่แค่มีจดหมายเชิญจากมอลตา แต่ต้องเห็นความสัมพันธ์ระหว่าง 3 ฝั่งให้ชัด คือ ผู้สมัคร → บริษัทต้นสังกัดต่างชาติ → บริษัทหรือองค์กรในมอลตา หากเอกสารเชื่อมกันไม่ชัด เคสจะดูเหมือนนัดหมายลอย ๆ

2. บริษัทต่างชาติแบบไหนเหมาะกับวีซ่าธุรกิจมอลตา?

วีซ่าธุรกิจมอลตาเหมาะกับการเดินทางเพื่อกิจกรรมธุรกิจระยะสั้น ไม่ใช่การเข้าไปทำงานจริงในมอลตา จึงต้องดูบทบาทของผู้เดินทางและเนื้อหาของจดหมายเชิญให้ละเอียด

✅ มักเข้ากับวีซ่าธุรกิจระยะสั้น
  • ประชุมกับบริษัทคู่ค้าในมอลตา
  • เจรจาสัญญา partnership หรือ distribution
  • ผู้บริหารบริษัทแม่ไปพบบริษัทลูก/สาขา
  • เข้าร่วม conference, trade fair หรือ industry event
  • สำรวจตลาดหรือพบ advisor ทางธุรกิจ
  • ตรวจดูสำนักงานหรือ business setup ในฐานะ visitor
⚠️ อาจต้องดูวีซ่าประเภทอื่น
  • เข้าไปทำงานประจำในบริษัทมอลตา
  • รับเงินเดือนหรือค่าจ้างจากบริษัทมอลตา
  • ให้บริการ onsite แก่ลูกค้าในมอลตา
  • ย้ายไปทำงานที่สาขามอลตาหลายเดือน
  • ทำงานในโรงแรม เรือ iGaming หรือสำนักงานจริง
  • อยู่เกิน 90 วันในช่วง 180 วัน
⚠️ ข้อควรระวัง: คำว่า “บริษัทต่างชาติส่งพนักงานไปมอลตา” อาจเป็น business visit ได้ หากไปประชุมหรืออบรมสั้น ๆ แต่ถ้าเป็นการไปทำงานให้บริษัทมอลตา หรือ perform service onsite อาจไม่ใช่วีซ่าธุรกิจเชงเก้นธรรมดา

3. คนไทยยื่นวีซ่ามอลตาที่ไหน?

สำหรับประเทศไทย เว็บไซต์สถานทูตออสเตรีย กรุงเทพฯ ระบุว่า การยื่นคำร้องขอวีซ่าสำหรับ ออสเตรีย สโลวีเนีย และมอลตา สามารถยื่นได้โดยตรงที่ VFS Global ดังนั้นผู้สมัครควรตรวจช่องทางนัดหมายและ Checklist ล่าสุดจาก VFS Global / Austria Thailand ก่อนเตรียมเอกสารจริง

ข้อมูลนี้สำคัญเพราะหลายคนค้นคำว่า “Malta Visa Thailand” แล้วเจอข้อมูลจากหลายประเทศหรือหลายศูนย์รับคำร้อง ซึ่งอาจไม่ตรงกับผู้พำนักในประเทศไทย การยื่นจริงควรยึดช่องทางที่สถานทูตหรือศูนย์รับคำร้องทางการระบุไว้ล่าสุด

📌 หมายเหตุ: VFS เป็นผู้รับเอกสารและไบโอเมตริกส์ แต่การพิจารณาอนุมัติวีซ่าเป็นอำนาจของสถานทูต/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรเข้าใจว่า VFS เป็นผู้ตัดสินผลวีซ่า

4. เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับบริษัทต่างชาติ

เอกสารของบริษัทต่างชาติควรตอบ 5 คำถามหลักให้ได้ว่า ผู้สมัครทำงานให้ใคร บริษัทต้นสังกัดอยู่ประเทศไหน บริษัทมอลตาเกี่ยวข้องอย่างไร ไปทำอะไร และใครจ่ายค่าใช้จ่าย

หมายเหตุ: เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

กลุ่มเอกสาร ตัวอย่างเอกสาร ใช้พิสูจน์อะไร
เอกสารส่วนตัว พาสปอร์ต แบบฟอร์มวีซ่า รูปถ่าย สำเนาพาสปอร์ต ประวัติวีซ่าเดิม และเอกสารตาม Checklist ยืนยันตัวตนและประวัติการเดินทาง
จดหมายเชิญจากมอลตา Invitation letter บนหัวจดหมายบริษัทมอลตา ระบุวัตถุประสงค์ วันที่ สถานที่ และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย พิสูจน์ว่ามีเหตุผลเดินทางไปมอลตาจริง
หนังสือจากบริษัทต่างชาติ Employment certificate, assignment letter, business trip letter หรือ company sponsorship letter ยืนยันว่าบริษัทต้นสังกัดส่งผู้สมัครไปจริงและผู้สมัครมีบทบาทอะไร
เอกสารบริษัทต้นสังกัด Company registration, company profile, business license, tax document หรือเอกสารจดทะเบียนของประเทศนั้น แสดงว่าบริษัทต่างชาติมีตัวตนและดำเนินธุรกิจจริง
หลักฐานความสัมพันธ์ธุรกิจ อีเมลนัดหมาย สัญญา ใบเสนอราคา PO, invoice, MOU, partnership document หรือ agenda เชื่อมบริษัทต่างชาติกับบริษัทมอลตาให้เห็นภาพธุรกิจจริง
หลักฐานการเงิน Statement ส่วนตัว/บริษัท หนังสือรับรองค่าใช้จ่ายจากบริษัทต้นสังกัด หรือหลักฐาน sponsor จากบริษัทมอลตา ยืนยันว่าใครจ่ายค่าเดินทางและมีเงินพอสำหรับทริป
ที่พัก ตั๋ว และประกัน Flight itinerary, hotel booking, travel medical insurance ครอบคลุมเชงเก้นขั้นต่ำ 30,000 ยูโร ยืนยันแผนเดินทาง ระยะเวลา และความพร้อมตามเงื่อนไขเชงเก้น
Cover Letter จดหมายอธิบายโครงสร้างบริษัท บทบาทผู้สมัคร เหตุผลเดินทาง ค่าใช้จ่าย และแผนกลับไทย/ประเทศพำนัก เชื่อมเอกสารหลายประเทศให้เจ้าหน้าที่อ่านเข้าใจง่าย
💡 เอกสารที่ช่วยมากสำหรับบริษัทต่างชาติ: หากบริษัทต้นสังกัดไม่ได้อยู่ไทย เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง หรือดูไบ แต่ผู้สมัครพำนักในไทย ควรอธิบายความสัมพันธ์การจ้างงาน/ตำแหน่ง/สถานที่ทำงานปัจจุบันให้ชัด เช่น สัญญาจ้าง remote, หนังสือรับรองจาก HR, payslip, work arrangement หรือเอกสารที่แสดงสิทธิพำนักในไทย

5. จดหมายเชิญจากบริษัทมอลตาควรเขียนอย่างไร?

จดหมายเชิญเป็นหัวใจของเคสธุรกิจมอลตา เพราะต้องทำให้เห็นว่าบริษัทมอลตาเชิญผู้สมัครด้วยเหตุผลธุรกิจจริง และการเดินทางไม่ใช่การเข้าไปทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต

ข้อมูลในจดหมายเชิญ ควรระบุอะไร จุดที่มักพลาด
ข้อมูลบริษัทมอลตา ชื่อบริษัท ที่อยู่ เลขทะเบียนถ้ามี ผู้ติดต่อ ตำแหน่ง อีเมล เบอร์โทร และเว็บไซต์ ใช้แค่อีเมลส่วนตัวหรือไม่มีข้อมูลบริษัทให้ตรวจสอบ
ข้อมูลผู้สมัคร ชื่อ-นามสกุล เลขพาสปอร์ต ตำแหน่ง บริษัทต้นสังกัด และบทบาทในทริป ไม่ระบุว่าผู้สมัครเกี่ยวข้องกับบริษัทต่างชาติหรือบริษัทมอลตาอย่างไร
วัตถุประสงค์การเดินทาง ประชุม เจรจาสัญญา ตรวจ business setup พบ partner หรือเข้าร่วม event เขียนกว้างว่า “business meeting” โดยไม่มีหัวข้อหรือบริบท
วันที่และสถานที่ วันที่ประชุม เมือง สถานที่ ออฟฟิศหรือ event venue และกำหนดการโดยย่อ วันที่ไม่ตรงกับตั๋ว ที่พัก หรือ itinerary
ค่าใช้จ่ายและที่พัก ใครรับผิดชอบตั๋ว ที่พัก อาหาร เดินทางในมอลตา และหากบริษัทมอลตาจัดที่พักต้องระบุให้ชัด จดหมายเชิญกับ Statement/Cover Letter ระบุผู้จ่ายไม่ตรงกัน
📌 กรณีเจ้าบ้านรับรองที่พักหรือค่าใช้จ่าย: ข้อมูลจาก Malta public service ระบุว่า Declaration of Proof ใช้เมื่อ host เชิญ third-country national และต้องลงนาม/ประทับตราโดยทนายความหรือ public notary ก่อนส่งให้ผู้สมัครใช้ประกอบคำร้อง ดังนั้นถ้าบริษัทหรือบุคคลในมอลตารับรองที่พัก/ค่าใช้จ่าย ควรตรวจว่าต้องใช้เอกสารนี้หรือไม่

6. เอกสารบริษัทต่างชาติต้องจัดอย่างไร?

เคสบริษัทต่างชาติมักซับซ้อนกว่าเคสบริษัทไทย เพราะเอกสารอาจมาจากหลายประเทศ เช่น ผู้สมัครถือพาสปอร์ตไทย พำนักในไทย ทำงานให้บริษัทสิงคโปร์ แล้วเดินทางไปประชุมกับบริษัทมอลตา เจ้าหน้าที่จึงต้องเห็นโครงสร้างนี้ชัดเจน

อธิบายบริษัทต้นสังกัด
บริษัทตั้งอยู่ประเทศไหน ทำธุรกิจอะไร ผู้สมัครมีตำแหน่งอะไร และทำไมต้องเดินทางไปมอลตา
เชื่อมบริษัทต้นสังกัดกับบริษัทมอลตา
ใช้สัญญา อีเมลนัดหมาย MOU, invoice, partnership document หรือ proposal เพื่อให้เห็นความสัมพันธ์จริง
อธิบายค่าใช้จ่าย
บริษัทต้นสังกัดจ่าย บริษัทมอลตาจ่ายบางส่วน หรือผู้สมัครจ่ายเอง ต้องเขียนให้ตรงกับ Statement และจดหมายเชิญ
อธิบายเหตุผลกลับ
กลับมาทำงานต่อในไทย/ประเทศพำนัก มีภาระงานต่อเนื่อง ลูกค้า หรือ business operation ที่ต้องดูแล
⚠️ ข้อควรระวัง: หากเอกสารบริษัทต้นสังกัดเป็นภาษาจีน อาหรับ ญี่ปุ่น หรือภาษาอื่นที่ไม่ใช่อังกฤษ ควรตรวจว่าต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือไม่ เพราะเอกสารที่เจ้าหน้าที่อ่านไม่ออกอาจไม่ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้เคส

7. Short Stay vs Long Stay Business ต่างกันอย่างไร?

มอลตาแยกวีซ่า short stay และ long stay ชัดเจน ข้อมูลจาก Identità ระบุว่า Schengen Visa เป็นวีซ่าพำนักระยะสั้นไม่เกิน 90 วัน ส่วน National Visa / D-Visa เป็นวีซ่าพำนักเกิน 90 วันแต่ไม่เกิน 365 วัน

ประเภท เหมาะกับใคร เอกสารเด่น จุดที่ต้องระวัง
Schengen Business Visa / Type C ประชุม เจรจา พบ partner งานแฟร์ หรือ business visit ไม่เกิน 90 วัน จดหมายเชิญ ตั๋ว ที่พัก Statement ประกัน และเอกสารบริษัท ไม่ใช่วีซ่าทำงานและต้องนับ 90/180 วัน
National Visa / D-Visa พำนักในมอลตาเกิน 90 วันตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด เอกสารตามวัตถุประสงค์ระยะยาว เช่น employment, study, professional/business ตามเงื่อนไข ขั้นตอนและค่าธรรมเนียมต่างจาก Schengen short stay
Business stay เกิน 90 วัน เคสที่ต้องทำกิจกรรมธุรกิจนาน เช่น project, professional assignment หรือ setup ระยะยาว Identità checklist ระบุเอกสารเช่น invitation, proof of business relations, agenda, accommodation, bank statement, insurance และเอกสารธุรกิจ เอกสารทางการระบุว่า business category ที่จริงเกี่ยวกับ employment หรือ short-term stays อาจถูกปฏิเสธ
❌ จุดที่ต้องระวังมาก: อย่าใช้คำว่า “business visa” ครอบทุกอย่าง หากอยู่ไม่เกิน 90 วันอาจเป็น Schengen business visit แต่ถ้าเกิน 90 วันหรือเกี่ยวข้องกับ employment ต้องตรวจ National Visa / work authorisation ให้ถูกประเภท

8. Business Visit vs Work in Malta ต้องแยกให้ชัด

ข้อมูลจาก Identità ระบุชัดว่า การมี Schengen visa เพื่อเข้าพำนักในเขตเชงเก้นไม่ได้หมายความว่าผู้ถือวีซ่าสามารถทำงานหรือเรียนในมอลตาได้ ดังนั้นเคสบริษัทต่างชาติต้องระวังคำในเอกสารมากเป็นพิเศษ

กิจกรรม มักเข้ากับ business visit ไหม สิ่งที่ควรตรวจ
ประชุมกับบริษัทมอลตา มักเข้ากับวีซ่าธุรกิจระยะสั้น จดหมายเชิญ Agenda และเอกสารบริษัทต้นสังกัด
ผู้บริหารบริษัทแม่ไปพบสาขามอลตา อาจเป็น business visit หากเป็นประชุม/ตรวจงานเชิงบริหารระยะสั้น บทบาทผู้เดินทางและคำในจดหมายเชิญ
เข้าร่วมงานแฟร์หรือ conference มักเข้ากับ business visit ใบลงทะเบียนงาน ตั๋วเข้างาน หรือจดหมายจากผู้จัดงาน
เข้าไปทำงานที่ออฟฟิศมอลตาหลายสัปดาห์ ควรระวัง อาจเข้าข่ายทำงานจริง National Visa, work permit หรือเอกสารอนุญาตที่เกี่ยวข้อง
ให้บริการ onsite แก่ลูกค้ามอลตา มีความเสี่ยงสูงกว่า business meeting ปกติ ลักษณะงาน ผู้จ่ายค่าจ้าง ระยะเวลา และกฎหมายแรงงาน/วีซ่า
⚠️ คำที่ควรตรวจในเอกสาร: employment, work, onsite service, paid assignment, secondment, transfer to Malta, perform duties, operational role หากมีคำเหล่านี้ควรตรวจประเภทวีซ่าก่อน ไม่ควรยื่นเป็นธุรกิจระยะสั้นแบบเสี่ยง ๆ

9. ตัวอย่างเคสบริษัทต่างชาติที่พบบ่อย

เคสที่ 1: บริษัทสิงคโปร์ส่งพนักงานไทยไปประชุมกับบริษัทมอลตา

ควรมีหนังสือรับรองจากบริษัทสิงคโปร์ สัญญาจ้างหรือหลักฐานตำแหน่งผู้สมัคร จดหมายเชิญจากบริษัทมอลตา อีเมลนัดหมาย Statement หรือหนังสือบริษัทออกค่าใช้จ่าย และ Cover Letter อธิบายว่าผู้สมัครพำนักในไทยแต่ทำงานให้บริษัทต่างชาติอย่างไร

เคสที่ 2: เจ้าของบริษัทไทยไปเจรจา partnership กับบริษัทมอลตา

ควรมีจดหมายเชิญจากบริษัทมอลตา เอกสารบริษัทไทย DBD หรือ company profile หลักฐานการติดต่อ เช่น อีเมล proposal หรือ quotation Statement ส่วนตัว/บริษัท และ Cover Letter ที่อธิบายว่าการเดินทางเกี่ยวข้องกับธุรกิจในไทยอย่างไร

เคสที่ 3: บริษัทแม่ต่างชาติส่งผู้บริหารไปตรวจสาขามอลตา

ควรอธิบายว่าเป็น executive meeting / management visit ระยะสั้น ไม่ใช่การเข้าไปทำงานแทนพนักงานในมอลตา เอกสารควรมี organization chart, invitation from Malta entity, assignment letter และกำหนดการประชุมที่ชัดเจน

เคสที่ 4: พนักงานต่างชาติจะไปช่วยงานลูกค้าในมอลตา onsite

เคสนี้ควรตรวจวีซ่าหรือใบอนุญาตอย่างละเอียด เพราะอาจไม่ใช่ business visit ธรรมดา หากเป็นการให้บริการจริง รับค่าจ้าง หรือทำงานตามหน้าที่ในมอลตา ควรตรวจ National Visa / work authorisation จากแหล่งทางการก่อน

เคสบริษัทต่างชาติมักซับซ้อนกว่าเคสทั่วไป
ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยดูว่าเอกสารจากบริษัทต้นสังกัด บริษัทมอลตา Statement และ Cover Letter เล่าเรื่องเดียวกันหรือยัง ก่อนยื่นจริง

💬 ส่งเคสมอลตาให้ทีมช่วยดู

10. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นจริง

ข้อมูลเรื่องช่องทางยื่น เอกสาร ค่าธรรมเนียม วีซ่าระยะสั้น/ระยะยาว และเงื่อนไขการทำงานในมอลตาอาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจจากแหล่งทางการก่อนจัดเอกสารจริง โดยเฉพาะเคสบริษัทต่างชาติที่มีเอกสารหลายประเทศ

หากต้องใช้เอกสารบริษัทต่างชาติ เช่น company registration, tax certificate, board letter, employment contract หรือหนังสือรับรองบริษัทจากต่างประเทศ อาจต้องตรวจเรื่อง แปลเอกสาร และการรับรองเอกสารตามเงื่อนไขของช่องทางที่ยื่นจริงด้วย

11. ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยวางเคสเมื่อไหร่?

เคสวีซ่าธุรกิจมอลตาสำหรับบริษัทต่างชาติควรตรวจละเอียดหากเอกสารมาจากหลายประเทศ ผู้สมัครพำนักในไทยแต่ทำงานให้บริษัทต่างชาติ หรือบริษัทมอลตาจะรับรองค่าใช้จ่าย/ที่พัก เพราะเอกสารต้องเชื่อมกันให้ชัดมากกว่าทริปธุรกิจทั่วไป

💡 เคสที่ควรตรวจเป็นรายเคส:
  • บริษัทต้นสังกัดอยู่ต่างประเทศ แต่ผู้สมัครพำนักในไทย
  • บริษัทมอลตาออกค่าใช้จ่ายหรือจัดที่พักให้
  • ต้องใช้ Declaration of Proof หรือเอกสารรับรองจาก host
  • จดหมายเชิญมีคำที่อาจดูเหมือนไปทำงานจริง
  • มีหลายประเทศในทริป เช่น มอลตา อิตาลี ออสเตรีย เยอรมนี
  • ผู้สมัครเป็นผู้บริหาร เจ้าของบริษัท ฟรีแลนซ์ หรือ contractor
  • ต้องอยู่เกิน 90 วันหรือมีแผนย้ายไปทำงานในมอลตา

⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?

  • ช่วยจัดโครงเอกสารบริษัทต่างชาติ — เชื่อมผู้สมัคร บริษัทต้นสังกัด และบริษัทมอลตาให้เจ้าหน้าที่อ่านเข้าใจง่าย
  • ช่วยตรวจจดหมายเชิญจากมอลตา — วัตถุประสงค์ วันที่ สถานที่ ผู้จ่ายค่าใช้จ่าย และความสัมพันธ์ธุรกิจต้องชัด
  • ช่วยแยก short stay business กับ work / long stay — ลดความเสี่ยงจากการใช้วีซ่าผิดประเภท
  • ช่วยวาง Cover Letter สำหรับเคสหลายประเทศ — โดยเฉพาะเคสบริษัทต่างชาติ ผู้สมัครอยู่ไทย และมีคู่ค้าในมอลตา
  • คำแนะนำแบบรายเคส ไม่การันตีผลวีซ่า — ทีมช่วยลดความเสี่ยงด้านเอกสาร แต่ผลพิจารณายังขึ้นอยู่กับสถานทูตหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

วีซ่าธุรกิจมอลตาสำหรับบริษัทต่างชาติคือวีซ่าอะไร?
โดยทั่วไปคือวีซ่าเชงเก้นระยะสั้นประเภท C สำหรับเดินทางไปมอลตาไม่เกิน 90 วันในช่วง 180 วัน เพื่อกิจกรรมธุรกิจ เช่น ประชุม พบคู่ค้า เจรจาสัญญา เข้างานแฟร์ หรือดูโอกาสทางธุรกิจ โดยไม่ใช่การเข้าไปทำงานจริงในมอลตา
บริษัทต่างชาติส่งพนักงานไปมอลตาต้องใช้เอกสารอะไร?
ควรมีจดหมายเชิญจากบริษัทหรือองค์กรในมอลตา หนังสือรับรองจากบริษัทต้นสังกัด เอกสารจดทะเบียนบริษัทหรือ company profile หลักฐานความสัมพันธ์ทางธุรกิจ Statement หรือหนังสือรับรองค่าใช้จ่าย ตั๋ว ที่พัก ประกันเดินทาง และ Cover Letter อธิบายบทบาทผู้เดินทาง
คนไทยยื่นวีซ่ามอลตาที่ไหน?
ข้อมูลจากสถานทูตออสเตรีย กรุงเทพฯ ระบุว่าสามารถยื่นคำร้องวีซ่าสำหรับออสเตรีย สโลวีเนีย และมอลตาได้โดยตรงที่ VFS Global ควรตรวจช่องทางนัดหมายและเอกสารล่าสุดจาก VFS Global / สถานทูตออสเตรียก่อนยื่นจริง
วีซ่าธุรกิจมอลตาใช้ทำงานในมอลตาได้ไหม?
โดยทั่วไปวีซ่าธุรกิจเชงเก้นระยะสั้นใช้สำหรับกิจกรรมธุรกิจ เช่น ประชุม เจรจา พบคู่ค้า หรืองานแฟร์ ไม่ใช่วีซ่าทำงาน หากต้องเข้าไปทำงาน รับค่าจ้าง ให้บริการ onsite หรือพำนักเพื่อทำงานในมอลตา ควรตรวจ National Visa, work permit หรือเอกสารอนุญาตที่ถูกต้องจากหน่วยงานทางการ
บริษัทในมอลตาออกที่พักหรือค่าใช้จ่ายให้ ต้องใช้เอกสารอะไรเพิ่ม?
ควรให้จดหมายเชิญระบุค่าใช้จ่ายที่บริษัทมอลตารับผิดชอบอย่างชัดเจน และหากเจ้าบ้านจัดที่พักหรือรับรองค่าใช้จ่าย อาจต้องใช้ Declaration of Proof ซึ่งต้องลงนามและประทับตราโดยทนายความหรือโนตารีตามข้อมูลของ Malta public service

📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับวีซ่าธุรกิจมอลตาสำหรับบริษัทต่างชาติ

  • ทริปประชุมหรือเจรจาธุรกิจไม่เกิน 90 วันมักอยู่ในกรอบ Schengen Business Visa / Type C
  • มอลตาแยก Schengen short stay กับ National Visa / D-Visa สำหรับการพำนักเกิน 90 วัน
  • ในไทยควรตรวจช่องทางยื่นผ่าน VFS Global ภายใต้ข้อมูลของสถานทูตออสเตรีย กรุงเทพฯ
  • เอกสารบริษัทต่างชาติควรเชื่อมผู้สมัคร บริษัทต้นสังกัด และบริษัทมอลตาให้ชัด
  • จดหมายเชิญต้องระบุวัตถุประสงค์ วันที่ สถานที่ ผู้จ่ายค่าใช้จ่าย และความสัมพันธ์ทางธุรกิจ
  • Schengen visa ไม่ได้ให้สิทธิ์ทำงานหรือเรียนในมอลตาโดยอัตโนมัติ
  • หากบริษัทมอลตารับรองที่พักหรือค่าใช้จ่าย อาจต้องตรวจเรื่อง Declaration of Proof เพิ่มเติม

บริษัทต่างชาติจะส่งผู้บริหารหรือพนักงานไปมอลตา แต่ไม่แน่ใจว่าเอกสารควรวางแบบไหน?

ส่งจดหมายเชิญจากมอลตา เอกสารบริษัทต้นสังกัด แผนเดินทาง และสถานะผู้สมัครให้ทีม Co Journey Visa ช่วยประเมินได้ครับ เราช่วยดูว่าเคสนี้เป็น business visit ระยะสั้นหรือควรตรวจวีซ่าประเภทอื่น และควรเขียน Cover Letter อย่างไรให้เอกสารหลายประเทศอ่านชัดขึ้น โดยไม่โอเวอร์เคลมและไม่การันตีผลวีซ่า

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com