คู่มือเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย: วีซ่า Non-B คืออะไร? เอกสารและขั้นตอนการขอสําหรับคนทำงานต่างชาติ

คู่มือเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย: วีซ่า Non-B คืออะไร? เอกสารและขั้นตอนการขอสําหรับคนทำงานต่างชาติ

💼 Thailand Work Visa Guide

คู่มือเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย: วีซ่า Non-B คืออะไร? เอกสารและขั้นตอนการขอสําหรับคนทำงานต่างชาติ

สรุปแบบเข้าใจง่ายสำหรับบริษัทไทยและชาวต่างชาติที่กำลังเตรียมเริ่มงานในไทย ตั้งแต่ความหมายของ Non-B เอกสารนายจ้าง ขั้นตอนยื่น ไปจนถึงความเชื่อมโยงกับ Work Permit
📅 อัปเดตล่าสุด: 23 พฤษภาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่าน 12 นาที

เคส Non-B มักไม่ได้ยากเพราะผู้สมัครไม่มีคุณสมบัติ แต่ยากเพราะเอกสารของ “คนต่างชาติ” กับ “บริษัทไทย” ไม่เดินไปทางเดียวกัน เช่น บริษัทพร้อมรับเข้าทำงานแล้ว แต่หนังสือรับรองงานไม่ชัด เอกสารบริษัทไม่ครบ หรือผู้สมัครเข้าใจผิดว่าได้วีซ่าแล้วเริ่มงานได้ทันที

สำหรับคนทำงานต่างชาติ วีซ่า Non-B เป็นประตูสำคัญก่อนเข้าสู่การทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้อง แต่ต้องแยกให้ชัดว่า Non-B คือวีซ่าเข้าประเทศ/พำนักเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจหรือการทำงาน ส่วนการทำงานจริงยังเกี่ยวข้องกับ Work Permit หรือใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายไทย

บทความนี้สรุปแบบไม่ซับซ้อนว่า Non-B คืออะไร ใครต้องใช้ เอกสารฝั่งนายจ้างและผู้สมัครมีอะไรบ้าง และควรวางลำดับอย่างไร หากคุณกำลังมองหาคำปรึกษาเรื่อง Thailand Visa สำหรับคนต่างชาติที่ต้องการทำงานในไทย สามารถใช้บทความนี้เป็นเช็กลิสต์เริ่มต้นได้ครับ

สรุปสั้น ๆ: วีซ่า Non-B หรือ Non-Immigrant Visa Category B เป็นวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการเข้าประเทศไทยเพื่อทำงานหรือทำธุรกิจ โดยกรณีทำงานต้องมีเอกสารจากนายจ้างในไทย เช่น หนังสือรับรองการจ้างงาน เอกสารบริษัท รายละเอียดตำแหน่ง และเอกสารผู้สมัครตาม Checklist ของสถานทูตหรือระบบ Thai e-Visa แต่การได้ Non-B ไม่ได้แปลว่าเริ่มทำงานได้ทันที เพราะยังต้องจัดการเรื่อง Work Permit และการพำนักให้ถูกต้องตามกฎหมายไทย

💬 กำลังจะรับพนักงานต่างชาติ แต่ไม่แน่ใจว่าเอกสารบริษัทพร้อมสำหรับ Non-B หรือยัง? ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจภาพรวมเอกสารนายจ้าง ผู้สมัคร และลำดับก่อนยื่น เพื่อลดความเสี่ยงจากการยื่นผิดประเภทหรือเอกสารไม่สอดคล้อง

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

1. วีซ่า Non-B คืออะไร และใช้ทำอะไรได้บ้าง

Non-B คือวีซ่าประเภท Non-Immigrant Visa Category “B” ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศไทยระบุว่าออกให้ผู้สมัครที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อทำงานหรือดำเนินธุรกิจ โดยในบทความนี้จะเน้นกลุ่ม “คนทำงานต่างชาติ” ที่มีนายจ้างในประเทศไทยเป็นหลัก

จุดสำคัญคือ Non-B ไม่ใช่วีซ่าท่องเที่ยว และไม่ใช่วีซ่าที่ใช้เข้ามาหางานแบบไม่มีนายจ้างรองรับ โดยทั่วไปเคสทำงานควรมีบริษัทไทยหรือนายจ้างในไทยเตรียมเอกสารสนับสนุน เช่น หนังสือรับรองการจ้างงาน เอกสารบริษัท และรายละเอียดตำแหน่งงาน

📌 ข้อมูลจากแหล่งทางการ: หน้า Non-Immigrant Visa “B” ของกระทรวงการต่างประเทศไทยระบุว่า Non-B ออกให้ผู้ที่ต้องการเข้าราชอาณาจักรเพื่อทำงานหรือทำธุรกิจ และกรณีทำงานต้องมีเอกสารพื้นฐาน เช่น หนังสือเดินทาง แบบฟอร์มวีซ่า รูปถ่าย และเอกสารประกอบจากนายจ้าง/หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามวัตถุประสงค์

2. ใครต้องขอ Non-B ก่อนทำงานในไทย

โดยทั่วไป ชาวต่างชาติที่มีแผนเข้ามาทำงานในประเทศไทยกับนายจ้างไทย บริษัทไทย โรงเรียน มหาวิทยาลัย องค์กร หรือหน่วยงานที่ตั้งอยู่ในไทย มักต้องวางแผนเรื่อง Non-B และ Work Permit ให้ถูกต้องก่อนเริ่มงานจริง

เคสที่ต้องระวังคือคนที่เข้าไทยด้วย Visa Exemption, Tourist Visa, DTV หรือวีซ่าประเภทอื่น แล้วเข้าใจว่าสามารถเริ่มงานกับบริษัทไทยได้ทันที กรณีนี้อาจมีความเสี่ยง เพราะการทำงานในไทยต้องพิจารณาทั้งประเภทวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน

กลุ่มผู้สมัคร มักเกี่ยวข้องกับ Non-B อย่างไร จุดที่ต้องเช็กก่อนยื่น
พนักงานต่างชาติที่บริษัทไทยจ้าง ต้องใช้ Non-B เพื่อเข้ามาทำงานและดำเนินการ Work Permit เอกสารบริษัท ตำแหน่ง เงินเดือน และคุณสมบัติผู้สมัครต้องสอดคล้อง
ครูต่างชาติ / อาจารย์ต่างชาติ มักต้องใช้ Non-B พร้อมเอกสารจากโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย คุณวุฒิ ใบรับรองงาน และเอกสารสถาบันต้องตรง Checklist
ผู้บริหารหรือผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ อาจใช้ Non-B ร่วมกับเอกสารตำแหน่งและหน้าที่งานที่ชัดเจน ต้องพิสูจน์ความจำเป็นของตำแหน่งและคุณสมบัติผู้สมัคร
เจ้าของธุรกิจหรือผู้ร่วมก่อตั้ง บางเคสเกี่ยวข้องกับ Non-B แต่ต้องดูโครงสร้างบริษัทและ Work Permit สัดส่วนผู้ถือหุ้น ทุนจดทะเบียน พนักงานไทย และเอกสารบริษัทมีผลมาก
ผู้เดินทางมาประชุม/เจรจาธุรกิจ อาจใช้ Non-B วัตถุประสงค์ธุรกิจ ไม่ใช่การทำงานประจำ ต้องแยกเอกสารธุรกิจออกจากเอกสารจ้างงาน
⚠️ ข้อควรระวัง: การถือวีซ่าที่อยู่ไทยได้ยาว เช่น DTV หรือวีซ่าพำนักบางประเภท ไม่ได้แปลว่าสามารถทำงานกับนายจ้างไทยได้ทันที หากมีความสัมพันธ์การจ้างงานในไทย ควรตรวจ Non-B และ Work Permit ให้ถูกต้องก่อนเริ่มงาน

3. Non-B กับ Work Permit ต่างกันอย่างไร

นี่คือจุดที่หลายบริษัทและผู้สมัครสับสนมากที่สุด Non-B คือวีซ่าที่เกี่ยวกับการเข้าและพำนักในประเทศไทยตามวัตถุประสงค์การทำงานหรือธุรกิจ ส่วน Work Permit คือใบอนุญาตทำงานที่เกี่ยวกับสิทธิในการทำงานจริงในประเทศไทย

พูดให้เข้าใจง่ายคือ Non-B ช่วยให้เข้ามาอยู่ในไทยเพื่อดำเนินการเรื่องงานได้ถูกประเภท แต่ Work Permit คือเอกสารที่ทำให้การทำงานในตำแหน่ง นายจ้าง และสถานที่ที่กำหนดเป็นไปตามกฎหมายแรงงานไทย

หัวข้อ Non-B Visa Work Permit
หน้าที่หลัก อนุญาตให้เข้าประเทศและพำนักตามวัตถุประสงค์ทำงาน/ธุรกิจ อนุญาตให้ทำงานในไทยตามตำแหน่ง นายจ้าง และเงื่อนไขที่ระบุ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สถานทูต/สถานกงสุลไทย, Thai e-Visa, Immigration Bureau กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ใครต้องเตรียมเอกสาร ทั้งผู้สมัครและนายจ้าง นายจ้างและผู้สมัครต้องเตรียมเอกสารร่วมกัน
ความเสี่ยงถ้าเข้าใจผิด ยื่นผิดประเภท หรือถูกขอเอกสารเพิ่ม เริ่มทำงานโดยยังไม่มีสิทธิทำงานถูกต้องตามกฎหมาย
💡 จากเคสที่พบบ่อย: บริษัทบางแห่งรีบให้พนักงานต่างชาติเริ่มงานหลังได้ Non-B โดยยังไม่จัด Work Permit ให้เรียบร้อย จุดนี้ควรระวังมาก เพราะเอกสารทั้งสองส่วนต้องเดินให้สัมพันธ์กัน ไม่ใช่ทำแยกแบบต่างฝ่ายต่างเข้าใจเอง

4. เอกสารผู้สมัครต่างชาติที่ควรเตรียม

เอกสารผู้สมัครอาจแตกต่างตามสถานทูต ประเทศที่ยื่น และระบบ Thai e-Visa แต่โดยทั่วไปควรเตรียมเอกสารพื้นฐานให้พร้อมและตรวจรูปแบบไฟล์ให้ชัดเจน โดยเฉพาะกรณียื่นออนไลน์

เอกสารผู้สมัคร ใช้พิสูจน์อะไร จุดที่ควรระวัง
Passport ยืนยันตัวตนและสัญชาติ หลายแหล่งทางการกำหนดอายุหนังสือเดินทางไม่น้อยกว่า 6 เดือน และควรมีหน้าว่างเพียงพอ
แบบฟอร์มวีซ่า / e-Visa Form ระบุข้อมูลส่วนตัวและวัตถุประสงค์การเดินทาง ข้อมูลต้องตรงกับ Passport และเอกสารนายจ้าง
รูปถ่าย ใช้ประกอบคำร้องวีซ่า ขนาดและเงื่อนไขรูปอาจต่างกันตามสถานทูตหรือระบบที่ยื่น
CV / Resume แสดงประสบการณ์และคุณสมบัติของผู้สมัคร ควรสัมพันธ์กับตำแหน่งงานในไทย
วุฒิการศึกษา / ใบประกอบวิชาชีพ ใช้ยืนยันคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง บางอาชีพ เช่น ครู วิศวกร หรือผู้เชี่ยวชาญ อาจต้องใช้เอกสารเฉพาะ
สัญญาจ้างหรือหนังสือจ้างงาน แสดงตำแหน่ง เงินเดือน วันที่เริ่มงาน และนายจ้าง รายละเอียดต้องตรงกับเอกสารบริษัทและคำร้อง Work Permit
หลักฐานสถานะพำนักในประเทศที่ยื่น ยืนยันสิทธิในการยื่นที่สถานทูตนั้น ผู้ที่ไม่ได้ถือสัญชาติประเทศที่ยื่นมักต้องมี Residence Permit หรือหลักฐานพำนักถูกต้อง

หากเอกสารผู้สมัครเป็นภาษาที่สถานทูตหรือบริษัทไทยอ่านไม่สะดวก อาจต้องใช้บริการ แปลเอกสาร หรือจัดเอกสารภาษาอังกฤษให้ถูกต้องก่อนยื่นจริง

5. เอกสารบริษัทไทย/นายจ้างที่มักต้องใช้

ฝั่งนายจ้างเป็นหัวใจของเคส Non-B เพราะสถานทูตและหน่วยงานไทยต้องเห็นว่าบริษัทมีอยู่จริง มีความพร้อมจ้างงาน และตำแหน่งงานของผู้สมัครมีเหตุผลรองรับ

รายการเอกสารจริงขึ้นอยู่กับสถานทูตหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่โดยทั่วไปบริษัทไทยควรเตรียมเอกสารกลุ่มต่อไปนี้และตรวจว่าข้อมูลตรงกันทุกจุด

เอกสารนายจ้าง ใช้พิสูจน์อะไร ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
หนังสือรับรองการจ้างงาน ยืนยันว่าบริษัทต้องการจ้างผู้สมัครจริง ไม่ระบุตำแหน่ง เงินเดือน วันที่เริ่มงาน หรือผู้ลงนามไม่ใช่ผู้มีอำนาจ
หนังสือรับรองบริษัท ยืนยันสถานะนิติบุคคล เอกสารเก่าเกินไป หรือข้อมูลกรรมการไม่ตรงกับผู้ลงนาม
บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น แสดงโครงสร้างผู้ถือหุ้น ไม่อัปเดต หรือไม่สัมพันธ์กับข้อมูลบริษัทปัจจุบัน
ภ.พ.20 / เอกสาร VAT ยืนยันการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้ามี ใช้เอกสารไม่ชัด หรือที่อยู่ไม่ตรงกับเอกสารอื่น
งบการเงิน / ภาษี / ประกันสังคม แสดงความเคลื่อนไหวและความพร้อมของบริษัท ข้อมูลไม่สอดคล้องกับจำนวนพนักงานหรือความสามารถในการจ้าง
แผนที่บริษัท / รูปถ่ายสำนักงาน แสดงที่ตั้งและการดำเนินงานจริง ที่อยู่ไม่ตรงกับเอกสารจดทะเบียนหรือไม่สามารถตรวจสอบได้
เอกสารเกี่ยวกับตำแหน่งงาน อธิบายเหตุผลว่าทำไมต้องจ้างชาวต่างชาติ หน้าที่งานกว้างเกินไป ไม่สัมพันธ์กับคุณสมบัติผู้สมัคร
⚠️ ข้อควรระวัง: บางสถานทูตต้องการเอกสารบริษัทที่ลงนามโดยผู้มีอำนาจและประทับตราบริษัท บางแห่งอาจมีรายการเอกสารเฉพาะ เช่น หนังสืออนุมัติจากกระทรวงแรงงานหรือเอกสารคำขอ Work Permit ควรเช็ก Checklist ล่าสุดก่อนจัดชุดเอกสาร

6. ขั้นตอนขอ Non-B สำหรับคนทำงานต่างชาติ

การขอ Non-B ที่ดีควรเริ่มจากการวางแผนร่วมกันระหว่างผู้สมัครและนายจ้าง ไม่ใช่ให้ผู้สมัครไปยื่นเองโดยมีเอกสารบริษัทไม่ครบ หรือให้บริษัทเตรียมเอกสารโดยไม่รู้ว่าสถานทูตปลายทางต้องการอะไร

Step 1
ยืนยันประเภทงานและนายจ้าง
ตรวจว่าผู้สมัครจะทำงานตำแหน่งใด บริษัทใด เงินเดือนเท่าไร เริ่มงานเมื่อไร และต้องใช้ Work Permit หรือเอกสารอนุมัติใดก่อนยื่น Non-B หรือไม่
Step 2
เลือกสถานทูตหรือระบบยื่นให้ถูก
ผู้สมัครควรตรวจว่าตนมีสิทธิยื่นที่ประเทศใด เช่น สัญชาติ ประเทศพำนักปัจจุบัน หรือระบบ Thai e-Visa ที่ครอบคลุมพื้นที่นั้น
Step 3
เตรียมเอกสารผู้สมัครและนายจ้างให้ตรงกัน
ชื่อบริษัท ที่อยู่ ตำแหน่ง เงินเดือน วันที่เริ่มงาน และผู้ลงนามควรตรงกันทุกชุดเอกสาร
Step 4
ยื่นคำร้องและติดตามผล
ยื่นผ่านสถานทูต สถานกงสุล หรือ Thai e-Visa ตามเงื่อนไขของพื้นที่ หากถูกขอเอกสารเพิ่มควรตอบให้ตรงประเด็น
Step 5
เข้าไทยและดำเนินการหลังได้วีซ่า
หลังเข้าไทย ควรตรวจตราประทับ ระยะเวลาพำนัก และดำเนินการ Work Permit/ต่ออายุการพำนักตามแผนที่วางไว้กับนายจ้าง
💡 ตัวอย่างเคสจำลอง: บริษัทไทยต้องการจ้าง Marketing Manager ชาวต่างชาติ แต่หนังสือจ้างงานระบุเพียง “staff” และไม่ระบุหน้าที่ เงินเดือน หรือวันที่เริ่มงาน เคสแบบนี้อาจถูกขอเอกสารเพิ่ม เพราะตำแหน่งไม่ชัดและไม่สะท้อนเหตุผลว่าทำไมต้องจ้างผู้สมัครต่างชาติ

7. ตารางเช็กความพร้อมก่อนยื่น Non-B

ก่อนส่งคำร้อง ลองใช้ตารางนี้เช็กจุดเสี่ยงหลัก ๆ หากมีหลายข้ออยู่ในฝั่ง “ต้องระวัง” ควรแก้ก่อนยื่น เพราะการขอเอกสารเพิ่มอาจทำให้แผนเริ่มงานล่าช้า

หัวข้อเช็ก เคสพร้อมยื่น เคสต้องระวัง วิธีเสริมก่อนยื่น
ตำแหน่งงาน ระบุชัด หน้าที่สัมพันธ์กับประสบการณ์ผู้สมัคร ตำแหน่งกว้างหรือไม่ตรงกับ CV จัด Job Description และหนังสือรับรองงานให้ละเอียดขึ้น
เอกสารบริษัท เอกสารล่าสุด ลงนามถูกต้อง และข้อมูลตรงกัน เอกสารเก่า ผู้ลงนามไม่ตรง หรือที่อยู่ไม่ตรง ขอเอกสารชุดใหม่จากบริษัทและตรวจผู้มีอำนาจลงนาม
คุณสมบัติผู้สมัคร CV วุฒิ และประสบการณ์รองรับตำแหน่ง ประสบการณ์ไม่ชัด หรือวุฒิไม่สัมพันธ์กับงาน แนบ Resume ที่อธิบายประสบการณ์ตรงและเอกสารประกอบ
Work Permit Plan บริษัทวางแผนขั้นตอน Work Permit ต่อจาก Non-B แล้ว คิดว่าได้ Non-B แล้วเริ่มงานได้เลย วางลำดับกับฝ่าย HR/กฎหมายก่อนเริ่มงานจริง
สถานที่ยื่น ผู้สมัครมีสิทธิยื่นในประเทศหรือระบบที่เลือก ไม่มีหลักฐานพำนักในประเทศที่ยื่น ตรวจเงื่อนไขสถานทูตและหลักฐาน Residence ก่อนจองคิว

Non-B ที่ดีต้องจัดเอกสารทั้งฝั่งคนและฝั่งบริษัทให้เล่าเรื่องเดียวกัน
ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจชุดเอกสารก่อนยื่น ดูจุดเสี่ยงเรื่องตำแหน่ง นายจ้าง Work Permit และสถานทูตปลายทางแบบรายเคส

💬 ส่งรายละเอียดให้ทีมช่วยประเมิน

8. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในเคส Non-B

เคส Non-B ที่ล่าช้ามักไม่ได้เกิดจากเอกสารขาดเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากเอกสารที่ “ดูครบแต่ไม่ตอบคำถาม” เช่น บริษัทมีเอกสารจดทะเบียนครบ แต่หนังสือจ้างงานไม่ชัดว่าผู้สมัครจะทำอะไร หรือผู้สมัครมีประสบการณ์ดี แต่ไม่สัมพันธ์กับตำแหน่งที่ยื่น

❌ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย:
  • ใช้เอกสารนายจ้างชุดเดียวกันกับทุกเคส โดยไม่ปรับให้ตรงตำแหน่งผู้สมัคร
  • หนังสือจ้างงานไม่ระบุเงินเดือน วันที่เริ่มงาน หรือหน้าที่งาน
  • เอกสารบริษัทหมดอายุหรือข้อมูลไม่ตรงกับผู้ลงนาม
  • ผู้สมัครยื่นในประเทศที่ตนไม่มีสิทธิยื่นหรือไม่มีหลักฐานพำนัก
  • เข้าใจผิดว่า Non-B เท่ากับ Work Permit และเริ่มงานก่อนขั้นตอนถูกต้อง
  • ไม่ตรวจ Checklist ของสถานทูตล่าสุด ทำให้ใช้รายการเอกสารเก่า

ตัวอย่างเคสที่ควรวางแผนเพิ่ม

เคสที่ 1: บริษัท Startup ต้องการจ้างชาวต่างชาติเร็วมาก
ปัญหาที่เจอบ่อยคือบริษัทมีเอกสารบางส่วนไม่พร้อม เช่น งบการเงิน ภาษี หรือจำนวนพนักงานไทยที่เกี่ยวข้องกับ Work Permit ควรประเมินความพร้อมบริษัทก่อนออกหนังสือจ้างงาน

เคสที่ 2: ผู้สมัครอยู่ไทยด้วย Tourist Visa แล้วได้งาน
ไม่ควรเริ่มงานทันที ควรตรวจว่าต้องออกไปยื่น Non-B ที่สถานทูตไทยในต่างประเทศหรือสามารถดำเนินการเปลี่ยนสถานะในไทยได้ตามเงื่อนไขล่าสุดของ Immigration Bureau

เคสที่ 3: ครูต่างชาติเอกสารการศึกษายังไม่ครบ
ตำแหน่งด้านการสอนมักต้องใช้วุฒิการศึกษา ใบรับรอง หรือเอกสารจากโรงเรียนเพิ่มเติม หากวุฒิไม่ชัดหรือชื่อในเอกสารไม่ตรง Passport อาจต้องจัดการเรื่องการแปล/รับรองก่อน

9. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นจริง

เงื่อนไข Non-B อาจแตกต่างตามประเทศที่ยื่น สถานทูต ระบบ Thai e-Visa และสถานะของผู้สมัคร ก่อนเตรียมเอกสารควรยึดแหล่งข้อมูลทางการเป็นหลัก ไม่ควรอิงจากรีวิวหรือรายการเอกสารเก่าที่แชร์ต่อกันมา

📌 แนะนำให้ตรวจสอบ:

หากมีเอกสารต่างประเทศ เช่น วุฒิการศึกษา หนังสือรับรองงาน หนังสือรับรองประวัติ หรือเอกสารบริษัทจากต่างประเทศ ควรตรวจว่าต้อง รับรองเอกสาร หรือแปลเป็นภาษาอังกฤษ/ไทยตามที่สถานทูตหรือหน่วยงานไทยกำหนดหรือไม่

10. ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดู Non-B เมื่อไหร่

บางเคส Non-B สามารถทำได้ตรงไปตรงมา หากบริษัทคุ้นเคยกับการจ้างต่างชาติและเอกสารพร้อม แต่หลายเคสควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดู เพราะความผิดพลาดเล็ก ๆ เช่น ผู้ลงนามผิด เอกสารบริษัทเก่า หรือคำอธิบายตำแหน่งไม่ชัด อาจทำให้แผนเริ่มงานล่าช้า

💡 เคสที่ควรปรึกษาก่อนยื่น:
  • บริษัทไทยเพิ่งจ้างชาวต่างชาติครั้งแรกและไม่รู้ต้องเตรียมเอกสารอะไร
  • ผู้สมัครอยู่ในไทยด้วยวีซ่าประเภทอื่นและต้องการเปลี่ยนสถานะเพื่อทำงาน
  • ตำแหน่งงานมีความเฉพาะ เช่น ผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ ครู หรือสายเทคนิค
  • เอกสารบริษัทมีหลายชุดและข้อมูลไม่ตรงกัน เช่น ที่อยู่ กรรมการ หรือผู้ลงนาม
  • ผู้สมัครต้องยื่นในประเทศที่ไม่ใช่ประเทศสัญชาติ และต้องใช้หลักฐานพำนักเพิ่มเติม
  • บริษัทต้องวางแผน Non-B พร้อม Work Permit และการต่ออายุการพำนัก

การ ปรึกษาวีซ่า ในเคส Non-B ไม่ใช่การรับประกันผลอนุมัติ แต่ช่วยให้บริษัทและผู้สมัครเห็นภาพเดียวกัน ลดความเสี่ยงจากเอกสารไม่ครบ และวางลำดับก่อนเริ่มงานได้ถูกต้องขึ้น

⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa ช่วยดูเคส Non-B?

  • ช่วยประเมินทั้งฝั่งบริษัทและผู้สมัคร — เพราะ Non-B ไม่ใช่เอกสารของผู้สมัครอย่างเดียว แต่นายจ้างต้องพร้อมด้วย
  • ตรวจความสอดคล้องของตำแหน่ง งาน และเอกสารบริษัท — ลดปัญหาเอกสารครบแต่เจ้าหน้าที่อ่านแล้วไม่เห็นเหตุผลการจ้าง
  • ช่วยวางลำดับ Non-B กับ Work Permit — เพื่อไม่ให้เริ่มงานผิดจังหวะหรือเข้าใจสิทธิทำงานคลาดเคลื่อน
  • แนะนำตาม Checklist ของสถานทูตหรือระบบที่ยื่นจริง — ไม่ใช้รายการเอกสารทั่วไปแบบเดียวกับทุกเคส
  • คำแนะนำแบบรายเคส ไม่โอเวอร์เคลม — การพิจารณาขึ้นอยู่กับสถานทูต Immigration และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทีมช่วยลดความเสี่ยงจากเอกสารไม่ชัด ไม่ใช่รับประกันผล

❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

วีซ่า Non-B คืออะไรสำหรับคนทำงานต่างชาติในไทย?
วีซ่า Non-B หรือ Non-Immigrant Visa Category B เป็นวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อทำงานหรือทำธุรกิจ โดยกรณีทำงานต้องมีเอกสารจากนายจ้างในไทยและเอกสารประกอบตามที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยกำหนด
ได้วีซ่า Non-B แล้วทำงานในไทยได้ทันทีไหม?
โดยทั่วไปไม่ควรถือว่าได้ Non-B แล้วเริ่มทำงานได้ทันที เพราะการทำงานในไทยต้องเกี่ยวข้องกับ Work Permit หรือใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายแรงงาน ผู้สมัครและนายจ้างควรวางแผน Non-B และ Work Permit ให้สอดคล้องกันก่อนเริ่มงานจริง
เอกสารสำคัญสำหรับขอ Non-B ทำงานมีอะไรบ้าง?
เอกสารพื้นฐานมักรวมถึง Passport, แบบฟอร์มวีซ่า, รูปถ่าย, หนังสือรับรองจากนายจ้าง, เอกสารบริษัทไทย, รายละเอียดตำแหน่งงาน, สัญญาจ้างหรือหนังสือจ้างงาน และเอกสารอื่นตาม Checklist ของสถานทูตหรือระบบ Thai e-Visa
วีซ่า Non-B สำหรับทำงานอยู่ไทยได้นานแค่ไหน?
หลายสถานทูตระบุว่า Non-B แบบ Single Entry มักมีอายุวีซ่า 90 วันจากวันที่ออกวีซ่า และหลังเข้าไทยผู้ถือวีซ่าอาจดำเนินการเรื่อง Work Permit และการต่ออายุการพำนักกับ Immigration Bureau ตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
นายจ้างไทยต้องเตรียมเอกสารอะไรให้พนักงานต่างชาติขอ Non-B?
นายจ้างไทยมักต้องเตรียมหนังสือรับรองการจ้างงาน เอกสารจดทะเบียนบริษัท รายชื่อผู้ถือหุ้น ภ.พ.20 งบการเงินหรือเอกสารภาษี แผนที่บริษัท และเอกสารอื่นตามเงื่อนไขของสถานทูตหรือกรมการจัดหางาน รายการจริงอาจแตกต่างตามพื้นที่ยื่น
ขอ Non-B จากในไทยได้ไหม หรือจำเป็นต้องออกไปยื่นนอกประเทศ?
ขึ้นอยู่กับสถานะปัจจุบันของผู้สมัคร ประเภทวีซ่าที่ถืออยู่ และเงื่อนไขของ Immigration Bureau หรือสถานทูตไทยในประเทศที่เกี่ยวข้อง หลายเคสต้องยื่นผ่านสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยนอกประเทศไทย จึงควรตรวจสอบก่อนวางแผนเดินทาง

📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับวีซ่า Non-B สำหรับคนทำงานต่างชาติ

  • Non-B คือวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการเข้าประเทศไทยเพื่อทำงานหรือทำธุรกิจ
  • กรณีทำงานต้องมีเอกสารจากนายจ้างไทยและเอกสารผู้สมัครที่สอดคล้องกัน
  • Non-B ไม่ใช่ Work Permit และไม่ควรเริ่มทำงานจริงจนกว่าขั้นตอนใบอนุญาตทำงานถูกต้อง
  • เอกสารสำคัญคือ Passport, แบบฟอร์มวีซ่า, รูปถ่าย, หนังสือจ้างงาน, เอกสารบริษัท และเอกสารตำแหน่งงาน
  • รายการเอกสารอาจต่างกันตามสถานทูต ประเทศที่ยื่น ระบบ Thai e-Visa และสถานะผู้สมัคร
  • บริษัทไทยควรตรวจความพร้อมด้านเอกสารจดทะเบียน ภาษี ผู้ลงนาม และแผน Work Permit ก่อนยื่น
  • ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจาก MFA, Thai e-Visa, Immigration Bureau และ Department of Employment ก่อนดำเนินการจริง

เตรียม Non-B ให้เป็นระบบ ก่อนพนักงานต่างชาติเริ่มงานในไทย

ทีม Co Journey Visa ช่วยประเมินเคส Non-B แบบรายเคส ตรวจเอกสารบริษัท เอกสารผู้สมัคร ตำแหน่งงาน และลำดับที่เกี่ยวข้องกับ Work Permit เพื่อให้การยื่นเป็นระบบขึ้น โดยไม่โอเวอร์เคลมหรือรับประกันผลลัพธ์

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com