เคย Overstay ไต้หวัน ขอวีซ่าหรือเข้าไต้หวันอีกได้ไหม? เช็กโอกาสผ่านก่อนยื่น

เคย Overstay ไต้หวัน ขอวีซ่าหรือเข้าไต้หวันอีกได้ไหม? เช็กโอกาสผ่านก่อนยื่น

🇹🇼 เคสประวัติ Overstay ไต้หวัน

เคย Overstay ไต้หวัน ขอวีซ่าหรือเข้าไต้หวันอีกได้ไหม? เช็กโอกาสผ่านก่อนยื่น

เคยอยู่เกินกำหนดในไต้หวัน ไม่ได้แปลว่าหมดโอกาสกลับไปอีกเสมอไป แต่ต้องเช็ก entry ban, ระยะเวลา overstay และเอกสารอธิบายเคสให้รอบคอบก่อนยื่นจริง
📅 อัปเดตล่าสุด: 3 กรกฎาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่านประมาณ 9 นาที

เคสที่เคย Overstay ไต้หวันมักเริ่มจากคำถามสั้น ๆ ว่า “ยังเข้าได้ไหม?” แต่เวลาตรวจจริง คำตอบไม่ได้ขึ้นกับจำนวนวันที่อยู่เกินอย่างเดียวครับ บางคนอยู่เกินไม่กี่วันแต่ยังต้องระวังเรื่องการใช้ฟรีวีซ่า บางคนเคยถูกจับหรือถูกสั่งห้ามเข้า บางคนออกจากไต้หวันนานแล้วแต่ไม่มีเอกสารอธิบายเหตุผลเดิม ทำให้การยื่นครั้งใหม่ดูไม่ชัด

คำตอบที่ตรงที่สุดคือ ยังมีโอกาสขอวีซ่าหรือเข้าไต้หวันอีกได้ แต่ต้องดูรายเคสว่าเคย Overstay กี่วัน ออกเองหรือถูกดำเนินการ มี entry ban หรือไม่ ครบกำหนด ban แล้วหรือยัง และครั้งนี้เดินทางด้วยเหตุผลอะไร หากเป็นคนไทยที่ต้องการเดินทางระยะสั้น ควรเช็กด้วยว่า ณ วันที่อัปเดตบทความนี้ มาตรการฟรีวีซ่าสำหรับคนไทยมีกรอบเวลาทดลองถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ตามประกาศของ BOCA และอาจเปลี่ยนแปลงได้หลังจากนั้น

ถ้าเคสมีประวัติ Overstay มาก่อน การเตรียมเอกสารแบบ “เหมือนคนไม่เคยมีประวัติ” มักไม่พอ ควรดูภาพรวมให้ชัดตั้งแต่ประวัติเดิม เหตุผลครั้งใหม่ หลักฐานงาน รายได้ Statement แผนเดินทาง และเหตุผลกลับไทย เพื่อให้เจ้าหน้าที่เห็นว่าเคสปัจจุบันต่างจากเหตุการณ์เดิมอย่างไร

สรุปสั้น ๆ: เคย Overstay ไต้หวันยังอาจขอ วีซ่าไต้หวัน หรือกลับเข้าไต้หวันได้ แต่ต้องเช็กก่อนว่าเคยอยู่เกินกี่วัน มีคำสั่งห้ามเข้าอยู่หรือไม่ ครบกำหนด ban แล้วหรือยัง และสามารถอธิบายเหตุผลเดิมพร้อมแสดงหลักฐานการเดินทางครั้งใหม่ได้ชัดแค่ไหน หากเคย Overstay น้อยกว่า 91 วัน บางกรณีอาจไม่ถูก entry ban แต่ตามข้อมูลทางการของ NIA อาจไม่สามารถใช้ visa-waiver หรือ landing visa ได้เป็นเวลา 1 ปี จึงควรประเมินก่อนเดินทางจริง

💬 ไม่แน่ใจว่าเคย Overstay ไต้หวันแล้วควรยื่นแบบไหน? ส่งข้อมูลวันเข้า-ออกเดิม ระยะเวลาที่อยู่เกิน และแผนเดินทางรอบใหม่ให้ทีมช่วยประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นก่อนจองตั๋วหรือยื่นจริง — ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

1. เคย Overstay ไต้หวัน ยังเข้าได้ไหม?

เข้าได้หรือไม่ได้ ต้องดูมากกว่า “เคยอยู่เกิน” อย่างเดียวครับ เพราะ Overstay มีหลายระดับ บางเคสเป็นการนับวันผิด อยู่เกินเพียงไม่กี่วันและเดินทางออกเอง บางเคสอยู่เกินนาน ถูกปรับ ถูกสั่งให้ออก หรือมีคำสั่งห้ามเข้าไต้หวันอยู่

หลักคิดง่าย ๆ คือ ถ้ายังมี entry ban อยู่ การกลับเข้าไต้หวันย่อมเสี่ยงสูงมากและควรเช็กสถานะก่อน หากครบกำหนด ban แล้ว ก็ไม่ได้แปลว่าจะผ่านอัตโนมัติ เพราะเจ้าหน้าที่อาจพิจารณาประวัติเดิมร่วมกับเหตุผลเดินทางครั้งใหม่ เอกสารทางการเงิน งาน ครอบครัว และความน่าเชื่อถือของแผนเดินทาง

⚠️ ข้อควรระวัง: แม้ได้รับวีซ่าหรือมีสิทธิ์เดินทางแบบ visa-free การอนุญาตให้เข้าประเทศสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่ด่านเข้าเมืองไต้หวัน จึงควรเตรียมเอกสารให้สอดคล้องและตอบคำถามได้ชัดเจน

2. ก่อนตอบว่า “ผ่านไหม” ต้องแยก 3 เรื่องนี้ออกจากกัน

หลายคนใช้คำว่า “ติดแบล็กลิสต์” รวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน แต่ในงานวีซ่า ควรแยกให้ชัดอย่างน้อย 3 เรื่อง เพราะแนวทางแก้ไม่เหมือนกัน

1
ประวัติ Overstay

คือประวัติว่าเคยอยู่เกินวันที่ได้รับอนุญาตในไต้หวัน ข้อมูลนี้อาจถูกมองเป็นความเสี่ยงด้านพฤติกรรมการเดินทางในอนาคต

2
Entry Ban หรือคำสั่งห้ามเข้า

คือข้อจำกัดที่อาจทำให้ยังไม่สามารถเดินทางเข้าไต้หวันได้ในช่วงเวลาหนึ่ง ต้องเช็กว่ามีอยู่หรือครบกำหนดแล้ว

3
การขอวีซ่าหรือใช้สิทธิ์เข้าเมืองครั้งใหม่

คือการพิจารณาใหม่จากเอกสารและเหตุผลปัจจุบัน ต่อให้ ban หมดแล้ว เอกสารรอบใหม่ก็ยังต้องแข็งแรงพอ

💡 มุมจากการดูเคสจริง: เคส Overstay ไม่ได้แพ้ตรง “เคยผิดพลาด” เสมอไป แต่แพ้ตรงอธิบายไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แก้ไขอย่างไร และรอบนี้มีเหตุผลอะไรที่ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าจะเดินทางตามกำหนด

3. ตารางประเมินความเสี่ยงจากจำนวนวัน Overstay ไต้หวัน

ตารางนี้เป็นแนวทางประเมินเบื้องต้น ไม่ใช่คำตัดสินแทนหน่วยงานไต้หวัน เพราะรายละเอียดจริงขึ้นอยู่กับเอกสาร คำสั่งที่เคยได้รับ และข้อมูลในระบบของทางการ

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
ลักษณะเคส ความเสี่ยงโดยทั่วไป สิ่งที่ควรเช็กก่อนเดินทาง แนวทางเตรียมเคส
อยู่เกินไม่กี่วัน และออกเอง เสี่ยงระดับต่ำถึงกลาง แต่ยังควรระวัง มีค่าปรับหรือบันทึกใดค้างอยู่หรือไม่ ใช้ visa-free ได้หรือไม่ เตรียมไทม์ไลน์เดิม เหตุผลที่นับวันผิด และหลักฐานเดินทางกลับไทยครั้งใหม่
Overstay น้อยกว่า 91 วัน เสี่ยงกลาง โดยเฉพาะการใช้ visa-waiver ใน 1 ปีแรก ตามข้อมูล NIA อาจได้รับการยกเว้น entry ban แต่ไม่สามารถใช้ visa-waiver หรือ landing visa ได้ 1 ปี พิจารณายื่นวีซ่าพร้อมเอกสารอธิบายประวัติเดิมและเหตุผลเดินทางครั้งใหม่
Overstay ตั้งแต่ 91 วันขึ้นไป เสี่ยงสูงกว่า เพราะอาจเกี่ยวข้องกับคำสั่งห้ามเข้า มี entry ban หรือครบกำหนด ban แล้วหรือยัง ควรตรวจสถานะก่อนยื่น วางเอกสารอธิบายอย่างละเอียด และหลีกเลี่ยงการจองทริปแบบรีบร้อน
ถูกจับ / ถูกส่งกลับ / เคยทำงานผิดประเภท เสี่ยงสูงมาก มีบันทึกการกระทำผิดอื่นนอกจาก overstay หรือไม่ ต้องดูเอกสารทางการเดิมประกอบ และประเมินว่าการยื่นตอนนี้เหมาะสมหรือควรรอก่อน
ครบกำหนด ban แล้วและมีเหตุผลเดินทางชัด ยังมีความเสี่ยง แต่มีโอกาสวางเคสได้ เอกสารครบไหม เหตุผลเดินทางน่าเชื่อถือไหม ประวัติปัจจุบันแข็งแรงขึ้นหรือไม่ ทำเอกสารให้เห็นความเปลี่ยนแปลง เช่น งาน รายได้ ครอบครัว แผนเดินทาง และกำหนดกลับไทย

4. เคย Overstay ไต้หวัน ควรใช้ฟรีวีซ่าหรือยื่นวีซ่าก่อน?

สำหรับคนไทย ณ วันที่อัปเดตบทความนี้ BOCA ระบุว่าคนไทยถือหนังสือเดินทางธรรมดาอยู่ในกลุ่มที่ได้รับสิทธิ์ visa-exempt entry สูงสุด 14 วัน ภายใต้มาตรการทดลองที่มีผลถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 แต่ประวัติ Overstay อาจทำให้เคสไม่ใช่เคสเดินทางปกติอีกต่อไป

ถ้าเคย Overstay มาก่อน โดยเฉพาะเคสที่อยู่เกินนาน หรือยังไม่แน่ใจว่าถูกจำกัดการเข้าเมืองหรือไม่ การยื่นวีซ่าก่อนเดินทางอาจช่วยให้มีพื้นที่อธิบายเหตุผลและแนบเอกสารประกอบได้มากกว่าการไปลุ้นที่ด่านเข้าเมืองเพียงอย่างเดียว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ายื่นวีซ่าแล้วจะได้รับอนุมัติเสมอไป

📌 หมายเหตุทางการ: ข้อมูลฟรีวีซ่าไต้หวันสำหรับคนไทยเป็นข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบหน้าประกาศ Visa-Exempt Entry ของ Bureau of Consular Affairs ก่อนเดินทางจริงทุกครั้ง โดยเฉพาะช่วงหลังวันที่ 31 กรกฎาคม 2569
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
ทางเลือก เหมาะกับใคร ข้อดี จุดเสี่ยง
ใช้ visa-free คนที่ไม่มีประวัติเสี่ยง หรือเช็กแล้วไม่มีข้อจำกัด ขั้นตอนน้อย เดินทางสะดวก ถ้าเคย Overstay อาจถูกถามเพิ่มหรือถูกปฏิเสธเข้าเมืองได้
ยื่น Visitor Visa คนที่เคย Overstay และต้องการอธิบายเคสก่อนเดินทาง มีช่องทางแนบเอกสาร เหตุผล และแผนเดินทาง ผลขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ BOCA/สำนักงานตัวแทน และค่าธรรมเนียมอาจไม่คืน
รอให้ครบช่วงจำกัดก่อนยื่น คนที่ยังมี entry ban หรือเพิ่งมีประวัติ Overstay ไม่นาน ลดความเสี่ยงจากการยื่นเร็วเกินไป ต้องเช็กวันครบกำหนดให้ถูก และยังต้องเตรียมเอกสารให้ดีเมื่อยื่นจริง

5. เอกสารที่ควรเตรียมหลังเคย Overstay ไต้หวัน

เอกสารสำหรับเคสที่เคย Overstay ไม่ควรมีแค่เอกสารท่องเที่ยวทั่วไป แต่ควรมี “ชุดอธิบายความเสี่ยงเดิม” ควบคู่กับ “ชุดพิสูจน์ความน่าเชื่อถือปัจจุบัน” เพราะเจ้าหน้าที่ต้องเห็นว่าเหตุการณ์เดิมมีบริบท และครั้งนี้มีเหตุผลกลับไทยชัดเจน

ไทม์ไลน์การเดินทางเดิม: วันที่เข้า วันที่ควรออก วันที่ออกจริง และจำนวนวันที่อยู่เกิน
หลักฐานการออกจากไต้หวัน: ตราประทับเดินทาง Boarding pass หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องถ้ามี
หลักฐานการชำระค่าปรับหรือเอกสารจากทางการ: ถ้าเคยได้รับเอกสารใดจาก NIA หรือหน่วยงานไต้หวัน ควรเก็บไว้
จดหมายอธิบาย Overstay: อธิบายตรงไปตรงมา ไม่ปกปิด ไม่โยนความผิด และระบุว่าจะป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำอย่างไร
หลักฐานงาน รายได้ และภาระผูกพันในไทย: เช่น หนังสือรับรองการทำงาน ธุรกิจ ครอบครัว ทรัพย์สิน หรือเอกสารที่แสดงเหตุผลกลับไทย
แผนเดินทางรอบใหม่: ระยะเวลา เหตุผลเดินทาง ที่พัก และ ตั๋วเครื่องบิน ควรสอดคล้องกัน
❌ ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย: บางคนเขียนจดหมายว่า “ลืมวันกลับ” แต่แผนเดินทางครั้งใหม่กลับจองระยะยาว ไม่มีเหตุผลกลับไทย และบัญชีไม่สัมพันธ์กับค่าใช้จ่าย เคสแบบนี้ทำให้คำอธิบายดูไม่มั่นคง แม้จะมีเอกสารครบหลายรายการ

6. ตัวอย่างเคสเคย Overstay ไต้หวันที่ควรประเมินก่อนยื่น

เคส A: อยู่เกิน 3 วันเพราะนับวันผิด

เคสนี้ไม่ได้ร้ายแรงเท่า Overstay ระยะยาว แต่ยังควรอธิบายให้เป็นระบบ โดยเฉพาะถ้าจะเดินทางภายใน 1 ปีหลังเหตุการณ์เดิม ต้องเช็กว่าตนยังใช้ visa-free ได้หรือไม่ และควรเตรียมแผนเดินทางสั้น ชัด มีวันกลับแน่นอน

เคส B: อยู่เกินหลายเดือนแล้วออกเอง

เคสนี้ต้องระวังเรื่อง entry ban มากขึ้น แม้ออกเองก็ยังต้องดูว่าเคยได้รับคำสั่งหรือเอกสารใดจาก NIA หรือไม่ ควรตรวจวันครบกำหนดและเตรียมเหตุผลปัจจุบันให้แข็งแรง ไม่ควรยื่นแบบเร่งรีบเพียงเพราะเห็นตั๋วราคาถูก

เคส C: เคย Overstay และเคยทำงานระหว่างอยู่ไต้หวัน

ถ้ามีประเด็นทำงานผิดประเภทหรือกิจกรรมไม่ตรงวัตถุประสงค์เดิม ความเสี่ยงจะสูงกว่า Overstay ธรรมดา เพราะอาจถูกมองเรื่องเจตนาในการเดินทาง รอบใหม่ต้องอธิบายวัตถุประสงค์ให้ชัด และควรหลีกเลี่ยงข้อมูลคลุมเครือ เช่น “ไปเยี่ยมเพื่อนนาน ๆ” โดยไม่มีหลักฐานรองรับ

เคย Overstay แล้วไม่แน่ใจว่าเคสควรยื่นทันทีหรือควรรอก่อน?
ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยไล่ไทม์ไลน์เดิม เช็กจุดเสี่ยง และวางเอกสารอธิบายก่อนเริ่มดำเนินการจริง

💬 ส่งเคสให้ทีมช่วยประเมิน

7. ข้อผิดพลาดที่ทำให้เคย Overstay แล้วขอเข้าไต้หวันยากขึ้น

เคส Overstay ต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าเคสท่องเที่ยวปกติ เพราะข้อมูลเล็ก ๆ ที่ไม่ตรงกันอาจทำให้เจ้าหน้าที่สงสัยเจตนาการเดินทางได้ง่ายขึ้น

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
ข้อผิดพลาด ผลกระทบต่อเคส ควรแก้อย่างไร
ปกปิดประวัติ Overstay ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลง หากระบบมีข้อมูลเดิม อธิบายตามจริงและแนบหลักฐานประกอบเท่าที่มี
รีบจองทริปก่อนเช็ก entry ban อาจเสียค่าตั๋วหรือค่าที่พักโดยไม่จำเป็น เช็กสถานะก่อน แล้วค่อยวางแผนจอง
เขียนเหตุผล Overstay แบบแก้ตัวเกินจริง ทำให้จดหมายดูไม่น่าเชื่อถือ ใช้ภาษาตรง สั้น มีหลักฐาน และบอกวิธีป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ
เอกสารงานและการเงินอ่อน เจ้าหน้าที่อาจไม่มั่นใจว่าจะกลับไทยตามกำหนด เสริมหลักฐานงาน รายได้ ภาระผูกพัน และแผนกลับไทย
แผนเดินทางยาวเกินเหตุผล อาจถูกมองว่าเสี่ยงพำนักเกินอีก ทำแผนให้สั้น ชัด และสัมพันธ์กับวันลา/งบประมาณจริง

8. เคสแบบไหนควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดูก่อนยื่นจริง?

ไม่ใช่ทุกเคสที่ต้องใช้บริการ แต่เคสที่มีประวัติ Overstay ควรให้คนที่เข้าใจเอกสารวีซ่าช่วยดูอย่างน้อยก่อนตัดสินใจยื่นหรือจองทริป โดยเฉพาะเมื่อมีข้อมูลบางส่วนไม่ชัด หรือเคยได้รับเอกสารจากหน่วยงานไต้หวันแต่ไม่แน่ใจความหมาย

💡 ควรปรึกษาก่อนยื่น ถ้าเข้าข่ายเหล่านี้:
  • จำไม่ได้แน่ชัดว่า Overstay กี่วัน
  • เคยถูกปรับ ถูกส่งกลับ หรือมีเอกสารจาก NIA
  • ต้องเดินทางเร็วและกลัวว่าถูกปฏิเสธเข้าประเทศ
  • เคย Overstay น้อยกว่า 91 วัน แต่ยังอยู่ในช่วง 1 ปีหลังเดินทางออก
  • ต้องการยื่นวีซ่าใหม่และไม่รู้ว่าจะอธิบายประวัติเดิมอย่างไร
  • เอกสารงาน รายได้ หรือแผนเดินทางรอบใหม่ยังไม่แข็งแรง

ทีม Co Journey Visa สามารถช่วย ปรึกษาวีซ่า แบบรายเคส ตรวจจุดเสี่ยงในเอกสาร และวางแนวทางการอธิบายประวัติเดิมอย่างเป็นระบบ โดยไม่โอเวอร์เคลมหรือการันตีผลการพิจารณา

9. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นจริง

ข้อมูลเรื่อง Overstay, entry ban, visa-free, ค่าปรับ และเอกสารวีซ่าไต้หวันเปลี่ยนแปลงได้ ควรยึดข้อมูลทางการเป็นหลัก ไม่ควรใช้ข้อมูลจากโพสต์เก่า รีวิว หรือประสบการณ์คนอื่นแทนการตรวจสอบรายเคสของตัวเอง

📌 แหล่งข้อมูลทางการที่เกี่ยวข้อง:

ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นจริงทุกครั้ง และการพิจารณาขึ้นอยู่กับสถานทูต สำนักงานตัวแทนไต้หวัน BOCA, NIA หรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่เกี่ยวข้อง

⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?

  • ช่วยประเมินเคส Overstay แบบไม่เหมารวม — แยกให้ชัดว่าเป็นประวัติอยู่เกิน, entry ban, หรือปัญหาเอกสารรอบใหม่
  • ช่วยเรียงไทม์ไลน์การเดินทางเดิม — ตรวจวันเข้า-ออก จำนวนวันที่อยู่เกิน และจุดที่ต้องอธิบายก่อนยื่นจริง
  • ช่วยวางเอกสารให้สัมพันธ์กัน — งาน รายได้ แผนเดินทาง ที่พัก และเหตุผลกลับไทยต้องอ่านแล้วไปในทิศทางเดียวกัน
  • ช่วยทำจดหมายอธิบายประวัติเดิมอย่างระมัดระวัง — ไม่เขียนเกินจริง ไม่ปกปิด และไม่ใช้ถ้อยคำที่ทำให้เคสดูแย่กว่าเดิม
  • คำแนะนำแบบรายเคส ไม่ใช่ข้อมูลทั่วไป — ทีม Co Journey Visa ช่วยดูเป็นรายเคส และไม่การันตีผลวีซ่าหรือผลการอนุญาตเข้าเมือง

❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

ยังมีโอกาสเข้าไต้หวันได้ แต่ควรเช็กก่อนว่ามี entry ban หรือข้อจำกัดการใช้ visa-free หรือไม่ เพราะประวัติ overstay แม้สั้นก็อาจถูกพิจารณาเพิ่มที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองหรือในการขอวีซ่าครั้งต่อไป
ตามข้อมูลของ National Immigration Agency ผู้ที่ overstay น้อยกว่า 91 วันอาจเข้าเงื่อนไขได้รับการยกเว้น entry ban แต่จะไม่สามารถเข้าไต้หวันผ่าน visa-waiver หรือ landing visa ได้เป็นเวลา 1 ปี จึงควรตรวจสอบสถานะรายเคสและพิจารณาขอวีซ่าก่อนเดินทาง
ควรเตรียมหลักฐานว่าออกจากไต้หวันแล้ว ครบกำหนด ban แล้ว ชำระค่าปรับหรือดำเนินการตามที่หน่วยงานกำหนดแล้ว และเตรียมเอกสารอธิบายวัตถุประสงค์การเดินทางครั้งใหม่ให้ชัดเจน ก่อนยื่นวีซ่าหรือเดินทางอีกครั้ง
ควรมีจดหมายอธิบายที่ตรงไปตรงมา ระบุเหตุผลของ overstay เดิม วิธีแก้ไข สิ่งที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน และเหตุผลว่าจะไม่เกิดซ้ำ โดยไม่ควรเขียนแก้ตัวเกินจริงหรือปกปิดข้อมูล
ไม่ควรรีบซื้อตั๋วแบบจ่ายเต็มก่อนเช็กสถานะ เพราะถ้ายังมีข้อจำกัด entry ban หรือไม่สามารถใช้ visa-free ได้ อาจเสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น ควรประเมินเคสและเช็กข้อมูลทางการก่อน
ทีมช่วยดูไทม์ไลน์การเดินทางเดิม ระยะเวลา overstay สถานะ entry ban เอกสารประกอบ เหตุผลการเดินทางครั้งใหม่ และช่วยวางแผนเอกสารอธิบายรายเคส โดยไม่การันตีผลการอนุมัติ

📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับเคย Overstay ไต้หวันแล้วอยากขอวีซ่าหรือเข้าไต้หวันอีก

  • เคย Overstay ไต้หวันไม่ได้แปลว่าหมดโอกาสกลับเข้าไต้หวันเสมอไป แต่ต้องประเมินรายเคส
  • สิ่งที่ต้องเช็กก่อนคือจำนวนวันที่อยู่เกิน วิธีออกจากไต้หวัน ค่าปรับ เอกสารเดิม และสถานะ entry ban
  • Overstay น้อยกว่า 91 วันอาจมีเงื่อนไขเฉพาะเกี่ยวกับการใช้ visa-waiver หรือ landing visa ใน 1 ปีแรกตามข้อมูล NIA
  • ถ้าเคย Overstay นาน ถูกจับ หรือมีประเด็นทำงานผิดประเภท ควรระวังเป็นพิเศษ
  • เอกสารรอบใหม่ต้องตอบให้ได้ว่าเหตุการณ์เดิมเกิดขึ้นเพราะอะไร และครั้งนี้จะเดินทางกลับตามกำหนดเพราะอะไร
  • อย่าจองตั๋วหรือที่พักแบบเสียเงินเต็มก่อนเช็กสถานะและความเหมาะสมของวิธียื่น
  • ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจาก BOCA และ NIA ก่อนยื่นจริง เพราะกฎและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงได้

เคย Overstay ไต้หวัน อย่าเพิ่งยื่นแบบเดาเอง

ส่งรายละเอียดวันเข้า-ออกเดิม จำนวนวันที่อยู่เกิน เอกสารที่เคยได้รับ และแผนเดินทางรอบใหม่ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยประเมินเบื้องต้นได้ครับ เราช่วยดูว่าเคสควรเสริมตรงไหน ควรยื่นวีซ่าหรือควรรอก่อน และควรจัดเอกสารอธิบายอย่างไรให้รอบคอบขึ้น โดยไม่การันตีผลการพิจารณา

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com
⭐ รีวิวบทความ

บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?

ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น

0.0 ☆☆☆☆☆ จาก 0 รีวิว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่ได้เลือกดาว
ขอบคุณครับ รีวิวของคุณช่วยให้บทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่านคนต่อไปมากขึ้น 🙏

รีวิวจากผู้อ่าน

🐰
Rabbit Reader
★★★★★

อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย

🐱
Catเที่ยว
★★★★★

บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด

🐻
Bear Minimal
★★★★★

ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย

🦊
Fox Study
★★★★☆

บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ