🌈 Marriage Equality Thailand

สมรสเท่าเทียมคืออะไร? ใครจดทะเบียนได้ สิทธิอะไรเปลี่ยนไป และต้องใช้อะไรบ้าง

สรุปกฎหมายสมรสเท่าเทียมในประเทศไทยจากข้อมูลราชการ ตั้งแต่วันเริ่มใช้กฎหมาย อายุขั้นต่ำ คุณสมบัติ สถานที่จดทะเบียน เอกสารที่ต้องใช้ ไปจนถึงกรณีคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติ
📅 อัปเดตล่าสุด: 15 สิงหาคม 2569 ⚖️ อ้างอิงข้อมูลราชการ ✍️ Co Journey Visa
📋 ดูเอกสารจดทะเบียนสมรส
Home  ›  สมรสเท่าเทียมคืออะไร

คำว่า สมรสเท่าเทียม หมายถึงการที่กฎหมายไทยเปิดให้ บุคคลสองคนสามารถจดทะเบียนสมรสกันได้โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นชายกับหญิง และเมื่อจดทะเบียนถูกต้องแล้ว บุคคลทั้งสองมีสถานะเป็น “คู่สมรส” ตามกฎหมาย

การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ซึ่งแก้ถ้อยคำสำคัญด้านการหมั้นและการสมรส จากกรอบ “ชาย–หญิง” มาเป็น “บุคคล” และใช้คำว่า “คู่สมรส” เพื่อให้ครอบคลุมคู่รักทุกเพศ

สมรสเท่าเทียมคืออะไร — คำตอบสั้น ๆ:
ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 บุคคลสองคนที่มีคุณสมบัติตามกฎหมายสามารถจดทะเบียนสมรสในประเทศไทยได้ ไม่ว่าจะเป็นคู่ชาย-หญิง คู่ชาย-ชาย คู่หญิง-หญิง หรือคู่รักที่มีความหลากหลายทางเพศ โดยเมื่อจดทะเบียนแล้วจะมีสถานะและสิทธิในฐานะ “คู่สมรส” ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
มีผลใช้บังคับ 23 มกราคม 2568 ชื่อกฎหมาย: พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567

กฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 และกรมการปกครองปรับระบบทะเบียนครอบครัวเพื่อเริ่มให้บริการ ตามกฎหมายใหม่ทั่วประเทศในวันที่ 23 มกราคม 2568

สมรสเท่าเทียมคืออะไร?

สมรสเท่าเทียมคือการปรับกฎหมายครอบครัวให้การสมรสไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะ “ชายกับหญิง” แต่ใช้หลักว่า บุคคลสองคน ที่มีคุณสมบัติตามกฎหมายสามารถสมรสกันได้

ดังนั้นสำหรับคู่รัก LGBTQ+ จุดเปลี่ยนสำคัญคือ ความสัมพันธ์สามารถได้รับการจดทะเบียนเป็น การสมรสตามกฎหมายไทย เช่นเดียวกับคู่สมรสอื่น ๆ ไม่ได้เป็นเพียงการจัดพิธีแต่งงานหรือการอยู่ร่วมกันโดยไม่มีสถานะทางทะเบียน

💍 ก่อนกฎหมายสมรสเท่าเทียม

กฎหมายการสมรสเดิมวางเงื่อนไขการสมรสไว้ในกรอบชายและหญิง ทำให้คู่รักเพศเดียวกันไม่สามารถจดทะเบียนเป็นคู่สมรสตามระบบเดียวกันได้

🌈 หลัง 23 มกราคม 2568

กฎหมายใช้หลัก “บุคคลสองคน” และสถานะ “คู่สมรส” ทำให้คู่รักทุกเพศสามารถเข้าสู่ระบบการสมรสเดียวกันเมื่อมีคุณสมบัติครบ

📌 สิ่งที่ต้องแยก: “มีพิธีแต่งงาน” กับ “จดทะเบียนสมรส” ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน หากต้องการสิทธิที่เกิดจากสถานะคู่สมรสตามกฎหมาย ต้องมีการจดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้อง

กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลตั้งแต่เมื่อไร?

กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลใช้ในทางทะเบียนตั้งแต่ 23 มกราคม 2568 และกรมการปกครองได้ปรับระบบและแบบพิมพ์ทะเบียนสมรสให้รองรับคู่สมรสทุกเพศ

พระราชบัญญัติฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 โดยกรมการปกครองระบุว่าการเปลี่ยนแปลงสำคัญในงานทะเบียนมีทั้ง การเปลี่ยนคำจาก “ชาย–หญิง” เป็น “บุคคล” และจาก “สามี–ภริยา” เป็น “คู่สมรส”

สรุปวันที่ควรจำ:
24 กันยายน 2567 — ประกาศกฎหมายในราชกิจจานุเบกษา
23 มกราคม 2568 — เริ่มจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายสมรสเท่าเทียม

ใครสามารถจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมได้?

ไม่ได้มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นคู่ LGBTQ+ เท่านั้น หลักกฎหมายปัจจุบันคือ บุคคลสองคนที่มีคุณสมบัติครบสามารถสมรสกันได้ โดยเงื่อนไขหลักใช้กับทุกคู่

  • เป็นบุคคลสองคนที่ประสงค์และยินยอมจะสมรสกัน
  • โดยหลักต้องมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์
  • ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือบุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ
  • ไม่เป็นญาติสืบสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปหรือลงมา
  • ไม่เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา หรือร่วมแต่บิดาหรือมารดา
  • ผู้รับบุตรบุญธรรมกับบุตรบุญธรรมไม่สามารถสมรสกันได้
  • ต้องไม่มีคู่สมรสอยู่แล้วในขณะที่จะจดทะเบียนสมรสใหม่
  • กรณีบุคคลที่ยังเป็นผู้เยาว์ ต้องตรวจเรื่องความยินยอมตามกฎหมายด้วย
⚠️ การเปิดให้ทุกเพศจดทะเบียนได้ไม่ได้ยกเลิกเงื่อนไขอื่นของการสมรส: เช่น อายุ ความสัมพันธ์ทางเครือญาติ การมีคู่สมรสอยู่ก่อน และเงื่อนไขเฉพาะบางกรณียังคงต้องตรวจตามกฎหมาย

สมรสเท่าเทียมต้องอายุเท่าไร?

อายุขั้นต่ำของการสมรสเปลี่ยนเป็น 18 ปีบริบูรณ์ จากเดิมที่กฎหมายกำหนดไว้ที่ 17 ปี

อายุ หลักทั่วไป สิ่งที่ต้องตรวจเพิ่ม
18 ปีขึ้นไป เข้าเกณฑ์อายุขั้นต่ำสำหรับการสมรส ยังต้องมีคุณสมบัติด้านอื่นครบ
18–19 ปี อายุถึงเกณฑ์สมรสแล้ว แต่โดยสถานะอายุยังอาจเป็นผู้เยาว์ ต้องตรวจเรื่องความยินยอมจากผู้มีอำนาจตามกฎหมาย
ต่ำกว่า 18 ปี ไม่เข้าเกณฑ์อายุทั่วไป กรณีมีเหตุอันสมควร ศาลอาจอนุญาตให้สมรสก่อนนั้นได้

📱 เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

จุดที่หลายคนสับสน: “อายุขั้นต่ำ 18 ปี” ไม่ได้แปลว่าคนอายุ 18–19 ปี ไม่ต้องตรวจเรื่องความยินยอมของผู้มีอำนาจตามกฎหมาย หากกำลังจะจดทะเบียนจริงควรสอบถามสำนักทะเบียนก่อนวันนัด

สมรสเท่าเทียมทำให้สิทธิอะไรเปลี่ยนไปบ้าง?

ผลสำคัญที่สุดคือคู่รักที่เดิมไม่สามารถเข้าสู่สถานะคู่สมรสได้ สามารถมี สิทธิและหน้าที่ทางกฎหมายในฐานะคู่สมรส ซึ่งเกี่ยวข้องทั้งทรัพย์สิน มรดก ครอบครัว การรักษาพยาบาล และสิทธิอื่นที่กฎหมายหรือระเบียบผูกไว้กับสถานะคู่สมรส

🏠

ทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส

ระบบสินส่วนตัวและสินสมรสนำมาใช้กับคู่สมรสทุกเพศ รวมถึงหลักการจัดการทรัพย์สินระหว่างสมรส และการแบ่งทรัพย์สินเมื่อการสมรสสิ้นสุดลงตามกฎหมาย

📜

มรดก

คู่สมรสมีสถานะทางกฎหมายด้านมรดก รวมถึงสิทธิในฐานะทายาทโดยธรรมตามเงื่อนไขของกฎหมายมรดก ไม่ต้องพึ่งเพียงพินัยกรรมเพื่อสร้างสถานะคู่ชีวิต

👨‍👩‍👧

ครอบครัวและบุตรบุญธรรม

คู่สมรสไม่ว่าเพศใดสามารถเข้าสู่สิทธิและหน้าที่ด้านครอบครัว รวมถึงการรับบุตรบุญธรรมร่วมกัน เมื่อมีคุณสมบัติครบตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

🏥

การตัดสินใจด้านสุขภาพ

สถานะคู่สมรสช่วยให้คู่รักเข้าถึงสิทธิทางกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลและการตัดสินใจบางเรื่องทางการแพทย์ เมื่ออีกฝ่ายไม่สามารถตัดสินใจเองได้ โดยขั้นตอนจริงต้องดูข้อกฎหมายและระเบียบของสถานพยาบาลนั้น

🤝

สิทธิและหน้าที่ระหว่างคู่สมรส

เช่น การอุปการะเลี้ยงดู การหย่า ค่าเลี้ยงชีพ การดำเนินการทางกฎหมายบางประเภท และสิทธิอื่นที่ผูกกับคำว่า “คู่สมรส”

🏛️

สิทธิประโยชน์ตามกฎหมายอื่น

กฎหมายและระเบียบบางฉบับให้สิทธิแก่ “คู่สมรส” เช่น สวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์บางประเภท แต่การใช้สิทธิจริงควรตรวจเงื่อนไขกับหน่วยงานเจ้าของสิทธินั้นโดยตรง

⚠️ อย่าตีความว่า “จดทะเบียนแล้วทุกสิทธิจะอัปเดตอัตโนมัติ”: สิทธิด้านภาษี สวัสดิการ ประกัน การทำงาน หรือสิทธิจากหน่วยงานเฉพาะอาจมีขั้นตอนแจ้งข้อมูล แบบฟอร์ม หรือเงื่อนไขของหน่วยงานนั้นเพิ่มเติม

คู่รัก LGBTQ+ จดทะเบียนสมรสที่ไหน?

ในประเทศไทยสามารถติดต่อ สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนเขต ได้โดยไม่จำเป็นต้องจดตามภูมิลำเนาของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

สถานที่ เหมาะกับใคร สิ่งที่ควรทำก่อนเดินทาง
ที่ว่าการอำเภอ ผู้ที่จะจดทะเบียนในต่างจังหวัด โทรตรวจเอกสาร เวลารับบริการ และการนัดหมายของอำเภอนั้น
สำนักงานเขต กรุงเทพมหานคร ผู้ที่จะจดทะเบียนในกรุงเทพฯ ตรวจระบบนัดและเอกสารกับเขตที่จะไปจริง
สถานเอกอัครราชทูต / สถานกงสุลใหญ่ไทยในต่างประเทศ ผู้มีสิทธิใช้บริการทะเบียนครอบครัวของสถานทูต/กงสุล ตรวจว่ากฎหมายท้องถิ่นอนุญาต และสถานทูตนั้นรับจดทะเบียนในกรณีของคุณหรือไม่

📱 เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

แนะนำก่อนเลือกวันจดทะเบียน: หากเป็นคู่ไทย-ต่างชาติ หรือมีเอกสารพิเศษ ควรส่งรายการเอกสารให้สำนักทะเบียนที่จะใช้บริการตรวจล่วงหน้า เพราะชุดเอกสารมีรายละเอียดมากกว่ากรณีคนไทยสองคน

จดทะเบียนสมรสเท่าเทียมต้องใช้เอกสารอะไร?

สำหรับการจดทะเบียนในประเทศไทย กรมการปกครองระบุกลุ่มเอกสารหลัก ได้แก่เอกสารแสดงตัวบุคคล เอกสารสถานภาพสำหรับชาวต่างชาติ พยาน และเอกสารเพิ่มเติมตามกรณี

เอกสาร / หลักฐาน ใช้เมื่อใด ข้อควรตรวจ
บัตรประจำตัวประชาชน / การยืนยันตัวตนตามระบบ คู่สมรสสัญชาติไทย ข้อมูลชื่อและสถานะทะเบียนต้องเป็นปัจจุบัน
หนังสือเดินทาง กรณีคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติ ชื่อ วันเกิด และเลข Passport ต้องตรงกับเอกสารอื่น
หนังสือรับรองสถานภาพการสมรส กรณีบุคคลสัญชาติอื่น ตรวจประเทศผู้ออก อายุเอกสาร การรับรอง และคำแปล
พยานบุคคล 2 คน ใช้ประกอบการจดทะเบียน เตรียมเอกสารแสดงตัวของพยานตามที่สำนักทะเบียนกำหนด
สัญญาก่อนสมรส หากคู่สมรสต้องการทำสัญญาก่อนสมรส ควรดำเนินการให้ถูกเวลาและรูปแบบตามกฎหมาย
หนังสือยินยอม กรณีผู้เยาว์ที่ต้องได้รับความยินยอมและผู้ให้ความยินยอมไม่สามารถมาต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ตรวจรูปแบบกับสำนักทะเบียนก่อน
เอกสารสถานะเดิม เช่น เคยสมรส เปลี่ยนชื่อ หรือมีข้อมูลที่ต้องเชื่อมโยง อาจต้องใช้ใบหย่า มรณบัตร หรือเอกสารเปลี่ยนชื่อ แล้วแต่กรณี

📱 เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

รายการนี้เป็นกรอบหลัก ไม่ใช่การรับรองว่าใช้ครบทุกกรณี: ก่อนวันจดทะเบียนควรเช็กกับสำนักทะเบียนที่จะใช้บริการจริง โดยเฉพาะกรณีคู่สมรสต่างชาติ เคยหย่า มีเอกสารต่างประเทศ หรืออายุยังไม่ถึง 20 ปี

💍 กำลังเตรียมจดทะเบียน แต่ไม่แน่ใจว่าเอกสารที่มีครบหรือยัง?
หากมีคู่สมรสต่างชาติหรือเอกสารหลายประเทศ สามารถส่งรายการเอกสารให้ทีมช่วยแยกส่วนที่ต้องแปลและรับรองก่อนดำเนินการได้

📸 ส่งเอกสารให้ทีมช่วยเช็ก

สมรสเท่าเทียม ถ้ามีคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติล่ะ?

การที่กฎหมายเปิดให้บุคคลทุกเพศจดทะเบียนได้ หมายความว่ากรณีคู่ไทย-ต่างชาติสามารถใช้หลักการสมรสเดียวกัน แต่ฝ่ายต่างชาติยังต้องพิสูจน์ ตัวตนและสถานภาพว่าสามารถสมรสได้ตามกฎหมาย

ข้อมูลราชการระบุว่ากรณีคนไทยกับคนต่างชาติ โดยหลักจะเกี่ยวข้องกับ บัตรประชาชนของฝ่ายไทย + หนังสือเดินทางของฝ่ายต่างชาติ + หนังสือรับรองสถานภาพการสมรสของฝ่ายต่างชาติ พร้อมขั้นตอนแปลและรับรองเอกสารตามที่กำหนด

1 ดูสัญชาติของคู่สมรสต่างชาติ
ประเทศแต่ละแห่งออก Certificate of Marital Status, Certificate of No Impediment หรือเอกสารชื่ออื่นไม่เหมือนกัน
2 ดูว่าเอกสารออกจากที่ใด
ออกจากประเทศต้นทาง หรือสถานทูต/กงสุลของประเทศนั้นในประเทศไทย อาจทำให้ลำดับการรับรองต่างกัน
3 ตรวจการแปลและนิติกรณ์
อย่าเพิ่งแปลทุกใบก่อนรู้ว่าเอกสารต้นฉบับ ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานใดก่อนหรือไม่
4 เช็กสำนักทะเบียนที่จะจดจริง
ส่งเอกสารหรือสอบถามสำนักงานเขต/อำเภอล่วงหน้า เพื่อป้องกันการเดินทางไปแล้วเอกสารยังใช้ไม่ได้

หากคู่ของคุณเป็นชาวต่างชาติ สามารถอ่านต่อเรื่อง จดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ เพื่อดูเรื่องหนังสือรับรองโสด Passport การแปล และการรับรองเอกสารโดยเฉพาะ

เอกสารต่างประเทศต้องแปลหรือรับรองหรือไม่?

ถ้าเอกสารภาษาต่างประเทศจะนำมาใช้จดทะเบียนสมรสกับหน่วยงานไทย ต้องตรวจทั้ง การรับรองต้นฉบับ + คำแปลภาษาไทย + การรับรองนิติกรณ์ ตามประเภทและที่มาของเอกสาร

กรมการปกครองระบุในคู่มือการจดทะเบียนสมรสว่า เอกสารภาษาต่างประเทศที่นำมาใช้ต้องผ่านการรับรองการแปลเป็นภาษาไทย ตามข้อกำหนดของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

สถานการณ์ สิ่งที่ต้องตรวจ อย่าเพิ่งทำอะไร
หนังสือรับรองโสดออกจากประเทศต้นทาง ต้องรับรองจากประเทศต้นทางและหน่วยงานไทยในต่างประเทศก่อนหรือไม่ อย่าเพิ่งแปลก่อนรู้ลำดับการรับรอง
หนังสือรับรองโสดออกจากสถานทูตในไทย ตรวจขั้นตอนแปลไทยและการรับรองนิติกรณ์ อย่าใช้สำเนาหรือคำแปลที่ข้อมูลไม่ตรง Passport
เคยหย่าต่างประเทศ ตรวจเอกสารหย่าและการยอมรับเอกสารของหน่วยงานไทย อย่าคิดว่าหนังสือรับรองโสดอย่างเดียวจะแทนเอกสารเดิมได้ทุกกรณี
ชื่อในเอกสารไม่ตรงกัน ตรวจใบเปลี่ยนชื่อและเอกสารเชื่อมชื่อ อย่าแก้คำแปลให้ต่างจากต้นฉบับเพื่อทำให้ชื่อดูตรงกัน

📱 เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

หากต้องดำเนินการจริง สามารถใช้บริการ แปลเอกสาร และตรวจลำดับการ รับรองเอกสาร ก่อนนำไปจดทะเบียน

🌍 คู่สมรสถือ Passport ต่างชาติและมีเอกสารหลายภาษา?
ส่ง Passport + หนังสือรับรองสถานภาพ + ประเทศที่ออกเอกสารให้ทีมช่วยแยกก่อนว่า ใบไหนต้องแปลและใบไหนต้องรับรอง

💬 ตรวจเอกสารคู่ไทย-ต่างชาติ

หลังจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมแล้ว ต้องทำอะไรต่อ?

หลังได้รับการจดทะเบียนแล้ว ขั้นตอนต่อไปขึ้นอยู่กับว่าคุณจะนำสถานะคู่สมรสไปใช้เรื่องใด ไม่จำเป็นว่าทุกคู่ต้องดำเนินการเหมือนกัน

1. ตรวจทะเบียนสมรสทันที

ตรวจชื่อ เลขประจำตัว วันเกิด วันที่จดทะเบียน และข้อมูลคู่สมรสให้ถูกต้องก่อนออกจากสำนักทะเบียน

2. จัดเก็บ คร.2 / คร.3

เก็บเอกสารสมรสและสำเนาให้เป็นระบบ โดยดูว่าหน่วยงานที่จะใช้ต่อขอเอกสารประเภทใด

3. ตรวจเรื่องชื่อและนามสกุล

หากมีการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล ให้ตรวจขั้นตอนอัปเดตบัตร Passport ธนาคาร และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง

4. หากใช้เอกสารต่างประเทศ

ตรวจว่าปลายทางรับเอกสารภาษาอังกฤษจากอำเภอ/เขตได้หรือไม่ หรือต้องแปลและรับรองเพิ่มเติม

5. ตรวจสิทธิของแต่ละหน่วยงาน

เช่น สวัสดิการ ประกัน ภาษี หรือสิทธิผู้รับผลประโยชน์ เพราะบางหน่วยงานต้องแจ้งสถานะหรือยื่นเอกสารเพิ่ม

6. ถ้ามีเรื่องวีซ่า

การมีทะเบียนสมรสไม่ได้ทำให้ได้วีซ่าคู่สมรสอัตโนมัติ ต้องตรวจ Immigration Route ของประเทศที่จะย้ายไปหรือพำนัก

สำหรับคู่ที่ต้องนำทะเบียนสมรสไปใช้ต่างประเทศ สามารถอ่านเรื่อง ทะเบียนสมรสภาษาอังกฤษ และตรวจข้อกำหนดของประเทศปลายทางก่อนเริ่มแปลเอกสารใหม่

หากขั้นตอนถัดไปคือการย้ายไปอยู่กับคู่สมรสต่างประเทศ ควรตรวจประเภท วีซ่าแต่งงาน หรือ Family / Partner Route ของประเทศนั้นแยกต่างหาก

ตัวอย่างสถานการณ์ที่ควรแยกให้ออกก่อนเตรียมเอกสาร

ตัวอย่างสถานการณ์สมมติ 1
คู่รักหญิง-หญิง คนไทยทั้งสองคน

ทั้งคู่มีอายุเกิน 20 ปี ไม่เคยสมรสมาก่อน และต้องการจดทะเบียนในกรุงเทพฯ กรณีนี้ควรเริ่มจากตรวจเอกสารแสดงตัวและพยานกับสำนักงานเขตที่จะไป ไม่จำเป็นต้องเตรียมเอกสารต่างประเทศ

ตัวอย่างสถานการณ์สมมติ 2
ชายไทยกับชายต่างชาติจะจดทะเบียนในไทย

นอกจากคุณสมบัติเรื่องอายุและสถานภาพแล้ว ฝ่ายต่างชาติต้องมี Passport และหลักฐานสถานภาพการสมรส พร้อมตรวจลำดับการรับรองและคำแปลก่อนนำไปใช้กับสำนักทะเบียน

ตัวอย่างสถานการณ์สมมติ 3
คู่รักจดทะเบียนในไทยแล้วจะย้ายไปต่างประเทศ

ขั้นต่อไปไม่ใช่กลับไปจดทะเบียนใหม่ทันที แต่ควรตรวจประเทศปลายทางก่อนว่า ต้องใช้ คร.2, คร.3, เอกสารภาษาอังกฤษ คำแปล หรือการรับรองแบบใด รวมถึงต้องยื่น Spouse / Partner Visa หรือไม่

❌ สิ่งที่ไม่ควรทำ: อย่าแก้ชื่อ วันเกิด สถานภาพสมรส หรือประวัติการสมรสในคำแปลให้ต่างจากเอกสารจริง หากข้อมูลไม่ตรงกันควรหาเอกสารทางราชการที่อธิบายความเปลี่ยนแปลง เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ ใบหย่า หรือเอกสารสถานภาพที่ถูกต้อง

แหล่งข้อมูลทางการที่ใช้ตรวจเรื่องสมรสเท่าเทียม

กฎหมายและขั้นตอนทะเบียนควรตรวจจากแหล่งราชการก่อนทุกครั้ง โดยเฉพาะกรณีชาวต่างชาติ เอกสารภาษาต่างประเทศ หรือการจดทะเบียนที่สถานทูตไทยในต่างประเทศ

⚠️ ข้อมูลทะเบียนอาจมีการปรับระเบียบและระบบได้: ก่อนนัดวันจดทะเบียนจริง ให้ตรวจกรมการปกครองและสำนักทะเบียนที่จะไปอีกครั้ง โดยเฉพาะเอกสารต่างชาติ อายุเอกสาร การแปล การรับรอง และบริการนอกสำนักทะเบียน

❓ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสมรสเท่าเทียม

สมรสเท่าเทียมในประเทศไทยมีผลตั้งแต่วันไหน?

กฎหมายสมรสเท่าเทียมหรือพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 มีผลใช้บังคับและกรมการปกครองเริ่มให้บริการจดทะเบียนตามกฎหมายใหม่ ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568

คู่รัก LGBTQ+ จดทะเบียนสมรสในประเทศไทยได้หรือไม่?

ได้ กฎหมายเปลี่ยนหลักการจากการสมรสระหว่างชายและหญิง เป็นการสมรสระหว่างบุคคลสองคน โดยต้องมีคุณสมบัติตามเงื่อนไขของกฎหมาย เช่น อายุ สถานภาพสมรส และไม่มีความสัมพันธ์ต้องห้าม

สมรสเท่าเทียมต้องอายุเท่าไร?

โดยหลักบุคคลสองคนต้องมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ หากอายุต่ำกว่า 18 ปี ศาลอาจอนุญาตให้สมรสได้เมื่อมีเหตุอันสมควร และกรณีผู้ที่ยังเป็นผู้เยาว์ ต้องตรวจเรื่องความยินยอมจากผู้มีอำนาจตามกฎหมายด้วย

จดทะเบียนสมรสเท่าเทียมต้องใช้เอกสารอะไร?

กรณีคู่สมรสสัญชาติไทย เอกสารหลักคือหลักฐานแสดงตัว เช่น บัตรประชาชน พร้อมพยาน 2 คน และเอกสารเพิ่มเติมตามกรณี เช่น สัญญาก่อนสมรสหรือหนังสือยินยอม หากมีคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติ ต้องเพิ่ม Passport และหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส ตามข้อกำหนด

คู่สมรสเป็นชาวต่างชาติ สามารถจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมในไทยได้ไหม?

ได้เมื่อทั้งสองฝ่ายมีคุณสมบัติตามกฎหมายไทย โดยฝ่ายต่างชาติต้องพิสูจน์ตัวตนและสถานภาพการสมรส ด้วยเอกสารที่หน่วยงานไทยรับ และเอกสารต่างประเทศต้องผ่านขั้นตอนการแปล และรับรองตามกรณี

เอกสารต่างประเทศต้องแปลและรับรองทุกครั้งไหม?

ต้องดูประเภทและที่มาของเอกสาร แต่หากเป็นเอกสารภาษาต่างประเทศที่จะนำไปใช้จดทะเบียนในประเทศไทย ต้องตรวจข้อกำหนดเรื่องการแปลเป็นภาษาไทยและการรับรองนิติกรณ์ กับกรมการกงสุลและสำนักทะเบียนที่จะใช้บริการจริง

แต่งงานแล้วจะได้รับมรดกจากคู่สมรสหรือไม่?

สถานะคู่สมรสทำให้มีสิทธิด้านมรดกตามกฎหมาย รวมถึงการเป็นทายาทโดยธรรมตามเงื่อนไขของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่การแบ่งมรดกจริงยังต้องพิจารณาทายาทลำดับอื่น พินัยกรรม และทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตเป็นรายกรณี

สมรสเท่าเทียมทำให้ได้ Spouse Visa อัตโนมัติไหม?

ไม่อัตโนมัติ การจดทะเบียนสมรสทำให้มีสถานะคู่สมรสตามกฎหมาย แต่ Spouse Visa, Partner Visa หรือ Family Visa เป็นกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองอีกเรื่องหนึ่ง ผู้สมัครยังต้องมีคุณสมบัติและยื่นเอกสารตามประเทศปลายทาง

📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเรื่องสมรสเท่าเทียม

  • กฎหมายสมรสเท่าเทียมเริ่มใช้ในการจดทะเบียนตั้งแต่ 23 มกราคม 2568
  • การสมรสเปลี่ยนจากกรอบชาย-หญิงเป็นการสมรสระหว่างบุคคลสองคน
  • อายุขั้นต่ำทั่วไปคือ 18 ปีบริบูรณ์
  • ผู้ที่ยังเป็นผู้เยาว์ต้องตรวจเรื่องความยินยอมตามกฎหมาย
  • คู่สมรสต้องไม่มีคู่สมรสอื่นอยู่แล้วและต้องไม่อยู่ในความสัมพันธ์ต้องห้าม
  • ในไทยสามารถจดที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักงานเขตได้
  • คู่ไทย-ต่างชาติต้องเตรียมเอกสารสถานภาพของฝ่ายต่างชาติเพิ่ม
  • เอกสารภาษาต่างประเทศต้องตรวจขั้นตอนแปลและรับรองก่อนใช้ในไทย
  • การจดทะเบียนทำให้มีสิทธิและหน้าที่ในฐานะคู่สมรส แต่สิทธิบางเรื่องต้องติดต่อหน่วยงานเจ้าของสิทธิเพิ่ม
  • ทะเบียนสมรสไม่ได้ทำให้ได้ Spouse Visa หรือสิทธิพำนักต่างประเทศอัตโนมัติ

มีคู่สมรสต่างชาติ หรือเอกสารหลายประเทศ?

หากอ่านเรื่องสมรสเท่าเทียมแล้วและกำลังจะดำเนินการจริง สามารถส่งรูปเอกสารพร้อมแจ้ง สัญชาติของทั้งสองฝ่าย + ประเทศที่ออกเอกสาร + สถานที่ที่จะจดทะเบียน + วัตถุประสงค์หลังสมรส ให้ทีมช่วยแยกส่วนที่ควรตรวจได้

📸 ส่งรูปเอกสารให้ทีมช่วยเช็ก