วีซ่านักเรียนจีน (X1 / X2) ต่างกันอย่างไร? เอกสารที่ต้องใช้จากมหาวิทยาลัยจีนมีอะไรบ้าง

วีซ่านักเรียนจีน (X1 / X2) ต่างกันอย่างไร? เอกสารที่ต้องใช้จากมหาวิทยาลัยจีนมีอะไรบ้าง

🎓 China Student Visa X1 / X2

วีซ่านักเรียนจีน (X1 / X2) ต่างกันอย่างไร? เอกสารที่ต้องใช้จากมหาวิทยาลัยจีนมีอะไรบ้าง

คู่มือสำหรับนักเรียนไทยที่ได้ Admission จากมหาวิทยาลัยจีน แยกให้ชัดว่า X1 กับ X2 ใช้กรณีไหน ต้องมี Admission Notice, JW201/JW202 หรือเอกสารจากสถาบันแบบใด และหลังเข้าจีนต้องทำอะไรต่อ
📅 อัปเดตล่าสุด: 23 พฤษภาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่าน 11 นาที

หลายคนได้อีเมลตอบรับจากมหาวิทยาลัยจีนแล้ว แต่ยังสับสนว่า “ต้องขอ X1 หรือ X2?” เพราะชื่อวีซ่าคล้ายกันมาก และเอกสารจากมหาวิทยาลัยก็มีหลายชื่อ เช่น Admission Notice, Acceptance Letter, JW201, JW202, DQ Form หรือ Short-Term Student Information Form

หลักง่าย ๆ คือ X1 ใช้สำหรับการศึกษาในจีนระยะยาว โดยทั่วไปมากกว่า 180 วัน เช่น ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก หรือหลักสูตรภาษาระยะยาว ส่วน X2 ใช้สำหรับการศึกษาในจีนระยะสั้น โดยทั่วไปไม่เกิน 180 วัน เช่น คอร์สภาษา 1 เทอม ซัมเมอร์คอร์ส exchange ระยะสั้น หรือโปรแกรมอบรมที่มีวันจบชัดเจน

แต่ในทางปฏิบัติ อย่าดูแค่จำนวนวันจากความรู้ทั่วไป ต้องดูเอกสารที่มหาวิทยาลัยจีนออกให้ด้วย เพราะเอกสารจากสถาบันจะเป็นตัวช่วยยืนยันว่าโปรแกรมของคุณเข้ากลุ่ม long-term หรือ short-term study และต้องใช้เอกสารชุดไหนประกอบการยื่น วีซ่าจีน

สรุปสั้น ๆ: วีซ่านักเรียนจีน X1 ใช้สำหรับการศึกษาระยะยาวในจีน โดยทั่วไปเกิน 180 วัน และมักต้องใช้ Admission Notice พร้อม Visa Application for Study in China เช่น JW201/JW202 หลังเข้าจีนต้องขอ Residence Permit ภายใน 30 วัน ส่วน X2 ใช้สำหรับการศึกษาระยะสั้น โดยทั่วไปไม่เกิน 180 วัน มักใช้ Admission Notice หรือเอกสารตอบรับจากสถาบันจีน และโดยทั่วไปไม่ต้องเปลี่ยนเป็น Residence Permit แบบ X1

💬 มี Admission Notice แล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าควรยื่น X1 หรือ X2? ส่งเอกสารจากมหาวิทยาลัยจีน ระยะเวลาเรียน และวันเดินทางให้ทีมช่วยเช็กความสอดคล้องก่อนกรอกฟอร์มได้ครับ

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

1) X1 กับ X2 ต่างกันอย่างไร?

ความต่างหลักของ X1 และ X2 คือ “ระยะเวลาเรียน” และ “ขั้นตอนหลังเข้าจีน” โดย X1 เป็นวีซ่าสำหรับนักเรียนระยะยาว ส่วน X2 เป็นวีซ่าสำหรับนักเรียนระยะสั้น

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

หัวข้อเปรียบเทียบ X1 Student Visa X2 Student Visa คำแนะนำจากเคสจริง
ระยะเวลาเรียน โดยทั่วไปมากกว่า 180 วัน โดยทั่วไปไม่เกิน 180 วัน ดูวันที่ใน Admission Notice เป็นหลัก ไม่ใช่เดาจากชื่อคอร์ส
เหมาะกับใคร ปริญญาตรี โท เอก หลักสูตรภาษาระยะยาว หรือ exchange ระยะยาว คอร์สภาษา 1–6 เดือน ซัมเมอร์คอร์ส exchange ระยะสั้น ถ้าหลักสูตรยาวเกิน 180 วัน อย่าใช้ X2 เพราะคิดว่าง่ายกว่า
เอกสารจากมหาวิทยาลัย Admission Notice และ JW201/JW202 หรือเอกสาร study visa form ที่สถาบันออกให้ Admission Notice หรือเอกสารตอบรับ/เอกสาร short-term student ตามที่สถาบันออกให้ เอกสารต้องระบุชื่อผู้สมัคร หลักสูตร มหาวิทยาลัย และระยะเวลาเรียนชัดเจน
หลังเข้าจีน โดยทั่วไปต้องขอ Residence Permit ภายใน 30 วันหลังเข้าจีน โดยทั่วไปพำนักตามช่วงเวลาวีซ่าหรือที่ได้รับอนุญาต ไม่ใช่เส้นทาง Residence Permit แบบ X1 นักเรียน X1 ควรติดต่อ International Student Office ทันทีหลังถึงจีน
ความเสี่ยงที่พบบ่อย ได้ X1 แล้วลืมทำ Residence Permit ทันเวลา หลักสูตรจริงยาวเกิน X2 หรือเอกสารไม่บอกวันเรียนชัด ก่อนจอง ตั๋วเครื่องบิน ควรตรวจวันเปิดเทอม วันลงทะเบียน และวันรายงานตัว
⚠️ จุดที่ควรระวัง: อย่าเลือก X1 หรือ X2 เองจากความรู้สึกว่า “เรียนไม่นาน” หรือ “อยากอยู่จีนยาว” เพราะประเภทวีซ่าควรสอดคล้องกับเอกสารที่สถาบันจีนออกให้ หากเอกสารมหาวิทยาลัยระบุหลักสูตรเกิน 180 วัน แต่ผู้สมัครยื่นแบบ X2 อาจทำให้ข้อมูลไม่สอดคล้องกัน

2) เอกสารจากมหาวิทยาลัยจีนที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง?

เอกสารจากมหาวิทยาลัยจีนคือแกนหลักของวีซ่านักเรียน เพราะเป็นหลักฐานว่าได้รับตอบรับเข้าเรียนจริง เรียนหลักสูตรอะไร ระยะเวลาเท่าไร และควรยื่นวีซ่าประเภทใด

  • Admission Notice / Acceptance Letter — เอกสารตอบรับเข้าเรียนจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันจีน
  • JW201 / JW202 — Visa Application for Study in China สำหรับหลายเคส X1 หรือหลักสูตรระยะยาว
  • Short-term student document / DQ Form — บางมหาวิทยาลัยใช้กับหลักสูตรระยะสั้น 30–180 วัน
  • เอกสารชำระค่าเรียนหรือทุน — ใช้เสริมบางกรณี เช่น ทุนรัฐบาลจีน ทุนมหาวิทยาลัย หรือ self-funded student
  • รายละเอียดหลักสูตร — เช่น วันเริ่มเรียน วันจบ คณะ/สาขา campus และข้อมูล International Student Office

จากประสบการณ์ดูเคส เอกสารที่ต้องเช็กเป็นพิเศษคือชื่อภาษาอังกฤษของผู้สมัคร เลขพาสปอร์ต วันเกิด ชื่อหลักสูตร และวันที่เริ่ม/จบ เพราะถ้าข้อมูลใน Admission Notice ไม่ตรงกับพาสปอร์ตหรือฟอร์มวีซ่า อาจต้องให้มหาวิทยาลัยแก้เอกสารก่อนยื่นจริง

3) JW201 / JW202 คืออะไร?

JW201 และ JW202 คือเอกสาร Visa Application for Study in China ที่ออกผ่านระบบของจีน ใช้ประกอบการขอวีซ่านักเรียน โดยทั่วไปพบในเคสหลักสูตรระยะยาวหรือ X1 เช่น ปริญญา หรือหลักสูตรที่ต้องเปลี่ยนเป็น Residence Permit หลังเข้าจีน

ชื่อเอกสารอาจทำให้สับสน เพราะบางมหาวิทยาลัยส่งเป็นไฟล์ PDF บางแห่งให้ดาวน์โหลดจากระบบ บางแห่งส่งเอกสารพร้อม Admission Notice และบางแห่งใช้คำอธิบายอื่น เช่น Visa Application for Study in China ดังนั้นควรดูเนื้อหาในเอกสาร ไม่ใช่ดูชื่อไฟล์อย่างเดียว

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

เอกสาร มักใช้กับกรณีใด ข้อมูลที่ควรเช็ก จุดที่มักพลาด
JW201 บางกรณีที่เกี่ยวกับทุนหรือโครงการที่ได้รับการสนับสนุนตามระบบของจีน ชื่อผู้สมัคร มหาวิทยาลัย หลักสูตร และระยะเวลาเรียน ชื่อในเอกสารไม่ตรงพาสปอร์ต หรือใช้เอกสารคนละ applicant
JW202 นักเรียนต่างชาติ self-funded หรือหลักสูตรที่มหาวิทยาลัยออกเอกสารให้ตามระบบ เลขพาสปอร์ต วันเกิด รายละเอียดสถาบัน และระยะเวลาเรียน พาสปอร์ตเปลี่ยนเล่มหลังมหาวิทยาลัยออก JW202 แล้วไม่ได้แก้ข้อมูล
Admission Notice ทั้ง X1 และ X2 ใช้ยืนยันการรับเข้าเรียน วันเริ่มเรียน วันสิ้นสุด ชื่อหลักสูตร campus และชื่อมหาวิทยาลัย วันเรียนไม่ชัด ทำให้แยก X1/X2 ยาก
DQ / Short-term student form บางมหาวิทยาลัยใช้กับการเรียนระยะสั้น เช่น 30–180 วัน ระยะเวลาเรียนและข้อมูลสถาบัน ผู้สมัครคิดว่าไม่มี JW202 แล้วใช้ยื่นไม่ได้ ทั้งที่มหาวิทยาลัยอาจออกเอกสารรูปแบบอื่นให้
📌 คำแนะนำสำคัญ: หากมหาวิทยาลัยจีนออกทั้ง Admission Notice และ JW201/JW202 ให้เก็บไฟล์และฉบับพิมพ์ให้ครบ อย่าแนบเฉพาะ Admission Notice โดยไม่ตรวจว่า checklist ของศูนย์วีซ่าจีนต้องใช้ JW form ด้วยหรือไม่

4) X2 ต้องใช้เอกสารอะไรจากสถาบัน?

X2 ใช้สำหรับการเรียนระยะสั้น โดยทั่วไปไม่เกิน 180 วัน เอกสารหลักมักเป็น Admission Notice หรือเอกสารตอบรับจากมหาวิทยาลัย/สถาบันจีนที่ระบุช่วงเวลาเรียนอย่างชัดเจน บางมหาวิทยาลัยอาจมีเอกสาร short-term student form หรือ DQ Form สำหรับนักเรียนระยะสั้น

สำหรับ X2 สิ่งที่สำคัญมากคือวันที่เรียนต้องชัดเจน เช่น เรียนภาษาจีน 3 เดือน เรียน summer program 6 สัปดาห์ หรือ exchange 1 semester หาก Admission Notice ไม่ระบุวันสิ้นสุด หรือเขียนกว้างเกินไป อาจทำให้การประเมินประเภทวีซ่าและวันเดินทางไม่ชัดเจน

💡 จากเคสจริง: นักเรียนบางคนสมัครคอร์สภาษาระยะสั้น แต่ Admission Notice ระบุแค่ “Chinese Language Program” โดยไม่เห็นวันเริ่มและวันจบชัดเจน ทำให้ต้องขอเอกสารเพิ่มเติมจากสถาบันก่อนยื่น เพื่อให้ศูนย์วีซ่าเห็นว่าคอร์สไม่เกิน 180 วันจริง

5) เอกสารพื้นฐานที่ผู้สมัครต้องเตรียม

นอกจากเอกสารจากมหาวิทยาลัยจีน ผู้สมัครยังต้องเตรียมเอกสารพื้นฐานสำหรับยื่นวีซ่าจีน เช่น พาสปอร์ต แบบฟอร์มออนไลน์ รูปถ่าย และเอกสารประกอบตามที่ศูนย์วีซ่าจีนกำหนด

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

เอกสาร ใช้ทำอะไร จุดที่ควรระวัง
พาสปอร์ตตัวจริง ใช้ติดวีซ่าและยืนยันตัวตน ควรมีอายุเหลือเพียงพอและมีหน้าว่างตามข้อกำหนด
แบบฟอร์มวีซ่าจีนออนไลน์ เป็นข้อมูลคำร้องหลัก ข้อมูลต้องตรงกับ Admission Notice, JW form และพาสปอร์ต
รูปถ่ายวีซ่าจีน ใช้ประกอบคำร้องและระบบออนไลน์ ขนาด พื้นหลัง และใบหน้าต้องตรงสเปกจีน
Admission Notice ยืนยันการรับเข้าเรียน ชื่อ หลักสูตร วันเรียน และมหาวิทยาลัยต้องชัดเจน
JW201/JW202 หรือเอกสาร study visa form ใช้ประกอบ X1 หรือหลักสูตรระยะยาว เลขพาสปอร์ตและข้อมูลส่วนตัวต้องตรงกับเล่มปัจจุบัน
เอกสารการเงิน/ทุน บางเคสใช้ยืนยันค่าเรียนและค่าครองชีพ ควรตรวจว่ามหาวิทยาลัยหรือศูนย์วีซ่าขอหรือไม่
เอกสารผู้ปกครองสำหรับผู้เยาว์ ใช้กรณีผู้สมัครอายุต่ำกว่า 18 ปี อาจต้องมีสูติบัตร หนังสือยินยอม และเอกสารพ่อแม่

หากเอกสารไทย เช่น Transcript ใบจบ ใบรับรองสถานะนักศึกษา หรือเอกสารผู้ปกครอง ต้องส่งให้มหาวิทยาลัยจีนก่อนออก Admission ควรตรวจเรื่อง แปลเอกสาร และ รับรองเอกสาร ตั้งแต่ต้น เพราะบางมหาวิทยาลัยต้องใช้เอกสารที่แปลหรือรับรองก่อนออกเอกสารรับเข้าเรียน

6) ขั้นตอนยื่นวีซ่านักเรียนจีน X1/X2

เมื่อได้รับเอกสารจากมหาวิทยาลัยจีนแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือเตรียมคำร้องวีซ่าและยื่นผ่านระบบหรือศูนย์วีซ่าจีนตามพื้นที่รับผิดชอบ โดยควรเช็กประกาศล่าสุดของศูนย์วีซ่าจีนก่อนเสมอ

1
ตรวจ Admission Notice
เช็กชื่อผู้สมัคร เลขพาสปอร์ต หลักสูตร วันเริ่มเรียน วันสิ้นสุด และ campus ให้ตรงกับเอกสารจริง
2
แยกประเภท X1 หรือ X2
ดูระยะเวลาเรียน เอกสารที่มหาวิทยาลัยออกให้ และคำแนะนำจาก International Student Office
3
เตรียมเอกสารพื้นฐาน
พาสปอร์ต รูปถ่าย แบบฟอร์มออนไลน์ เอกสารจากมหาวิทยาลัย และเอกสารเสริมตามเคส
4
กรอกฟอร์มวีซ่าจีนออนไลน์
ระบุประเภทวีซ่า ที่อยู่มหาวิทยาลัย เมืองที่เรียน และข้อมูลการเดินทางให้ตรงกับเอกสาร
5
ยื่นเอกสารที่ศูนย์วีซ่าจีน
ตรวจเรื่องคิว การรับ walk-in ค่าธรรมเนียม และวันหยุดของศูนย์ก่อนเดินทางไปยื่น
6
รับผลและตรวจหน้าวีซ่า
ตรวจชื่อ เลขพาสปอร์ต ประเภท X1/X2 วันหมดอายุ และจำนวนครั้งเข้าออกก่อนเดินทาง
⚠️ อย่าจองแผนแบบกระชั้น: ก่อนจองตั๋ว ควรดูวันรายงานตัว วันเปิดเทอม วันที่ dormitory เปิด และ timeline ยื่นวีซ่า เพราะหากเอกสารมหาวิทยาลัยมีข้อมูลผิด ต้องขอแก้จากจีนซึ่งอาจใช้เวลา

7) หลังเข้าจีนด้วย X1 ต้องทำอะไรต่อ?

สำหรับ X1 สิ่งสำคัญคือหลังเข้าจีนยังไม่จบกระบวนการ นักเรียนต้องติดต่อมหาวิทยาลัยเพื่อทำขั้นตอนรายงานตัว ตรวจสุขภาพตามที่มหาวิทยาลัยหรือเมืองกำหนด และขอ Residence Permit กับหน่วยงาน Exit-Entry Administration ภายใน 30 วันหลังเข้าจีน

Residence Permit จะเป็นเอกสารสำคัญสำหรับการพำนักระยะยาวในจีนระหว่างเรียน และโดยทั่วไปใช้แทนวีซ่าสำหรับการเข้าออกจีนในช่วงที่มีผลอนุญาต จึงควรทำตาม timeline ของมหาวิทยาลัยอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะช่วงเปิดเทอมที่นักเรียนต่างชาติเข้าพร้อมกันจำนวนมาก

📌 เช็กกับมหาวิทยาลัยทันทีหลังถึงจีน: ต้องรายงานตัวที่ไหน ต้องตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลหรือศูนย์ใด ต้องใช้รูปถ่ายกี่ใบ ต้องลงทะเบียนที่พักอย่างไร และวันสุดท้ายที่ต้องยื่น Residence Permit คือวันไหน

หากพักใน dormitory ของมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยอาจช่วยเรื่อง registration ที่พักได้ แต่ถ้าพักนอกมหาวิทยาลัย เช่น อพาร์ตเมนต์ บ้านเพื่อน หรือห้องเช่า ควรถาม International Student Office ว่าต้องทำ accommodation registration ที่สถานีตำรวจหรือระบบท้องถิ่นอย่างไร

8) X2 อยู่จีนครบคอร์สแล้วต่อได้ไหม?

X2 เป็นวีซ่าระยะสั้นสำหรับหลักสูตรที่มีระยะเวลาไม่เกิน 180 วันโดยทั่วไป หากต้องการเรียนต่อหลังจบคอร์สเดิม เช่น จากคอร์สภาษา 3 เดือนต่อเป็นหลักสูตรปริญญา ต้องถามสถาบันจีนและหน่วยงานท้องถิ่นว่าต้องออกเอกสารใหม่ ยื่นวีซ่าใหม่ หรือเปลี่ยนสถานะอย่างไร

ไม่ควรวางแผนว่า “ไปด้วย X2 ก่อนแล้วค่อยหาทางอยู่ต่อ” โดยไม่ถามสถาบัน เพราะบางกรณีอาจต้องออกนอกจีนมายื่นวีซ่าใหม่ หรือใช้เอกสารมหาวิทยาลัยชุดใหม่ตามประเภทหลักสูตรที่เปลี่ยนไป

❌ ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย: สมัคร X2 เพื่อเรียนคอร์สสั้น แต่ไปถึงจีนแล้วอยากต่อปริญญายาวทันที โดยยังไม่มี Admission Notice ใหม่หรือเอกสาร X1 ที่มหาวิทยาลัยออกให้ ทำให้การวางแผนพำนักและวีซ่าซับซ้อนกว่าที่คิด

9) ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในเคสนักเรียนจีน

เคสนักเรียนจีนมักไม่ได้พลาดเพราะไม่มีเอกสารเลย แต่พลาดเพราะข้อมูลในเอกสารไม่ตรงกัน เช่น พาสปอร์ตเปลี่ยนเล่มหลังได้ Admission, ชื่อสะกดไม่ตรง, วันเรียนไม่ชัด หรือเลือก X1/X2 ไม่สอดคล้องกับระยะเวลาจริง

❌ ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง:
  • ใช้ Admission Notice ที่เลขพาสปอร์ตเป็นเล่มเก่า แต่ยื่นด้วยพาสปอร์ตเล่มใหม่
  • เลือก X2 ทั้งที่หลักสูตรเกิน 180 วัน
  • ยื่น X1 แต่ไม่มี JW201/JW202 หรือเอกสาร study visa form ที่มหาวิทยาลัยระบุให้ใช้
  • ฟอร์มออนไลน์กรอกชื่อมหาวิทยาลัยหรือที่อยู่ campus ไม่ตรงกับเอกสารตอบรับ
  • จองวันบินหลังเปิดเทอมใกล้เกินไป จนไม่มีเวลาแก้เอกสารหากถูกขอเพิ่ม
  • เข้าเมืองด้วย X1 แล้วไม่ยื่น Residence Permit ภายใน 30 วัน
  • ไม่ถามมหาวิทยาลัยเรื่องตรวจสุขภาพและ registration ที่พักหลังถึงจีน

10) ตัวอย่างเคส X1 / X2 ที่ควรวางเอกสารต่างกัน

เคสที่ 1: เรียนปริญญาโทที่จีน 2 ปี

เคสนี้โดยทั่วไปเข้ากลุ่ม X1 ต้องมี Admission Notice และ JW201/JW202 หรือเอกสาร study visa form ที่มหาวิทยาลัยออกให้ หลังเข้าจีนต้องรายงานตัว ตรวจสุขภาพตามที่กำหนด และทำ Residence Permit ภายใน 30 วัน

เคสที่ 2: เรียนภาษาจีน 4 เดือน

หากหลักสูตรไม่เกิน 180 วัน โดยทั่วไปมักเข้ากลุ่ม X2 เอกสารหลักคือ Admission Notice หรือเอกสารตอบรับจากสถาบันที่ระบุวันเรียนชัดเจน ควรตรวจว่าเอกสารบอกวันเริ่มและวันจบครบหรือไม่

เคสที่ 3: ได้ทุนรัฐบาลจีนหรือทุนมหาวิทยาลัย

เคสทุนควรตรวจเอกสารทุนพร้อม Admission และ JW form เพราะข้อมูลทุนอาจเกี่ยวข้องกับค่าธรรมเนียม ค่าเรียน หอพัก หรือ living allowance หากเอกสารทุนสะกดชื่อหรือหลักสูตรไม่ตรงกับ Admission ควรให้มหาวิทยาลัยแก้ก่อนยื่น

ก่อนยื่น X1/X2 ให้ทีมช่วยตรวจเอกสารจากมหาวิทยาลัยก่อน
โดยเฉพาะ Admission Notice, JW201/JW202, วันเรียน เลขพาสปอร์ต และประเภทวีซ่าที่ควรเลือก

💬 ส่งเอกสารมหาวิทยาลัยให้ทีมช่วยเช็ก

11) แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นจริง

ข้อกำหนดวีซ่านักเรียนจีน ระบบยื่นคำร้อง เอกสารจากมหาวิทยาลัย และขั้นตอนหลังเข้าจีนอาจปรับตามประกาศของศูนย์วีซ่าจีน สถานทูตจีน และมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง จึงควรตรวจจากแหล่งทางการก่อนยื่นจริงทุกครั้ง

📌 แหล่งข้อมูลทางการที่แนะนำ:

หากเอกสารไทยของคุณต้องใช้สมัครมหาวิทยาลัยหรือประกอบการออก JW form เช่น Transcript ใบจบ หนังสือรับรองสถานะนักศึกษา หรือเอกสารผู้ปกครอง ควรตรวจตั้งแต่ต้นว่าใช้ภาษาอังกฤษหรือจีน ต้องรับรองเอกสารหรือไม่ และควรส่งฉบับจริงหรือไฟล์ scan ให้มหาวิทยาลัย

⭐ ทำไมควรให้ Co Journey Visa ช่วยตรวจเอกสาร X1/X2?

  • ช่วยแยกประเภทวีซ่าให้ตรงกับระยะเวลาเรียน — X1 และ X2 ใช้ต่างกัน การเลือกผิดอาจทำให้ข้อมูลในฟอร์มไม่สอดคล้องกับเอกสารมหาวิทยาลัย
  • ช่วยตรวจ Admission Notice และ JW form — ชื่อ เลขพาสปอร์ต วันเรียน หลักสูตร และมหาวิทยาลัยต้องตรงกันทุกจุด
  • ช่วยดูเอกสารไทยก่อนส่งให้มหาวิทยาลัย — เช่น Transcript ใบจบ เอกสารทุน หรือเอกสารผู้ปกครองที่อาจต้องแปล/รับรอง
  • ช่วยวาง timeline ก่อนเปิดเทอม — ลดความเสี่ยงจากการยื่นกระชั้น จองตั๋วเร็วเกินไป หรือไม่มีเวลาแก้เอกสาร
  • คำแนะนำแบบรายเคส ไม่ใช่ข้อมูลทั่วไป — ทีม Co Journey Visa ช่วยดูจากเอกสารจริงของนักเรียน โดยไม่โอเวอร์เคลมหรือการันตีผลการพิจารณา

❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

วีซ่านักเรียนจีน X1 กับ X2 ต่างกันอย่างไร?
X1 ใช้สำหรับการศึกษาระยะยาวในจีน โดยทั่วไปเกิน 180 วัน และหลังเข้าจีนต้องดำเนินการขอ Residence Permit ภายในเวลาที่กำหนด ส่วน X2 ใช้สำหรับการศึกษาระยะสั้น โดยทั่วไปไม่เกิน 180 วัน เช่น คอร์สภาษา ซัมเมอร์คอร์ส หรือ exchange ระยะสั้น
ขอวีซ่า X1 ต้องใช้เอกสารจากมหาวิทยาลัยจีนอะไรบ้าง?
โดยทั่วไปต้องใช้ Admission Notice หรือ Acceptance Letter จากมหาวิทยาลัยจีน และ Visa Application for Study in China เช่น JW201 หรือ JW202 พร้อมเอกสารพื้นฐานอื่น เช่น พาสปอร์ต แบบฟอร์มออนไลน์ รูปถ่าย และเอกสารตามที่ศูนย์วีซ่าจีนกำหนด
ขอวีซ่า X2 ต้องใช้ JW201 หรือ JW202 ไหม?
โดยทั่วไป X2 สำหรับการศึกษาระยะสั้นมักใช้ Admission Notice หรือเอกสารตอบรับจากสถาบันจีนเป็นหลัก บางมหาวิทยาลัยอาจออกเอกสาร short-term student form หรือเอกสารอื่นแทน ควรตรวจ checklist ล่าสุดจากมหาวิทยาลัยและศูนย์วีซ่าจีนก่อนยื่นจริง
เข้าเมืองจีนด้วย X1 แล้วต้องทำอะไรต่อ?
ผู้ถือ X1 โดยทั่วไปต้องติดต่อมหาวิทยาลัยเพื่อทำขั้นตอนลงทะเบียน ตรวจสุขภาพตามที่กำหนด และยื่นขอ Residence Permit ที่ Exit-Entry Administration ภายใน 30 วันหลังเข้าจีน เพื่อให้พำนักระยะยาวตามระยะเวลาการศึกษาได้
ถ้าเรียนภาษาจีน 3 เดือน ควรขอ X1 หรือ X2?
ถ้าเรียน 3 เดือน หรือไม่เกิน 180 วัน โดยทั่วไปมักพิจารณา X2 แต่ต้องดูเอกสารที่สถาบันจีนออกให้และข้อกำหนดของศูนย์วีซ่าจีนในช่วงเวลายื่นจริง
เอกสารไทยสำหรับสมัครเรียนจีนต้องแปลหรือรับรองไหม?
ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยจีนและประเภทหลักสูตร เช่น ปริญญา Transcript ใบจบ ใบรับรองสถานะนักศึกษา หรือเอกสารผู้ปกครอง อาจต้องแปลเป็นอังกฤษหรือจีน และบางกรณีต้องรับรองเอกสารตามที่มหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานจีนกำหนด

📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับวีซ่านักเรียนจีน X1/X2

  • X1 ใช้สำหรับการศึกษาระยะยาวในจีน โดยทั่วไปเกิน 180 วัน
  • X2 ใช้สำหรับการศึกษาระยะสั้นในจีน โดยทั่วไปไม่เกิน 180 วัน
  • X1 มักต้องใช้ Admission Notice และ JW201/JW202 หรือเอกสาร study visa form จากมหาวิทยาลัยจีน
  • X2 มักใช้ Admission Notice หรือเอกสารตอบรับ/เอกสาร short-term student จากสถาบันจีน
  • ผู้ถือ X1 ต้องดำเนินการขอ Residence Permit ภายใน 30 วันหลังเข้าจีน
  • ชื่อ เลขพาสปอร์ต วันเกิด หลักสูตร และวันเรียนในเอกสารมหาวิทยาลัยต้องตรงกับฟอร์มและพาสปอร์ต
  • เอกสารไทยบางชิ้นอาจต้องแปลหรือรับรองก่อนใช้สมัครเรียนหรือประกอบการออกเอกสารจากมหาวิทยาลัย

ก่อนยื่น X1/X2 ให้เช็กเอกสารมหาวิทยาลัยจีนให้ตรงทุกจุด

ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจ Admission Notice, JW201/JW202, เอกสารเรียนระยะสั้น ฟอร์มวีซ่า และเอกสารไทยที่ต้องแปล/รับรอง เพื่อให้การยื่นวีซ่านักเรียนจีนเป็นระบบและลดความเสี่ยงจากข้อมูลไม่ตรงกัน

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com