วีซ่าธุรกิจเยอรมนี 2026 ขอยังไง ใช้เอกสารอะไรบ้าง?

วีซ่าธุรกิจเยอรมนี 2026 ขอยังไง ใช้เอกสารอะไรบ้าง?

🇩🇪 Germany Business Visa 2026

วีซ่าธุรกิจเยอรมนี 2026 ขอยังไง ใช้เอกสารอะไรบ้าง?

คู่มือสำหรับคนไทยที่ต้องเดินทางไปเยอรมนีเพื่อประชุม พบคู่ค้า งานแสดงสินค้า ฝึกอบรมระยะสั้น เจรจาธุรกิจ หรือขยายตลาดในยุโรป พร้อมรายการเอกสารและข้อควรระวังแบบใช้งานจริง
📅 อัปเดตล่าสุด: 20 พฤษภาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่าน 10 นาที

เยอรมนีเป็นหนึ่งในประเทศที่คนไทยเดินทางไปทำธุรกิจมากที่สุดในยุโรป ทั้งงานแฟร์ระดับโลกที่แฟรงก์เฟิร์ต มิวนิก ดุสเซลดอร์ฟ ฮันโนเวอร์ โคโลญจน์ การประชุมกับคู่ค้า โรงงาน ซัพพลายเออร์ บริษัทเทคโนโลยี เครื่องจักร ยานยนต์ โลจิสติกส์ และการเจรจาธุรกิจระหว่างบริษัทไทยกับบริษัทเยอรมัน

คำถามที่เจอบ่อยคือ “วีซ่าธุรกิจเยอรมนี 2026 ต้องขอยังไง ใช้เอกสารอะไรบ้าง และต่างจากวีซ่าท่องเที่ยวอย่างไร?” คำตอบคือ หากเดินทางไปเยอรมนีระยะสั้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ โดยพำนักไม่เกิน 90 วันในช่วง 180 วัน จะอยู่ในกลุ่ม วีซ่าเชงเก้น ประเภท C วัตถุประสงค์ธุรกิจ

แต่จุดสำคัญคือ เอกสารต้องทำให้สถานทูตเห็นชัดว่า “ไปทำธุรกิจจริง” ไม่ใช่ท่องเที่ยวแฝง และไม่ใช่การเข้าไปทำงานในเยอรมนี เพราะวีซ่าธุรกิจเชงเก้นใช้สำหรับการประชุม งานแฟร์ เยี่ยมชมคู่ค้า หรือฝึกอบรมระยะสั้น ไม่ใช่วีซ่าทำงาน

สรุปสั้น ๆ: วีซ่าธุรกิจเยอรมนี 2026 คือวีซ่าเชงเก้นระยะสั้นประเภท C สำหรับการเดินทางไปเยอรมนีเพื่อประชุม พบคู่ค้า เยี่ยมชมงานแสดงสินค้า ฝึกอบรมระยะสั้น หรือเจรจาธุรกิจ ไม่เกิน 90 วันในช่วง 180 วัน เอกสารหลักคือสำเนาพาสปอร์ต แบบฟอร์ม Videx พร้อมรูปถ่าย จดหมายเชิญจากบริษัทเยอรมนี หนังสือรับรองงาน เอกสารการเงินย้อนหลัง 3 เดือน หลักฐานความผูกพันในไทย ประกันเดินทาง ตั๋ว ที่พัก และ Cover Letter อธิบายวัตถุประสงค์ธุรกิจ

💬 มีจดหมายเชิญจากเยอรมนีแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าเอกสารพอไหม? ส่งจดหมายเชิญ แผนเดินทาง และเอกสารงาน/บริษัทให้ทีมช่วยประเมินเบื้องต้นก่อนยื่นจริง — ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

1. วีซ่าธุรกิจเยอรมนี 2026 คืออะไร?

วีซ่าธุรกิจเยอรมนีคือวีซ่าเชงเก้นระยะสั้นสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไปเยอรมนีเพื่อกิจกรรมทางธุรกิจ เช่น เข้าร่วมประชุม เยี่ยมชมงานแสดงสินค้า เข้าฝึกอบรมระยะสั้น พบคู่ค้า เจรจาสัญญา เยี่ยมชมโรงงาน หรือพบซัพพลายเออร์

เว็บไซต์สถานทูตเยอรมนีระบุชัดว่า หากเดินทางเพื่อเข้าร่วมประชุม เยี่ยมชมงานแสดงสินค้า หรือฝึกอบรม ต้องยื่นคำร้องขอวีซ่าธุรกิจ และวีซ่าเชงเก้นใช้สำหรับการพำนักระยะสั้นไม่เกิน 90 วันในรอบครึ่งปี

💡 จากเคสจริง: เคสวีซ่าธุรกิจเยอรมนีที่แข็งแรงมักมีเอกสาร 3 ฝั่งที่เล่าเรื่องเดียวกัน คือ บริษัทไทย/ผู้สมัคร → บริษัทเยอรมัน/ผู้เชิญ → แผนเดินทางจริง หากจดหมายเชิญ ตั๋ว ที่พัก Statement และ Cover Letter ไม่ตรงกัน เคสจะดูอ่อนทันที

2. ใครควรขอวีซ่าธุรกิจเยอรมนี?

ควรยื่นวัตถุประสงค์ธุรกิจเมื่อเหตุผลหลักของทริปคือกิจกรรมทางธุรกิจ ไม่ใช่ท่องเที่ยวเป็นหลักแล้วใส่คำว่า business เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือขึ้น

✅ มักเข้ากับวีซ่าธุรกิจเยอรมนี
  • เจ้าของบริษัทไปพบคู่ค้าเยอรมัน
  • พนักงานบริษัทไปประชุมกับลูกค้า/ซัพพลายเออร์
  • เข้าร่วมงานแสดงสินค้า เช่น trade fair / exhibition
  • ผู้จัดแสดงสินค้า Exhibitor ไปออกบูธในเยอรมนี
  • เข้าร่วม training ระยะสั้นที่เกี่ยวข้องกับงาน
  • เยี่ยมชมโรงงาน เครื่องจักร หรือสำนักงานคู่ค้าในฐานะ business visitor
⚠️ อาจต้องดูวีซ่าประเภทอื่น
  • ไปทำงานประจำในบริษัทเยอรมัน
  • รับค่าจ้างจากบริษัทในเยอรมนี
  • ไปติดตั้ง ซ่อมบำรุง หรือปฏิบัติงาน onsite
  • ไปฝึกงานระยะยาวหรือทำงานในโรงงาน
  • ไปเรียนต่อหรือเรียนหลักสูตรระยะยาว
  • พำนักเกิน 90 วันในช่วง 180 วัน
⚠️ ข้อควรระวัง: ถ้าเอกสารใช้คำว่า employment, work, onsite service, paid assignment, installation, repair หรือ deployment ควรตรวจให้ละเอียดว่าเข้าข่ายวีซ่าธุรกิจเชงเก้นจริงหรือไม่ เพราะอาจต้องใช้วีซ่าทำงานหรือวีซ่าระยะยาวแทน

3. ยื่นวีซ่าธุรกิจเยอรมนีที่ไหน?

สำหรับประเทศไทย คำร้องวีซ่าเชงเก้นเยอรมนีรับผ่าน VFS Global ซึ่งเป็นศูนย์รับคำร้องอย่างเป็นทางการของสถานทูตเยอรมนีในประเทศไทย โดยสถานทูตเยอรมนีระบุว่า VFS Global รับคำร้องวีซ่าเชงเก้นทุกประเภท ส่งเอกสารคำร้องที่สมบูรณ์ เก็บค่าธรรมเนียม และรับหนังสือเดินทางกลับ แต่การพิจารณาคำร้องเป็นหน้าที่ของสถานทูตเยอรมนีเท่านั้น

ปัจจุบันศูนย์รับคำร้อง VFS Global สำหรับเยอรมนีในไทยมีที่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต ผู้สมัครควรตรวจวันนัดหมาย เอกสาร ค่าธรรมเนียม และบริการเสริมล่าสุดจากเว็บไซต์ VFS Global ก่อนจองคิว

📌 ระยะเวลายื่น: สถานทูตเยอรมนีระบุว่าสามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าเชงเก้นล่วงหน้าได้สูงสุด 6 เดือนก่อนวันเดินทาง แนะนำให้วางแผนก่อนงานแฟร์หรืองานประชุมสำคัญ เพราะช่วง high season คิวอาจเต็มเร็ว

4. ขั้นตอนขอวีซ่าธุรกิจเยอรมนี 2026

การขอวีซ่าธุรกิจเยอรมนีควรเริ่มจากการวางแผนเอกสารก่อนจองคิว เพราะเอกสารธุรกิจมักต้องขอจากทั้งบริษัทไทยและบริษัทเยอรมัน หากเริ่มช้าอาจแก้เอกสารไม่ทันวันนัด

เช็กว่าเยอรมนีเป็นประเทศที่ควรยื่นจริงไหม
หากไปหลายประเทศ ให้ดูว่าประเทศหลักของทริปคือเยอรมนีหรือไม่ โดยพิจารณาจากวัตถุประสงค์หลักและจำนวนวัน
ขอจดหมายเชิญจากบริษัทหรือผู้จัดงานในเยอรมนี
จดหมายต้องระบุวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ วันที่ สถานที่ ระยะเวลาทริป และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
กรอกแบบฟอร์ม Videx และเตรียมเอกสารส่วนตัว
กรอกแบบฟอร์มวีซ่าเชงเก้นออนไลน์ พิมพ์แบบฟอร์ม นำไปยื่นพร้อมรูปถ่ายและเอกสารประกอบ
เตรียมเอกสารงาน บริษัท การเงิน และแผนเดินทาง
เช่น หนังสือรับรองงาน Statement ย้อนหลัง 3 เดือน ตั๋ว ที่พัก ประกัน และเอกสารความผูกพันในไทย
จองคิว VFS Global และยื่นเอกสาร
ยื่นคำร้องด้วยตนเองตามวันนัด พร้อมชำระค่าธรรมเนียมและเก็บ biometric หากจำเป็น
รอผลและตรวจข้อมูลบนวีซ่าก่อนเดินทาง
เมื่อได้รับพาสปอร์ตคืน ให้ตรวจชื่อ วันหมดอายุ จำนวนวันพำนัก และจำนวนครั้งเข้าออกบนสติกเกอร์วีซ่า

5. เอกสารวีซ่าธุรกิจเยอรมนีที่ต้องเตรียม

สถานทูตเยอรมนีมีคำแนะนำการจัดเรียงเอกสารสำหรับวีซ่าธุรกิจโดยเฉพาะ โดยเรียงจากสำเนาหนังสือเดินทาง แบบฟอร์มพร้อมรูปถ่าย หนังสือจากบริษัทผู้เชิญในเยอรมนี หนังสือรับรองการทำงาน เอกสารประกอบอื่น ๆ และประกันสุขภาพ/อุบัติเหตุ

หมายเหตุ: เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

กลุ่มเอกสาร ตัวอย่างเอกสาร ใช้พิสูจน์อะไร
เอกสารส่วนตัว สำเนาหนังสือเดินทาง พาสปอร์ตตัวจริง แบบฟอร์มคำร้อง Videx พร้อมรูปถ่าย และสำเนาวีซ่าเชงเก้นเดิมถ้ามี ยืนยันตัวตน ประวัติการเดินทาง และข้อมูลผู้สมัคร
จดหมายเชิญจากเยอรมนี จดหมายจากบริษัทคู่ค้า ผู้จัดงานแสดงสินค้า ผู้จัดประชุม หรือหน่วยงานที่เชิญ พิสูจน์วัตถุประสงค์ทางธุรกิจและระยะเวลาการเดินทาง
หนังสือรับรองการทำงาน ระบุตำแหน่ง ระยะเวลาการทำงาน เงินเดือน จุดประสงค์และระยะเวลาเดินทาง วันลาที่อนุมัติ ยืนยันอาชีพ รายได้ บทบาท และเหตุผลกลับไทย
เอกสารเจ้าของกิจการ/ฟรีแลนซ์ หนังสือจดทะเบียนพาณิชย์ ทะเบียนการค้า DBD Company Profile สัญญา ใบเสนอราคา หรือ invoice พิสูจน์ธุรกิจจริงและความผูกพันทางอาชีพในไทย
หลักฐานงานแฟร์/ประชุม บัตรเข้างาน บัตร Exhibitor ใบลงทะเบียนงานแฟร์ Agenda หรือเอกสารผู้จัดงาน ยืนยันเหตุผลการเดินทางและกิจกรรมในเยอรมนี
หลักฐานการเงิน รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 3 เดือน หลักฐานเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน หรือ Statement บริษัทหากบริษัทจ่าย พิสูจน์ความสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
ที่พักและแผนเดินทาง ใบจองโรงแรม ตั๋วเครื่องบินหรือแผนเดินทาง ตั๋วรถไฟ/เดินทางต่อ หากมีหลายประเทศ ยืนยันจำนวนวัน ประเทศหลัก และความสมเหตุสมผลของทริป
ประกันเดินทาง ประกันสุขภาพและอุบัติเหตุที่ครอบคลุมเขตเชงเก้นตลอดการเดินทาง เป็นเอกสารจำเป็นสำหรับวีซ่าเชงเก้น
หลักฐานความผูกพันในไทย ทะเบียนสมรส สูติบัตร เอกสารครอบครัว โฉนดที่ดิน เอกสารทรัพย์สิน หรือภาระผูกพันอื่น ช่วยยืนยันเหตุผลกลับไทยหลังจบทริป
Cover Letter จดหมายอธิบายวัตถุประสงค์ ผู้เชิญ ค่าใช้จ่าย แผนเดินทาง ประเทศหลัก และเหตุผลกลับไทย เชื่อมเอกสารทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่อ่านเข้าใจง่าย
⚠️ กรณีบริษัทหรือนายจ้างออกค่าใช้จ่าย: สถานทูตเยอรมนีระบุว่า หากนายจ้างหรือผู้เชิญเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ต้องยื่นรายการเดินบัญชีบริษัทย้อนหลัง 3 เดือน หรือใช้หนังสือรับรองค่าใช้จ่ายอย่างเป็นทางการจากบริษัทผู้เชิญในเยอรมนีได้ในบางกรณี

6. จดหมายเชิญจากบริษัทเยอรมันต้องเขียนอย่างไร?

จดหมายเชิญเป็นเอกสารหลักของวีซ่าธุรกิจเยอรมนี เพราะเป็นตัวอธิบายว่าเหตุผลการเดินทางเกี่ยวข้องกับธุรกิจจริง ไม่ใช่ท่องเที่ยวหรือเดินทางแบบไม่มีจุดประสงค์ชัดเจน

ข้อมูลในจดหมายเชิญ ควรระบุอะไร จุดที่มักพลาด
ข้อมูลบริษัทผู้เชิญ ชื่อบริษัท ที่อยู่ ผู้ติดต่อ ตำแหน่ง อีเมล เบอร์โทร เว็บไซต์ และหัวจดหมายบริษัท ใช้อีเมลส่วนตัวหรือไม่มีข้อมูลบริษัทให้ตรวจสอบ
ข้อมูลผู้สมัคร ชื่อ-นามสกุล เลขพาสปอร์ต ตำแหน่ง บริษัทไทย และบทบาทในทริป ไม่บอกว่าผู้สมัครเกี่ยวข้องกับดีลหรือบริษัทอย่างไร
วัตถุประสงค์ทางธุรกิจ ประชุมเรื่องอะไร งานแฟร์อะไร เจรจาดีลใด ฝึกอบรมเรื่องใด หรือเยี่ยมชมคู่ค้าด้านใด เขียนกว้างว่า “business meeting” โดยไม่มีรายละเอียด
วันที่และสถานที่ วันที่ประชุม เมือง สถานที่ บริษัท/งานแฟร์ และระยะเวลาการเดินทาง วันที่ไม่ตรงกับตั๋ว ที่พัก หรือ itinerary
ค่าใช้จ่าย ใครจ่ายตั๋ว ที่พัก อาหาร ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จดหมายเชิญกับ Statement/Cover Letter ระบุผู้จ่ายไม่ตรงกัน
💡 วิธีทำให้จดหมายเชิญแข็งแรงขึ้น: ให้บริษัทเยอรมันระบุบริบทธุรกิจจริง เช่น สินค้า/บริการที่เจรจา ชื่อโครงการ เลขบูธงานแฟร์ รายละเอียด training หรือความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างบริษัทไทยกับบริษัทเยอรมัน

7. Statement และหลักฐานการเงินต้องเตรียมอย่างไร?

สำหรับวีซ่าธุรกิจเยอรมนี สถานทูตระบุหลักฐานการเงิน เช่น หลักฐานเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน และรายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง 3 เดือนที่แสดงการเข้าของเงินเดือนอย่างชัดเจน

แต่ในทางปฏิบัติ ไม่ควรดูแค่ยอดเงินคงเหลือ ควรดูความสมเหตุสมผลของกระแสเงิน รายได้ประจำ ค่าใช้จ่ายจริงของทริป และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย หากมีเงินก้อนใหญ่เข้าบัญชีใกล้วันยื่นโดยไม่มีที่มา อาจทำให้เคสดูไม่แข็งแรง

กรณีผู้สมัครจ่ายเอง
  • Statement ส่วนตัวย้อนหลัง 3 เดือน
  • หลักฐานเงินเดือนหรือรายได้ย้อนหลัง 3 เดือน
  • เงินคงเหลือสัมพันธ์กับจำนวนวัน ตั๋ว ที่พัก และค่าใช้จ่ายในยุโรป
  • หลีกเลี่ยงเงินก้อนใหญ่ที่ไม่มีที่มาใกล้วันยื่น
กรณีบริษัทจ่าย
  • หนังสือบริษัทระบุว่ารับผิดชอบค่าใช้จ่าย
  • Statement บริษัทย้อนหลัง 3 เดือน
  • หนังสือรับรองงานหรือคำสั่งให้เดินทาง
  • Cover Letter อธิบายค่าใช้จ่ายที่บริษัทรับผิดชอบ
❌ จุดที่พบบ่อย: จดหมายเชิญบอกบริษัทเยอรมันจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมด แต่ Statement และ Cover Letter บอกผู้สมัครจ่ายเอง แบบนี้เอกสารขัดกัน ควรแก้ให้ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายตรงกันทุกใบ

8. วีซ่าธุรกิจเยอรมนี vs วีซ่าทำงาน ต่างกันอย่างไร?

วีซ่าธุรกิจเยอรมนีเป็นวีซ่าเชงเก้นระยะสั้น ไม่ใช่วีซ่าทำงาน หากไปประชุม งานแฟร์ เยี่ยมชมคู่ค้า หรือฝึกอบรมระยะสั้น อาจอยู่ในกรอบธุรกิจได้ แต่ถ้าไปทำงานจริงหรือรับค่าจ้างในเยอรมนี ควรตรวจวีซ่าทำงานหรือวีซ่าระยะยาว

กิจกรรม มักเข้ากับวีซ่าธุรกิจไหม สิ่งที่ควรตรวจ
ประชุมกับคู่ค้าเยอรมัน มักเข้ากับวีซ่าธุรกิจ จดหมายเชิญ Agenda และหนังสือรับรองงาน
เข้าร่วมงานแฟร์หรือออกบูธ Exhibitor มักเข้ากับวีซ่าธุรกิจ บัตรเข้างาน บัตร Exhibitor และข้อมูลผู้จัดงาน
ฝึกอบรมระยะสั้น อาจเข้ากับวีซ่าธุรกิจ หากเป็น training ระยะสั้นที่ไม่ใช่งานจริง จดหมายเชิญ เนื้อหา training และระยะเวลา
ติดตั้งเครื่องจักรหรือซ่อมระบบ onsite ควรระวัง อาจเข้าข่ายทำงานจริง วีซ่าทำงานหรือข้อยกเว้นเฉพาะตามกฎหมายเยอรมนี
รับเงินเดือน/ค่าจ้างจากบริษัทเยอรมัน ไม่ควรมองเป็น business visit ธรรมดา วีซ่าทำงานหรือ residence permit ที่เหมาะสม
⚠️ คำแนะนำ: หากกิจกรรมมีคำว่า install, repair, operate, work onsite, employment, paid assignment หรือ service at client site ควรตรวจวัตถุประสงค์ก่อนยื่น เพราะอาจไม่เหมาะกับวีซ่าธุรกิจเชงเก้น

9. ค่าธรรมเนียมวีซ่าธุรกิจเยอรมนี 2026

ตามข้อมูลสถานทูตเยอรมนีในประเทศไทย ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้นสำหรับผู้ใหญ่คือ 90 ยูโร และเด็กอายุ 6–12 ปีคือ 45 ยูโร นอกจากนี้ยังมีค่าบริการของศูนย์รับคำร้อง VFS Global ซึ่งแตกต่างตามศูนย์ที่ยื่น

รายการ ค่าธรรมเนียมโดยประมาณตามข้อมูลทางการ หมายเหตุ
วีซ่าเชงเก้นผู้ใหญ่ 90 ยูโร ค่าธรรมเนียมวีซ่า ยังไม่รวมค่าบริการศูนย์รับคำร้อง
เด็กอายุ 6–12 ปี 45 ยูโร ตามข้อบังคับวีซ่าเชงเก้น
ค่าบริการ VFS กรุงเทพฯ ประมาณ 19.13 ยูโร สำหรับวีซ่าเชงเก้น ตรวจอัตราล่าสุดกับ VFS ก่อนยื่นจริง
ค่าบริการ VFS เชียงใหม่/ภูเก็ต ประมาณ 40 ยูโร สำหรับวีซ่าเชงเก้น อาจเปลี่ยนตามอัตราแลกเปลี่ยนและเงื่อนไขบริการ
📌 กรณีงานแสดงสินค้า: สถานทูตเยอรมนีระบุว่า หากผู้สมัครหรือบริษัทเป็นผู้จัดงานแสดงสินค้า / Exhibitor ที่งานในเยอรมนี อาจได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าหากแสดงบัตร Exhibitor ที่ระบุชื่อของแต่ละบุคคล ควรตรวจเงื่อนไขล่าสุดก่อนยื่น

10. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการขอวีซ่าธุรกิจเยอรมนี

เคสวีซ่าธุรกิจเยอรมนีมักไม่ได้พลาดเพราะขาดเอกสารเพียงใบเดียว แต่พลาดเพราะเอกสารหลายใบ “เล่าไม่ตรงกัน” โดยเฉพาะจดหมายเชิญ ค่าใช้จ่าย วันเดินทาง และวัตถุประสงค์ของทริป

ข้อผิดพลาด ทำให้เคสดูเสี่ยงอย่างไร วิธีแก้ก่อนยื่น
จดหมายเชิญกว้างเกินไป ไม่เห็นว่าทริปมีธุรกิจจริง ให้ผู้เชิญระบุหัวข้อประชุม วันที่ สถานที่ และความสัมพันธ์ธุรกิจ
ผู้จ่ายค่าใช้จ่ายไม่ตรงกัน เอกสารการเงินกับจดหมายเชิญขัดกัน กำหนดให้ชัดว่าใครจ่ายค่าอะไร และให้เอกสารทุกใบสอดคล้องกัน
Statement ไม่มีเงินเดือนเข้าชัดเจน อาจไม่มั่นใจเรื่องรายได้และสถานะการเงิน เสริมสลิปเงินเดือน หนังสือรับรองงาน หรือคำอธิบายรายได้
ไปหลายประเทศแต่ยื่นเยอรมนีทั้งที่เยอรมนีไม่ใช่ประเทศหลัก อาจขัดกับหลัก main destination ของเชงเก้น ประเมินประเทศหลักจากวัตถุประสงค์และจำนวนวันก่อนจองคิว
กิจกรรมดูเหมือนไปทำงานจริง อาจไม่เหมาะกับวีซ่าธุรกิจเชงเก้น ตรวจประเภทวีซ่าหรือวีซ่าทำงานก่อนยื่น

เอกสารธุรกิจเยอรมนีต้องเล่าเรื่องเดียวกันทุกใบ
ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจจดหมายเชิญ Statement หนังสือรับรองงาน และ Cover Letter ก่อนยื่นจริง เพื่อลดจุดเสี่ยงที่มักทำให้เคสดูไม่ชัด

💬 ส่งเคสเยอรมนีให้ทีมช่วยดู

11. ตัวอย่างเคสวีซ่าธุรกิจเยอรมนี

เคสที่ 1: เจ้าของบริษัทไทยไปพบคู่ค้าในแฟรงก์เฟิร์ต

ควรมีจดหมายเชิญจากบริษัทเยอรมัน เอกสารบริษัทไทย DBD หรือ Company Profile หลักฐานความสัมพันธ์ธุรกิจ เช่น อีเมล ใบเสนอราคา สัญญา หรือ invoice Statement ส่วนตัว/บริษัท และ Cover Letter ที่อธิบายว่าทำไมเจ้าของบริษัทต้องเดินทางเอง

เคสที่ 2: พนักงานบริษัทไปงานแสดงสินค้าที่ฮันโนเวอร์

ควรมีหนังสือรับรองงานจากบริษัทไทย บัตรเข้างานหรือ Exhibitor pass หนังสือบริษัทส่งไปงาน แผนเดินทาง ที่พักใกล้งาน และเอกสารการเงิน หากบริษัทจ่ายค่าใช้จ่ายควรมีหนังสือรับรองค่าใช้จ่ายและ Statement บริษัทประกอบ

เคสที่ 3: วิศวกรไป training ระยะสั้นกับบริษัทเยอรมัน

ควรมีจดหมายเชิญที่ระบุว่าเป็น training ระยะสั้น หัวข้ออบรม ระยะเวลา สถานที่ และยืนยันว่าไม่ใช่การทำงานหรือรับค่าจ้างในเยอรมนี พร้อมหนังสือรับรองงานจากบริษัทไทยที่อธิบายบทบาทของผู้สมัคร

เคสที่ 4: ไปเยอรมนี 3 วัน แล้วต่อฝรั่งเศส 7 วัน

ต้องดูว่าจุดหมายหลักอยู่ประเทศไหน หากกิจกรรมหลักและจำนวนวันอยู่ฝรั่งเศส อาจต้องยื่นฝรั่งเศส แต่ถ้าเยอรมนีเป็นดีลธุรกิจหลักและมีเอกสารเชิญที่ชัด ควรอธิบายเหตุผลใน itinerary และ Cover Letter ให้ดี

💡 วิธีคิดแบบง่าย: ถ้าเจ้าหน้าที่อ่านเอกสารแล้วตอบได้ว่า “ไปเยอรมนีเพื่ออะไร ใครเชิญ ใครจ่าย อยู่กี่วัน และกลับไทยเพราะอะไร” เคสจะอ่านง่ายขึ้นมาก

12. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นจริง

ข้อมูลเรื่องเอกสาร ค่าธรรมเนียม ช่องทางยื่น ระบบนัดหมาย ระยะเวลาพิจารณา และเงื่อนไขการยกเว้นค่าธรรมเนียมอาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจจากแหล่งทางการก่อนจัดเอกสารหรือจองคิวทุกครั้ง

หากต้องใช้เอกสารภาษาไทย เช่น หนังสือรับรองบริษัท เอกสารภาษี ทะเบียนพาณิชย์ สูติบัตร ทะเบียนสมรส หรือเอกสารราชการ อาจต้องตรวจเรื่อง แปลเอกสาร และการรับรองตามเงื่อนไขของสถานทูต/ศูนย์รับคำร้องด้วย

13. ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยวางเคสเมื่อไหร่?

เคสวีซ่าธุรกิจเยอรมนีบางเคสเตรียมเองได้ หากเป็นทริปประเทศเดียว มีจดหมายเชิญชัด และเอกสารการเงินแข็งแรง แต่ถ้าเป็นเคสเจ้าของบริษัท ฟรีแลนซ์ ไปหลายประเทศ งานแฟร์ใหญ่ หรือบริษัทจ่ายค่าใช้จ่าย ควรตรวจเอกสารเป็นระบบก่อนยื่นจริง

💡 เคสที่ควรตรวจเป็นรายเคส:
  • ไปเยอรมนีพร้อมหลายประเทศในเชงเก้น
  • ไม่แน่ใจว่าเยอรมนีเป็น main destination หรือไม่
  • บริษัทเยอรมันออกค่าใช้จ่ายหรือออก formal sponsorship
  • ผู้สมัครเป็นเจ้าของบริษัท ฟรีแลนซ์ หรือมีรายได้หลายทาง
  • ไปงานแฟร์ในฐานะ Exhibitor และต้องตรวจเรื่องค่าธรรมเนียม
  • จดหมายเชิญมีคำที่อาจดูเหมือนไปทำงาน onsite
  • เคยถูกปฏิเสธวีซ่าเชงเก้นมาก่อน

⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?

  • ช่วยตรวจจดหมายเชิญจากเยอรมนี — วัตถุประสงค์ วันที่ สถานที่ ค่าใช้จ่าย และความสัมพันธ์ธุรกิจต้องชัด
  • ช่วยจัดเอกสารบริษัทและ Statement ให้สอดคล้องกัน — ลดความเสี่ยงจากเอกสารเล่าคนละเรื่อง
  • ช่วยประเมินประเทศที่ควรยื่น — โดยเฉพาะทริปเยอรมนีร่วมกับฝรั่งเศส อิตาลี เนเธอร์แลนด์ หรือสวิตเซอร์แลนด์
  • ช่วยวาง Cover Letter สำหรับเคสธุรกิจ — อธิบายเหตุผลเดินทาง ค่าใช้จ่าย จุดหมายหลัก และเหตุผลกลับไทยอย่างเป็นระบบ
  • คำแนะนำแบบรายเคส ไม่การันตีผลวีซ่า — ทีมช่วยลดความเสี่ยงด้านเอกสาร แต่ผลพิจารณายังขึ้นอยู่กับสถานทูตหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

วีซ่าธุรกิจเยอรมนี 2026 คือวีซ่าอะไร?
โดยทั่วไปคือวีซ่าเชงเก้นระยะสั้นประเภท C สำหรับเดินทางไปเยอรมนีไม่เกิน 90 วันในช่วง 180 วัน เพื่อกิจกรรมธุรกิจ เช่น ประชุม พบคู่ค้า เยี่ยมชมงานแสดงสินค้า ฝึกอบรมระยะสั้น หรือเจรจาธุรกิจ
วีซ่าธุรกิจเยอรมนี 2026 ยื่นที่ไหน?
สำหรับประเทศไทย คำร้องวีซ่าเชงเก้นเยอรมนีทุกประเภทรับผ่าน VFS Global ซึ่งเป็นศูนย์รับคำร้องอย่างเป็นทางการของสถานทูตเยอรมนี โดยมีศูนย์ในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต ส่วนการพิจารณาเป็นหน้าที่ของสถานทูตเยอรมนี
วีซ่าธุรกิจเยอรมนีใช้เอกสารอะไรบ้าง?
เอกสารหลัก ได้แก่ สำเนาหนังสือเดินทาง แบบฟอร์มคำร้องพร้อมรูปถ่าย จดหมายเชิญจากบริษัทในเยอรมนี หนังสือรับรองการทำงานหรือเอกสารธุรกิจ หลักฐานการเงินย้อนหลัง 3 เดือน หลักฐานความผูกพันในไทย ตั๋ว ที่พัก ประกันเดินทาง และเอกสารประกอบวัตถุประสงค์ธุรกิจ เช่น บัตรงานแสดงสินค้า หรือ agenda
วีซ่าธุรกิจเยอรมนีต้องมีจดหมายเชิญไหม?
ควรมีจดหมายเชิญจากบริษัทหรือคู่ค้าในเยอรมนี โดยต้องระบุวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ ระยะเวลาการเดินทาง วันที่ประชุม สถานที่ ความสัมพันธ์ทางธุรกิจ และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน
ค่าธรรมเนียมวีซ่าเยอรมนี 2026 เท่าไหร่?
ตามข้อมูลสถานทูตเยอรมนี ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้นสำหรับผู้ใหญ่คือ 90 ยูโร และเด็กอายุ 6–12 ปีคือ 45 ยูโร นอกจากนี้มีค่าบริการของศูนย์รับคำร้อง VFS Global ซึ่งแตกต่างตามศูนย์ที่ยื่น เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ หรือภูเก็ต
วีซ่าธุรกิจเยอรมนีใช้ทำงานได้ไหม?
โดยทั่วไปวีซ่าธุรกิจเชงเก้นใช้สำหรับกิจกรรมธุรกิจระยะสั้น เช่น ประชุม งานแฟร์ เยี่ยมชมคู่ค้า หรือฝึกอบรมระยะสั้น ไม่ใช่วีซ่าทำงาน หากต้องทำงาน รับค่าจ้าง หรือปฏิบัติงานจริงในเยอรมนี ต้องตรวจวีซ่าทำงานหรือวีซ่าระยะยาวที่เหมาะสม

📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับวีซ่าธุรกิจเยอรมนี 2026

  • วีซ่าธุรกิจเยอรมนีคือวีซ่าเชงเก้นระยะสั้นประเภท C สำหรับพำนักไม่เกิน 90 วันในช่วง 180 วัน
  • เหมาะกับการประชุม พบคู่ค้า งานแสดงสินค้า ฝึกอบรมระยะสั้น หรือเจรจาธุรกิจ
  • ในประเทศไทยยื่นผ่าน VFS Global ส่วนการพิจารณาเป็นหน้าที่ของสถานทูตเยอรมนี
  • สามารถยื่นล่วงหน้าได้สูงสุด 6 เดือนก่อนวันเดินทาง
  • เอกสารสำคัญคือจดหมายเชิญจากเยอรมนี หนังสือรับรองงาน Statement 3 เดือน ประกันเดินทาง ตั๋ว ที่พัก และ Cover Letter
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้นผู้ใหญ่คือ 90 ยูโร และมีค่าบริการ VFS เพิ่มเติมตามศูนย์ที่ยื่น
  • วีซ่าธุรกิจไม่ใช่วีซ่าทำงาน หากมีกิจกรรม onsite work หรือรับค่าจ้าง ต้องตรวจวีซ่าอีกประเภท

ต้องไปเยอรมนีเพื่อธุรกิจ แต่ไม่แน่ใจว่าเอกสารพร้อมไหม?

ส่งจดหมายเชิญ แผนเดินทาง เอกสารงาน/บริษัท Statement และประเทศที่จะเดินทางต่อให้ทีม Co Journey Visa ช่วยประเมินได้ครับ เราช่วยดูว่าเยอรมนีเป็นประเทศหลักหรือไม่ เอกสารไหนควรเสริม และควรเขียน Cover Letter อย่างไรให้เคสธุรกิจอ่านชัดขึ้น โดยไม่โอเวอร์เคลมและไม่การันตีผลวีซ่า

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com