วิธีขอวีซ่าทำงานอเมริกา H1B และ H2B แตกต่างกันอย่างไร? โอกาสของคนไทยอยู่ตรงไหน

วิธีขอวีซ่าทำงานอเมริกา H1B และ H2B แตกต่างกันอย่างไร? โอกาสของคนไทยอยู่ตรงไหน

🇺🇸 วีซ่าอเมริกา / H-1B / H-2B

วิธีขอวีซ่าทำงานอเมริกา H1B และ H2B แตกต่างกันอย่างไร? โอกาสของคนไทยอยู่ตรงไหน

สรุปแบบเข้าใจง่ายสำหรับคนไทยที่อยากทำงานในสหรัฐฯ แยกให้ชัดว่า H-1B เหมาะกับสายทักษะ/วิชาชีพ ส่วน H-2B เหมาะกับงานชั่วคราวนอกภาคเกษตร และทั้งคู่ต้องมีนายจ้างสหรัฐฯ เป็นหัวใจของเคส
📅 อัปเดตล่าสุด: 28 พฤษภาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่าน 11 นาที

หลายคนอยากไปทำงานอเมริกา แต่พอเริ่มหาข้อมูลจะเจอคำว่า H-1B, H-2B, sponsor, petition, lottery, cap, labor certification และ employer filing เต็มไปหมด จนไม่แน่ใจว่าเส้นทางไหนเหมาะกับตัวเอง และสมัครเองได้หรือไม่

ความจริงคือวีซ่าทำงานอเมริกากลุ่ม H ไม่ได้เริ่มจากผู้สมัครเดินเข้าไปขอวีซ่าด้วยตัวเองก่อน แต่โดยทั่วไปต้องมีนายจ้างสหรัฐฯ ที่มีงานจริงและเข้าเงื่อนไข เป็นผู้เริ่มกระบวนการยื่นคำร้องกับหน่วยงานสหรัฐฯ ก่อน เมื่อคำร้องได้รับอนุมัติ ผู้สมัครจึงนำไปใช้ในขั้นตอนวีซ่ากับสถานทูต/สถานกงสุลต่อไป

ถ้าคุณกำลังวางแผน วีซ่าสหรัฐอเมริกา เพื่อทำงาน บทความนี้จะช่วยแยกภาพว่า H-1B กับ H-2B ต่างกันอย่างไร โอกาสของคนไทยอยู่ตรงไหน ต้องระวังนายหน้าแบบใด และควรเตรียมเอกสารอะไรตั้งแต่ก่อนมี offer

สรุปสั้น ๆ: H-1B คือวีซ่าทำงานชั่วคราวสำหรับงาน specialty occupation ที่มักต้องใช้วุฒิปริญญาหรือความรู้เฉพาะทาง เช่น IT วิศวกรรม วิทยาศาสตร์ การเงิน หรือสายวิชาชีพ ส่วน H-2B คือวีซ่าสำหรับแรงงานชั่วคราวที่ไม่ใช่เกษตร เช่น โรงแรม รีสอร์ต งานสวน งานก่อสร้าง ร้านอาหาร หรือธุรกิจฤดูกาล ทั้งสองประเภทต้องมีนายจ้างสหรัฐฯ เป็นผู้ยื่นคำร้อง และมีโควตา/รอบเวลา/ข้อกำหนดที่ต้องตรวจจาก USCIS และ Department of Labor ล่าสุด

💬 มีนายจ้างหรือคนชวนไปทำงานอเมริกาแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าเป็น H-1B หรือ H-2B? ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยดูประเภทงาน offer เอกสารเบื้องต้น และจุดเสี่ยงก่อนส่งพาสปอร์ตหรือจ่ายเงินให้ใคร

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

📊 H1B และ H2B ต่างกันอย่างไร

ถ้าแยกแบบง่ายที่สุด ให้ดูที่ “ระดับงาน + ความต้องการของนายจ้าง + ระบบยื่นคำร้อง” เพราะ H-1B และ H-2B ไม่ใช่วีซ่าทำงานทั่วไปเหมือนกันทั้งหมด แต่ถูกออกแบบมาคนละวัตถุประสงค์

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

หัวข้อเปรียบเทียบ H-1B H-2B
ภาพรวม งาน specialty occupation ที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทาง งานชั่วคราวที่ไม่ใช่เกษตร
เหมาะกับใคร ผู้มีวุฒิหรือความเชี่ยวชาญในสาขาที่สัมพันธ์กับตำแหน่ง แรงงานที่มีนายจ้างสหรัฐฯ ต้องการจ้างชั่วคราวตามฤดูกาลหรือความต้องการเฉพาะช่วง
ตัวอย่างงาน IT, software, engineering, data, finance, science, healthcare บางตำแหน่ง, education หรือวิชาชีพเฉพาะ โรงแรม รีสอร์ต สวนสนุก งานสวน landscaping ร้านอาหาร seafood processing ก่อสร้าง หรือบริการตามฤดูกาล
จุดเริ่มต้น นายจ้างสหรัฐฯ ยื่นกระบวนการ H-1B เช่น registration/LCA/petition ตามประเภทเคส นายจ้างสหรัฐฯ ต้องพิสูจน์ temporary need และขอ temporary labor certification ก่อนยื่น petition
โควตา หลายเคสอยู่ภายใต้ H-1B cap และระบบ registration/selection แต่บางนายจ้างอาจ cap-exempt มี H-2B cap รายปีและแบ่งครึ่งปีงบประมาณ รวมถึงอาจมี supplemental visas ตามประกาศแต่ละปี
โอกาสของคนไทย เหมาะกับคนไทยที่มีทักษะสูง วุฒิตรงสาย และมีนายจ้างสหรัฐฯ พร้อม sponsor ประเทศไทยอยู่ในรายชื่อประเทศที่มีสิทธิ์ H-2B แต่ต้องมีนายจ้างจริง งานชั่วคราวจริง และโควตายังเปิด
⚠️ ข้อควรระวัง: ทั้ง H-1B และ H-2B ไม่ใช่วีซ่าที่ผู้สมัคร “ซื้อแพ็กเกจแล้วได้งาน” ได้ทันที จุดสำคัญคือมีนายจ้างสหรัฐฯ งานจริง เงื่อนไขถูกต้อง และคำร้องที่ได้รับอนุมัติจากหน่วยงานสหรัฐฯ

💼 วีซ่า H-1B คืออะไร เหมาะกับใคร

H-1B เป็นวีซ่าทำงานชั่วคราวสำหรับตำแหน่ง specialty occupation ตาม USCIS โดยงานต้องต้องการการใช้ความรู้เฉพาะทางในระดับสูง และโดยทั่วไปต้องสัมพันธ์กับวุฒิปริญญาตรีหรือสูงกว่าในสาขาที่เกี่ยวข้อง หรือเทียบเท่า

คนไทยที่มีโอกาสกับ H-1B มักอยู่ในสายงานที่นายจ้างอเมริกันขาดแคลนหรือยินดี sponsor เช่น software engineer, data analyst, engineer, scientist, researcher, accountant, finance analyst, architect, university/research roles หรือสายสุขภาพ/การศึกษาในบางตำแหน่ง อย่างไรก็ตามการมีวุฒิสูงไม่ได้แปลว่าจะได้ H-1B เสมอไป เพราะงาน นายจ้าง ค่าจ้าง ระบบ cap และความสัมพันธ์ระหว่างวุฒิกับตำแหน่งต้องสอดคล้องกัน

💡 จากเคสที่พบบ่อย: H-1B ไม่ได้ดูแค่ “ผู้สมัครเก่งไหม” แต่ดูด้วยว่าตำแหน่งนั้นเป็น specialty occupation จริงหรือไม่ นายจ้างมีเหตุผลจ้างชัดไหม และวุฒิ/ประสบการณ์ของผู้สมัครสัมพันธ์กับงานอย่างไร

H-1B เหมาะกับโปรไฟล์แบบไหน?

  • มีวุฒิปริญญาตรีหรือสูงกว่าในสาขาที่เกี่ยวข้องกับงาน
  • มีทักษะเฉพาะที่นายจ้างสหรัฐฯ ต้องการจริง
  • มีนายจ้างพร้อม sponsor และเข้าใจขั้นตอน H-1B
  • ตำแหน่งงานมี job description ที่อธิบายความเฉพาะทางได้
  • พร้อมเตรียมเอกสารวุฒิ transcript ประสบการณ์ และเอกสารแปลให้ถูกต้อง

🛠 วีซ่า H-2B คืออะไร เหมาะกับงานแบบไหน

H-2B เป็นวีซ่าสำหรับแรงงานชั่วคราวที่ไม่ใช่ภาคเกษตร โดย USCIS และ Department of Labor อธิบายว่าใช้กับนายจ้างสหรัฐฯ ที่มีความต้องการแรงงานชั่วคราว เช่น one-time occurrence, seasonal need, peakload need หรือ intermittent need นายจ้างต้องพิสูจน์ว่าเป็นความต้องการชั่วคราว ไม่ใช่งานประจำถาวรที่ใช้ H-2B เพื่อแทนแรงงานระยะยาว

งานที่มักพบใน H-2B ได้แก่ โรงแรม รีสอร์ต งาน housekeeping งานครัวบางประเภท landscaping งานสวน งานสวนสนุก งาน seafood processing งานก่อสร้างบางช่วง หรือบริการที่ต้องใช้แรงงานเพิ่มตามฤดูกาล ทั้งนี้รายละเอียดขึ้นอยู่กับนายจ้างและการรับรองแรงงานของสหรัฐฯ

📌 จุดสำคัญสำหรับคนไทย: ประเทศไทยอยู่ในรายชื่อประเทศที่ DHS/USCIS กำหนดให้มีสิทธิ์เข้าร่วม H-2A/H-2B ตามประกาศล่าสุดที่เผยแพร่บน USCIS/Federal Register แต่การอยู่ในรายชื่อไม่ได้แปลว่าจะได้วีซ่า ต้องมีนายจ้าง คำร้อง โควตา และการพิจารณาวีซ่าที่ถูกต้องครบถ้วน

H-2B ไม่ใช่ H-2A

H-2B คือ non-agricultural temporary work ส่วน H-2A คือ temporary agricultural work หากมีคนเสนอ “งานเกษตร H-2B” ควรถามให้ชัดว่าเป็นงานประเภทใด เพราะงานเกษตรโดยตรงมักไปเกี่ยวกับ H-2A มากกว่า ไม่ควรเซ็นหรือจ่ายเงินก่อนรู้ประเภทวีซ่าที่แท้จริง

🇹🇭 โอกาสของคนไทยอยู่ตรงไหน

โอกาสของคนไทยกับ H-1B และ H-2B ไม่เหมือนกัน H-1B เหมาะกับคนไทยที่มีทักษะเฉพาะ วุฒิตรงสาย และหานายจ้างสหรัฐฯ ที่พร้อม sponsor ได้ ส่วน H-2B เหมาะกับคนไทยที่ได้งานชั่วคราวผ่านนายจ้างสหรัฐฯ หรือ recruiter ที่ถูกต้อง โดยเฉพาะงานตามฤดูกาลและงานบริการที่นายจ้างพิสูจน์ความต้องการชั่วคราวได้

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

โปรไฟล์คนไทย เส้นทางที่ควรเริ่มดู เหตุผลที่ต้องเช็กเพิ่ม
จบ IT / Data / Engineering และมีประสบการณ์ชัด H-1B ต้องมีนายจ้าง sponsor และตำแหน่งต้องเข้า specialty occupation
เรียนจบอเมริกาและมี OPT/STEM OPT H-1B มีโอกาสผ่านนายจ้างเดิม แต่ยังต้องดู cap, registration และสถานะช่วงเปลี่ยนผ่าน
อยากไปทำงานโรงแรม รีสอร์ต หรือ seasonal job H-2B ต้องมีนายจ้างสหรัฐฯ ที่ผ่านขั้นตอน DOL/USCIS และโควตายังมี
อยากไปทำงานเกษตร อาจเกี่ยวข้องกับ H-2A มากกว่า H-2B ต้องตรวจประเภทงานให้ชัด ไม่ให้ถูกยื่นผิดประเภท
มีคนเสนอ “งานอเมริกา ไม่ต้องนายจ้าง ไม่ต้องเอกสารเยอะ” ต้องหยุดตรวจสอบก่อน วีซ่าทำงานกลุ่ม H ต้องมีนายจ้างและคำร้อง ไม่ควรเชื่อทางลัด
❌ สัญญาณเสี่ยง: ถ้ามีคนอ้างว่า “จ่ายเงินแล้วได้ H-1B/H-2B แน่นอน” หรือ “ไม่ต้องมีนายจ้างก็ทำได้” ควรระวังมาก เพราะทั้งสองวีซ่าต้องมี employer-driven process และผลขึ้นอยู่กับ USCIS, DOL, สถานทูต และข้อเท็จจริงของเคส

📝 ขั้นตอนขอ H1B และ H2B โดยรวม

ขั้นตอนจริงขึ้นอยู่กับประเภทงาน นายจ้าง และรอบเวลา แต่ภาพรวมควรเข้าใจว่า “นายจ้างต้องเริ่มก่อน” ผู้สมัครจึงควรใช้เวลาเตรียมโปรไฟล์ เอกสาร และตรวจความน่าเชื่อถือของนายจ้างมากกว่าการรีบจ่ายเงินให้คนกลาง

1 H-1B: นายจ้างประเมินตำแหน่ง
ต้องดูว่างานเข้าข่าย specialty occupation หรือไม่ วุฒิผู้สมัครตรงตำแหน่งหรือไม่ และนายจ้างอยู่ในกลุ่ม cap-subject หรือ cap-exempt
2 H-1B: registration / LCA / Form I-129
ในเคสที่อยู่ภายใต้ cap นายจ้างต้องทำ electronic registration ตามรอบ USCIS หากได้รับเลือกจึงยื่น petition พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง
3 H-2B: นายจ้างพิสูจน์ temporary need
นายจ้างต้องเข้าสู่กระบวนการ temporary labor certification กับ Department of Labor และพิสูจน์ว่างานเป็นงานชั่วคราวจริง
4 H-2B: petition และวีซ่า
เมื่อผ่านขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง นายจ้างยื่น Form I-129 กับ USCIS หลังอนุมัติ ผู้สมัครจึงใช้เอกสารไปยื่นวีซ่ากับสถานทูต/กงสุล
5 ทุกประเภท: เตรียมสัมภาษณ์และเอกสารส่วนตัว
ผู้สมัครต้องตอบให้ตรงกับงาน นายจ้าง หน้าที่ ค่าจ้าง ระยะเวลา และวัตถุประสงค์การเดินทาง

📄 เอกสารที่คนไทยควรเตรียมก่อนเดินเรื่อง

เอกสารจริงต้องดูจากนายจ้าง ทนาย/ตัวแทนของนายจ้าง USCIS และ checklist ของสถานทูต แต่ผู้สมัครไทยควรเตรียมเอกสารพื้นฐานให้พร้อมตั้งแต่เริ่มคุยกับนายจ้าง เพื่อไม่ให้เสียเวลาเมื่อถึงขั้นตอนยื่นจริง

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

กลุ่มเอกสาร สำคัญกับ H-1B สำคัญกับ H-2B จุดที่ควรระวัง
Passport ต้องใช้ ต้องใช้ ชื่อ วันเกิด และเลขพาสปอร์ตต้องตรงทุกเอกสาร
วุฒิการศึกษา / transcript สำคัญมาก อาจใช้ประกอบ แต่ไม่ใช่หัวใจเท่า H-1B H-1B ต้องอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างวุฒิกับตำแหน่ง อาจต้องใช้ evaluation
เอกสารประสบการณ์ทำงาน สำคัญ โดยเฉพาะถ้าใช้ประสบการณ์ประกอบความเชี่ยวชาญ สำคัญในงานที่ต้องการทักษะหรือประสบการณ์เฉพาะ ควรมี Employment Letter ที่ระบุหน้าที่ ระยะเวลา และตำแหน่งชัดเจน
Job offer / contract ต้องสัมพันธ์กับ specialty occupation ต้องระบุงานชั่วคราว ช่วงเวลา ค่าจ้าง และนายจ้างชัดเจน อย่าเซ็นเอกสารที่อ่านไม่เข้าใจหรือไม่มีรายละเอียดงาน
เอกสารแปลภาษาอังกฤษ มักจำเป็นสำหรับวุฒิและเอกสารไทย อาจจำเป็นสำหรับเอกสารส่วนตัวหรือประสบการณ์ หากต้อง แปลเอกสาร ให้ตรวจชื่อ สถาบัน ตำแหน่ง และวันที่ให้ตรงกันทุกใบ
DS-160 / เอกสารสัมภาษณ์วีซ่า ใช้หลัง petition ได้รับอนุมัติ ใช้หลัง petition ได้รับอนุมัติ ข้อมูลต้องตรงกับนายจ้าง งาน และเอกสารอนุมัติ
💡 มุมจากการตรวจเอกสาร: เคส H-1B มักอ่อนตรงวุฒิไม่สัมพันธ์กับตำแหน่ง ส่วน H-2B มักอ่อนตรงงานไม่ชัดว่าเป็น temporary need จริงหรือไม่ และผู้สมัครไม่รู้รายละเอียดนายจ้างเพียงพอ

💸 ค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงที่ต้องระวัง

สำหรับ H-1B และ H-2B ค่าใช้จ่ายหลายส่วนเกี่ยวข้องกับนายจ้าง เช่น petition, compliance, attorney fee หรือขั้นตอนแรงงานในบางกรณี ผู้สมัครจึงต้องระวังเป็นพิเศษหากมีคนให้จ่ายเงินก้อนใหญ่ล่วงหน้าโดยไม่มีนายจ้างจริง ไม่มี receipt หรือไม่มีคำอธิบายว่าค่าใช้จ่ายนั้นคืออะไร

ฝั่งผู้สมัครอาจมีค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น เอกสารแปล วุฒิประเมินบางกรณี ค่าเดินทาง ค่าธรรมเนียมวีซ่าหลัง petition ได้รับอนุมัติ ค่ารูปถ่าย หรือ ตั๋วเครื่องบิน เมื่อแผนเดินทางชัด แต่ไม่ควรจองค่าใช้จ่ายใหญ่ที่เปลี่ยน/คืนเงินไม่ได้ก่อนเข้าใจสถานะคำร้องและวีซ่า

❌ จุดเสี่ยงที่ควรหยุดเช็ก: โพสต์รับสมัครที่บอกว่า “ไม่ต้องมีนายจ้างจริง”, “จ่ายแล้วได้โควตา”, “H-2B ไปทำงานอะไรก็ได้”, “H-1B ไม่ต้องวุฒิ ไม่ต้อง lottery” หรือ “รับประกันวีซ่า” เป็นสัญญาณที่ควรตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนทันที

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในเคส H1B และ H2B

งานอเมริกาเป็นหัวข้อที่มีความหวังสูงและมีความเสี่ยงสูง เพราะผู้สมัครจำนวนมากอยากไปให้เร็ว ทำให้ตัดสินใจจากคำโฆษณามากกว่าข้อมูลทางการ ต่อไปนี้คือข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

ข้อผิดพลาด ทำไมเสี่ยง วิธีลดความเสี่ยง
คิดว่า H-1B สมัครเองได้โดยไม่มีนายจ้าง H-1B ต้องมีนายจ้างยื่นคำร้องให้ โฟกัสการหานายจ้างที่มีตำแหน่งเข้าเกณฑ์และพร้อม sponsor
คิดว่า H-2B คือวีซ่าแรงงานทั่วไปแบบไม่มีโควตา H-2B มี cap และรอบเวลาที่จำกัด ตรวจ cap count และประกาศ supplemental visas จาก USCIS ล่าสุด
ไม่ตรวจว่างานเป็นเกษตรหรือไม่เกษตร งานเกษตรอาจเป็น H-2A ไม่ใช่ H-2B ถามรายละเอียดงานและประเภท petition ให้ชัดก่อนจ่ายเงิน
ส่งพาสปอร์ตหรือเงินก่อนเห็นเอกสารนายจ้าง เสี่ยงถูกหลอกหรือถูกใช้ข้อมูลผิดวัตถุประสงค์ ขอข้อมูลนายจ้าง สัญญา งาน ค่าจ้าง และขั้นตอนทางการก่อน
กรอก DS-160 ไม่ตรงกับ petition อาจทำให้เกิดคำถามในการสัมภาษณ์วีซ่า ตรวจข้อมูลนายจ้าง ตำแหน่ง ที่อยู่ ระยะเวลา และค่าจ้างให้ตรงกัน

🧩 ตัวอย่างเคสที่ช่วยให้เห็นภาพ

เคสที่ 1: จบคอมพิวเตอร์และมีบริษัทอเมริกันสนใจ

โปรไฟล์แบบนี้อาจเกี่ยวกับ H-1B หากตำแหน่งเป็นงานเฉพาะทางจริง แต่ต้องดูว่านายจ้างพร้อมเข้าระบบ H-1B หรือไม่ อยู่ภายใต้ cap หรือ cap-exempt และวุฒิ/ประสบการณ์ของผู้สมัครสัมพันธ์กับตำแหน่งแค่ไหน

เคสที่ 2: มีรีสอร์ตอเมริกาจ้างงาน housekeeping ช่วงฤดูท่องเที่ยว

เคสนี้อาจเกี่ยวกับ H-2B หากนายจ้างพิสูจน์ temporary need ได้และผ่านขั้นตอน DOL/USCIS แต่ผู้สมัครต้องตรวจว่านายจ้างจริงหรือไม่ งานและค่าจ้างตรงกับเอกสารหรือไม่ และโควตายังเปิดในช่วงนั้นหรือไม่

เคสที่ 3: นายหน้าบอกไป H-2B ได้ แต่ไม่มีชื่อบริษัท

นี่เป็นเคสที่ควรระวังมาก เพราะ H-2B ต้องอ้างอิงนายจ้างและงานชั่วคราวที่ชัดเจน หากยังไม่มีชื่อนายจ้าง ไม่มี job order หรือไม่มีเอกสารทางการที่ตรวจสอบได้ ไม่ควรโอนเงินหรือส่งเอกสารสำคัญ

มี offer งานอเมริกาแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าเข้าข่าย H-1B หรือ H-2B?
ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจภาพรวมงาน นายจ้าง เอกสารส่วนตัว และจุดเสี่ยงก่อนเริ่มยื่นหรือจ่ายค่าใช้จ่ายใหญ่

💬 ให้ทีมช่วยประเมินเคส

🔗 แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นจริง

ข้อมูล H-1B และ H-2B เปลี่ยนได้ทุกปี โดยเฉพาะรอบ registration, cap, supplemental visas, eligible countries, ค่าธรรมเนียม, labor certification และนโยบายสถานทูต ควรยึดข้อมูลจากหน่วยงานทางการเท่านั้น ไม่ควรตัดสินใจจากโพสต์รับสมัครหรือรีวิวเก่า

⭐ เคสแบบไหนควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจก่อนเดินเรื่อง

ถ้ามีนายจ้างจริงและทนายของนายจ้างดูแลครบ ผู้สมัครอาจเตรียมตาม checklist ได้ แต่ถ้าเพิ่งได้รับ offer จากคนกลาง ไม่แน่ใจว่านายจ้างมีตัวตนจริงหรือไม่ หรือไม่รู้ว่างานเข้า H-1B/H-2B จริงหรือเปล่า ควรตรวจภาพรวมก่อนส่งเอกสารสำคัญ

  • มีคนเสนอไปทำงานอเมริกา แต่ไม่รู้ว่าเป็น H-1B, H-2B หรือประเภทอื่น
  • มี offer งาน แต่ job description ไม่ชัดหรือไม่ตรงกับวุฒิ
  • ต้องการตรวจเอกสารวุฒิ ประสบการณ์ และ Cover Letter หรือเอกสารอธิบายโปรไฟล์
  • ต้องการตรวจว่าควรใช้ แปลเอกสาร หรือรับรองเอกสารส่วนใดก่อนยื่น
  • มีประวัติเคยถูกปฏิเสธวีซ่าอเมริกา หรือข้อมูลใน DS-160 เก่าต้องระวังความสอดคล้อง
  • ต้องการ ปรึกษาวีซ่า ก่อนจ่ายเงินหรือส่งพาสปอร์ตให้ผู้จัดหางาน
⚠️ ข้อควรจำ: Co Journey Visa ช่วยตรวจเอกสาร ประเมินความเสี่ยง และวางแผนการสื่อสารได้ แต่ไม่สามารถการันตีผลวีซ่า การได้รับเลือกใน H-1B registration หรือการได้โควตา H-2B ได้ เพราะขึ้นอยู่กับนายจ้าง USCIS, DOL, สถานทูต และข้อเท็จจริงของแต่ละเคส

⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?

  • ช่วยแยกประเภทวีซ่าให้ตรงกับงาน — ดูว่า offer ที่ได้รับใกล้เคียง H-1B, H-2B หรือควรตรวจประเภทอื่น
  • ตรวจเอกสารส่วนตัวแบบรายเคส — ดูวุฒิ transcript ประสบการณ์ เอกสารแปล และข้อมูลใน DS-160 ให้สอดคล้องกับงาน
  • ช่วยจับสัญญาณเสี่ยงจากนายหน้า — เช่น ไม่มีนายจ้างจริง อ้างได้โควตาแน่นอน หรือขอเงินก่อนอธิบายขั้นตอน
  • วางแผนก่อนสัมภาษณ์วีซ่า — ช่วยเช็กว่างาน นายจ้าง ระยะเวลา และวัตถุประสงค์การเดินทางเล่าเรื่องเดียวกัน
  • ให้คำแนะนำแบบไม่ขายฝัน — ทีมช่วยลดความเสี่ยงด้านเอกสารและข้อมูล แต่ไม่โอเวอร์เคลมและไม่การันตีผลวีซ่า

❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

วีซ่า H1B และ H2B อเมริกา ต่างกันอย่างไรแบบสั้น ๆ?
H-1B เหมาะกับงาน specialty occupation ที่มักต้องใช้วุฒิปริญญาหรือความรู้เฉพาะทาง เช่น IT วิศวกรรม วิทยาศาสตร์ การเงิน หรือสายวิชาชีพ ส่วน H-2B เหมาะกับงานชั่วคราวที่ไม่ใช่เกษตร เช่น โรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร งานสวน งานก่อสร้าง หรือธุรกิจตามฤดูกาล โดยทั้งสองประเภทต้องมีนายจ้างสหรัฐฯ เป็นผู้เริ่มกระบวนการยื่นคำร้อง
คนไทยสมัคร H1B เองได้ไหม?
โดยทั่วไปผู้สมัครไม่สามารถยื่น H-1B ด้วยตัวเองแบบไม่มีนายจ้างได้ ต้องมีนายจ้างสหรัฐฯ ที่ต้องการจ้างในตำแหน่งที่เข้าเกณฑ์ และนายจ้างต้องดำเนินการตามขั้นตอน เช่น LCA, registration ในกรณี cap-subject และ Form I-129 ตามกฎของ USCIS
คนไทยมีโอกาสกับ H2B ไหม?
มีโอกาสในเชิงสัญชาติ เพราะประเทศไทยอยู่ในรายชื่อประเทศที่มีสิทธิ์เข้าร่วม H-2B ตามประกาศ DHS/USCIS แต่โอกาสจริงขึ้นอยู่กับนายจ้างสหรัฐฯ งานชั่วคราวที่มีอยู่ โควตา H-2B การรับรองแรงงานจาก DOL และการพิจารณาวีซ่า
H2B เหมาะกับงานเกษตรไหม?
H-2B ใช้กับงานชั่วคราวที่ไม่ใช่เกษตร หากเป็นงานเกษตรชั่วคราวโดยตรงมักเกี่ยวข้องกับ H-2A มากกว่า ผู้สมัครควรตรวจประเภทงานให้ชัดก่อนสมัครหรือจ่ายเงินให้ผู้จัดหางาน
H1B มี lottery หรือโควตาไหม?
H-1B ที่อยู่ภายใต้ cap ต้องผ่านระบบ registration และการคัดเลือกตามรอบที่ USCIS กำหนด แต่บางนายจ้างอาจเข้าข่าย cap-exempt เช่น สถาบันอุดมศึกษาหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องบางประเภท รายละเอียดควรตรวจจาก USCIS ล่าสุดทุกปี
Co Journey Visa ช่วยเรื่อง H1B และ H2B ได้อย่างไร?
ทีมช่วยประเมินว่าโปรไฟล์และงานที่เสนอมาเข้าใกล้ H-1B หรือ H-2B มากกว่า ตรวจเอกสารส่วนตัว วุฒิ ประสบการณ์ สัญญา/offer เบื้องต้น และช่วยชี้จุดเสี่ยงจากนายหน้าหรือข้อมูลไม่ชัด โดยไม่การันตีผลวีซ่าหรือการจ้างงาน

📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับ H1B และ H2B อเมริกา

  • H-1B เหมาะกับงาน specialty occupation ที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทางและมักสัมพันธ์กับวุฒิปริญญา
  • H-2B เหมาะกับงานชั่วคราวที่ไม่ใช่เกษตร และนายจ้างต้องพิสูจน์ temporary need
  • ทั้ง H-1B และ H-2B ต้องมีนายจ้างสหรัฐฯ เป็นผู้เริ่มกระบวนการยื่นคำร้อง
  • ประเทศไทยอยู่ในรายชื่อประเทศที่มีสิทธิ์เข้าร่วม H-2B แต่ไม่ได้แปลว่าจะได้วีซ่าอัตโนมัติ
  • H-1B มีระบบ registration/cap ในหลายเคส ส่วน H-2B มี cap และรอบเวลาแยกตามปีงบประมาณ
  • อย่าเชื่อคำรับประกันผลวีซ่า โควตา หรืองานอเมริกาโดยไม่มีเอกสารนายจ้างและขั้นตอนทางการ
  • ควรตรวจข้อมูลล่าสุดจาก USCIS, Department of Labor และ U.S. Department of State ก่อนยื่นจริง

มีงานอเมริกาในมือ หรือกำลังเลือกเส้นทาง H-1B / H-2B?

ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจภาพรวมงาน นายจ้าง เอกสารส่วนตัว และความเสี่ยงก่อนยื่นวีซ่าทำงานอเมริกาแบบรายเคส เพื่อให้คุณตัดสินใจจากข้อมูลที่ชัด ไม่ใช่คำโฆษณาหรือทางลัดที่ตรวจสอบไม่ได้

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com
⭐ รีวิวบทความ

บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?

ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น

0.0 ☆☆☆☆☆ จาก 0 รีวิว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่ได้เลือกดาว
ขอบคุณครับ รีวิวของคุณช่วยให้บทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่านคนต่อไปมากขึ้น 🙏

รีวิวจากผู้อ่าน

🐰
Rabbit Reader
★★★★★

อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย

🐱
Catเที่ยว
★★★★★

บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด

🐻
Bear Minimal
★★★★★

ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย

🦊
Fox Study
★★★★☆

บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ