รับทำเอกสารบริษัทสำหรับวีซ่าธุรกิจเชงเก้นสวีเดน

รับทำเอกสารบริษัทสำหรับวีซ่าธุรกิจเชงเก้นสวีเดน

🏢 Company Documents for Sweden Business Visa

รับทำเอกสารบริษัทสำหรับวีซ่าธุรกิจเชงเก้นสวีเดน

ช่วยวางโครง ตรวจ และจัดทำเอกสารบริษัทไทยให้สอดคล้องกับจดหมายเชิญจากสวีเดน เช่น หนังสือรับรองงาน หนังสือส่งตัว หนังสือรับรองค่าใช้จ่าย เอกสารเจ้าของกิจการ และ Cover Letter สำหรับเคสธุรกิจ
📅 อัปเดตล่าสุด: 19 พฤษภาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่าน 9 นาที

เคส วีซ่าเชงเก้น ธุรกิจสวีเดนมักไม่ได้ติดปัญหาแค่จดหมายเชิญจากสวีเดน แต่ติดตรง “เอกสารบริษัทไทยอธิบายไม่พอ” เช่น หนังสือรับรองงานไม่บอกเหตุผลเดินทาง หนังสือส่งตัวไม่ระบุใครจ่ายค่าใช้จ่าย หรือเอกสารเจ้าของกิจการไม่เชื่อมกับบริษัทสวีเดน

สำหรับการเดินทางเพื่อประชุม อบรม พบคู่ค้า งานแฟร์ หรือ conference เอกสารบริษัทไทยต้องช่วยตอบคำถามสำคัญว่า ผู้สมัครทำงานอะไร มีบทบาทอะไรในบริษัท ทำไมต้องเดินทางไปสวีเดน ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย และหลังจบทริปจะกลับมาทำงานหรือดำเนินธุรกิจต่อในไทยอย่างไร

บริการรับทำเอกสารบริษัทสำหรับวีซ่าธุรกิจเชงเก้นสวีเดนของ Co Journey Visa ช่วยตรวจและจัดโครงเอกสารให้เอกสารฝั่งไทยสอดคล้องกับ Invitation Letter, Agenda, Statement, Itinerary, ประกันเดินทาง และ Checklist ของ VFS/หน่วยงานสวีเดน โดยไม่เขียนข้อมูลเกินจริงหรือการันตีผลวีซ่า

สรุปสั้น ๆ: เอกสารบริษัทสำหรับวีซ่าธุรกิจสวีเดนควรมีหนังสือรับรองงานหรือหนังสือส่งตัวที่ระบุตำแหน่ง รายได้ ระยะเวลาทำงาน วัตถุประสงค์การเดินทาง ชื่อบริษัทสวีเดน วันที่เดินทาง วันที่กลับมาทำงาน และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย หากเป็นเจ้าของกิจการควรมีเอกสารจดทะเบียนบริษัท เอกสารภาษีหรือรายได้ Statement บริษัท/ส่วนตัว และคำอธิบายความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับสวีเดน

💬 มีจดหมายเชิญจากสวีเดนแล้ว แต่ไม่รู้ว่าบริษัทไทยต้องออกเอกสารอย่างไร?
ส่ง Invitation Letter และข้อมูลบริษัทมาให้ทีม Co Journey Visa ช่วยดูว่าเอกสารบริษัทไทยควรเขียนอะไร เสริมอะไร และต้องแปลอะไรบ้าง — ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

1. ทำไมเอกสารบริษัทสำคัญกับวีซ่าธุรกิจสวีเดน

Swedish Migration Agency ระบุสำหรับการเดินทางแบบ business trip หรือ conference ว่าผู้สมัครต้องสามารถอธิบายวัตถุประสงค์การเดินทาง และต้องมี invitation จากบริษัทหรือผู้จัด conference แต่ในทางปฏิบัติ เอกสารฝั่งไทยก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะเป็นหลักฐานว่าใครส่งผู้สมัครไป ไปในฐานะอะไร และจะกลับมาทำงานหรือทำธุรกิจต่อจริง

เอกสารบริษัทที่ดีช่วยให้เคสธุรกิจดูเป็นระบบขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเอกสารสวีเดนและเอกสารไทยพูดเรื่องเดียวกัน เช่น ฝั่งสวีเดนเชิญไปประชุมเรื่อง product training และฝั่งไทยก็ระบุว่าผู้สมัครเป็นผู้รับผิดชอบ product line นั้นจริง

💡 หลักสำคัญ: เอกสารบริษัทไทยไม่ควรเป็นแค่ใบรับรองตำแหน่ง แต่ควรช่วยอธิบาย “เหตุผลทางธุรกิจ” และ “ความจำเป็นที่ผู้สมัครต้องเดินทาง” ให้สอดคล้องกับจดหมายเชิญจากสวีเดน

2. Co Journey Visa ช่วยทำเอกสารบริษัทอะไรบ้าง

บริการนี้เหมาะกับทั้งพนักงานบริษัท ผู้บริหาร เจ้าของกิจการ กรรมการบริษัท และฟรีแลนซ์ที่ต้องใช้เอกสารธุรกิจประกอบการยื่นวีซ่าสวีเดน

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

ประเภทเอกสาร เราช่วยอะไร ใช้ตอบคำถามอะไรของเคส
หนังสือรับรองงาน วางโครงข้อความภาษาอังกฤษหรือไทย/อังกฤษ ผู้สมัครทำงานจริง ตำแหน่งอะไร รายได้เท่าไหร่ และกลับมาทำงานต่อเมื่อไหร่
หนังสือส่งตัวบริษัท เขียนเหตุผลที่บริษัทส่งไปสวีเดนและความเกี่ยวข้องกับงาน ทำไมผู้สมัครต้องเดินทางไปเอง และเกี่ยวข้องกับประชุม/อบรมอย่างไร
หนังสือรับรองค่าใช้จ่าย ระบุว่าบริษัทจ่ายค่าอะไรบ้าง เช่น ตั๋ว โรงแรม ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายและ Statement ควรอ่านอย่างไร
เอกสารเจ้าของกิจการ ช่วยจัดเอกสารบริษัท รายได้ ภาษี และความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ธุรกิจมีตัวตนจริงและเกี่ยวข้องกับสวีเดนอย่างไร
Cover Letter ธุรกิจ สรุปภาพรวมเคสให้เอกสารบริษัทไทยและจดหมายเชิญสวีเดนเชื่อมกัน ช่วยให้เจ้าหน้าที่อ่านเคสได้เร็วขึ้นและเห็นเหตุผลครบขึ้น
ตรวจคำแปลเอกสารบริษัท ตรวจชื่อบริษัท ตำแหน่ง วันที่ เลขทะเบียน และชื่อผู้ลงนาม ลดความเสี่ยงจากข้อมูลแปลไม่ตรงกับพาสปอร์ตหรือจดหมายเชิญ

3. หนังสือรับรองงานและหนังสือส่งตัวควรมีอะไร

สำหรับพนักงานบริษัท หนังสือรับรองงานอย่างเดียวอาจไม่พอหากไม่ได้ระบุวัตถุประสงค์การเดินทาง ควรมีหนังสือส่งตัวหรือ company letter ที่อธิบายว่า บริษัทส่งผู้สมัครไปสวีเดนเพื่ออะไร และหลังจบทริปจะกลับมาทำงานต่อเมื่อใด

ข้อมูลผู้สมัคร
ชื่อ-นามสกุล ตำแหน่ง แผนก ระยะเวลาทำงาน เงินเดือน และสถานะการจ้างงาน
วัตถุประสงค์การเดินทาง
ประชุม อบรม พบคู่ค้า conference หรืองานธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงาน
ข้อมูลบริษัท/องค์กรในสวีเดน
ชื่อผู้เชิญ บริษัทสวีเดน เมือง วันที่ประชุม และความสัมพันธ์ทางธุรกิจ
วันเดินทางและวันกลับมาทำงาน
วันที่ออกเดินทาง วันที่กลับไทย และวันที่กลับเข้าทำงานในบริษัทไทย
ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
ระบุชัดว่าบริษัทไทย บริษัทสวีเดน หรือผู้สมัครเป็นผู้จ่ายค่าใช้จ่ายแต่ละส่วน
⚠️ จุดที่พบบ่อย: หนังสือรับรองงานระบุแค่ตำแหน่งกับเงินเดือน แต่ไม่บอกว่าบริษัทอนุญาตให้เดินทางไปสวีเดนเพื่อประชุมหรืออบรม แบบนี้อาจยังไม่ช่วยเคสธุรกิจมากพอ

4. หนังสือรับรองค่าใช้จ่ายบริษัทต้องเขียนอย่างไร

หากบริษัทไทยเป็นผู้จ่ายค่าใช้จ่ายบางส่วนหรือทั้งหมด ควรมีหนังสือระบุให้ชัดว่าออกค่าอะไรบ้าง เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่าอาหาร หรือค่าลงทะเบียนงาน conference

ถ้าไม่เขียนให้ชัด เจ้าหน้าที่อาจตีความว่าผู้สมัครต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด และหาก Statement ส่วนตัวไม่สูงพอ เคสอาจดูอ่อนกว่าความเป็นจริง

💡 ตัวอย่างแนวข้อความ: “The company will cover the applicant’s round-trip airfare, accommodation, local transportation, and business-related expenses during the visit to Sweden. Personal expenses not related to the business activities will be covered by the applicant.”

5. เอกสารสำหรับเจ้าของกิจการและกรรมการบริษัท

เจ้าของกิจการหรือกรรมการบริษัทต้องแสดงมากกว่าการมีบริษัทจดทะเบียน เพราะสถานทูตต้องเห็นว่าธุรกิจนั้นมีความเกี่ยวข้องกับทริปสวีเดนจริง และผู้สมัครมีเหตุผลกลับมาดูแลธุรกิจในไทยต่อ

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

เอกสารเจ้าของกิจการ ใช้พิสูจน์อะไร สิ่งที่ควรอธิบายเพิ่ม
หนังสือจดทะเบียนบริษัท / หนังสือรับรองบริษัท บริษัทมีตัวตนจริงและผู้สมัครมีบทบาทในบริษัท ชื่อบริษัทอังกฤษควรตรงกับเอกสารเชิญและคำแปล
เอกสารภาษีหรือรายได้ธุรกิจ บริษัทดำเนินธุรกิจจริงและมีรายได้ ควรเลือกเอกสารที่อ่านง่ายและสัมพันธ์กับ Statement
Statement บริษัทหรือส่วนตัว ความสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทริป ควรอธิบายเงินหมุนเวียนหรือเงินก้อนที่สำคัญ
เอกสารคู่ค้า / สัญญา / ใบเสนอราคา ความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างไทยกับสวีเดน ใช้เมื่อจดหมายเชิญยังไม่พออธิบายความสัมพันธ์ธุรกิจ
Company Profile หรือคำอธิบายธุรกิจ ช่วยให้เข้าใจธุรกิจของผู้สมัครเร็วขึ้น ควรสั้น ชัด และไม่ใส่ข้อมูลเกินจริง

6. ทำให้เอกสารบริษัทไทยตรงกับจดหมายเชิญสวีเดนอย่างไร

จุดสำคัญของเคสธุรกิจคือเอกสารสองฝั่งต้องเล่าเรื่องเดียวกัน หากบริษัทสวีเดนเชิญไปประชุมเรื่อง technical training แต่บริษัทไทยเขียนว่าไป business negotiation โดยไม่มีคำอธิบาย อาจทำให้วัตถุประสงค์ดูไม่ชัด

ชื่อบริษัทต้องตรงกัน

ชื่อบริษัทไทยและบริษัทสวีเดนควรสะกดแบบเดียวกันในจดหมายเชิญ หนังสือส่งตัว และ Cover Letter

วัตถุประสงค์ต้องใช้คำสอดคล้องกัน

ถ้าเป็น meeting, training, conference หรือ site visit ควรใช้คำเดียวกันทุกเอกสาร

วันที่ต้องไม่ขัดกัน

วันประชุม วันเดินทาง ที่พัก ประกัน และวันที่กลับมาทำงานควรตรวจให้ตรงกัน

ค่าใช้จ่ายต้องไม่คลุมเครือ

หากบริษัทจ่าย ควรระบุในเอกสารบริษัทและเชื่อมกับ Statement หรือเอกสารการเงิน

📌 ตัวอย่างเคสที่ควรแก้ก่อนยื่น: Invitation Letter ระบุว่าบริษัทสวีเดนเป็นผู้ดูแลที่พัก แต่ Itinerary แนบ booking โรงแรมที่ผู้สมัครจ่ายเอง แบบนี้ควรปรับเอกสารให้ตรงกันก่อนยื่น เพราะอาจทำให้เจ้าหน้าที่ไม่แน่ใจว่าใครจ่ายอะไรจริง

7. เอกสารบริษัทภาษาไทยต้องแปลไหม

Checklist ของ VFS สำหรับวีซ่าสวีเดนระบุว่าเอกสารควรยื่นเป็นภาษาอังกฤษหรือสวีเดน ดังนั้นเอกสารบริษัทภาษาไทยที่สำคัญควรมีคำแปลประกอบ โดยเฉพาะเอกสารที่ใช้พิสูจน์สถานะงาน บริษัท รายได้ หรือความสัมพันธ์ทางธุรกิจ

เอกสารที่มักต้องระวังเรื่องคำแปล ได้แก่ หนังสือรับรองบริษัท เอกสารจดทะเบียนบริษัท หนังสือรับรองงาน หนังสือส่งตัว จดหมายค่าใช้จ่าย เอกสารภาษี และเอกสารเปลี่ยนชื่อหากชื่อในเอกสารไม่ตรงกัน

⚠️ ระวังคำแปลไม่สม่ำเสมอ: ชื่อบริษัท ตำแหน่งผู้สมัคร และชื่อผู้มีอำนาจลงนามควรใช้แบบเดียวกันทุกเอกสาร เพราะความไม่สม่ำเสมออาจทำให้ชุดเอกสารดูไม่เป็นระบบ

8. ถ้าขอ Multiple Entry เอกสารบริษัทต้องเสริมอะไร

หากต้องการขอ Multiple Entry สำหรับวีซ่าธุรกิจสวีเดน เอกสารบริษัทควรช่วยตอบว่าทำไมผู้สมัครอาจต้องเดินทางหลายครั้ง เช่น มี project timeline, follow-up meetings, training หลายช่วง หรือความสัมพันธ์ทางธุรกิจต่อเนื่อง

สิ่งนี้ควรปรากฏทั้งในจดหมายเชิญจากสวีเดนและเอกสารบริษัทไทย ไม่ควรเขียนอยู่ใน Cover Letter ฝ่ายเดียวโดยไม่มีเอกสารรองรับ

💡 แนวทางที่ดี: บริษัทไทยอาจระบุว่า “The applicant is required to attend the initial meeting and may need to participate in follow-up meetings related to the project implementation with the Swedish partner.” แต่ต้องใช้เฉพาะเมื่อมีเหตุผลจริงและเอกสารรองรับ

9. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

เอกสารบริษัทสำหรับวีซ่าธุรกิจสวีเดนควรอ่านง่าย สอดคล้อง และเป็นข้อเท็จจริง ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยมีดังนี้

ข้อผิดพลาด ผลกระทบต่อเคส แนวทางแก้
หนังสือบริษัทไม่ระบุวัตถุประสงค์เดินทาง ไม่เห็นว่าไปสวีเดนเพื่อกิจกรรมธุรกิจอะไร ระบุ meeting, training, conference หรือ business purpose ให้ตรงกับจดหมายเชิญ
ไม่ระบุผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย Statement อาจถูกมองว่าไม่พอหรือไม่ชัด ทำหนังสือรับรองค่าใช้จ่ายจากบริษัท
ตำแหน่งงานไม่ตรงกับจดหมายเชิญ บทบาทผู้สมัครดูไม่สัมพันธ์กับทริป ใช้ตำแหน่งจริงและอธิบายหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการประชุม
ชื่อบริษัทแปลไม่ตรงกัน เอกสารอาจดูเหมือนคนละบริษัท กำหนดชื่อภาษาอังกฤษมาตรฐานก่อนจัดเอกสารทุกฉบับ
เขียนข้อมูลเกินจริง ลดความน่าเชื่อถือและอาจขัดกับเอกสารอื่น เขียนตามข้อเท็จจริงและแนบเอกสารรองรับเท่าที่มีจริง

10. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ

ข้อมูลเรื่อง Checklist เอกสารภาษา การยื่นผ่าน VFS และข้อกำหนดวีซ่าสวีเดนอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบจากแหล่งทางการก่อนจัดเอกสารและก่อนยื่นจริงทุกครั้ง

📌 แหล่งข้อมูลทางการที่ควรเช็ก:
  • Swedish Migration Agency — วีซ่าเยือนสวีเดนไม่เกิน 90 วัน และข้อมูล business trip/conference: Visiting Sweden for up to 90 days
  • VFS Global สวีเดนในประเทศไทย — ข้อมูลการยื่นวีซ่า: VFS Sweden Thailand
  • VFS Sweden Thailand — Business or Conference visa information: Visa Information
  • Checklist วีซ่าธุรกิจสวีเดนจาก VFS Thailand: Sweden Business Visa Checklist
  • European Commission — การยื่นวีซ่าเชงเก้นและหลักประเทศที่ควรยื่น: Applying for a Schengen visa

⭐ ทำไมควรให้ Co Journey Visa ช่วยทำเอกสารบริษัทสำหรับวีซ่าธุรกิจสวีเดน?

  • เข้าใจมุมวีซ่าธุรกิจ — เอกสารบริษัทต้องตอบวัตถุประสงค์ ผู้สมัคร ผู้เชิญ และค่าใช้จ่าย ไม่ใช่แค่รับรองตำแหน่ง
  • ช่วยเขียนให้สอดคล้องกับจดหมายเชิญ — วัตถุประสงค์ วันที่ บริษัท และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต้องตรงกัน
  • ช่วยแยกเอกสารตามโปรไฟล์ — พนักงานบริษัท เจ้าของกิจการ ผู้บริหาร และฟรีแลนซ์ควรใช้เอกสารคนละแบบ
  • ช่วยตรวจคำแปลและชื่อบริษัท — ลดความเสี่ยงจากชื่อ ตำแหน่ง เลขทะเบียน หรือผู้ลงนามไม่ตรงกัน
  • ไม่การันตีผล แต่ช่วยให้เอกสารเป็นระบบ — ผลวีซ่าขึ้นอยู่กับหน่วยงานสวีเดน แต่เอกสารที่ชัดช่วยลดความเสี่ยงจากความไม่สอดคล้อง

❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

เอกสารบริษัทสำหรับวีซ่าธุรกิจเชงเก้นสวีเดนต้องใช้อะไรบ้าง
โดยทั่วไปควรมีหนังสือรับรองงานหรือหนังสือส่งตัวจากบริษัทไทย จดหมายรับรองค่าใช้จ่ายหากบริษัทเป็นผู้จ่าย เอกสารจดทะเบียนบริษัทหรือเอกสารเจ้าของกิจการ Statement หรือเอกสารการเงิน และเอกสารที่เชื่อมกับจดหมายเชิญจากบริษัทสวีเดน ทั้งนี้ต้องอิง Checklist ล่าสุดของ VFS/หน่วยงานสวีเดน
หนังสือส่งตัวบริษัทสำหรับวีซ่าธุรกิจสวีเดนควรเขียนอะไร
ควรระบุชื่อผู้สมัคร ตำแหน่ง ระยะเวลาทำงาน เงินเดือน วัตถุประสงค์การเดินทาง ชื่อบริษัทหรือองค์กรในสวีเดน วันที่เดินทาง วันที่กลับมาทำงาน และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน
เจ้าของกิจการต้องใช้เอกสารบริษัทอะไรในการยื่นวีซ่าธุรกิจสวีเดน
เจ้าของกิจการควรเตรียมหนังสือจดทะเบียนบริษัท เอกสารผู้มีอำนาจลงนาม เอกสารภาษีหรือเอกสารรายได้ Statement บริษัทหรือส่วนตัว และคำอธิบายว่าธุรกิจไทยเกี่ยวข้องกับบริษัทหรือกิจกรรมในสวีเดนอย่างไร
เอกสารบริษัทภาษาไทยต้องแปลไหม
Checklist ของ VFS สำหรับวีซ่าสวีเดนระบุว่าเอกสารควรยื่นเป็นภาษาอังกฤษหรือสวีเดน ดังนั้นเอกสารบริษัทภาษาไทยที่สำคัญควรมีคำแปลประกอบ เช่น หนังสือรับรองบริษัท หนังสือรับรองงาน หนังสือส่งตัว หรือเอกสารราชการที่ใช้สนับสนุนเคส
ถ้าบริษัทเป็นผู้จ่ายค่าใช้จ่าย ต้องมีเอกสารอะไร
ควรมีจดหมายจากบริษัทระบุชัดว่าบริษัทรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดบ้าง เช่น ตั๋วเครื่องบิน โรงแรม ค่าอาหาร ค่าเดินทาง หรือค่าลงทะเบียนงาน พร้อมเอกสารการเงินของบริษัทหรือเอกสารสนับสนุนอื่นตามความเหมาะสม
Co Journey Visa ทำเอกสารบริษัทแล้วการันตีผลวีซ่าได้ไหม
ไม่สามารถการันตีผลวีซ่าได้ เพราะผลการพิจารณาเป็นอำนาจของหน่วยงานสวีเดน Co Journey Visa ช่วยวางโครง ตรวจ และจัดเอกสารบริษัทให้สอดคล้องกับจดหมายเชิญ Checklist และข้อเท็จจริงของเคส เพื่อลดความเสี่ยงจากเอกสารไม่ชัดหรือข้อมูลขัดกัน

📌 สรุปบริการรับทำเอกสารบริษัทสำหรับวีซ่าธุรกิจเชงเก้นสวีเดน

  • เอกสารบริษัทไทยต้องอธิบายว่าผู้สมัครทำงานอะไร ไปสวีเดนเพื่ออะไร และเกี่ยวข้องกับผู้เชิญอย่างไร
  • หนังสือรับรองงานควรมีตำแหน่ง เงินเดือน ระยะเวลาทำงาน และวันกลับมาทำงาน
  • หนังสือส่งตัวควรระบุวัตถุประสงค์การเดินทาง บริษัทสวีเดน วันที่เดินทาง และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
  • เจ้าของกิจการควรมีเอกสารจดทะเบียนบริษัท เอกสารภาษี Statement และคำอธิบายความสัมพันธ์ทางธุรกิจ
  • เอกสารบริษัทภาษาไทยควรมีคำแปลภาษาอังกฤษหรือสวีเดนตาม Checklist
  • หากขอ Multiple Entry เอกสารบริษัทควรช่วยอธิบายเหตุผลเดินทางซ้ำอย่างมีหลักฐาน
  • Co Journey Visa ช่วยจัดเอกสารให้เป็นระบบ แต่ไม่สามารถการันตีผลวีซ่าได้

เอกสารบริษัทสำหรับวีซ่าธุรกิจสวีเดน ต้องเขียนให้ตรงกับเคสจริง

ทีม Co Journey Visa ช่วยทำและตรวจเอกสารบริษัท หนังสือรับรองงาน หนังสือส่งตัว หนังสือรับรองค่าใช้จ่าย เอกสารเจ้าของกิจการ คำแปล และ Cover Letter ให้สอดคล้องกับจดหมายเชิญจากสวีเดน Statement และ Checklist โดยไม่การันตีผลวีซ่าเกินจริง

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com