เกาหลีใต้เปิดวีซ่า Digital Nomad ใหม่ ทำงานไปเที่ยวไป

เกาหลีใต้เปิดวีซ่า Digital Nomad ใหม่ ทำงานไปเที่ยวไป

🇰🇷 Korea Digital Nomad / Workation Visa

เกาหลีใต้เปิดวีซ่า Digital Nomad ใหม่ ทำงานไปเที่ยวไป

รู้จัก F-1-D Workation Visa สำหรับคนทำงานออนไลน์ รายได้จากต่างประเทศ หรือเจ้าของธุรกิจที่อยากพำนักในเกาหลีใต้ระยะยาว พร้อมทำงาน remote โดยไม่ทำงานให้บริษัทเกาหลี
📅 อัปเดตล่าสุด: 4 มิถุนายน 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่าน 10 นาที

กระแสทำงานไปเที่ยวไป หรือ workation กำลังเป็นทางเลือกของคนทำงานออนไลน์ทั่วโลก เกาหลีใต้เองก็เปิดวีซ่ากลุ่มนี้ในชื่อ F-1-D Workation Visa หรือที่หลายคนเรียกว่า Digital Nomad Visa เพื่อให้ชาวต่างชาติที่ทำงานระยะไกลให้บริษัทต่างประเทศสามารถพำนักในเกาหลีได้นานขึ้นกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป

แม้หลายบทความจะเรียกว่า “วีซ่าใหม่” แต่ข้อมูลทางการของเกาหลีระบุว่าโครงการนี้เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2024 และสถานทูตเกาหลีหลายแห่งยังมีประกาศอัปเดตต่อเนื่องในปี 2026 โดยเงื่อนไขสำคัญคือผู้สมัครต้องทำงานกับบริษัทต่างประเทศหรือเป็นเจ้าของกิจการต่างประเทศ มีประสบการณ์ในสายงานอย่างน้อย 1 ปี มีรายได้สูงตามเกณฑ์ และมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมตามที่กำหนด

บทความนี้สรุปสำหรับคนไทยที่กำลังสนใจไปอยู่เกาหลีแบบ remote work ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทต่างประเทศ เจ้าของธุรกิจออนไลน์ freelancer หรือ consultant โดยอ้างอิงข้อมูลจากสถานทูตเกาหลีและเว็บไซต์ทางการ เช่น Embassy of the Republic of Korea to Canada, ประกาศภาษาเกาหลีของสถานทูตเกาหลีในแคนาดา, Embassy of the Republic of Korea to Singapore และ Korea.net

สรุปสั้น ๆ: วีซ่า Digital Nomad เกาหลีใต้ หรือ F-1-D Workation Visa เหมาะกับผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไป ทำงานระยะไกลให้บริษัทต่างประเทศหรือเป็นเจ้าของธุรกิจต่างประเทศ มีประสบการณ์ในสายงานอย่างน้อย 1 ปี มีรายได้มากกว่า 2 เท่าของ GNI ต่อหัวเกาหลีในปีก่อนหน้า และมีประกันสุขภาพตามเกณฑ์ วีซ่านี้ให้พำนักได้ 1 ปี และอาจขยายได้อีก 1 ปี แต่ไม่อนุญาตให้ทำงานหรือหารายได้ในเกาหลีใต้

💬 ไม่แน่ใจว่ารายได้ งาน remote หรือประกันของคุณเข้าเงื่อนไข F-1-D ไหม? ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจเบื้องต้นก่อนเริ่มเตรียมเอกสารจริง ลดความเสี่ยงจากการยื่นผิดประเภทหรือเอกสารไม่ตอบเกณฑ์ของสถานทูต

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

1. วีซ่า Digital Nomad เกาหลีใต้คืออะไร

F-1-D Workation Visa คือวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการพำนักในเกาหลีใต้ระยะยาวพร้อมทำงานระยะไกลให้บริษัทหรือลูกค้านอกประเทศเกาหลี แนวคิดคือ “ทำงานจากเกาหลี แต่รายได้และการจ้างงานมาจากต่างประเทศ” ไม่ใช่การเข้าไปทำงานกับบริษัทเกาหลี

ข้อมูลจาก Korea.net ระบุว่าเกาหลีเปิดวีซ่านี้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2024 เพื่อดึงดูด remote workers ให้สามารถอยู่เกาหลีได้มากกว่าระยะท่องเที่ยวทั่วไป โดยอยู่ได้ 1 ปี และอาจต่อได้อีก 1 ปี รวมสูงสุดประมาณ 2 ปี หากเข้าเงื่อนไขและได้รับอนุมัติ

💡 เข้าใจง่าย: วีซ่านี้เหมาะกับคนที่อยากใช้ชีวิตในเกาหลีแบบถูกสถานะ เช่น อยู่โซล ทำงานออนไลน์ตอนกลางวัน เที่ยวคาเฟ่ เดินทางต่างเมือง หรืออยู่ระยะยาวเพื่อสัมผัสวัฒนธรรมเกาหลี แต่รายได้ต้องมาจากต่างประเทศ ไม่ใช่ไปหางานในเกาหลี

2. ใครเหมาะกับ F-1-D Workation Visa

จากประกาศของสถานทูตเกาหลีหลายประเทศ ผู้สมัครที่เหมาะกับวีซ่านี้คือชาวต่างชาติอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่ทำงานกับบริษัทต่างประเทศหรือเป็นเจ้าของบริษัทต่างประเทศ สามารถทำงาน remote จากเกาหลีได้ และมีประสบการณ์ในสายงานเดียวกันอย่างน้อย 1 ปี

✅ กลุ่มที่อาจเหมาะ

Remote employee, founder, business owner, consultant, software developer, designer, marketer, content strategist หรือผู้เชี่ยวชาญที่มีรายได้จากบริษัท/ลูกค้าต่างประเทศ

⚠️ กลุ่มที่ควรเช็กละเอียด

Freelancer รายได้ไม่สม่ำเสมอ เจ้าของกิจการที่ไม่รับเงินเดือน คนมีรายได้หลายทาง หรือคนที่มีลูกค้าเกาหลีปะปน ควรเตรียมเอกสารอธิบายแหล่งรายได้ให้ชัด

⚠️ จุดสำคัญ: สถานทูตเกาหลีบางแห่งระบุว่าประสบการณ์ต้องเป็น “same industry” มากกว่า “บริษัทเดียวกัน” แต่บางประเทศอาจใช้ wording ต่างกัน ผู้สมัครจึงควรตรวจประกาศของสถานทูตเกาหลีที่ตนจะยื่นจริงเสมอ

3. เงื่อนไขสำคัญ: รายได้ อายุ งาน และประกัน

วีซ่านี้มีเงื่อนไขชัดเจนกว่าวีซ่าท่องเที่ยวทั่วไป โดยเฉพาะรายได้ ประกัน และลักษณะงาน หากขาดข้อใดข้อหนึ่ง เคสอาจไม่เข้าเกณฑ์ตั้งแต่ต้น

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

หัวข้อ เงื่อนไขหลัก สิ่งที่ควรเตรียมพิสูจน์
อายุ ผู้สมัครหลักต้องอายุ 18 ปีขึ้นไป พาสปอร์ตและเอกสารตัวตน
งาน ทำงานกับบริษัทต่างประเทศ หรือเป็นเจ้าของบริษัทต่างประเทศ และทำงาน remote ได้ Employment letter, employment contract, business registration, remote work permission
ประสบการณ์ มีประสบการณ์ในสายงานหรือบริษัท/กิจการที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 1 ปี ตามแนวทางสถานทูตที่ยื่น หนังสือรับรองงาน สัญญาจ้าง ประวัติการทำงาน หรือเอกสารบริษัท
รายได้ มากกว่า 2 เท่าของ GNI ต่อหัวเกาหลีใต้ในปีก่อนหน้าตามประกาศ Bank of Korea Pay slip, tax return, income certificate, bank statement, contract
ประกัน ต้องมีประกันสุขภาพครอบคลุมค่ารักษาและการส่งกลับประเทศตามเกณฑ์ที่สถานทูตกำหนด Insurance certificate และ coverage details ที่ระบุวงเงินและความคุ้มครองชัดเจน
ประวัติอาชญากรรม ต้องไม่มีประวัติอาชญากรรม และบางเขตอำนาจอาจต้องใช้เอกสารรับรองพร้อมการรับรองเอกสาร Criminal record check / police clearance ตามที่สถานทูตกำหนด
การทำงานในเกาหลี ห้ามทำงานหรือทำกิจกรรมหารายได้ในเกาหลีใต้ เอกสารแยกว่าแหล่งรายได้และลูกค้าอยู่ต่างประเทศ

4. รายได้ขั้นต่ำปี 2026 ควรประเมินเท่าไหร่

เงื่อนไขรายได้ของ F-1-D คือ มากกว่า 2 เท่าของ GNI ต่อหัวของเกาหลีใต้ในปีก่อนหน้า ตามที่ Bank of Korea ประกาศ ซึ่งตัวเลขจะเปลี่ยนได้ตามปีที่สมัคร

ข้อมูลจากสถานทูตเกาหลีในแคนาดาที่อัปเดตปี 2026 ระบุว่า GNI ต่อหัวปี 2025 อยู่ที่ 52,416,000 วอน ดังนั้น 2 เท่าคือประมาณ 104,832,000 วอนต่อปี อย่างไรก็ตาม บางสถานทูตอาจแสดงตัวเลขเป็นสกุลเงินท้องถิ่น เช่น CAD, USD หรือค่าเงินประเทศที่ยื่น และอาจมีรายละเอียดเรื่องก่อน/หลังหักภาษีที่ต้องตรวจตามประกาศเขตอำนาจนั้น

📌 คำแนะนำก่อนยื่น: อย่าคำนวณรายได้จากข้อมูลเก่าหรือรีวิวเก่า เพราะ GNI เปลี่ยนทุกปี ควรตรวจประกาศล่าสุดของสถานทูตเกาหลีที่คุณจะยื่น และเตรียมเอกสารรายได้ให้เห็นตัวเลขชัด เช่น payslip, tax return, employment contract, income certificate และ bank statement

5. เอกสารที่มักต้องใช้สมัคร

เอกสารจริงอาจแตกต่างตามประเทศที่ยื่น เช่น ไทย แคนาดา สิงคโปร์ สหรัฐฯ หรือประเทศที่ผู้สมัครพำนักอยู่ แต่จากประกาศของสถานทูตเกาหลีหลายแห่ง เอกสารหลักมักอยู่ในกลุ่มต่อไปนี้

Checklist เอกสารเบื้องต้น

  • แบบฟอร์มคำร้องวีซ่า พร้อมลายเซ็นและข้อมูลครบถ้วน
  • รูปถ่ายวีซ่าตามขนาดที่สถานทูตกำหนด
  • พาสปอร์ตตัวจริงและสำเนาหน้าข้อมูล พาสปอร์ตควรมีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน
  • เอกสารสถานะพำนักในประเทศที่ยื่น หากไม่ได้ยื่นในประเทศสัญชาติของตนเอง
  • Employment verification letter หรือเอกสารยืนยันงาน/ธุรกิจต่างประเทศ
  • เอกสารพิสูจน์ว่าทำงานในสายงานหรือบริษัท/กิจการมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี
  • เอกสารอนุญาตให้ทำงาน remote จากเกาหลี หรือจดหมายจากนายจ้างที่อธิบายลักษณะงาน
  • เอกสารรายได้ เช่น pay slip, tax return, income certificate, employment contract หรือ business contract
  • Bank statement ตามช่วงเวลาที่สถานทูตกำหนด
  • Criminal record check หรือ police clearance หากเขตอำนาจนั้นกำหนด
  • เอกสาร ประกันเดินทาง หรือประกันสุขภาพที่ระบุวงเงินและความคุ้มครองตามเกณฑ์
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าตามสัญชาติและสถานทูตที่ยื่น
  • เอกสารครอบครัว เช่น ทะเบียนสมรสหรือสูติบัตร หากมีผู้ติดตาม

หากเอกสารไทยต้องใช้กับสถานทูตเกาหลีและไม่ได้ออกเป็นภาษาอังกฤษหรือเกาหลี ควรตรวจว่าต้องแปล รับรอง หรือ notarize หรือไม่ สามารถเตรียม แปลเอกสาร ให้เหมาะกับข้อกำหนดของสถานทูตหรือศูนย์รับคำร้องก่อนยื่น

6. พาครอบครัวไปด้วยได้ไหม

ข้อมูลจากสถานทูตเกาหลีหลายแห่งระบุว่า F-1-D Workation Visa สามารถรวมครอบครัวได้ โดยทั่วไปหมายถึงคู่สมรสตามกฎหมายและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ทั้งนี้ผู้ติดตามต้องยื่นเอกสารส่วนตัวและเอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์ เช่น ทะเบียนสมรสหรือสูติบัตร

⚠️ เคสครอบครัวควรเตรียมละเอียด: หากยื่นพร้อมคู่สมรสและลูก ควรตรวจว่าเอกสารครอบครัวต้องแปล รับรอง หรือใช้ต้นฉบับหรือไม่ และประกันครอบคลุมผู้ติดตามทุกคนหรือไม่ เพราะการขาดเอกสารของผู้ติดตามอาจทำให้เคสล่าช้า

7. วิธีสมัครและลำดับเตรียมตัว

การสมัครขึ้นอยู่กับสถานทูตหรือสถานกงสุลเกาหลีที่มีเขตอำนาจตามประเทศที่ผู้สมัครพำนักอยู่ หากอยู่ในไทยควรตรวจประกาศของสถานทูตเกาหลีประจำประเทศไทยหรือศูนย์รับคำร้องที่เกี่ยวข้อง ส่วนผู้ที่อยู่ต่างประเทศต้องดูประกาศของประเทศนั้น ๆ เพราะวิธีจองคิว เวลาเปิดรับ ค่าธรรมเนียม และรายการเอกสารอาจต่างกัน

ขั้นที่ 1: เช็กว่าคุณทำงานกับบริษัทต่างประเทศหรือเป็นเจ้าของกิจการต่างประเทศ และสามารถทำงาน remote จากเกาหลีได้จริง
ขั้นที่ 2: ตรวจรายได้รายปีว่าเกิน 2 เท่าของ GNI ต่อหัวเกาหลีตามปีล่าสุดหรือไม่
ขั้นที่ 3: ขอ employment letter หรือ business documents ที่อธิบายตำแหน่ง สายงาน ประสบการณ์อย่างน้อย 1 ปี และ permission to work remotely
ขั้นที่ 4: เตรียมหลักฐานรายได้ เช่น tax return, pay slip, bank statement และสัญญาจ้างหรือสัญญาลูกค้า
ขั้นที่ 5: เตรียมประกันที่ครอบคลุมค่ารักษาและการส่งกลับประเทศตามเกณฑ์ที่สถานทูตกำหนด
ขั้นที่ 6: เตรียม criminal record check และเอกสารรับรอง/แปล หากสถานทูตกำหนด
ขั้นที่ 7: กรอกฟอร์ม จองคิว หรือยื่นตามช่องทางของสถานทูต/สถานกงสุลที่มีเขตอำนาจ
ขั้นที่ 8: หลังเข้าเกาหลี หากพำนักเกิน 91 วัน ต้องดำเนินการลงทะเบียนคนต่างชาติภายใน 90 วันตามที่สถานทูตเกาหลีระบุ

ต้องการเช็กว่าคุณควรยื่น F-1-D หรือวีซ่าเกาหลีประเภทอื่น?
ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยดูวัตถุประสงค์ รายได้ งาน remote ประกัน และเอกสารครอบครัวก่อนเริ่มจองคิว เพื่อวางแผนเอกสารให้ตรงประเภทตั้งแต่ต้น

💬 ตรวจคุณสมบัติก่อนสมัคร

8. ทำงานแบบไหนได้ และแบบไหนห้ามทำ

จุดที่ต้องระวังมากที่สุดคือคำว่า “ทำงานไปเที่ยวไป” ไม่ได้หมายความว่าสามารถไปรับงานในเกาหลีได้ทุกแบบ วีซ่านี้อนุญาตให้ทำงาน remote ที่รายได้มาจากต่างประเทศ แต่ห้าม employment หรือ profit-making activities ในเกาหลีใต้

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

กิจกรรม เข้ากรอบ F-1-D มากกว่า เสี่ยงไม่เข้ากรอบ / ควรระวัง
Remote employee ทำงานให้บริษัทต่างประเทศที่อนุญาตให้ทำงานจากเกาหลี ถูกส่งไปทำงานให้สาขาหรือบริษัทเกาหลีโดยตรง
Freelance / Consultant รับงานจากลูกค้านอกเกาหลีและรับเงินนอกเกาหลี รับงานจากลูกค้าเกาหลีหรือทำบริการในตลาดเกาหลี
เจ้าของธุรกิจ บริหารกิจการต่างประเทศทางออนไลน์ จดทะเบียนหรือเปิดกิจการในเกาหลีเพื่อหารายได้ในประเทศ
คอนเทนต์ / creator ทำคอนเทนต์ให้แพลตฟอร์มหรือลูกค้าต่างประเทศโดยรายได้มาจากนอกเกาหลี รับงานโฆษณาหรือสัญญาจ้างจากบริษัทเกาหลีโดยตรง
❌ ห้ามตีความผิด: F-1-D ไม่ใช่วีซ่าทำงานเกาหลี หากเป้าหมายคือหางานในเกาหลี สมัครงานกับบริษัทเกาหลี หรือทำธุรกิจหารายได้ในเกาหลี ควรตรวจวีซ่าทำงานหรือวีซ่าธุรกิจที่เหมาะสม ไม่ควรใช้ Digital Nomad Visa ผิดวัตถุประสงค์

9. ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

แม้เงื่อนไขหลักจะดูตรงไปตรงมา แต่เคส F-1-D มักมีรายละเอียดที่ทำให้เอกสารไม่แข็งแรง เช่น รายได้สูงแต่พิสูจน์ยาก งาน remote ไม่ชัด ประกันไม่ตรง wording หรือเอกสารประวัติอาชญากรรมไม่ถูกต้องตามประเทศที่ยื่น

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

ข้อผิดพลาด ทำไมเสี่ยง วิธีแก้ก่อนยื่น
ใช้ตัวเลขรายได้จากรีวิวเก่า GNI เปลี่ยนตามปี ทำให้รายได้อาจต่ำกว่าเกณฑ์ล่าสุด ตรวจตัวเลขจากสถานทูตเกาหลีที่ยื่นและใช้เอกสารรายได้ปีล่าสุด
Employment letter ไม่ระบุ remote work เจ้าหน้าที่อาจไม่เห็นว่าทำงานจากเกาหลีได้จริง ให้บริษัทออกจดหมายระบุ remote permission, ตำแหน่ง, รายได้ และระยะเวลาทำงาน
รายได้มาจากหลายแหล่งแต่ไม่อธิบาย เอกสารอ่านยากและไม่ชัดว่ารายได้เข้าเกณฑ์หรือไม่ ทำ summary รายได้และแนบ tax return, contract, invoice หรือ bank statement ให้เชื่อมกัน
ประกันไม่ครอบคลุมตามเกณฑ์ วงเงินหรือความคุ้มครองไม่ตรงกับข้อกำหนดสถานทูต ขอ certificate ที่ระบุ medical treatment และ repatriation/return to home country ชัดเจน
คิดว่าเข้าไปแล้วหางานเกาหลีได้ ขัดกับข้อจำกัด employment/profit-making activities ในเกาหลี แยกให้ชัดว่ารายได้และงานทั้งหมดมาจากต่างประเทศ
⚠️ ประเด็นประกันและสุขภาพ: สถานทูตเกาหลีในแคนาดาระบุว่าต้องมีประกันครอบคลุม medical treatment และ return to home country ในกรณีฉุกเฉินวงเงิน 75,000 USD ส่วนประกาศภาษาเกาหลีระบุวงเงิน 100 ล้านวอน จึงควรเตรียมกรมธรรม์ที่แสดงวงเงินและคำอธิบายความคุ้มครองชัดเจน และตรวจ wording กับสถานทูตที่คุณจะยื่นจริง

10. แหล่งข้อมูลทางการ

ข้อมูล F-1-D Workation Visa อาจต่างกันเล็กน้อยตามสถานทูตหรือประเทศที่ยื่น โดยเฉพาะค่าธรรมเนียม ระยะเวลาพิจารณา รูปแบบเอกสารรับรอง และวิธีจองคิว ควรตรวจแหล่งทางการก่อนเตรียมเอกสารจริงทุกครั้ง

📌 แหล่งข้อมูลแนะนำ:

หากต้องการดูบริการวีซ่าเกาหลีทั่วไปสำหรับการเดินทางระยะสั้นหรือเคสอื่น ๆ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมที่หน้า วีซ่าเกาหลีใต้ หรือเริ่มจากบริการ ปรึกษาวีซ่า เพื่อแยกประเภทวีซ่าให้ถูกก่อนยื่นจริง

11. ทำไมควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจเคสก่อนสมัคร

วีซ่า Digital Nomad เกาหลีใต้ไม่ใช่แค่วีซ่าท่องเที่ยวยาวขึ้น แต่เป็นวีซ่าที่ต้องพิสูจน์งาน รายได้ ประสบการณ์ ประกัน และข้อจำกัดการทำงานให้ชัดเจน โดยเฉพาะผู้สมัครที่เป็น freelancer หรือเจ้าของกิจการ รายได้อาจไม่ได้อยู่ในรูปเงินเดือนประจำ ทำให้ต้องจัดเอกสารให้เห็นภาพง่ายขึ้น

⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?

  • ช่วยตรวจคุณสมบัติก่อนเริ่มเอกสาร — ดูรายได้ งาน remote ประสบการณ์ ประกัน และสถานะผู้ติดตาม
  • ช่วยจัดเอกสารรายได้ให้อ่านง่าย — เหมาะกับ freelancer, business owner, consultant หรือ remote employee
  • ช่วยเช็ก wording สำคัญของเอกสารงาน — เช่น remote work permission, employment duration และ foreign employer
  • ช่วยเตรียมเอกสารครอบครัว — สำหรับคู่สมรสและบุตรที่ต้องการติดตามไปเกาหลี
  • ไม่โอเวอร์เคลม ไม่การันตีผล — ให้คำแนะนำตามแหล่งข้อมูลทางการและเอกสารจริงของผู้สมัคร

❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

วีซ่า Digital Nomad เกาหลีใต้คืออะไร?
วีซ่า Digital Nomad เกาหลีใต้ หรือ F-1-D Workation Visa เป็นวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติที่ทำงานระยะไกลให้บริษัทต่างประเทศหรือเป็นเจ้าของธุรกิจในต่างประเทศ และต้องการพำนักในเกาหลีใต้ระยะยาวพร้อมทำงานออนไลน์ โดยไม่ทำงานให้บริษัทเกาหลี
วีซ่า Digital Nomad เกาหลีใต้อยู่ได้นานเท่าไหร่?
ข้อมูลจากสถานทูตเกาหลีระบุว่า F-1-D Workation Visa ให้พำนักได้สูงสุด 1 ปี และสามารถยื่นขยายในเกาหลีได้อีก 1 ปี รวมสูงสุดประมาณ 2 ปี หากยังเข้าเงื่อนไขและได้รับอนุมัติ
ต้องมีรายได้เท่าไหร่ถึงสมัครได้?
เงื่อนไขรายได้คือมากกว่า 2 เท่าของ GNI ต่อหัวของเกาหลีใต้ในปีก่อนหน้าตามที่ Bank of Korea ประกาศ โดยข้อมูลสถานทูตเกาหลีในแคนาดาระบุ GNI ต่อหัวปี 2025 ที่ 52,416,000 วอน จึงควรประเมินรายได้ขั้นต่ำราว 104,832,000 วอนต่อปี หรือเทียบเท่าตามอัตราแลกเปลี่ยนและเกณฑ์ของสถานทูตที่ยื่น
วีซ่า Digital Nomad เกาหลีใต้ทำงานกับบริษัทเกาหลีได้ไหม?
ไม่ได้ วีซ่านี้จำกัดสำหรับการทำงานระยะไกลให้บริษัทต่างประเทศหรือธุรกิจต่างประเทศของผู้สมัคร ไม่อนุญาตให้ทำงานหรือทำกิจกรรมหารายได้ในเกาหลีใต้ หากฝ่าฝืนอาจมีผลตามกฎหมายคนเข้าเมืองเกาหลี
พาครอบครัวไปด้วยได้ไหม?
โดยทั่วไปสามารถพาคู่สมรสตามกฎหมายและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะไปด้วยได้ โดยต้องยื่นเอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์ เช่น ทะเบียนสมรสหรือสูติบัตร และแต่ละคนต้องมีใบสมัครและเอกสารส่วนตัวตามที่สถานทูตกำหนด
คนไทยควรสมัครวีซ่า Digital Nomad เกาหลีใต้ที่ไหน?
โดยหลักควรตรวจข้อมูลจากสถานทูตหรือสถานกงสุลเกาหลีที่มีเขตอำนาจตามประเทศที่ผู้สมัครพำนักอยู่ หากอยู่ในไทยควรตรวจเว็บไซต์สถานทูตเกาหลีประจำประเทศไทยหรือศูนย์รับคำร้องที่เกี่ยวข้อง เพราะเอกสารและวิธีจองคิวอาจแตกต่างตามประเทศที่ยื่น

📌 สรุป: วีซ่า Digital Nomad เกาหลีใต้เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับคนที่ทำงาน remote ให้บริษัทต่างประเทศหรือมีธุรกิจต่างประเทศ
  • วีซ่า F-1-D ให้พำนักได้ 1 ปี และอาจต่อได้อีก 1 ปี รวมสูงสุดประมาณ 2 ปี
  • ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีประสบการณ์ในสายงานอย่างน้อย 1 ปีตามแนวทางสถานทูตที่ยื่น
  • ต้องมีรายได้มากกว่า 2 เท่าของ GNI ต่อหัวเกาหลีในปีก่อนหน้า
  • ต้องมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมค่ารักษาและการส่งกลับประเทศตามเกณฑ์
  • ไม่อนุญาตให้ทำงานกับบริษัทเกาหลีหรือหารายได้ในเกาหลีใต้
  • คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะอาจติดตามได้หากเอกสารครบ
  • ควรตรวจประกาศล่าสุดของสถานทูตเกาหลีที่ยื่นจริง เพราะเอกสารและค่าธรรมเนียมต่างกันตามประเทศ

อยากสมัครวีซ่า Digital Nomad เกาหลีใต้ แต่ไม่แน่ใจว่าเข้าเงื่อนไขไหม?

ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจคุณสมบัติเบื้องต้น รายได้ งาน remote ประกัน เอกสารครอบครัว และลำดับเตรียมเอกสารสำหรับ F-1-D Workation Visa เพื่อให้คุณเริ่มถูกทางตั้งแต่ต้น โดยไม่โอเวอร์เคลมและไม่การันตีผลการพิจารณา

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com
⭐ รีวิวบทความ

บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?

ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น

0.0 ☆☆☆☆☆ จาก 0 รีวิว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่ได้เลือกดาว
ขอบคุณครับ รีวิวของคุณช่วยให้บทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่านคนต่อไปมากขึ้น 🙏

รีวิวจากผู้อ่าน

🐰
Rabbit Reader
★★★★★

อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย

🐱
Catเที่ยว
★★★★★

บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด

🐻
Bear Minimal
★★★★★

ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย

🦊
Fox Study
★★★★☆

บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ