เกาหลีใต้เปิดวีซ่า Digital Nomad ใหม่ ทำงานไปเที่ยวไป
กระแสทำงานไปเที่ยวไป หรือ workation กำลังเป็นทางเลือกของคนทำงานออนไลน์ทั่วโลก เกาหลีใต้เองก็เปิดวีซ่ากลุ่มนี้ในชื่อ F-1-D Workation Visa หรือที่หลายคนเรียกว่า Digital Nomad Visa เพื่อให้ชาวต่างชาติที่ทำงานระยะไกลให้บริษัทต่างประเทศสามารถพำนักในเกาหลีได้นานขึ้นกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป
แม้หลายบทความจะเรียกว่า “วีซ่าใหม่” แต่ข้อมูลทางการของเกาหลีระบุว่าโครงการนี้เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2024 และสถานทูตเกาหลีหลายแห่งยังมีประกาศอัปเดตต่อเนื่องในปี 2026 โดยเงื่อนไขสำคัญคือผู้สมัครต้องทำงานกับบริษัทต่างประเทศหรือเป็นเจ้าของกิจการต่างประเทศ มีประสบการณ์ในสายงานอย่างน้อย 1 ปี มีรายได้สูงตามเกณฑ์ และมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมตามที่กำหนด
บทความนี้สรุปสำหรับคนไทยที่กำลังสนใจไปอยู่เกาหลีแบบ remote work ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทต่างประเทศ เจ้าของธุรกิจออนไลน์ freelancer หรือ consultant โดยอ้างอิงข้อมูลจากสถานทูตเกาหลีและเว็บไซต์ทางการ เช่น Embassy of the Republic of Korea to Canada, ประกาศภาษาเกาหลีของสถานทูตเกาหลีในแคนาดา, Embassy of the Republic of Korea to Singapore และ Korea.net
💬 ไม่แน่ใจว่ารายได้ งาน remote หรือประกันของคุณเข้าเงื่อนไข F-1-D ไหม? ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจเบื้องต้นก่อนเริ่มเตรียมเอกสารจริง ลดความเสี่ยงจากการยื่นผิดประเภทหรือเอกสารไม่ตอบเกณฑ์ของสถานทูต
📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี📋 สารบัญบทความ
- วีซ่า Digital Nomad เกาหลีใต้คืออะไร
- ใครเหมาะกับ F-1-D Workation Visa
- เงื่อนไขสำคัญ: รายได้ อายุ งาน และประกัน
- รายได้ขั้นต่ำปี 2026 ควรประเมินเท่าไหร่
- เอกสารที่มักต้องใช้สมัคร
- พาครอบครัวไปด้วยได้ไหม
- วิธีสมัครและลำดับเตรียมตัว
- ทำงานแบบไหนได้ และแบบไหนห้ามทำ
- ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง
- แหล่งข้อมูลทางการ
- คำถามที่ถามบ่อย
1. วีซ่า Digital Nomad เกาหลีใต้คืออะไร
F-1-D Workation Visa คือวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการพำนักในเกาหลีใต้ระยะยาวพร้อมทำงานระยะไกลให้บริษัทหรือลูกค้านอกประเทศเกาหลี แนวคิดคือ “ทำงานจากเกาหลี แต่รายได้และการจ้างงานมาจากต่างประเทศ” ไม่ใช่การเข้าไปทำงานกับบริษัทเกาหลี
ข้อมูลจาก Korea.net ระบุว่าเกาหลีเปิดวีซ่านี้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2024 เพื่อดึงดูด remote workers ให้สามารถอยู่เกาหลีได้มากกว่าระยะท่องเที่ยวทั่วไป โดยอยู่ได้ 1 ปี และอาจต่อได้อีก 1 ปี รวมสูงสุดประมาณ 2 ปี หากเข้าเงื่อนไขและได้รับอนุมัติ
2. ใครเหมาะกับ F-1-D Workation Visa
จากประกาศของสถานทูตเกาหลีหลายประเทศ ผู้สมัครที่เหมาะกับวีซ่านี้คือชาวต่างชาติอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่ทำงานกับบริษัทต่างประเทศหรือเป็นเจ้าของบริษัทต่างประเทศ สามารถทำงาน remote จากเกาหลีได้ และมีประสบการณ์ในสายงานเดียวกันอย่างน้อย 1 ปี
✅ กลุ่มที่อาจเหมาะ
Remote employee, founder, business owner, consultant, software developer, designer, marketer, content strategist หรือผู้เชี่ยวชาญที่มีรายได้จากบริษัท/ลูกค้าต่างประเทศ
⚠️ กลุ่มที่ควรเช็กละเอียด
Freelancer รายได้ไม่สม่ำเสมอ เจ้าของกิจการที่ไม่รับเงินเดือน คนมีรายได้หลายทาง หรือคนที่มีลูกค้าเกาหลีปะปน ควรเตรียมเอกสารอธิบายแหล่งรายได้ให้ชัด
3. เงื่อนไขสำคัญ: รายได้ อายุ งาน และประกัน
วีซ่านี้มีเงื่อนไขชัดเจนกว่าวีซ่าท่องเที่ยวทั่วไป โดยเฉพาะรายได้ ประกัน และลักษณะงาน หากขาดข้อใดข้อหนึ่ง เคสอาจไม่เข้าเกณฑ์ตั้งแต่ต้น
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| หัวข้อ | เงื่อนไขหลัก | สิ่งที่ควรเตรียมพิสูจน์ |
|---|---|---|
| อายุ | ผู้สมัครหลักต้องอายุ 18 ปีขึ้นไป | พาสปอร์ตและเอกสารตัวตน |
| งาน | ทำงานกับบริษัทต่างประเทศ หรือเป็นเจ้าของบริษัทต่างประเทศ และทำงาน remote ได้ | Employment letter, employment contract, business registration, remote work permission |
| ประสบการณ์ | มีประสบการณ์ในสายงานหรือบริษัท/กิจการที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 1 ปี ตามแนวทางสถานทูตที่ยื่น | หนังสือรับรองงาน สัญญาจ้าง ประวัติการทำงาน หรือเอกสารบริษัท |
| รายได้ | มากกว่า 2 เท่าของ GNI ต่อหัวเกาหลีใต้ในปีก่อนหน้าตามประกาศ Bank of Korea | Pay slip, tax return, income certificate, bank statement, contract |
| ประกัน | ต้องมีประกันสุขภาพครอบคลุมค่ารักษาและการส่งกลับประเทศตามเกณฑ์ที่สถานทูตกำหนด | Insurance certificate และ coverage details ที่ระบุวงเงินและความคุ้มครองชัดเจน |
| ประวัติอาชญากรรม | ต้องไม่มีประวัติอาชญากรรม และบางเขตอำนาจอาจต้องใช้เอกสารรับรองพร้อมการรับรองเอกสาร | Criminal record check / police clearance ตามที่สถานทูตกำหนด |
| การทำงานในเกาหลี | ห้ามทำงานหรือทำกิจกรรมหารายได้ในเกาหลีใต้ | เอกสารแยกว่าแหล่งรายได้และลูกค้าอยู่ต่างประเทศ |
4. รายได้ขั้นต่ำปี 2026 ควรประเมินเท่าไหร่
เงื่อนไขรายได้ของ F-1-D คือ มากกว่า 2 เท่าของ GNI ต่อหัวของเกาหลีใต้ในปีก่อนหน้า ตามที่ Bank of Korea ประกาศ ซึ่งตัวเลขจะเปลี่ยนได้ตามปีที่สมัคร
ข้อมูลจากสถานทูตเกาหลีในแคนาดาที่อัปเดตปี 2026 ระบุว่า GNI ต่อหัวปี 2025 อยู่ที่ 52,416,000 วอน ดังนั้น 2 เท่าคือประมาณ 104,832,000 วอนต่อปี อย่างไรก็ตาม บางสถานทูตอาจแสดงตัวเลขเป็นสกุลเงินท้องถิ่น เช่น CAD, USD หรือค่าเงินประเทศที่ยื่น และอาจมีรายละเอียดเรื่องก่อน/หลังหักภาษีที่ต้องตรวจตามประกาศเขตอำนาจนั้น
5. เอกสารที่มักต้องใช้สมัคร
เอกสารจริงอาจแตกต่างตามประเทศที่ยื่น เช่น ไทย แคนาดา สิงคโปร์ สหรัฐฯ หรือประเทศที่ผู้สมัครพำนักอยู่ แต่จากประกาศของสถานทูตเกาหลีหลายแห่ง เอกสารหลักมักอยู่ในกลุ่มต่อไปนี้
Checklist เอกสารเบื้องต้น
- แบบฟอร์มคำร้องวีซ่า พร้อมลายเซ็นและข้อมูลครบถ้วน
- รูปถ่ายวีซ่าตามขนาดที่สถานทูตกำหนด
- พาสปอร์ตตัวจริงและสำเนาหน้าข้อมูล พาสปอร์ตควรมีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน
- เอกสารสถานะพำนักในประเทศที่ยื่น หากไม่ได้ยื่นในประเทศสัญชาติของตนเอง
- Employment verification letter หรือเอกสารยืนยันงาน/ธุรกิจต่างประเทศ
- เอกสารพิสูจน์ว่าทำงานในสายงานหรือบริษัท/กิจการมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี
- เอกสารอนุญาตให้ทำงาน remote จากเกาหลี หรือจดหมายจากนายจ้างที่อธิบายลักษณะงาน
- เอกสารรายได้ เช่น pay slip, tax return, income certificate, employment contract หรือ business contract
- Bank statement ตามช่วงเวลาที่สถานทูตกำหนด
- Criminal record check หรือ police clearance หากเขตอำนาจนั้นกำหนด
- เอกสาร ประกันเดินทาง หรือประกันสุขภาพที่ระบุวงเงินและความคุ้มครองตามเกณฑ์
- ค่าธรรมเนียมวีซ่าตามสัญชาติและสถานทูตที่ยื่น
- เอกสารครอบครัว เช่น ทะเบียนสมรสหรือสูติบัตร หากมีผู้ติดตาม
หากเอกสารไทยต้องใช้กับสถานทูตเกาหลีและไม่ได้ออกเป็นภาษาอังกฤษหรือเกาหลี ควรตรวจว่าต้องแปล รับรอง หรือ notarize หรือไม่ สามารถเตรียม แปลเอกสาร ให้เหมาะกับข้อกำหนดของสถานทูตหรือศูนย์รับคำร้องก่อนยื่น
6. พาครอบครัวไปด้วยได้ไหม
ข้อมูลจากสถานทูตเกาหลีหลายแห่งระบุว่า F-1-D Workation Visa สามารถรวมครอบครัวได้ โดยทั่วไปหมายถึงคู่สมรสตามกฎหมายและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ทั้งนี้ผู้ติดตามต้องยื่นเอกสารส่วนตัวและเอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์ เช่น ทะเบียนสมรสหรือสูติบัตร
7. วิธีสมัครและลำดับเตรียมตัว
การสมัครขึ้นอยู่กับสถานทูตหรือสถานกงสุลเกาหลีที่มีเขตอำนาจตามประเทศที่ผู้สมัครพำนักอยู่ หากอยู่ในไทยควรตรวจประกาศของสถานทูตเกาหลีประจำประเทศไทยหรือศูนย์รับคำร้องที่เกี่ยวข้อง ส่วนผู้ที่อยู่ต่างประเทศต้องดูประกาศของประเทศนั้น ๆ เพราะวิธีจองคิว เวลาเปิดรับ ค่าธรรมเนียม และรายการเอกสารอาจต่างกัน
⚡ ต้องการเช็กว่าคุณควรยื่น F-1-D หรือวีซ่าเกาหลีประเภทอื่น?
ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยดูวัตถุประสงค์ รายได้ งาน remote ประกัน และเอกสารครอบครัวก่อนเริ่มจองคิว เพื่อวางแผนเอกสารให้ตรงประเภทตั้งแต่ต้น
8. ทำงานแบบไหนได้ และแบบไหนห้ามทำ
จุดที่ต้องระวังมากที่สุดคือคำว่า “ทำงานไปเที่ยวไป” ไม่ได้หมายความว่าสามารถไปรับงานในเกาหลีได้ทุกแบบ วีซ่านี้อนุญาตให้ทำงาน remote ที่รายได้มาจากต่างประเทศ แต่ห้าม employment หรือ profit-making activities ในเกาหลีใต้
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| กิจกรรม | เข้ากรอบ F-1-D มากกว่า | เสี่ยงไม่เข้ากรอบ / ควรระวัง |
|---|---|---|
| Remote employee | ทำงานให้บริษัทต่างประเทศที่อนุญาตให้ทำงานจากเกาหลี | ถูกส่งไปทำงานให้สาขาหรือบริษัทเกาหลีโดยตรง |
| Freelance / Consultant | รับงานจากลูกค้านอกเกาหลีและรับเงินนอกเกาหลี | รับงานจากลูกค้าเกาหลีหรือทำบริการในตลาดเกาหลี |
| เจ้าของธุรกิจ | บริหารกิจการต่างประเทศทางออนไลน์ | จดทะเบียนหรือเปิดกิจการในเกาหลีเพื่อหารายได้ในประเทศ |
| คอนเทนต์ / creator | ทำคอนเทนต์ให้แพลตฟอร์มหรือลูกค้าต่างประเทศโดยรายได้มาจากนอกเกาหลี | รับงานโฆษณาหรือสัญญาจ้างจากบริษัทเกาหลีโดยตรง |
9. ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง
แม้เงื่อนไขหลักจะดูตรงไปตรงมา แต่เคส F-1-D มักมีรายละเอียดที่ทำให้เอกสารไม่แข็งแรง เช่น รายได้สูงแต่พิสูจน์ยาก งาน remote ไม่ชัด ประกันไม่ตรง wording หรือเอกสารประวัติอาชญากรรมไม่ถูกต้องตามประเทศที่ยื่น
เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
| ข้อผิดพลาด | ทำไมเสี่ยง | วิธีแก้ก่อนยื่น |
|---|---|---|
| ใช้ตัวเลขรายได้จากรีวิวเก่า | GNI เปลี่ยนตามปี ทำให้รายได้อาจต่ำกว่าเกณฑ์ล่าสุด | ตรวจตัวเลขจากสถานทูตเกาหลีที่ยื่นและใช้เอกสารรายได้ปีล่าสุด |
| Employment letter ไม่ระบุ remote work | เจ้าหน้าที่อาจไม่เห็นว่าทำงานจากเกาหลีได้จริง | ให้บริษัทออกจดหมายระบุ remote permission, ตำแหน่ง, รายได้ และระยะเวลาทำงาน |
| รายได้มาจากหลายแหล่งแต่ไม่อธิบาย | เอกสารอ่านยากและไม่ชัดว่ารายได้เข้าเกณฑ์หรือไม่ | ทำ summary รายได้และแนบ tax return, contract, invoice หรือ bank statement ให้เชื่อมกัน |
| ประกันไม่ครอบคลุมตามเกณฑ์ | วงเงินหรือความคุ้มครองไม่ตรงกับข้อกำหนดสถานทูต | ขอ certificate ที่ระบุ medical treatment และ repatriation/return to home country ชัดเจน |
| คิดว่าเข้าไปแล้วหางานเกาหลีได้ | ขัดกับข้อจำกัด employment/profit-making activities ในเกาหลี | แยกให้ชัดว่ารายได้และงานทั้งหมดมาจากต่างประเทศ |
10. แหล่งข้อมูลทางการ
ข้อมูล F-1-D Workation Visa อาจต่างกันเล็กน้อยตามสถานทูตหรือประเทศที่ยื่น โดยเฉพาะค่าธรรมเนียม ระยะเวลาพิจารณา รูปแบบเอกสารรับรอง และวิธีจองคิว ควรตรวจแหล่งทางการก่อนเตรียมเอกสารจริงทุกครั้ง
- Embassy of the Republic of Korea to Canada — F-1-D Workation(Digital Nomad) Visa: https://overseas.mofa.go.kr/ca-en/brd/m_5238/view.do?page=1&seq=727688
- ประกาศภาษาเกาหลีของสถานทูตเกาหลีในแคนาดา อัปเดต 2026: https://overseas.mofa.go.kr/ca-ko/brd/m_5346/view.do?seq=1189450
- Embassy of the Republic of Korea to Singapore — F-1-D Workation Visa: https://overseas.mofa.go.kr/sg-en/brd/m_2444/view.do?page=1&seq=761493
- Korea.net — Workation Visa overview: https://www.korea.net/Events/Overseas/view?articleId=19477
- เว็บไซต์สถานทูตเกาหลีหรือศูนย์รับคำร้องในประเทศที่คุณพำนักอยู่
หากต้องการดูบริการวีซ่าเกาหลีทั่วไปสำหรับการเดินทางระยะสั้นหรือเคสอื่น ๆ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมที่หน้า วีซ่าเกาหลีใต้ หรือเริ่มจากบริการ ปรึกษาวีซ่า เพื่อแยกประเภทวีซ่าให้ถูกก่อนยื่นจริง
11. ทำไมควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจเคสก่อนสมัคร
วีซ่า Digital Nomad เกาหลีใต้ไม่ใช่แค่วีซ่าท่องเที่ยวยาวขึ้น แต่เป็นวีซ่าที่ต้องพิสูจน์งาน รายได้ ประสบการณ์ ประกัน และข้อจำกัดการทำงานให้ชัดเจน โดยเฉพาะผู้สมัครที่เป็น freelancer หรือเจ้าของกิจการ รายได้อาจไม่ได้อยู่ในรูปเงินเดือนประจำ ทำให้ต้องจัดเอกสารให้เห็นภาพง่ายขึ้น
⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?
- ช่วยตรวจคุณสมบัติก่อนเริ่มเอกสาร — ดูรายได้ งาน remote ประสบการณ์ ประกัน และสถานะผู้ติดตาม
- ช่วยจัดเอกสารรายได้ให้อ่านง่าย — เหมาะกับ freelancer, business owner, consultant หรือ remote employee
- ช่วยเช็ก wording สำคัญของเอกสารงาน — เช่น remote work permission, employment duration และ foreign employer
- ช่วยเตรียมเอกสารครอบครัว — สำหรับคู่สมรสและบุตรที่ต้องการติดตามไปเกาหลี
- ไม่โอเวอร์เคลม ไม่การันตีผล — ให้คำแนะนำตามแหล่งข้อมูลทางการและเอกสารจริงของผู้สมัคร
❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)
วีซ่า Digital Nomad เกาหลีใต้คืออะไร?
วีซ่า Digital Nomad เกาหลีใต้อยู่ได้นานเท่าไหร่?
ต้องมีรายได้เท่าไหร่ถึงสมัครได้?
วีซ่า Digital Nomad เกาหลีใต้ทำงานกับบริษัทเกาหลีได้ไหม?
พาครอบครัวไปด้วยได้ไหม?
คนไทยควรสมัครวีซ่า Digital Nomad เกาหลีใต้ที่ไหน?
📌 สรุป: วีซ่า Digital Nomad เกาหลีใต้เหมาะกับใคร
- เหมาะกับคนที่ทำงาน remote ให้บริษัทต่างประเทศหรือมีธุรกิจต่างประเทศ
- วีซ่า F-1-D ให้พำนักได้ 1 ปี และอาจต่อได้อีก 1 ปี รวมสูงสุดประมาณ 2 ปี
- ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีประสบการณ์ในสายงานอย่างน้อย 1 ปีตามแนวทางสถานทูตที่ยื่น
- ต้องมีรายได้มากกว่า 2 เท่าของ GNI ต่อหัวเกาหลีในปีก่อนหน้า
- ต้องมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมค่ารักษาและการส่งกลับประเทศตามเกณฑ์
- ไม่อนุญาตให้ทำงานกับบริษัทเกาหลีหรือหารายได้ในเกาหลีใต้
- คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะอาจติดตามได้หากเอกสารครบ
- ควรตรวจประกาศล่าสุดของสถานทูตเกาหลีที่ยื่นจริง เพราะเอกสารและค่าธรรมเนียมต่างกันตามประเทศ
อยากสมัครวีซ่า Digital Nomad เกาหลีใต้ แต่ไม่แน่ใจว่าเข้าเงื่อนไขไหม?
ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจคุณสมบัติเบื้องต้น รายได้ งาน remote ประกัน เอกสารครอบครัว และลำดับเตรียมเอกสารสำหรับ F-1-D Workation Visa เพื่อให้คุณเริ่มถูกทางตั้งแต่ต้น โดยไม่โอเวอร์เคลมและไม่การันตีผลการพิจารณา
📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisaหรือโทร 080-8412543 / 061-0312188 | cojourneyvisa@gmail.com
บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?
ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น
รีวิวจากผู้อ่าน
อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย
บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด
ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย
บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ