วีซ่า Digital Nomad ญี่ปุ่น พำนักได้ 6 เดือน เงื่อนไขและวิธีสมัคร

วีซ่า Digital Nomad ญี่ปุ่น พำนักได้ 6 เดือน เงื่อนไขและวิธีสมัคร

🇯🇵 Japan Digital Nomad Visa 2026

วีซ่า Digital Nomad ญี่ปุ่น พำนักได้ 6 เดือน เงื่อนไขและวิธีสมัคร

คู่มือสำหรับคนไทยที่ทำงานออนไลน์ รายได้จากต่างประเทศ หรือทำงานระยะไกลให้บริษัท/ลูกค้านอกญี่ปุ่น และอยากพำนักในญี่ปุ่นแบบถูกประเภทไม่เกิน 6 เดือน
📅 อัปเดตล่าสุด: 4 มิถุนายน 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่าน 10 นาที

ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่ Digital Nomad หลายคนอยากไปใช้ชีวิตระยะยาว เพราะมีระบบขนส่งดี เมืองปลอดภัย อินเทอร์เน็ตพร้อม อาหารดี และมีเมืองให้เลือกทำงานหลายสไตล์ ตั้งแต่โตเกียว โอซาก้า เกียวโต ฟุกุโอกะ ไปจนถึงฮอกไกโดหรือโอกินาวะ

แต่ถ้าคุณต้องการ “ทำงานระยะไกลจากญี่ปุ่น” นานกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป การเข้าไปด้วยสถานะนักท่องเที่ยวอาจไม่ตอบโจทย์เสมอไป ญี่ปุ่นจึงมีวีซ่าประเภท Specified visa: Designated activities (Digital Nomad, Spouse or Child of Digital Nomad) สำหรับผู้ที่ต้องการพำนักในญี่ปุ่นไม่เกิน 6 เดือนและทำงานออนไลน์ให้บริษัทหรือลูกค้าที่อยู่นอกประเทศญี่ปุ่น

บทความนี้สรุปจากข้อมูลทางการของ Ministry of Foreign Affairs of Japan, Immigration Services Agency of Japan และ Japan National Tourism Organization เพื่อให้คนไทยเข้าใจว่าใครมีสิทธิ์สมัคร ต้องมีรายได้เท่าไหร่ ใช้เอกสารอะไร และควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนเริ่มทำ วีซ่าญี่ปุ่น ประเภทนี้

สรุปสั้น ๆ: วีซ่า Digital Nomad ญี่ปุ่นเป็นวีซ่าประเภท Designated Activities สำหรับผู้ที่ทำงานระยะไกลในญี่ปุ่นไม่เกิน 6 เดือน โดยต้องมีรายได้ต่อปีอย่างน้อย 10 ล้านเยน มีประกันที่ครอบคลุมการเสียชีวิต บาดเจ็บ และเจ็บป่วย โดยค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ/เจ็บป่วยต้องครอบคลุมอย่างน้อย 10 ล้านเยน และต้องทำงานให้บริษัทต่างประเทศหรือลูกค้าที่อยู่นอกญี่ปุ่น ไม่ใช่ทำงานกับองค์กรญี่ปุ่น

💬 ไม่แน่ใจว่ารายได้ งานออนไลน์ หรือประกันของคุณเข้าเงื่อนไข Digital Nomad ญี่ปุ่นไหม? ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจเบื้องต้นก่อนเตรียมเอกสารจริง ลดความเสี่ยงจากการยื่นผิดประเภทหรือเอกสารไม่ตอบเงื่อนไขทางการ

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

1. วีซ่า Digital Nomad ญี่ปุ่นคืออะไร

วีซ่า Digital Nomad ญี่ปุ่นเป็นวีซ่าประเภท Specified visa: Designated activities สำหรับผู้ที่ต้องการพำนักในญี่ปุ่นไม่เกิน 6 เดือนและทำงานระยะไกล โดยกิจกรรมหลักต้องเกี่ยวข้องกับงานระหว่างประเทศ เช่น ทำงานให้บริษัทที่ตั้งอยู่นอกประเทศญี่ปุ่น หรือให้บริการ/ขายสินค้าแก่ลูกค้าที่อยู่นอกญี่ปุ่นผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ

วีซ่านี้ต่างจากวีซ่าท่องเที่ยว เพราะออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานระยะไกลอย่างชัดเจน แต่ก็ไม่ใช่วีซ่าทำงานญี่ปุ่นทั่วไป เพราะไม่อนุญาตให้ทำงานภายใต้สัญญาจ้างกับบริษัทหรือองค์กรญี่ปุ่น

💡 เข้าใจง่าย: วีซ่านี้เหมาะกับคนที่ “รายได้มาจากต่างประเทศ แต่มาใช้ชีวิตและทำงานออนไลน์จากญี่ปุ่นชั่วคราว” เช่น remote employee, freelancer, consultant, business owner หรือ digital professional ที่ทำงานกับบริษัท/ลูกค้านอกญี่ปุ่น

2. คนไทยสมัครวีซ่า Digital Nomad ญี่ปุ่นได้ไหม

จากรายชื่อประเทศ/ภูมิภาคที่มีสิทธิ์ของ Immigration Services Agency of Japan ประเทศไทยอยู่ในรายชื่อสำหรับทั้ง Digital Nomad และ Spouse or Child of Digital Nomad จึงถือว่าคนไทยอยู่ในกลุ่มสัญชาติที่สามารถตรวจคุณสมบัติสมัครได้ หากผ่านเงื่อนไขอื่นครบถ้วน

อย่างไรก็ตาม การอยู่ในรายชื่อประเทศที่มีสิทธิ์ไม่ได้แปลว่าจะได้รับวีซ่าโดยอัตโนมัติ ผู้สมัครยังต้องพิสูจน์รายได้ ประเภทงาน ประกัน แผนพำนัก และเอกสารประกอบตามที่ญี่ปุ่นกำหนด

⚠️ ข้อควรจำ: คนไทยมีสิทธิ์ “สมัคร” หากเข้าเงื่อนไข แต่ผลการพิจารณายังขึ้นอยู่กับเอกสารจริงและดุลยพินิจของหน่วยงานญี่ปุ่น ไม่มีผู้ให้บริการรายใดสามารถการันตีผลวีซ่าได้

3. เงื่อนไขสำคัญของวีซ่า Digital Nomad ญี่ปุ่น

เงื่อนไขหลักของวีซ่านี้ค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องรายได้ ระยะเวลาพำนัก และประกัน หากขาดข้อใดข้อหนึ่ง เคสอาจไม่เข้าเกณฑ์ตั้งแต่ต้น

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

หัวข้อ เงื่อนไขหลัก สิ่งที่ต้องเตรียมพิสูจน์
ระยะเวลาพำนัก สูงสุด 6 เดือน และไม่สามารถขยายเวลาได้ แผนพำนักและกิจกรรมในญี่ปุ่นไม่เกิน 6 เดือน
รายได้ รายได้ต่อปีอย่างน้อย 10 ล้านเยน ณ เวลาสมัคร เอกสารภาษี หนังสือรับรองรายได้ สัญญาจ้าง หรือสัญญาลูกค้า
งานที่ทำ ทำงานระยะไกลให้บริษัทต่างประเทศ หรือให้บริการแก่ลูกค้านอกญี่ปุ่น สัญญาจ้าง รายละเอียดงาน เอกสารบริษัท หรือลูกค้าที่อยู่นอกญี่ปุ่น
ประกัน ต้องมีประกันครอบคลุม death, injury, illness และค่ารักษาพยาบาลจาก injury/illness อย่างน้อย 10 ล้านเยน certificate of insurance coverage, policy summary หรือเอกสารจากบัตรเครดิตที่พิสูจน์ความคุ้มครอง
การต่ออายุ ไม่สามารถต่ออายุ และหลังครบระยะสูงสุดต้องรอ 6 เดือนก่อนสมัครสถานะเดียวกันใหม่ วางแผนวันเข้าออกและแผนหลังครบ 6 เดือนให้ชัด
Residence Card Immigration Services Agency ระบุว่าไม่ออก Residence Card สำหรับสถานะนี้ เตรียมแผนที่พัก บัญชี โทรศัพท์ และ logistics โดยเข้าใจข้อจำกัดนี้

4. ทำงานแบบไหนได้ และแบบไหนไม่ได้

หัวใจของวีซ่านี้คือ “international remote work” หมายถึงงานที่ทำจากญี่ปุ่น แต่ฐานรายได้และคู่สัญญาอยู่ต่างประเทศ ไม่ใช่การเข้าไปทำงานให้บริษัทญี่ปุ่น

✅ งานที่มักเข้ากรอบ

พนักงาน remote ของบริษัทต่างประเทศ, freelancer ที่มีลูกค้านอกญี่ปุ่น, consultant, software developer, designer, marketer, online business owner หรือผู้ให้บริการออนไลน์แก่ลูกค้าต่างประเทศ

❌ งานที่ควรระวัง

การทำงานภายใต้สัญญาจ้างกับบริษัทญี่ปุ่น รับงานจากลูกค้าในญี่ปุ่น หรือทำกิจกรรมที่ต้องเข้าไปให้บริการจริงในญี่ปุ่น ซึ่งอาจไม่ตรงกรอบของ Digital Nomad

❌ ห้ามตีความผิด: วีซ่า Digital Nomad ญี่ปุ่นไม่ใช่ทางลัดไปหางานในญี่ปุ่น และไม่ใช่วีซ่าทำงานกับบริษัทญี่ปุ่น หากเป้าหมายคือทำงานในญี่ปุ่นกับนายจ้างญี่ปุ่น ควรตรวจประเภทวีซ่าทำงานญี่ปุ่นโดยตรง

5. เอกสารที่ต้องใช้สมัครวีซ่า Digital Nomad ญี่ปุ่น

เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นระบุเอกสารสำหรับผู้สมัคร Digital Nomad ไว้ค่อนข้างชัด โดยหากมี Certificate of Eligibility หรือ COE อาจช่วยให้การยื่นที่สถานทูต/กงสุลและการตรวจตอนเข้าเมืองดำเนินการราบรื่นขึ้น แต่ COE ไม่ได้เป็นการการันตีว่าจะได้รับวีซ่า

เอกสารหลักสำหรับผู้สมัคร Digital Nomad

  • Visa application form พร้อมรูปถ่าย
  • พาสปอร์ต
  • Certificate of Eligibility หรือ COE หากมี
  • เอกสารอธิบายกิจกรรมและระยะเวลาพำนักในญี่ปุ่นตามแบบฟอร์มที่กำหนด
  • เอกสารพิสูจน์รายได้ต่อปี 10 ล้านเยนขึ้นไป เช่น tax payment certificate, income certificate, employment contract หรือ contract with business partner ที่ระบุระยะเวลาและจำนวนเงิน
  • เอกสารพิสูจน์ประกันที่ครอบคลุม death, injury, illness ระหว่างพำนักในญี่ปุ่น โดยค่ารักษาพยาบาลสำหรับ injury/illness ต้องครอบคลุมอย่างน้อย 10 ล้านเยน

สำหรับเอกสารภาษาไทย เช่น หนังสือรับรองงาน เอกสารรายได้ เอกสารภาษี หรือเอกสารความสัมพันธ์ของผู้ติดตาม ควรตรวจว่าต้องใช้ภาษาอังกฤษหรือภาษาญี่ปุ่นหรือไม่ หากจำเป็น สามารถเตรียม แปลเอกสาร ให้เหมาะกับการยื่นวีซ่า โดยยึดรูปแบบที่หน่วยงานญี่ปุ่นหรือสถานทูตกำหนด

6. พาคู่สมรสหรือลูกไปด้วยได้ไหม

ญี่ปุ่นมีประเภท Spouse or Child of Digital Nomad สำหรับคู่สมรสหรือบุตรที่ติดตามผู้สมัครหลัก โดยระยะเวลาพำนักสูงสุด 6 เดือนเช่นกัน และต้องมีเอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์ รวมถึงประกันที่ครอบคลุมตามเงื่อนไข

เอกสารที่มักใช้สำหรับคู่สมรสหรือบุตร

  • Visa application form พร้อมรูปถ่าย
  • พาสปอร์ต
  • COE หากมี
  • เอกสารอธิบายกิจกรรมและระยะเวลาพำนักในญี่ปุ่น
  • เอกสารประกันที่ครอบคลุม death, injury, illness และค่ารักษาพยาบาลตามเกณฑ์
  • เอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์ เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตร หรือเอกสารครอบครัว
  • สำเนาพาสปอร์ตของคู่สมรสหรือผู้ปกครองที่ถือ Digital Nomad Visa
⚠️ เคสครอบครัวควรเตรียมละเอียด: ถ้าประกันของผู้สมัครหลักครอบคลุมครอบครัว ต้องมีเอกสารระบุ scope of coverage ชัดเจน ไม่ควรใช้แค่บัตรประกันหรือใบเสร็จโดยไม่มีรายละเอียดความคุ้มครอง

7. วิธีสมัครและลำดับเตรียมตัว

ขั้นตอนจริงอาจแตกต่างตามประเทศที่ยื่นและเขตอำนาจของสถานทูต/กงสุลญี่ปุ่น ผู้สมัครควรตรวจเว็บไซต์สถานทูตญี่ปุ่นที่ดูแลพื้นที่พำนักของตนเองก่อนทุกครั้ง แต่โดยภาพรวมสามารถวางแผนได้ดังนี้

ขั้นที่ 1: ตรวจว่าตนเองมีสัญชาติอยู่ในรายชื่อ eligible countries/regions หรือไม่ ซึ่งประเทศไทยอยู่ในรายชื่อทางการ
ขั้นที่ 2: ตรวจรายได้ต่อปีว่าถึง 10 ล้านเยนหรือไม่ และมีเอกสารพิสูจน์รายได้ที่น่าเชื่อถือหรือยัง
ขั้นที่ 3: ตรวจลักษณะงานว่าเป็น remote work ให้บริษัทหรือลูกค้านอกญี่ปุ่น ไม่ใช่งานกับองค์กรญี่ปุ่น
ขั้นที่ 4: เตรียมแผนกิจกรรมและระยะเวลาพำนักในญี่ปุ่นไม่เกิน 6 เดือน รวมถึงเมืองที่พักและแผนเข้าออกประเทศ
ขั้นที่ 5: ซื้อหรือเตรียมเอกสาร ประกันเดินทาง หรือประกันสุขภาพที่ครอบคลุมตามวงเงินและความเสี่ยงที่ญี่ปุ่นกำหนด
ขั้นที่ 6: เตรียมเอกสารสมัครวีซ่า เอกสารรายได้ สัญญาจ้าง/สัญญาลูกค้า และเอกสารผู้ติดตามถ้ามี
ขั้นที่ 7: ตรวจช่องทางยื่นกับสถานทูตหรือสถานกงสุลญี่ปุ่นที่มีเขตอำนาจ หรือพิจารณาเรื่อง COE หากเหมาะกับเคส
ขั้นที่ 8: หลังได้รับผล ให้ตรวจวันใช้วีซ่า ระยะพำนัก และเตรียมเอกสารเข้าเมือง เช่น ที่พัก ประกัน แผนงาน และหลักฐานงานต่างประเทศ

อยากรู้ว่าควรเริ่มจาก COE หรือยื่นผ่านสถานทูตดี?
ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยดูเคสจากสถานะงาน รายได้ ประเทศที่พำนัก เอกสารบริษัท และผู้ติดตาม เพื่อวางลำดับเอกสารก่อนเริ่มสมัครจริง

💬 ตรวจคุณสมบัติก่อนสมัคร

8. ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

แม้เงื่อนไขของ Digital Nomad ญี่ปุ่นจะดูตรงไปตรงมา แต่เคสสามารถอ่อนลงได้หากเอกสารไม่พิสูจน์รายได้ งาน และประกันได้ชัดเจน โดยเฉพาะคนที่เป็น freelancer หรือ business owner ที่รายได้ไม่ได้อยู่ในรูปเงินเดือนประจำ

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

ข้อผิดพลาด ทำไมเสี่ยง วิธีแก้ก่อนยื่น
มีรายได้ถึงเกณฑ์แต่เอกสารไม่ชัด เจ้าหน้าที่อาจไม่เห็นความต่อเนื่องและที่มาของรายได้ เตรียมเอกสารภาษี รายได้ สัญญาจ้าง หรือสัญญาลูกค้าให้เชื่อมกัน
งานเกี่ยวข้องกับลูกค้าญี่ปุ่น อาจไม่เข้าเงื่อนไข remote work สำหรับต่างประเทศ แยกงาน ลูกค้า และรายได้ที่มาจากนอกญี่ปุ่นให้ชัด
ประกันไม่ถึงวงเงิน 10 ล้านเยน ไม่ตรงเงื่อนไขเอกสารสำคัญ ตรวจ policy summary และ certificate ให้ระบุวงเงินและความคุ้มครองชัด
คิดว่าสามารถต่ออายุได้ วีซ่าระบุว่า 6 เดือนและไม่สามารถขยายเวลาได้ วางแผนเข้าออกและแผนหลังครบ 6 เดือนตั้งแต่ก่อนสมัคร
คิดว่าจะได้รับ Residence Card Immigration Services Agency ระบุว่าไม่ออก Residence Card สำหรับสถานะนี้ วางแผนที่พัก โทรศัพท์ บัญชี และการใช้ชีวิตโดยรู้ข้อจำกัดล่วงหน้า
❌ ห้ามทำ: อย่าแต่งรายได้ สร้างสัญญาจ้างเทียม หรือซื้อประกันที่ไม่ครอบคลุมจริงเพื่อให้ผ่าน checklist เพราะหากเอกสารไม่น่าเชื่อถือ อาจกระทบการยื่นวีซ่าญี่ปุ่นและประเทศอื่นในอนาคต

9. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ

ข้อมูลวีซ่า Digital Nomad ญี่ปุ่นเป็นข้อมูลที่ควรตรวจจากแหล่งทางการโดยตรง เพราะเงื่อนไขรายได้ รายชื่อประเทศที่มีสิทธิ์ เอกสารประกัน และแบบฟอร์มอาจมีการปรับปรุงได้

📌 แหล่งข้อมูลแนะนำ:

หากคุณยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากวีซ่าท่องเที่ยวระยะสั้น วีซ่า Digital Nomad หรือวีซ่าทำงานญี่ปุ่น สามารถเริ่มจากบริการ ปรึกษาวีซ่า เพื่อแยกประเภทวีซ่าให้ถูกก่อนเตรียมเอกสาร

10. ทำไมควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจเคสก่อนสมัคร

วีซ่า Digital Nomad ญี่ปุ่นดูเหมือนมีเงื่อนไขไม่เยอะ แต่ข้อกำหนดแต่ละข้อค่อนข้างเฉพาะ เช่น รายได้ 10 ล้านเยน ประกันวงเงิน 10 ล้านเยน ลักษณะงานกับต่างประเทศ และแผนพำนักไม่เกิน 6 เดือน หากตีความผิดตั้งแต่ต้น อาจเสียเวลาเตรียมเอกสารผิดชุด

⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?

  • ช่วยตรวจคุณสมบัติก่อนเริ่มเอกสาร — ดูสัญชาติ รายได้ ลักษณะงาน และประกันว่าตรงเกณฑ์หรือไม่
  • ช่วยจัดเอกสารรายได้ให้เข้าใจง่าย — เหมาะกับ freelancer, remote employee, business owner หรือ consultant
  • ช่วยตรวจประกันและเอกสารผู้ติดตาม — โดยเฉพาะเคสคู่สมรสหรือบุตรที่ต้องมีหลักฐานความสัมพันธ์และความคุ้มครองชัด
  • ช่วยวางแผนพำนัก 6 เดือน — เช่น เมืองที่อยู่ แผนเข้าออก ที่พัก และเอกสารประกอบกิจกรรม
  • ไม่โอเวอร์เคลม ไม่การันตีผล — ให้คำแนะนำตามแหล่งข้อมูลทางการและเอกสารจริงของผู้สมัคร

❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

วีซ่า Digital Nomad ญี่ปุ่นคืออะไร?
วีซ่า Digital Nomad ญี่ปุ่นเป็นวีซ่าประเภท Specified visa: Designated activities สำหรับผู้ที่ต้องการพำนักในญี่ปุ่นไม่เกิน 6 เดือนและทำงานระยะไกลให้กับบริษัทหรือลูกค้าที่อยู่นอกประเทศญี่ปุ่น
คนไทยสมัครวีซ่า Digital Nomad ญี่ปุ่นได้ไหม?
จากรายชื่อประเทศ/ภูมิภาคที่มีสิทธิ์ของ Immigration Services Agency of Japan ประเทศไทยอยู่ในรายชื่อสำหรับ Digital Nomad และผู้ติดตาม อย่างไรก็ตามผู้สมัครยังต้องผ่านเงื่อนไขอื่น เช่น รายได้ ประกัน และประเภทงานที่ทำ
วีซ่า Digital Nomad ญี่ปุ่นอยู่ได้นานเท่าไหร่?
ระยะเวลาพำนักคือ 6 เดือน และเว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นระบุว่าไม่สามารถขยายเวลาได้ โดย Immigration Services Agency ระบุว่าหลังใช้สถานะนี้ครบระยะสูงสุด ต้องรอ 6 เดือนก่อนสมัครสถานะเดียวกันใหม่
ต้องมีรายได้เท่าไหร่ถึงสมัครได้?
ผู้สมัคร Digital Nomad ต้องมีรายได้ต่อปีอย่างน้อย 10 ล้านเยน ณ เวลาสมัคร โดยใช้หลักฐาน เช่น เอกสารภาษี หนังสือรับรองรายได้ สัญญาจ้าง หรือสัญญากับลูกค้าที่ระบุระยะเวลาและจำนวนเงิน
วีซ่า Digital Nomad ญี่ปุ่นทำงานกับบริษัทญี่ปุ่นได้ไหม?
โดยหลักไม่อนุญาตให้ทำงานภายใต้สัญญาจ้างกับองค์กรญี่ปุ่น วีซ่านี้ออกแบบสำหรับการทำงานระยะไกลให้บริษัทต่างประเทศ หรือให้บริการแก่ลูกค้าหรือบุคคลที่อยู่นอกประเทศญี่ปุ่นผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ
พาคู่สมรสหรือลูกไปญี่ปุ่นด้วยได้ไหม?
สามารถยื่นประเภท Spouse or Child of Digital Nomad ได้ หากเป็นคู่สมรสหรือบุตรของผู้ถือ Digital Nomad และต้องมีเอกสารแสดงความสัมพันธ์ รวมถึงประกันที่ครอบคลุมตามเงื่อนไขของญี่ปุ่น

📌 สรุป: วีซ่า Digital Nomad ญี่ปุ่นเหมาะกับใคร

  • เหมาะกับคนไทยที่ทำงานออนไลน์หรือ remote work ให้บริษัท/ลูกค้านอกประเทศญี่ปุ่น
  • พำนักได้สูงสุด 6 เดือน และไม่สามารถขยายเวลาได้
  • ต้องมีรายได้ต่อปีอย่างน้อย 10 ล้านเยน ณ เวลาสมัคร
  • ต้องมีประกันครอบคลุม death, injury, illness และค่ารักษาพยาบาลสำหรับ injury/illness อย่างน้อย 10 ล้านเยน
  • ไม่ใช่วีซ่าทำงานกับบริษัทญี่ปุ่น และไม่ใช่ช่องทางหางานในญี่ปุ่น
  • คู่สมรสหรือบุตรสามารถสมัครประเภทผู้ติดตามได้ หากมีเอกสารความสัมพันธ์และประกันครบ
  • ควรเช็กข้อมูลล่าสุดจาก MOFA, Immigration Services Agency และสถานทูตญี่ปุ่นก่อนสมัครจริง

อยากสมัครวีซ่า Digital Nomad ญี่ปุ่น แต่ไม่แน่ใจว่าเข้าเงื่อนไขไหม?

ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจคุณสมบัติเบื้องต้น รายได้ เอกสารงาน ประกัน ผู้ติดตาม และแผนพำนักในญี่ปุ่น เพื่อให้คุณเริ่มเตรียมเอกสารถูกทางตั้งแต่ต้น โดยไม่โอเวอร์เคลมและไม่การันตีผลการพิจารณา

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com
⭐ รีวิวบทความ

บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?

ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น

0.0 ☆☆☆☆☆ จาก 0 รีวิว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่ได้เลือกดาว
ขอบคุณครับ รีวิวของคุณช่วยให้บทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่านคนต่อไปมากขึ้น 🙏

รีวิวจากผู้อ่าน

🐰
Rabbit Reader
★★★★★

อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย

🐱
Catเที่ยว
★★★★★

บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด

🐻
Bear Minimal
★★★★★

ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย

🦊
Fox Study
★★★★☆

บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ