Visa on Arrival : คนไทยสามารถทำได้หรือไม่ในปี 2026
ในปี 2026 การเดินทางระหว่างประเทศของคนไทยสะดวกมากขึ้น หลายประเทศเปิดให้ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยสามารถขอ Visa on Arrival (VOA) หรือขอวีซ่าเมื่อเดินทางถึงประเทศปลายทางได้ทันที โดยไม่ต้องยื่นล่วงหน้าที่สถานทูต ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางกะทันหัน หรือไม่ต้องการเตรียมเอกสารซับซ้อน
หลายคนจึงสงสัยว่า
👉 “คนไทยสามารถทำ Visa on Arrival ได้หรือไม่ในปี 2026 และต้องเตรียมอะไรบ้าง?”
บทความนี้จะอธิบายทุกประเด็น ตั้งแต่ความหมายของ Visa on Arrival ความแตกต่างกับ e-Visa เอกสารที่ใช้ เงื่อนไขการเข้าประเทศ ไปจนถึงข้อควรรู้ เพื่อให้คุณวางแผนเดินทางได้อย่างมั่นใจ
Visa on Arrival คืออะไร?
Visa on Arrival (VOA) คือวีซ่าที่ผู้เดินทางสามารถยื่นขอได้เมื่อเดินทางถึงสนามบินหรือด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศปลายทาง โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้าที่สถานทูต เหมาะสำหรับการเดินทางระยะสั้น เช่น ท่องเที่ยว ติดต่อธุรกิจ หรือเยี่ยมญาติ
อย่างไรก็ตาม การอนุญาตให้เข้าเมืองขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และผู้เดินทางต้องมีเอกสารครบถ้วนตามที่กำหนด
คนไทยสามารถทำ Visa on Arrival ได้หรือไม่ในปี 2026?
คำตอบคือ: ได้ในหลายประเทศ
ในปี 2026 ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยสามารถเดินทางไปบางประเทศและขอ Visa on Arrival ได้โดยตรง รวมถึงบางประเทศที่เปิดให้คนไทยเลือกได้ทั้ง
✅ e-Visa (วีซ่าออนไลน์)
✅ Visa on Arrival (ขอวีซ่าเมื่อเดินทางถึงประเทศ)
ซึ่งทั้งสองรูปแบบมีขั้นตอนง่ายและใช้เอกสารไม่มาก
ตัวอย่างประเทศที่คนไทยสามารถทำ e-Visa และ Visa on Arrival ได้
หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ประเทศบาห์เรน (Bahrain) ซึ่งคนไทยสามารถเลือกได้ทั้ง e-Visa และ Visa on Arrival โดยมีเงื่อนไขใกล้เคียงกัน และเหมาะสำหรับการเดินทางระยะสั้น
เอกสารที่ใช้สำหรับ Visa on Arrival และ e-Visa (สำหรับคนไทย)
โดยทั่วไป เอกสารพื้นฐานที่ต้องใช้ ได้แก่:
- 📌 ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ
- 📌 หลักฐานที่พัก เช่น ใบจองโรงแรม หรือหนังสือเชิญ
- 📌 หนังสือเดินทางอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน
- 📌 ค่าธรรมเนียมวีซ่า
💰 สำหรับบางประเทศ เช่น บาห์เรน ค่าวีซ่าโดยประมาณอยู่ที่ BD 5.000
ความแตกต่างระหว่าง e-Visa และ Visa on Arrival
หัวข้อ | e-Visa | Visa on Arrival |
การยื่น | ยื่นออนไลน์ล่วงหน้า | ยื่นเมื่อถึงสนามบิน |
ความสะดวก | วางแผนล่วงหน้า มั่นใจก่อนเดินทาง | เหมาะกับเดินทางด่วน |
ความเสี่ยง | ผ่านแล้วสบายใจ | ขึ้นกับดุลยพินิจเจ้าหน้าที่ |
ระยะเวลา | รอผลก่อนเดินทาง | ได้ผลทันทีที่ด่าน |
ทั้งสองแบบมีข้อดีต่างกัน ขึ้นอยู่กับความสะดวกและรูปแบบการเดินทางของแต่ละคน
ขั้นตอนการทำ Visa on Arrival แบบเข้าใจง่าย
1️⃣ เตรียมเอกสารให้ครบ (พาสปอร์ต ตั๋ว ที่พัก ค่าธรรมเนียม)
2️⃣ กรอกแบบฟอร์มที่จุดตรวจคนเข้าเมือง
3️⃣ ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า
4️⃣ รับตราประทับวีซ่าในพาสปอร์ต
5️⃣ ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและเข้าประเทศ
ข้อควรรู้สำคัญก่อนเลือกใช้ Visa on Arrival
- ❌ ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีประวัติเดินทางซับซ้อน หรือเคยถูกปฏิเสธวีซ่า
- ❌ ไม่สามารถใช้ทำงานหรือพำนักระยะยาว
- บางประเทศมีโควตาจำกัด หรืออาจเปลี่ยนนโยบายกะทันหัน
- หากต้องการความมั่นใจสูง แนะนำให้เลือก e-Visa แทน
สรุป: Visa on Arrival สำหรับคนไทย ปี 2026
✅ คนไทยสามารถทำ Visa on Arrival ได้ในหลายประเทศ
✅ บางประเทศสามารถเลือกได้ทั้ง e-Visa และ Visa on Arrival
✅ เอกสารหลักคือ พาสปอร์ต ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และค่าธรรมเนียม
✅ ตัวอย่างประเทศ เช่น บาห์เรน มีค่าธรรมเนียมประมาณ BD 5.000
หากต้องการความมั่นใจสูงสุดก่อนเดินทาง การยื่น e-Visa ล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงได้มากกว่า
ให้ Co Journey Visa ดูแลคุณเรื่องวีซ่าทุกประเทศ อย่างมืออาชีพ
✅ ให้คำปรึกษาวีซ่าทุกประเทศแบบตรงจุด เคสต่อเคส
✅ เช็กสิทธิ Visa on Arrival และ e-Visa ให้เหมาะกับแต่ละทริป
✅ ตรวจเอกสารละเอียด ลดความเสี่ยงถูกปฏิเสธ
✅ ดูแลครบตั้งแต่ต้นจนจบ พร้อมเดินทางอย่างมั่นใจ
📞 โทร: 080-8412543 / 061-0312188
📱 LINE: @cojourneyvisa
📧 Email: cojourneyvisa@gmail.com
🌐 เว็บไซต์: www.cojourneyvisa.com

