วีซ่าถูกปฏิเสธ ต้องยื่นใหม่อีกครั้งเมื่อไหร่ได้?
หนึ่งในคำถามยอดฮิตของผู้ที่เคย ถูกปฏิเสธวีซ่า (Visa Refusal) คือ
“เราจะยื่นใหม่ได้เมื่อไหร่?”
“ต้องรอกี่เดือนถึงจะสมัครอีกครั้งได้?”
จริง ๆ แล้ว การถูกปฏิเสธวีซ่า ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่มีสิทธิ์ได้วีซ่าในอนาคต แต่การ “ยื่นใหม่” ต้องทำให้ถูกจังหวะ และมีการ “ปรับปรุงเอกสารหรือเหตุผล” ให้ดีกว่าเดิม
บทความนี้ Co Journey Visa จะพาคุณมาทำความเข้าใจเรื่อง “ช่วงเวลาและแนวทางการยื่นวีซ่าใหม่” อย่างละเอียด พร้อมคำแนะนำที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผ่านง่ายขึ้น
ทำไมวีซ่าถึงถูกปฏิเสธ?
ก่อนจะพูดถึงการ “ยื่นใหม่” เราต้องเข้าใจก่อนว่า วีซ่าถูกปฏิเสธเพราะอะไรบ้าง
สาเหตุหลัก ๆ ที่พบบ่อย ได้แก่
- หลักฐานทางการเงินไม่ชัดเจน – ยอดเงินไม่เพียงพอ หรือรายการเดินบัญชีผิดปกติ
- เหตุผลการเดินทางไม่สมเหตุสมผล – วางแผนไม่ชัด หรือเอกสารสนับสนุนไม่ตรงกับวัตถุประสงค์
- มีความเสี่ยงไม่กลับประเทศต้นทาง – เจ้าหน้าที่อาจมองว่าผู้สมัครอาจลักลอบอยู่เกินกำหนด
- เอกสารไม่ครบหรือกรอกผิด – เอกสารไม่ตรงกัน เช่น วันเดินทาง, สถานะงาน, ที่อยู่
- เคยถูกปฏิเสธหรือมีประวัติเดินทางไม่ดี – เช่น เคยถูกปฏิเสธมาก่อน หรือเคยอยู่เกินกำหนด
💡 การรู้เหตุผลที่แท้จริงจาก “ใบปฏิเสธวีซ่า (Refusal Letter)” เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญก่อนยื่นใหม่
วีซ่าถูกปฏิเสธ ยื่นใหม่ได้เมื่อไหร่?
คำตอบคือ…
✅ ส่วนใหญ่สามารถยื่นใหม่ได้ทันที!
แต่ต้องดูเงื่อนไขของแต่ละประเทศเป็นหลัก 👇
ประเทศ | สามารถยื่นใหม่ได้ | หมายเหตุ |
สหรัฐอเมริกา | ได้ทันที | แต่ควรยื่นใหม่เมื่อมี “เหตุผลหรือข้อมูลใหม่” มาสนับสนุน |
สหราชอาณาจักร | ได้ทันที | สามารถสมัครใหม่ได้เลย แต่ควรแก้ไขข้อผิดพลาดในครั้งก่อน |
เชงเก้น | ได้ทันที | แต่บางสถานทูตแนะนำให้เว้น 1-2 สัปดาห์ หากจะยื่นประเทศเดิม |
ออสเตรเลีย | ได้ทันที | สามารถยื่นใหม่ได้เมื่อพร้อม แต่ควรดูเหตุผลการปฏิเสธให้ดี |
แคนาดา | ได้ทันที | สามารถสมัครใหม่ได้ทุกเมื่อ แต่ต้องแก้ไขจุดที่เจ้าหน้าที่ระบุในจดหมาย |
🔎 สรุปสั้น ๆ: “ไม่มีประเทศไหนห้ามยื่นใหม่ถาวร” แต่หากยื่นซ้ำโดยไม่มีการแก้ไข
โอกาสถูกปฏิเสธซ้ำก็มีสูงมาก
ก่อนยื่นใหม่ ควรเตรียมอะไรให้พร้อม?
หากคุณตัดสินใจจะสมัครใหม่ ควรเช็กสิ่งเหล่านี้ให้พร้อมก่อน
- อ่านเหตุผลการปฏิเสธให้ละเอียด
– เพื่อวิเคราะห์จุดที่ต้องปรับ เช่น เอกสาร การเงิน หรือแผนเดินทาง - เพิ่มหลักฐานหรือเอกสารสนับสนุนใหม่ ๆ
– เช่น หนังสือรับรองงานที่ชัดเจนขึ้น, หลักฐานทรัพย์สิน, หนังสือเชิญ ฯลฯ - แก้ไขจุดอ่อนในใบสมัครเดิม
– เช่น ข้อมูลไม่ตรงกัน, สาเหตุการเดินทางไม่ชัดเจน, รูปถ่ายไม่ถูกต้อง - เว้นช่วงเวลาที่เหมาะสม (หากจำเป็น)
– สำหรับบางกรณี ควรรอสัก 1–2 เดือน เพื่อปรับเอกสารให้ครบและน่าเชื่อถือมากขึ้น
⚠️ ข้อควรระวังเมื่อยื่นวีซ่าใหม่
- ห้ามใช้แบบฟอร์มเดิมหรือข้อมูลเดิมโดยไม่แก้ไข
- ห้ามใส่ข้อมูลเท็จเพื่อให้ผ่าน เพราะอาจถูก แบนถาวร (Blacklisted)
- อย่าลืมแนบ Refusal Letter เดิมในบางกรณี เพื่อให้เจ้าหน้าที่เห็นว่าคุณได้ปรับปรุงแล้ว
เคล็ดลับเพิ่มโอกาสผ่านในรอบต่อไป
- ขอให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจเช็กเอกสารก่อนยื่น
- เขียน Cover Letter อธิบายสาเหตุการถูกปฏิเสธและสิ่งที่ปรับปรุงใหม่
- เตรียม Statement ให้สม่ำเสมอและมีที่มาที่ไปของรายได้
- ตรวจสอบทุกจุดในแบบฟอร์มให้ตรงกับเอกสารจริง
✨ ให้ Co Journey Visa ดูแลทุกขั้นตอน หลังวีซ่าถูกปฏิเสธ
หากคุณเคยถูกปฏิเสธวีซ่า ไม่ว่าจะเป็น US, UK, Schengen, Australia, Canada หรือประเทศอื่น ๆ
ทีมงานมืออาชีพของ Co Journey Visa พร้อมช่วยคุณวิเคราะห์สาเหตุ และวางแผนการยื่นใหม่อย่างรอบคอบ เพื่อเพิ่มโอกาส “ผ่าน” ในรอบต่อไป
ทำไมต้องให้ Co Journey Visa ดูแล?
✅ มีทีมที่เชี่ยวชาญ วิเคราะห์สาเหตุการปฏิเสธและให้คำแนะนำตรงจุด
✅ ตรวจเอกสารละเอียด พร้อมช่วยเขียน Cover Letter อธิบายเหตุผลชัดเจน
✅ วางแผนเวลายื่นใหม่ที่เหมาะสม เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับการสมัคร
✅ ติดตามผลให้จนจบขั้นตอน บริการครบวงจรและเป็นกันเอง
📞 โทร: 080-8412543 / 061-0312188
📱 LINE: @cojourneyvisa
📧 Email: cojourneyvisa@gmail.com
🌐 เว็บไซต์: www.cojourneyvisa.com
💬 Co Journey Visa – ให้เราดูแลคุณเรื่องวีซ่าทุกประเทศ อย่างมืออาชีพ
เพราะ “การถูกปฏิเสธครั้งเดียว ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเดินทางไม่ได้ตลอดไป

