🎓 Academic Document Translation

รับแปลเอกสารสำหรับเรียนต่อต่างประเทศ

แปล Transcript วุฒิการศึกษา หนังสือรับรอง และเอกสารประกอบการสมัครเรียน พร้อมตรวจชื่อ วันที่ ข้อมูลการศึกษา และความสอดคล้องของเอกสารก่อนใช้สมัครสถาบันหรือเตรียมวีซ่านักเรียน
📅 อัปเดตล่าสุด: 5 ตุลาคม 2026 ✍️ โดย ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ 🌏 Admission • Academic • Student Visa

การสมัครเรียนต่อต่างประเทศอาจต้องใช้เอกสารจากหลายแหล่ง ทั้งโรงเรียน มหาวิทยาลัย หน่วยงานราชการ นายจ้าง และเอกสารส่วนบุคคล สิ่งที่ควรระวังคือ ชื่อผู้สมัคร ชื่อสถานศึกษา วันที่เรียน ชื่อวุฒิ เกรด และข้อมูลอื่นต้องไม่ถูกเปลี่ยนหรือแปลจนต่างจากต้นฉบับ

Co Journey Visa รับประเมิน แปลเอกสาร สำหรับสมัครเรียนและเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางไปศึกษา โดยควรเริ่มจาก Admission Checklist ของสถาบันจริงก่อนว่าเอกสารใดต้องแปลและต้องใช้รูปแบบใด

คำตอบสั้น ๆ: หากกำลังสมัครเรียนต่างประเทศ ให้แยกเอกสารเป็น 2 ชุดก่อน คือ เอกสารสำหรับ Admission และ เอกสารสำหรับวีซ่านักเรียน เพราะสองกระบวนการอาจใช้เอกสารไม่เหมือนกัน จากนั้นจึงแปลเฉพาะรายการที่จำเป็น พร้อมตรวจชื่อใน Passport ชื่อสถาบัน วันที่ วุฒิ และข้อมูลการศึกษาให้สอดคล้องกับต้นฉบับ

มี Admission Checklist แล้วแต่ไม่รู้ว่าฉบับไหนต้องแปล?
ส่ง Checklist พร้อมเอกสารที่มีให้ทีมช่วยแยกขอบเขตก่อนเริ่มงาน เพื่อลดการแปลเอกสารเกินความจำเป็น

🎓 ส่งเอกสารเพื่อประเมิน
เอกสารการศึกษาและเอกสารสมัครเรียนที่เตรียมสำหรับแปลภาษาต่างประเทศ

1. เอกสารสำหรับเรียนต่อต่างประเทศประเภทใดมักเกี่ยวข้องกับงานแปล

รายการจริงขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย โรงเรียน หลักสูตร และประเทศปลายทาง แต่เอกสารที่อาจพบในกระบวนการสมัครเรียนหรือเตรียมวีซ่า ได้แก่:

📊 Transcript ใบแสดงผลการเรียน รายวิชา หน่วยกิต เกรด และข้อมูลทางการศึกษาตามต้นฉบับ
🎓 Diploma / Degree วุฒิ ประกาศนียบัตร ปริญญาบัตร หรือเอกสารสำเร็จการศึกษา
🏫 หนังสือจากสถานศึกษา หนังสือรับรองการเป็นนักเรียน นักศึกษา หนังสือรับรองสำเร็จการศึกษา หรือเอกสารตาม Checklist
👤 เอกสารส่วนบุคคล เอกสารราชการหรือเอกสารสถานะบุคคลที่สถาบันหรือกระบวนการวีซ่ากำหนด
💼 เอกสารประสบการณ์ หนังสือรับรองการทำงานหรือเอกสารประสบการณ์ เมื่อหลักสูตรหรือกระบวนการสมัครร้องขอ
✈️ เอกสารประกอบวีซ่านักเรียน เอกสารที่อยู่ใน Checklist ของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองหรือสถานทูตสำหรับคำร้องนั้น
อย่าส่งแปลจากรายการทั่วไปเพียงอย่างเดียว: เอกสารที่มหาวิทยาลัย A ขออาจไม่เหมือนมหาวิทยาลัย B แม้อยู่ประเทศเดียวกัน ควรใช้ Admission Portal หรือ Checklist ของหลักสูตรที่กำลังสมัครเป็นตัวตั้ง

2. Admission กับ Student Visa ต้องแยกเป็นคนละ Checklist

ผู้สมัครจำนวนมากเตรียมเอกสารสองขั้นตอนต่อเนื่องกันจนเผลอรวมทุกอย่างเป็นชุดเดียว แต่ในทางปฏิบัติผู้รับเอกสารเป็นคนละฝ่าย:

ขั้นตอน ผู้รับเอกสาร สิ่งที่ควรตรวจ
Admission มหาวิทยาลัย โรงเรียน หรือสถาบันการศึกษา Academic Requirement และ Translation Requirement ของหลักสูตร
Enrollment สถาบันที่รับเข้าเรียน เอกสารเพิ่มเติมก่อนลงทะเบียนตามที่สถาบันร้องขอ
Student Visa สถานทูต กงสุล หรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง Visa Checklist และข้อกำหนดด้านภาษาแยกจาก Admission

เลื่อนตารางซ้าย–ขวาได้บนมือถือ

หากอยู่ในขั้นเตรียมคำร้อง สามารถดูข้อมูลเกี่ยวกับ วีซ่านักเรียน แยกจากกระบวนการสมัครเรียน เพื่อไม่ให้ใช้ Admission Requirement แทน Visa Requirement

วิธีจัดไฟล์ที่ช่วยลดความสับสน: ทำ Folder แยก “Admission”, “Visa” และ “Reference” จากนั้นทำเครื่องหมายว่าเอกสารใดใช้ทั้งสองขั้นตอน และเอกสารใดยังต้องตรวจ Requirement ก่อนแปล

3. แปล Transcript ต้องตรวจอะไรบ้าง

Transcript มีข้อมูลจำนวนมากในพื้นที่ค่อนข้างจำกัด จึงควรตรวจทั้งภาษาและตัวเลขแยกกัน

ชื่อ–นามสกุลผู้เรียน
Student ID เมื่อปรากฏ
ชื่อสถานศึกษา
ชื่อหลักสูตรหรือสาขา
ชื่อรายวิชา
หน่วยกิต
เกรด
GPA หรือผลรวมที่ปรากฏ
ปีการศึกษา / ภาคการศึกษา
หมายเหตุและ Grading Information
ไม่ควรแก้เกรดผ่านคำแปล: หาก Transcript มีข้อมูลผิด ควรติดต่อสถานศึกษาเพื่อขอแก้เอกสารต้นฉบับ ไม่ควรปรับตัวเลข วิชา หรือเกรดในคำแปลให้ต่างจากต้นฉบับ

4. วุฒิการศึกษา Diploma และ Certificate ต้องตรวจอะไร

เอกสารวุฒิมักมีข้อความไม่มาก แต่ชื่อวุฒิ ชื่อสาขา ชื่อผู้รับ วันที่ และชื่อสถาบันเป็นข้อมูลที่ควรตรวจละเอียด เพราะจะถูกนำไปเทียบกับ Transcript และ Application Form ได้

ข้อมูล สิ่งที่ควรตรวจ
ชื่อผู้สำเร็จการศึกษา ตรวจ Reference กับ Passport เมื่อเกี่ยวข้อง
ชื่อวุฒิ ถ่ายทอดตามต้นฉบับ ไม่เปลี่ยนระดับวุฒิเอง
ชื่อสาขา ตรวจว่ามีชื่ออังกฤษทางการจากสถาบันหรือไม่
วันที่ ตรวจวัน เดือน ปีและบริบทของเอกสาร
ชื่อสถานศึกษา ใช้ชื่ออังกฤษทางการเมื่อมี Reference ที่เหมาะสม
ลายเซ็น / ตรา รักษาตำแหน่งหรือคำอธิบายที่เกี่ยวข้องตาม Scope

5. ชื่อผู้สมัครภาษาอังกฤษควรใช้ตาม Passport อย่างไร

หากผู้สมัครมี Passport แล้ว ควรใช้การสะกดชื่อและนามสกุลใน Passport เป็น Reference สำคัญเมื่อจัดคำแปลเอกสารของบุคคลนั้น เพราะชื่อเดียวกันในภาษาไทยสามารถถอดเป็นอังกฤษได้หลายรูปแบบ

ตัวอย่าง: Transcript ไทยมีเพียงชื่อภาษาไทย แต่ Applicant ใช้ชื่อภาษาอังกฤษตาม Passport ใน University Application หากคำแปลถอดเสียงเป็นอีกแบบโดยไม่ตรวจ Passport อาจเกิดชื่อสองรูปในชุดเดียวกัน

หากมีชื่อเดิม นามสกุลเดิม หรือเอกสารออกก่อนเปลี่ยนชื่อ ควรรักษา Timeline ตามข้อเท็จจริง และใช้เอกสารเชื่อมโยงเมื่อจำเป็น ไม่ควรเปลี่ยนชื่อในเอกสารเก่าให้เป็นชื่อปัจจุบันโดยอัตโนมัติ

Reference ไม่ได้มีไว้แก้ต้นฉบับ: Passport ช่วยเรื่องการสะกดชื่อในคำแปล แต่หากข้อมูลต้นฉบับไม่ตรงจริง ควรตรวจสาเหตุและเอกสารประกอบ ไม่ควรแก้ความแตกต่างแบบเงียบ ๆ
ผู้สมัครเรียนต่างประเทศกำลังตรวจเอกสารและข้อมูลสมัครผ่านคอมพิวเตอร์

6. ชื่อมหาวิทยาลัย โรงเรียน และชื่อหลักสูตรควรแปลอย่างไร

หากสถานศึกษาเดิมมีชื่อภาษาอังกฤษที่ใช้อย่างเป็นทางการอยู่แล้ว ควรใช้ชื่อดังกล่าวเป็น Reference แทนการสร้างชื่อใหม่จากการแปลตรงตัว

แนวทางเดียวกันใช้ได้กับ:

  • ชื่อคณะ
  • ชื่อภาควิชา
  • ชื่อหลักสูตร
  • ชื่อสาขาวิชา
  • ชื่อหน่วยงานภายในสถานศึกษา
มีเอกสารภาษาอังกฤษเดิมควรส่งมาด้วย: เช่น Transcript ภาษาอังกฤษฉบับเก่า หนังสือรับรองสองภาษา หรือหน้าเว็บไซต์ทางการของสถาบันที่ระบุชื่อหน่วยงาน เพื่อใช้เป็น Reference ในชุดคำแปล

7. เกรด GPA และระบบคะแนน ควรแปลหรือแปลงเป็นระบบต่างประเทศไหม

คำแปลควรถ่ายทอดค่าที่อยู่ในต้นฉบับ ไม่ควรแปลง GPA หรือเปลี่ยนระบบคะแนนให้เป็นระบบของประเทศปลายทางเอง เว้นแต่มี Scope หรือกระบวนการประเมินวุฒิที่ผู้รับกำหนดไว้อย่างชัดเจน

Translation ≠ Credential Evaluation: การแปลผลการเรียนกับการประเมินเทียบวุฒิหรือเทียบระบบเกรดเป็นคนละกระบวนการ หากมหาวิทยาลัยกำหนดให้ใช้หน่วยงานประเมินวุฒิ ควรดำเนินการตาม Requirement นั้นแยกจากงานแปล

รายละเอียดที่ควรรักษาตามต้นฉบับ ได้แก่:

  • Grade หรือ Letter Grade
  • Credit
  • GPA
  • Pass / Fail
  • หมายเหตุเกี่ยวกับระบบการให้คะแนน
  • คำอธิบายหน่วยกิตเมื่อมี

8. ถ้าสถานศึกษาออกเอกสารภาษาอังกฤษได้อยู่แล้ว ควรแปลใหม่ไหม

ก่อนสั่งแปล Transcript หรือหนังสือรับรอง ควรสอบถามสถานศึกษาเดิมว่ามีฉบับภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการหรือไม่ และถามสถาบันปลายทางว่าเขายอมรับเอกสารฉบับนั้นหรือไม่

ถามสถานศึกษาเดิม
มี Transcript หรือ Certificate ภาษาอังกฤษให้ขอหรือไม่
อ่าน Admission Requirement
ผู้รับต้องการเอกสาร Original English Version หรือ Certified Translation แบบใด
เปรียบเทียบรายการเอกสาร
บางฉบับอาจมีภาษาอังกฤษแล้ว ขณะที่เอกสารราชการอื่นยังต้องแปล
แปลเฉพาะส่วนที่จำเป็น
ช่วยลดงานซ้ำและลดความเสี่ยงเกิดชื่อหรือข้อมูลสองรูปแบบ
ถ้ามีเอกสารอังกฤษทางการอยู่แล้ว: ไม่ควรรีบสร้างคำแปลอีกฉบับโดยไม่มีเหตุผล เพราะเอกสารจากสถานศึกษาต้นทางอาจเป็น Reference ที่ชัดเจนที่สุดสำหรับชื่อหลักสูตรและข้อมูลทางการศึกษา

9. เอกสารเรียนต่อต้องใช้ Certified Translation หรือไม่

ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกมหาวิทยาลัย บางแห่งรับเอกสารที่ออกเป็นภาษาอังกฤษจากสถานศึกษาต้นทาง บางแห่งรับคำแปลที่มีรูปแบบการรับรองตามข้อกำหนด และบางแห่งอาจกำหนดผู้แปลหรือกระบวนการเฉพาะ

คำที่พบ ควรทำอะไร
English Translation ตรวจว่าผู้รับมีข้อกำหนดเรื่องผู้แปลหรือการรับรองเพิ่มหรือไม่
Certified Translation อ่านรายละเอียดว่าใครสามารถรับรองและต้องแนบอะไร
Official Translation ตรวจนิยามจากสถาบัน ไม่ควรตีความจากคำเรียกอย่างเดียว
Official Transcript มักเกี่ยวกับเอกสารที่สถานศึกษาจัดส่งหรือออกตามวิธีที่ผู้รับกำหนด ไม่ควรใช้คำแปลแทนโดยอัตโนมัติ

ถ้ามีข้อความ Requirement จากมหาวิทยาลัย ควรส่งมาพร้อมเอกสารเพื่อช่วยประเมิน Scope ให้ตรงขึ้น

มหาวิทยาลัยเขียนว่า “Official” หรือ “Certified” แต่ไม่แน่ใจว่าหมายถึงอะไร?
ส่งข้อความ Requirement หรือ Screenshot จาก Admission Portal พร้อมเอกสารต้นฉบับให้ทีมช่วยแยกก่อนสั่งแปล

🔎 ตรวจ Requirement ก่อนแปล

10. Case Studies: งานแปลสำหรับเรียนต่อต่างประเทศ

เคส 1: มี Transcript ไทยและ Transcript อังกฤษจากมหาวิทยาลัย

ควรตรวจ Admission Requirement ก่อน หากมหาวิทยาลัยปลายทางยอมรับฉบับอังกฤษอย่างเป็นทางการ อาจใช้ฉบับนั้นได้โดยไม่ต้องสร้างคำแปลใหม่

เคส 2: ชื่อใน Diploma ใช้นามสกุลเดิม แต่ Passport ใช้นามสกุลใหม่

ไม่ควรเปลี่ยนชื่อในคำแปลให้เป็นชื่อใหม่โดยไม่มีหลักฐาน ควรรักษาข้อมูลตามเอกสารและเตรียมเอกสารเชื่อมโยงการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลตามข้อเท็จจริงเมื่อจำเป็น

เคส 3: มหาวิทยาลัยขอ Certified Translation

ควรอ่านรายละเอียดต่อว่าผู้แปลต้องมีคุณสมบัติหรือข้อความรับรองแบบใด และต้องส่งต้นฉบับร่วมด้วยหรือไม่ ก่อนกำหนด Scope งาน

เคส 4: ผู้สมัครมีเอกสาร 18 ฉบับ แต่ Admission Checklist ขอเพียงบางรายการ

ควรทำ Document Map ก่อนและแปลเฉพาะรายการที่ต้องใช้จริง จากนั้นแยกชุดเอกสารสำหรับ Student Visa ออกมาตรวจอีกครั้ง

เคส 5: Transcript มีชื่อวิชาจำนวนมาก

ควรตรวจคำศัพท์รายวิชาให้สม่ำเสมอ และตรวจหน่วยกิต เกรด และ GPA แยกจาก Language Proofread เพราะข้อมูลตัวเลขผิดเพียงจุดเดียวก็ทำให้คำแปลต่างจากต้นฉบับได้

11. ขั้นตอนใช้บริการแปลเอกสารสำหรับเรียนต่อต่างประเทศ

ส่ง Admission Checklist
หากมี เพื่อแยกว่าเอกสารใดต้องใช้จริง
ส่งไฟล์เอกสาร
Scan หรือภาพต้องเห็นข้อมูลครบและอ่านได้ชัด
แจ้งประเทศและสถาบัน
รวมถึงชื่อหลักสูตรเมื่อเกี่ยวข้อง
ส่ง Passport Reference
เมื่อจำเป็นต่อการตรวจชื่อผู้สมัคร
ส่งเอกสารภาษาอังกฤษเดิม
เช่น Transcript อังกฤษหรือ Reference ที่สถานศึกษาเคยออก
ตรวจ Certification Requirement
แยก Translation Only ออกจาก Certified Translation หรือขั้นตอนอื่น
ประเมินราคาและระยะเวลา
จากจำนวนหน้า ปริมาณข้อความ รูปแบบ และ Deadline จริง

12. Checklist ก่อนส่งเอกสารเรียนต่อมาแปล

✅ เตรียมข้อมูลเหล่านี้ให้ครบก่อนประเมินงาน
  • ชื่อประเทศปลายทาง
  • ชื่อมหาวิทยาลัย โรงเรียน หรือสถาบัน
  • ชื่อหลักสูตรเมื่อทราบ
  • Admission Checklist หรือ Requirement
  • ไฟล์เอกสารครบทุกหน้า
  • คู่ภาษาที่ต้องการ
  • Passport Reference เมื่อเกี่ยวข้อง
  • Transcript หรือเอกสารอังกฤษที่สถานศึกษาเคยออกถ้ามี
  • เอกสารเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล หากข้อมูลต่างกัน
  • Requirement เรื่อง Certified Translation ถ้ามี
  • วันที่ปิดรับสมัครหรือวันที่ต้อง Upload
  • แจ้งด้วยว่าเอกสารจะใช้ต่อกับ Student Visa หรือไม่

13. 12 ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง

แปลทุกเอกสารก่อนอ่าน Admission Checklist
อาจเสียเวลาและค่าใช้จ่ายกับเอกสารที่ไม่ต้องใช้
ใช้ Admission Checklist แทน Visa Checklist
สองกระบวนการมีผู้รับเอกสารคนละหน่วยงาน
สะกดชื่อโดยไม่ตรวจ Passport
ทำให้ชื่อ Applicant มีหลายรูปแบบในชุดเดียว
แปลชื่อมหาวิทยาลัยขึ้นใหม่ทั้งที่มีชื่ออังกฤษทางการ
ควรตรวจ Reference จากสถาบันก่อน
เปลี่ยนเกรดหรือ GPA เอง
Translation ไม่ใช่ Credential Evaluation
แปลชื่อวุฒิให้สูงหรือต่างจากต้นฉบับ
ควรถ่ายทอดระดับวุฒิตามเอกสารจริง
แก้ข้อมูลต้นฉบับผ่านคำแปล
หากต้นฉบับผิดควรติดต่อสถานศึกษาหรือหน่วยงานผู้ออกเอกสาร
ไม่ส่ง Grading Note หรือหน้าหลัง Transcript
ข้อมูลอธิบายระบบคะแนนอาจอยู่คนละหน้า
คิดว่า Certified Translation เหมือนกันทุกมหาวิทยาลัย
ต้องอ่านนิยามของผู้รับเอกสารโดยตรง
รอใกล้ Deadline แล้วค่อยตรวจ Requirement
ควรเผื่อเวลาสำหรับการแก้ไฟล์หรือขอเอกสารจากสถานศึกษา
ส่ง Scan ที่ตัดตราหรือหมายเหตุออก
ควรเห็นเอกสารครบทุกขอบก่อนเริ่มแปล
คิดว่าคำแปลถูกต้องแล้วจะรับเข้าเรียนหรือได้วีซ่าแน่นอน
ผล Admission และการอนุมัติวีซ่าเป็นการพิจารณาของสถาบันและหน่วยงานที่รับผิดชอบ

Co Journey Visa ช่วยอะไรในงานแปลเอกสารเรียนต่อ

  • Document Mapping: ช่วยแยก Admission Document กับ Visa Document ตามข้อมูลที่ได้รับ
  • Academic Translation: แปล Transcript วุฒิ หนังสือรับรอง และเอกสารตาม Scope
  • Name Check: ตรวจชื่อกับ Passport Reference เมื่อเกี่ยวข้อง
  • Academic Data Check: ตรวจวิชา เกรด หน่วยกิต วันที่ และข้อมูลสำคัญตามต้นฉบับ
  • Institution Name Check: ใช้ Reference ชื่ออังกฤษจากสถาบันเมื่อมี
  • Consistency Check: ตรวจข้อมูลระหว่างเอกสารหลายฉบับตามไฟล์ที่ได้รับ
  • Certification Review: แยก Translation ออกจาก Certified Translation และขั้นตอนอื่น
  • Deadline Review: ประเมิน Timeline จากปริมาณงานและวันที่ต้องใช้

หากเอกสารต้องใช้ต่อในขั้นตอนคำร้อง สามารถตรวจข้อมูลเกี่ยวกับ วีซ่านักเรียน และดู Checklist เอกสารแปลภาษาอังกฤษ เพื่อช่วยตรวจชื่อ วันที่ และข้อมูลสำคัญก่อนจัดชุดคำร้อง

❓ คำถามที่ถามบ่อย

สมัครเรียนต่อต่างประเทศต้องแปลเอกสารอะไรบ้าง
ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย หลักสูตร และประเทศปลายทาง เอกสารที่อาจเกี่ยวข้องได้แก่ Transcript วุฒิการศึกษา หนังสือรับรอง เอกสารส่วนบุคคล และเอกสารอื่นที่อยู่ใน Admission Checklist ควรตรวจรายการของสถาบันก่อนสั่งแปล
ถ้ามหาวิทยาลัยออก Transcript ภาษาอังกฤษอยู่แล้วต้องแปลอีกไหม
หากสถาบันปลายทางยอมรับ Transcript ภาษาอังกฤษที่ออกอย่างเป็นทางการจากสถานศึกษาเดิม อาจไม่จำเป็นต้องแปลซ้ำ ควรตรวจ Requirement ของมหาวิทยาลัยก่อนดำเนินการ
ชื่อภาษาอังกฤษในเอกสารสมัครเรียนควรใช้ตาม Passport หรือไม่
สำหรับผู้สมัครที่มี Passport ควรใช้การสะกดชื่อและนามสกุลตาม Passport เป็น Reference สำคัญเมื่อเหมาะสม และตรวจให้ชื่อในคำแปล เอกสารสมัครเรียน และเอกสารวีซ่าสอดคล้องกัน
ผู้แปลสามารถเปลี่ยนเกรดหรือแปลง GPA ให้เป็นระบบต่างประเทศได้ไหม
ไม่ควรเปลี่ยนเกรดหรือแปลงระบบคะแนนโดยอัตโนมัติหากสถาบันไม่ได้กำหนดให้ทำ คำแปลควรถ่ายทอดข้อมูลจากต้นฉบับ ส่วนการประเมินเทียบเกรดหรือวุฒิควรทำตามกระบวนการที่สถาบันปลายทางกำหนด
เอกสารสมัครเรียนต้องใช้ Certified Translation ทุกฉบับไหม
ไม่จำเป็นทุกกรณี แต่ละมหาวิทยาลัยและหลักสูตรสามารถกำหนดรูปแบบคำแปลต่างกัน บางแห่งรับเอกสารภาษาอังกฤษที่สถานศึกษาออกเอง บางแห่งต้องการ Certified Translation จึงควรตรวจ Admission Requirement ก่อน
เอกสารสมัครเรียนกับเอกสารวีซ่านักเรียนเป็นชุดเดียวกันไหม
ไม่ควรถือว่าเป็นชุดเดียวกันทั้งหมด Admission Checklist ของสถานศึกษากับ Student Visa Checklist ของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองอาจขอเอกสารต่างกัน จึงควรแยกสองรายการก่อนเตรียมคำแปล
ส่งรูปถ่าย Transcript หรือวุฒิการศึกษามาประเมินได้ไหม
สามารถส่งภาพหรือไฟล์เพื่อประเมินเบื้องต้นได้ แต่ควรเห็นเอกสารครบทุกขอบและอ่านชื่อ วิชา เกรด วันที่ หมายเหตุ ตราประทับ และข้อมูลสำคัญได้ชัด
ก่อนขอราคางานแปลเรียนต่อต้องส่งข้อมูลอะไร
ควรส่งไฟล์เอกสาร คู่ภาษา จำนวนหน้า ประเทศและสถาบันปลายทาง วัตถุประสงค์ วันที่ต้องใช้ และ Requirement เรื่อง Certified Translation ถ้ามี เพื่อให้ประเมินขอบเขต ราคา และระยะเวลาได้ตรงขึ้น

📌 สรุปก่อนส่งเอกสารเรียนต่อมาแปล

  • เริ่มจาก Admission Checklist ของสถาบันจริง
  • แยก Admission Documents ออกจาก Student Visa Documents
  • ตรวจว่ามีเอกสารภาษาอังกฤษทางการจากสถานศึกษาอยู่แล้วหรือไม่
  • ใช้ Passport เป็น Reference สำคัญสำหรับชื่อผู้สมัครเมื่อเหมาะสม
  • รักษาชื่อวุฒิและข้อมูลการศึกษาตามต้นฉบับ
  • ไม่เปลี่ยนเกรดหรือ GPA เอง
  • Translation ไม่ใช่ Credential Evaluation
  • ตรวจชื่อมหาวิทยาลัยและหลักสูตรจาก Reference ทางการเมื่อมี
  • ส่ง Transcript ให้ครบทุกหน้ารวมหน้าคำอธิบายคะแนนเมื่อมี
  • Certified Translation ไม่ได้จำเป็นเหมือนกันทุกมหาวิทยาลัย
  • เผื่อเวลาก่อน Admission Deadline และ Visa Timeline
  • คำแปลที่ถูกต้องไม่ใช่การรับประกัน Admission หรือวีซ่า
ไชยภัทร พรหมบริรักษ์
ไชยภัทร พรหมบริรักษ์ (Chaiyapat Promboriruk)
ผู้เชี่ยวชาญด้านการยื่นวีซ่าและการเตรียมเอกสาร ประสบการณ์ด้านงานวีซ่า 5 ปี

เตรียมเอกสารเรียนต่อ? ส่ง Checklist และไฟล์ให้ทีมช่วยประเมินก่อน

แจ้งประเทศ มหาวิทยาลัยหรือสถาบัน หลักสูตร คู่ภาษา และวันที่ต้องใช้ พร้อมส่ง Admission Requirement และเอกสารที่อ่านได้ชัด ทีม Co Journey Visa ช่วยแยก Scope งานแปล ตรวจชื่อและข้อมูลสำคัญ รวมถึงประเมินราคาและระยะเวลาก่อนเริ่มงาน

📱 LINE: @cojourneyvisa โทร 080-841-2543 / 061-031-2188  |  cojourneyvisa@gmail.com  |  www.cojourneyvisa.com