ขั้นตอนนิติกรณ์เอกสาร (Legalization) ภาษาอังกฤษที่สถานทูตไต้หวันในไทย แบบปกติ VS แบบด่วน

ขั้นตอนนิติกรณ์เอกสาร (Legalization) ภาษาอังกฤษที่สถานทูตไต้หวันในไทย แบบปกติ VS แบบด่วน

🇹🇼 Taiwan Document Legalization

ขั้นตอนนิติกรณ์เอกสาร (Legalization) ภาษาอังกฤษที่สถานทูตไต้หวันในไทย แบบปกติ VS แบบด่วน

คู่มือเตรียมเอกสารไทยและคำแปลภาษาอังกฤษสำหรับใช้ที่ไต้หวัน: ต้องรับรองที่กรมการกงสุลก่อนหรือไม่ แบบปกติกับแบบด่วนต่างกันอย่างไร และควรตรวจอะไรเพื่อไม่ให้เอกสารถูกตีกลับ
📅 อัปเดตล่าสุด: 24 พฤษภาคม 2569 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่าน 13 นาที

หลายคนที่ต้องใช้เอกสารไทยกับไต้หวัน เช่น ยื่นเรียนต่อ แต่งงาน ทำงาน ขอ Resident Visa หรือยื่นเอกสารครอบครัว มักเจอคำว่า Legalization / Authentication แล้วสับสนว่า ต้องแปลก่อนหรือรับรองก่อน? ต้องไปกระทรวงการต่างประเทศไทยก่อนหรือไปสำนักงานไต้หวันได้เลย? และแบบปกติกับแบบด่วนต่างกันแค่เรื่องเวลา หรือมีผลต่อเอกสารด้วย?

คำตอบแบบใช้งานจริงคือ สำหรับเอกสารไทยที่จะนำไปใช้กับหน่วยงานไต้หวัน โดยทั่วไปต้องเตรียมเอกสารให้เป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาที่หน่วยงานปลายทางรับได้ จากนั้นรับรองนิติกรณ์ที่ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศไทย ก่อน แล้วจึงนำเอกสารไปยื่นรับรองต่อที่ Taipei Economic and Cultural Office in Thailand หรือสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย

บทความนี้จะสรุปขั้นตอนนิติกรณ์เอกสารภาษาอังกฤษสำหรับใช้ที่ไต้หวัน พร้อมเปรียบเทียบแบบปกติและแบบด่วน เพื่อให้คนที่กำลังเตรียม วีซ่าไต้หวัน หรือเอกสารเรียนต่อ/แต่งงาน/ทำงาน วางแผนเวลาและค่าใช้จ่ายได้ถูกต้องขึ้น

สรุปสั้น ๆ: เอกสารไทยที่จะใช้กับไต้หวันมักต้องผ่าน 2 ชั้น คือ 1) แปลเป็นภาษาอังกฤษหรือใช้เอกสารราชการภาษาอังกฤษ แล้วรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศไทย 2) นำเอกสารที่ผ่าน MFA ไทยแล้วไปยื่นรับรองต่อที่สำนักงานไต้หวันในไทย แบบปกติใช้เวลานานกว่าและค่าธรรมเนียมต่ำกว่า ส่วนแบบด่วนใช้เวลาสั้นกว่าแต่มีค่าธรรมเนียมสูงกว่า ควรตรวจค่าธรรมเนียมและวันรับเอกสารล่าสุดจากสำนักงานไต้หวันก่อนยื่นจริง

💬 ถ้าคุณมีเอกสารหลายชุด เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตร ใบเปลี่ยนชื่อ วุฒิการศึกษา หรือใบรับรองแพทย์ ส่งรายการเอกสารให้ทีมเราช่วยดูได้ก่อน ว่าชุดไหนต้องแปล ชุดไหนต้องรับรอง MFA และชุดไหนต้องยื่นต่อสำนักงานไต้หวัน

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

1. Legalization / Authentication คืออะไร?

Legalization หรือ Authentication ในบริบทเอกสารไต้หวัน คือการรับรองความถูกต้องของตราประทับ ลายมือชื่อ หรือสถานะเอกสาร เพื่อให้หน่วยงานปลายทางเชื่อถือได้ว่าเอกสารนั้นผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแล้ว

สิ่งสำคัญคือ การรับรองเอกสารไม่ได้แปลว่าเนื้อหาในเอกสารจะทำให้วีซ่าผ่านแน่นอน แต่เป็นการทำให้เอกสารมีรูปแบบที่หน่วยงานปลายทางสามารถรับพิจารณาได้ เช่น เอกสารสมรส เอกสารเกิด เอกสารเปลี่ยนชื่อ วุฒิการศึกษา หรือใบรับรองแพทย์ที่ต้องใช้กับไต้หวัน

📌 เข้าใจให้ถูก: กรมการกงสุลไทยรับรองเอกสาร/คำแปลในชั้นไทย ส่วนสำนักงานไต้หวันรับรองเอกสารหลังจากผ่านการรับรองจากหน่วยงานไทยแล้ว เพื่อให้เอกสารพร้อมนำไปใช้กับหน่วยงานไต้หวันตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้อง

2. เอกสารแบบไหนมักต้องนิติกรณ์เพื่อใช้กับไต้หวัน?

เอกสารที่มักต้องใช้การแปลและรับรองนิติกรณ์ คือเอกสารราชการไทยหรือเอกสารสำคัญที่หน่วยงานไต้หวันต้องใช้ตรวจสถานะบุคคล การศึกษา การสมรส สุขภาพ หรือคุณสมบัติของผู้สมัคร

หมายเหตุ: เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

ประเภทเอกสาร ใช้กับเคสอะไร จุดที่ควรเช็กก่อนแปล/รับรอง
ทะเบียนสมรส / ใบสำคัญการสมรส วีซ่าแต่งงาน ติดตามคู่สมรส บันทึกสมรสกับไต้หวัน ชื่อคู่สมรส วันที่จดทะเบียน และเลขเอกสารต้องตรง
สูติบัตร ยืนยันความสัมพันธ์ พ่อแม่-ลูก บุตรติดตาม วีซ่าเรียนที่ใช้ผู้ปกครองสนับสนุน ชื่อบิดามารดาและชื่อผู้สมัครต้องตรงกับเอกสารปัจจุบัน
ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล เชื่อมชื่อเดิมกับชื่อปัจจุบัน ต้องเรียงลำดับชื่อให้ครบ หากเปลี่ยนหลายครั้ง
วุฒิการศึกษา / Transcript เรียนต่อ ทำงาน ผู้เชี่ยวชาญ ยื่น Resident Visa ชื่ออังกฤษควรตรงกับพาสปอร์ต และตรวจว่าต้องรับรองจากสถาบันก่อนหรือไม่
หนังสือรับรองโสด / สถานภาพสมรส จดทะเบียนสมรสกับชาวไต้หวัน เอกสารต้องออกใหม่ตามช่วงเวลาที่หน่วยงานปลายทางกำหนด
ใบรับรองแพทย์ วีซ่าบางประเภท ทำงาน เรียน พำนักระยะยาว ต้องใช้แบบฟอร์มและโรงพยาบาลตามที่กำหนดหรือไม่ ควรเช็กก่อนตรวจ

3. ภาพรวมขั้นตอน: ไทย → MFA → สำนักงานไต้หวัน

ลำดับที่ปลอดภัยที่สุดคือเริ่มจากตรวจเอกสารต้นฉบับก่อน จากนั้นแปลหรือขอเอกสารภาษาอังกฤษ รับรองที่กรมการกงสุลไทย และค่อยยื่นต่อที่สำนักงานไต้หวันในไทย

ตรวจเอกสารต้นฉบับ
เช็กชื่อ นามสกุล วันเกิด เลขเอกสาร และข้อมูลสำคัญให้ตรงกับพาสปอร์ตและเอกสารอื่น
ขอเอกสารภาษาอังกฤษหรือแปลเอกสาร
บางเอกสารสามารถขอฉบับภาษาอังกฤษจากเขต/อำเภอได้ บางเอกสารต้องแปลโดยผู้แปล
รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศไทย
ยื่นต้นฉบับ สำเนา คำแปล และเอกสารเจ้าของเอกสารตามข้อกำหนดล่าสุด
ตรวจตราประทับและคำสะกดหลังรับเอกสาร
ตรวจว่ารับรองครบทุกหน้า ชื่อสะกดถูก และเอกสารไม่สลับชุด
ยื่นรับรองต่อที่สำนักงานไต้หวันในไทย
นำเอกสารที่ผ่าน MFA ไทยแล้วไปยื่น พร้อมแบบฟอร์ม ค่าธรรมเนียม และเอกสารประกอบตามที่สำนักงานกำหนด
รับเอกสารและนำไปใช้กับหน่วยงานปลายทาง
เช่น ยื่นวีซ่า ยื่นโรงเรียน ยื่นนายจ้าง ยื่นบันทึกสมรส หรือใช้กับ NIA/BOCA ตามเคส

4. ขั้นตอนรับรองที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศไทย

กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศเป็นชั้นแรกที่สำคัญสำหรับเอกสารไทย เพราะสำนักงานไต้หวันจะใช้การรับรองจากหน่วยงานไทยเป็นฐานในการตรวจเอกสารต่อ

สำหรับเอกสารราชการไทย เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตร ใบเปลี่ยนชื่อ หรือเอกสารทะเบียนราษฎร ควรคัดเอกสารให้ใหม่และชัด หากมีฉบับภาษาอังกฤษจากหน่วยงานไทยได้ อาจช่วยลดความเสี่ยงเรื่องคำแปล แต่ยังควรตรวจว่าหน่วยงานไต้หวันปลายทางยอมรับรูปแบบใด

⚠️ จุดที่ควรทำก่อนยื่น MFA: ตรวจคำสะกดชื่อภาษาอังกฤษให้ตรงกับพาสปอร์ตทุกฉบับ หากแปลชื่อพ่อแม่ คู่สมรส หรือชื่อเดิมต่างกันระหว่างเอกสาร อาจต้องแก้คำแปลก่อนรับรอง ไม่ควรรอให้รับรองแล้วค่อยมาแก้

5. ขั้นตอนรับรองที่สำนักงานไต้หวันในไทย

หลังเอกสารผ่านกรมการกงสุลไทยแล้ว จึงนำไปยื่นรับรองต่อที่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย หรือ Taipei Economic and Cultural Office in Thailand ซึ่งให้บริการ Consular Service เช่น Visa, Passport และ Legalization ในช่วงเวลาที่สำนักงานกำหนด

ข้อมูลจากสำนักงานไต้หวันในไทยระบุเวลาบริการกงสุลโดยทั่วไปช่วงเช้า 09:00–11:30 น. สำหรับบริการวีซ่า พาสปอร์ต และ Legalization และที่อยู่สำนักงานอยู่ที่ 40/64 ซอยวิภาวดีรังสิต 66 เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 อย่างไรก็ตาม ควรตรวจวันหยุดและเวลารับยื่นล่าสุดก่อนเดินทาง เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศสำนักงาน

📍 ข้อมูลติดต่อที่ควรตรวจ:
Taipei Economic and Cultural Office in Thailand
Address: 40/64 Vibhavadi-Rangsit 66, Laksi, Bangkok 10210, Thailand
Consular Service Hour: โดยทั่วไป 09:00–11:30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการหรือวันหยุดตามประกาศสำนักงาน
Website: https://www.roc-taiwan.org/th_en/

6. แบบปกติ VS แบบด่วน ต่างกันอย่างไร?

แบบปกติและแบบด่วนต่างกันหลัก ๆ ที่ระยะเวลารับเอกสารและค่าธรรมเนียม ไม่ได้ทำให้เอกสารมี “น้ำหนัก” มากกว่ากัน หากเอกสารถูกต้อง ผลของการรับรองควรใช้ได้เหมือนกัน แต่แบบด่วนเหมาะกับเคสที่มี deadline ใกล้ เช่น วันยื่นวีซ่า วันเปิดเรียน วันนัดจดทะเบียนสมรส หรือวันเดินทาง

ข้อมูล BOCA สำหรับการรับรองเอกสารระบุหลักทั่วไปว่าแบบปกติรับเอกสารหลัง 2 วันทำการ ส่วน one-day expedited service รับหลัง 1 วันทำการ และมีค่าธรรมเนียมสูงกว่าแบบปกติ โดยค่าธรรมเนียมของสำนักงานในต่างประเทศอาจประกาศเป็นสกุลเงินท้องถิ่นและอาจเปลี่ยนได้ จึงควรตรวจหน้าค่าธรรมเนียมของสำนักงานไต้หวันในไทยก่อนยื่นจริง

หมายเหตุ: เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

หัวข้อเปรียบเทียบ แบบปกติ แบบด่วน / Rush คำแนะนำ
ระยะเวลารับเอกสาร โดยหลักใช้เวลานานกว่า เช่น BOCA ระบุรับหลัง 2 วันทำการสำหรับบริการในไต้หวัน โดยหลักเร็วกว่า เช่น BOCA ระบุรับหลัง 1 วันทำการสำหรับ expedited service ตรวจเวลารับจริงของสำนักงานไต้หวันในไทยก่อนยื่น
ค่าธรรมเนียม ต่ำกว่า สูงกว่า เพราะมีค่าบริการด่วน เตรียมเงินสดหรือวิธีชำระตามที่สำนักงานกำหนดล่าสุด
ความเหมาะสม เหมาะกับคนมีเวลาและเอกสารไม่เร่ง เหมาะกับเคสใกล้วันยื่นวีซ่า เปิดเรียน แต่งงาน หรือเดินทาง อย่าเลือกด่วนเพื่อแก้เอกสารผิด เพราะถ้าเอกสารผิดก็อาจถูกตีกลับอยู่ดี
ผลของการรับรอง ใช้เพื่อรับรองเอกสารเหมือนกัน ใช้เพื่อรับรองเอกสารเหมือนกัน ต่างกันที่เวลาและค่าธรรมเนียม ไม่ใช่ความน่าเชื่อถือของเอกสาร
❌ ข้อควรระวังเรื่องแบบด่วน: แบบด่วนไม่ช่วยแก้ปัญหาเอกสารต้นทางผิด ชื่อสะกดผิด คำแปลผิด หรือยังไม่ผ่านกรมการกงสุลไทย หากเอกสารไม่ครบ สำนักงานอาจไม่รับยื่นหรือให้แก้ไขก่อน แม้คุณเลือกบริการด่วนก็ตาม

7. เอกสารที่ควรเตรียมก่อนยื่น Legalization

เอกสารที่ต้องใช้จริงขึ้นอยู่กับประเภทเอกสารและวัตถุประสงค์ แต่โดยทั่วไปควรเตรียมเอกสารเป็นชุดชัดเจน ไม่ปะปนกัน และควรมีสำเนาสำรองไว้ทุกฉบับ

เอกสาร/รายการ ใช้ทำอะไร ข้อควรตรวจ
เอกสารต้นฉบับ เป็นฐานของการรับรอง ต้องเป็นฉบับที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ และข้อมูลต้องถูกต้อง
คำแปลภาษาอังกฤษ/จีน ให้หน่วยงานต่างประเทศอ่านเข้าใจ ชื่อ นามสกุล วันเกิด และเลขเอกสารต้องตรงกับต้นฉบับ
ตรารับรองจากกรมการกงสุลไทย ใช้ยืนยันชั้นเอกสารไทยก่อนยื่นสำนักงานไต้หวัน ตรวจว่ารับรองครบทุกหน้าที่ต้องใช้
แบบฟอร์ม Authentication ของสำนักงานไต้หวัน ใช้ยื่นคำร้องรับรองเอกสาร กรอกข้อมูลเจ้าของเอกสารและวัตถุประสงค์ให้ชัด
พาสปอร์ต/บัตรประชาชนของเจ้าของเอกสาร ยืนยันตัวตนผู้ยื่นหรือเจ้าของเอกสาร ชื่อควรตรงกับเอกสารที่นำไปรับรอง
หนังสือมอบอำนาจ ถ้าให้ผู้อื่นยื่นแทน ยืนยันสิทธิ์ผู้ยื่นแทน ตรวจว่าต้องใช้สำเนาบัตรผู้มอบ/ผู้รับมอบหรือไม่
ค่าธรรมเนียม ชำระค่ารับรองแบบปกติหรือด่วน ตรวจจำนวนเงิน วิธีชำระ และสกุลเงินล่าสุดจากสำนักงาน

8. ตัวอย่างเอกสารตามเคสเรียนต่อ แต่งงาน ทำงาน

เอกสารนิติกรณ์ไม่ได้มีชุดเดียวสำหรับทุกคน ควรเลือกเอกสารตามวัตถุประสงค์การใช้จริง เพราะเอกสารที่ใช้เรียนต่ออาจไม่เหมือนเอกสารที่ใช้แต่งงานหรือทำงาน

🎓 เรียนต่อ / เรียนภาษา

มักเกี่ยวข้องกับวุฒิการศึกษา Transcript เอกสารการเงินผู้ปกครอง สูติบัตร หรือเอกสารความสัมพันธ์ หากใช้ผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย

💍 แต่งงาน / ติดตามคู่สมรส

มักใช้ทะเบียนสมรส หนังสือรับรองโสด สูติบัตร ใบเปลี่ยนชื่อ ใบหย่า หรือเอกสารครอบครัวที่ต้องแปลและรับรอง

💼 ทำงาน / ผู้เชี่ยวชาญ

มักใช้วุฒิการศึกษา ใบรับรองประสบการณ์ ใบรับรองแพทย์ หรือเอกสารชื่อที่ต้องตรงกับ work permit และ contract

👨‍👩‍👧 บุตรติดตาม / ครอบครัว

มักใช้สูติบัตร ทะเบียนบ้าน เอกสารสิทธิ์ปกครอง ใบเปลี่ยนชื่อ และคำแปลที่รับรองถูกต้อง

9. ตารางเช็กความเสี่ยงก่อนยื่น

ก่อนยื่น Legalization ควรเช็กว่าเอกสารพร้อมจริงหรือไม่ เพราะถ้าเอกสารผิดตั้งแต่ชั้นต้น การเลือกแบบด่วนก็ไม่ช่วยให้เอกสารผ่านได้เร็วขึ้น

หมายเหตุ: เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

จุดตรวจ เอกสารดูพร้อม สัญญาณเสี่ยง วิธีแก้ก่อนยื่น
ชื่อภาษาอังกฤษ ตรงกับพาสปอร์ตทุกฉบับ ชื่อในคำแปลสะกดไม่ตรงกับพาสปอร์ต แก้คำแปลก่อนรับรอง
เอกสารต้นฉบับ คัดใหม่ ชัดเจน และตรงกับวัตถุประสงค์ เอกสารเก่าเกินไปหรือข้อมูลไม่ครบ คัดเอกสารใหม่จากหน่วยงานต้นทาง
ตรารับรอง MFA ไทย รับรองครบหน้าและตรงชุดเอกสาร ยังไม่ผ่านกรมการกงสุลไทย ยื่นรับรองที่กรมการกงสุลก่อนสำนักงานไต้หวัน
คำแปล แปลครบทุกส่วนสำคัญและผู้แปลลงนามตามรูปแบบ แปลเฉพาะบางหน้า หรือชื่อสถานที่/ชื่อบุคคลผิด ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจคำแปลก่อนรับรอง
แบบปกติ/ด่วน เลือกตาม deadline จริงและตรวจค่าธรรมเนียมล่าสุด คิดว่าแบบด่วนจะแก้เอกสารไม่ครบได้ ตรวจเอกสารให้ครบก่อน แล้วจึงเลือกบริการด่วนหากจำเป็น

10. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ข้อผิดพลาดของงานนิติกรณ์มักเป็นเรื่องเล็กที่ทำให้ต้องเริ่มใหม่ เช่น แปลชื่อผิด รับรองผิดชุด เอกสารหมดอายุ หรือไม่ผ่าน MFA ไทยก่อนนำไปยื่นสำนักงานไต้หวัน

❌ ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย:
  • นำเอกสารไทยไปยื่นสำนักงานไต้หวันโดยยังไม่ผ่านกรมการกงสุลไทย
  • คำแปลชื่อ-นามสกุลไม่ตรงกับพาสปอร์ต
  • ใช้เอกสารเก่าหรือเอกสารที่หน่วยงานปลายทางต้องการฉบับออกใหม่
  • รับรองเฉพาะต้นฉบับ แต่ลืมคำแปล หรือรับรองคนละชุดกับที่จะใช้จริง
  • เปลี่ยนชื่อหลายครั้งแต่ไม่ได้แนบใบเปลี่ยนชื่อครบ
  • เลือกแบบด่วนทั้งที่เอกสารยังไม่พร้อม ทำให้ยังถูกขอแก้ไข
  • ไม่ตรวจวันหยุดราชการไทย/ไต้หวัน ทำให้คำนวณวันรับเอกสารผิด

ตัวอย่างเคสจำลอง: รับรองทะเบียนสมรสเพื่อใช้กับไต้หวัน

ผู้สมัครมีทะเบียนสมรสไทยและต้องใช้กับคู่สมรสไต้หวัน หากเอกสารเป็นภาษาไทย ควรแปลเป็นภาษาอังกฤษ ตรวจชื่อคู่สมรสให้ตรงกับพาสปอร์ตและเอกสารไต้หวัน จากนั้นรับรองที่กรมการกงสุลไทย แล้วจึงนำไปยื่นรับรองต่อที่สำนักงานไต้หวันในไทย ไม่ควรข้ามขั้นตอน MFA ไทย

ตัวอย่างเคสจำลอง: วุฒิการศึกษาใช้ยื่นเรียนต่อไต้หวัน

นักเรียนต้องใช้วุฒิการศึกษาและ Transcript ยื่นกับมหาวิทยาลัยไต้หวัน ควรตรวจว่ามหาวิทยาลัยต้องการเอกสารภาษาอังกฤษจากสถาบันโดยตรง หรือเอกสารแปล/รับรองแบบใด หากชื่อในวุฒิกับพาสปอร์ตไม่ตรง เช่น เคยเปลี่ยนนามสกุล ต้องเตรียมใบเปลี่ยนชื่อประกอบด้วย

11. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบ

ค่าธรรมเนียม เวลารับเอกสาร แบบฟอร์ม วันหยุด และเงื่อนไขเอกสารอาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจจากแหล่งทางการก่อนยื่นจริงทุกครั้ง โดยเฉพาะถ้าจะเลือกแบบด่วนหรือมี deadline ใกล้

📌 หมายเหตุสำคัญ: ข้อมูลในบทความนี้เป็นแนวทางเตรียมเอกสารจากแหล่งทางการที่ตรวจสอบได้ แต่ค่าธรรมเนียมและเวลารับเอกสารของสำนักงานไต้หวันในไทยอาจเปลี่ยนตามประกาศล่าสุด ควรตรวจหน้าเว็บไซต์สำนักงานหรือสอบถามก่อนยื่นจริง โดยเฉพาะกรณีต้องใช้บริการด่วน

12. เคสแบบไหนควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจ?

ถ้าเอกสารมีแค่ฉบับเดียว ชื่อชัด และมีเวลามากพอ อาจเตรียมเองได้ไม่ยาก แต่ถ้าเอกสารมีหลายชุด หลายภาษา เคยเปลี่ยนชื่อ แต่งงาน หย่า มีบุตรติดตาม หรือมี deadline ใกล้ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจลำดับก่อนเริ่มรับรอง

💡 เหมาะให้ทีมช่วยตรวจเป็นพิเศษ ถ้า:
  • ต้องใช้เอกสารกับวีซ่าเรียนต่อ แต่งงาน ทำงาน หรือ Resident Visa ไต้หวัน
  • มีเอกสารไทยหลายชุด เช่น สูติบัตร ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ ใบหย่า
  • ไม่แน่ใจว่าควรใช้เอกสารภาษาอังกฤษจากเขต/อำเภอ หรือคำแปลจากผู้แปล
  • ต้องเลือกแบบปกติหรือแบบด่วนเพราะมี deadline ใกล้
  • ชื่อในเอกสารไม่ตรงกับพาสปอร์ตหรือมีการเปลี่ยนชื่อหลายครั้ง
  • กลัวรับรองผิดชุดและต้องเริ่มใหม่

ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจเอกสารก่อนรับรอง เช่น เอกสารต้นฉบับ คำแปลภาษาอังกฤษ ลำดับรับรองที่กรมการกงสุลไทย และการเตรียมชุดยื่นสำนักงานไต้หวัน เพื่อให้เอกสารสำหรับ วีซ่าไต้หวัน หรือใช้กับหน่วยงานไต้หวันพร้อมที่สุดก่อนยื่นจริง

ไม่แน่ใจว่าเอกสารต้องรับรองแบบปกติหรือแบบด่วน?
ส่งรายการเอกสารและ deadline ให้ทีม Co Journey Visa ช่วยประเมินก่อน จะได้วางลำดับแปล รับรอง MFA และยื่นสำนักงานไต้หวันได้ไม่พลาด

💬 ส่งเอกสารให้ทีมช่วยประเมิน

⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?

  • ช่วยตรวจลำดับเอกสารก่อนรับรอง — ลดโอกาสแปลผิดชุดหรือรับรองไม่ครบ
  • ช่วยเช็กคำสะกดภาษาอังกฤษให้ตรงกับพาสปอร์ต — โดยเฉพาะชื่อคน ชื่อคู่สมรส ชื่อบิดามารดา และชื่อเดิม
  • ช่วยวางแผนแบบปกติหรือแบบด่วนตาม deadline — เหมาะกับเคสเรียนต่อ แต่งงาน ทำงาน หรือยื่นวีซ่าใกล้กำหนด
  • ช่วยดูเอกสารที่ต้องรับรองต่อสำนักงานไต้หวัน — เช่น วุฒิการศึกษา ทะเบียนสมรส สูติบัตร ใบเปลี่ยนชื่อ และใบรับรองแพทย์
  • คำแนะนำแบบรายเคส ไม่ใช่เช็กลิสต์กว้าง ๆ — ทีม Co Journey Visa ช่วยดูจากเอกสารจริงและวัตถุประสงค์จริงของผู้สมัคร

❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

นิติกรณ์เอกสารไต้หวันที่สถานทูตไต้หวันในไทยคืออะไร?
คือการนำเอกสารไทยหรือคำแปลภาษาอังกฤษที่ผ่านการรับรองจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศไทยแล้ว ไปยื่นรับรองต่อที่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย เพื่อให้เอกสารมีน้ำหนักสำหรับนำไปใช้กับหน่วยงานไต้หวันตามวัตถุประสงค์ เช่น วีซ่า เรียนต่อ แต่งงาน ทำงาน หรือพำนัก
ต้องรับรองที่กระทรวงการต่างประเทศไทยก่อนหรือไปสำนักงานไต้หวันได้เลย?
สำหรับเอกสารไทยโดยทั่วไปควรผ่านการรับรองนิติกรณ์จากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศไทยก่อน แล้วจึงนำไปยื่นรับรองต่อที่สำนักงานไต้หวันในไทย เพราะสำนักงานไต้หวันจะตรวจตราประทับและลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ไทยที่รับรองเอกสาร
แบบปกติกับแบบด่วนต่างกันอย่างไร?
แบบปกติใช้เวลานานกว่าแต่ค่าธรรมเนียมต่ำกว่า ส่วนแบบด่วนหรือ rush/expedited service ใช้เวลาสั้นกว่าแต่มีค่าธรรมเนียมสูงกว่า ข้อมูล BOCA ระบุว่าเอกสารรับรองแบบปกติในไต้หวันรับหลัง 2 วันทำการ และแบบด่วนรับหลัง 1 วันทำการ แต่ค่าธรรมเนียมและเวลาจริงของสำนักงานไต้หวันในไทยควรตรวจจากประกาศล่าสุดก่อนยื่น
เอกสารภาษาอังกฤษจากเขตหรืออำเภอต้องแปลอีกไหม?
ถ้าเป็นเอกสารราชการไทยที่ออกเป็นภาษาอังกฤษโดยหน่วยงานไทย อาจไม่ต้องแปลเพิ่ม แต่ยังอาจต้องรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล และรับรองต่อที่สำนักงานไต้หวัน ขึ้นอยู่กับประเภทเอกสารและหน่วยงานปลายทางในไต้หวัน
รับรองเอกสารไต้หวันใช้กับวีซ่าเรียนต่อ แต่งงาน หรือทำงานได้ไหม?
ใช้ได้ในหลายเคส หากเอกสารนั้นเป็นเอกสารที่หน่วยงานไต้หวันต้องการ เช่น วุฒิการศึกษา ใบรับรองโสด ทะเบียนสมรส สูติบัตร ใบเปลี่ยนชื่อ ใบรับรองแพทย์ หรือเอกสารครอบครัว แต่ต้องตรวจว่าเอกสารแต่ละประเภทต้องแปล รับรอง หรือใช้ฉบับภาษาอังกฤษแบบใด
ถ้าข้อมูลในคำแปลผิด หลังรับรองแล้วแก้ได้ไหม?
โดยทั่วไปหากคำแปลหรือข้อมูลเอกสารผิด ควรแก้คำแปลและเริ่มขั้นตอนรับรองใหม่ เพราะตรารับรองจะผูกกับเอกสารชุดนั้น ๆ จึงควรตรวจชื่อ นามสกุล วันเกิด เลขเอกสาร และคำสะกดภาษาอังกฤษให้ถูกก่อนนำไปยื่นรับรอง

📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับ Legalization เอกสารไต้หวัน

  • เอกสารไทยที่ใช้กับไต้หวันมักต้องผ่านกรมการกงสุลไทยก่อน แล้วจึงยื่นสำนักงานไต้หวัน
  • ควรตรวจว่าต้องใช้เอกสารภาษาอังกฤษจากหน่วยงานไทย หรือคำแปลจากผู้แปล
  • ชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษต้องตรงกับพาสปอร์ตและเอกสารทุกฉบับ
  • แบบปกติค่าธรรมเนียมต่ำกว่าแต่ใช้เวลานานกว่า
  • แบบด่วนเหมาะกับเคสเร่ง แต่เอกสารต้องพร้อมและถูกต้องก่อน
  • แบบด่วนไม่ได้ช่วยแก้เอกสารผิดหรือเอกสารที่ยังไม่ผ่าน MFA ไทย
  • ควรตรวจค่าธรรมเนียม เวลารับยื่น วันหยุด และแบบฟอร์มล่าสุดจากสำนักงานไต้หวันในไทย
  • หากใช้เอกสารกับวีซ่าเรียนต่อ แต่งงาน ทำงาน หรือพำนัก ควรวางลำดับรับรองตั้งแต่ก่อนยื่นวีซ่า

เตรียมเอกสารนิติกรณ์ไต้หวันให้ถูกลำดับ ก่อนเลือกแบบปกติหรือแบบด่วน

ทีม Co Journey Visa ช่วยตรวจเอกสารต้นฉบับ คำแปลภาษาอังกฤษ ลำดับรับรองที่กรมการกงสุล และการเตรียมชุดยื่นสำนักงานไต้หวัน เพื่อให้เอกสารพร้อมใช้กับวีซ่าไต้หวัน เรียนต่อ แต่งงาน ทำงาน หรือพำนักระยะยาวอย่างเป็นระบบ

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com