ขอวีซ่าเกาหลีใต้และ K-ETA ต้องเตรียมอะไรบ้าง

ขอวีซ่าเกาหลีใต้และ K-ETA ต้องเตรียมอะไรบ้าง

🇰🇷 Korea Visa & K-ETA 2026

ขอวีซ่าเกาหลีใต้และ K-ETA ต้องเตรียมอะไรบ้าง

สรุปให้ชัดว่า K-ETA ต่างจากวีซ่าเกาหลีใต้อย่างไร ใครต้องสมัคร K-ETA ใครควรยื่นวีซ่า และต้องเตรียมเอกสารอะไรเพื่อให้เคสดูสมเหตุสมผล
📅 อัปเดตล่าสุด: 6 มิถุนายน 2026 ✍️ โดย ทีมผู้เชี่ยวชาญวีซ่า Co Journey Visa ⏱ อ่าน 11 นาที

หลายคนที่อยากไปเที่ยวเกาหลีใต้ยังสับสนระหว่าง “K-ETA” กับ “วีซ่าเกาหลีใต้” เพราะทั้งสองอย่างเกี่ยวกับการเดินทางเข้าเกาหลี แต่ใช้คนละกรณี และเตรียมเอกสารไม่เหมือนกัน

K-ETA หรือ Korea Electronic Travel Authorization เป็นระบบอนุมัติการเดินทางสำหรับผู้ที่เข้าเกาหลีใต้แบบไม่ต้องขอวีซ่า ส่วน วีซ่าเกาหลีใต้ เป็นการยื่นคำร้องผ่านช่องทางวีซ่า สำหรับผู้ที่วัตถุประสงค์หรือสถานะไม่เข้าเงื่อนไข K-ETA เช่น เรียน ทำงาน พำนักระยะยาว หรือเคสที่ควรยื่นวีซ่าเพื่ออธิบายเหตุผลเดินทางให้ชัดกว่า

ถ้าคุณกำลังวางแผน ทำวีซ่า หรือสมัคร K-ETA ด้วยตัวเอง สิ่งที่ควรเช็กก่อนคือ วัตถุประสงค์การเดินทาง จำนวนวัน ประวัติเดินทาง งาน การเงิน และความชัดเจนของแผนทริป เพราะ K-ETA ที่อนุมัติแล้วก็ยังไม่ได้หมายความว่าจะผ่านด่านเข้าเมืองเสมอไป

สรุปสั้น ๆ: ถ้าเป็นคนไทยเดินทางไปเกาหลีใต้ระยะสั้นเพื่อท่องเที่ยวหรือธุรกิจที่เข้าเงื่อนไข โดยทั่วไปต้องสมัคร K-ETA ก่อนเดินทาง แต่ถ้าไปเรียน ทำงาน พำนักระยะยาว หรือมีวัตถุประสงค์ที่ไม่เข้าเงื่อนไข visa-free ต้องตรวจสอบและยื่นวีซ่าเกาหลีใต้ให้ถูกประเภท โดยทั้ง K-ETA และวีซ่าควรเตรียมเอกสารสนับสนุนให้สอดคล้องกับแผนเดินทางจริง

💬 ไม่แน่ใจว่าควรสมัคร K-ETA หรือยื่นวีซ่าเกาหลีใต้? ส่งแผนเดินทาง จำนวนวัน ประวัติเข้าเกาหลี งาน และเอกสารการเงินให้ทีมช่วยประเมินเบื้องต้นก่อนยื่นจริง

📱 ปรึกษาทาง LINE ฟรี

1. K-ETA กับวีซ่าเกาหลีใต้ต่างกันอย่างไร

K-ETA ไม่ใช่วีซ่า แต่เป็นระบบอนุมัติการเดินทางล่วงหน้าสำหรับผู้ที่ถือสัญชาติที่เข้าเกาหลีใต้แบบไม่ต้องขอวีซ่าได้ หากได้รับอนุมัติ K-ETA ผู้เดินทางสามารถเดินทางไปยังเกาหลีใต้เพื่อรับการตรวจที่ด่านเข้าเมืองได้ แต่การอนุญาตให้เข้าประเทศยังขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง

ส่วนวีซ่าเกาหลีใต้เป็นการยื่นคำร้องเพื่อขออนุญาตเดินทางหรือพำนักตามวัตถุประสงค์ที่เฉพาะกว่า เช่น เรียน ทำงาน เยี่ยมครอบครัว พำนักระยะยาว ธุรกิจเฉพาะทาง หรือกรณีที่ผู้สมัครไม่เหมาะกับการใช้ K-ETA

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

หัวข้อเปรียบเทียบ K-ETA วีซ่าเกาหลีใต้
สถานะ Electronic Travel Authorization ไม่ใช่วีซ่า วีซ่าตามประเภทวัตถุประสงค์ เช่น ท่องเที่ยวระยะยาว เรียน ทำงาน หรือเยี่ยมครอบครัว
เหมาะกับใคร ผู้เดินทางระยะสั้นที่เข้าเงื่อนไข visa-free ผู้ที่วัตถุประสงค์ไม่เข้าเงื่อนไข K-ETA หรือควรยื่นเอกสารเต็มรูปแบบ
เอกสารหลัก พาสปอร์ต รูปถ่ายดิจิทัล ข้อมูลที่พัก เบอร์ติดต่อ แผนเดินทาง และข้อมูลส่วนตัว แบบฟอร์ม รูปถ่าย พาสปอร์ต หลักฐานการเงิน งาน แผนเดินทาง จดหมายเชิญ หรือเอกสารเฉพาะประเภทวีซ่า
ผลอนุมัติ อนุญาตให้เดินทางไปตรวจที่ด่านเข้าเมือง ไม่ใช่การอนุญาตเข้าเมืองขั้นสุดท้าย ใช้ยื่นขออนุญาตเดินทาง/พำนักตามประเภทวีซ่า แต่ยังต้องผ่านการตรวจเข้าเมืองเมื่อเดินทางถึง
ความเสี่ยงที่พบบ่อย ข้อมูลไม่ตรงพาสปอร์ต แผนเดินทางไม่ชัด หรือประวัติเดินทางเสี่ยง เอกสารไม่สัมพันธ์กัน เช่น งาน การเงิน เหตุผลเดินทาง และกำหนดกลับไม่ชัด
📌 หมายเหตุ: เว็บไซต์ K-ETA ระบุว่าการได้รับอนุมัติ K-ETA ไม่ใช่การการันตีการเข้าประเทศ และหากข้อมูลสำคัญเปลี่ยน เช่น พาสปอร์ต ชื่อ สัญชาติ หรือข้อมูลประวัติที่เกี่ยวข้อง อาจต้องสมัครใหม่ตามเงื่อนไขของระบบ

2. สมัคร K-ETA ต้องเตรียมอะไรบ้าง

การสมัคร K-ETA ดูเหมือนง่าย เพราะทำออนไลน์ได้ แต่ข้อมูลที่กรอกควรแม่นยำและสอดคล้องกับเอกสารจริง โดยเฉพาะชื่อภาษาอังกฤษ เลขพาสปอร์ต ที่พัก และวัตถุประสงค์การเดินทาง

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

สิ่งที่ต้องเตรียม ใช้เพื่ออะไร ข้อควรระวัง
พาสปอร์ต ใช้กรอกข้อมูลตัวตนและเลขหนังสือเดินทาง ชื่อ เลขพาสปอร์ต วันหมดอายุ ต้องตรงทุกตัวอักษร
รูปถ่ายดิจิทัล ใช้แนบในระบบ K-ETA ควรเป็นรูปหน้าตรง ชัดเจน ไม่ใช้รูปเซลฟี่ที่พื้นหลังรบกวน
อีเมล รับผลการสมัครและข้อมูลจากระบบ ใช้อีเมลที่เปิดดูได้จริง และตรวจกล่อง spam ด้วย
บัตรสำหรับชำระค่าธรรมเนียม ชำระค่าธรรมเนียม K-ETA ผ่านระบบออนไลน์ ค่าธรรมเนียมโดยทั่วไป 10,000 วอน และอาจมีค่าธรรมเนียมบัตรเพิ่มเติม
ข้อมูลที่พักในเกาหลีใต้ ใช้ระบุที่อยู่ระหว่างพำนัก ควรกรอกชื่อโรงแรม/ที่อยู่/เบอร์โทรให้สัมพันธ์กับแผนเที่ยว
แผนเดินทาง ช่วยให้วัตถุประสงค์เดินทางดูชัด จำนวนวัน เมืองที่ไป และที่พักควรสมเหตุสมผล
⚠️ ข้อควรระวัง: K-ETA โดยทั่วไปใช้เวลาพิจารณาไม่เกิน 72 ชั่วโมง แต่อาจนานกว่านั้นในบางช่วง จึงไม่ควรสมัครใกล้วันเดินทางเกินไป และไม่ควรจองค่าใช้จ่ายที่เปลี่ยนไม่ได้ทั้งหมดก่อนรู้ความเสี่ยงของเคส

3. ขอวีซ่าเกาหลีใต้ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ถ้าเคสของคุณต้องยื่นวีซ่าเกาหลีใต้ เอกสารจะละเอียดกว่า K-ETA เพราะต้องพิสูจน์ทั้งวัตถุประสงค์การเดินทาง ความสามารถในการรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ความผูกพันกับประเทศไทย และเหตุผลที่จะกลับตามกำหนด

เอกสารบางฉบับอาจต้องใช้ แปลเอกสาร หรือจัดรูปแบบตามที่สถานทูตหรือศูนย์รับคำร้องกำหนด จึงควรเช็ก checklist ล่าสุดก่อนยื่นจริงทุกครั้ง

เลื่อนตารางซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

หมวดเอกสาร ตัวอย่างเอกสาร จุดที่ควรตรวจ
เอกสารส่วนตัว พาสปอร์ต รูปถ่าย แบบฟอร์มคำร้อง สำเนาบัตรประชาชน/ทะเบียนบ้านตามที่กำหนด ชื่อ วันเกิด และเลขเอกสารต้องตรงกันทุกฉบับ
เอกสารงาน หนังสือรับรองงาน ใบจดทะเบียนบริษัท หนังสือรับรองนักเรียน/นักศึกษา หรือเอกสารอาชีพอิสระ ตำแหน่ง รายได้ วันลา และสถานะงานควรอธิบายเหตุผลกลับไทยได้
เอกสารการเงิน Statement, สมุดบัญชี, หลักฐานรายได้ หรือเอกสารผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย Statement ควรมีที่มาที่ไปของเงิน ไม่ใช่เงินก้อนเข้าใกล้วันยื่นโดยไม่มีคำอธิบาย
เอกสารการเดินทาง แผนเที่ยว ที่พัก ตั๋วเครื่องบิน ประกันเดินทาง และข้อมูลผู้ร่วมเดินทาง วันเดินทางควรสัมพันธ์กับวันลา เงินในบัญชี และวัตถุประสงค์
เอกสารเชิญ/เยี่ยมญาติ จดหมายเชิญ เอกสารผู้เชิญ ความสัมพันธ์ และที่พักในเกาหลีใต้ ข้อมูลผู้เชิญต้องติดต่อได้จริง และเหตุผลการเชิญควรชัดเจน

สำหรับเคสที่แผนเดินทางซับซ้อน เช่น ไปหลายเมือง มีผู้เชิญ มีผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย หรือเคยมีประวัติ K-ETA ไม่ผ่าน ควรเตรียม Cover Letter หรือคำอธิบายประกอบอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เอกสารทั้งชุดอ่านแล้วไปทางเดียวกัน

4. เคสไหนควรยื่นวีซ่าเกาหลีใต้แทน K-ETA

ไม่ใช่ทุกคนที่ควรใช้ K-ETA เสมอไป แม้จะเดินทางระยะสั้น เพราะบางเคสมีความซับซ้อนหรือมีประวัติที่ควรจัดเอกสารเต็มรูปแบบมากกว่า

💡 เคสที่ควรพิจารณาวีซ่าเกาหลีใต้:
  • เคยสมัคร K-ETA แล้วไม่ผ่าน หรือเคยถูกปฏิเสธเข้าเมือง
  • เดินทางไปเกาหลีใต้ถี่มากจนวัตถุประสงค์อาจถูกตั้งคำถาม
  • ไปเยี่ยมแฟน คู่สมรส หรือครอบครัว และแผนพำนักซับซ้อน
  • มีผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย แต่ความสัมพันธ์หรือหลักฐานการเงินยังไม่ชัด
  • ไปเรียน อบรม ทำงาน ฝึกงาน หรือมีกิจกรรมที่ไม่ใช่การท่องเที่ยวทั่วไป
  • เอกสารงานหรือการเงินในไทยยังไม่แข็งแรง ต้องอธิบายเพิ่ม

ถ้าเป็นทริปท่องเที่ยวทั่วไป K-ETA อาจเพียงพอในหลายกรณี แต่ถ้าเคสมีจุดเสี่ยง เช่น งานไม่ชัด เงินเข้าออกผิดปกติ หรือเดินทางหลายครั้งในช่วงสั้น ๆ ควรประเมินก่อนว่ายื่นวีซ่าจะเหมาะกว่าหรือไม่

5. ขั้นตอนสมัคร K-ETA และยื่นวีซ่าโดยสรุป

ขั้นตอนสมัคร K-ETA และขอวีซ่าเกาหลีใต้ไม่เหมือนกัน การเลือกผิดตั้งแต่แรกอาจทำให้เสียเวลา เสียค่าธรรมเนียม และกระทบแผนเดินทางได้

เช็กวัตถุประสงค์การเดินทาง
ไปเที่ยวระยะสั้น ธุรกิจสั้น เยี่ยมญาติ เรียน ทำงาน หรือพำนักระยะยาว ใช้ช่องทางไม่เหมือนกัน
ประเมินว่าเข้าเงื่อนไข K-ETA หรือควรยื่นวีซ่า
ดูจากจำนวนวัน ประวัติเดินทาง ความซับซ้อนของเคส และเอกสารสนับสนุนที่มี
เตรียมข้อมูลให้ตรงกับเอกสารจริง
ชื่อพาสปอร์ต ที่พัก เบอร์ติดต่อ แผนเดินทาง งาน และการเงินต้องไม่ขัดกัน
สมัครผ่านช่องทางทางการ
K-ETA ควรสมัครผ่านเว็บไซต์หรือแอปทางการ ส่วนวีซ่าควรตรวจข้อมูลจากสถานทูตหรือ Korea Visa Portal
เตรียมเอกสารติดตัววันเดินทาง
แม้ K-ETA ผ่านแล้ว ควรมีพาสปอร์ต ตั๋ว ที่พัก แผนเที่ยว เงินใช้จ่าย และ ประกันเดินทาง หากต้องใช้
📌 ข้อมูลสำคัญจาก K-ETA: เว็บไซต์ทางการระบุค่าธรรมเนียม K-ETA 10,000 วอน โดยอาจมีค่าธรรมเนียมชำระเงินออนไลน์เพิ่มเติม และโดยทั่วไปใช้เวลาพิจารณาไม่เกิน 72 ชั่วโมง แต่อาจนานกว่านั้นหากมีผู้สมัครจำนวนมากหรือมีเหตุอื่นที่ระบบต้องตรวจสอบเพิ่ม

6. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาสมัคร K-ETA หรือขอวีซ่าเกาหลีใต้

เคสเกาหลีใต้เป็นเคสที่รายละเอียดเล็ก ๆ มีผลต่อความน่าเชื่อถือมาก เช่น ที่พักไม่ตรง แผนเที่ยวไม่สมเหตุสมผล งานไม่ชัด หรือมีเงินก้อนเข้าใกล้วันสมัครแบบไม่มีที่มา

❌ จุดพลาดที่ควรเลี่ยง:
  • กรอกชื่อภาษาอังกฤษไม่ตรงกับพาสปอร์ต
  • ใช้รูปถ่ายไม่ชัด หรือรูปไม่เหมาะกับระบบ K-ETA
  • ใส่ที่พักในเกาหลีใต้ไม่ครบ หรือไม่สัมพันธ์กับแผนเดินทาง
  • ตอบวัตถุประสงค์กว้างเกินไป เช่น ไปเที่ยว แต่แผนจริงคือเยี่ยมแฟนหรือทำธุระยาว
  • สมัครใกล้วันบินเกินไป ทั้งที่ระบบอาจใช้เวลานานกว่า 72 ชั่วโมง
  • เคย K-ETA ไม่ผ่าน แต่สมัครซ้ำโดยไม่แก้จุดอ่อนของเคส
  • ยื่นวีซ่าโดยแนบเอกสารจำนวนมาก แต่ไม่มีคำอธิบายว่าทำไมเอกสารเหล่านั้นสำคัญ

ตัวอย่างเคสจำลองที่ควรระวัง

เคสที่ 1: ผู้สมัครไปเกาหลีใต้เพื่อท่องเที่ยว 7 วัน แต่ที่พักใน K-ETA ระบุไม่ตรงกับ booking และเบอร์โทรโรงแรมผิด เคสนี้ควรแก้ข้อมูลให้ตรงก่อนเดินทาง เพราะข้อมูลไม่ตรงอาจทำให้เสียเวลาที่ด่านเข้าเมือง

เคสที่ 2: ผู้สมัครเคย K-ETA ไม่ผ่าน แล้วสมัครใหม่ทันทีโดยใช้ข้อมูลเดิมทั้งหมด เคสนี้ควรหยุดวิเคราะห์ก่อนว่าเกิดจากรูปถ่าย ข้อมูลส่วนตัว แผนเดินทาง งาน การเงิน หรือประวัติเดินทาง ไม่ใช่สมัครซ้ำแบบเดิม

เคสที่ 3: ผู้เดินทางจะไปเยี่ยมแฟนที่เกาหลีใต้ 80 วัน แต่กรอกว่าไปเที่ยวทั่วไปและไม่มีเอกสารอธิบายความสัมพันธ์หรือที่พัก เคสนี้ควรประเมินว่าวีซ่าหรือเอกสารเต็มรูปแบบเหมาะสมกว่าหรือไม่

ก่อนสมัคร K-ETA หรือยื่นวีซ่าเกาหลีใต้ ลองให้ทีมช่วยเช็กก่อนว่าเอกสารของคุณเล่าเรื่องเดียวกันไหม
ทีม Co Journey Visa ช่วยดูแผนเดินทาง งาน การเงิน ที่พัก และจุดเสี่ยงของเคส เพื่อให้คุณเตรียมข้อมูลได้รอบคอบขึ้นก่อนยื่นจริง

💬 ส่งเคสให้ทีมช่วยประเมิน

7. แหล่งข้อมูลทางการที่ควรตรวจสอบก่อนสมัคร

กฎ K-ETA รายชื่อประเทศที่มีสิทธิ ระยะเวลาพำนัก ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขวีซ่าเกาหลีใต้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ผู้เดินทางควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนสมัครหรือจองทริปจริง

📌 แหล่งข้อมูลทางการ:

การได้รับอนุมัติ K-ETA หรือได้รับวีซ่าไม่ได้หมายความว่าจะได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศโดยอัตโนมัติ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีใต้มีอำนาจพิจารณา ณ ด่านเข้าเมืองตามกฎหมายและข้อมูลที่ผู้เดินทางแสดงในวันเดินทางจริง

⭐ ทำไมควรเลือก Co Journey Visa?

  • ช่วยแยกว่าเคสควรสมัคร K-ETA หรือยื่นวีซ่า — ดูจากวัตถุประสงค์ จำนวนวัน ประวัติเดินทาง และเอกสารจริง
  • ช่วยตรวจความสอดคล้องของเอกสาร — งาน การเงิน แผนเที่ยว ที่พัก และเหตุผลกลับไทยต้องไปทางเดียวกัน
  • ช่วยลดความเสี่ยงจากข้อมูลผิด — เช่น ชื่อพาสปอร์ต รูปถ่าย ที่พัก เบอร์ติดต่อ และคำตอบในแบบฟอร์ม
  • ช่วยวางแผนเอกสารสำหรับเคสซับซ้อน — เช่น เคย K-ETA ไม่ผ่าน เยี่ยมแฟน เดินทางถี่ หรือมีผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย
  • ให้คำแนะนำแบบระมัดระวัง — ไม่การันตีผล K-ETA วีซ่า หรือการเข้าเมือง แต่ช่วยให้เคสชัดและพร้อมขึ้นก่อนยื่นจริง

❓ คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

K-ETA คือวีซ่าเกาหลีใต้หรือไม่?
K-ETA ไม่ใช่วีซ่า แต่เป็นระบบอนุมัติการเดินทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ที่มีสิทธิเข้าเกาหลีใต้โดยไม่ต้องขอวีซ่า การได้รับ K-ETA ไม่ได้การันตีการเข้าประเทศ เพราะเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองยังมีอำนาจพิจารณาที่ด่านเข้าเมือง
คนไทยไปเกาหลีใต้ต้องขอ K-ETA ไหม?
คนไทยที่ต้องการเดินทางเข้าเกาหลีใต้แบบไม่ขอวีซ่าระยะสั้น โดยทั่วไปต้องขอ K-ETA ก่อนเดินทาง เว้นแต่เข้าข่ายยกเว้นตามเงื่อนไขของระบบ เช่น ผู้ถือวีซ่าเกาหลีใต้บางประเภท หรือผู้ที่มีสถานะพำนักที่เกาหลีใต้ยอมรับ
K-ETA ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?
โดยทั่วไปควรเตรียมพาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุ รูปถ่ายหน้าตรงแบบไฟล์ดิจิทัล อีเมล บัตรสำหรับชำระค่าธรรมเนียม ข้อมูลที่พักในเกาหลีใต้ เบอร์โทรศัพท์ แผนเดินทาง และข้อมูลอาชีพหรือวัตถุประสงค์การเดินทาง
ถ้า K-ETA ไม่ผ่าน ต้องขอวีซ่าเกาหลีใต้แทนได้ไหม?
หาก K-ETA ไม่ได้รับอนุมัติ ผู้เดินทางควรตรวจสอบสาเหตุและพิจารณาว่าต้องยื่นวีซ่าเกาหลีใต้ผ่านช่องทางสถานทูตหรือศูนย์รับคำร้องหรือไม่ โดยควรเตรียมเอกสารให้ชัดขึ้น โดยเฉพาะงาน การเงิน แผนเดินทาง และเหตุผลกลับประเทศไทย
วีซ่าเกาหลีใต้ต้องเตรียมเอกสารต่างจาก K-ETA อย่างไร?
วีซ่าเกาหลีใต้มักต้องใช้เอกสารมากกว่า K-ETA เช่น แบบฟอร์มคำร้อง รูปถ่าย พาสปอร์ต หลักฐานการเงิน หนังสือรับรองงาน เอกสารธุรกิจหรือเอกสารเชิญ แผนเดินทาง และเอกสารแปลหรือรับรองตามประเภทวีซ่า
K-ETA ผ่านแล้วเข้าเกาหลีใต้ได้แน่นอนไหม?
K-ETA ที่ได้รับอนุมัติเป็นเพียงการอนุญาตให้เดินทางไปยังเกาหลีใต้เพื่อรับการตรวจที่ด่านเข้าเมือง ไม่ใช่การรับประกันว่าจะได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองยังสามารถสอบถามเอกสารและพิจารณาเป็นรายกรณี

📌 สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับวีซ่าเกาหลีใต้และ K-ETA

  • K-ETA ไม่ใช่วีซ่า แต่เป็นระบบอนุมัติการเดินทางสำหรับผู้ที่เข้าเกาหลีใต้แบบไม่ต้องขอวีซ่า
  • คนไทยที่เดินทางระยะสั้นโดยเข้าเงื่อนไข visa-free โดยทั่วไปต้องสมัคร K-ETA ก่อนเดินทาง
  • หากไปเรียน ทำงาน พำนักระยะยาว หรือวัตถุประสงค์ไม่เข้าเงื่อนไข ต้องตรวจประเภทวีซ่าเกาหลีใต้ให้ถูกต้อง
  • เอกสาร K-ETA เน้นพาสปอร์ต รูปถ่าย ข้อมูลที่พัก แผนเดินทาง และข้อมูลส่วนตัว
  • เอกสารวีซ่าเกาหลีใต้ละเอียดกว่า และมักต้องพิสูจน์งาน การเงิน แผนเดินทาง และเหตุผลกลับไทย
  • ควรใช้เว็บไซต์ทางการเท่านั้น และระวังเว็บตัวแทนที่คิดค่าบริการสูงหรือให้ข้อมูลไม่อัปเดต
  • K-ETA หรือวีซ่าที่ได้รับอนุมัติไม่ได้การันตีการเข้าประเทศ เพราะเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมีอำนาจพิจารณาขั้นสุดท้าย

ไม่แน่ใจว่าควรสมัคร K-ETA หรือยื่นวีซ่าเกาหลีใต้?

ทีม Co Journey Visa ช่วยประเมินเคส ตรวจเอกสารงาน การเงิน แผนเดินทาง ที่พัก ประวัติเดินทาง และจุดเสี่ยงก่อนสมัครหรือยื่นจริง เพื่อให้ข้อมูลของคุณชัดและสอดคล้องกันมากขึ้น

📱 ปรึกษาฟรีทาง LINE: @cojourneyvisa
หรือโทร 080-8412543 / 061-0312188  |  cojourneyvisa@gmail.com
⭐ รีวิวบทความ

บทความนี้มีประโยชน์กับคุณไหม?

ให้คะแนนหรือเขียนรีวิวสั้น ๆ ได้ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ความคิดเห็นของคุณช่วยให้เราปรับบทความให้ตอบคำถามคนอ่านได้ดีขึ้น

0.0 ☆☆☆☆☆ จาก 0 รีวิว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่ได้เลือกดาว
ขอบคุณครับ รีวิวของคุณช่วยให้บทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่านคนต่อไปมากขึ้น 🙏

รีวิวจากผู้อ่าน

🐰
Rabbit Reader
★★★★★

อธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ มีตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน ทำให้เรื่องที่ดูซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะเลย

🐱
Catเที่ยว
★★★★★

บทความมีประโยชน์ครับ เนื้อหาครบและตรงประเด็น อยากให้มีตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วงท้ายอีกนิด

🐻
Bear Minimal
★★★★★

ชอบการจัดเรียงเนื้อหามากค่ะ อ่านเพลิน ไม่ยาวเกินไป ได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเยอะเลย

🦊
Fox Study
★★★★☆

บทความกระชับ เข้าใจง่าย แชร์ให้เพื่อนอ่านแล้ว ทุกคนบอกว่าได้ประโยชน์จริง ๆ ครับ